เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬ ทลายขบวนการค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า 1.59 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (10 พฤศจิกายน 2568) เวลา 17.00 น. ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ

โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานการแถลงข่าว ร่วมกับ พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย และการสั่งการของ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สืบสวนฯ มอบหมายให้ พ.ต.ท.กำพล บัวจันทร์ สว.กก.สืบสวนฯ นำกำลังลงพื้นที่สกัดจับ

หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจังหวัด
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่หน้าห้องพักหมายเลข 9 จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบชายผู้ต้องหามีท่าทีพิรุธและพยายามหลบหนี ก่อนถูกควบคุมตัวไว้ได้

จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 5 กระสอบ ภายในบรรจุยาบ้ารวม 1,594,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมรถยนต์คันดังกล่าว
ผู้ต้องหาทราบชื่อภายหลังคือ นายสิทธิเดช หรือป้อบ (สงวนนามสกุล)

ให้การรับสารภาพว่าได้รับยาบ้ามาจากพื้นที่บ้านสะง้อ ตำบลหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ เมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมนำไปส่งต่อยังพื้นที่ตอนในเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย.น่าน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 และทำบุญถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สาขาสมาคมสภาผู้สูงแห่งประเทศไทยจังหวัดน่าน จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีและทำบุญถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ ณ ศาลาหลวง วัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านโดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นายแพทย์คณิต ตันติศิริวิทย์ ที่ปรึกษาสาขาสมาคมฯ เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมี นายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสภาสาขาฯ กล่าวรายงานต่อที่ประชุม

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน สาธารณสุขจังหวัดน่าน นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน, อดีตประธานสภาสาขาฯ, นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน

ยายวิสุทธิ์ ศรีเมือง เลขาสมาคมฯรวมถึงประธาน รองประธาน เลขานุการ และกรรมการสภาผู้สูงอายุทั้ง 15 อำเภอ และเทศบาลต่าง ๆ เข้าร่วมประชุม ภายในงานยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลผลิตจากชุมชน อาทิ ผักสด เครื่องจักสาน เสื้อผ้า และผลไม้ ซึ่งจัดเป็น 3 โซนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่

ช่วงเช้ามีพิธีสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล ถวายปัจจัย และถวายทานผ้าป่าผู้สูงอายุ โดยมี ท่านเจ้าคุณพระราชนันทวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และแสดงสัมโมทนียกถาแก่ผู้เข้าร่วมงานจากนั้นมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากตัวแทนผู้สูงอายุทั้ง 3 โซน คือ โซนเหนือ โซนกลาง และโซนใต้ โซนละ 1 รายการ สร้างความรื่นเริงและอบอุ่นแก่ผู้เข้าร่วมงาน

มีการมอบเกียรติบัตรแก่ ชมรมผู้สูงอายุเข้มแข็ง และ คณะกรรมการที่หมดวาระจำนวน 32 ท่าน พร้อมการเลือกตั้งประธานสาขาสมาคมฯ คนใหม่ เนื่องจากประธานคนเดิมหมดวาระ ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายเกตุ สมบัติแก้ว ได้รับเลือกเป็นประธานสาขาฯ คนใหม่ โดยมีการส่งมอบงานและกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการ

พิธีปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ดำเนินการโดย นายสวัสดิ์ สิงห์ธนะ ประธานสาขาฯ คนปัจจุบัน จากนั้นผู้ร่วมงานรับประทานอาหารร่วมกันก่อนแยกย้ายกลับโดยสวัสดิภาพ/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/
วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก : สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อมโยง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบูรณาการการท่อง

เที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พัฒนาเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คุณภาพสูงบนฐานวัฒนธรรมและความยั่งยืน
โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

พร้อมด้วย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
นางวิไลวรรณ บุดาสา กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในกลุ่ม

จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นในฐานะ “เมืองเก่าที่มีชีวิต” เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผสมผสานกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดมิ่งเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน บ้านนาก๋างโต้ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และอุทยานแห่งชาตินันทบุรี

กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียงน่าน” ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 782 คน โดยแบ่งเป็นชาวไทย 777 คน และชาวต่างชาติ 5 คน จากประเทศเคนยา ฟิลิปปินส์ ซิมบับเว สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
เส้นทางวิ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

Kilo Run 2.5 กิโลเมตร Fun Run 5 กิโลเมตร Half Marathon 21 กิโลเมตรMarathon 42 กิโลเมตรจุด Start – Finish ตั้งอยู่ ณ ข่วงเมืองน่าน นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าน่าน เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความมีไมตรีของชาวเมืองตลอดเส้นทาง
กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” จัดขึ้นทั้งหมด 4 สนาม ได้แก่

สนามที่ 1 : วิ่งเลาะเวียงแพร่ จังหวัดแพร่ (25–26 ตุลาคม 2568)
สนามที่ 2 : วิ่งเลาะเวียงน่าน จังหวัดน่าน (8–9 พฤศจิกายน 2568)โดยจะจัดต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มล้านนาตะวันออกกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างกระแสการออกกำลังกายเพื่อ

สุขภาพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างยั่งยืนดำเนินงานโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แฟร์เท็กซ์” จุดไฟศึกกลาง MEGA BANGNA เปิดเวที ‘SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest’ รวมคนธรรมดาสายสู้ ขึ้นชกจริง พิสูจน์หัวใจนักสู้

แชร์เนื้อหานี้

ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน FOODWALK PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬามวยไทยและศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของประเทศไทย จัดมหกรรมมวยไทยสมัครเล่น “Fairtex SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest” สานต่อกิจกรรม Fairtex Smoker ที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีมวยระดับมืออาชีพ

โดยมี คุณเปรม บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Fairtex Equipment, MD Fairtex Training Center และ CEO Fairtex Fight กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ร.ต.นิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์ หรือ “กำไลเพชร อโยธยาไฟท์ยิม” อดีตนักมวยไทยชื่อดัง ร่วมแสดงรำไหว้ครูและศิลปะแม่ไม้มวยไทย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันของเหล่านักชกสมัครเล่นจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งพยาบาล ครู ทนาย ช่างตัดผม นักเรียน และพนักงานออฟฟิศ ที่ต่างมาร่วมพิสูจน์หัวใจนักสู้บนสังเวียนจริง

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ศึกคนดัง ระหว่าง “แทค พงศกร” นักแสดงจากค่าย Idol Factory ดวลหมัดกับ โหงวเฮ้ง หรือ อัครพงษ์ศักดิ์ พงษสุวรรณ ลูกชายคนโตของพี่เท่ง เถิดเทิง ซึ่งเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมแน่นลานเมกาบางนา โดยมี คุณบรรจง บุษราคัมวงษ์ เจ้าของค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เดินทางมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจผู้แข่งขันทุกท่านแบบเกาะติดขอบสนาม

ภายในงานยังมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม วันที่ 7 พ.ย. พบกับโชว์จาก “ตุ้ม ปริญญา” และเวิร์กช็อปมวยไทยโดย “ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์” แชมป์ Max Stadium, วันที่ 8 พ.ย. พิธีเปิดงานและแมตช์พิเศษแทค–โหงวเฮ้ง และวันที่ 9 พ.ย. กิจกรรมสาธิตศิลปะการต่อสู้จาก Family BJJ Gym และอดีตฮีโร่โอลิมปิก “วรพจน์ เพชรขุ้ม” พร้อมเวิร์กช็อปมวยไทยและกิจกรรมพิเศษจากสองนักชกระดับโลก “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “เจ้าเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” รวมถึงช่วง Meet & Greet แจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟนมวยอย่างใกล้ชิด

กิจกรรม Fairtex Smoker ถือเป็นส่วนสำคัญของวงการมวยไทย ที่เปิดโอกาสให้นักสู้รุ่นใหม่ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบนเวทีจริง อีกทั้งเป็นพื้นที่แสดงพลังของชุมชนมวยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากพัฒนาการของนักชกและการจัดงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นในทุกปีซึ่งงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ

ในวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ONE Championship, น้ำมันมวย, G-Shock, กระทิงแดง, Royal Enfield และ Matter Makers“เวทีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับนักมวยอาชีพเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาที่กล้าฝัน กล้าสู้ และกล้าพิสูจน์ตัวเอง” แต่นี่คือจิตวิญญาณของ Fairtex SMOKER11: Cyber Santa Mega Fight Fest ที่แฟร์เท็กซ์ตั้งใจส่งต่อ เพราะบนสังเวียนนี้ ‘ความกล้า สำคัญกว่าชื่ออาชีพมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมช.มหาดไทย เปิดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.68 นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เป็นประธานพิธีเปิด โครงการ “OTOP สร้างสุขสู่ชุ่มชน” จุดดำเนินการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ที่บริเวณลานกิจกรรม 25 ไร่ หลังศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ

โดยมี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชมชน, นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ, แพทย์หญิงบุษกร สวัสดิ์แสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ / ประธานแม่บ้านมหาดไทย จ.ประจวบฯ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน, หัวหน้าส่วนราชการกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง,ผู้แทนภาคีเครือข่าย แขกผู้มีเกียรติและผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

โดยก่อนเริ่มพิธีเปิดงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เชิญผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่ออนุรักษ์และสืบสานงานหัตถศิลป์ของไทย

ผ่านการจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ จากนั้นได้เดินเยี่ยมชมบูธสินค้าต่างๆ และสาธิตทำเมนู “ยำปลาอินทรีเค็ม” แจกจ่ายผู้คนที่มาร่วมงานและสื่อมวลชนได้ลองทานอย่างเอร็ดอร่อยนางสาวศศิธร กิตติธรกุล กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

โดยมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดทำโครงการ “OTOP สร้างสุขสู่ชุมชน” ขึ้นเพื่อส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์ OTOP เพิ่มศักยภาพการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจ ตลอดจนยกระดับรายได้ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่ให้มีความมั่นคงยั่งยืน

สำหรับโครงการ “OTOP สร้างสูงสู่ชุมชน” กำหนดจัดขึ้นหมุนเวียนในพื้นที่ 18 จังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาค ระหว่างเดือนตุลาคม 68 – มีนาคม 69 โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นจุดดำเนินการที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 พ.ย.68 รวมระยะเวลา 7 วัน
ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ได้แก่การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 1-5 ดาว และ OTOP

ชวนชิมจากทั่วประเทศกว่า 200 บูธ การสาธิตผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาเลือกซื้อสินค้า การจัดงาน “OTOP สร้างสุขสู่ชนชน” ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไก

สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชน และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เชื่อมโยงกับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืนในอนาคต.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / NCAPS ส่งภาพ​ตรงจากพื้นที่​ เจ้าหน้าที่ อช.ศรีลานา จับกุมลักลอบทำไม้ชิงชันมีค่า ยึดไม้แปรรูป 75 ชิ้น

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.40 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง สามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบทำไม้มีค่าได้ 1 ราย พร้อมยึดไม้ชิงชันแปรรูปจำนวน 75 เหลี่ยม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของรัฐกว่า 498,000 บาท

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และข้อสั่งการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดในการออกตรวจลาดตระเวนป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายป่าไม้ และการลักลอบทำไม้มีค่าในพื้นที่

นายอานนท์ กุลนิล หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์แบบบูรณาการอุทยานแห่งชาติศรีลานนา รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย สายตรวจอุทยานแห่งชาติ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ที่ ศล.2 (ปางมะเยา), ศล.3 (บ้านออน), ศล.6 (ห้วยกุ่ม), ศล.7 (ห้วยปุย) ทหารกองบังคับการควบคุมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดที่ 1 กองกำลังผาเมือง และสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว ร่วมกันออกตรวจลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ บริเวณป่าห้วยถ่ำม่วง หมู่ที่ 9 ตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้รูปแบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ SMART PATROL

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการติดตามสืบสวน หลังจากวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 คณะเจ้าหน้าที่พบร่องรอยการลักลอบทำไม้หลายจุด และร่องรอยการชักลากไม้ในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้นำกล้อง SHARED CAMERAS (N-CAP) รหัส 05 มาติดตั้งเพื่อดักถ่ายการกระทำผิด จนกระทั่งวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.38 น. พบกลุ่มบุคคลมีการเคลื่อนไหวนำอุปกรณ์ เครื่องชั่ง และมีการชักลากไม้ผ่านหน้ากล้อง

คณะเจ้าหน้าที่จึงจัดชุดกำลังเข้าดักซุ่ม ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 21.40 น. จึงพบชายตามภาพดักถ่ายจากกล้อง N-CAP เข้ามาในพื้นที่บริเวณกองไม้ที่เตรียมเคลื่อนย้าย คณะเจ้าหน้าที่จึงแสดงตนและตรวจสอบ ทราบในภายหลังว่าเป็นนายอาทิตย์ อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 11 ตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่จากการสอบถาม นายอาทิตย์ให้การว่า ตนเองเข้ามาตรวจสอบไม้เพื่อทำการชักลากออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบกระเป๋าสะพายข้างสีดำ ไฟฉายคาดหัวสีเขียว 1 อัน ตะปูขนาด 3 นิ้ว จำนวน 8 ตัว และมีด 1 เล่ม จากนั้นได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบไม้ชิงชันแปรรูปกองกระจัดกระจายรอบบริเวณป่า

ทั้งนี้ ของกลางและอุปกรณ์ที่ตรวจยึด ประกอบด้วย ไม้ชิงชันแปรรูป จำนวน 75 เหลี่ยม/ชิ้น ปริมาตร 1.66 ลูกบาศก์เมตร คิดมูลค่าความเสียหายของรัฐ 498,000 บาท, มีด 1 เล่ม, ตะปู จำนวน 8 ตัว, ไฟฉายคาดหัวสีเขียว จำนวน 1 อันคณะเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้แก่ผู้ต้องหา และได้จัดทำเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายกริชสยาม กล่าวย้ำว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 ยืนยันที่จะเดินหน้าปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นต่อเนื่องในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยใช้เทคโนโลยีและการประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำผิดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด.

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. ยืนยันระบบตรวจสัมภาระได้มาตรฐานสากล แจงกรณีพบเครื่องกระสุนปืนที่สนามบินภูเก็ตเกิดภายหลังนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางในไทยกว่าสัปดาห์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลผู้โดยสารชาวอิสราเอลถูกตรวจพบเครื่องกระสุนปืนในกระเป๋าสัมภาระที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้โดยสารรายนี้เคยเดินทางเข้าประเทศผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และสัมภาระผ่านระบบตรวจสอบได้อย่างไรนั้นจากการตรวจสอบของ ทสภ. พบว่าผู้โดยสารรายดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 และได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดภูเก็ตในวันเดียวกัน

ก่อนท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ เช่น เกาะพีพี และภูเก็ต จนกระทั่งเกิดเหตุที่สนามบินภูเก็ตในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเข้าประเทศมากว่าสัปดาห์แล้ว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่าในช่วงที่ผู้โดยสารเดินทางออกจาก ทสภ.

ไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต สัมภาระผู้โดยสารได้ผ่านการตรวจค้นโดยระบบตรวจสอบวัตถุระเบิด (Explosive Detection System : EDS) และไม่พบสารระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยใด ๆ จึงผ่านขั้นตอนการตรวจสอบตามปกติ ทั้งนี้ หากระบบตรวจพบวัตถุระเบิดหรือวัตถุต้องสงสัยใด ๆ จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนและเจ้าหน้าที่จะนำสัมภาระออกมาตรวจสอบซ้ำตามขั้นตอนทันที

ทสภ. ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน โดยใช้ระบบตรวจสอบสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Hold Baggage Screening System) ที่ออกแบบตามมาตรฐานของหน่วยงานบริหารการรักษาความปลอดภัยด้านการขนส่งของสหรัฐอเมริกา (TSA) และ European Civil Aviation Conference (ECAC) ของสหภาพยุโรป ซึ่งผ่านการรับรองจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) รวมทั้งผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบทั้งในและนอกประเทศ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามบินภูเก็ตเป็นเหตุภายหลังจากผู้โดยสารได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยหลายวันแล้ว และขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ทสภ. ยังคงดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสารและอากาศยาน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเย็น วันที่ ( 7 พ.ย. 2568) เวลา 17.00 น. ที่วัดอ่างสุวรรณ ( หนองหอย) ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโส (จพง.ปค.ชำนาญการพิเศษ)

ปฏิบัติหน้าที่ รักษาราชการแทนนายอำเภอทับสะแก เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญรสมวาร 15 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

โดยมี พระครูผาสุกวิหารการ เจ้าคณะอำเภอทับสะแก เจ้าอาวาสวัดหนองหอย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายผดุงศักดิ์ อิ่มทั่ว ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอทับสะแก

พร้อมข้าราชการตำรวจ สภ.ทับสะแก สภ.ห้วยยาง ผู้บริหารท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ปลัดอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการ ครู พนักงานราชการ

ลูกจ้างชั่วคราว สมาชิก อส.อ.ทับสะแก ที่ 6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

///////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศูนย์วิจัยฯ ทางทะเลติดตามอนุบาลปะการังเกาะง่ามใหญ่ พบปะการังรอดกว่า 90% เตรียมต่อยอดฟื้นฟูแนวปะการังสร้างสมดุลระบบนิเวศ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมรกต โจวรรณถะ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร) พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ลงพื้นที่ดำเนินโครงการสำรวจ ติดตาม และประเมินสถานภาพทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล ประจำปี 2568

โดยมีกิจกรรมสำรวจสถานภาพพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพรสำหรับศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 1 (ชุมพร)

มีภารกิจสำรวจ ศึกษา วิจัย และอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง ครอบคลุมพื้นที่อุทยานแห่งชาติทางทะเล 7 แห่ง ได้แก่

อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด
อุทยานแห่งชาติหาดวนกร
อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม (อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง)
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง
อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติลำน้ำกระบุรี

โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ได้ลงพื้นที่เกาะง่ามใหญ่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เพื่อติดตามวัดขนาดการเจริญเติบโตของปะการังในแปลงอนุบาลปะการัง (Coral Nurseries)

ภายใต้โครงการศึกษาวิจัยการฟื้นฟูระบบนิเวศแนวปะการัง ผลการติดตามเบื้องต้นพบว่า แปลงอนุบาลปะการังยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ปะการังมีอัตราการรอดสูงถึงร้อยละ 90 และมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1–2 เซนติเมตร
นายมรกตกล่าวว่า

ปรากฏการณ์น้ำทะเลอุณหภูมิสูงในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้แนวปะการังหลายแห่งเกิดภาวะฟอกขาวและได้รับความเสียหาย การดำเนินโครงการอนุบาลปะการังจึงเป็นแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรแนวปะการังให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืนของระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว

ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงของภาคใต้ตอนบน นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของแนวปะการัง ปลาทะเลสีสันสวยงาม และธรรมชาติทางทะเลที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
คำแนะนำประชาชน:

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปดำน้ำหรือท่องเที่ยวทางทะเล ควรช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือเหยียบปะการัง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง เพื่อร่วมรักษาความงดงามของท้องทะเลชุมพรให้คงอยู่คู่กับชุมชนและคนรุ่นต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิบ้านนกขมิ้นร่วมกับเทศบาลตำบลกองควาย ส่งมอบบ้านใหม่ให้น้องคชา หลังประสบภัยน้ำท่วมใหญ่จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 บ้านน้ำครกเก่า ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน มูลนิธิบ้านนกขมิ้น ภายใต้ โครงการกองทุนที่อยู่อาศัย ร่วมกับ เทศบาลตำบลกองควาย จังหวัดน่าน ส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ เด็กหญิงคชาภรณ์ ส่างกอง และครอบครัว ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนั้นสร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะบ้านของน้องคชา ที่ถูกน้ำท่วมสูงจนมิดหลังคาเป็นเวลากว่าสองวัน ทำให้โครงสร้างไม้เดิมชำรุด หลังคาเก่าเป็นรูและพื้นไม้ผุพังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย ครอบครัวต้องอาศัยอยู่อย่างระแวดระวังจากฝนและสัตว์มีพิษในบ้าน

จากสถานการณ์ดังกล่าว มูลนิธิบ้านนกขมิ้นซึ่งเคยจัดตั้ง “โรงครัวนกขมิ้น” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตำบลกองควาย จึงได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของครอบครัวน้องคชา และได้ดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ภายใต้ “โครงการกองทุนที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการซ่อมแซมหรือสร้างบ้านให้กับเด็กยากจนและผู้ยากไร้ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย

การส่งมอบบ้านในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเมืองน่านเป็นประธานในพิธี นายสุรชัย สุขเขียวอ่อน ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิบ้านนกขมิ้น นายสุรชัย แสนมี่ ผู้อำนวยการมูลนิธิบ้านนกขมิ้น และทีมงาน รวมถึงคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกองควาย

นำโดย ร้อยตำรวจเอกไชยเดช โรงคำ นายกเทศมนตรีตำบลกองควาย นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ผู้นำท้องที่ และพี่น้องชาวตำบลกองควายร่วมเป็นสักขีพยานในการส่งมอบบ้านหลังใหม่อย่างอบอุ่น นายกเทศมนตรีตำบลกองควาย กล่าวถึงความประทับใจว่า

“วันที่ขึ้นเสา ปูพื้นบ้าน น้องคชากลับมาจากโรงเรียน พ่อเห็นแววตาน้องมีความสุขจนเต็มล้น พอถามว่า ‘รู้สึกยังไงลูก’ น้องตอบว่า ‘หนูมีความสุขค่ะ’ เพราะเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีบ้านใหม่ที่ดีขนาดนี้ ผมรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณมูลนิธิบ้านนกขมิ้นมากครับ ถือเป็นบุญอย่างยิ่งที่ได้เห็นรอยยิ้มของครอบครัวนี้อีกครั้ง”
ด้านน้องคชา กล่าวในพิธีด้วยรอยยิ้มว่า

“หนูขอขอบคุณมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี และเทศบาลตำบลกองควายค่ะ ที่ทำให้หนูได้มีบ้านใหม่ที่แข็งแรงและปลอดภัย หนูดีใจที่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำฝนจะหยดเวลานอน หรือกลัวแมลงมีพิษจากพื้นบ้านอีกแล้วค่ะ”การส่งมอบบ้านในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานของมูลนิธิบ้านนกขมิ้น ที่เชื่อมั่นว่า “เด็กจะเติบโตได้ดี เมื่อมีบ้านและครอบครัวที่มั่นคง”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
มูลนิธิบ้านนกขมิ้น
โทร. 02-375-6497
Facebook: มูลนิธิบ้านนกขมิ้น – Baan Nokkamin Foundation
เว็บไซต์: www.bannokkamin.org/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน