เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมัคร สส.สมุทรปราการ คึกคัก พรรคใหญ่ส่งผู้สมัครครบ 8 เขต กองเชียร์แห่ให้กำลังใจแน่น

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสมุทรปราการ วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก พรรคการเมืองใหญ่ตบเท้าส่งผู้สมัครครบ

ทั้ง 8 เขต ท่ามกลางกองเชียร์ที่แห่ร่วมให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเข้มงวด

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 27 ธันวาคม 2568 บรรยากาศการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต จังหวัดสมุทรปราการ วันแรก

ที่ หอประชุมเทศบาลตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคเดินทางนำผู้สมัคร

เข้าลงทะเบียนสมัครรับการเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง
พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครในครั้งนี้ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคปวงชนไทย ต่างส่งตัวแทนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ครบทั้ง 8 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ

พร้อมเข้าร่วมกระบวนการจับฉลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัครตามขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้งขณะเดียวกัน กองเชียร์ของแต่ละพรรคและผู้สมัครต่างพากันเดินทางมาให้กำลัง

ใจอย่างเนืองแน่น สร้างสีสันและบรรยากาศคึกคักตลอดพื้นที่รับสมัคร ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จัดกำลังดูแลอย่างเข้มงวด

สำหรับพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรค

พลังประชารัฐ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ หลังมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่น “บ้านใหญ่อัศวเหม” ย้ายเข้า

ร่วมสังกัด และส่งผู้สมัครลงแข่งขันครบทั้ง 8 เขต ถือเป็นการประกาศความพร้อมทางการเมือง เพื่อชิงพื้นที่กับพรรคประชาชน

ซึ่งเคยครองที่นั่ง สส. ครบทุกเขตของจังหวัดสมุทรปราการในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตลอดกระบวนการรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ไม่พบเหตุวุ่นวายหรือการกระทำที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เดินหน้าขับเคลื่อน “มรดกน่านสู่มรดกโลก” ชูจุดเด่น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” หวังสืบสานอัตลักษณ์และกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ประกาศความพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการผลักดันเมืองเก่าน่านขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage) ภายใต้แนวคิด “Nan: The Living Heritage” หรือ “น่าน: มรดกแห่งชีวิต” มุ่งหวังเชิดชูคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน พร้อมวางรากฐานการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน

หัวใจหลักของการขับเคลื่อน การผลักดันในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์โบราณสถานเท่านั้น แต่เป็นการนำเสนอความโดดเด่นของน่านในฐานะเมืองที่ “วัฒนธรรมยังมีชีวิต” (Living Heritage) ที่ซึ่งผู้คน ชุมชน และโบราณสถานดำรงอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

โดยมีกลไกการขับเคลื่อนหลัก 3 ด้าน คือ:การอนุรักษ์ตามมาตรฐานสากล: เร่งปรับปรุงและรักษาสภาพโบราณสถานสำคัญ เช่น วัดภูมินทร์, วัดพระธาตุแช่แห้ง และย่านเมืองเก่า ให้คงความสมบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ของ UNESCO

การมีส่วนร่วมของชุมชน: มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจและให้ชาวน่านมีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดการพื้นที่ เพื่อให้การเป็นมรดกโลกส่งผลดีต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน: เชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมเข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงฃฃ

คุณภาพและการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น”การขับเคลื่อนน่านสู่มรดกโลกไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย แต่คือกระบวนการที่จะช่วยให้คนน่านเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมี และร่วมกันรักษาความงามนี้ไว้ให้ลูกหลานอย่างมีระบบ พร้อมทั้งเปิดบ้านต้อนรับชาวโลกด้วยความภาคภูมิใจ”​ก้าวต่อไปของน่าน

ในขณะนี้ คณะทำงานอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการและการจัดทำเอกสารเพื่อเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก พร้อมทั้งเดินหน้าจัดประชาพิจารณ์ในทุกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าการก้าวสู่มรดกโลกครั้งนี้จะเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาวน่านและคนไทยทุกคน
​จังหวัดน่าน

จึงขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและติดตามความคืบหน้าของมหากาพย์การเดินทางครั้งสำคัญนี้ เพื่อส่งมอบมรดกอันล้ำค่าของไทยสู่สายตาโลกอย่างสง่างาม/ภาพข่าว/สนง.ปชส.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ้ก เปีย ผู้ช่วย ผบ.ตร.บินตรงโคราช พร้อมจุดบริการประชาชน รับปีใหม่ 2569 เน้นลดอุบัติเหตุ ดูแลประชาชนตลอดเส้นทาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (26 ธันวาคม 2568) ที่จังหวัดนครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และ

มาตรการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569โดยมี พล.ต.ต.บรรพต มุ่งขอบกลาง รอง ผบช ภ.3 พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

พร้อมด้วย พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.วิษณุ คำโนนม่วง ผกก.6 บก.ทล.พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ นนทะโชติ สวป.สภ.โพธิ์กลางและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ในพื้นที่การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของ จุดบริการประชาชนบนเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 และเส้นทางหลักเข้า–ออกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับฟังบรรยายสรุปการจัดการจราจร การเปิดใช้เส้นทางพิเศษ มาตรการลดอุบัติเหตุ รวมถึงแผนการช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มงวด แต่เป็นมิตรกับประชาชนนอกจากนี้ ยังได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่

ย้ำชัด เป้าหมายสำคัญคือ ลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดูแลความปลอดภัยประชาชนทุกเส้นทาง ให้เดินทางอุ่นใจตลอดเทศกาล ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 30 ธันวาคม 68 ถึง 5 มกราคม 69 ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เมืองพัทยาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 “PATTAYA THE SEALEBRATION OF LIGHT AND LEGACY” เนรมิต 11 จุดแลนด์มาร์ก /ไดอาน่าพัทยา ส่งความสุขรับเทศกาลคริสต์มาส/พรรคเพื่อไทยเปิดตัว ผู้สมัคร สส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 19 ธ.ค.68 ที่บริเวณลานปู่ตาก หน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นำคณะผู้บริหารเมืองพัทยา สมาชิกสภาเมืองพัทยา ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจนผู้เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ร่วมยืนไว้อาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที ก่อนจะทำพิธีเปิดการแถลงข่าว เปิดโครงการ Pattaya Festival ภายใต้งาน “PATTAYA THE SEALEBRATION OF LIGHT AND LEGACY”

โดยโครงการดังกล่าว เมืองพัทยาร่วมแสดงความอาลัยจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมประดับไฟสวยงามเพิ่มแสงไฟทั่วเมือง ระหว่างวันที่ 19 ธ.ค. 2568 – 4 ม.ค. 2569 โดย จุดไฮไลต์ไฟประดับทั่วพัทยารวมทั้งสิ้น 11 จุด ประกอบด้วย 1.บริเวณเกาะกลาง ถนนสุขุมวิท พัทยากลาง 2.บริเวณใต้ทางต่างระดับแยกมอเตอร์เวย์ 3.บริเวณเกาะกลาง ถนนสุขุมวิท พัทยาเหนือ 4.บริเวณเกาะกลางถนนพัทยาเหนือ 5.ศาลาว่าการเมืองพัทยา 6.สวนสาธารณะลานโพธิ์ นาเกลือ 7.วงเวียนโลมา 8.บริเวณซุ้มหน้าโรงแรมโอโซ พัทยา 9.บริเวณโค้งดุสิต พัทยาเหนือ 10.ถนนเลียบชายหาดพัทยา และ 11.หาดจอมเทียน ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เก็บภาพความประทับใจตลอดเทศกาล

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวันแรกของการแสดงสัญลักษณ์ในการนำสิ่งดีๆ ที่เป็นสีสัน และเป็นสิ่งที่คนพัทยาได้ร่วมกับรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง รวมทั้งเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป ภายใต้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงขอประกาศเปิดงานอย่างเป็นทางการ ณ โอกาสนี้

พรรคเพื่อไทยเปิดตัว ผู้สมัคร สส.ชลบุรี ทั้ง 10 เขต

วันที่ 23 ธ.ค.68 ที่โรงแรมแกรนด์พาลาสโซ่ พัทยา จ.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ทำการจัดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชลบุรี เพื่อขอรับฟังความคิดเห็นและการให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยมีสมาชิกพรรคในพื้นที่เข้าร่วมประชุมอย่างคึกคัก

ในการประชุมได้เปิดลงทะเบียนสมาชิก ตรวจสอบความเป็นสมาชิกพรรคและสิทธิในการลงคะแนนพิจารณาตัวแทนว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย จังหวัดชลบุรี ทั้ง 10 เขต ประกอบด้วยเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองชลบุรี (ต.แสนสุข-อ่างศิลา-ห้วยกะปิ-หนองข้างคอก-บ้านปึก-เสม็ด-เหมือง-หนองรี) นายรัฐรุจน์ ปิยะพงศ์ภัทร์เขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอเมืองชลบุรี (ต.บางทราย-มะขามหย่ง-บ้านสวน-บ้านโขด-บางปลาสร้อย-นาป่า) นายคงพัชร ไขรัศมีเขตเลือกตั้งที่ 3 อำเภอเมืองชลบุรี (เฉพาะ ต.คลองตำหรุ-หนองไม้แดง-ดอนหัวฬ่อ-สำนักบก) อำเภอบ้านบึง (เฉพาะ ต.หนองซ้ำซาก-มาบไผ่-หนองบอนแดง-หนองชาก) อำเภอพานทอง นายพายุ

เนื่องจำนงค์เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอบ้านบึง (ยกเว้น ต.หนองซ้ำซาก-มาบไผ่-หนองบอนแดง-หนองชาก) อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ นายลิขิต อัศวจารุวรรณเขตเลือกตั้งที่ 5 อำเภอพนัสนิคม อำเภอเกาะจันทร์ นายประมวล เอมเปีย
เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอพนัสนิคม (เฉพาะ ต.บางพระ-ศรีราชา-สุรศักดิ์-ทุ่งสุขลา) อำเภอเกาะจันทร์ นายศรกฤต ผลลูกอินทร์
เขตเลือกตั้งที่ 7 อำเภอศรีราชา (ยกเว้น ต.หนองขาม-เขาคันทรง-บ่อวิน-บึง) นายนฤพล นิยมทรัพย์เขตเลือกตั้งที่ 8 อำเภอบางละมุง (เฉพาะ ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง-ห้วยใหญ่)

นายชาญยุทธ เฮงตระกูลเขตเลือกตั้งที่ 9 อำเภอบางละมุง (ยกเว้น ต.บางละมุง-หนองปลาไหล-นาเกลือ-ตะเคียนเตี้ย-เขาไม้แก้ว-โป่ง-ห้วยใหญ่) นายรัฐกิจ เฮงตระกูลเขตเลือกตั้งที่ 10 อำเภอสัตหีบ (ต.สัตหีบ-พลูตาหลวง-บางเสร่-นาจอมเทียน-แสมสาร) นายอัครเศรษฐ รักษ์สกุลสงสัยหลังจากนั้นได้พิจารณาความเห็นชอบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยจำนวน 100 รายชื่อ โดยในส่วนของจังหวัดชลบุรีไม่ได้ส่งบัญชีรายชื่อในการคัดสรร จึงทำการปิดประชุมสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชลบุรีในครั้งนี้ตามลำดับกำหนดการ

ไดอาน่าพัทยา ส่งความสุขรับเทศกาลคริสต์มาส พร้อมช่วยเหลือมูลนิธิ HHN เพื่อเด็กไทย

วันที่ 24 ธ.ค.68 โรงแรมไดอาน่าการ์เด้นรีสอร์ท พัทยา โดย นางโสภิญ เทพจักร์ กรรมการผู้จัดการ ไดอาน่าการ์เด้นรีสอร์ท พัทยา ได้จัดกิจกรรมเลี้ยงอาหารเพื่อขอบคุณ
ลูกค้า เนื่องในเทศกาลคริสต์มาส 2025 และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2026 ภายใต้ชื่อกิจกรรม Christmas Eve Party Diana Garden Resort Pattaya

โดยทางโรงแรมได้ใช้พื้นที่บริเวณค็อฟฟี่เฮ้าส์ เป็นสถานที่จัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม
ให้ลูกค้าของทางโรงแรมเนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ คือก่อนวันคริสต์มาส 25 ธันวาคมหนึ่งวัน เพื่อส่งมอบความสุขเนื่องในเทศกาลดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปีที่ทางโรงแรมจัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมการกุศลช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสจากมูลนิธิ HHN เพื่อเด็กไทย โดย นางรัชฎา ชมจินดา ผู้อำนวยการ มูลนิธิ HHN เพื่อเด็กไทย ได้นำเด็กๆ มาร่วมกิจกรรมสร้างสีสันร้องเพลงและเต้นประกอบจังหวะ ช่วยเพิ่มบรรยากาศของงานให้เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น

The bay เปิดงาน Official Experience Festival ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่

ค่ำวันที่ 26 ธ.ค.68 โครงการ The Bay โดย ปิติ Road Top ร่วมกับ ชูใจ Beat Bar ได้มีการจัดงาน Official Experience Festival เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว 4 รูปแบบ ได้แก่Experience 1 ลานปิติ Road Top บาร์ติดพื้นแห่งแรกของประเทศไทยExperience 2 การผสมผสานดนตรีไทยกับดีเจ
Experience 3 ต้นแมงกะพรุนอินดัสเตรียลที่ใหญ่และสูงที่สุดในเมืองพัทยา และExperience 4 ชูใจ Beat Bar เชิญร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความเป็นกันเองด้วยอารมณ์ Emotional Concept

คุณอนา วงศ์สิงห์ ผู้บริหาร The Bay แหล่งรวมความบันเทิงนานาชาติริ หาดพัทยา เปิดเผยว่า The Bay ถือเป็นแลนด์มาร์กจุดนัดใหม่ริมทะเลพัทยา ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมความบันเทิง และเอนเตอร์เทรนเม้นต์มิลเลี่ยนวิว ที่มีความเพียบพร้อม

โดยจะมีทั้ง คาเฟ่ ร้านอาหารนานาชนิดจากทั่วโลก ร้านสตรีทฟู้ด ค็อกเทล ร้านอาหารดูไบ อินเดีย และจีน ไอศครีมตุรีกีผลไม้กว่า 40 รสชาติ ร้านปิ้งย่างแผ่นดินใหญ่ และอีกมากมายภายในงานได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เดินทางเป็นประธานเปิดงาน ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก อาทิ

นายสุพจน์ โตพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายดำรงค์ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา นายชาญยุทธ ยังปรีดา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา นายสุริวัฒน์ เริ่มกิจการ สมาชิกสภาเมืองพัทยา พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.พีรยุทธ บริสุทธิ์ธรรม สวป.สภ.เมืองพัทยา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานท่องเที่ยวปลาดุกเผาสะเดาหวาน 1 อำเภอ 1 เทศกาลสร้างสรรค์ อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 26 ธันวาคมพ.ศ 2568 ณ.บริเวณด้านหน้าที่ว่าการอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นายสุวรรณ เนตรเนติกุล นายอำเภอปรางค์กู่ ได้เป็นประธานเปิดงาน โดยมี ดร.วิลดา อินฉัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต 7 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

หน่วยงานทุกภาคส่วน และประชาชนชาวเข้าร่วมงาน การจัดงานครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวปลาดุกเผาสะเดาหวาน อําเภอปรางค์กู่ ประจำปี พ.ศ.2568 ภายใต้ความร่วมมือของผู้นำฝ่ายท้องที่ท้องถิ่นทั้ง 10 ตำบล 141 หมู่บ้าน ในการยกระดับต้นทุนทางวัฒนธรรม ตลอดจนความเป็นวิถีของผู้คน อีกทั้ง

ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในท้องที่ ถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญและชุมชนต่างมีความต้องการในการแสดงถึงความเป็นอัตลักษณ์ของชาวปรางค์กู่แท้ๆ เนื่องจากหลังจากการทำนา จะมีการลงแขกจับปลาบ่อกลางทุ่ง ซึ่งในพื้นที่จะมีปลาดุกนาตามธรรมชาติเป็นจำนวนมาก

ประกอบกับในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ดาบวิชัยหรือตำรวจบ้าปลูกต้นไม้ ได้วางรากฐานการปลูกต้นไม้ ทำให้สองข้างมีต้นไม้หลากหลายพันธ์ และ หนึ่งในนั้นได้แก่ต้นสะเดา ซึงในช่วงนี้กำลังเริ่มมีการออกดอกผลิใบ ถือว่าเหมาะอย่างยิ่งแก่การนำมาบริโภคหรือเก็บไปจำหน่ายสร้างรายได้ตามมา

ส.ต.ท.วิษณุ สำเริงปลัดอาวุโสอำเภอปรางค์กู่ กล่าวว่า จากต้นทุนตามธรรมชาติที่สำคัญ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้ง 10 ตำบล จึงได้พร้อมใจกำหนดจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวปลาดุกเผาสะเดาหวาน อำเภอปรางค์กู่ ระหว่างวันที่26-28 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับอำเภอ เป็นการสนองนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว 1 อำเภอ 1 เทศกาลสร้างสรรค์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ในระดับท้องถิ่น ให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายสินค้าของชุมชน ขณะเดียวกัน เป็นการสร้างความตระหนักถึงการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นให้มีความอุดสมบูรณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกัน ผู้สนใจอยากชิมลิ้มลองรสชาติและสรรพคุณทางยา ต้องไม่พลาด งานจะจัดไปจนถึง 28 ธันวาคม 2568

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆเช่นแข่งขันจับปลาดุกจับปลาไหลเพื่อชิงเงินรางวัล แข่งขันกินปลาดุกเผาสะเดาหวานใครกินได้เยอะเป็นฝ่ายชนะ และยังมีการแข่งประกวดการตกแต่งความสวยงามของถาดอาหารและรสชาติอาหารอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “วันดินโลก 2568” ชูแนวคิด “Healthy soils for healthy cities” น้อมรำลึก “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดบ้านต้อนรับประชาชนและภาคีเครือข่าย ร่วมงาน “วันดินโลก ประจำปี 2568” (World Soil Day 2025) กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก

ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก โดยมี นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงาน

พัฒนาที่ดินเขต 12 เป็นประธาน และมีคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พสกนิกร และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ประธานในพิธี ได้นำผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เพื่อน้อมรำลึกถึงตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดิน พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ สร้างความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย และได้นำกล่าวปฏิญาณตนที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ เพื่อรักษาผืนดินให้ยั่งยืนสืบไป

ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการจัดงานปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Healthy soils for healthy cities : ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ว่า ปีนี้ทางศูนย์ฯ มุ่งเน้นสร้างความตระหนักเรื่อง การปิดทับหน้าดิน (Soil Sealing) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมเมือง

ที่พื้นที่เกษตรถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ดินตายและสูญเสียระบบนิเวศ พร้อมนำผลสำเร็จของศูนย์ฯ มาถ่ายทอดสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเมือง ให้รู้วิธีการดูแลดินและปลูกพืชในพื้นที่จำกัด เพื่อสร้างสมดุลคืนสู่เมืองและเกื้อกูลชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

สำหรับไฮไลท์ที่สร้างสีสันและความรู้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งสาระและความเพลิดเพลิน อาทิ นิทรรศการ “เกษตรคนเมือง” ที่สาธิตการผสมดินสูตรพิเศษ (ดินดี) สำหรับปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีพื้นที่น้อย, บริการ คลินิกดิน

ตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของธาตุอาหาร, การจำหน่ายผลผลิตการเกษตรปลอดภัยจากเกษตรกรตัวอย่าง และกิจกรรมยอดฮิตอย่างการ นั่งรถลากพ่วง ชมทัศนียภาพและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตรอบศูนย์ฯ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมกิจกรรมย้อนหลังและข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ ตร.ภูธร จ.เชียงใหม่ จัดพิธีส่งมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ เสริมศักยภาพงานป้องกันปราบปราม เพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานส่งมอบรถจักรยานยนต์งานสายตรวจ พร้อมอุปกรณ์ (ทดแทน) จำนวน 374 คัน

ให้แก่หน่วยในสังกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

โดยมี พ.ต.อ.สมชาย เขียวจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.สุรชัย ศุภยศอมร รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.ภูวนาถ ดวงดี รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่,

พ.ต.อ.อัครารัฐ สุพานิชวรภาชน์ รอง ผบก.พธ.(3) และ หน.สภ.ในสังกัด พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำรถสายตรวจ เข้าร่วม

โดยการส่งมอบรถจักรยานยนต์สายตรวจ ในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการพัฒนาศักยภาพด้านงานสายตรวจ

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีความพร้อมในการให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการปฏิบัติงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และสร้างความเชื่อมั่น ความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง

ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครปฐม จัดโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขานรับนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดกิจกรม Kick Off “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” ระดมพลังแบ่งปันหมวกนิรภัย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 สร้างวินัยจราจร 100%

โดยมี พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแต่ละอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดนครปฐม พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในรถจักรยานยนต์ โดยมีสาเหตุหลักของการเสียชีวิตคือการไม่สวมหมวกนิรภัย แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยปัจจุบันทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน ผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงโหมดนิรภัยที่มีคุณภาพมาตรฐาน มอก. ได้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงได้ริเริ่มโครงการ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งการแบ่งปันเพื่อความปลอดภัย” และการใช้ฐานข้อมูลมาเป็นประโยชน์ในการติดตามการใช้หมวกนิรภัย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีการมอบหมวกนิรภัยจำนวนทั้งสิ้น 1,175 ใบ ส่งมอบให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจำนวน 1,100 ใบ เพื่อเป็นหน่วยงานแจกจ่ายส่งต่อหมวกนิรภัยไปสู่กลุ่มเป้าหมายตาม

โครงการ นอกจากนี้ยังมอบหมวกนิรภัยให้กับเยาวชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 50 ใบ ซึ่งเป็นเยาวชนผู้นำร่องโครงการ ตลอดจนมอบหัวนิรภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรในบริเวณตลาดนครปฐมจำนวน 25 ใบอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นพค.41 เดินหน้าสร้างสุขอนามัยที่ดี มอบโครงการน้ำดื่มระบบ RO ผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้โรงเรียนดาราวิทยา เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าใช้จ่าย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่โรงเรียนดาราวิทยา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดพิธีส่งมอบ “โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO” และอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียน ครู และประชาชนในพื้นที่

โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการ เคลื่อนที่ 41 (นพค.41) สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ท.ไธพัตย์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45, น.ส.นาวาล วาเต๊ะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดาราวิทยา พร้อมด้วยคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงสำหรับโรงเรียนดาราวิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 ปัจจุบันมีนักเรียน 1,865 คน และครู 210 คน และเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

ทั้งนี้โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO ที่มอบให้ในครั้งนี้ มีอัตราการผลิต 250 ลิตรต่อชั่วโมง นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ของนักเรียน คณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้ยัง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตด้านพันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการตามนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ต้องการให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและหน่วยทหารในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบโครงการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยเน้นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับการคัดเลือกโครงการนี้ นพค.41 ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของหน่วยราชการทหารพัฒนา โดยเริ่มจากการทำการสำรวจและทำประชาคม ร่วมกับผู้นำชุมชน ตัวแทน อบต. และหน่วยกำลังในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน เน้น ความทั่วถึง และสอบถามความจำเป็นอย่างแท้จริง ก่อนดำเนินการตามความต้องการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาของอำเภอและจังหวัด
เราเน้นความทั่วถึง ตามหลักของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสืบสานไว้ก็คือ เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ใช้การพัฒนาอย่างที่บอกครับ หน่วยราชการทหารพัฒนาใช้การพัฒนาเข้ามานำครับ โครงการนี้จะส่งเสริมให้คุณภาพของการศึกษา… นักเรียนก็จะมีกำลังใจในการเรียน และเราไม่ได้มาทำส่งมอบและจบ แต่เราจะมาดูแลด้วย” พันเอก เธียรทรรศน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการส่งมอบโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของบุคลากรในสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อสร้างความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาของราษฎรต่อหน่วยทหารของกองทัพไทย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาโครงการที่มอบให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป
////////////////////////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

คริสต์มาสสุดเซอร์ไพรส์! ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ Travel Kit และตุ๊กตากวางเรนเดียร์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมส่งมอบความสุข สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568

วันนี้ (24 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทสภ. ร่วมมอบ Travel Kit ให้แก่ผู้โดยสารขาออก ณ โถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ต่อมาเวลา 18.00 น. คณะผู้บริหาร ทสภ. ได้มอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ

เป็นตุ๊กตากวางเรนเดียร์ตัวใหญ่ลำเลียงผ่านสายพานรับกระเป๋า ส่งตรงถึงมือผู้โดยสารสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY406 จากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสายการบิน Jetstar Airways เที่ยวบิน JQ029 จากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ณ สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11–12 โถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 สร้างรอยยิ้ม ความสุขและความประทับใจแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้สุ่มมอบ ตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ให้แก่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 4 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 7 เที่ยวบิน โดยเตรียมกวางเรนเดียร์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้โดยสารมากถึง 1,200 ตัวทสภ. เลือกมอบตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส

สื่อถึงการเดินทาง ความสุข และการนำพาความอบอุ่น พร้อมส่งต่อรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ทสภ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แนวคิด World Class Hospitality เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น ปลอดภัย และน่าประทับใจในทุกช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูสู่ประเทศไทยอย่างภาคภูมิ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สตม. ร่วมกับ ททท. ระดมกำลังดูแลนักท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาส – ปีใหม่ 2569 สร้างความประทับใจตั้งแต่ด่านแรก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “คุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value Over Volume)” และหลักการทำงาน “Stay Focus” ใช้ข้อมูลเป็นฐาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ นายทศพล วรรณศุภผล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

โอกาสนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศ พร้อมมอบของที่ระลึก “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางถึงประเทศไทย

ด้าน พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมกว่า 200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล
ขณะที่ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า สตม. ได้จัดทำแผนรองรับการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ ภายใต้กรอบการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ควบคู่กับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด

โดยแผนปฏิบัติการครอบคลุมระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า–ออกประเทศเฉลี่ยมากกว่า 166,000 คนต่อวัน ผ่านท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.เปิดช่องตรวจคนเข้าเมืองเต็มอัตราในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น ตั้งเป้าระบายผู้โดยสารภายใน 30 นาที / 2.ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่งดการลาพักผ่อนตลอดช่วงปฏิบัติการ เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอ / 3.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้าน

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ ระบบตรวจ และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อดูแลความปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
โดยวันนี้ ( 22 ธันวาคม 2568 ) ที่มาระดมปล่อยแถวเนื่องจากว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งในเรื่องอำนวยความสะดวกและในเรื่องการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าประเทศโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ ฟรีวีซ่า เพราะว่าไม่ได้มีการคัดกรองมาจากสถานทูตประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามา โดยจะคัดกรองจากการดูแผนการเดินทางทั้งหมด เพื่อจะดูว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยจริงๆ ส่วนที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน หรือใช้ประเทศไทยในการก่ออาชญากรรมต่างๆ ทางเราจะมีการปฏิเสธเข้าเมือง ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะใช้หลักสากล ในเรื่องการตรวจแผนการเดินทาง มีตั๋วเดินทาง เข้า-ออก ตลอดจนเบี้ยยังชีพที่ใช้ในประเทศ โดยจะใช้หลักเกณฑ์แบบเสมอภาค

ส่วนในประเทศที่มีสงคราม ทางตำรวจได้ทำงานร่วมกับ สมช. และหน่วยข่าวกรอง ในกรณีที่ต่างชาติเข้ามาก่อเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่การรายงานว่ามีต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย ส่วนประเทศกัมพูชาที่เข้ามาก็จะตรวจเรื่องแผนการเดินทางที่ชัดเจน และมีตั๋วเดินทางกลับ และมีเบี้ยยังชีพ ซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กัน ในเรื่องของฟรีวีซ่าจะไม่มีการตรวจสอบเอกสารก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศมีพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ จึงจำเป็นจะต้องเน้นในรายละเอียดว่าเจตนาหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ จึงจะปล่อยให้เดินทางเข้ามาได้ ส่วนที่เข้ามาแล้วไม่มีแผนการเดินทาง หรือไม่มีเจตนาในการท่องเที่ยวก็จะปฏิเสธการเข้ามา ในอดีตส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาในประเทศจะต้องมีการขอวีซ่าแต่ปัจจุบันมีการเปิดฟรีวีซ่า ก็จะมีผลกระทบพอสมควรในเรื่องของการที่เข้ามาแล้วไม่มีเจตนามาท่องเที่ยว เพราะเคยมีข่าวที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่าแล้วมาก่ออาชญากรรม หรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

เรื่องการเดินทางเข้าประเทศรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีแนวนโยบายไม่เหมือนกัน แต่จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการที่มีฟรีวีซ่าก็ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้นแต่ในขณะปัจจุบันมีเหตุการณ์ระหว่างประเทศเรื่องความมั่นคงในประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการในเรื่องการอำนวยความสะดวกควบคู่กับความมั่นคงเป็นหลักเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในประเทศ การทำงานจะทำร่วมกับหลายหน่วยงาน แต่ในขณะนี้ยังไม่การรายงานการกระทำความผิดเข้ามา อยากจะเรียนนักท่องเที่ยวว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ทาง ตม.2 ก็มีแผนการรองรับ ในตอนนี้สูงสุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประตูเรื่องบินจนถึงด่านตรวจ ตม. ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ