เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.ดงหลวงเข้ม! กวาดล้างยานรก บุกจับผู้ค้า – ผู้เสพ ต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายเอกวัฒน์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านโพนไฮ หมู่ 3 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมของกลางยาบ้า 35 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำ ขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม และจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดงหลวงดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามระบบ เพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป

นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดมุกดาหาร ที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับ ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ พร้อมยืนยันว่าอำเภอดงหลวงจะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ปกครองดงหลวงเ #มุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด #ไม่เอายาเสพติด #สังคมปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงชุมพร ตรวจจับรถแช่ขวา พบหนุ่มใหญ่พกปืนลูกโม่เถื่อนซุกใต้เบาะกระบะ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ขณะออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่องใต้ ช่วง กม.7-8 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ได้พบรถกระบะขับแซงช่องทางขวาอย่างผิดกฎหมาย จึงเรียกตรวจ จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ความยาวลำกล้อง 3 นิ้ว

ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด และซองพกหนังสีดำ 1 ซอง โดยปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีทะเบียน และไม่มีเอกสารอนุญาตครอบครอง วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

มีการจับกุม “พ.ร.บ.อาวุธปืน” จำนวน 1 ราย เจ้าพนักงานที่ทำการจับกุม ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.สมหวัง ส่องแสง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. จ.ส.ต.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายสิทธิพงษ์ (สงวนนามสกุล) สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 ขาล่องใต้ บริเวณ กม.7-8 ม.6 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อม รถวิทยุฯ 2409 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรตัน

ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2409 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าว เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทางด้านซ้าย พบ นายสิทธิพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ จากการตรวจสอบ พบ อาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก อยู่

บริเวณใต้เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย จึงได้เชิญตัว นายสิทธิพงษ์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ถูกตรวจพบ มาทำบันทึกการจับกุมที่ สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร จากการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พบว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน และ ไม่มีเอกสารใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร พร้อมด้วยของกลาง

1.อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลข ทะเบียนปืน จำนวน 1 กระบอก 2.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด 3.ซองพกหนังสีดำ 1 ซองเจ้าหน้าที่ทำบันทึกการจับกุมให้ผู้ถูกจับกุมรับสำเนาไว้เรียบร้อยแล้ว นำส่ง พงส. สภ.บ้านวิสัยเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดน่าน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๖๘ จังหวัดน่านจัดประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยจังหวัดน่าน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมสิริศึกษา

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดน่าน ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้มอบหมายให้นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน

เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการพัฒนาเด็กปฐมวัยระดับจังหวัดในปีงบประมาณ 2568 และแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัยในระดับพื้นที่ 6 อำเภอในจังหวัดน่าน

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้แทนจาก กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการอุดมศึกษา

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สถาบันรักลูก (เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีศึกษาธิการจัหวัดน่านเป็นคณะอนุกรรมการและเลขาฯ มติที่ประชุมขอให้จังหวัดนำนโยบาย 3 เร่ง 3 ลด 3 เพิ่ม

และการส่งเสริมพัฒนาทักษะสมอง EF เด็กปฐมวัย เป็นวาระของจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุกอาจ! ตั้งวงไฮโลข้างถนนเย้ยกฎหมาย กลางวันแสกๆ สุดท้ายถูก ปค.ดงหลวง บุกทลาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงอำเภอดงหลวง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8

ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบเล่นการพนันประเภทไฮโล โดยมีการนำทรัพย์สินมาเดิมพันกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในบ้านร้างริมถนนสาธารณะ บ้านก้านเหลืองดง ต.หนองแคน อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตนเข้าตรวจสอบ พบว่ามีผู้เล่นการพนันเป็นจำนวนมากหลายสิบคน ต่างพากันแตกตื่นลุกฮือและวิ่งแยกย้ายหลบหนีไปคนละทิศทาง เบื้องต้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้จำนวน 5 ราย

นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปบ่อนไฮโลดงหลวง #ก้านเหลืองดง #มุกดาหาร #ดงหลวง #จับนักพนัน #ฝ่ายความมั่นคงดงหลวง #อสดงหลวง #สถานีตำรวจภูธรดงหลวง #กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร #กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค4 #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวเด่น #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / SVL กรุ๊ป สานพลังรัฐ-ชุมชน ดูแลสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้กว่า 600 ต้น ปลูกป่าเพิ่มเย็น อ.บางสะพาน

แชร์เนื้อหานี้

เอสวีแอล กรุ๊ป (SVL Group) จัดโครงการ “ปลูกป่าเพิ่มเย็น” ปี 2568 ร่วมกับภาครัฐและชุมชน ปลูกต้นไม้ทั้งป่าบกและป่าชายเลนรวมกว่า 600 ต้น

สร้างสมดุลธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการ “ปลูกป่าเพิ่มเย็น” ปี 2568 ณ พื้นที่สาธารณะ หมู่ 7 บ้านหนองมงคล ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความสมดุลทางธรรมชาติ และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กรกับชุมชนในพื้นที่โดยได้รับเกียรติจาก นายจิรศักดิ์ ติณสุวรรณ

ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (ปลัดอาวุโส) อำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารจาก เอสวีแอล กรุ๊ป นำโดย นายอุดม สดใส กรรมการผู้จัดการ บจก.ไลน์ ทรานสปอร์ต และ นายชัชวาลย์ อิ่มบัญชร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมภายนอก

รวมถึงทีมพนักงาน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 150 คน พร้อมร่วมกันปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งในพื้นที่ป่าบกและป่าชายเลน โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์ไม้จากศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และศูนย์เพาะชำกล้าไม้จังหวัดชุมพร

การปลูกป่าในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ แต่ยังช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำในอนาคต โครงการ “ปลูกป่าเพิ่มเย็น” ตอกย้ำพันธกิจของ เอสวีแอล กรุ๊ป ที่มุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืน

ให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยเชื่อว่าการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนคือพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เติบโตไปพร้อมกับธรรมชาติอย่างสมดุล
///////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีเปิดโครงการ Chumphon Street Art คิงภูมิพล 25.2 ผลงานลำดับที่ 37

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา08.30 น ณ ตึก NT ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน

พิธีเปิดโครงการ Chumphon Street Art คิงภูมิพล ร่วมกับ นายชวัส จำปาแสน (ครูอะไหล่) ศิลปินผู้ก่อตั้งโครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล นายศรีชัย วีระนรพานิชนายกเทศมลตรีเมืองชุมพร ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษมประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร นายจาฏุพจน์ ไกรมาก

ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร นางเพ็ญลดา สายสวัสดิ์ คลังจังหวัดชุมพร นายพิทยา มินชาติ โทรคมนาคมจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ กลุ่มธนาคารสมองชุมพร นายธรรมนูญ เศวตเวชประธานชมรมคนรักในหลวงจังหวัดชุมพร นายพิทยา วงศ์สัมฤทธิ์ ประธาน กลุ่มสุมหัวรักบ้านพ่อ และพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร

เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงชนชาวไทยต่าง น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยเฉพาะชาวชุมพร ที่ได้รับพระราชทานพระราชดำริ

“โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ แก้มลิงชุมพร” ซึ่งช่วย ป้องกันภัยน้ำท่วม สร้างประโยชน์ให้เกษตรกร และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจนถึงทุกวันนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ชาวชุมพร มูลนิธิสานต่อที่พ่อ ทำ ร่วมกับจังหวัดชุมพร ภาครัฐ

ภาคเอกชน และประชาชน/ได้จัดทำ โครงการสตรีทอาร์ตคิงภูมิพล จังหวัดที่ 25.2 ผลงานลำดับที่ 37 บนผนังอาคาร NT ถนนศาลาแดงตำบลท่าตะเภา จังหวัดชุมพร โดยภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ครั้งนี้มีชื่อว่า “น้ำพระทัย ปราบภัยน้ำท่วม”
นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์

ในนามของจังหวัดชุมพร ขอต้อนรับและขอบคุณศิลปินทุกท่านจากมูลนิธิสานต่อที่พ่อทำ และทีมงานโครงการสตรีทอาร์ต คิงภูมิพล ที่ได้มาร่วมสร้างสรรค์งานศิลปะบนผนังอาคาร NT ถนนศาลาแดง อำเภอเมืองชุมพร ในครั้งนี้ การสร้างสรรค์ภาพวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ครั้งนี้ เป็นรูปที่ ๒ ของจังหวัดชุมพร ภายใต้ชื่อภาพ “แก้มลิง”

ภาพนี้ไม่เพียงถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในการคิดค้น “โครงการแก้มลิง” เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนหากยังสะท้อนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกร โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ที่เคยประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำจาก ให้ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนจากแนวพระราชดำริดังกล่าวอย่างแท้จริง จังหวัดชุมพร

ภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะชิ้นสำคัญนี้ซึ่งมีใช่เพียงสร้างความสวยงามให้แก่เมือง แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชกรณียกิจและหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่๙ ให้ปรากฏสู่สายตาชาชนและเยาวชนรุ่นหลัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียงและการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล

ในนามของพี่น้องชาวจังหวัดชุมพร ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ ต่อคณะศิลปินและทีมงานทุกท่าน ที่ได้มอบคุณค่าและความหมายผ่านงานศิลป์อันทรงพลังนี้และหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นอีกพลังหนึ่งในการสืบสาน รักษา และต่อยอด สิ่งที่พ่อได้ทำ เพื่อความผาสุกของประชาชนตลอดไป

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / พิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ณ ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส โดย นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับบัญชาคนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ที่บริเวณลานกองบังคับการกองพันทหารราบที่ 9 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ได้จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่และมอบการบังคับบัญชา ระหว่าง นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน

กองทัพเรือ/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินภาคใต้ (คนเก่า) กับ นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา (คนใหม่) ตามคำสั่งปรับย้ายนายทหารประจำปีของกองทัพเรือ โดยมีการลงนามเอกสารรับ-ส่งหน้าที่ และมอบธงประจำหน่วย ท่ามกลางผู้บังคับบัญชาระดับรอง ผู้ใต้บังคับบัญชา และกำลังพลจากหน่วยนาวิกโยธิน หน่วยทหารพรานนาวิกโยธิน และหน่วยรบพิเศษนาวิกโยธิน ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง

นาวาเอก สันติ เกศศรีพงษ์ศา กล่าวอำลาตำแหน่ง โดยขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการถวายความปลอดภัยแด่พระบรมวงศานุวงศ์ การดูแลบุคคลสำคัญ ตลอดจนการปกป้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้มีความสงบสุข พร้อมฝากข้อคิดให้ทุกนายรักษาวินัยและความมุ่งมั่น พร้อมเชื่อมั่นว่าผู้บังคับบัญชาคนใหม่จะนำหน่วยไปสู่ความสำเร็จและเป็นที่พึ่งพาของประชาชนเช่นเดิม

ด้าน นาวาเอก บัญญัติ วงศ์จำปา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 คนใหม่ ยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้บังคับบัญชา แต่ภารกิจหลักของนาวิกโยธินในพื้นที่จะยังคงเดินหน้าด้วยความเข้มแข็งเช่นเดิม โดยเน้นการบูรณา

การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน สร้างความเข้าใจกับประชาชน และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด พร้อมประกาศเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้กองทัพเรือเป็นที่พึ่งของประชาชนและสร้างความภาคภูมิใจแก่กำลังพล

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กำลังพลของนาวิกโยธินและกองทัพเรือที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนการปฏิบัติงานในภาพรวม และปฏิบัติตามคำสั่งจากกองทัพภาคที่ 4 รวมถึงหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสอย่างเคร่งครัด

ส่วนเรื่องการปรับเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติ คงต้องขึ้นอยู่กับหน่วยเหนือว่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ในระดับหน่วย เรายังคงดำรงภารกิจหลัก คือดูแลประชาชน และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่องเหมือนเดิม

ซึ่งความปลอดภัยของกำลังพลอยู่ที่การทำงานเป็นทีม การรักษาวินัย และความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทหารเพียงลำพังไม่สามารถทำงานได้สำเร็จ จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับประชาชนและทุกภาคส่วน ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อความสำเร็จของภารกิจ สำหรับหน่วยเอง เรามุ่งเน้นดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงคุ้มครองพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ

และกลไกความร่วมมือกับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องสร้างความเข้าใจและเข้าถึงประชาชน รวมถึงการทำงานและพัฒนาพื้นที่ไปพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้คือกุญแจสู่ความสำเร็จตามแนวทางที่หน่วยเหนือกำหนดไว้ ผมตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้นาวิกโยธินเป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็น
กองทัพเรือที่ประชาชนยึดมั่นและไว้วางใจได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของเรา
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯจ.ลพบุรี นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดลพบุรี เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ผู้ว่าลพบุรี คนที่ 51

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นางสุวจี ศิริปัญโญ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี เดินทางสักการะพระเถระชั้นผู้ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดลพบุรี โดยได้กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี

ซึ่งประกอบด้วย พระพุทธรูปประจำจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ศาลพระภูมิ จากนั้นเดินทางไปกราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลพบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนเทพสตรี และ กราบลาเจ้าพ่อพระกาฬ เทพอารักษ์ประจำเมืองลพบุรี ณ ศาลพระกาฬ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดลพบุรี

โดยในเวลาต่อมา ได้เดินทางไปกราบลา พระธรรมวชิรสุนทร เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร และ พระภาวนาวชิรมงคล วิ. รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมโสภณ โดยก่อนเดินทางออกจากจังหวัดลพบุรี มีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชนและนักเรียนโรงเรียนวินิตศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ แห่งที่ 2 ร่วมมอบดอกกุหลาบแสดงมุทิตาจิต

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประวัติด้านการศึกษา เข้าศึกษาคณะรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจบการศึกษาได้รับ (เกียรตินิยมอันดับสอง) ประวัติการทำงาน เริ่มบรรจุเข้ารับราชการตำแหน่งปลัดอำเภอจังหวัดนครสวรรค์ ปี พ.ศ.2531 จากนั้นได้ดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขตตรวจราชการที่ 2 โดยใน ปี พ.ศ. 2563 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก และย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565

จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี คนที่ 51 ที่ผ่านมานายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯ ที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนลิงรบกวนในเขตเมืองเก่าลพบุรี อย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศึกเลือกตั้งสมรภูมิโคราชเดือด “บุญจง ภูมิใจไทย” หวังกวาดที่นั่ง สส. โคราช

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหนองบุนมาก จ.นครราชสีมา นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า การเลือกตั้งสมัยหน้าที่จะมาถึงนี้ พรรคภูมิใจไทย หวังว่าที่นั่งในพื้นที่โคราชเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

พร้อมทั้งได้เตรียมตัวผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ดีมีคุณภาพเอาไว้พร้อมแล้ว เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนในนามพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่อำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะกำนันผู้ใหญ่บ้าน กว่า 400 คน

ให้แนวทางนโยบายโครงการคนละครึ่ง ตามนโยบายรัฐบาล ยุคนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบโครงการคนละครึ่งคนละ 2,000 บาทให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้ให้ความรู้ความเข้าใจ

ให้กับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เป็นตัวแทนไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอหนองบุญมาก ที่จะได้เงินคนละครึ่ง เพื่อเป็นเงินช่วยเหลืือรายจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป

ด้าน นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อไปว่ารัฐบาลชุดนี้มีเวลาทำงานได้เพียง 4 เดือน หรือ120 วันก็จะทำการยุบสภา และ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตนเองในฐานะอดีต สส.นครราชสีมา และ สังกัดพรรคภูมิใจไทย คงอาสาพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองบุญมาก

เพื่อให้สนับสนุนตนอีกครั้ง และขณะนี้มีผู้ประสงค์เข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมส่งลงเลือกตั้ง สส.นครราชสีมา ทั้ง 16 เขต มีความคาดหวังว่าพรรคภูมิใจไทย จะสามารถกวาด สส.นครราชสีมาเข้ามาได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และจะพัฒนาโคราชให้เจริญเติบโตต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / สภ.โคกสำโรง ภ.จว.ลพบุรี ร่วมพิธีวันพระราชทานธงชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 29 ก.ย.68 เวลา 08.00 น. ณ ที่หน้าว่าการอำเภอโคกสำโรง
นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง ประธานพิธี พร้อมด้วย นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง

พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.ฯ พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ พร้อมข้าราชการ
ตำรวจ ผู้นำท้องที่ผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย 28 กันยายน 2568

28 กันยายน วันพระราชทานธงชาติไทย
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ในพุทธศักราช 2460 เนื่องจากในสมัยนั้นไทยเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับประเทศสัมพันธมิตร ซึ่งส่วนใหญ่ธงจะมีสามสี ธงชาติไทยในสมัยนั้นจึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมรี ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน

มีแถบสีน้ำเงินแก่กว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 3 ของขนาดกว้างแห่งธงอยู่กลาง มีแถบขาวกว้าง 1 ส่วน ซึ่งแบ่ง 6 ของขนาดความกว้างแห่งธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่าแถบขาวประกอบชั้นนอกอีกข้างละแถบ และเรียกธงนี้ว่า “ธงไตรรงค์” และทรงกำหนดความหมายของสีธงชาติไว้ว่า สีแดง หมายถึง ชาติ คือประชาชน สีขาว หมายถึง ศาสนา

และสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ซึ่งธงไตรรงค์ หรือธงชาติไทย ถือเป็นสัญลักษณ์อันสูงสุดของชาติเป็นสิ่งเตือนใจให้อนุชนได้รำลึกถึงการเสียสละเลือดเนื้อของบรรพบุรุษเพื่อรักษาไว้ซึ่งแผ่นดิน และร้อยดวงใจคนทั้งชาติให้เป็นหนึ่ง หล่อหลอมความรักสามัคคี สร้างเสริมความภูมิใจในความเป็นชาติ ก่อเกิดเป็นพลังยิ่งใหญ่ในการพัฒนาชาติไทยให้วัฒนาสถาพร

คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2559 ได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) และเริ่มในวันที่ 28 กันยายน 2560 เป็นวันแรก

(โดยไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ) รวมทั้งกำหนดให้มีการชักและประดับธงชาติไทยในวันดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติและเป็นการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย

และวันที่ 28 กันยายน 2563 นับเป็นวันครบรอบ 103 ปีของการพระราชทานธงชาติไทย สำหรับประเทศไทยนั้นถือเป็นประเทศที่ 54 ของโลก ที่มีวันธงชาติ

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี