เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /อบจ.ชุมพร กำหนดแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงคลองในหลวงประจำปี 2568 / เด็ก 3 ขวบเล่นน้ำคลองจมหายไปต่อหน้าต่อตาของยาย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่อาคารโรงอาหาร ริมแก้มลิงหนองใหญ่ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชุมพร

พร้อมด้วย นายอภิชัย อินทนาคม ประธานสภา อบจ.ชุมพร นายศรีชัย วีระนรพานิช นายกเทศมนตรีเมืองชุมพร นายสัญชัย หนูสุด นายกเทศมนตรีตำบลนาชะอัง พ.ต.อ.นิรันดร์ กันจู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีขึ้นโขนชิงธง จังหวัดชุมพร ประจำปี 2568

สรุปได้ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร กำหนดจัดการแข่งขันดังกล่าว ระหว่างวันที่ 10 – 14 กันยายน 2568 คลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก (คลองในหลวง) หน้าโรงเรียนศรียาภัย 2 ต.นาชะอัง อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ฯและคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจนทำให้ตัวเมืองชุมพรรอดพ้นจากอุทกภัยมาตั้งแต่ปี 2541 และแก้ปัญหาภัยแล้ง เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลอง ตลอดจนเป็นการธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมความรัก ความสามัคคีในหมู่ประชาชน และสนับสนุน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดชุมพร

กิจกรรมดังกล่าว อบจ.ชุมพร ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันที่พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 32 ฝีพายผู้นำ และประเภท 16 ฝีพายทั่วไป สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 32 ฝีพายทั่วไปภายในจังหวัดชุมพร และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางวัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานถ้วยรางวัลเรือยาวประเภท 8 ฝีพาย

ส่วนกิจกรรมประกอบด้วย การแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ประเภท 32 ฝีพายผู้นำ ประเภท 32 ฝีพายทั่วไปภายใน จังหวัดชุมพร, ประเภท 16 ฝีพายทั่วไป และประเภท 8 ฝีพาย พิธีเปิดงานการแข่งขันเรือยาวประเพณีฯ ในวันที่ 11 กันยายน 2568 พร้อมขบวนอัญเชิญ ถ้วยพระราชทาน และการแสดงรำถวายประกอบขบวนแห่ นิทรรศการแสดงถึงพระราชกรณียกิจงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล

อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ขบวนอัญเชิญถ้วยรางวัลพระราชทาน ประกวดกองเชียร์แข่งขันเรือยาว การแสดงลานวัฒนธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงกิจกรรมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ โดยคาดว่าคงมีชาวชุมพรและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาชมการแข่งขันทั้ง 5 วันจำนวนหลายหมื่นคน

เด็ก 3 ขวบเล่นน้ำคลองจมหายไปต่อหน้าต่อตาของยาย ลอยหายไปไกล 2-3 กิโลเมตร

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 2 กันยายน 2568 เวลาประมาณ ๑๐.๓๕ น. กู้ภัยสว่างศรัทธาอารีย์ โดยนายสราวุธ สุขศรี อายุ 48 กับพวก ออกตามหาเด็กชายที่ถูกกระแสน้ำแรงพัดหายในวันที่ 1 กันยายน 2568 และได้มาพบผู้ตายใต้กองไม้ในคลองป่องห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ ๓ กิโลเมตร

จากกรณี วันที่ 1 กันยายน 2568 เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.พ.ต.ท.พิสัณห์ ศรีสวัสดิ์วัฒนา พงส.เวรฯ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.ละแม เหตุมีคนจมน้ำ เดินทางไปเกิดเหตุร่วมกับ ส.ต.ท.ชาญณรงค์ พรหมเรือง ผู้ช่วย พงส.ฯ
ที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 153 ม.11 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร รอง ผกก.(ป.)ฯกับพวก พบ ร.ต.อ.อุดร ทองคง สายตรวจเขตรับผิดชอบ พบนางอุษา หรือยาย อายุ 53 ปี ชาว ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร

ให้การว่าเป็นยายของ ด.ช.ธนภูมิหรือกัน นามอาษา ผู้ตาย อายุ ๓ ขวบเศษ เป็นบุตรของนางสาวฐณิตร์ฎา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ที่อยู่เดียวกันลูกสาวของตนเอง ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายอยู่ร่วมกับนางอุษาฯและสามี เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๘ เวลาประมาณ 15.00 น.สามีของนางอุษาฯออกไปนอกบ้าน นางอุษาฯเล่นกับผู้ตาย ผู้ตายเดินไปที่ริมคลองป่องอย่างเร็ว ห่างจากบ้านประมาณ 50 เมตร เป็นคลองข้างบ้านที่ผู้ตายเคยลงเล่นน้ำเป็นประจำ นางอุษาฯเดินตามไปไม่ทัน ผู้ตายกระโดดน้ำ

นางอุษาฯกระโดดตามไม่ทัน น้ำลึกเกือบ ๒ เมตรไหลเชี่ยวพาผู้ตายไปตามน้ำ นางอุษาฯ ไปบอกคนข้างบ้านและตามสามีมาช่วย ต่อมาในวันเดียวกันเวลาประมาณ 15.00 น.เศษ พ.ต.ท.พชร อ่วมทองดี รองผกก.ป.สภ.ละแม ดร. ศิลปชัย จันทร์มีศรี ปลัดอาวุโส อำเภอละแม นายสมศักดิ์ ศรียุภักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11 ตำบลละแม อำเภอละแม

ร่วมกับ กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันหาผู้ตายในคลอง ออกตามหา ได้ประมาณ 2-3 กม. มาพบร่างและอุ้มผู้ตายขึ้นมาพบบาดแผลที่บริเวณเหนือคิ้วขวา สันนิษฐานว่าร่างกายของผู้ตายน่าจะกระแทกกับหินที่อยู่ในคลอง ได้นำศพผู้ตายมาแพทย์

โรงพยาบาลละแมร่วมกับพนักงานสอบสวนชันสูตรพลิกศพที่บ้านนางอุษาฯ นางอุษา หรือยาย นางสาวฐณิตร์ฎา ฯ ไม่ติดใจในการตายของผู้ตายแต่อย่างใด และได้รับศพของผู้ตายจากโรงพยาบาลไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดเหตุ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย รร.บ้านปางอุ๋ง แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม #ให้ #นายพลากร #สุวรรณรัฐ #องคมนตรีและนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ #ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 1 กันยายน 2568 ณ โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีและนายกมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัย

โดยมี นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองประธานฝ่ายบรรเทาทุกข์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เข้าร่วมเดินทาง พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูง ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนเข้าร่วมพิธี โดยนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้กล่าวรายงาน

จากนั้น นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในการประชุมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัด

รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รายงานสถานการณ์ โดยข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

หลังจากการประชุม นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง นายเชษฐา โมสิกรัตน์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และข้าราชการที่เกี่ยวข้องได้ร่วมลงพื้นที่มอบสิ่งของพระราชทานแก่บ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย พร้อมทั้งสำรวจบ้านเรือนที่พังเสียหาย พร้อมประสานงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีที่สุด อีกทั้งยัง ร่วมให้กำลังใจกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน กับภารกิจคืนบ้านให้กับผู้เสียหายจากสาเหตุอุทกภัยในครั้งนี้….
กรมการปกครองฟื้นฟูแม่แจ่มสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วม สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ และกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ในโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” และ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”เพื่อส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 สิงหาคม 2568 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ประธานมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และกรรมการบริหารสลากกินแบ่งรัฐบาล

พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อมอบอุปกรณ์การศึกษาและจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 49 ตราด (โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตราด) อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจและมอบความอบอุ่นให้แก่นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

วันที่ 1 กันยายน 2568 ✨มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ ร่วมกับ
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดินหน้าสานต่อโครงการ “น้ำพระทัยพระราชทาน” และ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”เพื่อส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ นักเรียน

🤝 นำโดย🇹🇭 ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานมูลนิธิฯ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ🇹🇭 พันโท หนุน ศันสนาคมผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล🇹🇭 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร

ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด🇹🇭 ดร.ธนวัชร์ วัฒนา เลขาประธานมูลนิธิฯ✨ พร้อมด้วยทีมจิตอาสา MOL และ “เก้ากุมาร เพื่อน ดร.แอม”

📚 ได้จัดเตรียมอาหารปรุงสุก มอบเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์การเรียน เพื่อช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้ของน้อง ๆ โดยมี ผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง 6 ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น📍

ณ โรงเรียนเพียงหลวง 6 อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราดเพราะ “การศึกษา” คือของขวัญล้ำค่าที่จะเปลี่ยนอนาคตของเด็ก ๆ ได้ ✨มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์หนึ่งใจให้การศึกษาตราด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค5 แถลงการณ์จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญพร้อมของกลางยาบ้า 8 ล้านกว่าเม็ด ไอซ์ 4 ร้อยกว่ากิโลกรัม

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่1 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น.ตามนโยบายรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง, พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์, พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.กิตติพงษ์แจ่มสุวรรณ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ชุ่มสวัสดิ์, พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร, พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.มานพเสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา และ พล.ต.ต.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.ท.กิตติพงศ์ ชื่นใจชน ฝ่ายปกครอง โดย นายชรินทร์ ทองสุข นายรัฐพล นราดิศร นายชุติเดช มีจันทร์ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง มทน.3/ผบ.นบ.ยส.35 ผวจ.เชียงราย ผวจ.พะเยา ผวจ.ลำปาง ผอ.ปปส.ภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี รวมของกลางยาบ้า จำนวน 8,600,000 เม็ด และ ไอซ์ จำนวน 450 กก.
1.สภ.แม่กา จว.พะเยา บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 4,000,000 เม็ด

  1. สภ.แม่สาย จว.เชียงราย บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,600,000 เม็ด
  2. สภ.สบปราบ จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 3,000,000 เม็ด
  3. สภ.แม่พริก จว.ลำปาง บูรณาการร่วมหน่วยเกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมของกลางไอซ์จำนวน 450 กก.
    คดีที่ 1 วันที่ 27 ก.ค.2568 เวลาประมาณ 01.00 น. สถานที่จับกุม ด่านตรวจยาเสพติดแม่กา สภ.แม่กา ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ต่อเนื่อง บริเวณริมถนนภายในหมู่บ้านห้วยเคียนม.2 ต.แม่กา อ.เมืองพะเยา จว.พะเยา ผู้ต้องหา 3 คน (1.นายก้องกังวาลฯ อายุ 60 ปี อ.สอง จว.แพร่, 2.นายนาถจักษ์ฯ อายุ 47 ปี อ.สอง จว.แพร่, 3.นายเหรียญทอง อายุ 40 ปีอ.เวียงแก่น จว.เชียงราย
    พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ก.ค.68 เวลาประมาณ 23.00 น. ภ.จว.พะเยา ได้รับการประสานจากส่วนสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศอ.ปส.ภ.5 ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนพื้นที่ จว.เชียงราย เข้ามายังพื้นที่ จว.พะเยา และจะส่งต่อยาเสพติดไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยขบวนการลักลอบใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไททัน สีเทา ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม เป็นพาหนะในการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติด โดยมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาสด้า สีขาว ทะเบียน กน 616 แพร่ ทำหน้าที่เป็นรถนำสำรวจเส้นทาง จึงวางแผนจับกุม โดยมีพล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา ควบคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ก.ค.68 เวลาประมาณ 00.50 น. พบรถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ และ รถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ขับติดตามกันไปผ่านพื้นที่ อ.ดอกคำใต้ มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ อ.เมืองพะเยา จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงด่านตรวจแม่กา จึงได้แสดงตัวและแสดงสัญญาณให้รถยนต์เก๋ง ทะเบียน กน 616 แพร่ หยุดรถและขอทำการตรวจค้นพบนายก้องกังวาน เป็นผู้ขับขี่ และมีนายนาถจักษ์ เป็นผู้โดยสาร จึงควบคุมตัวไว้ส่วนรถยนต์กระบะ ทะเบียน กฉ 1142 มหาสารคาม ได้หยุดจอดรถห่างจากด่านตรวจประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ ที่ติดตามจึงได้เข้าแสดงตัวและขอตรวจค้นแต่คนขับรถยนต์คันดังกล่าว ได้พยายามขับขี่รถหลบหนีจึงได้ติดตามไปจนถึงบริเวณถนนพหลโยธิน สายพะเยา-ลำปาง รถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้หยุดรถและคนขับได้วิ่งหลบหนีจึงได้วิ่งติดตามไปและสามารถควบคุมตัวนายเหรียญทอง จึงได้ควบคุมตัวไปตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 16 กระสอบ จำนวนประมาณ 4,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์บริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้านหลัง จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่กา จว.พะเยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 2 วันที่ 27 ส.ค.2568 เวลาประมาณ 21.00 น. สถานที่จับกุม ผู้ต้องหา ถนนพหลโยธิน (สายบ้านโป่ง-บ้านห้วยไคร้) พื้นที่บ้านสันต้นปุย หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จว.เชียงราย1 คน (นายลีซัง อายุ 33 ปี อ.แม่จัน จว.เชียงราย
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.แม่สาย ไปส่งต่อให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่จะลำเลียงยาเสพติดไปสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและได้สั่งการให้จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. พบรถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน สีเทา ทะเบียน บษ – 9680 เชียงราย ใช้หน้ากากอนามัยสีดำปิดอำพรางป้ายทะเบียนรถขับขี่รถมาตามถนนพหลโยธินสาย แม่จัน–แม่สาย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อำพรางอยู่ตามเส้นทางจึงได้สะกดรอยติดตาม จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้หยุดรถและจอดอยู่ข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ จึงได้ใช้รถยนต์ปิดด้านหน้า-ท้ายรถและด้านข้างป้องกันการหลบหนีและแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว ในรถพบนายลีซัง เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) จำนวน 8 กระสอบ รวมประมาณ 1,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารหลังผู้ขับขี่ จากนั้นจึงทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จว.เชียงราย ดำเนินการตามกฎหมาย

คดีที่ 3 วันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สถานที่จับกุม ด่านสบปราบ ต.สบปราบ อ.สบปราบ จว.ลำปางผู้ต้องหา 5 คน (1.นายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 2. นายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะกรุงเทพมหานคร, 3.นายถนอมศักดิ์ อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, 4.นายอดิศร อายุ 30 ปีอ.นายูง จว.อุดรธานี, 5. นางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนเกิดเหตุ ศอ.ปส.ภ.5 ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมรถยนต์ 2 คัน ยาบ้า 4 ล้านเม็ด เหตุเกิดพื้นที่สภ.แม่กา จว.พะเยา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2568 พบว่าไปรับยาเสพติดจากลุ่มลำเลียงยาเสพติดพื้นที่แนวชายแดนด้าน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย จากการสืบสวนพบว่ามีนาย ป.(นามสมมุติ) เป็นคนสั่งการส่งมอบยาเสพติด และมีอีกหลายกลุ่มติดต่อรับมอบยาเสพติดจากนาย ป. จึงทำการสืบสวนติดตามเรื่อยมาต่อมาในห้วงวันที่ 24 – 25 ส.ค.68 พบรถยนต์กลุ่มลำเลียงยาเสพติดเคลื่อนตัวจากพื้นที่ตอนในขึ้นมายังพื้นที่ จว.เชียงรายโดยใช้รถยนต์บรรทุก 6 ล้อตู้ทึบและรถยนต์เก๋ง เป็นพาหนะ เชื่อว่าจะมารับยาเสพติดจาก นาย ป. ศอ.ปส.ภ.5 จึงบูรณาการร่วมกับ บก.สส.ภ.5และ ภ.จว.ในสังกัด ออกสืบสวนจับกุม โดยมี พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ความคุมการปฏิบัติ ต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลากลางคืน พบรถบรรทุก 6 ล้อ ตู้ทึบ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ออกจากพื้นที่ จว.เชียงรายมุ่งหน้าเข้าพื้นที่ จว.พะเยา – ลำปาง จึงสะกดรอยติดตามจนพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และ รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ผลัดกันนำ / ตามรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จึงได้ประสาน ด่านตรวจสบปราบ จว.ลำปาง เพื่อสกัดตรวจค้นจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 06.00 น. สามารถสกัดจับกุมนายธราดล อายุ 34 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ และนายดนัย อายุ 24 ปี เขตราษฎรบูรณะ กรุงเทพมหานคร พร้อมรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 700-8484 กทม. ตรวจค้นภายในกระบะตู้ทึบ พบยาเสพติดใหโทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบา) จำนวน 30 แพ็ค รวมประมาณ 3,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถบรรทุกคันดังกล่าวซึ่งทำการดัดแปลงทำเป็นช่องลับบริเวณด้านหน้าของตู้ ส่วนรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สึบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาทและรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงราย ได้กลับรถหลบหนีมุ่งหน้าไปยัง อ.เมืองลำปาง จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 12.30 น. พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอนทอง ทะเบียน กจ 5534 ชัยนาท และรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีเทา ทะเบียน กน 3628 เชียงรายจอดทิ้งไว้บริเวณสถานีรถไฟลำปาง จึงตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสารจำนวน 3 คน คือนายถนอมศักดิ์อายุ 26 ปี อ.พระสมุทรเจดีย์ จว.สมุทรปราการ, นายอดิศร อายุ 30 ปี อ.นายูง จว.อุดรธานีและนางสาวดุษณี อายุ 31 ปี เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานครหลบหนีขึ้นรถไฟเที่ยว 102 ออกจากสถานีรถไฟลำปาง เวลาประมาณ 08.50 น. เพื่อไปลงสถานีปลายทางที่ กทม. และรถไฟขบวนดังกล่าว อยู่ระหว่างการเดินทางระหว่างพื้นที่ จว.อุตรดิตถ์ – พิษณุโลก จึงได้ประสาน บก.สส.ภ.6, สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ก. ที่อยู่บนขบวนรถไฟออกสืบสวนจับกุมต่อมาวันที่ 27 ส.ค.68 เวลาประมาณ 13.30 น.สามารถควบคุมตัว นายถนอมศักดิ์, นายอดิศรและนางสาวดุษณี บนขบวนรถไฟ 102 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สบปราบ จว.ลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 วันที่ 28 ก.ค.68 เวลาประมาณ 15.30 น. สถานที่จับกุม อุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก หมู่ 5 ต.พระบาทวังตวง อ.แม่พริก จว.ลําปาง ผู้ต้องหา 1 คน (นายสิทธิพล อายุ 25 ปี อ.พบพระ จว.ตาก)พฤติการณ์แห่งคดี ก่อนวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตํารวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลําเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในโดยจะใช้รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่สีขาว ทะเบียน ผร 6263 กทม. และรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุรุ่นมิวเอ็กซ์สีขาวทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และได้สั่งการให้จับกุมตัว ต่อมาวันที่ 25 ส.ค.68 เวลา ประมาณ 12.30 น. เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ ได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนสายรองบ้านแม่เชียงรายลุ่มอ.แม่พริก จว.ลําปาง พบรถต้องสงสัยลักษณะตรงกับที่สายลับแจ้งและสังเกตเห็นว่าภายในรถมีกระสอบจํานวนหลายใบอยู่ภายในรถ จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่รถทั้งสองคันไม่หยุด และได้เร่งเครื่องขับฝ่าจุดตรวจจุสกัดหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตํารวจฯ จึงติดตามรถคันดังกล่าวไปจนสามารถสกัดรถยนต์ ทะเบียน กต 103 เพชรบูรณ์ ได้พบนายสิทธิพล เป็นผู้ขับขี่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฯ สอบถามนายสิทธิพล ได้แสดงอาการพิรุธ หน้าซีด ตัวสั่น จึงได้เชิญตัวนายสิทธิพล และนํารถยนต์คันดังกล่าวมาที่ด่านตรวจยาเสพติด สภ.แม่พริกฯ เพื่อตรวจสอบโดยอุโมงค์ X-ray ด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก อ.แม่พริก จว.ลําปาง พบเป็นถุงพลาสติกสีดํา จํานวน 15 ใบ และได้ทำการตรวจสอบภายในถุงพลาสติกโดยละเอียดอีกครั้งพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไอโดรคลอไรหรือไอซ์) จำนวนถุงละ 30 ก้อน อยู่ภายในถุงพลาสติดสีดำ น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 450 กก. จากนั้นจึงได้ทําการจับกุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดนําส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ดําเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สรุปผลการจบั กุมยาเสพติด ของ ตํารวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.67 – 31 ส.ค.68
จับกุมคดียาเสพติด

  • จํานวน 24,292 คดี – คดียาเสพติดรายสำคัญ 241 คดี

ตรวจยึดของกลางยาเสพติด

  • ยาบา้ 257 ล้านเม็ด
  • ไอซ์ 11,800 กิโลกรัม
  • เฮโรอีน 209 กิโลกรัม
  • เคตามีน 1,840 กิโลกรัม
  • ฝิ่น 155 กิโลกรัม

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เศร้า…ปลัดอำเภอนั่งเสียชีวิตบนเก้าอี้บริเวณลานจอดรถหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ พบจดหมายสั่งเสีย 3 ฉบับ คาดปัญหาความเครียดส่วนตัว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 เวลา 07.30 น พ.ต.อ.เจด็จ​ ปรีพลู​ ผกก.สภ.หว้านใหญ่​ จ.มุกดาหาร​ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนลูกซองในลานจอดรถด้านหลังที่ว่าการอำเภอหว้านใหญ่ จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.​ชัชวาล​ มัคคะรม รองสารวัตร(สอบสวน)​ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตคือ นายสุภาพ เมืองโคตร อายุ 53 ปี ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเป็นอดีตปลัดอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เสียชีวิตในสภาพนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีบาดแผลจากการยิงที่ศีรษะ ใกล้ตัวพบอาวุธปืนลูกซองยาววางบนหน้าตัก ขณะเดียวกันยังเปิดเสียงธรรมะสอนใจไว้ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง MG สีแดงของผู้ตายจอดอยู่

พยานในพื้นที่ให้การว่า เวลาประมาณเที่ยงคืนได้ยินเสียงดังคล้ายประทัดหนึ่งครั้ง แต่เข้าใจว่าเป็นเสียงหม้อไฟระเบิดจึงไม่ได้สนใจ กระทั่งเช้า พบรถเก๋งคันคุ้นตาจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบและพบผู้เสียชีวิต

ญาติผู้ตายเผยว่า นายสุภาพอาจมีความเครียดส่วนตัว โดยตำรวจตรวจค้นห้องพักพบจดหมายสั่งเสียจำนวน 3 ฉบับ ซึ่งครอบครัวยังไม่ขอเปิดเผยเนื้อหา ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตเพิ่งย้ายจากอำเภอหว้านใหญ่ บ้านเกิด ไปประจำอำเภอนิคมคำสร้อยราว 5 เดือน และมักกลับบ้านในช่วงวันหยุด ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในพื้นที่บ้านเกิด

ปลัดอำเภอเสียชีวิต #ยิงตัวตาย #ข่าวมุกดาหาร #ข่าวเศร้า #จดหมายสั่งเสีย #หว้านใหญ่ #นิคมคำสร้อย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บางกลอยแจกทุเรียนกินฟรีพร้อมจัดแข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 สิงหาคม 2568 นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ชุมพร มอบหมายให้นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก อบจ. ชุมพร เป็นประธานเปิดโครงการแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมี นายสุรพศ สุวรรณรักษา ผู้ใหญ่บ้านบางกลอยหมู่ที่ 9 ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ และคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันดำเนินงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก อบจ.ชุมพร

นายสุรพศ กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาจักรยานยนต์ วิบาก อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ครั้งนี้ มีการจัดระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2568 ณ สนามกีฬาประจำหมู่บ้านบางกลอย มีการจัดการแข่งขัน จำนวน 16 รุ่น มีนักแข่งจาก 14 จังหวัดภาคใต้ เข้าร่วมทำการแข่งขันกว่า 300 คันวัตถุประสงค์ในการจัดการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลยาเสพติด เพื่อส่งเสริมสุขนิสัยในการออกกำลังกายแก่เยาวชนและ ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อส่งเสริมสุขภาพพลานามัย ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มาเล่นกีฬา

เพื่อสุขภาพ ส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมและชุมชนอย่างมีความสุข อีกทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร และ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดชุมพร ซึ่งการจัดแข่งขันกีฬากีฬาจักรยานยนต์วิบาก อำเภอท่าแซะ ในครั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร โดยกองการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งทั้งพี่น้องประชาชน บ้านบางกลอย และพื้นที่ใกล้เคียงในการสนับสนุนให้ใช้พื้นที่จัดการแข่งขันตลอดเส้นทาง รวม 55 กิโลเมตร

นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นมิติใหม่ในการบูรณาการทำงานร่วมกัน และเป็น การรวมพลของคนท้องถิ่น ในการขับเคลื่อนการพัฒนาแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นให้เกิดผลสำเร็จ รวมทั้งเป็นการสร้างความสมานฉันท์ สร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นและสังคมไทย ในปัจจุบันมีปัจจัยหลายด้านที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และประชาชน ให้ดีขึ้น เช่นปัญหาอบายมุข และปัญหายาเสพติด ซึ่งล้วนเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมที่ภาครัฐทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ ต่างคิดค้นหาวิธีการในการ แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป องค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชนรวมทั้งประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมดไปจากชุมชนให้สำเร็จ โดยการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนและประชาชน มาสนใจเล่นกีฬารูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และทำให้มีสุขภาพกายและสุขภาพใจสมบูรณ์แข็งแรง มีจิตใจที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออบายมุขต่างๆ และที่สำคัญคือ การเล่นกีฬาก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชนและสังคม ได้เป็นอย่างดีผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในการจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากแอนดรูโร่ในครั้งนี้ ชาวบ้านบางกลอย ได้นำทุเรียนจำนวนมาก มาแกะและแจกให้กับผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันและผู้ที่เดินทางมาเที่ยวได้รับประทานฟรีอย่างเต็มที่อีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบจ. ส่งเสริมท่องเที่ยวชุมชนขยายธุรกิจสู่ท้องถิ่น ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคีเครือข่าย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 30 ส.ค 68 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ชุมพร เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร ณ พรผู้สร้าง ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยมีนายพิศิษฐ์ ฤทธิชัยสงคราม นายอำเภอท่าแซะ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดระดับอำเภอ ฝ่ายปกครองท้องที่ ฝ่ายปกครองท้องถิ่น เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน และพี่น้องประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

นายชนะ นาคภู่ ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนอำเภอท่าแซะ กล่าวว่า ต้องขอบคุณ นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ที่ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริม
การท่องเที่ยวเชิงการเกษตร และผลักดันให้เกิดการจัดงาน”โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร”

ขึ้นเพราะ อำเภอท่าแซะพรั่งพร้อมด้วยทรัพยากรท่องเที่ยวหลักที่มีความโดดเด่นด้านการเกษตรเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบันมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่เป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชน การท่องเที่ยว ชนบท การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงเล็งเห็นถึงจุดเด่นจากภาคการเกษตรนำมาผสมผสานให้เกิดการท่องเที่ยวเที่ยวเชิงเกษตร

จึงร่วมกันจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแชะ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวชุมชน กระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการ

เกษตร เพิ่มกิจกรรมการมีส่วนร่วมให้ประชาชนได้รู้จักการ ท่องเที่ยวเชิงเกษตรมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้ การทำการเกษตรที่หลากหลาย การทำการเกษตรที่ปลอดภัย และสร้างความเข้มแข็ง ให้กับท้องถิ่นชุมชน กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 30-31 สิงหาคม

โดยจัดให้มีกิจกรรมทั้งหมด 10 กิจกรรม ประกอบด้วย บูธ ร้าน อาหารจากเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2. กิจกรรมพาชมสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน 3. กิจกรรมสาธิตการดำนา 4. กิจกรรมการติดตาทุเรียน 5. กิจกรรมสาธิตการทำขนมไทย 6. กิจกรรมสาธิตการคั่วกาแฟ

7. กิจกรรมสาธิตกางเต็นท์ 8. การแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน และการแสดงดนตรี 9. กิจกรรมเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยว 10. กิจกรรมประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการขยายตัวของการท่องเที่ยวโดยชุมชน นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า นายนพพร อุสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้ติดภารกิจสำคัญ

จึงได้มอบหมายให้ ตนเองมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานซึ่งขอชื่นชม เครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานเกษตรท่าแซะ หม่อนไหมชุมพร

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรชุมพร อำเภอท่าแซะ
สำนักงานพัฒนาชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำเภอท่าแชะ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชมชนในอำเภอท่าแซะ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ในการผลักดันกิจกรรมต่าง ๆ

เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ของอำเภอท่าแซะ สำหรับการจัดงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอท่าแซะครั้งนี้โดยคาดหวังว่า จะสามารถสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ได้รู้จักการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ของอำเภอท่าแชะ และจังหวัดชุมพร เพิ่มมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครองดงหลวง บุกสกัดแก๊งค้ายา โดดน้ำหนี – ยึดยาบ้า ปืน รถจักรยานยนต์ได้ครบ พร้อมเร่งขยายผลล่าตัวผู้ต้องหา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล “No Drugs No Dealers”

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถพบผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ขณะทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณจุดนัดหมายซื้อขายยาบ้า ริมห้วยบางทราย หมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แสดงตน นาย สิงห์ เชื้อคำฮด อายุ 36 ปี ชาวหมู่ 1 ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายยาบ้า พร้อมพวกอีก 3 คน ได้กระโดดลงลำน้ำห้วยบางทรายเพื่อหลบหนี

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้ คือ ยาบ้า 115 เม็ด เงินสด 2,897 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ปืนแก๊บ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ 2 คัน

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล และจะขออนุมัติศาลจังหวัดมุกดาหารเพื่อออกหมายจับ นายสิงห์ เชื้อคำฮด และผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ปราบยาเสพติด #NoDrugsNoDealers #ฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง #ดงหลวง #มุกดาหาร #ศปปส #หยุดยาเสพติด #ปกครองเข้มแข็ง ///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พายุดีเปรสชันถล่มมุกดาหาร ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมหลายจุด เขตเทศบาลอ่วม! – ระดับน้ำสูงถึงเอว

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 4 (227/2568) ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น.

ของวันที่ 30 สิงหาคม 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดมุกดาหารนับเป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ทำให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหารเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะบริเวณชุมชนและซอยที่อยู่ใกล้แนวคลองระบายน้ำ

เวลา 06.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือประชาชนในซอยศรีประเสริฐ 3 และ 4

ซึ่งระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว หลายครอบครัวต้องอพยพออกจากบ้านเรือนชั่วคราว ขณะเดียวกันถนนศรีบุญเรืองบริเวณด้านข้างร้านเบียร์สดถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้

ที่ชุมชนศรีบุญเรือง ซอย 7 เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ ส่วนในซอยศรีประเสริฐ 2, 3 และ 4 ซึ่งอยู่ติดคลองระบายน้ำโยธาธิการ น้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคลองดังกล่าวรับน้ำจากคลองหินอ่างและคลองร่องปอ ก่อนจะไหลลงสู่ห้วยแข้ด้านหลังสำนักสงฆ์หนองพุทธโคตร แต่ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่สูงขึ้นทำให้น้ำเอ่อเข้าห้วยแข้ ส่งผลให้การระบายน้ำช้าลงและเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ชุมชน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ ได้นำกระสอบทรายกั้นรอบบ้านเรือนและจัดทำแนวกั้นชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมยานพาหนะ พร้อมทั้งประสานขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งช่วยเหลือ

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองมุกดาหารได้จัดตั้งทีมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากฝนยังตกต่อเนื่องมีความเป็นไปได้ที่ระดับน้ำจะสูงขึ้นอีก และได้ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

น้ำท่วมมุกดาหาร #ฝนตกหนัก #พายุดีเปรสชัน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ จัดกิจกรรม “ฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์สุดท้าย สร้างแรงบันดาลใจและเสริมทักษะสุขภาพกีฬาแก่เยาวชน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30–31 สิงหาคม 2568 จังหวัดบึงกาฬได้จัดกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” สัปดาห์ที่ 4 ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการดำเนินโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเงินบริจาคของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีกิจกรรมจัดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีวิไล และอำเภอบึงโขงหลง เพื่อเสริมสร้างทักษะการเล่นกีฬา ส่งเสริมสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนในพื้นที่

พิธีเปิดกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมโรงเรียนศรีวิไลวิทยา โดยมีนายไพรวัลย์ อรกุล ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลศรีวิไล ซึ่งได้จัดทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมให้ความรู้แก่นักเรียนและเยาวชนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ตลอดจนแนวทางการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา

ในโอกาสนี้ นายรัชชานนท์ ศรีนอก อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดปรีโอลิมปิก ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวคิดเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทั้งในระดับประเทศและระดับสโมสร เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนและเยาวชน พร้อมร่วมทำกิจกรรมฝึกทักษะและการลงเล่นฟุตบอลในภาคสนามอย่างใกล้ชิด

นอกจากนั้น ในวันเดียวกัน โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อำเภอบึงโขงหลง ได้จัดกิจกรรมควบคู่กัน โดยมีนายจักรพงศ์ หมื่นรัตน์ อดีตนักฟุตบอลสโมสรหนองคาย เอฟซี และศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย มาร่วมเป็นวิทยากร ถ่ายทอดทักษะการเล่นฟุตบอล พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเส้นทางลูกหนังให้กับเยาวชนในพื้นที่

ในโอกาสนี้ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ ได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาในการพัฒนาทักษะชีวิต ความมีระเบียบวินัย การทำงานเป็นทีม และการสร้างโอกาสในอนาคต พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากิจกรรมฟุตบอลคลินิกสัญจรครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของจังหวัดบึงกาฬให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

การดำเนินกิจกรรมโครงการ “จังหวัดบึงกาฬฟุตบอลคลินิกสัญจร” ตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจและการตอบรับจากเยาวชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ถือเป็นกิจกรรมที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างทักษะกีฬา พัฒนาสุขภาพ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน พร้อมทั้งช่วยปลูกฝังวินัยการออกกำลังกายและการทำงานเป็นทีม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม

ทั้งนี้ เยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมในโครงการ จะนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปต่อยอดในการแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–15 กันยายน 2568 อันเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพและพัฒนาทักษะด้านกีฬาอย่างยั่งยืน

ฟุตบอลคลินิกสัญจร #จังหวัดบึงกาฬ #กีฬาเยาวชน #สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ รายงาน