เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สืบ ภาค 5, ศปอส.ภ.5, บก.สส.ภ.5 เปิดปฏิบัติการบุกค้นรังจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านออนไลน์ เครือข่าย “VAPEHAUS”3 จุด กลางเมืองเชียงใหม่ รวบ 2 ผู้ต้องหา บุหรี่ไฟฟ้า 36,555 ชิ้น 6.6 ล้านบาท) เตรียมขยายผลจับนายทุน

แชร์เนื้อหานี้

โดยการอำนวยการ : พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.,พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.๕, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตรพิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พ.ต.อ.วชิรศักดิ์ ศรีประสม รอง ผบก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.ทักษิณ จันทะวงค์ รอง ผบก.สส.ภ.5
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุม ตำรวจภูธรภาค 5 โดย เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5), เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.๕ ร่วมกันจับกุม

1.นางสาวกบิษฎา ขอสงวนนามสกุล อายุ 40 ปี ที่อยู่ หมู่ 10 ต.เวียง อ.ฝาง จว.เชียงใหม่

2.นางสาวกฤษณา ขอสงวนนามสกุล อายุ 31 ปี ที่อยู่ หมู่ 1 ต.ยุหว่า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่

ฐานความผิด : “ร่วมกันขายบุหรี่ไฟฟ้าโดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 และร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560” พร้อมของกลาง

  1. บุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ ​​จำนวน 36,555 ชิ้น (มูลค่าประมาณ 6,699,000 บาท)
  2. คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ ​จำนวน 2 ​ ชุด
  3. โทรศัพท์มือถือ ​​จำนวน ​ 2 ​ เครื่อง
  4. กล่องกระดาษสำหรับส่งพัสดุ ​กว่า ​ 2,000 กล่อง
    5. เร้าเตอร์ไวไฟ ​​จำนวน ​ 1 ตัว

​ตามนโยบายของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ยกระดับเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้กำหนดให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกมิติ ซึ่งทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัด ให้ดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มข้นในทุกมิติทันที ซึ่งในกรณีดังกล่าว ทางศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) ร่วมกับ บก.สส.ภ.5 ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ชื่อ “vapehaus URL: https://vapehaus.net” โดยมีรูปแบบสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ แล้วจัดส่งทางขนส่งให้ถึงบ้าน จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว มีที่ตั้งของการกระทำความผิดจำนวน 3 จุด ประกอบด้วย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ 1 จุด พื้นที่ อ.หางดง จว.เชียงใหม่ จำนวน 2 จุด จึงได้รวบรวมข้อมูลการสืบสวนแล้วขออนุมัติศาลเพื่อทำการตรวจค้น

​ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ต.ค.2567 เวลาประมาณ 10.00 น. ได้เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ ซึ่งจัดให้เป็นที่ซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและสถานที่แบ่งบรรจุเพื่อส่งทางไปรษณีย์ จำนวน 3 จุด โดยเป็นการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมพร้อมกันดังนี้

​จุดที่ 1 บริเวณหมู่บ้านกุลพันธ์วิลล์ 3 ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 546 ชิ้น

​จุดที่ 2 บริเวณหมู่บ้านกาญจน์กนกวิลล์ 10 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 3,828 ชิ้น

​จุดที่ 3 บริเวณหมู่บ้านสมหวัง ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 33,181 ชิ้น

​(รวมพบบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 36,555 ชิ้น) มูลค่าประมาณ 6,699,000 บาท

​จากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ให้การว่าทำหน้าที่เป็นพนักงานบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าและจัดส่งสินค้าทางไปรษณีย์ให้ลูกค้า โดยอาศัยช่วงเวลากลางคืนในการทำงานและจัดส่งสินค้าในช่วงเช้า โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน เดือนละ 16,000 บาท นอกจากนี้ยังพบว่ามีการติดต่อสั่งซื้อสินค้าทางไลน์แอดซึ่งมี 3 ไลน์แอด มีสมาชิกรวมกว่า 18,000 คน จากการตรวจสอบระบบการซื้อขายพบมีเงินหมุนเวียนประมาณ 30 ล้านบาท ต่อปี ทางชุดจับกุมอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางทางการเงิน ที่มาของบุหรี่ไฟฟ้า และผู้รับผลประโยชน์ตลอดถึงนายทุนที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เตือนภัยชาวมุกดาหาร! โจรแสบบุกขโมยพระและของมีค่าภายในร้าน “ลานเพลิน”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความ “เตือนภัยบุคคลในภาพ” หลังเกิดเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในร้าน ว่า

“วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ช่วง 06.24 น. มีโจรเข้ามาขโมยของที่ร้านลานเพลิน เส้นตัดใหม่ธนาคาร ธกส ได้ทรัพย์สินไปส่วนนึง รบกวนพี่น้องท่านใดเคยเห็นบุคคลในภาพ รบกวนแจ้งกลับทางผมด้วยนะครับจะเป็นพระคุณอย่างสูง คนร้ายถอดปลั๊กกล้องที่

เขาสามารถเอื้อมถึงออกทั้งหมด แต่ไม่รู้อีท่าไหนมองไม่เห็นตัวด้านหน้ามัน ปีนขึ้นขโมยพระบนหิ้งไปแล้วก็หลบหนีออกไปทางหน้าร้าน ใครคุ้นๆกับท่าทางการเดิน หรือเคยเห็นคนนี้รบกวนแจ้งด้วยนะครับ จะไปเป็นภัยกับคนอื่น พอดีทางร้านเพิ่งทราบจะเข้าไปแจ้งความช่วงเช้านี้ ขอบคุณครับ”

ทั้งนี้ เหตุเกิดที่ร้าน “ลานเพลิน” บริเวณถนนเส้นตัดใหม่ ใกล้ธนาคาร ธ.ก.ส. สาขามุกดาหาร คนร้ายซึ่งปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด ได้ก่อเหตุขโมยของภายในร้าน ก่อนถอดปลั๊กกล้องวงจรปิดบางตัวออก แต่ไม่ทันสังเกตว่ามีกล้องอีกมุมหนึ่งบันทึกภาพไว้ได้

จากภาพพบว่าคนร้ายเป็นชาย สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีเข้ม ใส่หน้ากากอนามัย และถือถุงพลาสติกสีเหลือง เดินอยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนจะปีนเข้าไปขโมยพระเครื่องบนหิ้งบูชาและทรัพย์สินอื่น ๆ แล้วหลบหนีออกทางด้านหน้า

เจ้าของร้านระบุว่าเพิ่งตรวจสอบกล้องและพบเหตุ จึงเตรียมเข้าแจ้งความกับตำรวจในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมฝากประชาชนช่วยสอดส่อง หากใครเคยเห็นบุคคลในภาพหรือจำลักษณะท่าทางได้ ขอให้แจ้งข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำกับผู้อื่น

ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #เตือนภัย #ขโมยร้านลานเพลิน #มุกดาหาร #โจรขโมยพระ #วงจรปิดจับภาพ #ช่วยกันสอดส่อง #ภัยใกล้ตัว///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กฐินสามัคคี เพื่อสร้างศาลาเอนกประสงค์สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก)/ เทศบาลเมืองชุมพร เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง” นาน 44 วัน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่สำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก) หมู่ที่ 8 ตำบลวังไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ได้มีการจัดพิธี ทอดกฐินสามัคคี เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาเอนกประสงค์ของสำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก) โดยมีคณะศรัทธาชาวจังหวัดชุมพรและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

การจัดงานครั้งนี้มี พระสุนทรสุธมฺโม รักษาการเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ศรีอุปถัมภ์ (ถ้ำเขาปก) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
ส่วนประธานฝ่ายฆราวาส ได้แก่ คุณอำไพ ปานคล้าย
รองประธานฝ่ายฆราวาสได้แก่

คุณธรรมนูญ เศวตเวช, คุณอัมพร เศวตเวช, คุณโสภณ อุดมศรี และ คุณนิตยา ขำจิต พร้อมด้วยคณะกรรมการดำเนินงานและอุปถัมภ์ นำโดย คุณอภิวัฒน์ วงศ์สุวัฒน์ และคณะ ร่วมแรงร่วมใจจัดงานอย่างเรียบร้อยงดงาม

ยอดกฐินสามัคคีในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 349,618 บาท โดยจะนำไปใช้ในการก่อสร้างศาลาเอนกประสงค์ เพื่อให้เป็นสถานที่ใช้ประกอบศาสนกิจและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของชุมชนต่อไป บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและร่มเย็น พุทธศาสนิกชนจากหลาย

พื้นที่ต่างนำอาหารคาวหวานมาจัดโรงทาน ทั้งอาหารพื้นบ้าน ขนมไทย และเครื่องดื่มไว้บริการผู้มาร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจ ความสามัคคี และพลังแห่งศรัทธาของชาวชุมพรที่ร่วมกันสร้างบุญใหญ่ในครั้งนี้
ธนากร โกศลเมธี
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดชุมพร
โทร. 081-892-3514

เทศบาลเมืองชุมพร เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง” นาน 44 วัน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ชุมพร – วันที่ 28 ตุลาคม 2568 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร ขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดชุมพร ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัด พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

พิธีบำเพ็ญกุศลฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 12 ธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 44 วัน ณ มณฑลพิธีลานเอนกประสงค์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยเริ่มพิธีทุกวันเวลา 18.00 น.

พร้อมกันนี้ เทศบาลเมืองชุมพรยังขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนและผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นเจ้าภาพ จัดตั้งโรงทานถวายพระราชกุศล เพื่อร่วมสร้างบุญกุศลในวาระสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทยครั้งนี้ด้วย

ผู้สนใจแจ้งความประสงค์ร่วมเป็นเจ้าภาพหรือจัดตั้งโรงทานได้ที่ห้องปฏิบัติงานนายกเทศมนตรีเมืองชุมพร ชั้น 2 สำนักงานเทศบาลเมืองชุมพรหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายศรีชัย วีรนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร

ทั้งนี้ ในการเริ่มต้นจัดพิธีบำเพ็ญกุศลฯ ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากภาคประชาชน โดย คุณณัฐวรรณ ฉายะบุตร (คุณนายหน่อย) ประธานคณะกรรมการจริยธรรมจังหวัดชุมพร ได้ร่วมบริจาคเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อสมทบทุนการจัดพิธีในครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างแห่งความจงรักภักดีและกตัญญูกตเวทีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง

เร่งรัดตรวจสอบโครงการขุดลอกคลองหลังสวน งบกว่า 6 พันล้าน แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ผู้สื่อข่าว : ธนากร โกศลเมธี โทร. 081-8923514
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมเกาะพิทักษ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดชุมพร สภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร ได้จัดการประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร ครั้งที่ 1/2569

โดยมี นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร เป็นประธานการประชุม มีสมาชิกจากทุกอำเภอและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้ได้พิจารณาแนวทางการบูรณาการโครงการร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร รวม 6 โครงการสำคัญ ได้แก่

โครงการวิเคราะห์ดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตทางการเกษตร

  1. โครงการพัฒนาคุณภาพทุเรียนชุมพรเพื่อการส่งออกตลาดจีน
  2. โครงการเพิ่มมูลค่าผลไม้ชุมพรด้วยนวัตกรรมแปรรูป
  3. โครงการตรวจสอบสารตกค้างในทุเรียน
  4. โครงการเพิ่มช่องทางการตลาดและการกระจายผลผลิตทางการเกษตร
  5. โครงการบูรณาการสร้างการรับรู้แผนแม่บทพัฒนาเกษตรกรรม
    พร้อมทั้งมีการหารือร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569
    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าในการประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำ เช่น การติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล สนับสนุนการขุดเจาะบาดาลและระบบท่อส่งน้ำ การขุดหลุมน้ำ การสร้างฝายชะลอน้ำ รวมถึงการเร่งรัดสิทธิ์ในที่ดินทำกินให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
    ในช่วงการประชุม นายสุรินทร์ ทองน้อย สมาชิกสภาเกษตรกรอำเภอหลังสวน เขต 1 ได้สอบถามถึงความคืบหน้า โครงการขุดลอกคลองหลังสวน เพื่อผันน้ำออกสู่อ่าวไทย แก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ตำบลพ้อแดง และตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ สำนักชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน
    โครงการดังกล่าวมีวงเงินงบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวในพื้นที่ลุ่มน้ำหลังสวน โดยจะสามารถป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบ้านควน ตำบลพ้อแดง ตำบลนาพญา และตำบลบางมะพร้าว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 27,000 ไร่ และช่วยบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้ง โดยสามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 3.8 ล้านลูกบาศก์เมตร และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กว่า 29,000 ไร่
    นายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือสอบถามความคืบหน้าไปยังกรมชลประทานแล้ว ซึ่งได้รับคำชี้แจงจากสำนักชลประทานที่ 14 ว่าการดำเนินโครงการมีอุปสรรค เนื่องจากมีราษฎรบางส่วนในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่ามะพลา ไม่ยินยอมให้ใช้พื้นที่ทำกินบริเวณหัวงานโครงการ ส่งผลให้ยังไม่สามารถเข้าดำเนินการสำรวจปฐพีวิทยาได้ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพรกล่าวเพิ่มเติมว่า สภาเกษตรกรจะเสนอแนวทางให้กรมชลประทานพิจารณาปรับเปลี่ยนเส้นทางการขุดลอกใหม่ เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่กระทบสิทธิ์ของประชาชน และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของชาวอำเภอหลังสวนเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ กฟผ.แถลงข่าว กินข้าว เล่าเรื่อง กับสื่อมวลชน จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ณเฮือนภูคา ผ้าน่านบุรี เดินหน้าดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้า สร้างพลังงานมั่นใจเพื่อคนไทยทั่วประเทศ กฟผ. เดินหน้าภารกิจดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้า พร้อมเพิ่มพลังงานสะอาดต้นทุนต่ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ราคาค่าไฟฟ้ามีความเหมาะสมและเสริมเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว

นายบุญมา พูชิน ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานโลกในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจดูแลความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ จึงต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีความสมดุล หลากหลาย เพื่อให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง มั่นคง ในราคาที่เหมาะสม

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว ซึ่งรัฐบาลไทยและ สปป.ลาว ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าเมื่อปี 2565 จาก 9,000 เมกะวัตต์ เป็น 10,500 เมกะวัตต์ ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2018 Rev.1) ที่กำหนดให้ประเทศไทยรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศในสัดส่วนร้อยละ 10 ของกำลังผลิตทั้งหมด พร้อมทั้งก่อสร้างโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว

โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มอบหมาย กฟผ. ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง จำนวน 1,460 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง จำนวน 912 เมกะวัตต์ เพื่อส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มแหล่งพลังงานที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งการลงทุนระบบส่งและต้นทุนรวมของการรับซื้อไฟฟ้ายังต่ำกว่าการผลิตไฟฟ้าในประเทศ จึงไม่เป็นภาระต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน ทั้งนี้ การก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคของประเทศจำเป็นต้องดำเนินงานโดยหน่วยงานรัฐ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัย มีความเสถียร และไม่เป็นภาระต่อประชาชนในระยะยาว

ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง กฟผ. กล่าวต่อไปว่า กฟผ. ให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่อย่างรอบคอบในการดำเนินโครงการฯ โดยพยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีสิ่งปลูกสร้างหรือที่อยู่อาศัยของประชาชนให้มากที่สุด สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม กฟผ. ได้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ส่วน

พื้นที่ในแนวเขตระบบไฟฟ้าที่จำเป็นต้องใช้ประโยชน์ จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในแนวเขตระบบไฟฟ้าเป็นป่าเสื่อมโทรม ทั้งนี้ พื้นที่ที่ยังคงสภาพป่าธรรมชาติหรืออยู่นอกเขตป่าเสื่อมโทรม กฟผ. ได้ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกขั้นตอน เมื่อได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้แล้วจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสำรวจและคัดเลือกไม้ตามระเบียบ โดยไม้ทั้งหมดจะอยู่ในความดูแลของหน่วยงานภาครัฐ มิได้เป็นกรรมสิทธิ์ของ กฟผ. และ กฟผ. พร้อมดำเนินการปลูกป่าทดแทนอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศและชดเชยพื้นที่ป่าที่ได้รับผลกระทบ

โครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ นอกจากช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศแล้ว ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ขณะเดียวกัน กฟผ. ยังมีแผนดำเนินกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง โดยที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินกิจกรรม อาทิ โครงการแว่นแก้ว โครงการน่าน Light Up & Smart City

โครงการกล้าดี การมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงการร่วมจัดงานประเพณีท้องถิ่นกับชาวบ้านในชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเดินหน้าไปพร้อมกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในชุมชนเจ้าของพื้นที่
การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เป็นโครงการพลังงานของประเทศที่จะช่วยให้ภาคเหนือและคนไทยทุกคนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ มั่นคง และยั่งยืน รองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังขยายตัวทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นการวางรากฐานสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นคง ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่านการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขทช.มุกดาหาร ตั้งจุดตรวจเข้ม! สกัดรถบรรทุกหนัก-ควันดำ ตรวจเอกสารขนส่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 นางสาวพัชรีวรรณ หอมหวล หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร (ขทช.มุกดาหาร)

จัดตั้งจุดตรวจการณ์ขนส่ง บริเวณถนนเลี่ยงเมืองมุกดาหาร–อุบลราชธานี หน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีบริหารธุรกิจรักไทย มุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรถที่กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ รวมถึงดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับรถที่ปล่อยควันดำเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด

เพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศและลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบรถบรรทุกหนักและรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อพื้นผิวถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสังเกตพบว่ามีรถบรรทุกจำนวนมากที่แล่นมาจากทางอำเภอนิคมคำสร้อย และเมื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลี่ยงเมืองแล้วเห็นว่ามีการตั้งจุดตรวจการณ์ได้พากันยูเทิร์นกลับรถ

ไม่ยอมผ่านเข้าจุดตรวจเลี่ยงมาใช้ถนนเส้นในเพื่อจะแล่นไปทางด่านพรมแดนมุกดาหาร โดยคาดว่าอาจเกรงถูกตรวจสอบเอกสารการขนส่ง หรือพบว่ามีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

มุกดาหาร #ขนส่งมุกดาหาร #ตรวจรถบรรทุกหนัก #ควันดำ #PM25 #จุดตรวจการณ์ขนส่ง #ข่าวมุกดาหาร #บรรทุกเกิน #ตรวจเข้ม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ วัดธรรมิการามฯ เขาช่องกระจก ยอดทำบุญทะลุ 2.4 ล้านบาท/พิธีมอบรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ที่ จ.ปัตตานี

แชร์เนื้อหานี้

adminแก้ไขโปรไฟล์

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ วัดธรรมิการามวรวิหาร (เขาช่องกระจก) อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยมีนางสาววรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ร้อยโทสิทธิชัย ตัณฑสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง


สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ มียอดรวมเงินทำบุญทั้งสิ้น 2,498,014.75 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะภายในวัดและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา
วัดธรรมิการามวรวิหาร หรือ “วัดเขาช่องกระจก” เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร

ตั้งอยู่เชิงเขาช่องกระจก ถือเป็นวัดสำคัญคู่เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และรอยพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นจุดหมายทางศาสนาและการท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด

การถวายผ้าพระกฐินพระราชทานครั้งนี้ นับเป็นอีกกิจกรรมที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการสืบสานพระพุทธศาสนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่ต่อไป.

ผู้ว่าประจวบฯ นำอิหม่าม ผู้นำทางศาสนา ภาคีเครือข่ายชาวมุสลิม เข้าร่วมพิธีมอบรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ที่ จ.ปัตตานี


เมื่อวันที่ 27 ต.ค.68 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มอบรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับประเทศ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2568 และมอบโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2567 ณ หอประชุม องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี จ.ปัตตานี


ในการนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2567 เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล โดยมีผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมพิธี สำหรับปีนี้ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2567

เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล รวมทั้งสิ้น 26 ราย แบ่งเป็น คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จำนวน 6 ราย อิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น จำนวน 20 ราย พร้อมกันนี้ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ได้นำอิหม่าม ผู้นำทางศาสนา ภาคีเครือข่ายชาวมุสลิม และตัวแทนผู้ทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานจากจังหวัดประจวบฯ เข้าร่วมในพิธีด้วย


กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการคัดเลือกคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล มาอย่างยาวนาน เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ส่งผลให้เกิดความภาคภูมิใจ และมีส่วนร่วม

ในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับทางราชการและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นการกระตุ้น และส่งเสริมให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
โอกาสนี้ กรมการปกครอง

ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลทุกท่าน ขอให้ทุกท่านได้รักษาคุณงามความดีและเกียรติคุณที่ท่านได้รับครั้งนี้ไว้สืบไป เพื่อจะเป็นแบบอย่างแก่บุคคลทั่วไป และขอให้ประสบความสุขความเจริญตลอดไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781


สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี/ จัดกิจกรรมโครงการและค่ายเยาวชนกล้าดี ปีที่ 10 ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “พลังสร้างสรรค์เมืองน่านยั่งยืน”27/10/2568 – 77

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารวิชาคาม 1 ศูนย์การเรียนรู้และบริการวิชาการ เครือข่ายจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานเปิดโครงการและค่ายเยาวชนกล้าดี ปีที่ 10 ประจำปี 2568 โดยมี นายศิริพงษ์ สุขเสริมศาล หัวหน้าแผนกเสริมสร้างทัศนคติภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าววัตถุประสงค์โครงการฯ และ นายสำรวย ผัดผล ประธานมูลนิธิฮักเมืองน่าน กล่าวต้อนรับ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน

สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และเยาวชนกล้าดีจากพื้นที่ต่างๆ โดยก่อนการเปิดกิจกรรม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ยืนไว้อาลัย เพื่อแสดงออกถึงความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการอนุรักษ์ป่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า

โครงการ “กล้าดี” เป็นกิจกรรมที่ช่วยปลูกฝังแนวคิดให้เยาวชนกล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ กล้าทำความดี และมีจิตอาสาเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่แสดงถึงพระราชปณิธานอันแรงกล้าที่จะทรงงานด้านการอนุรักษ์ป่า

ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ รวมถึงนวัตกรรม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของจังหวัดน่านในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยในช่วงท้าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสนับสนุนโครงการกล้าดีอย่างต่อเนื่องตลอด 9 ปีที่ผ่านมา พร้อมเชิญชวนให้เยาวชนทุกคนร่วมสานต่อเจตนารมณ์ “กล้าคิด กล้าทำ กล้าเปลี่ยนแปลง” เพื่อร่วมสร้างเมืองน่านให้น่าอยู่และยั่งยืนสืบไป

นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้จัดกิจกรรม “Nan Youth Design Camp” หรือค่ายพัฒนาเยาวชนกล้าดี เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมของเยาวชนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมออกแบบคิดเชิงสร้างสรรค์ (Design Thinking) และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยความร่วมมือระหว่าง จังหวัดน่าน ,

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) , มูลนิธิฮักเมืองน่าน , และหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนจังหวัดน่านได้เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างจิตสำนึกในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ราบงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวสมุทรปราการ ร่วมบุญใหญ่!! กฐินสามัคคีวัดมหาวงษ์ พุทธศาสนิกชนร่วมพิธีแห่องค์กฐิน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่ วัดมหาวงษ์ ปากน้ำ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ คณะศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมแห่องค์กฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยได้รับความเมตตาจากท่านพระปลัดสราวุธ โรจนธมฺโม (พระอาจารย์แดง) เจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ สมุทรปราการ

โดยมี พระครูยุทธนา ภททญาโณ (พระอาจารย์ตุ๋ย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาวงษ์ ร่วมกับ คณะสงฆ์วัดมหาวงษ์ คณะกรรมการ

ไวยาวัจกร อุบาสก อุบาสิกา คณะสงฆ์ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถาเจริญพระพุทธมนต์รับองค์กฐินสามัคคี ประจำปี 2568 โดยมี คุณธนิตพงษ์

ด้วย คุณทิพย์ประภา วรัณวงศ์เจริญ ประธานอุปถัมภ์ กฐินสามัคคีประจำปี 2568 นอกจากนี้ ยังได้รับการอุปถัมภ์ จากครอบครัวพาณิชย์พิศาลเศรษฐีผู้ใจบุญ

โดย คุณอัครนันท์ พร้อมด้วย คุณธัญยธรณ์ พาณิชย์พิศาล ผศ.พญ.เกศริน พาณิชย์พิศาล ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล คุณจรูญ กระแชงขาว

คุณแม่เรณู งามสมทรคุณแม่ทองม้วน อิษวาส คุณแม่น้อย พงษ์จันทร์ และคณะเจ้าหน้าที่ชมรมโฮมสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา อีกทั้งในปีนี้ยัง

ได้รับเกียรติจาก คุณภิญโญ กิจเลิศไพโรจน์ และผู้นำท้องถิ่น เดินทางมาร่วมในพิธีตลอดจนคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย พุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญ ชาวอำเภอเมือง และอำเภอใกล้เคียง

ร่วมบุญกันอย่างเรียบง่ายและร่วมไว้อาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญยังได้ร่วมกันนำอาหารปรุงสุกนำมาออกร้านตั้งโรงทานแจกจ่ายให้แก่ประชาชน

ที่ร่วมในพิธีครั้งนี้ ก่อนจะแห่องค์กฐินรอบพระอุโบสถและร่วมถวายองค์กฐิน

ซึ่งในปีนี้ทางวัดมหาวงษ์ ปากน้ำ ได้ยอดเงินทอดกฐินสามัคคี จากการทำบุญของพุทธศาสนิกชนผู้ใจบุญรวมกว่า 1 ล้านบาท


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารสกัดจับ! ขบวนการลักลอบขนลูกไก่เวียดนามกว่า 3,700 ตัว หนีภาษีกลางดึกริมโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ทหารหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. และ กองร้อยทหารพรานที่ 2105

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 สนธิกำลังออกลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านทรายทอง หมู่ 6 ตำบลบางทรายน้อย อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร หลังได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีเข้ามาในพื้นที่

ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8–10 คน กำลังแบกกล่องสีขาวต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุด แต่เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ได้วิ่งหลบหนีไปในความมืดและอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพบกล่องบรรจุลูกไก่จำนวน 37 กล่อง ตรวจนับได้ประมาณ 3,700 ตัว ภายในกล่องระบุชื่อบริษัท “Công Ty Cổ Phần Ba Huân” (บริษัท บา ฮวน จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทจาก ประเทศเวียดนาม และเป็นการลักลอบนำเข้าลูกไก่โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร (หนีภาษี)

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งให้ ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กอรมน #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวภูมิภาค #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๘ณ วัดหลวงสุมังคลาราม จ.ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี นำโดย คุณอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้บริษัท ฯ เพื่อน้อมนำไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ประจำปี ๒๕๖๘ ณ วัดหลวงสุมังคลาราม จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการศรีสะเกษ ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี เป็นจำนวนมาก
วัดหลวงสุมังคลาราม

พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2328 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา

เมื่อ พ.ศ. 2486 และยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2524
การจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินในครั้งนี้ เป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาติ

และสะท้อนเจตนารมณ์ของ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่มุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์