เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์/ อดีตผช.ผญบ.รุดพบผู้ว่าฯชุมพรเร่งรัดคดีกำนันดังจ้างวานบุกรุกป่าอนุรักษ์โครงการพระเทพฯลั่น “ไม่มีใครทำอะไรได้”

แชร์เนื้อหานี้

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมภรรยาและลูกชายเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน โดยกำนันคนหนึ่งรับว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้าบุกรุกป่าจำนวน 10 ไร่ พื้นที่หมู่ 6 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเป็นคดีความอยู่ที่สภ.สลุยแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกำนันคนดังกล่าวลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรตนได้” ผู้ร้องซึ่งเกรงว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้าพบร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรรับทราบและติดตามคดีความอย่างใกล้ชิด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสายศิริ  มากประดิษฐ์  อายุ 77 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยภรรยาและนายธนธร  มากประดิษฐ์  อายุ 56 ปี เดินทางเข้าพบนายเธียรชัย  ชูกิตติวิบูลย์  ผู้ว่าฯจ.ชุมพร ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าวด้ว

โดยนายสายศิริและนายธนธร ผู้ร้องให้ข้อมูลว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้องและตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เนื้อที่ 1,900 ไร่ โดยมีประชาชนได้เสียสละที่ดินเพื่อทำป่าชุมชน อนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ และเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุรักษ์หวงแหนถวายพระเทพฯ
      ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสายศิริฯ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะคนเก่าคนแก่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯซึ่งได้ดูแลพื้นที่โครงการฯเป็นประจำ จะมีส่วนหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลด้วยคือเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรจังหวัดรับผิดชอบด้วย ขณะนั้นได้เจอคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คน ซึ่งตามที่ได้เห็นพบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักหรือเคยเห็นกับบุคคลดังกล่าวเลยกำลังแผ้วถางด้วยมีดงอ กันอย่างสนุกมือโดยไม่คิดถึงความผิดของกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ปรากฏว่าป่าถูกแผ้วถางไปแล้วประมาณ 10 ไร่ จึงได้เข้าไปห้ามปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงล่าถอยไป

หลังจากนั้นนายสายศิริฯผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องแจ้งไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และได้ส่งเรื่องต่อไปที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ด้านปลัดอำเภอพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งได้ทำการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่เพื่อดำเนินคดี ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเรื่องคดีความอยู่ที่สภ.สลุย แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีความคืบหน้าอีกทั้งกำนันคนดังกล่าวเคยลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรเขาได้” เกรงว่าเรื่องการบุกรุกป่าจะเงียบ จึงเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับทราบและเร่งดำเนินการติดตามต่อไป
      ภายหลังผู้ร้องได้แจ้งความประสงค์การเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งนำเอาคลิปวีดีโอที่บันทึกบทสนทนาของกำนันรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ส่งให้กับมือผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเก็บไว้ตรวจสอบ

ด้านนายเธียรชัยฯ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร เปิดเผยว่า รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นคดีความแล้วเรื่องอยู่ที่สภ.สลุย  เบื้องต้นทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เท็จจริงประการใดขอตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อน หากมีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ผู้ว่ามาทำงานให้คนชุมพร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครไม่ต้องกังวล” ผู้ว่าฯ กล่าว
…………………………………………….

ข่าว/ภาพนิ่ง
***เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช่วยทันที มูลนิธิพุทธภูมิธรรม พร้อมจิตอาสา มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ลงพื้นที่จตุจักร , โรงพยาบาลราชวิถี กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

มอบน้ำร่วมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว… มอบน้ำ สื่อแทนน้ำใจ ของ พุทธภูมิธรรม และเพื่อนกัลยาณมิตร …มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ขอส่งกำลังใจ ให้พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย และขอตั้งอธิษฐานจิตถึงผลบุญบารมีทั้งปวงที่ มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ได้เป็นสื่อกลางกระทำบำเพ็ญ ให้กำลังแห่งผลบุญนี้เป็นกำลังบารมีและเหตุปัจจัยคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยพิบัติทั้งปวง เทอญ…ขอชื่นชม และเชิญชวนผู้ใจบุญ เตรียมการและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่ ทุกมิติ … ใกล้พื้นที่ไหนช่วยพื้นที่นั้นขอขอบคุณ ทีมจิตอาสามูลนิธิพุทธภูมิธรรม และส่วนเกี่ยวข้องทั้งปวง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism”

แชร์เนื้อหานี้

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism” ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม กิจกรรมค่าใช้จ่ายในการพัฒนาย่านเมืองเก่าเพื่อการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรม จังหวัดน่าน จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 – 30 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ บริเวณข่วงน้อย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด

โครงการฯ ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่รู้จักในระดับท้องถิ่นระดับชาติ และนานาชาติ เตรียมความพร้อมประชาชนในพื้นที่ได้เรียนรู้เอกลักษณ์ทาง ศิลปวัฒนธรรม รองรับการพัฒนาพื้นที่ และร่วมกันขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองมรดกโลก เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชุมชนในจังหวัดน่าน

โดยภายในงานพบกับ ร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น นิทรรศการพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ด้านศิลปวัฒนธรรม การเวิร์คช็อป และการสาธิตจากวิทยากรของแต่ละแหล่งเรียนรู้ จากแหล่งเรียนรู้ 14 แหล่งเรียนรู้ เส้นทางท่องเที่ยว 5 เส้นทาง ประกอบด้วย
เส้นทางที่ 1 เส้นทางหัตถศิลป์ถิ่นน่าน
เส้นทางที่ 2 เส้นทางอาหารตำรับเจ้า เชิดชูอาหารถิ่น The lost taste
เส้นทางที่ 3 เส้นทางมรดกภูมิปัญญา มรดกทางวัฒนธรรม สู่มรดกโลก
เส้นทางที่ 4 เที่ยวชุมชน ยลวิถี “งามศิลป์ ถิ่นนครวัฒนธรรม”
เส้นทางที่ 5 เส้นทางสายบุญ ยลพุทธศิลป์เมืองน่าน

นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรม ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป อาทิ การแสดงสะล้อ ซอ ปิน ซอล่องน่าน จาก พ่อครูอรุณศิลป์ ดวงมูล, คณะซอกรกฎ บ้านซาวหลวง และคณะซอคำไทด์ สาธิตการทำอาหาร แกงผักอะหยิอะเหยาะ, แกงสนัด และแกงแค การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดย สถาบันการศึกษา กลุ่มกิจกรรม องค์กร ชมรม และชุมชน การแสดงวงดนตรีร่วมสมัยจากวง Sweet Hours เป็นต้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีบวงสรวงยิ่งใหญ่ ใช้วันมหามงคลเอาฤกษ์เอาชัยก่อนซีรีส์สุดปัง “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ออกอากาศเร็วๆ นี้ทางช่อง 9 MCOT HD

แชร์เนื้อหานี้

เบิกฤกษ์มหามงคล “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” จัดบวงสรวงใหญ่ ทัพนักแสดง-ผู้จัด พร้อมก้าวสู่ความปัง จัดพิธีบวงสรวงอย่างยิ่งใหญ่ ใช้วันมหามงคลเอาฤกษ์เอาชัยก่อนซีรีส์สุดปัง “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เตรียมจะออกอากาศเร็วๆ นี้ทางช่อง 9 MCOT HD ณ พิกัดศักดิ์สิทธิ์ ลานพระพิฆเณศวร – พระตรีมูรติ หน้าลาน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ท่ามกลางการรวมตัวของทัพนักแสดงดัง -ผู้จัดซีรีส์อย่างค่าย M.Flow Entertainment พร้อมสื่อมวลชน และแฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจรับพรอันเป็นมงคลคร้ังนี้

หลังจากที่ทำโซเซียลร้อนระอุไปแล้วท้ังPilot – Official Trailer ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ยอดพุ่งกว่า 7ล้านวิว ในเวลาไม่นาน ล่าสุดค่ายซีรีส์ดัง M.Flow Entertainment ก็สานต่อความร้อนแรงด้วยการจัดพิธีบวงสรวงคร้ังใหญ่ให้เป็นที่ประจักษ์กันกับซีรีส์เรื่องนี้ โดยเหล่านักแสดงของเรื่อง ด้วยรอยยิ้มและออร่าซุปตาร์ซีรีส์วาย มา
ครบไม่ว่าจะเป็น “โบ๊ท ยงค์ยุทธ เติมต่อ – โอ๊ต ภาสกร สารรัตนะ และ ยุ่น ภูษณุ วงศาวณิชชากร – ปันปัน ปัณณ์ จิราธนาภัท” พร้อม ผู้บริหาร คุณกัญญา ณัฐดนัยวรกานต์ และ2 ผู้กำกับของค่าย คุณกรชนก บุญมา -คุณวันชนะพันษ์ ไพฑูรย์ ตบเท้ามาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและพบปะแฟนๆที่มาให้กำลังใจ

สำหรับบรรยากาศน้ันอบอุ่น และอบอวลไปด้วยรอยยิ้มของพี่ๆ แฟนคลับที่ต้ังตามารอพบศิลปินที่รักต้ังแต่เช้าตรู่ แถมยังขนฟู้ดซัพพอร์ต มาฝากกันจนแน่นพื้นที่ ก่อนที่เหล่านักแสดงจะเดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวง เสียงกรี๊ดกดชัตเตอร์รัวๆ ลั่นบริเวณงาน จากน้ันท่านพราหมณ์ ก็นำนักแสดง -ผู้จัด คนในบริเวณงานร่วมสวดมนต์ทำพิธีบวงสรวง ที่จัดเตรียมชุดบูชาอลัไปงการงานสร้างสมฐานะครบตามธรรมเนียม ก่อนที่จะให้เหล่านักแสดง-ทีมงานได้ร่วมกันปักธูป โปรยดอกไม้มงคลขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรให้ซีรีส์”ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก

จากน้ันเหล่าทีมนักแสดง -ผู้จัดก็ได้ให้สัมภาษณ์กับเหล่าพี่ๆ สื่อมวลชนที่น่ารักซึ่งมารอกันต้ังแต่เช้าตรู่เช่นกัน “โบ๊ท ยงค์ยุทธ, โอ๊ต ภาสกร, ยุ่น ภูษณุ และ ปันปัน ปัณณ์” ตัวแทนทีมนักแสดง “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เปิดใจด้วยความตื่นเต้นว่า “ในที่สุดก็มาถึงอีกเป้าหมายของการเดินทางกับซีรีส์เรื่องนี้ เพราะจุดเริ่มต้นน้ัน เบื้องหลังใช้เวลานานนับปีเลยทีเดียวกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ มั่นใจว่าทีมนักแสดง ทีมงาน ก็รู้สึกไม่ต่างกัน วันนี้บวงสรวงใหญ่
ก็เป็นการมาขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยากให้ซีรีส์ของเราประสบความสำเร็จทำให้ทุกคนที่เฝ้ารอท้ังไทยและอินเตอร์แฟนน้ันได้มีรอยยิ้ม และอินไปกับพวกเรานักแสดงทุกๆ คน อยากแย้มๆ บอกทุกคนแบบนี้ว่า เห็นตัวอย่างกันไปแล้วก่อนหน้านี้นั่น แค่น้ำจิ้มจริงๆ อาหารจานหลัก มันอยู่ในทุก EP. ที่จะสอดแทรกไว้ นอกจากอรรถรสความสนุกในความบันเทิงแล้ว จริงๆ

เราต้องการสื่อสารในบางเรื่องออกไป อยากรู้ก็ไปลุ้นกันเอง เร็วๆ นี้ทาง ช่อง 9 MCOT HD และติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ทุกแพลตฟอร์มของ M.Flow Entertainment
ผู้บริหาร คุณกัญญา ณัฐดนัยวรกานต์”เราผลักดัน เรื่องนี้มาเป็ยปีอย่างที่น้องนักแสดงบอกไปว่าเราทุ่มเทอย่างมากไม่ว่าจะเป็นแรง และทุน ขอบคุณน้องๆ ทีมงาน และแฟนๆ ที่ยังซัพพอร์ตเฝ้ารอติดตามผลงานจาก M.Flow Entertainment

พี่บอกได้เพียงว่า “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) จะเป็นอีกมิติ อีกเฉดใหม่ที่จะได้เห็นถึงพัฒนาการในค่ายของเราที่เติบโตข้ึน ที่ผ่านมาทุกเสียงจากแฟนๆ ทั้งคำแนะนำ คำติชม เราน้อมรับและนำมาปรับปรุงเสมอ เรื่องนี้เลยบอกว่าอยากให้เห็นถึงความเติบโตของพวกเราที่แข็งแรงและจะเติบโตขึ้นก้าวไปสู่เป้าหมายอีกจุดที่วางไวไ้ด้นนั่ แน่นอนว่ามีน้องๆ อยู่ในแพลนของเราอยู่แลว้ อยากให้ติดตามเรื่องนี้กัน ฝากซัพพอร์ตค่ายของเราหน่อยได้มั้ยคะ”
เรื่องย่อ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เล่าเรื่องราวของ “จวิ้น”รับบทโดย”โอ๊ต ภาสกร” เด็กหนุ่มจอมกวนที่ไม่เกรงกลัวใคร และมักจะสร้างปัญหาจนใครๆ ต้องส่ายหัว แต่แล้วชีวิตของเขาก็พลิกผันเมื่อไปมีเรื่องไม่ลงรอยกับ “เฮียศร”รับบทโดย”โบ๊ท ยงค์ยุทธ” เพื่อนของพี่ชายเพื่อนสนิทของ”จวิ้น” ที่ดูเหมือนจะไม่ชอบเด็กอย่าง”จวิ้น”เอา
เสียเลยแต่แล้วในความไม่ถูกชะตากัน ดันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อ”จวิ้น” เผลอไปเห็น”เฮียศร”กำลังทำกิจกรรมสุดไพรเวท ที่ไม่น่าจะเห็นเข้า และ”จวิ้น”ไม่เพียงแค่เห็นเท่านั้น เพราะว่า”เฮียศร”ยังที่จับได้ว่าถูกมอง กลับชวนเข้าร่วม


กิจกรรมที่ค้างอยู่ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์พี่เริ่มต้นจากการไม่ชอบกัน กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น และเต็มไปด้วยความตึงเครียด ความตลกขบขัน และแน่นอนว่าไม่ขาดความตื่นเต้นที่ทั้งคู่ต้องเผชิญ
ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ได้นักแสดงนำสุดฮอตที่ต้องจับตามองอย่าง โบ๊ท ยงค์ยุทธ, โอ๊ต ภาสกร, ยุ่น ภูษณุ และ ปันปัน ปัณณ์ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและเคมีสุดลงตัวในเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่ชับช้อนและน่าติดตาม “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) เตรียมพร้อมที่จะมาให้ผู้ชมต้องลุ้นไปกับเรื่องราวสุดตื่นเต้น 20 เมษายน นี้ทาง ช่อง 9 MCOT HD

บวงสรวงไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก #บวงสรวงไหนเฮีย #บวงสรวงMyStrubborn

MFlowEntertainment

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม แพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ รพ.นครปฐม ประสานงานขนย้ายผู้ป่วยไม่ทิ้งไว้ลำพัง

แชร์เนื้อหานี้

ทีมแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมเร่งระดมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสูงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสัมผัสได้ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมหลาย 100 นายเข้าร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมไม่ได้สร้างความวิตกหวาดกลัวและยังคงเกาะติดอยู่กับผู้ป่วยวิกฤต แม้จะยังอยู่ในช่วงที่การไม่ปลอดภัย

วันที่ 28 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังเกิด เหตุแผ่นดินไหวซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบและรับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและ มีความวุ่นวายในการประสานงานกับสถานการณ์ และมีการส่งต่อข้อมูลการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย โดยที่โรงพยาบาลนครปฐม ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการ 

ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสุขสานุจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาประสานงานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารสูงซึ่งมีหลายอาคารและมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเร่งลำเลียงนำผู้ป่วยลงมาจากอาคารและนำมาพักในจุดต่างๆบริเวณชั้นหนึ่งที่ไม่ไม่ติดกับตัวอาคารด้วยความโกลาหล โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลาเคราะห์นครปฐม ได้ทำการช่วยเข็นเตียงและอุ้มผู้ป่วยออกจากจุดที่คาดว่าเป็นอันตรายตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรเพื่อรับส่งผู้ป่วยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตเข้าอยู่ในห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวมกันในพื้นที่หลาย 100 คนตั้งจุดประสานงานสั่งการ โดยมีการประเมินสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับแรงอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายและเสี่ยงจะก่อให้เกิดเปลวเพลิงและเกิดความเสียหายในการรักษาผู้ป่วยเช่นผู้ป่วยวิกฤติหนักหรือในห้องผ่าตัดอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศวุ่นวายและทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยประสานงานได้มีการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง 

พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เผยว่า ตอนนี้ทางกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานความร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกในการรับส่งผู้ป่วยโดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆตามที่รับแจ้งและเฝ้ารอฟังการประสานงานจากเบื้องบนในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุและช่วงการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
นายสมภพ สอนดอนไพร อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม บอกว่าในส่วนของโรงพยาบาลนครปฐมได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่ประมาณรวมแล้ว 100 กว่าคนสำหรับการนำรถขนส่งผู้ป่วย และรถกู้ชีพในการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากจำเป็นจะต้องมีการย้ายโรงพยาบาลไปมาสำหรับผู้ที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้าย และมีการกำลังกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลต่างๆทุกอำเภอเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังซึ่งคาดว่าน่าจะมีถึงประมาณ 200 นายเป็นอย่างน้อยที่ได้ลงปฎิบัติหน้าที่แล้วในตอนนี้

ด้าน รุ่งอรุณ ไชยธวัช 54 ปี ชาวบางเลน บอกว่าช่วงเกิดเหตุได้มาเฝ้าพ่อรักษาตัวอยู่ที่อาคารทวาราวดี ชั้นห้าจู่จู่ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวเนื่องจากการสั่นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยรับรู้ได้ดี จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลได้แจ้งประกาศผ่านไมค์โดย ทีมประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบอกว่ากำลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งจะ มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงไปที่บริเวณชั้นล่างซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เกิดความสมัครใจลงโดยบรรยากาศก็ไม่ได้โกลาหลแต่อย่างใดและทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เป็นระเบียบไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งในการตัดสินใจตนเองจึงได้นำพ่อลงมาในพื้นที่ด้านล่างและขอชื่นชมว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีมากและเห็นทุกคนทำงานได้เต็มกำลังความสามารถในช่วงที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีอาคารสูงหลายแห่งซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐมโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวและมีการเตรียมความพร้อมรับแผนหากเกิดอาฟเตอร์ shock ตามมาซึ่งหากสถานการณ์เข้าสู่ปกติและ ไม่มีเหตุสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อนก็จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ที่พักวันอังคารต่อไป

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม
………………………………..

แผ่นดินไหว #นครปฐม โรงพยาบาลนครปฐม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /แพร่เร่งสำรวจ ความเสียหายจากแผ่นดินไหว เบื้องต้นเปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ ศาลากลางจังหวัดแพร่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.20 น วันที่ 28 มีนาคม 2568 ตามที่ได้เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาร์ ขนาด 8.2 ริกเตอร์ ส่งผลกระทบกับประเทศไทยเป็นวงกว้างนั้นนั้น ในส่วนของจังหวัดแพร่ ทางนายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร์ ได้กำชับ ข้าราช

การ เจ้าหน้าที่ ลงจากตึกศาลากลาง เพื่อความปลอดภัยและสั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดแพร่เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องราวและสำรวจความเสียหายจากพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้

นางสาวรำพู จันต๊ะปะตุ รักษาราชการแทนป้องกันบรรเทาสารภัยจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า จังหวัดแพร่ รายงานสถาน การณ์แผ่นดินไหว ดังนี้ สถานการณ์สาธารณภัยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.2 เป็นแผ่นดินไหวบนบก ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในส่วนจังหวัดแพร่ รับรู้ถึงแรงสั่น

สะเทือนทั่วจังหวัดแพร่ สำหรับรับความเสียหายเบื้องต้นรับรายงานดังนี้ โรงจอดรถบ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 12 ตำบล ป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ และตัวบ้านได้รับความเสียหายบางส่วน ด้านการดำเนินการและการให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองแพร่ และเทศบาลตำบลป่าแมต ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเบื้องต้นแล้ว

และสั่งการทุกอำเภอ หากพบความเสียหายให้เร่งให้ความช่วย เหลือโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เฝ้าระวังติดตามอาฟเตอร์ช็อกจากแผ่นดินไหวจากหน่วยงานราชการ/แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ และสื่อสารข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงเพื่อมิให้ประชาชนลดความตื่นตระหนก

ด้าน นายชัยสิทธิ์ ไชยสัมฤทธิ์ผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ลงพื้นที่ไปติดตามและเยี่ยมการช่วยเหลือผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแพร่เนื่องจาก เป็นตึก
อาคารสูง และได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน โดยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ป่วยลงมาจากตึก สูง เพื่อมาพักรักษา ณ ชั้นล่างที่อาคารปฐมภูมิ เพื่อความ ปลอดภัยหากเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาได้

ธีรพงษ์ #ธงออน/แพร่

061-595-5297##ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น่านปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. นายประจักษ์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานการปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม” จังหวัดน่าน ณ ห้องประชุมดอกเสี้ยว 2

โรงแรมน่านตรึงใจ บูทีค จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการต่อยอด ขยายผลการขับเคลื่อนคุณธรรมของชุมชน หน่วยงาน องค์กรเครือข่าย

เพื่อยกระดับสู่การเป็น “แหล่งเรียนรู้เชิงคุณธรรม”ให้ครอบคลุมทุกเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีนางภัทรภร ชัยวัฒนกุล วัฒนธรรมจังหวัดน่าน เป็นผู้จัดกิจกรรมร่วม

การจัดประชุมในครั้งนี้จัดโดยศูนย์คุณ ธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน โดยมีนายประมวล บุญมา หัวหน้ากลุ่มงานสมัชชาและความร่วมมือนานาชาติ

ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน)กล่าวรายงานและมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนองค์กรเครือข่ายทางสังคมทุกภาคส่วน จำนวน 81 คนเข้าร่วม/บุญยงค์ สดสอาดนายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตชด.ภาค 3 – กองร้อย ตชด.ที่ 327 จับคุม เคตามีน 120 กก.โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 26 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตชด.ภาค 3 ร่วมกัย บกองร้อย ตชด.ที่ 327 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธุ์กล้า ผกก.ตชด.32 พ.ต.ท.ยุธยา สังแสวง รอง ผกก ตชด.32 พ.ต.ต.อนัญวัตน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.327 ได้ร่วมกันจับกุม นายชนินทร์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปีชาว แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ และ นายวชัรพงษ์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ชาว ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง เคตามีนจำนวนประมาณ 120 กิโลกรัม

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีเป้าหมายยาเสพติดได้โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งสืบทราบว่าจะมีการนำยาเสพติดจำนวนมากส่งพัสดุกับบริษัทเอกชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จึงได้เฝ้าติดตามจนพบชาย 2 คน เข้ามาส่งของบริษัทขนส่งเอกชนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบพัสดุ จำนวน 4 กล่อง

จากการตรวจสอบพบว่าภายกล่องบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท2 (เคตามีน) กล่องละ2 แพ็คใหญ่ ในหนึ่งแพ็คใหญ่พบถุงชาบรรจุเคตามีน ประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 4 กล่อง ประมาณ 16 กิโลกรัม เมื่อพบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยตามชายทั้ง 2คนไป พบว่ากำลังนำพัสดุที่เหลือไปส่งที่บริษัทขนส่งเอกชนอีกที่หนึ่ง ในพื้นที่ถนนเหมืองแดง ซึ่งกำลังรอส่ง อีกจำนวน 11 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมทั้ง 2 คน
จากการเปิดตรวจสอบพบ ภายในกล่องมีของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 2 แพ็คใหญ่ โดยในหนึ่งแพคใหญ่ พบเป็นถุงชาบรรจุเคตามีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 11 กล่อง ประมาณ 44 กิโลกรัม รวมทั้ง 2 จุด ของกลางทั้งหมด 15 กล่อง ประมาณ 60 กิโลกรัม

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งสองคนทำการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาเช่า ในพื้นที่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อตรวจสอบบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน และเมื่อทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวพบกระสอบสีรุ้งขนาดใหญ่ จำนวน 2 กระสอบอยู่ภายในช่องเก็บของท้ายรถ ภายในกระสอบดังกล่าวพบถุงชาบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 30 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 2 กระสอบ รวม 60 ถุง หรือน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 120 กิโลกรัม

จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การว่าได้รับจ้างให้นั่งเครื่องบินมาจาก กรุงเทพฯ เพื่อมารับยาเสพติดังกล่าว แล้วนำส่งบริษัทเอกชน เพื่อส่งไปยังตนในของประเทศโดย โดยปลายทางจะมีผู้มารับยาเสพติด ซึ่งจะไปจำหน่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมไปยังผู้ว่าจ้างอีกครั้ง

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวีเป็นตัวแทนรัฐบาลรับ 98 คนไทยกลับบ้านเกิดเป็นของขวัญฮารีรายอ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 27 มี.ค.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ปฏิบัติราชการ สตม. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส

น.ส.อัจฉรา โพธิ์พันธุ์ นายด่านศุลกากรสุไหงโกลกพล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสพล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 และนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโกลก

ได้ร่วมเดินทางไปยังด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อทำพิธีรับส่งมอบคนไทย จำนวน 98 คน ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักตัวบ้านตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือน ที่ทางการประเทศมาเลเซียอยู่ในระหว่างขั้นตอนตรวจสอบว่าเป็นคนไทยจริงหือไม่ ซึ่งภายหลังทางญาติทราบเรื่อง ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางไปรอรับส่งมอบตัวด้วยตนเอง ที่บริเวณกลางสะพานด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ได้มีการประสานผ่าน นายมัสกรี สุไลมาน MR.Bakri sulaiman หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งภายหลังที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ทำการรับส่งมอบตัว 98 คนไทยแล้วเสร็จ ได้ทำการพบปะพูดคุยสอบถามถึงความเป็นมา ซึ่งบางคนถูกกักตัวยาวนานถึง 4 เดือนลดหลั่นกันไป ซึ่งทางการประเทศมาเลเซียได้ทำการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างที่ถูกกักตัว และทุกคนขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมและรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญช่วยเหลือคนไทย ที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคาบเกี่ยวกับเดือนรอมฎอนกับฮารีรายอ ที่ได้มีโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองฮารีรายอกับครอบครัว พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสมอบอินทผาลัมและเครื่องแต่งกายมุสลิมทั้งชายและหญิง อาทิ หมวกกะปิเยาะและผ้าโสร่ง ไว้ใช้ประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ด้วย

ด้านพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นความสำเร็จในการประสานงานในระดับรัฐบาลและในระดับพื้นที่ โดยผู้ประสานงานหลักพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีการประสานงานระหว่างตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยทหารในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งขอยืนยันว่าในจำนวน 98 คนที่จะกลับมา ซึ่งอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งใจตอบสนองเพื่อจะทำให้เดือนรอมฎอนสู่สันติสุขตามที่ได้ตั้งเป้าหมายกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่น่าชมเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ซึ่งตรงนี้เราได้ชี้แจงโดยได้รับมอบจากรองนายกภูมิธรรม โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องรอมฎอนสันติสุข โดยมีการชี้แจงกับท่านจุฬารัฐมนตรีได้เดินทางลงมาพบผู้นำศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลา ได้ร่วมพูดคุยพร้อมด้วยหน่วยงานทหาร ตำตรวจ ว่าเราแสดงออกด้วยความจริงใจที่จะทำให้เกิดประโยชน์เกิดสันติสุขในช่วงเดือนรอมฎอน และนี่คือหนึ่งงานที่ประกาศได้เลยว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจที่เป็นนโยบายของรัฐบาล และการปฏิบัติของรัฐบาลที่ท่าน ทวี สอดส่อง คือคนที่เป็นคนดำเนินการในเรื่องนี้

ขณะที่พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีที่มีการส่งตัวคนไทยกลับบ้าน ในกรณีที่คนไทยที่ออกมาจากห้องกักบุคคลต่างด้าวเพื่อรอส่งกลับ ของ ต.ม.ตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ได้กระทำผิดฝั่งมาเลเซียหลายข้อหาด้วยกัน โดยมีข้อหาหลักๆก็คือหลบหนีเข้าเมือง และคดีเล็กๆน้อยๆ และได้ผลโทษมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว โดยทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นคนไทยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบและออกเอกสารเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 98 คน

ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนได้ร้องมาหล่ยช่องทาง โดยเฉพาะทางโฆษกพรรคประชาชาติ ศอ.บต.เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายกอ.รมน.ด้วยว่ามีคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งบางคนพาสปอร์ตขาดและบางคนเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งในขณะที่แจ้งนั้นผมอยู่ที่ประเทศจีน และได้มีข้อสั่งการว่าจะให้ความช่วยเหลือประสานท่านภูมิธรรมว่าจะให้ความช่วยเหลือ โดยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยประมาณ 100 กว่าคน แต่มีหลักฐานแค่ 34 คน ทั้งนี้ได้ประสานงานกับทางมาเลเซีย นายกอันวาอำนวยความสะดวก และทางกงสุลไทยในประเทศมาเลเซียดำเนินการ 98 คนที่มาในวันนี้และจะทยอยนำเข้ามา

และที่สำคัญอย่างยิ่งคือรัฐบาลเข้าใจดีถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้กักขังอยู่ในประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนา และความฝันคือเราอยากจะให้กลับมาพบกับครอบครัว เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันฮารีรายอ ซึ่งวันนี้ก็เป็นชุดแรกที่มาถึง ซึ่งเป็นชุดที่เข้ามาเยอะที่สุดโดยปกติแล้วจะแค่ 50 คน วันนี้ 98 คน และในส่วนที่เหลือเราจะดำเนินการหาทางช่วยเหลือต่อไป เพื่อที่จะให้ทันเทศกาลวันฮารีรายอ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราจะเห็นว่าประเทศเรากับประเทศมาเลเซีย

จะเห็นได้ว่าเรามีพรมแดนกั้นแต่จริงๆแล้วเราเป็นเมืองพี่เมืองน้อง และเป็นเมืองทางเศรษฐกิจไปมาหาสู่กันระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะทางกรมศุลกากรที่ได้อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่และการเดินทาง และเชื่อว่าในอนาคตเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้นต้องเปิดพื้นที่ให้มีความสะดวกในการค้าขายการทำมาหากินและวัฒนธรรม และสิ่งที่ทั้งสองประเทศห่วงก็คือเรื่องยาเสพติดและการค้ามนุษย์ และถือว่าวันนี้เป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ทางรัฐบาลอยากมอบให้พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามที่ไปทำงาน เพื่อที่เขาจะได้มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอกับครอบครัวซึ่งเป็นที่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด คือการที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านในวันฮารีรายอ
/////////////////////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ท่านผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ททท.นครราชสีมา วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ บริษัทมาจอยกัน จำกัด ผู้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายนำวัฒนธรรมไทยมาสืบสาน รักษา และต่อยอดไปสู่มิติใหม่ ๆ ให้เกิดการสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทยเพื่อสนับสนุนมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อน Soft Power การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยมุ่งยกระดับมหกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นระดับชาติเพื่อเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยว

ของคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับผู้รับทุน จัด “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะ ท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 โดยได้รวบรวมศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นความภูมิใจของชาวโคราช กว่า 20 ชีวิต มาไว้ในการแสดงครั้งนี้ โครงการฯ นี้ นับว่าเป็นการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
มาสืบสาน รักษา ต่อยอดผ่านมิติของผลงานเพลงและสร้างชื่อเสียงให้กับ จ. นครราชสีมา

นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้ให้ทุนสำหรับผู้สนใจผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หลากหลายรูปแบบ สำหรับ“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” โครงการฯ นี้ อยู่ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช ใช้ดนตรี บทเพลง มิวสิกวิดีโอ มาถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กองทุนพัฒนาสื่อฯ
ต้องขอขอบคุณผู้รับทุน และศิลปินโคราชกว่า 20 ชีวิต ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองโคราชแล้ว โครงการนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ในอนาคตเราอาจจะมีศิลปินหน้าใหม่เป็นคนโคราช ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

สำหรับ “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” จัดแสดงในวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีศิลปินชาวโคราชที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชีโร่) , สุนารี ราชสีมา , สมจิตร จงจอหอ , กำปั่น บ้านแท่น , ศรายุทธ สุปัญโญ , เจเน็ต เขียว , อรวรรณ เย็นพูน (ปุ้ม สาว สาว สาว) , เอ มหาหิงค์ , ตั๊กแตน ชลดา ,ศรลักษณ์ สวนจะบก , เฉลิมศักดื์ อังศุพันธุ์ ,

สามารถ คำโคกกรวด , แสนรัก เมืองโคราช ,ภิชชาพร หอมขุนทด (ขิม The Voice Kids) , สหรัฐ โอเลียรี่ (เควิน The Voice) ,ชัยณรงค์ พรหมบุปผา (เอส The Voice) ,อาชาไนย ธรรมนิยาย ,ณรงค์ บุญเลี้ยง ,สรธร ชิ้นจอหอ (ขุนสมาน) ,นันทิตา ฆัมภิรานนท์ (เบลล์ Thailand Got’s Talent) และชุมพล สุปัญญา ร่วมด้วยการนำเสนอมิวสิควิดีโอ 5 บทเพลงขับร้องโดยศิลปินโคราช ผีมือการกำกับของปรัชาญา ปิ่นแก้วเพลงร่วมสมัยผสมผสานภาษาถิ่นโคราชและมีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน