เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 5 แถลงผลการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญของ ภ.จว.เชียงราย, ภ.จว.พะเยา

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติคดีรายสำคัญ ของ ภ.จว.เชียงราย และ ภ.จว.พะเยา ดังนี้

  1. สภ.เชียงแสน จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 4,800,000 เม็ด
  2. สภ.เชียงคำ จว.พะเยา บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง ตรวจยึดเฮโรอีน 171 แท่ง น้ำหนักประมาณ 66 กิโลกรัม
  3. รวมของกลางยาบ้าจำนวน 4,800,000 เม็ด และ เฮโรอีน 171 แท่ง น้ำหนัก 66 กิโลกรัม

โดยมี พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตร์พิสุทธิ์ อิ่มสงวน ผบก.สส.ภ.5, พ.ต.อ.อัครภูมิ ชนะใหญ่ รอง ผบก.ภ.จว.พะเยา, นายดนุชา ไชยวงศ์

ผู้แทน ปปส.ภาค 5, พล.ต.สุชาติ พุ่มสุวรรณ ปษ.กกล.ผาเมือง, พ.อ.นิลชัย นิลศาตร์ รอง ผบ.กกล.ผาเมือง, พ.อ.รัชพล สังขบุญชู ผู้ช่วยเลขาธิการ นบ.ยส.35 และ ผกก.สภ.พื้นที่ ร่วมแถลงผลการจับกุม

ณ ลานแถลงข่าว อาคารกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.68 – 24 ต.ค.68

จับกุมคดียาเสพติดจำนวน 1,373 คดีคดียาเสพติดรายสำคัญ 20 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 23 ล้านเม็ดเศษไอซ์ 270 กิโลกรัมเศษเฮโรอีน 66 กิโลกรัมเศษเคตามีน 74 กิโลกรัมเศษตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติดมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 7.9 ล้านบาทเศษ…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาจัดยิ่งใหญ่ “DIWALI Festival 2025” ฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่าง สานสัมพันธ์ไทย–อินเดีย กระตุ้นการท่องเที่ยว/4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 24 ต.ค.68 ที่บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลดิวาลี เฟสติวัล 2025 (DIWALI Festival 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม 2568 โดยมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย, นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา คณะกรรมการจัดงาน สมาชิก อบจ.ชลบุรี ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

เทศกาลดิวาลี พัทยา 2025 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ เมืองพัทยา สมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา และสมาคมอินเดีย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ยกระดับภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางวัฒนธรรมนานาชาติ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนไทยและอินเดีย

ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าอินเดียหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เช่น ส่าหรี ของตกแต่ง และอาหารอินเดียแท้ ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตสไตล์บอลลีวูด การแสดงศิลปวัฒนธรรมอินเดีย การประกวดแต่งกายสไตล์ภารตะ และซุ้มสักการะพระแม่ลักษณมี สร้างบรรยากาศแห่งสีสันและความศรัทธา

สำหรับ เทศกาลดิวาลี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดีปวาลี” เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของแสงเหนือความมืด ความรู้เหนือความไม่รู้ และความดีเหนือความชั่วร้าย ถือเป็นเทศกาลสำคัญทางจิตวิญญาณของชาวฮินดู ซิกข์ เชน และชาวอินเดียทั่วโลก ที่เฉลิมฉลองด้วยความปีติและความศรัทธาในทุกปี


4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน
มีรายงานว่า ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร โดยมี 4 องค์กรเข้าร่วมแข่งขันเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง ประกอบด้วย ทีมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี, ทีมตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, ทีมสมาคมนักข่าวพัทยา (ทีมเพื่อนต้น) และทีมชมรมผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ กิจกรรมกำหนดแข่งขันที่สนามฟุตบอลหญ้าจริง T.N.D. หรือสนามผู้ใหญ่ดอน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
นายสุวัฒนชัย หอมชื่น กรรมการสมาคมนักข่าวพัทยา ในฐานะโต้โผใหญ่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ บอกว่า ได้จัดกิจกรรมฟุตบอลกระชับมิตรเป็นประจำในทุกช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีด้วยเป็นเดือนเกิด เพื่อให้ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการร่วมกันทำงานเพื่อสังคมต่อไป โดยจะมีทีมฟุตบอลต่างๆ ส่งตัวแทนร่วมแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.บก.ทท.1 นายวิศรุต เย็นฉ่ำ อาจารย์ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน คุณซันนี่ แวร์เนอร์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา เข้าร่วมงาน โดยหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันได้จัดเลี้ยงรับประทานอาหารร่วมกันด้วยความเป็นกันเอง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปัตตานี.- JSD-South ผนึกกำลังสื่อชายแดนใต้! เปิดตัวสมาคมฯ ศูนย์กลางนักข่าวอิสระ- ชูธรรมาภิบาล -ใช้สื่อแก้ปัญหาสังคม

แชร์เนื้อหานี้

สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ที่ทำการเลขที่ 181/19 ซอยเพชรสุภา ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี ภายใต้การนำของ นางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมฯ ประกาศจุดยืนเป็นศูนย์รวมนักข่าวภาคใต้ที่ทำงานอย่างอิสระ ไม่แสวงหากำไร ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรม และใช้ ‘พลังสื่อ’ เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน และส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เผยบทบาทหลักเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้สื่อมวลชน พร้อมยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและเป็นกระบอกเสียงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน

วันที่ 25 ตค. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากจังหวัดปัตตานีว่า สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Journalists for Sustainable Development of Southern Border – JSD-South) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของสื่อมวลชนในภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งรวมนักข่าวจากทุกแขนงนางสาวนาซือเราะ เจะฮะ นายกสมาคมฯ เปิดเผยถึงเจตนารมณ์หลักของ JSD-South ว่า สมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นบนหลักการของการทำงานที่ “อิสระ ไม่ยุ่งการเมือง และไม่หาผลกำไร” โดยมีพันธกิจสำคัญคือ การเป็นศูนย์รวมและ “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับสื่อมวลชนในพื้นที่ ให้สามารถนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน เป็นกลาง และมีจริยธรรมสูงสุด

“บทบาทของ JSD-South ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรายงานข่าว แต่เรามุ่งเน้นการใช้พลังของสื่อในการแก้ไขปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน และส่งเสริมความร่วมมือกับทุกภาคส่วน” นางสาวนาซือเราะ กล่าว และเน้นย้ำว่า สมาคมฯ จะเป็น “กระบอกเสียง” ที่สำคัญ และเปิดรับฟัง รวมถึงรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เพื่อทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการตรวจสอบ ประสานงาน และแก้ไขปัญหาสังคมต่างๆ ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมนายกสมาคมฯ ยังกล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการยกระดับวิชาชีพสื่อ โดยจะมีการจัดกิจกรรมพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในวิชาชีพ เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อ ยกระดับมาตรฐานและธรรมาภิบาล ของสื่อมวลชนในพื้นที่
นอกจากนี้ JSD-South ยังมีแผนกิจกรรมด้านสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า และกลุ่มเปราะบาง เพื่อเป็นการคืนกลับสู่สังคมและสร้างประโยชน์ส่วนรวม

 สำหรับการบริหารงานนั้น สมาคมฯ ยืนยันในความโปร่งใส ความเป็นกลาง และความซื่อสัตย์ โดยจะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงาน รวมถึงการสร้างฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างสมาชิก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า JSD-South จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งดูแลสิทธิและสวัสดิการ รวมถึงปกป้องสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวภายใต้กรอบของกฎหมายให้กับสมาชิกทุกคน 

ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แสดงความเสียใจกับครอบครัวของ นายเจริญ หมะเห” อดีตประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ ผู้ร่วมงานสร้างคุณงามความดีในพื้นที่ชายแดนใต้

แชร์เนื้อหานี้

สงขลา – ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. พันเอก เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ค่ายอิงคยุทธบริหาร) ต.บ่อทอง อ.หนองจิก ปัตตานี โดยคณะของท่านได้เดินทางไปยังอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อร่วมแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ นายเจริญ หมะเห อดีตประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบ โดยได้เดินทางไปเข้าพบครอบครัว ที่ บ้านพักในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จึงขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ นางสาวมีนา (บุตรสาวของนายเจริญฯ) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการธรรมวิทยามูลนิธิ

โดย พันเอกเอกธวุฒิ คงคาเขตร ผอ.โรงเรียนการเมือง ได้กล่าวว่า วันนี้เราได้มีโอกาสเดินทางมาที่บ้านพักครอบครัว นายเจริญ หมะเห อดีตประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ โดยมาให้กำลังใจ และขอชื่นชม ในคุณงามความดีที่ผ่ารมาของนายเจริญฯ ที่เคยเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์ของสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำงานในฐานะประธานชมรมสรรหาคนดีศรีทักษิณ เป็นหนึ่งในชมรมที่คอยขับเคลื่อนเเละช่วยเหลืองานด้านมวลชนให้กับทหาร โดยหลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของท่านได้พักสงบในอ้อมกอดของพระเจ้า

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นเงาสอดผ่านม่านตา สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจรักและความใส่ใจของเจ้าหน้าที่ทหาร และความมีน้ำใจจิตมิตรไมตรีส่งผ่านมาซึ่งทางโรงเรียนการเมืองรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่มีต่อบุคคลเก่งๆที่เคยร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมในตลอดช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ชายเเดนใต้ และประเทศชาติ แม้วันนี้ทางครอบครัวต้องตกอยู่ในช่วงยามที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งสำคัญ

“อินนาลิลาฮฮิวาอินนาอิลัยฮิรอญิอูน“ ….

ตอริก สหสันติวรกุล
บรรณาธิการข่าว
(ศูนย์ข่าวภาคใต้) รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรัทธาหลั่งไหล! แห่หลวงพ่อปานทางเรือ หนึ่งเดียวในไทย เสียงประทัดกึกก้องทั่วทะเล

แชร์เนื้อหานี้

ศรัทธาหลั่งไหล เสียงประทัดกึกก้องทะเล หนึ่งเดียวในไทย แห่หลวงพ่อปานทางเรือ สุดอลังการ เรือประมงชาวบ้านร่วมขบวนแห่นับร้อยลำ

งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อปาน ครบรอบ 115 ปี จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 31 ตุลาคม 2568
วันที่ 25 ตุลาคม 2568

ที่ วัดมงคลโคธาวาส ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มีงานประจำปี ปิดทองหลวงพ่อปาน ปีที่ 115 และร่วมแห่หลวงพ่อปาน ทางเรือ ณ วัดมงคลโคธาวาส ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

พิธีแห่หลวงพ่อปายทางเรือบุษบก ฤกษ์เวลา 07.29 น. และฤกษ์แห่ทางบก รถบุษบก 09.39 น. โดยมี นาย สยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัด เดินทางมาเป็นประธานในพิธีและลั่นฆ้องชัยมงคลฤกษ์

ชาวบ้านและผู้ที่เดินทางมาร่วมงานได้อัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อปาน จากวัดมงคลโคธาวาส ลงเรือบุษบกแห่ไปตามลำคลองคลองด่านออกไปทางปากอ่าว โดยมีเรือประมงของชาวบ้านจำนวนมาก

เข้าร่วมขบวนแห่ออกไปที่ปากอ่าว หลังจากนั้นได้แล่นเรือวนรอบปากอ่าว 3 รอบ ก่อนที่จะมีการแจกธงหลวงพ่อปานกลางทะเล ให้แก่เรือประมง และเรือผู้ที่เดินทางไปร่วมงานที่บริเวณกลางทะเล หลังจากนั้นก็จะเคลื่อนขบวนกลับเข้าฝั่ง

จากนั้นในเวลา 09.39 น. ได้อัญเชิญองค์หลวงพ่อปาน ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก เพื่อแห่ไปทั่วจังหวัดสมุทรปราการ ให้ชาวบ้านได้นมัสการและขอพร โดยมีชาวบ้านทั้งในจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง

ได้สักการบูชาหลวงพ่อปาน ซึ่งกิจกรรมการแห่ทางเรือมีกำลังตำรวจน้ำ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า และอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมเฝ้าระวังเหตุทางน้ำ ป้องกันอุบัติเหตุทางเรือ

สำหรับหลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มาตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 5 หลวงพ่อปานยังเป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดสมุทรปราการ มาจนถึงทุกวันนี้

กิจกรรมแห่หลวงพ่อปานทางเรือ จัดขึ้นเพื่อให้ชาวประมงได้ร่วมสักการะหลวงพ่อปาน เพราะชาวบ้านในพื้นที่ตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำประมง

โดยก่อนที่ชาวบ้านจะออกเรือ ก็จะเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อปาน เพื่อขอพรให้เดินทางปลอดภัย สำหรับงานงานนมัสการปิดทองหลวงปู่ปาน วัดมงคลโคธาวาส จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25 – 31 ตุลาคม 2568


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ลดความสูญเสียผู้ป่วยโรคหัวใจและสมอง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ยกระดับคัดกรองโรคหัวใจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ผนึกกำลังฟิลิปส์ เดินหน้าโครงการ “หัวใจสัญจร” ยกระดับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

วันนี้ (24 ต.ค.2568) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมวิชาการ “หัวใจสัญจร” ครั้งที่ 19 และการตรวจผู้ป่วยด้วยเครื่องคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง

โดยมีบุคลากรสาธารณสุข วิทยากร นักศึกษาแพทย์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ท้องถิ่นให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน

พลตำรวจตรี นายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases: CVDs) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของโลก คร่าชีวิตประชาชนกว่า 17.9 ล้านคนต่อปี ทั้งที่ร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสามารถป้องกันได้

หากได้รับการตรวจคัดกรองและดูแลตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพื่อเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ, ชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด

จัดโครงการ “หัวใจสัญจร” ขึ้น เพื่อขยายบริการตรวจคัดกรองโรคหัวใจให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วถึง พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้บุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่ เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiography) ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาว

ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งและครอบคลุม โดยในปีนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการตรวจคัดกรองกว่า 50 ราย พร้อมขยายองค์ความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่สามารถดำเนินการตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเองในอนาคต
โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ

โดยข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 ระบุว่ามีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 260,000 ราย ขณะที่แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมีเพียงประมาณ 500–600 คน และส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองใหญ่ ทำให้การเข้าถึงบริการยังมีข้อจำกัด โครงการ “หัวใจสัญจร” จึงมีบทบาทสำคัญในการกระจายโอกาสการตรวจและการรักษาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ซึ่งในปีนี้ได้มีการยกระดับเทคโนโลยีการตรวจโดยใช้อัลตราซาวด์หัวใจแบบ 3 มิติ

ซึ่งสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวของหัวใจแบบเรียลไทม์ เห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำสูง ปลอดภัยต่อผู้ป่วยทุกกลุ่ม รวมถึงสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ IntelliSpace Cardiovascular (ISCV) มาช่วยจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งต่อและติดตามผลการรักษา สะท้อนเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนในการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และร่วมสร้างระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกคน

แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ เราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วย การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล และส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาแพทย์ในพื้นที่ และงานฯ

ในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราที่ต้องการยกระดับการดูแลรักษาโรคหัวใจ เนื่องจากเรามีบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางจำกัด แต่มีผู้ป่วยต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจกว่า 50 ราย เราต้องขอขอบคุณทางสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ และพันธมิตรที่ได้ลงพื้นที่มาช่วยเราในครั้งนี้ นอกจากการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแล้ว เรายังมีการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรและนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่เพื่อให้สามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยได้เองในระยะยาว”

เนื่องนวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี ร่วมทำความสะอาดเจดีย์ครอบเท้าเสือ บนยอดเขาพ่อตาหินช้าง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เลขากิต ขึ้นเขา 219 ขั้น ร่วมทำความสะอาดเจดีย์ครอบเท้าเสือ บนยอดเขาพ่อตาหินช้างเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ต.ค.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (เลขากิต) นาย สุชล สินสมบุญ (สจ ต้น) สจ ชุมพรเขต 3 อ.ท่าแซะ

เข้าร่วมกิจกรรมสลุยร่วมใจอาสาพัฒนาแผงกล้วย ให้เป็น“ลานค้าปลอดโรค”เนื่องนวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านพรุตะเคียน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ ในโอกาสคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(วันปิยมหาราช)

โดยจัดกิจกรรมจิตอาสารณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก การให้ความรู้สร้างความตะหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรค การสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย กิจกรรมแจกทรายกำจัดลูกน้ำ ณ ลานค้าชุมชนพ่อตาหินช้าง หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 6 หมูที่ 3 และหมู่ที่ 8 ตำบลสลุย ซึ่งเป็นแหล่งซื้อของฝากประมาณ 100 ร้าน

ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆศาลพ่อตาหินช้าง เพื่อให้สถานที่จำหน่ายสินค้าที่สะอาดและเป็นตลาดค้าขายที่ปลอดโรค สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตำบลสลุยและจังหวัดชุมพร ซึ่งนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้สนับสนุนผ้ากันเปื้อนให้กับพ่อค้า แม่ค้า เพื่อสุขลักษณะที่ดีอีกด้วย

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ด้วยการปรับภูมิทัศน์บนเส้นทางเดินขึ้นตามบันใด 219 ขั้น ที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ชมตลอดเส้นทาง เพื่อไปสักการะเจดีย์สีทอง บริเวณยอดเขาหลังศาลพ่อตาหินช้าง ซึ่งเจดีย์ดังกล่าวมีประวัติการสร้างไว้เพื่อครอบรอยเท้าเสือขนาดใหญ่อยู่บนแผ่นหิน เพื่อให้เจดีย์ดังกล่าวสะอาด ปลอดภัย สามารถเป็นจุดชมวิวและเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจได้ในอนาคต

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมชลประทานสร้างฝายบ้านงาช้าง แก้ภัยแล้ง พัฒนาพื้นที่รอยต่อท่าแซะ–ปะทิว

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณฝายกักเก็บน้ำบ้านงาช้าง–บ้านเขาตีนเป็ด ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

มอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (เลขากิต) และนายปราโมทย์ ดาวเรือง เลขานายก อบจ.ชุมพร พร้อมด้วยนายสุชล สินสมบุญ สมาชิกสภา อบจ.ชุมพร เขตอำเภอท่าแซะ, นายอภิชาติ มากยอด สมาชิกสภา อบจ.ชุมพร เขตอำเภอปะทิว, นาย

ปรีชา มีสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสองพี่น้อง, นายสิทธิชัย มากยอด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไชยราช, นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง, นายสฤษดิ์ ปิ่นเกตุ กำนันตำบลเขาไชยราช, ผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ร่วมประกอบพิธีถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และเปิดฝายกักเก็บน้ำบ้านงาช้างอย่างเป็นทางกา

โครงการก่อสร้างฝายบ้านงาช้างดำเนินการโดย โครงการชลประทานชุมพร สำนักงานชลประทานที่ 14 กรมชลประทาน ภายใต้งบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 ในแผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (โครงการจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอการไหลของน้ำในฤดูน้ำหลาก เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภค–บริโภคและการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนใช้เป็นแหล่งน้ำผลิตประปาหมู่บ้าน เพิ่มปริมาณน้ำใต้ดิน และรักษาความชุ่มชื้นให้กับระบบนิเวศในพื้นที่

ทั้งนี้ ฝายบ้านงาช้างจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว และตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภค–บริโภคตลอดทั้งปี อีกทั้งยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงเป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พันโท ชนิสร จารุกิตติ์ตระกูล ผู้บังคับหน่วยส่งเสริมและสหกรณ์ที่ 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นสส.4 สทพ.นทพ.) ได้นำพันธุ์ปลาจำนวนกว่า 6,000 ตัว มอบให้ประชาชนร่วมกันปล่อยลงในฝาย เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งอาหารและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศในพื้นที่

โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ที่ช่วยกันพัฒนาทรัพยากรน้ำเพื่อประโยชน์ต่อการเกษตรและคุณภาพชีวิตของชาวชุมพรอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ณ วัดเซกาเจติยาราม จังหวัดบึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 10.09 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน

เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดเซกาเจติยาราม อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ

ตามที่ นางรัตนประภา ดิศวัฒน์ ประธานบริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือสิบแสน ขอพระราชทานไปทอดถวายยังที่ชุมนุมสงฆ์

ในโอกาสนี้ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธี เชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปถวาย

พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน เข้าร่วมในพิธีด้วยความพร้อมเพรียงและเปี่ยมด้วยความปลื้มปีติ

ภายในงาน มีการประกอบศาสนพิธีตามแบบแผนของคณะสงฆ์อย่างสมพระเกียรติ

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และสืบสานพระราชปณิธานในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย

การพระราชทานผ้าพระกฐินในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความเมตตาธรรมอันยิ่งใหญ่ ที่สะท้อนถึงพระราชปณิธานแห่งการสืบทอดพระพุทธศาสนา

และความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกภูมิภาค
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผุดแคมเปญ “วิ่งไป เที่ยวไป เชิญชวนปชช.ทุกทิศทั่วไทยมาท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ – ล่องเรืออุโมงค์ป่าโกงกาง ที่ ต.บางปู อ.ยะหริ่ง

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่ แหล่งชุมชนท่องเที่ยวตำบลบางปู (จุดลงเรือAmazing Bangpu) หมู่ที่ 3 ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง เป็นประธานเปิด กิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ประจำปี พ.ศ. 2568

โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ลุกมาน สะอะ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู, นายซาพีอีย์ กอเนาะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง, ปลัดอำเภอยะหริ่ง, ปลัดเทศบาลตำบลบางปู, เจ้าหน้าที่ปกครอง, พัฒนากรตำบลบางปู, กำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ตำบลบางปู, และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

สำหรับบรรยากาศในกิจกรรม START เริ่มต้นจาก นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง ได้วิ่งเปิดนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งผ่านเส้นทางชุมชนท่องเที่ยว และถ่ายรูป ณ จุดเช็คอิน พร้อมทั้งล่องเรือไปตามเส้นทางเพื่อชมความสวยงามของอุโมงค์ป่าโกงกางบางปู

ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและสนุกสนาน ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันงดงามของชุมชนท่องเที่ยวบางปู ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างพลังบวกและความสามัคคีในชุมชนได้เป็นอย่างดี

นายอภินันท์ หมวดแก้ว นายอำเภอยะหริ่ง กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” ในวันนี้ เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยและประชาชนได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติของอำเภอยะหริ่ง กระตุ้นให้ประชาชนรู้จักแหล่งท่องเที่ยว

อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีความสวยงาม และเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมในพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น ตลอดจนสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดปัตตานีในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าประทับใจ อันจะนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและชุมชน ส่งเสริมรายได้อย่างยั่งยืน

ตอริก สหสันติวรกุล
รายงานจาก จังหวัดปัตาานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บิ๊กกัง! ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ นำคณะตรวจความสงบชายแดนไทย-เมียนมาร์ พื้นที่จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 23 ตุลาคม พ.ศ.2568 พันเอก สรายุทธ ศรลัมพ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 19 พร้อมด้วย พันเอก เพรียว เลี้ยงชีพชอบ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก

กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 19ได้ร่วมกับ นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายชัยชาญ มูลมาก ป้องกันจังหวัดประจวบฯ และ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ผู้เกี่ยวข้อง

ร่วมให้การต้อนรับ พลตรี ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงศ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่รับผิดชอบของ

หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 19 เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงาน รวมทั้งปัญหา และอุปสรรคข้อขัดข้องของหน่วย โดยได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของหน่วยเป็นไปตามพันธกิจ 5 ประการ

พร้อมทั้งยังได้รับฟังการบรรยายสรุป พบปะให้โอวาท และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ณ หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก

กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 19 ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นได้เดินทางไปที่จุดตรวจร่วมห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบฯ

เพื่อรับฟังการบรรยายสรุป และพบปะส่วนราชการในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ ต่อมาเดินทางมาตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการบ้านไร่เครา หมู่ 6 ช่องทางสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับฟังการบรรยายสรุปประกอบแผนที่ และพบปะให้โอวาท

พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขัวญให้กับกำลังพล ร้อย.ตชด.146 พบปะส่วนราชการในพื้นที่ พร้อมทั้งมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจช่องทางสิงขร เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781