เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงการคนละลูก มอบเกียรติบัตรแสดงความยินดี ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดพังงา ประจำปี พ.ศ.2567

แชร์เนื้อหานี้

โดยนายพิชญพัทธ์ เรืองชาตรี นายอำเภอตะกั่วป่า (ที่ 7 ซ้ายมือ)ประธานพิธีเปิดมอบรางวัล วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ.ศาลาประชาคมที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จังหวัดพังงา ได้ส่งชมรมทูบีนัมเบอร์วัน เข้าประกวดชมรมทูบีนัมเบอร์วันระดับประเทศ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ.อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี กรุงเทพมหานคร มีชมรมทูบีนัมเบอร์วัน จากจังหวัดพังงา ได้รับรางวัล 11 ชมรม ดังนี้1.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันอำเภอตะกั่วป่า 2.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันชุมชนตลาดใหญ่

  1. ชมรมทูบีนัมเบอร์วันชุมชนเสนานุชรังสรรค4.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว
  2. ชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนสตรีพังงา6.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา
  3. .ชมรมทูบีนัมเบอร์วันชุมชนบ้านย่านยาว
  1. ชมรมทูบีนัมเบอร์วันวิทยาลัยเทคนิคพังงา9.ชุมชนทูบีนัมเบอร์วันบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด(มหาชน)10.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนพังงา11.ชมรมทูบีนัมเบอร์วันเรือนจำจังหวัดพังงา12.นางสาววงเดือน โกยดุลย์ บุคลากรผู้ปฎิบัติงานดีเด่นโครงการทูบีนัมเบอร์วัน ยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ปี 2567 ในโอกาสนี้ ศุภชัย ตัณฑสมบูรณ์ ประธานโครงการคนละลูก กล่าว รู้สึก มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่โครงการคนละลูกได้มีโอกาสร่วมแสดงความยินดี ในครั้งนี้ และขอขอบคุณ THAI PRINTING CENTER บริษัท กีล่าสปอร์ต จำกัด Allgether Design ร้านบ้านปกไหม ที่สนับสนุนโครงการคนละลูกมาโดยตลอด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ฝนถล่มสมุทรปราการคืนที่ 2 ถนนแพรกษาจมบาดาลซ้ำ หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์ถูกคลื่นรถบัสซัดล้มจมน้ำ – ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ตรวจระบบระบายน้ำ

แชร์เนื้อหานี้

จากกรณี ฝนตกต่อเนื่องในคืนที่ 2 ของจังหวัดสมุทรปราการ ( วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ) ซึ่งตกหนักเบาสลับกันไปมากันหลายชั่วโมง ทำให้มีน้ำท่วมขังพื้นผิวการจราจร บน ถนนแพรกษา ช่วงตั้งแต่ปากซอยแพรกษา 1 ไปจนถึง ซอยแพรกษา 8 ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร โดยน้ำท่วมขังทั้ง 3 ช่องการจราจร ระดับน้ำสูงเสมอฟุตบาท ทั้งขาไปและขากลับ

ทำให้รถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ สัญจรผ่านได้ลำบาก และมี รถเสียกลางน้ำหลายคันส่วน บริเวณแยกศรีเทพา ซึ่งเป็นจุดตัดของ ถนนเทพารักษ์ และ ถนนศรีนครินทร์ นั้น มีปริมาณน้ำท่วมขัง 10-15 เซนติเมตร น้ำท่วมรอบแยก โดยที่ ถนนศรีนครินทร์ ตั้งแต่ แยกศรีเทพา

ไปจนถึง แยกการไฟฟ้า มีปริมาณน้ำท่วมขังเสมอฟุตบาท รถจักรยานยนต์และรถเก๋งผ่านได้ลำบาก ส่วน ถนนเทพารักษ์ ตั้งแต่ แยกศรีเทพา ไปจนถึง แยกเทพารักษ์ มีน้ำท่วมขังเป็นช่วง ๆ ตลอดสาย น้ำเสมอฟุตบาท ( คลิปแนวตั้งจาก ธน 19-170 บลข.ปากน้ำ ) ในไลน์กลุ่มบรรเทาสาธาณะภัย ด้านแยกปู่เจ้าสมิงพราย

ซึ่งเป็นจุดตัดของถนนสุขุมวิท กับ ถนนปู่เจ้าสมิงพรายนั้น มีน้ำท่วมรอบแยก ปริมาณเสมอฟุตบาท ซึ่งทางด้านเทศบาลที่รับผิดชอบในพื้นที่เร่งสูบน้ำที่ท่วมพื้นผิวการจราจรออกอย่างเร่งด่วนเพื่อเร่งคืนพื้นผิวการจราจรโดยเร็ว แต่ในพื้นที่ขณะนี้ ( 22.00 ) วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568

ก็ยังมีฝนโปรยปรายลงมาเล็กน้อย ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขี่ผ่านน้ำท่วมจนเกิดอุบัติเหตุคลื่นน้ำซัดจนพลิกคว่ำ ( เสื้อดำ ) เล่าว่า ตนเองขี่รถมาตามปกติซึ่งขณะที่กำลังขี่ฝ่าน้ำท่วมนั้น มีรถบัสได้ขับผ่านมาทำให้คลื่นน้ำนั้นซัดจนรถจักรยานยนต์ของตนเองล้มไปกับน้ำท่วม แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย ด้าน ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองแต่มือของเขาชูอยู่เหนือน้ำ

โดยที่คลื่นน้ำจากรถบัสซัดรถจักรยานยนต์ของเขาจนลอย ตัวของเขาจมน้ำตนเองก็เลยช่วยกันขึ้นมาซึ่งตรงที่เขาจมนั้นน้ำลึกด้วย โดยทั้งวันนี้ ทางด้าน นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ เช่น ในพื้นที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี ซึ่งมีน้ำข่วงขังพื้นผิวการจราจร ถนนเทพรัตน์ ช่องคู่ขนาน หลายจุด และ ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบประตูระบายน้ำคลองบางปิ้ง

ขอบคุณภาพน้ำท่วมถนนศีนครินทร์ : ธน 19-170 บลข.ปากน้ำ
ขอบคุณภาพผู้ว่าลงพื้นที่ตรวดน้ำท่วมขังบางนาตราด : FB : สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว สมุทรปราการ ขอบคุณภาพผู้ว่า และ รองนายก อบจ. ลงพื้นที่ตรวดประตู้น้ำบางปิ้ง : FB : Torsak Asvahem

เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /วงการบันเทิงเศร้า เมื่อ คุณ พล พลาพร อดีตพระเอกละครเรื่องดาวพระศุกร์ ได้เสียชีวิตวัย 76 ปี

แชร์เนื้อหานี้

บิณฑ์ ไม่ทิ้งอดีตพระเอกดาวพระศุกร์จัดพิธีวาระสุดท้ายส่งร่าง พล พลาพร
จากกรณีที่ทางด้าน คุณ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เคยออกมาโพสต์เรื่องเศร้าของคนในวงการบันเทิง เมื่อ คุณ พล พลาพร อดีตพระเอกละครเรื่องดาวพระศุกร์ ได้เสียชีวิตลงในบ้านสุขสุดท้าย ด้วย วัย 76 ปี

สาเหตุจากการติดเชื้อในต่อมลูกหมาก โดยเสียชีวิตเมื่อเวลา 03.40 น. บ้าน สุขสุดท้าย ที่ทางคุณบิณฑ์ ได้รับคุณ พล พาลาพร ไปดูแลอย่างดีเรื่อยมากระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โดยทางด้าน คุณบิณฑ์ ได้นำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่คืนวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ทางคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมคณะ และ พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) รวมถึงคนในวงการบันเทิงที่สนิทและคุ้นเคยกับทางคุณ พล พลาพร

ได้ร่วมกันจัดพิธี ฌาปนกิจ ให้กับร่างของคุณ พล ณ เมรุ วัดบางพลีใหญ่กลาง โดยการจัดงานเป็นไปอย่างเรียบง่าย ซึ่งมีบุตรสาวทั้งสองคนเดนิทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ด้าน คุณ บิณฑ์ ระบุว่า สำหรับ คุณ พล พลลาพร หลังจากล้มป่วยเป็นอัมพาตมาได้ระยะและต้องอยู่ในบ้านพักคนเดียวโดยไม่มีใครดูแลเมื่อห้าปีที่ผ่านมา หลังจากที่ตนเองทราบข่าวก็เดินทางไปรับมาดูแลในบ้านสุขสุดท้ายอย่างดีจนแกมีความสุขดี

ทุกครั้งที่ตนเองไปที่บ้านสุขสุดท้าย แกจะคอยจับมือบีบมือตนเองจนแน่นเพื่อแสดงออกให้รู้ว่าเขายังแข็งแรงและมีรอยยิ้มมีความสุขอยู่ในบ้านสุขสุดท้าย กระทั่งมาถึงวาระสุดท้ายของแก ซึ่งตนเองก็เสียใจที่สูญเสียแกไป และเมื่อแก

จากไปก็จึงทำหน้าที่ดูแลจนวาระสุดท้าย ให้ดีที่สุด หากบอกพี่พลให้รับรู้ได้ตนเองก็อยากบอกแกไม่ต้องห่วงอะไรอีก โดยเฉพาะลูกๆสองคนก็เดนิทางมาร่วมงานและมาหาแกแล้ว ซึ่งในวันพรุ่งนี้ทางลูกๆจะนำอัฐิแกไปลอยอังคารด้วยตัวเอง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 แถลงข่าวจับกุมขบวนการค้ายา 2 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน10 กระสอบ น้ำหนัก 490 กก.

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 พ.ย.68 เวลา 1900 กองทัพภาคที่ 2 โดย พลโท วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

โดยมอบหมายให้ พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมแถลงข่าวกรณี กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 จับกุมผู้ต้องหาขบวนการค้ายา จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 10 กระสอบ น้ำหนัก 490 กิโลกรัม

ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ โดยมี พลตำรวจตรี วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (ผบก.ตชด.ภาค 2) เป็นประธานการแถลงข่าว ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 236 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
โดยทางด้านแม่ทัพภาคที่ 2

ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เน้นย้ำการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง เชิงรุก พร้อมเฝ้าระวังปราบปรามยาเสพติด ให้น้อยลงหรือหมดไป ตามนโยบายของรัฐบาล

โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการ ในการปราบปรามยาเสพติด กดดันปราบปรามจับกุมผู้ค้า และผู้เสพยาเสพติดอย่างเข้มข้น และต่อเนื่อง ทั้งในเชิงรับและเชิงรุก การเฝ้าระวัง ป้องกันปราบปราม เพื่อให้ยาเสพติดเหล่านี้ลดให้น้อยลงที่สุด

ที่สำคัญต้องขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งฝ่ายตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ภาคประชาชน ฯลฯ ต่างร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทั้งการแจ้งข่าวให้กำลังพล ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในแต่ละครั้งสำเร็จไปได้ด้วยดี

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ นครราชสีมา/แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการรับ–ส่งทหารใหม่ มทบ.26 จังหวัดบุรีรัมย์

แชร์เนื้อหานี้

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 2/2568

ในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา เพื่อรับฟังการรายงานความก้าวหน้าการฝึกฯ และให้โอวาทแก่ทหารใหม่

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะ พูดคุยและให้กำลังใจทหารใหม่ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยฝึกดำเนินการฝึกตามระเบียบแบบธรรมเนียมทหาร และปฏิบัติตามนโยบายของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด

อีกทั้ง ให้ความสำคัญกับการดูแลทหารใหม่ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นทหารที่มีความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ

กองทัพภาคที่2

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 ตรวจเยี่ยมการรับ–ส่งทหารใหม่ มทบ.26 จังหวัดบุรีรัมย์

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการ รับ–ส่งทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/258 ณ มณฑลทหารบกที่ 26 จังหวัดบุรีรัมย์

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้พบปะ พูดคุย และให้กำลังใจกับญาติและครอบครัวของน้อง ๆ ทหารกองประจำการ

พร้อมกล่าวสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองว่า “กองทัพจะดูแลลูกหลานของทุกคนอย่างดีที่สุด เพราะเราทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน”

ทั้งนี้ การรับ–ส่งทหารกองเกินในครั้งนี้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ภายใต้ความร่วมมือของทุกส่วน เพื่อเตรียมกำลังพลเข้ารับการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ตามระเบียบของกองทัพบก

โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำให้หน่วยฝึกให้ความสำคัญกับการดูแลน้องทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความเป็นอยู่ เพื่อวางรากฐานสู่การเป็นทหารที่มีความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ

กองทัพภาคที่2 เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/คนบึงกาฬรักสุขภาพร่วมกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ เมืองไทยไร้สโตรค” คึกคัก

แชร์เนื้อหานี้

บึงกาฬ – วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง เทศบาลเมืองบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ เมืองไทยไร้สโตรค” ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 5,000 คน ใน 7 สนามทั่วจังหวัดบึงกาฬ

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย ลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพาต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ พ่อค้า นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกได้ตามความถนัด ทั้งการเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ระยะทาง 5 กิโลเมตร เส้นทางรอบแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สำหรับจังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมพร้อมกันใน 7 สนาม ได้แก่สนามอำเภอเมืองบึงกาฬ ถนนข้าวเม่าริมโขงสนามอำเภอโซ่พิสัย ถนนหน้าที่ว่าการอำเภอโซ่พิสัยสนามอำเภอเซกา หน้าที่ว่าการอำเภอเซกาสนามอำเภอพรเจริญและอำเภอศรีวิไล บริเวณวัดภูทอก บ้านนาคำแคนสนามอำเภอบึงโขงหลง ที่ว่าการอำเภอบึงโขงหลงสนามอำเภอปากคาด

ลานพญานาคริมโขง เทศบาลตำบลปากคาดสนามอำเภอบุ่งคล้า สะพานแขวนกิ้งก่าภูวัว ริมโขงบุ่งคล้าโครงการ “แสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน–วิ่ง–ปั่น ป้องกันอัมพาต” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “เมืองไทยไร้สโตรค” มุ่งสร้างสังคมสุขภาพดี ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข และสร้างแรงจูงใจให้คนไทยหันมาดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายมติชน ชูทับทิม รองนายก.อบจฉะเชิงเทรา ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี 2568 ณ.วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.50 น. ณ วัดสมานรัตนาราม ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา นายมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ประธานถวายผ้าพระกฐิน

พระราชทาน ประจำปี 2568 พร้อมด้วย ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี โดยมี พระราชวชิรประชานาถ เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา(ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ตามที่ นายมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอพระราชทานไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์ ณ วัดสมานรัตนาราม ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา

เพื่อร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และสาธารณะประโยชน์ กฐินพระราชทาน เป็นผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน และเครื่องกฐินแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราช

บริพาร ส่วนราชการ หน่วยงาน สมาคม หรือเอกชน ให้ไปทอดยังพระอารามหลวงต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร โดยปัจจุบันกรมการศาสนาเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบจัดผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินถวาย โดยวันนี้ ยอดรวมทั้งสิ้น 2,525,568 บาท เพื่อถวายให้กับวัดสมานรัตนาราม ต่อไป ฉะเชิงเทรา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ทำดี 100 วัน” ลุยใต้! วันที่ 6 จัดเลี้ยงข้าวหมกไก่-มอบถุงยังชีพ ตอกย้ำพลังหนุนจาก ‘ผบช.ภ.9-เลขาฯ ศอ.บต.’

แชร์เนื้อหานี้

ความคืบหน้าโครงการ “ทำดี 100 วัน” เพื่อถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่ของแผ่นดิน” โดยการนำของ นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) ที่เข้าสู่วันที่ 6 ของการดำเนินงานอย่างเข้มข้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมฯ เปิดเผยถึงการดำเนินกิจกรรมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการได้รับความร่วมมือและการตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยมจากทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในพื้นที่ ได้แก่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมหลักในแต่ละวันของโครงการ “ทำดี 100 วัน” เน้นการช่วยเหลือกลุ่มผู้เปราะบางในมิติต่าง ๆ อย่างครอบคลุม โดยวันนี้ ( 31 ต.ค. 68 ) ทางสมาคมสื่อมวลชนและภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันจัดเลี้ยง “ข้าวหมกไก่” และ มอบถุงยังชีพ ให้กับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะขยายมิติการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

นายกสมาคมสื่อมวลชนฯ กล่าวว่า การช่วยเหลือไม่ได้จำกัดอยู่แค่การมอบอาหารและถุงยังชีพเท่านั้น แต่ยังมีการดำเนินการในมิติอื่น ๆ ตลอด 6 วันนี้ ได้ดำเนินการ มอบอิฐ สำหรับสร้างและซ่อมแซมบ้านเรือนให้กับผู้ยากไร้ มอบสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็น ให้กับผู้ป่วยติดเตียง เลี้ยงอาหาร และ มอบข้าวสารอาหารแห้ง โดยกำหนดเป้าหมายไว้ที่ วันละ 100 ชุด จำนวน 100 วัน การร่วมกัน พัฒนาพื้นที่ เพื่อสร้างความสามัคคีภายในชุมชน นอกจากกิจกรรมภาคสนามแล้ว โครงการยังได้ขยายผลสู่ภาคการศึกษา โดยมีเป้าหมาย โรงเรียนกว่า 100 สถาบัน เข้าร่วมการประกวดกิจกรรม “ทำดี 100 วันเพื่อแม่ของแผ่นดิน”

นักเรียนจากทั้ง 100 สถาบันนี้ จะเข้าร่วมการประกวด เรียงความ เพื่อชิงรางวัลจากผู้ใหญ่ใจดี โดยสมาคมสื่อมวลชนฯ ได้กำหนดจัด พิธีมอบรางวัลดังกล่าวในวันนักข่าว ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2568 นี้ นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมสื่อมวลชนฯ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมทำความดีในโครงการ “ทำดี 100 วัน” เพื่อ ‘แม่ของแผ่นดิน’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและสร้างสรรค์สังคมชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน

นางสาวรอกาฮา กามา ครูจากโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันที่เข้าร่วมกิจกรรม ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะมิติของการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงออกผ่านการประกวดเรียงความ “การที่สมาคมสื่อมวลชนฯ เปิดโอกาสให้นักเรียนร่วม”ทำดี 100 วัน” เพื่อ ‘แม่ของแผ่นดิน’ ผ่านการเรียงความนั้น ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ขอชื่นชมสมาคมสื่อมวลชนฯ ที่เชิญชวนโรงเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนชนบทที่อยู่ห่างไกลตัวเมือง อย่างโรงเรียนของตน ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้ให้นักเรียนร่วม ‘ทำดี 100 วัน’ เพื่อ ‘แม่ของแผ่นดิน’ แล้วยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับโอกาสได้แสดงออกอีกด้วย”

นางสาวรอกาฮา ยังกล่าวขอบคุณไปยังภาคีเครือข่ายและผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่เล็งเห็นความสำคัญและให้การสนับสนุนต่อกิจกรรมครั้งนี้อย่างยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อการพัฒนาเยาวชนและการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีงามในพื้นที่ชายแดนใต้ โครงการ “ทำดี 100 วัน” ที่ดำเนินงานต่อเนื่องและขยายผลไปสู่ภาคการศึกษาเช่นนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการขับเคลื่อนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยเหลือผู้เปราะบาง แต่ยังช่วยส่งเสริมศักยภาพและความสามัคคีในชุมชนไปพร้อมกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 จับกุมชาวจีน 18 คน เมียนมา 2 คน ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “จีนหลอกจีน” เช่าบ้านหรู พื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

30 ตุลาคม 2568 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.วชิรศักดิ์ ศรีประสม รอง ผบก.สส.ภ.5 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5, บก.ตม.5, ตม.จว.เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านเลขที่ 161/11 ม.2 ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตามหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ ค.602/2568 ลง 29 ต.ค.68 เนื่องจากสืบทราบข้อมูลว่า บ้านหลังดังกล่าว มีกลุ่มชาวจีนอาศัยอยู่ และมีลักษณะต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (แก๊งคอลเซ็นเตอร์)

ผลการตรวจค้นพบ

  • ชาวต่างชาติสัญชาติจีน จำนวน 18 ราย (ชาย 14, หญิง 4)
  • ชาวต่างชาติสัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 2 ราย

ตรวจยึดอุปกรณ์

  • คอมพิวเตอร์ จำนวน 10 เครื่อง
  • โทรศัพท์มือถือ จำนวน 80 เครื่อง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดแอบอ้างเป็นคอลเซ็นเตอร์ (จีนหลอกจีน) อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ส่งพัสดุ (SMS) หลอกลวงว่ามีพัสดุตกค้าง หรือ เจ้าหน้าที่ประกัน เพื่อโทรสอบถามเอาข้อมูล แอบอ้างยกเลิกกรมธรรม์ เมื่อเหยื่อหลงกลจะเข้าใจผิดว่าเหยื่อจะได้รับเงินประกันคืน จากนั้นจะมีการสนทนากับเหยื่อเพื่อหลอกลวงให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน(เงิน) ของเหยื่อ โดยจะทำการสืบสวนขยายผลผู้ร่วมกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้กล่าวว่าตำรวจภูธรภาค 5 ได้ถือปฏิบัติตามนโยบาย รัฐบาล และ ผบ.ตร. เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดยได้ให้ความสำคัญการกวาดล้างอย่างจริงจังและต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้กำชับเด็ดขาดว่าข้าราชการตำรวจในสังกัดต้องไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องผลประโยชน์โดยมิชอบ หากตำรวจนายใดมีพฤติกรรมไปช่วยเหลือ หรือกระทำความผิดเสียเอง จะถูกดำเนินการอย่างเฉียบขาดทุกราย

ไม่มีละเว้น และได้ขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนในการช่วยแจ้งเบาะแสหากพบพฤติกรรมต้องสงสัยของชาวต่างชาติเช่นพักอาศัยอยู่ร่วมกันโดยไม่ปรากฏอาชีพชัดเจน – มักมาเป็นกลุ่ม 3–6 คน เช่าที่พักระยะสั้น และไม่สุงสิงกับคนในชุมชน และมีพฤติกรรมเข้า–ออกไม่เป็นเวลา , มีเสียงพูดโทรศัพท์ภาษาต่างประเทศตลอดเวลา – มักได้ยินเสียงสนทนาภาษาต่างประเทศดังออกมาจากห้องเกือบตลอดทั้งวัน โดยมีลักษณะเหมือนการอ่านสคริปต์ซ้ำ ๆ ในการโทรหลอกเหยื่อ และมีอุปกรณ์สายไฟหรือเครื่องมือสื่อสารจำนวนมาก เป็นต้น โปรดแจ้งสายด่วน 191 และช่องทาง LINE official ของตำรวจภูธรภาค 5 ไอดี @police 5 ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง///

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) “อร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ” 29 ตค.-2 พย. 2568 ที่ศูนย์การค้า มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ

แชร์เนื้อหานี้

พัฒนาชุมชน สป. จัดงานอร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ พัฒนาชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดโครงการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดในทุกมิติ ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานด้วยแนวทาง BCG Model แบบบูรณาการสู่เศรษฐกิจฐานราก

กิจกรรม ยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน ด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ด้วยแนวทาง BCG Model แบบครบวงจร จึงได้จัดแสดงและจำหน่ายสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดสมุทรปราการภายใต้ชื่อ “อร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-2พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์การค้า มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่ ลานกิจกรรม ศูนย์การค้า มาร์เก็ต วิลเลจ สุวรรณภูมิ สำนักงานพัฒนาชุมชน จังหวัดสมุทรปราการ โดย นางสาวสุขนันทิพย์ ศรีสมวงษ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานเปิดงาน อร่อยล้ำ GI สมุทรปราการ มีนางสาวอวยพร สงแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน กล่าวรายงาน

โดยก่อนเริ่มเข้าสู่พิธีการ ทุกคนที่เข้าร่วมงานต่างยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกถึงสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้มีการแสดงจินตลีลาประกอบบทเพลงอาลัยพระพันปี โดยคณะหุ่นคนมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ โดยนางสาวสุขนันทิพย์ ศรีสมวงษ์ พัฒนาการจังหวัดสมุทรปราการ

ประธานในพิธี ได้มอบรางวัลกิจกรรมในการประกวดสินค้าเกษตร (GI) ของจังหวัดสมุทรปราการ ภายในงานยังมีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เอิ้นขวัญ วรัญญา กิจกรรมสาธิตการปรุงอาหารเมนูใหม่โดยใช้สินค้า GI ของจังหวัดสมุทรปราการโดยเชฟตุ๊กตา “บ้านยี่สาร” ภายในงานยังมีบูธสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดสมุทรปราการ กว่า 42 ร้านค้า


จังหวัดสมุทรปราการตั้งอยู่ภาคกลางของประเทศไทย อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนปลายสุดของแม่น้ำเจ้าพระยา และเหนืออ่าวไทย ลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกลางจังหวัด และมีลำคลองมากมาย เกษตรกรมีศักยภาพทั้งด้านการเพาะเลี้ยงและแปรรูปที่เป็นอัตลักษณ์ และสภาพพื้นที่เหมาะแก่การทำการประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งน้ำจืด และชายฝั่ง เช่น ปลาสลิด กุ้งก้ามกราม กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาว หอยแครง หอยแมลงภู่ ปลากะพงขาว และ ปูทะเล เป็นต้น

นอกจากนั้นยังมีพืชผลทางเกษตร อาทิ ข้าว มะม่วง มะพร้าว พืชผักสมุนไพร โดยเฉพาะปลาสลิดและมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร โดยการส่งเสริมและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยทั้งตลาด ในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ช่วยส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มใน ห่วงโซ่สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอย่างยังยืน

โดยอาศัยจุดเด่นทั้งเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสินค้าเกษตรเฉพาะพื้นที่ ผสมสานภูมิมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ชื่อเสียงและคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าที่เชื่อมโยงกับแหล่งภูมิศาสตร์จังหวัดสมุทรปราการ จึงจัดทำโครงการจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าGIก่อให้เกิดรายได้ กับเกษตรกรและท้องถิ่นอย่างแท้จริงต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรณรงค์งดปล่อยโคมลอย พลุ ดอกไม้ไฟ หรือฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า ช่วงเทศกาลลอยกระทง เพื่อความปลอดภัยทางการบิน
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนโดยรอบ งดปล่อยโคมลอย จุดพลุ ลูกโป่ง ดอกไม้ไฟ หรือฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า ในช่วงเทศกาลลอยกระทง

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่ออากาศยานและความปลอดภัยด้านการบิน ทสภ. ตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ประเพณีไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม การปล่อยโคมลอย จุดพลุ ลูกโป่ง จุดดอกไม้ไฟ ฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า เป็นกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่ออากาศยาน การปฏิบัติงานของท่าอากาศยาน ตลอดจนอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สิน ในโอกาสนี้ ทสภ.

จึงขอความร่วมมือหน่วยงานและประชาชนโดยรอบ ทสภ. งดการกระทำดังกล่าวที่ส่งผลกระทบต่อการบินในบริเวณพื้นที่โดยรอบสนามบิน หรือหากมีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยโคมลอยหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอในท้องที่ก่อน อย่างไรก็ตาม ทสภ.

ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ให้ตระหนักถึงอันตรายและผลกระทบต่อความปลอดภัยด้านการบินจากการปล่อยโคมลอย การจุดพลุ ลูกโป่ง ดอกไม้ไฟ หรือฉายแสงเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้า พร้อมชี้แจงถึงบทลงโทษตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นหากมีการกระทำดังกล่าว


ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ทสภ. จะดำเนินการตรวจสอบทางวิ่งทางขับเพื่อไม่ให้มีวัสดุแปลกปลอมบนทางวิ่งทางขับอันเป็นอันตรายต่ออากาศยาน โดยจะเฝ้าระวังเป็นพิเศษบริเวณแนวขึ้น – ลง ของเครื่องบิน และบริเวณพื้นที่โดยรอบสนามบิน รวมถึงได้มีการประสานกับ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ดูแลบริหารจัดการการจราจรทางอากาศในการบินเข้า – ออก ทสภ. ในช่วงเวลาดังกล่าวให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดตลอดช่วงเทศกาล
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ทสภ. หมายเลขโทรศัพท์ 0 2132 5619


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ