เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรีร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5

นายพุฒิศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 5 และอนุกรรมการฯ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ณ ห้อง Ballroom Hall ยูนิแลนด์ กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท ตำบลวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผลสำรวจคิดเห็นประชาชนในเขตเมืองชุมพร พรรคที่คนใต้ นิยมชื่นชอบมาก – ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์ -ประชาชน -ไม่ชอบ เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตเมืองจังหวัดชุมพร เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึง พบว่าประชาชนกลุ่มอายุระหว่าง 25–55 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและมีบทบาททางเศรษฐกิจของพื้นที่ ให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการตัดสินใจเลือกผู้สมัครควรพิจารณาจากนโยบายที่เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้จริง มากกว่าการยึดติดกับตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียวจากการสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำในเขตเทศบาลและชุมชนเมืองของจังหวัดชุมพร กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่า ประเด็นที่ต้องการให้ผู้แทนราษฎรเร่งผลักดัน ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ การสร้างงานและโอกาสทางอาชีพในเขตเมือง การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการบริหารจัดการเมืองให้มีความปลอดภัย เป็นระเบียบ และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขณะเดียวกัน ประชาชนในกลุ่มอายุ 25–55 ปี ยังแสดงความเห็นว่า ต้องการเห็นผู้สมัครลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ รับฟังปัญหาจากชุมชนอย่างแท้จริง มีความโปร่งใสในการทำงาน และสามารถติดตามตรวจสอบได้ โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดชุมพรในระยะยาวทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวสะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในเขตเมืองจังหวัดชุมพร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก และมีอัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา
อัปเดตการเมืองสนามเลือกตั้งจังหวัดชุมพร (ข้อมูลเบื้องต้น)
รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวัดชุมพร พบว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทยอยเปิดตัวผู้สมัครในทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้

พรรคภูมิใจไทยเขต 1 นายวิชัย สุดสวาสดิ์ อดีต ส.ส.แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย
เขต 2 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ หรือ “ส.อบจ.กิต” อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเขต 3 นายสุพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกช้าง”พรรคประชาธิปัตย์เขต 1 นายสุรชัย แดงละอุ่น หรือ “นายกโท้ง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวีเขต 2 นายสราวุธ อ่อนละมัย หรือ “ส.ส.เอก”เขต 3

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมงพรรคประชาชนเขต 1 นางสาวชุติมา ชุมขุนเขต 2 นางสาวจิดารัตน์ ชูคงเขต 3 นายชุตินันท์ คงท่าเรือพรรคกล้าธรรมเขต 2 นายสันต์ แซ่ตั้ง อดีต ส.ส.ชุมพรส่วนเขตอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและความชัดเจนของผู้สมัครอย่างไรก็ตาม สนามเลือกตั้งจังหวัดชุมพรยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่จับตานโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเป็นสำคัญ
ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขอแสดงความยินดีกับผู้ครองตำแหน่ง Miss Chumphon 2025 จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดชุมพรขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าประกวดทุกท่าน ที่ได้แสดงถึงความงาม ความสามารถ และศักยภาพอย่างโดดเด่น สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวชุมพรเป็นอย่างยิ่ง โดยผลการประกวด Miss Chumphon 2025 มีดังนี้ตำแหน่ง Miss Chumphon 2025“น้องโดนัท” อภิสรา โปสู่ ผู้เข้าประกวดหมายเลข 8ครองมงกุฎและสายสะพาย รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมคว้า รางวัลขวัญใจสื่อมวลชน

รองชนะเลิศ อันดับ 1 “ข้าวฟ่าง” นางสาวพิชญดา ขุนทอง ผู้เข้าประกวดหมายเลข 2 รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพายรองชนะเลิศ อันดับ 2“มิ้นท์” นางสาวพรชนก รวดเร็ว ผู้เข้าประกวดหมายเลข 13
รับเงินรางวัล 15,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพาย

รองชนะเลิศ อันดับ 3“ปาร์ตี้” นางสาวพรรณรมณ ชาญนคร ผู้เข้าประกวดหมายเลข 15รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพายรองชนะเลิศ อันดับ 4“อ๋อมแอ๋ม” กาญจนา มีทอง ผู้เข้าประกวดหมายเลข 12 รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล มงกุฎ และสายสะพาย

ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าประกวดทุกท่านที่ร่วมสร้างสีสันและยกระดับเวทีความงามของจังหวัดชุมพร ให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพลังของสตรีชุมพรยุคใหม่
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รมว.กลาโหม เข้าเคารพศพให้กำลังครอบครัว พลทหารวุ้น ย้ำจะดูแลเรื่องเงินดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่วัดกลาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) พร้อม พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะลงพื้นที่เข้าเคารพศพ และเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือ พลทหาร วุ้น สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ที่สละชีพจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยของชาติ จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณ สมรภูมิเนิน 350 อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมี นาย นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำข้าราชการ พี่น้องประชาชนให้การต้อนรับ

***หลังจากที่เคราพศพ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา หรือ พลทหาร วุ้น ได้เปิดห้องพูดคุยและทำความเข้าใจกับทางครอบครัวของ พลทหาร ภานุพัฒน์ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที หลังจากนั้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนติดตามความคืบหน้าและวีรกรรมของพลทหาร ภานุพัฒน์ มาโดยตลอด ตนเสียใจแต่ก็ภาคภูมิใจ และก็ขอบคุณ พลทหาร วุ้น ของคุณครอบครัว ที่เสียสละทุกอย่างให้กับแผนดินไทย ที่มาวันนี้มาพูดคุยเยี่ยมเยือน ซึ่งที่ประห่วงเรื่องแรกก็คือเรื่องเงินดูแลครอบครัว

โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงแล้ว ตนก็หมดห่วงไป อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องบ้าน ตอนนี้ได้คุยกับกระทรวง พม. แล้ว ซึ่งทางกระทรวงรับปากจะเข้าไปสนับสนุนในเรื่องการสร้างบ้านใหม่กับครอบครัวของพลทหาร วุ้น และเรื่องสุดท้ายที่เป็นห่วงคือเรื่องอนาคตน้องสาวของพลหทาร วุ้น ตอนนี้มีการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประสานเข้ามาว่าจะสนับสนุนการเรียนของน้องจนจบ ถ้าน้องสาวพลทหารต้องการจะเข้าไปเรียนหลังเรียน ขบ ม.6 ส่วนเรื่องการบรรจุทายาททางครบอครัวให้น้องสาวเจริญรอยตามพี่ชายรับราชกหารทหารต่อไป ซึ่งหลังเรียนจบ ป.ตรี แล้วทางกรมทหารก็จะรับเข้าราชการเป็นทหารทันที

***พล.อ.ณัฐพล รมว.กลาโหม กล่าวต่อไปว่า ในส่วนเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในตอนนี้ พี่น้องประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่สีแดง ทางกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนทั้งในส่วนที่อยู่ในศูนย์พักพิงและที่อยู่บ้านมีทั้งทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ทางนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สอดส่องดูแลและตรวจตาทำให้พี่น้องประชาชนอุ่นใจ ส่วนสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ทางกระทรวงกลาโหมยืนยันว่าไทยเราจะปกป้องอธิปไตยและปกป้องผลประโยชน์ของชาติโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเราจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

***ส่วนของเรื่องการเตรียมความพร้อมต่างๆจะไม่ขอลงรายละเอียดมากจะขอพูดเป็นกรอบ ทางกระทรวงกลาโหมมอบให้ทางกองทัพโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดและหน่วยงานต่างๆช่วยกันพิจารณาดูแลและประเมินตามสถานการณ์สวนทางกระทรวงกลาโหมก็จะพิจารณาตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ส่วนการจะหยุดยิงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับทางกัมพูชา ทางประเทศไทยเราจะยึดมั่นในสันติวิธีมาโดยตลอด ถึงแม้กัมพูชาจะออกมาพูดต่อสาธารณะว่าต้องการสันติภาพ หรือต้องการหยุดยิง แต่ทางการปฏิบัติจริงและหน้างานนั้นกัมพูชายังระดมยิงมายังฝั่งไทยอยู่ตลอด ถึงอย่างไรทางไทยเราก็ยังยืนยันที่เรายิงหรือทำลายจุดยุทธศาสตร์ของกัมพูชาเพื่อป้องกันตัวเอง เราไม่ต้องการที่จะไปรุกรานใครครับ

ตราบใดที่กัมพูชายังมาลุกลามเราลุกล้ำอธิปไตยเรา เราก็จะต้องป้องกันตัวเองโดยได้สัดส่วนและเท่าที่จำเป็น ทหารกัมพูชาใช้ประชาชนบ้านเรือนประชาชนเป็นที่มั่นทางการทหารเราก็ต้องทำลายเป้าหมายทางทหารเหมือนกัน ทางไทยเราทำลายคลังอาวุธทำลายเส้นทางการลำเลียงทหารที่จะมาทำร้ายไทยเราเราถึงจำเป็นที่จะต้องทำลายก่อนเพื่อความปลอดภัย ***จึงอยากทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าทำไมเราถึงทำลายคลังอาวุธของกัมพูชา หรือที่เราต้องไปโจมตีทางลึกเพราะตัวอาวุธที่ทหารกัมพูชามาใช้ยิงกับเรานั้นกัมพูชานำอาวุธไปไว้ในหมู่บ้านสุดท้ายแล้วทางประชาชนชาวกัมพูชาก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงอยากให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ

***ด้าน นางพิชญ์สินี เสาร์สา แม่ของพลทหาร วุ้น เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากผ่านเหตุการณ์มาแล้วสองคืน จนถึงขณะนี้ ตนยังไม่เคยฝันเห็นลูกชาย แต่จะได้ยินเพียงเสียงของลูกในช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะจังหวะที่รับแขกและมีผู้คนมาให้กำลังใจตลอดทั้งวัน ทำให้รู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลีย เมื่อคิดถึงลูกก็จะมีบ้างที่นั่งร้องไห้ แต่ทุกครั้งที่ร้องไห้ จะเหมือนได้ยินเสียงลูกชายพูดปลอบใจว่า “จะร้องไห้ทำไม” ทำให้ตนหยุดร้องไห้ลง ราวกับเป็นเสียงเตือน เพราะเชื่อว่าลูกไม่อยากให้แม่เศร้าหรือเสียใจ ตนขอขอบพระคุณผู้ใหญ่และทุกภาคส่วนที่เดินทางมาให้กำลังใจ ลูกชายได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติและประเทศ ทุกคนก็ให้ความใส่ใจและดูแลแม่เป็นอย่างดี เหมือนกับสิ่งที่ลูกชายอยากให้เกิดขึ้น

***ส่วนกรณีข่าวที่มีรายงานว่า หลังลูกชายเสียชีวิต มีการถ่ายคลิปและแอบนำอาวุธปืนประจำกายของลูกไปนั้น แม่ยอมรับว่าได้ยินเพียงจากข่าวเท่านั้น เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในอาการช็อก แต่เมื่อทราบเรื่องก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก จนเกิดความคิดอยากไปทำหน้าที่รับใช้ชาติด้วยตนเอง ตนย้ำว่าภูมิใจในตัวลูกชายมาก แม้บางครั้งจะมีความน้อยใจอยู่ในใจว่า ลูกชายรักประเทศชาติมากกว่าแม่หรือไม่ แต่เมื่อย้อนคิดกลับไป ตนเองก็รักประเทศชาติไม่ต่างกัน จึงไม่แปลกใจที่ลูกชายจะมีหัวใจเช่นเดียวกัน และวันนี้ลูกได้มอบทั้งหัวใจและชีวิตให้กับประเทศไทย ตนก็ต้องยอมรับและภาคภูมิใจในสิ่งที่ลูกได้ทำ

***ก่อนหน้านี้ เคยตั้งใจให้ตนเองสมัครเป็นนายสิบ แต่ด้วยปัญหาสุขภาพ จึงสละโอกาสให้กับลูก ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยตั้งใจว่าต้องเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อน จึงจะสามารถสมัครได้ สิ่งที่อยากให้จดจำเกี่ยวกับลูกชาย คือ เขาเป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว เพื่อประเทศชาติ รักในศักดิ์ศรี ตนไม่รู้สึกเสียดายเลย และภูมิใจอย่างที่สุดที่ได้เขาเป็นลูก สิ่งที่ลูกชายกังวลมากที่สุดคือ กลัวว่าแม่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีใครดูแล แต่วันนี้คนทั้งประเทศได้ร่วมกันให้กำลังใจครอบครัว โดยเฉพาะแม่ของพี่วุ้น ซึ่งถือเป็นผลแห่งความดีและความเสียสละที่ลูกชายได้กระทำไว้

***นางพิชญ์สินี กล่าวต่อไปว่า ตนยอมรับว่า อยากให้สถานการณ์ยุติการสู้รบโดยเร็ว แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็อยากฝากถึงคุณแม่ของทหารทุกนายให้เตรียมใจไว้เช่นเดียวกัน เพราะเราทุกคนรักในศักดิ์ศรีของประเทศ พร้อมฝากถึงผู้มีอำนาจให้แก้ไขสถานการณ์อย่างเด็ดขาด เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนต้องอพยพหลายครั้ง ผู้ใหญ่อาจพอรับได้ แต่เด็ก ๆ ต้องเสียทั้งโอกาส ค่าใช้จ่าย และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจในระยะยาว
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพเบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและ
ความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568)16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ

17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล “ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ”

19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ 20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบคุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก “วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี “ผู้กล้า” ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกนก เชิญชวนมาชม มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2025

แชร์เนื้อหานี้

🗓️18 ธันวาคม 2568 – 7 มกราคม 2569
📍ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย
💫ภายในงานพบกับ💫
✅สวนดอกไม้ 4 ฤดู — Summer / Rainy / Winter / Spring
✅นิทรรศการพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

✅งานศิลปะ–วัฒนธรรมล้านนา
✅ถนนคนเดินริมกก / โซน Food Truck / กาแฟ–ชาเชียงราย
✅วิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์กว่า 17 ชาติพันธุ์
✅ผลิตภัณฑ์ชุมชน และไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย2025 #ChiangRaiFlowerAndArtFestival #สายนทีแห่งศรัทธา #เชียงราย #เที่ยวเชียงราย #เทศกาลไม้ดอก #งานศิลปะ #4ฤดูมหัศจรรย์ #อบจเชียงราย #RiverOfFaith #ทททเชียงราย #คนเก็บภาพแม่สาย #ชวนเที่ยวทั่วไทย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานแถลงข่าว เตรียมจัดงานศรีเกษเกมส์ นักเรียน อปท.ครั้งที่ 40/พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ที่ห้องศรีพฤเทศวงเรียเตอร์ ศูนยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ นายอนุรัฒน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อม ดร.ฉัตรมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ดร. รัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ นายสุริยนต์ หล่าคำ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พ.ต.อ. นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ และนายสฤษฏ์ นาควารินทร์

อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวการจัดการแขางขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 ม.ค. 69 เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านกีฬาในชนิดกีฬาต่างๆ และก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ ตลอดจนการสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้การแข่งขันกีฬา ศรีเกษเกมส์ จะการแข่งขังทั้งหมด 14 ชนิดกีฬาบังคับ คือ 1. กรีฑา 2. เซปักตะกร้อ 3. วอลเลย์บอลในร่ม 4. วอลเลย์บอลชายหาด 5. ฟุตบอล 6. ฟุตซอล 7. เปตอง 8. เทเบิลเทนนิส 9. แบดมินตัน 10. หมากรุกไทย 11. หมากฮอสไทย 12. จักรยานขาไถ 13. อีสปอร์ต (ROV) 14. เทคบอล และมี 2 ชนิดกีฬาสาธิต คือ กีฬาหมากล้อม และกีฬาว่ายน้ำ รวมทั้งหมด 16 ชนิดกีฬา

***โดยจะนักเรียนจาก 248 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เดินทางมาร่วมชิงชัยในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด และจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในจังหวัดศรีสะเกษ หลายล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทั้งโรงแรม ร้านค้า ผู้ประกอบการต่างๆ มีผู้เข้าไปใช้บริการกันอย่างหนาแน่น และสร้างความคึกคัดให้กับจังหวัดศรีสะเกษ ส่วนความปลอดภัยโดยเฉพาะความปลอดภัยจากภัยสงครามของยืนยันในพื้นที่ที่จัดการแข่งขันปลอดภัย 100%
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

ศรีสะเกษ พิธีรับศพ “จ่ามิน” ทหารกล้าผู้สละชีพปกป้องชาติ พ่อเผยคำพูดสุดท้าย ขอให้ไปอยู่บนสวรรค์ ขณะที่ เจ้ามาลิ สุนัขสุดรัก ร่วมส่งนายครั้งสุดท้าย

***เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) ได้อำนวยการจัดกำลังพลและยานพาหนะประกอบพิธีรับศพ จ่าสิบเอกอนันดา อุดร หรือ “จ่ามิน” อายุ 39 ปี สังกัด ร.16 พัน.3 พล.ร.6 ค่ายบดินทรเดชา จังหวัดยโสธร ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตย ในเหตุปะทะบริเวณ สมรภูมิภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการฟีนิกซ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนหน้านั้น จ่าสิบเอกอนันดาได้รับบาดเจ็บสาหัสจาก สะเก็ดระเบิด BM-21 ของทหารกัมพูชา ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสุรินทร์ แต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

***ขณะที่ เมื่อเวลา 15.09 น. ขบวนรถเชิญศพออกจากโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิ จังหวัดสุรินทร์ มาถึงวัดไลย์ชัยมงคล กองทหารเกียรติได้ตั้งแถวเป่าแตรรับ เพื่อสดุดีวีรกรรมของผู้กล้า เป็นภาพอันสงบสำรวมและเปี่ยมด้วยความอาลัย จากญาติพี่น้อง ข้าราชการ และประชาชนที่มารอรับอย่างเนืองแน่น
***ต่อมาเวลา 16.00 น. นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาประธานในพิธีมอบกระเช่าพระราชทานให้แกครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร เพื่อเชิดชูเกียรติคุณและความเสียสละอันทรงคุณค่า ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวของ จ.ส.อ. อนันดา อุดร
***ต่อมา พลตรี ณัฐ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาเป็นประธาน รดน้ำหลวงอาบศพพาระราชทาน ตามด้วย นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานว่างพวงมาลาหลวง พระราชทานพวงมาลาหลวง ท่ามกลางเหล่าทหาร ข้าราชการ และประชาชน ที่ร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยอย่างพร้อมเพรียง


***นอกจากนี้ ในพิธีครั้งนี้ ยังได้มี “เจ้ามาลิ” สุนัขคู่ใจของจ่ามิน มาร่วมในพิธีศพอีกด้วย ทั้งนี้เจ้ามะลิ เป็นสุนัขที่แม่ของเจ้ามะลิหนีภัยสงครามในสมรภูมิรบครั้งแรก แล้วมาคลอดเจ้ามะลิ อยู่ใกล้กับที่พักหรือหลุมหลบภัย ก่อนที่ จ่ามิน จะเอามาเลี้ยงเหมือนลูก
***ด้าน นายเวียง อุดร อายุ 78 ปี บิดาของผู้วายชนม์ เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ลูกชายเป็นผู้มีความประพฤติดี ว่านอนสอนง่าย ไม่เคยทำให้บิดามารดาเป็นกังวล ก่อนเกิดเหตุยังได้พูดคุยกัน และตนได้กำชับให้ลูกระมัดระวังตัว แต่เมื่อต้องพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดิน แม้เต็มไปด้วยความเสียใจ ก็ยอมรับด้วยหัวใจของคนเป็นพ่อ
***นายเวียง เผย อีกว่า จ่าสิบเอกอนันดามีความฝันอยากศึกษาต่อเพื่อเติบโตในสายทหาร และหวังจะมียศใหญ่โตในอนาคต ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำอธิษฐานให้ลูกชาย “ไปสู่สุคติ ณ สรวงสวรรค์”
***สำหรับกำหนดการสวดและพระราชทานเพลิง สวดอภิธรรม เวลา 18.00 น. ณ วัดไลย์ชัยมงคล ตำบลจะกง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทุกวัน ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2568 และพิธีพระราชทานเพลิงศพ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2568
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปีใหม่อีสานเดือด ภ.3 งัดมาตรการลับ เฝ้าระวังสายลับต่างชาติก่อเหตุ / ตร.เขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา – เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 3 ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุมบูรณาการเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ได้วางมาตรการดูแลการเดินทางของประชาชนอย่างเข้มข้น ครอบคลุมเส้นทางหลักเชื่อมกรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และจังหวัดสระบุรี เข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ก่อนกระจายสู่ภาคอีสานทั้งตอนบนและตอนล่าง พร้อมตั้งจุดบริการและจุดพักรถเพื่อลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์อย่างทันท่วงทีและลดปัญหาการจราจรติดขัด ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือประชาชนงดดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่
สำหรับการบริหารจัดการจราจรปีใหม่นี้ การเปิดใช้ มอเตอร์เวย์บางปะอิน–นครราชสีมา ตลอดแนว จะช่วยระบายรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ กำหนดทิศทางขาออกจากกรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม–2 มกราคม และขาเข้าระหว่างวันที่ 2–6 มกราคมด้านความมั่นคงในพื้นที่อีสานตอนล่างซึ่งติดแนวชายแดน มีการตั้งด่านตรวจควบคู่จุดบริการประชาชน ประสานงานหน่วยงานความมั่นคงทุกมิติ รวมถึงการเดินทางทางถนน รถไฟ และอากาศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงของบุคคลไม่หวังดี พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและการอพยพในพื้นที่แนวชายแดน ครอบคลุม 16–18 สถานีตำรวจใน 4 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยย้ำว่าทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังให้การเดินทางช่วงปีใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ฮือฮา ป้อมตำรวจเขาใหญ่โฉมใหม่ โผล่หัวช้างน้อยสุดน่ารัก ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยว กลายเป็นแลนด์มาร์คเช็กอินใหม่ถนนธนะรัชต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผู้ที่สัญจรผ่านถนนธนะรัชต์–เขาใหญ่ บริเวณแยกบ้านไร่ 2 ต่างพากันชะลอรถและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ หลังพบ “ป้อมตำรวจหัวช้าง” ดีไซน์แปลกตาและน่ารัก ตั้งตระหง่านอยู่ที่ป้อมตำรวจแยกบ้านไร่ 2 ในพื้นที่ เขาใหญ่ สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง

ป้อมตำรวจดังกล่าวอยู่ในความดูแลของ สถานีตำรวจภูธรหมูสี โดยมีการตกแต่งป้อมในรูปแบบ “หัวช้าง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผืนป่าและธรรมชาติของเขาใหญ่ ให้ดูเป็นมิตร อบอุ่น และเข้าถึงง่าย แตกต่างจากภาพจำของป้อมตำรวจแบบเดิม ๆ จนกลายเป็นจุดสนใจบนเส้นทางท่องเที่ยวสายหลักการปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ ภายใต้การสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีหลายภาคส่วน ที่มีแนวคิดยกระดับป้อมตำรวจให้เป็น “จุดบริการประชาชน” ไม่เพียงทำหน้าที่ด้านความปลอดภัย แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนความเป็นมิตรของเจ้าหน้าที่ต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมว่า ป้อมตำรวจหัวช้างแห่งนี้ ไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับเส้นทางท่องเที่ยวเขาใหญ่ แต่ยังช่วยสร้างความอุ่นใจในการเดินทาง หลายคนถึงกับแวะจอดรถถ่ายรูปเช็กอิน แชร์ลงโซเชียล พร้อมติดแฮชแท็กป้อมตำรวจที่สวยที่สุดในเขาใหญ่จนกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ใครผ่านมาก็ไม่ควรพลาดแวะชมและเก็บภาพความประทับใจกลับไป.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน/ จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลตำบลบางปูจัดแข่งขันเรือพายพื้นบ้าน สืบสานวิถีชุมชน–ส่งเสริมท่องเที่ยวท้องถิ่น ณ ชุมชนคลองศาลาแดง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงสาย วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ ชุมชนคลองศาลาแดง ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบล

บางปู เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันเรือพายพื้นบ้าน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยมี นางสาวปารณีย์ นาคคำ ปลัดเทศบาลตำบลบางปู

กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ พร้อมด้วย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร โดยมีคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ หัวหน้าส่วนราชการ / เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางปู /

ประธาน คณะกรรมการชุมชนคลองศาลาแดง / ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา จังหวัดสมุทรปราการ ประชาชน และนักกีฬาพายเรือ ชาวชุมชนคลองศาลาแดง เข้าร่วมพิธี เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น สร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีในชุมชน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในท้องถิ่น

การแข่งขันเรือพายดังกล่าวได้มีการแบ่งการแข่งขันเรือพายออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทเรือมาด 9 ฝีพาย จำนวน 6 ทีม และประเภทเรือมาด 12 ฝีพาย จำนวน 8 ทีม รวมทั้งหมด จำนวน 14 ทีม

พร้อมพิธีมอบถ้วยรางวัล และเงินรางวัลรวมเกือบสี่หมื่นบาท ให้กับทีมที่ชนะการแข่งขัน โดยการแข่งขันเป็นไปด้วยความสนุกสนานทั้งผู้เข้าแข่งขันเรือและกองเชียร์ทั้งฝั่งคล

นายธีรพล ชุนเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลบางปู เผยว่า กิจกรรมเรือพายพื้นบ้านของทางเทศบาลบางปู เริ่มต้นจากชุมชนที่มีภูมิศาสตร์ที่อยู่ติดน้ำ และมีชาวบ้านเริ่มแข่งกันเองก่อนมาหลายปี ทางเทศบาลจึงได้เสนอไปยังจังหวัด เพราะเทศบาลเห็นถึงความสำคัญและความรัก ความสามัคคี โดยจะจัดใกล้เทศกาลปีใหม่ ของทุกปี ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ