เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จ.สุโขทัยขอเชิญชวนเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ เวลา 18.00 น. ของวันที่9ตุลาคม.2568ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568 โดยมีนางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย นางสาวสรินรัตน์ เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายธีรยุทธ สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พ.อ.พงศธร นิพภยะ รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท. (ท.) หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนและผู้มีเกียรติร่วมในพิธี

การแถลงข่าวในครั้งนี้มีผู้ร่วมแถลงข่าว ประกอบด้วย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายวสันต์ เทพสุริยานนท์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดร.เกษร เอมโอด ผู้อำนวยการวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุโขทัย ว่าที่ร้อยเอก

ดร.เทียนชัย ทองวินิชศิลป รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย นางฐิติญา จั่นเอี่ยม วัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย พ.อ.นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการ อพท.สุโขทัย นายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท สุโขทัยพัฒนาเมือง จำกัด โดยหลังจากการแถลงข่าวได้แสดงการจุดพลุ บริเวณหลังวัดมหาธาตุอย่างสวยงามสร้างประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน

จังหวัดสุโขทัย กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยสำนักงานจังหวัดสุโขทัย เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวและบริการ กิจกรรมหลักเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในด้านการท่องเที่ยวมรดกโลก กิจกรรมย่อย จ้างเหมาประชาสัมพันธ์การจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งได้ว่าจ้างให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี ดี ดีไซน์ 189 เป็นผู้ดำเนินงานจัดกิจกรรมแถลงข่าวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่าจังหวัดสุโขทัยจัดงานอย่างยิ่งใหญ่จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยปีนี้เน้นเรื่องการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการคัดแยกขยะ กำหนดสัดส่วนการใช้พื้นที่ไม่ให้แออัดจนเกินไป การจัดการเรื่องฝุ่น รวมทั้งโทนสีที่ใช้ในบริเวณงานสวยงามเข้ากับโบราณสถาน จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสบรรยากาศแห่งความประทับใจดังคำกล่าว “สุโข สุขี ที่สุโขทัย” ในงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี พ.ศ.2568 ระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
กิตติ พรดวงจันทร์สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมสว่างนครน่านรวมใจจัดพิธีทำบุญเปิดผ้าแพรคลุมป้ายอาคารสำนักงานเพื่อความเป็นสิริมงคล

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 9:00 น ณ ที่ตั้งสมาคมสว่างนครน่านรวมใจ เลขที่ 101 ถนนเจ้าฟ้าตำบลในเวียงอำเภอเมืองน่านจังหวัดน่าน ในนาม”หน่วยกู้ภัยในเครือสมาคมพุทธมามกะสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย” โดยมีนางสาวฐานวีร์ ธนัญชัยนิษฐ์ นายกสมาคมสว่างนครน่านรวมใจได้จัดพิธีเปิดผ้าแพรคลุมป้ายอาคารสำนักงาน “สมาคมสว่างนครน่านรวมใจ” โดยมีพระราชศาสนาภิบาล

เจ้าคณะจังหวัดน่านเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ในพิธีเปิดแพรคุมป้ายและมีนายวิสิทธิ์ ชวลิตนิติธรรม นายกสมาคมพุทธมามกะสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.พิเชษฐ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติร่วมกันกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายและผู้แทนของท่านผู้มีเกียรติที่มาจากพื้นที่ต่างๆ

และในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 24 คน ร่วมกันตัดริบบิ้นเปิดผ้าแพรคลุมป้ายอาคารสำนักงานซึ่งมีสมาชิกเครือข่ายของหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธมามกะสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทยกว่า

70 แห่งทั่วประเทศไทยเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ร่วมงานกว่า 600 คน การดำเนินงานโดยมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและผู้ประสบโรคอุบัติใหม่ทุกกรณีตามกำลังความรู้ความสามารถของบุคลากร

รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านให้มีความปลอดภัยในร่างกายชีวิตและทรัพย์สินและเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของภัยพิบัติจากหนักให้เบาลงและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้

ประชาชนมีความอบอุ่นใจซึ่งสมาคมสว่างนครน่านรวมใจจะร่วมกับภาคส่วนต่างๆบูรณาการร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในจังหวัดน่านโดยเฉพาะผู้ประสบภัยพิบัติด้านต่างๆรวมถึงโรคอุบัติใหม่มา

โดยตลอดการดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดีขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดบันดาลดลให้ผู้ร่วมพิธีและพี่น้องประชาชนทุกคนมีความสุขความปลอดภัยในร่างกายชีวิตและทรัพย์สินขอให้ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวงด้วยดี

โดยร่วมกันเป็นพลังในการช่วยกันแก้ไขปัญหาร่วมกันแบบบูรณาการที่มีส่วนร่วมสร้างความสุขในสังคมร่วมกันตลอดไปและสมาคมสว่างนครน่านรวมใจจะอยู่เคียงข้างกับประชาชนชาวจังหวัดน่านตลอดไป/ภาพ/.พ.อ.พยอม บุญท/ ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” เพื่อส่งเสริมเยาวชนและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณอาคารศูนย์กีฬา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
พลเอกชนินทร์ สิงหนาถนิติรักษ์ (ผู้ทรงคณวุฒิพิเศษกองทัพบก) ประธานจัดการแข่งขัน”ศึก ศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วลกุล (นายอำเภอโคกสำโรง)

พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต (ผกก.สภ.โคกสำโรง) ผอ.ดร.ศักดิ์ดา คำโส (ผอ.รร.จุฬาภรณฯ ลพบุรี) นายกัณพงศ์ แช่ภู่ นายณัฏพงษ์ อารยางค์กูร

(ประธาน กต.ตร.สภ. โคกสำโรง) นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นายนิธิโรจน์ หงษ์ยนต์ พร้อมด้วยคณะกรรมจัดการแข่งขันชกมวย ประชนเข้าร่วมงานฯ

“ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” การจัดงานในครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. สมทบทุนปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
  2. จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยด้านการจราจรและอื่นๆให้กับสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
  3. เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาโรงพยาบาบาล
    โคกสำโรง และนอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญ ในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย
  4. ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย ให้ยังคงอยู่ในสังคมไทย และส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ในอนาคต งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์, โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬา
    ภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง, (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และวัดเขาลังพัฒนา

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความสามารถของนักมวยไทยทั้งรุ่นเยาว์และรุ่น ใหญ่ หากยังมีเจตนารมณ์อันงดงามในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งในด้านการศึกษา ความปลอดภัยงานด้านจราจร งานของตำรวจ สภ.โคกสำโรง และการพัฒนาสาธารณสุของชุมชนอำเภอโคกสำโรงอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิทธิประโยชน์ คนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยม ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ทำบุญถวายแผ่นดินสยาม ณ วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

10 ตุลาคม 2568 : 10.00 – 12.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้

พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นายวินิทร เต็มวงษ์ หัวหน้างานสงเคราะห์ ผศ.ร.อ.,นายณฐธรรมธัช ที่รัก ประจำ อผศ.ช่วยปฏิบัติหน้าที่

ผศ.ร.อ.,นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์,น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์,นายบุรินทร์ สารีคำ ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมหาสารคาม มอบหมาย

ให้ น.ส.ตริทธา ทะลาสี รอง ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ,นายทศพล มั่นศักดิ์ หน.หน่วยบริการแกดำ พร้อมคณะครู และนักเรียน,นายสมนึก ไชยสงค์ นายก อบต.วังแสง และคณะ,นางชนาภา ต้นบุญ ผอ.กองสวัสดิการ ทต.มิตรภาพ,นายเฉลิมชัย เชียงพฤกษ์ นายก อบต.โนนภิบาล,นางลุนณี เทียงดาห์ ผอ.รพ.สต.บ้านหนองบัว,อสม.ม.7,

พลฯ สมนึก เทพทองพูล ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึกเขตวาปีปทุม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายณรงค์ ทับสมบัติ ผญบ.ม.7 ผู้ประสานงาน :

ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย ซึ่งมี พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบ

ณ ศาลาการเปรียญวัดบูรพาหนองบัว ต.วังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 20 ราย โรงแรม CENTARA : บริจาคแปรงสีฟัน ยาสีฟัน

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ และกัลยาณมิตร นำโดย พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผช.ผบ.ทอ.) ร่วมทำบุญถวายแผ่นดินสยาม ณ วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ

ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ของพระภิกษุสงฆ์ ถวายพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร สังฆทาน อธิษฐานบุญบารมีเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินสยาม ถวายกำลังบุญบารมีแด่พระสยามเทวาธิราช สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า บรรพชนไทย แล้วแผ่บุญกุศลไม่มีประมาณ

ขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน จงประสบแต่ความสุขความเจริญและความสว่างไสว ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปังไม่ไหว! สุวรรณภูมิคว้ารางวัลสนามบินขวัญใจชาวโลก Readers’ Choice Awards 2025

แชร์เนื้อหานี้

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ท่าอากาศยานที่ดีสุดของโลกจากการประกาศผล Readers’ Choice Awards 2025 เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นการคิดคะแนนโดยอ้างอิงจากผลโหวตของนักเดินทางจากทั่วโลก โดยการจัดอันดับนี้เป็นส่วนหนึ่งของผลสำรวจประจำปีจากผู้อ่านนิตยสาร Condé Nast Traveler ซึ่งเป็นนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ ทสภ.ติดอันดับ Top 10 ร่วมกับสนามบินชั้นนำ เช่น ท่าอากาศยานชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ ท่าอากาศยานอิสตันบูล ประเทศทูร์เคีย และท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง

เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้นเว็บไซต์ Condé Nast Traveler ระบุว่า รางวัลที่ได้มาจากผลโหวตของผู้อ่านจากหลากหลายประเภทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว อาทิ สนามบินที่ดีที่สุด สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุด โรงแรมที่ดีที่สุด และสายการบินที่ดีที่สุด โดย ทสภ.ยังคงมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ (South Terminal) และการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 4 (4th Runway) ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพงานบริการเพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “World Class Hospitality”การได้รับรางวัล Readers’ Choice Awards 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนาและบริหารจัดการท่าอากาศยานอย่างต่อเนื่อง

เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อทางอากาศให้เทียบเท่าสนามบินชั้นนำระดับโลก ตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารด้วยการสร้างประสบการณ์เดินทางที่สะดวกสบาย รวดเร็ว น่าประทับใจ โดยเน้นแนวคิด “World Class Hospitality” ที่มุ่งเน้นการให้บริการที่เหนือระดับ ความใส่ใจ และการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าบ้านที่ยินดีต้อนรับอย่างอบอุ่นในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาค ซึ่งจะช่วยส่งเสริมศักยภาพของเศรษฐกิจชาติและการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กลุ่มหลวงพ่อโสธร 2560 แถลงข่าวโครงการจัดสร้างหลวงพ่อโตประวัติศาสตร์ตำรวจ 2568 “รุ่นเจริญยศ”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่ ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรบางพลี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

นาย ประชาคล้ายสิงห์ ประธานกลุ่มหลวงพ่อโสธร 2560 เป็นประธานแถลงข่าวโครงการจัดสร้างหลวงพ่อโตรุ่นเจริญยศ “ประวัติศาสตร์ตำรวจ 2568”

โดยมี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.บางพลี ประธานที่ปรึกษาการจัดสร้าง นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี นาย เลิศศักดิ์ เลิศอริยานันท์ ประธาน กต.ตร.สภ.บางพลี

ดร.กิตติ ยงค์สงวนชัย ประธานที่ปรึกษา กต.ตร.สภ.บางพลี คณะกต.ตร สภ.บางพลี กลุ่มหลวงพ่อโสธร 2560 ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน

โดยการจัดสร้าง “หลวงพ่อโตรุ่นประวัติศาสตร์ตำรวจ 2568” ในครั้งนี้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่ศรัทธาหลวงพ่อโต วัดบางพลี ได้ร่วมทำบุญบูชาวัตถุมงคล

และเพื่อสาธารณะประโยชน์ในหลายๆด้าน ทั้งด้านบำรุงพุทธศาสนา ทางด้านการศึกษา ทางด้านส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อดูแลความปลอดภัย

ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่บางพลี และทางด้านสวัสดิการช่วยเหลือดูแลและส่งเสริมคุณภาพชีวิตเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการสืบสานภารกิจ

เพื่อส่วนรวม ทั้งด้านศาสนา การศึกษาความปลอดภัยของประชาชน และคุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างยั่งยืน

พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า การจัดสร้างหลวงพ่อโตรุ่นเจริญยศ “ประวัติศาสตร์ตำรวจ 2568” ได้รับเมตตาอนุญาต

จากพระเดชพระคุณพระเทพสมุทรวัชราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าอาวาส วัดบางพลีใหญ่ในให้จัดสร้างโดยอนุญาตให้จัดพิธีพุทธาภิเษก

ในวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 ณ พระอุโบสถวัดบางพลีใหญ่ใน โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่วัดบางพลีใหญ่ใน เพื่อสมทบทุน กองทุนสวัสดิการตำรวจ จัดซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆสำหรับนำมาใช้ในการพัฒนางานการให้บริการประชาชนของ สภ.บางพลี

เพื่อมอบให้โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนเด็กนักเรียนในชุมชน และมอบให้โรงเรียนในเขตอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสมทบทุนสร้างพระอุโบสถวัด

บ้านระเบิกพัฒนาราม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ และเพื่อจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนเพื่อมอบให้โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาราชรังสฤษดิ์ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นาวิกโยธินกองทัพเรือเตรียม พร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วมและไฟป่าพรุในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณลานกองบังคับการกองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ เป็นประธานในพิธี สนธิกำลังและตรวจความพร้อมในการปฏิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ประจำปี 2569

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปีมักเกิดสถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนัก และในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนมักเกิดเหตุไฟไหม้ป่าพรุ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้พื้นที่เสี่ยงภัยที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ ได้แก่อำเภอเมืองนราธิวาส ตำบลมะนังตายอ และตำบลลำภู,
อำเภอยี่งอ ตำบลลุโบะบือซา และตำบลละหาร,อำเภอบาเจาะ ตำบลลุโบะสาวอ และตำบลบาเจาะ,อำเภอตากใบ ตำบลนานาค และตำบลพร่อน,รวมถึงอำเภอสุไหงโก-ลก ตำบลปูโยะ และตำบลมูโนะ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมักได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นประจำทุกปี

นาวาเอกบัญญัติ วงศ์จำปา เปิดเผยว่า หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ได้จัดเตรียมกำลังพล ยานพาหนะ เรือท้องแบน และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้อย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งได้มีการปรับปรุงระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ได้เพิ่มเติมอุปกรณ์สื่อสารรุ่นใหม่และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อใช้ในการสำรวจพื้นที่และประสานการทำงานระหว่างหน่วยอย่างใกล้ชิด

“จากปีที่ผ่านมาเราได้เห็นข้อจำกัดบางอย่างในเรื่องของการสื่อสารและการเข้าถึงพื้นที่ ปีนี้เราจึงได้ปรับปรุงระบบสื่อสารให้เชื่อมโยงถึงทุกฐานปฏิบัติการในสังกัด ทั้งในระดับกองร้อย ฐานแยก และหน่วยเคลื่อนที่เร็ว รวมถึงประสานตรงกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส ทำให้เราสามารถสั่งการได้อย่างรวดเร็ว เข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที และลดความเสียหายได้มากขึ้น”

นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา กล่าว ทั้งนี้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งกองทัพเรือที่ 292/60 เพื่อเป็นหน่วยหลักในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยมีหน้าที่เตรียมความพร้อมตลอดเวลา ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และการฝึกซ้อมการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่

นาวาเอกบัญญัติ กล่าวเพิ่มเติมว่าหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ได้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังพลทุกนายมีความชำนาญในการปฏิบัติจริง และสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยย้ำว่าความสำเร็จของการช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่เพียงความพร้อมของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ด้วย

“เจ้าหน้าที่อาจเป็นเพียงส่วนน้อยในพื้นที่ แต่ประชาชนคือกำลังหลักในการเฝ้าระวังและให้ข้อมูล เราจึงอยากขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันสอดส่อง ดูแล และประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้เราสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ กล่าวทิ้งท้าย นอกจากนี้หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการทำงานเชิงรุก ด้วยการสร้างเครือข่ายการสื่อสารกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างรอบด้าน

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ยังยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนทุกโอกาส ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ โดยยึดมั่นในคำมั่นสัญญาว่า “นาวิกโยธินอยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์”
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ ร่วมกับผู้ใจบุญ มอบเครื่องผลิตออกซิเจน ช่วยต่อลมหายใจผู้ป่วยยากไร้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2568 นางสาวปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมอาสาสมัคร เดินทางไปมอบ เครื่องผลิตออกซิเจน ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม มาม่า ปลากระป๋อง และขนมปี๊บ ให้แก่ นายเกียรติพงษ์ บัวบาล อายุ 54 ปี

ชาวตำบลบางปิ้ง ซึ่งป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ และอยู่ในความดูแลของชมรมโฮปฯ โดยมีการสาธิตวิธีการใช้งานเครื่องผลิตออกซิเจนอย่างถูกต้องป้าตา ภรรยาของ นายเกียรติพงษ์ บอกว่า ดีใจ จะได้ไม่ต้องลำบากช่วงกลางคืน

เพราะจะหายใจไม่ออก บางทีต้องทุบหลัง บางครั้งใช้พิมเสนทา วันนี้ทางคุณแนนเอาเครื่องผลิตออกซิเจนมา รู้สึกว่าเขาใส่แล้วดีขึ้นเยอะ ขอขอบคุณ คุณแนน และทางชมรมโฮป และผู้ใจบุญทุกๆคน ที่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนในครั้งนี้

นางสาวปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กับโครงการออกซิเจน

ต่อลมหายใจ วันนี้ได้นำเครื่องผลิตออกซิเจน ที่มีผู้ร่วมบุญคือ คุณภัทราณิษฐ์ วรัณวงศ์เจริญและคุณธีรวัจน์ อิทธิโชติวัฒน์ ที่ร่วมบุญกับทางชมรมโฮปฯ ซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ

ป้าตา ภรรยาของ นายเกียรติพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณทางชมรมที่ช่วยต่อลมหายใจ ต่อชีวิต ให้กับคนในครอบครัวตน และขอขอบพระคุณทุกคนที่ช่วยเหลือมาในครั้งนี้

ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และผู้ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและเติมเต็มกำลังใจให้กับผู้ป่วยในชุมชน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.กห. ลงใต้ ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ จชต. ย้ำ“ทุกส่วนต้องร่วมมือกัน สร้างความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชน”

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน วันนี้ 9 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. ที่ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะฯ เดินทางตรวจเยี่ยมติดตามสถานการณ์ และความ

คืบหน้าในการปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคง โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ , ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ เข้าร่วมหารือย่างพร้อมเพรียง

โอกาสนี้ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวต้อนรับว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รู้สึกยินดีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะฯ ที่มีความห่วงใยกำลังพล กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการและขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงและด้านการพัฒนา โดยปฏิบัติงานร่วมกันภายใต้ แผนขับเคลื่อนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2569

โดยดำเนินการขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหา 8 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการก่อเหตุรุนแรง ด้านความมั่นคง ตามแนวชายแดน ด้านการแก้ไขปัญหาการบ่มเพาะ ด้านภัยแทรกซ้อน ด้านความเคลื่อนไหว ขององค์กรระหว่างประเทศ องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ด้านการพัฒนา ด้านการสร้างความเข้าใจ และด้านอื่นๆ โดยเน้น งานการเมือง นำการทหารและการเสริมสร้างประสิทธิภาพ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรองรับการทดแทนกำลังทหารในระยะเปลี่ยนผ่าน สู่การบริหารพื้นที่ ภายใต้กลไกปกติของทางราชการ ดำเนินการควบคู่กับการสร้างความเข้าใจ การบูรณาการ กับทุกภาคส่วน

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ตั้งใจมารับฟังข้อมูลต่างๆ ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมอย่างรอบด้าน พร้อมติดตามการจัดเตรียมข้อพิจารณาและข้อเสนอแนะ สำหรับแนวทางบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และให้เกิดความประสานสอดคล้องเกื้อกูลกันในทุกมิติ เพื่อดูแลความปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพยสินของพี่น้องประชาชน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะฯ ยังได้รับฟังการบรรยายสรุปแนวคิดการปฏิบัติงานของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ด้านสถานการณ์ด้านการข่าว ภาพข่าวความเคลื่อนไหว และการปฏิบัติต่อภาพข่าวที่สำคัญ โครงสร้างการจัดและอัตรากำลัง ปี 2569 และกรอบแนวความคิดในการแก้ไขปัญหา จชต. รวมถึงแนวความคิดในการใช้กำลังและการจัดกำลังรับผิดชอบพื้นที่ ตลอดจนรับฟังปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้เน้นย้ำ !! ถึงความพร้อมและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนในครั้งนี้ เป็นการติดตามสถานการณ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง และขอเป็นกำลังใจให้กับกำลังพล เจ้าหน้าที่ทุกส่วน เชื่อว่าทุกส่วน ทุกหน่วยได้ปฏิบัติหน้าที่เต็มอย่างเต็มความสามารถ

สำคัญที่สุดคือ “ทุกส่วนต้องร่วมมือกันรักษาความปลอดภัยชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชนอย่างสำคัญยิ่ง”รวมถึงได้หารือถึงความคืบหน้าของแผนงานการส่งมอบพื้นที่ จากการบรรยายสรุป เห็นถึงความมั่นใจในความพร้อมของทุกหน่วยงานในพื้นที่ และคาดการณ์ว่าพื้นที่น่าจะมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ภายในปี 2570 อย่างไรก็ตาม จะมีการประเมินอีกครั้ง เมื่อใกล้ถึงกำหนดเพื่อพิจารณาความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงมหาดไทย ต่อไป
// ตอริก สหสันติวรกุล ปัตตานี //

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีชักพระ อ.โคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดทำเรือพระ

แชร์เนื้อหานี้

โปรย : ในทุกๆปี เมื่อสายลมต้นตุลาคมพัดผ่านลำน้ำในอำเภอโคกโพธิ์ก็กลายเป็นเวทีแห่งศรัทธา เรือพระลำงามล่องผ่านสายน้ำดุจสายใยแห่งความเชื่อมั่นที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ‘สายใยแห่งศรัทธา ลอยผ่านสายน้ำแห่งกาลเวลา’ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ แต่คือจิตวิญญาณของคนในชุมชนที่ยังคงเต้นอยู่ในทุกจังหวะ ของงานชักพระ”ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน

วันที่ 8 ต.ค 2568 เวลา 17.30 น. ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดปัตตานี ได้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน ประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 ประจำปี 2568

เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ทางศาสนาพุทธ ที่เก่าแก่ และสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับ มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นายอำเภอโคกโพธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการการจัดงานประเพณีชักพระ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอโคกโพธิ์ เข้าร่วมจำนวนมาก และ มีเรือพระจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมงานประเพณีชักพระกว่า 42 ลำ โดยตัวเต็งในปีนี้ ฟังจากเสียงชาวบ้านมาว่า ตำบลนาประดู่ อาจจะมีสิทธิ์คว้ารางวัลชนะเลิศไปครองก็เป็นได้

สำหรับงาน ประเพณีชักพระของอำเภอโคกโพธิ์นั้นเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดปัตตานี และพี่น้องคนไทยพุทธในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ ได้ร่วมกับสถาบันสงฆ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอ

โคกโพธิ์ และ คณะกรรมการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ได้กำหนดจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 และงานมหกรรมวัฒนธรรมของดีท้องถิ่นปัตตานี ครั้งที่ 25 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 3 – 14 ตุลาคม 68

โดยงานนี้ จัดขึ้นบริเวณลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดทำเรือพระ และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามด้านการดำรงอยู่ แบบผสมผสานวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในอดีตถึงปัจจุบันของอำเภอโคกโพธิ์

ทางด้าน นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดงานนี้ ถือว่าเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่สืบทอดกันมานาน งานชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ของจังหวัดปัตตานีใน ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เป็นการแสดงออกถึงความรัก

ความสมานฉันท์ การได้ทำความดี การแสดงพลังความรักความสามัคคี จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่ร่วมกันในลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความโดดเด่น ทางศิลปวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์

นอกจากจัดเพื่อส่งเสริมประเพณี ที่ดีงามให้คงอยู่คู่ประจำอำเภอโคกโพธิ์แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการนำวัฒนธรรมมาเป็นสื่อสายใยเรียงร้อยความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แก่จังหวัดปัตตานีอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานมีการออกร้านค้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ การประกวดขบวนของดีท้องถิ่น การแสดงจากโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา การแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละชุมชน การออกร้านแสดงนิทรรศการ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป สินค้าอุปโภคบริโภคจากตำบล ท้องถิ่น อีกด้วย

สำหรับ เรือพระไม่ใช่เพียงงานศิลป์ แต่คือสัญลักษณ์ของการรวมใจ—ไม้แต่ละชิ้นคือความทรงจำของรุ่นก่อน ผ้าประดับคือความหวังของรุ่นใหม่ และการล่องผ่านสายน้ำคือการเดินทางของศรัทธาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง”

สำหรับงานประเพณีชักพระที่มีทุกๆปีนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่มันสื่อถึงเรื่องราวสะท้อนบทสนทนา ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เรือพระที่ล่องผ่านคือเรือแห่งความทรงจำ ไม้แต่ละชิ้นคือเรื่องราว

ของบรรพชน ผ้าประดับคือความฝันของลูกหลาน และเสียงกลองคือจังหวะของหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่\ เมื่อเรามองเรือพระ เราไม่ได้เห็นแค่ศิลปะ แต่เห็นความรัก ความศรัทธา และความหวังที่ลอยผ่านสายน้ำแห่งกาลเวลา”
ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว จ.ปัตตานี