เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโปรไฟล์ “หนูน้อยต้นอ้อ-รวิ หอมชื่น“ แข้งจิ๋วโต๊ะเล็กเมืองฉลาม ดาวจรัสแสงอนาคตไกล”เฮิร์บแลนด์“ เล็งปลุกกระแส “ต้นสาคู” พืชมากสรรพคุณแดนใต้ หวั่นถูกโลกยุคใหม่ลืมเลือน/ ระเบิดศึกชิงชัย “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 ที่หาดบางเสร่ อัพสกิลนักกีฬาไทยสู่เวทีสากล

แชร์เนื้อหานี้

”ฟุตซอล“ เป็นอีกประเภทกีฬาหมากแข้งที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างแพร่หลายไม่แพ้ฟุตบอล จนในปัจจุบันมีผู้สนใจหันมาเอาจริงเอาจังกับกีฬาประเภทนี้มากมายทั่วโลก ทั้งชายหญิง หนุ่มสาว รวมทั้งเด็กและเยาวชน จนมีการจัดการแข่งขันมากมายทั้งในระดับชุมชน ระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ ความน่าสนใจคือมีนักกีฬาดาวรุ่งหน้าใหม่ผุดขึ้นราวดาวเห็ด หนึ่งในนั้นคือ ”ต้นอ้อ-รวิ หอมชื่น” นักกีฬาฟุตซอลหญิง อายุไม่เกิน14 ปี ประจำทีมโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ แข้งจิ๋วโต๊ะเล็กดาวจรัสแสงดวงใหม่จากจังหวัดชลบุรี

ด.ญ.รวิ หอมชื่น ชื่อเล่น น้องต้นอ้อ เกิดวันที่ 7 เมษายน 2556 อายุ 12 ปี อยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปัจจุบันเป็นนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน โดยเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) มีพี่ชาย 1 คน คือ นายวีรภัทร หอมชื่น (เอิร์ธ) อยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนหัวถนนวิทยา อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี และเป็นนักฟุตซอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ของโรงเรียนเช่นกัน โดย เริ่มเล่นฟุตซอลตั้งแต่อายุ 10 ปี หรือตอน ป.4 จากอดีตที่ไม่เคยสนใจกีฬาฟุตบอลเลย แต่ด้วยเห็นพี่ชายเป็นนักกีฬาฟุตซอล และบิดาชื่นชอบกีฬานี้เป็นพิเศษมักเล่นฟุตบอลและมีแข่งขันออกกำลังกายอยู่บ่อยครั้ง จึงเกิดความซึมซับ ก่อนเริ่มหัดเล่นจนชื่นชอบ และมุ่งมั่นจนได้เป็นนักกีฬาฟุตซอลประจำโรงเรียนในที่สุด

ทั้งนี้ มีผลงานที่เป็นเกียรติแก่ครอบครัวตนเองและโรงเรียนมากมาย อาทิ ที่ 2 เหรียญเงิน รองแชมป์การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รายการกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับภาคตะวันออก ประจำปี 2566 ก่อนได้สิทธิ์เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับประเทศ, ที่ 2 เหรียญเงิน รองแชมป์การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี รายการกีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับภาคตะวันออก ประจำปี 2567 ก่อนได้สิทธิ์เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับประเทศ (เป็นรองแชมป์สองปีซ้อน ในรายการระดับภาค),

ที่ 3 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี กีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับประเทศ ประจำปี 2566, ที่ 3 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี กีฬานักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น( อปท.) ระดับประเทศ ประจำปี 2567 (ได้ที่ 3 สองปีซ้อนเช่นกัน ในรายการระดับประเทศ) ,ที่ 3 เหรียญทองแดง การแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รายการกีฬานักเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี (อบจ.ชลบุรี) ประจำปี 2568 และเหรียญทอง ชนะเลิศการแข่งขันฟุตซอลประเภทหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี รายการชิงแชมป์เยาวชนเมืองพัทยา ประจำปี 2568

ขณะนี้ หนูน้อยต้นอ้อ-รวิ หอมชื่น กำลังเก็บตัวเพื่อไปสู้ศึกร่วมการแข่งขันรายการนักเรียนองค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น (อปท.) ระดับภาคตะวันออก ประจำปี 2568 ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ที่จังหวัดระยอง โดยตลอดวันจันทร์-อาทิตย์ ได้เข้าแคมป์เก็บตัวนักกีฬากับทางโรงเรียน ที่มีนายวิศรุต เย็นฉ่ำ (ครูบาส) และนายอาคม แจ่มจำรัส (โค้ชตุ๋ม) เป็นผู้ฝึกสอน และจะได้กลับบ้านเฉพาะช่วงหลังซ้อมเสร็จตอนเย็นเท่านั้น เพื่อรับประทานอาหารและเตรียมสิ่งของส่วนตัว ก่อนจะกลับมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมที่โรงเรียนในเวลา 20.3

ระเบิดศึกชิงชัย “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 ที่หาดบางเสร่ อัพสกิลนักกีฬาไทยสู่เวทีสากล

มีรายงานว่า นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอสัตหีบ และนางสาวรัตน์ฤดี ปิ่นแก้ว ผู้จัดการส่วนสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดในการแข่งขันเรือเร็วครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในรายการ “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 ที่ชายหาดบางเสร่ จังหวัดชลบุรี

สิงห์ วอเตอร์สปอร์ต (Singha Watersports) ได้จัดการแข่งขันเรือเร็วครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในรายการ “BGC Powerboat Grand Prix 2025” สนามที่ 2 โดย บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ในเครือกลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส หรือ BG ร่วมสนับสนุนการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

ในพิธีได้รับเกียรติจาก นายสมหวัง เอี่ยมดี นายกเทศบาลตำบลบางเสร่, นายนัฐพงษ์ คงข่าน สมาชิกเทศบาลตำบลบางเสร่ และ นายเชาวลิต ละอองขวัญ ผู้จัดการฝ่ายดูแลอาคารและสถานที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมด้วยประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจร่วมงานกันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ รุ่น F1 (Formula 1), F5s (Formula 5s), F5 (Formula 5), SPORT 40HP, F30HP (Formula 30HP) และ F3 (Formula 3) โดยผลการแข่งขันในรุ่น Formula 1 นายสราวุธ ขำดี นักแข่งจากทีม BGC สามารถคว้าชัยชนะอันดับ 1 ไปครอง โดยมี นางสาวภัณฑิดา วิทยาภาเลิศ ผู้อำนวยการสำนักกิจการเพื่อสังคมและสื่อสารองค์กร บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติมอบรางวัล

การสนับสนุนของ BGC ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BGC ในการยกระดับกีฬาทางน้ำไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล พร้อมสร้างเวทีให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาและก้าวสู่การแข่งขันในเวทีนานาชาติในอนาคต นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของ BGC ยังตอกย้ำบทบาทองค์กรในฐานะผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์ครบวงจร ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาและการพัฒนาชุมชน ภายใต้แนวทางการเติบโตที่เคียงคู่กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

”เฮิร์บแลนด์“ เล็งปลุกกระแส “ต้นสาคู” พืชมากสรรพคุณแดนใต้ หวั่นถูกโลกยุคใหม่ลืมเลือน

น.ส.ณัฏฐ์นลิน เชี่ยวชาญธนกิจ ผู้บริหาร บจก.เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ และคณะ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับต้นสาคูกับนายชาญวิทย์ ดารามิตร ปราชญ์ท้องถิ่นและกูรูเรื่องต้นสาคูจากจังหวัดพัทลุง ที่ได้เดินทางมาออกบูธนำเสนอและจำหน่ายเม็ดสาคูต้น “สาคูใต้พัทลุง ของแท้ หาทานยาก” ในงานของดีชาวแดนใต้ OTOP ทั่วไทย และ SMEs ร่วมใจสู่เมืองระยอง ที่โดมแอร์สนามกีฬาจังหวัดระยอง ซึ่งจัดขึ้นโดยโอท็อปเพื่อสังคม และกรมการพัฒนาชุม กระทรวงมหาดไทย

โดยทาง ผู้บริหาร บจก.เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของต้นสาคู พืชมากประโยชน์และมากสรรพคุณ ที่ปัจจุบันกำลังจะถูกลืมเลือนไปจากคนรุ่นใหม่และกระแสสังคม จึงมีแนวคิดจุดประกายในการส่งเสริม ต่อยอด สร้างมูลค่าช่วยเหลือชุมชนที่มีแหล่งป่าต้นสาคู และชาวบ้านที่สร้างรายได้จากประโยชน์ของต้นสาคูให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งสร้างความยั่งยืนในระบบนิเวศป่าต้นสาคูให้ขยายมากขึ้นและคงอยู่สืบไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้บริหาร บจก.เฮิร์บแลนด์ โปรดักส์ และคณะ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับทางกูรูเรื่องต้นสาคูจากจังหวัดพัทลุง ที่ได้เดินทางมาออกบูธในครั้งนี้พร้อมภรรยา ด้วยมิตรภาพและอัธยาศัยไมตรีที่ดีแล้ว ทั้งหมดจึงได้ร่วมกันถ่ายภาพที่ระลึก ก่อนที่ทางคณะเฮิร์บแลนด์ ได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าเม็ดสาคูต้น พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อสื่อสารร่วมกันเพื่อพูดคุยรายละเอียดเชิงลึกในการต่อยอดเรื่องต้นสาคูดังกล่าวร่วมกันในอนาคต

อนึ่ง ต้นสาคู เป็นพืชตระกูลปาล์มขนาดกลางถึงใหญ่ ความสูงประมาณ 10–15 ม. ลำต้นตั้งตรงเส้นผ่านศูนย์กลาง 30–50 ซม. ใบยาวคล้ายใบมะพร้าวและใบจากใช้มุงหลังคา เส้นใบและก้านใช้จักสาน ลำต้นบางส่วนใช้เป็นฟืน รากช่วยยึดดินในพื้นที่ชุ่มน้ำ ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะที่ที่มีน้ำขังตลอดทั้งปี ริมน้ำ หนองคลองบึง และป่าพรุ พบมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ปาปัวนิวกินี และเป็นพืชเฉพาะถิ่นทางภาคใต้ของไทย

ในส่วนของการใช้ประโยชน์จากต้นสาคู หลักๆ นั้น จะมีการนำไส้ต้นหรือแกนในของลำต้นสาคู ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 8-10 ปี มาทำเป็นแป้งสาคู เมื่อตัดต้นลงมาจะขูดแกนในออกมาล้างและร่อนจนเป็นเม็ดกลม ก่อนนำไปตากจนแห้ง จะได้แป้งสาคู หรือ “สาคูต้น” ซึ่งต้นสาคูแต่ละต้นจะให้สาคูต้นที่มีสีแตกต่างกันออกไป ทั้ง สีน้ำตาล สีชมพู หรือว่าส้มอมเหลือง ตามตามความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งที่ขึ้น โดยแป้งนี้สามารถนำไปทำขนม หรือเป็นอาหารหลักแทนข้าว

ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับในท้องถิ่นบางแห่งของบางประเทศนั้น ต้นสาคูยังถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารหลักที่สำคัญเป็นอย่างมาก เพราะแป้งจากต้นสาคูหนึ่งต้นสามารถเลี้ยงดูแลคนในครอบครัวหนึ่งได้หลายเดือน แต่ปัจจุบันนี้หา “สาคูต้น” หรือ ”แป้งสาคูแท้“ ได้ยากและค่อนข้างน้อยมาก เพราะมีการนำแป้งจากแหล่งอื่นหรือพืชอื่นมาทดแทน ซึ่งสามารถหาได้ง่ายกว่าและสะดวกมากกว่า อาทิ แป้งจากมันสำปะหลัง หรือแป้งจากข้าวเจ้า ดังที่ได้เห็นอยู่มากมาย

นอกเหนือจากประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ต้นสาคูยังมีสรรพคุณมากมาย โดยเมล็ดสามารถนำมาบดใช้พอกรักษาอาการปวดหัว, หัวสามารถนำมาต้มน้ำใช้ดื่มแก้อาการท้องเสีย หรือนำมาตำให้ละเอียดรับประทานแก้โรคคุดทะราด หรือนำมาต้มเคี่ยวก่อนดื่มช่วยแก้โรคตับอักเสบ หรือนำหัวสดมาตำให้ละเอียดก่อนใช้ทาพอกรักษาแผล หรือนำหัวมาต้มดื่มใช้เป็นยาขับปัสสาวะ รวมถึงนำมาแช่น้ำ และตำให้ละเอียดใช้อุดจมูกเพื่อหยุดเลือดกำเดาได้ เป็นต้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บีบี” สาวน้อยวัย 16 คว้าแชมป์ The Face Thailand Season 6เฉือน “ไฮดี้ – กวาง” สร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุด

แชร์เนื้อหานี้

“บีบี – บียังคา ณฐมน โพลัค” สาวน้อยวัย 16 ปี จากทีมเมนเทอร์ “แพนเค้ก” กระโดดตัวลอยปล่อยพลังดีใจแบบสุดตัว หลังเฉือนชนะตัวเต็ง “ไฮดี้-กวาง” คว้าแชมป์ The Face Thailand คนที่ 9 ของเมืองไทย สร้างประวัติศาสตร์แชมป์ที่อายุน้อยที่สุดของ The Face Thailand พากระแสโซเชียลมีเดีย ดัน #TheFaceThailand6 บน X ขึ้น trending อันดับ 1 ทันที

เดินทางมาถึงบทสรุปของตำนานบทใหม่! The Face Thailand Season 6 ปิดฉาก Final Walk อย่างสมศักดิ์ศรี ตอกย้ำความเป็นรายการเรียลลิตี้ระดับตำนานที่แฟน ๆ ตั้งตารอคอย ตลอดซีซันอัดแน่นด้วยดราม่า ความเข้มข้น และแคมเปญสุดหินที่ฟาดกันไม่ยั้งแบบ EP ต่อ EP สร้างไวรัลสุดแซ่บและมีมฉ่ำ ๆ จุดกระแสโซเชียลลุกเป็นไฟ ก่อนทุกอย่างจะถึงจุดไคลแมกซ์ในรอบชิงชนะเลิศที่เดิมพันด้วยเกียรติยศและตำแหน่ง The Face Thailand คนใหม่! ภายใต้ธีม “Power of Self, Own Your Value” เพื่อเฟ้นหาตัวจริงที่ไม่ใช่แค่สวย แต่ต้องเปี่ยมด้วยพลังและคุณค่าในแบบของตัวเอง

ประเดิมรันเวย์ด้วย โชว์สุดอลังการ ที่ขนผู้เข้าแข่งขันทั้ง 15 คนกลับมารวมตัว พร้อม 3 เมนเทอร์ มารีญา, แอนโทเนีย และแพนเค้ก และการปรากฏตัวของ Master Mentor แอน ทองประสม บนรันเวย์ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง ท่ามกลางบรรยากาศสุดอลังการจาก Kantana Virtual Production Studio ที่เนรมิตรันเวย์ “สุดจึ้ง” ขึ้นมาโดยเฉพาะ

พร้อมไฮไลต์ของ Final Walk ที่รวมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมาร่วมตัดสินชี้ชะตา The Face Thailand คนที่ 9 ของประเทศ ได้แก่ ป้าตือ สมบัษร ถิระสาโรช, พี่ม้า อรนภา กฤษฎี, หนุ่ม อภิวัฒน์ ยศประพันธ์, พี่ติ๋ม พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์, หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล, สตางค์ ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก และ Master Mentor แอน ทองประสม

แคมเปญส่งท้ายชี้ชะตากับโจทย์สุดหินที่ The Face Thailand เคยมีมา ในการตัดสินรอบ Final Walk ผู้เข้าแข่งขันตัวแทนทั้ง 3 ทีม ไฮดี้ – อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น, บีบี – บียังคา ณฐมน โพลัค และ กวาง – กฤษฎา วันเพ็ญ ต้องสู้กับบททดสอบสุดท้ายในแคมเปญสุดหินภายใต้โจทย์การแสดงที่ต้องสวมบทเป็น พระวิสุทธิกษัตรีย์ จากบทละคร กษัตริยา เป็นบทประพันธ์โดยคุณทมยันตี ที่ถูกนำมาดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์แนวดราม่าอิงประวัติศาสตร์ในปี 2546 ที่มาในรูปแบบมิวสิคัลเธียเตอร์แบบร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก ครูเล็ก ภัทราวดี ศิลปินแห่งชาติ มาร่วมตัดสิน

ที่แม้แต่ คุณเต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก รองประธานกรรมการบริหารด้านงานสร้างสรรค์ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และผู้อำนวยการสร้าง The Face Thailand ยังยอมรับว่านี่คือแคมเปญที่ “หิน และยากที่สุดที่ The Face Thailand เคยทำมา” ถือเป็นบททดสอบส่งท้ายปิดฉากซีซัน 6 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และผู้ที่สามารถฝ่าด่านสุดหินนี้ไปได้ คือ “บีบี – บียังคา ณฐมน โพลัค” สาวน้อยวัย 16 ปีจากทีมเมนเทอร์ แพนเค้ก แม้จะเป็นน้องเล็กแต่โชว์พลังความมั่นใจ ถ่ายทอดทุกอารมณ์ของการแสดงได้อย่างสมบูรณ์ จนได้คว้าชัยชนะไปครอง

และแม้จะมีกติกาใหม่ระบุชัดว่า ผู้ที่ไม่ชนะในแคมเปญการแสดงสุดท้ายจะหมดสิทธิ์ร่วมเดิน Final Walk แต่ Master Mentor แอน ทองประสม จากที่ใคร ๆ คาดว่าจะออกมาฟาด กลับพลิกบทเป็น “แม่พระ” เพราะทุกความทุ่มเทของทั้ง ไฮดี้ และ กวาง ทำเอาคณะกรรมการและผู้ชมขนลุกไปทั้งสตูดิโอ พร้อมประกาศให้ทั้ง ไฮดี้ และ กวาง ได้สิทธิ์ร่วมเดิน Final Walk คู่กับผู้ที่ชนะแคมเปญ ทำเอาเสียงเฮดังสนั่น สร้างโมเมนต์ซาบซึ้งและประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำอีกครั้งของ The Face Thailand

แซ่บ หรู แพง! โชว์ ‘Diamond’ ที่รวมตัว legend ของ The Face Thailand ไว้บนรันเวย์ ในรอบ Final Walk ยังคงจัดเต็มไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เมื่อเวทีถูกเนรมิตให้ลุกเป็นไฟด้วยการยกทัพ อดีตเมนเทอร์ตัวแม่ระดับ legend อาทิ หญิง–รฐา, พลอย–เฌอมาลย์, ริต้า–ศรีริต้า, หมู อาซาว่า และโทนี่ รากแก่น มารวมพลังบนรันเวย์ ขณะเดียวกัน “ครอบครัว The Face Thailand” ตัวจี๊ดทั้ง ซาบีน่า – ไมซิงเกอร์ แชมป์คนแรก The Face Thailand Season 1, ติช่า – กันติชา ชุมมะ แชมป์ The Face Thailand Season 2, จีน่า – วิรายา วงศ์ศิริ แชมป์ The Face Thailand Season 4 All Stars , ฟิลลิป – ณัทธนพล ทินโรจน์ แชมป์ The Face Men Thailand Season 1 และ บอส – ธฤต ธีรพงศ์ชัย แชมป์ The Face Men Thailand Season 2 ก็กลับมาตบเท้าเติมความเผ็ด สร้างสีสันให้โชว์สุดพิเศษกับเพลง “Diamond” ที่ทั้งแซ่บ ทั้งหรูหรา และแพงสมการรอคอย

Final Walk 3 ทีม 3 สี ที่ถ่ายทอดพลังและคุณค่าเต็มรันเวย์
ใน Final Walk ครั้งนี้ เหล่าผู้เข้าแข่งขันทั้งสาม พร้อมด้วยเมนเทอร์ ต้องร่วมกันสร้างสรรค์โชว์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Walk For Your Own Value” โดยใช้ธีมสีที่เมนเทอร์สุ่มได้ เพื่อถ่ายทอดตัวตนและพลังอย่างเต็มที่บนรันเวย์ นำโดย บีบี – บียังคา ณฐมน โพลัค จากทีมเมนเทอร์แพนเค้ก ที่มาพร้อมโชว์ในธีม Age Is Limitless ต่อด้วย ไฮดี้ – อมันดา อแมนด้า เจนเซ่น ทีมเมนเทอร์มารีญา ที่ขนพลังความมั่นใจมาในธีม Earth Is Our Only Home และ กวาง – กฤชญา วันเพ็ญ ทีมเมนเทอร์แอนโทเนีย ที่สับรันเวย์ในธีม Born Beyond Limits ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแบทเทิลสุดเดือดบนรันเวย์ของทั้ง 3 ผู้เข้าแข่งขันบนเวที Final Walk ที่ทำให้บรรยากาศในสตูดิโอร้อนระอุ

และผลตัดสินก็เป็นที่ประจักษ์ สำหรับ ผู้ชนะ The Face Thailand คนที่ 9 ของประเทศไทย คือ ‘บีบี – บียังคา ณฐมน โพลัค’ สาวน้อยวัย 16 ปีจากทีมเมนเทอร์แพนเค้ก ที่ถือว่าน้องเล็กประจำซีซัน แต่ความสามารถไม่เล็ก ด้วยเอเนอร์จี้สุดล้น และความสามารถที่เกินวัย ทำให้เธอโดดเด่น และคว้าแชมป์ The Face Thailand คนที่ 9 ของเมืองไทย ไปครอง

ผู้ชนะ The Face Thailand Season 6 จะได้ร่วมงานกับ TRESemmé แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลก ในฐานะ Brand Endorser of TRESemmé พร้อมทั้งได้ถ่ายแฟชั่นขึ้นปกนิตยสาร Hashtag Legend Thailand ที่ประเทศฮ่องกง โดยทีมงานมืออาชีพระดับตำนานของวงการ อีกทั้งยังได้รับโอกาสเป็น The Face of AHC เพื่อร่วมงานกับแบรนด์ AHC และได้เป็น Friend of Vaseline ทำงานร่วมกับแบรนด์ วาสลีน ประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ยังได้รับของรางวัลจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ Samsung, SOLAURA, คอมบูฉะ ไฟเบอร์ มายเดลี่, IN2IT, SHU, Leila Amulets และอีกหลายแบรนด์ พร้อมทั้งได้เซ็นสัญญากับ กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่ารางวัลกว่า 1 ล้านบาท

พร้อมติดตามทุกความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ผ่านทาง Facebook Fanpage : The Face Thailand , Instagram : The Face Thailand , X : The Face Thailand 6 และ TikTok : theface_thailandTheFaceThailand6 #KantanaTeamAnntonia #TeamMaria #TeamPancakeLoveMyJob #บันเทิงTikTok

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ทุเรียนพรีเมี่ยม 4500 ต่อลูก “กรรมาธิการเกษตรวุฒิสมาชิกสภา เดินทางดูการผลิตทุเรียนชีวภาพสวนป้าภาศูนย์เรียนรู้ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 16.00 น วันที่ 5 กันยายน 2568 นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสมาชิกสภา พร้อมด้วย คณะกรรมาธิการ ฯ เจ้าหน้าที่ วุฒิสภา ได้เดินทางเข้าดูการบริหารจัดการทุเรียนสวนป้าภา ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร

ดูการบริหารจัดการและยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยเพื่อการส่งออกอย่างยั่งยืน โดยมีนายธราพงษ์ มีมุสิทธิ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายสุบรรณ์ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดฯ เจ้าหน้าที่ และ ดร.ชลทิปสุวรรณหกาญจน์ เจ้าของสวนป้าภา พร้อมด้วยตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนจากอำเภอต่างๆให้การต้อนรับ

สำหรับสวนประภาได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 สร้างมาโดยย่า ภาและปู่ชัย เป็นสวนผลไม้มีเงาะพันธุ์โรงเรียนจากโรงเรียนบ้านนาสารและทุเรียนสายพันธุ์ดี นำมาจากเขตพื้นที่ของภาคใต้โดยได้มีการขยายพื้นที่เพื่อปลูก ณ หมู่ 1 บ้านท่าทอง ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโกจังหวัดชุมพร ต่อมาปี 2516 ปู่ชัย ได้เสียชีวิตลง ยายประภาและลูกที่เริ่มขยายที่ดินปลูกทุเรียนที่บ้านท่าทอง เมื่อปี พ.ศ 2524

เริ่มขยายพันธุ์ ทุเรียนในเนื้อที่ 15 ไร่ โดยใช้ยอดพันธุ์ของแม่ชบาแก้ว ต่อมา พ.ศ 2528 ได้เริ่มมาสร้างสวนป้าภาที่บ้านสามแยกจำปา หมู่ 14 ตำบลตะโก อำเภอทุ่งตะโก ซึ่งได้นำยอดหมอนทองแม่ชบาแก้ว มาเสียบเพื่อขยายพันธุ์ ปัจจุบันสวนประภามีต้นทุเรียนขนาดใหญ่อายุประมาณ 41 ปีอยู่จำนวน 400 ต้น และเป็นสถานที่เรียนรู้ การปลูกทุเรียน ของจังหวัดชุมพร

นายธวัชสุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสมาชิกสภา กล่าวว่า ในวันนี้คณะ กรรมาธิการฯ ได้เดินทางมารับฟังข้อมูล ปัญหาทุเรียนที่เกิดขึ้น จากหน่วยงาน ราชการและ เกษตรกร เพื่อที่จะได้รวบรวมปัญหาต่างๆ และแนวทางแก้ไข ไปสรุปนำเสนอให้กับวุฒิสภา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การแก้ไขสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกร แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป

หลังจากรับฟังปัญหาของเกษตรกรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดร.ชลทิป เจ้าของสวนทุเรียนป้าภา แนะนำคณะกรรมาธิการ เดินทางเข้าชมสวนทุเรียน ที่ มีอายุมากกว่า 40 ปี เช่น ต้นทุเรียน แม่เชอรีน ซึ่งมีลำต้นขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 ซมสูง ประมาณ 18 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มประมาณ 33 เมตรให้ผลผลิตปีที่ผ่านมา 1,400 กก ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคณะกรรมาธิการ ที่เดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / 55 ปี งานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) 55 ประจำปี 2568 ประชาชนเข้ารับจำนวน 2000 คน

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ (3 ก.ย. 68) เวลา 16.00 น. นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดงานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว) 55 ประจำปี 2568 โดยมี นายประชา วิโรจน์ทินกร ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร

นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นพพร มีสติ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ อาสาสมัครกู้ภัย และประชาชน ร่วมงานกว่า 2,000 คน ณ มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยความยินดีเป็น อย่างยิ่ง ทางมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ได้จัดงานประเพณีทิ้งกระจาด (ซิโกว)55 เป็นระยะเวลา 55 ปีมาแล้ว ปีนี้ทางมูลนิธิฯ ได้เริ่มจัดงานตั้งแต่ วันที่ 1-3 กันยายน 2568

เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งที่มีญาติและไม่มีญาติ ในงานทิ้งกระจาด (ซิโกว)55 ครั้งนี้ทางมูลนิธิฯได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทห้างร้าน และผู้มีอุปการคุณ ร่วมบริจาคข้าวสารอาหารแห้งเพื่อแจกจ่าย ให้กับประชาชนเป็นจำนวนมากที่มารับบริจาค

เพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งที่มีญาติและไม่มีญาติ โดยในงานทิ้งกระจาด (ซิโกว) ทางมูลนิธิฯ ได้นำข้าวสาร อาหารแห้งเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มารับบริจาคอีกด้วย ทางมูลนิธิฯ ต้องกราบ ขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง

สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย หลวงปู่ไต่ฮงโจ้วซือ เสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ ทั้งหลายที่พวกเราเคารพนับถือจงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวมีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง ตลอดไป

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ กล่าว่า กระผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธาน งานประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 โดยมีการจัดขึ้นเป็น ประจำทุกปี เพื่อเป็นการแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล ให้กับดวงวิญญาณ ซึ่งล่วงลับไปแล้ว ทั้งมีญาติและไม่มีญาติ ถือเป็นงานมหากุศล

ที่ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน บริษัท ห้างร้าน แม่ค้า ตลอดจนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันบริจาค ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่ประชาชนที่มารอรับทาน ผมหวังว่าจะได้เป็นส่วนหนึ่งในงานมหากุศลในครั้งนี้ ไม่มากก็น้อย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 4 กันยายน ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ย.) ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฉวีวรรณ

ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ได้จัดพิธีทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ณ สโมสรฉวีวรรณกรุ๊ป (แห่งใหม่) ตั้งอยู่ใน ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมจัดพิธีสืบชะตาแบบล้านนาเพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่านสงฆ์ และมี

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้วอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายธวัชชัย ศรีทอง ตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี

นางเดชา จันทร์เล็ก นายเอกสิทธิ์ อ่ำฉอ้อน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอศรีราชา พร้อมด้วย นายอโนทัย เจริญสันติสุข คณะที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การบริหารนโยบายนายกอบจ.ชลบุรี

และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน ประชาชนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือและหน่วยงานต่างๆ จากทั่วประเทศทึ่ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ฉวีวรรณ ทั่วสารทิศ เดินทางเข้าอวยพรวันเกิดเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ ดร.ฉวีวรรณ คำพา เผยว่าการช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นสิ่งที่ตนยินดีทำและยึดมั่นมาโดยตลอด

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกจากการจัดพิธีทำบุญและพิธีสืบชะตาแบบล้านนาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีแล้ว ในทุกวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล

ดร.ฉวีวรรณ คำพา จะมอบทุนบำรุงสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นประจำทุกปี และในปีนี้มีโรงเรียนและสถานศึกษาที่ขอทุนเกือบ 2 ล้านบาท

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมงานเพื่อยกระดับการแข่งขันเมือง 4 UNESCO สู่การท่องเที่ยวจ.สุพรรณบุรี และจ.เพชรบุรี / ลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ.จ.สุโขทัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27- 30 สิงหาคม 2568 พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผจก.อพท.สุโขทัย และนายสิทธิพันธ์ แสงสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏฺิบัติการ อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรและศึกษาดูงานเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันเมือง 4 UNESCO

สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดเพชรบุรี แลกเปลี่ยนเรียนเครือข่ายรู้เมืองสร้างสรรค์ด้านดนตรี จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยกิจกรรมสร้างสัมพันธ์เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ โดยมี นายต้องการ สีหราชนิเวศน์ วิทยากร Team Building นายวีรภัทร ชำนาญไพร

จนท.พัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน เป็นวิทยากรฯ ในการนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ผู้แทน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 18 แห่ง และชุมชนต้นแบบที่ผ่านการคัดเลือกตามโครงการฯ 18 ชุมชน ณ จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดเพชรบุรี
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

ปีนี้จัดยิ่งใหญ่อลังกาลเทศกาลงานระดับโลกลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ.จ.สุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ ️นางฐิติพร ศิริโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ประจำปี 2568

ตั่งแต่วันที่ 27 ตุลาคม- 5 พฤศจิกายน 2568 ณ.บริเวณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัยโดยภายในงานมีมหรสพย้อนอดีตเมืองเก่าสุโขทัยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเป็นรัฐแรกของชนชาติไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 700 ปี และประเพณีเผาเทียนเล่นไฟสุโขทัยมีมาตั้งแต่ สมัยสุโขทัย โดยปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งกล่าวถึงการจัดงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัยว่าคือ “งานเผาเทียนเล่นไฟ” ซึ่งมีลักษณะเป็นการลอยโคมและลอยประทีป ซึ่งปีนี้จังหวัดสุโขทัยได้จัดงานแบบยิ่งใหญ่อลังกาลงานสร้างจึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาท่องเที่ยวชมแสงสีเสียงเล่าเรื่องย้อนยุคความเป็นมาในอดีตประเพณีลอยกระทงสุโขทัยอย่างอลังกาลในทุกค่ำคืน ณ.อุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุโขทัย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นราฯ แถลงข่าวการจัดงานของดีเมืองนรา 5 กองงาน แสดงออกถึงความจงรักภักดี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ก.ย.68 ที่สวนสาธาร เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ศูนย์ราชการ ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจัดงานของดีเมืองนรา ครั้งที่ 48 ประจำปี 2568 โดยกำหนดจัดงานขึ้นระหว่าง

วันที่ 13 – 22 กันยายน 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบฯ ถือเป็นงานประเพณีที่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการประกาศพระเกียรติคุณและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ส่งเสริมความสามัคคีปรองดองของคนในพื้นที่ ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมด้านการท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนาศักยภาพและยกระดับมาตรฐานทางด้านการส่งเสริมอาชีพ ด้านศิลปะหัตถกรรมและวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชุมชน

ภายในงาน ประกอบด้วย 5 กองงาน ประกอบด้วย 1. กองงานพิธีเปิดและขบวนแห่ทางบก 2. กองงานวันลองกอง 3. กองงานศิลปาชีพและงานกระจูด 4. กองงานประชันเสียงนกเขาชวา ชิงถ้วยพระราชทาน และ5. กองงานแข่งขันเรือกอและ เรือยอกองและเรือคชสีห์ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าที่พระที่นั่ง แห่งเดียวในประเทศไทย

นอกจากนี้ ภายในงานของดีเมืองนราฯ ยังมีการจำหน่ายสินค้า OTOP อาหารพื้นถิ่น อาหารพื้นเมือง เครื่องดื่มและการแสดงบนเวที โดยศิลปินพื้นบ้านและศิลปินดารานักร้องนักแสดง ตลอดการจัดงาน 10 วัน 10 คืน และคาดว่าจะมีเงินแพร่สะพัดในพื้นที่จำนวนหลาย 10 ล้านบาท
//////////////////////////////// ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพอากาศได้จัดสร้าง เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณพระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ จังหวัดเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ก.ย.68 เวลา 08.30 น.พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ มอบหมายให้ พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.จอมทอง

เข้าร่วมในพิธีประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่กองทัพอากาศได้จัดสร้าง เพื่อประดิษฐาน ณ บริเวณพระมหาธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิสิริ จังหวัดเชียงใหม่

โดยมี พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยข้าราชการในสังกัดกองทัพอากาศ หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงใหม่ และประชาชนในพื้นที่อำเภอจอมทอง

เข้าร่วมพิธี ณ พระมหาธาตุนภเมทนีพล นภพลภูมิสิริ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ///
..#สมจิตร แสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพไทยระดมสรรพกำลัง พร้อมทุ่มเท เคียงข้าง ช่วยเหลือประชาชน ฟื้นฟูสะพานเสียหายจากน้ำไหลหลาก” / ปค.ดงหลวง – เมืองมุกดาหาร สนธิกำลัง จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 นาวาอากาศเอกเชิดชู ชูเสน ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สั่งการให้ชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว และชุดปฏิบัติงานช่าง หน่วยช่างพัฒนา หน่วย

พัฒนาการเคลื่อนที่ 24 นำเครื่องมือยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ ร่วมกับส่วนราชการและประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ดำเนินการซ่อมแซมฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและสะพานข้ามลำห้วยพังคอง พื้นที่บ้านป่าหวาย ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ที่ชำรุดเสียหายบริเวณคอสะพาน

เนื่องจากน้ำกัดเซาะ ผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการใช้เส้นทางจราจร จำนวน 446 ครัวเรือน เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางในการใช้สัญจรระหว่างตำบลบ้านโคกกับตำบลดงมอน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เส้นทางดังกล่าวกลับมาใช้ได้ตามปกติต่อไป

ทั้งนี้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 24 จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติต่างๆในพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือ ประชาชน

ได้ทันทีเมื่อเกิดภัยหรือได้รับการร้องขอ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนา และช่วยเหลือประชาชนอย่างสุดความสามารถของกองทัพ เพื่อความผาสุขของประชาชนชาวไทย

ปค.ดงหลวง – เมืองมุกดาหาร สนธิกำลัง จับกุมผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง สนธิกำลัง

ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร (ผอ.ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร) ลงพื้นที่ ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อสกัดกั้นและจับกุมผู้ค้ายาเสพติด

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการขยายผลผู้เสพในพื้นที่ อ.ดงหลวง จนสามารถจับกุมนายกำธร วาปี อายุ 45 ปี ชาว อ.เมืองมุกดาหาร ได้พร้อมของกลางยาบ้า 236 เม็ด และเม็ดแตกอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงเงินสด 3,160 บาท

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดงหลวง #เมืองมุกดาหาร #ปกครองเข้ม #มุกดาหารไม่เอายาเสพติด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพม.น่าน จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 กันยายน 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จัดการแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปีการศึกษา 2568 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

โดยได้รับเกียรติจาก นายประจักร์ ไชยกิจ ปลัดจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน เข้าร่วมพิธีเปิดฯ ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดน่าน และองค์การบริหาร จัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ในระดับสำนักเขตพื้นที่การศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

เพื่อเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งหวังให้เยาวชนได้เห็นความสำคัญของงานศิลปหัตถกรรม และให้เป็นเวทีสำหรับนักเรียนได้แสดงออกถึงความรู้ความสามารถ

พัฒนาทักษะด้านวิชาการ วิชาชีพ ดนตรี กีฬา นาฏศิลป์ ศิลปะ ทักษะชีวิต โดยเน้นกิจกรรมพัฒนาสมอง จิตใจ การลงมือปฏิบัติ และสุขภาพ ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ได้ฝึกฝนทักษะฝีมือในด้านที่ถนัด พัฒนาให้เกิดความเป็นเลิศ เพื่อใช้ในการ

ประกอบอาชีพในอนาคต และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน ประกอบกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นการบริหารการศึกษาแบบมีส่วนร่วมด้วย SPARK 3 วิ “เชิงลุก” และกำหนดนโยบายและจุดเน้น ดังนี้

  1. ความปลอดภัย (Safety) ส่งเสริมการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีความปลอดภัยจากภัยทุกรูปแบบ
  2. คุณธรรม (Morality) ส่งเสริมการจัดการศึกษาด้วยหลักพุทธธรรม
  3. คุณภาพ (Quality) ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21
  4. โอกาส (Opportunity) สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
  5. ประสิทธิภาพ (Efficiency) เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

    และจุดเน้น ปีการศึกษา 2567 – 2568 ที่กำหนดให้ผู้เรียนมีคุณภาพ คู่คุณธรรมตามหลักพุทธธรรม เพื่อนำสู่ผลลัพท์ให้ผู้เรียน ดี เก่ง มีความสุข ทั้งนี้การแข่งขันทักษะทางวิชาการ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน มีนักเรียน จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียน โรงเรียนในเครือข่ายมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ประกอบด้วย โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 56 จังหวัดน่าน โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา โรงเรียนองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดน่าน 1 (ตาลชุมพิทยาคม) และโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน 10 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 46 โรงเรียน รวมนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน 4,181 คน ครูผู้ควบคุม จำนวน 2,874 คน โดยจัดระหว่างวันที่ 4 – 6 กันยายน 2568

สพฐ #สพม #น่าน #สพมน่าน #SESAONAN #ทีมน่านการศึกษา #NanOneTeam/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/พ.อ.พยอม บุญทร รายงาน