เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตชด.ภาค 3 – กองร้อย ตชด.ที่ 327 จับคุม เคตามีน 120 กก.โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

เวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 26 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตชด.ภาค 3 ร่วมกัย บกองร้อย ตชด.ที่ 327 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผบก.ตชด.ภาค 3 พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธุ์กล้า ผกก.ตชด.32 พ.ต.ท.ยุธยา สังแสวง รอง ผกก ตชด.32 พ.ต.ต.อนัญวัตน์ รัตนวิชัย ผบ.ร้อย ตชด.327 ได้ร่วมกันจับกุม นายชนินทร์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปีชาว แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ และ นายวชัรพงษ์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี ชาว ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยของกลาง เคตามีนจำนวนประมาณ 120 กิโลกรัม

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่ามีเป้าหมายยาเสพติดได้โดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหว จนกระทั่งสืบทราบว่าจะมีการนำยาเสพติดจำนวนมากส่งพัสดุกับบริษัทเอกชนในพื้นที่ อ.แม่สาย จึงได้เฝ้าติดตามจนพบชาย 2 คน เข้ามาส่งของบริษัทขนส่งเอกชนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบพัสดุ จำนวน 4 กล่อง

จากการตรวจสอบพบว่าภายกล่องบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท2 (เคตามีน) กล่องละ2 แพ็คใหญ่ ในหนึ่งแพ็คใหญ่พบถุงชาบรรจุเคตามีน ประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 4 กล่อง ประมาณ 16 กิโลกรัม เมื่อพบว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายทางเจ้าหน้าที่จึงได้สะกดรอยตามชายทั้ง 2คนไป พบว่ากำลังนำพัสดุที่เหลือไปส่งที่บริษัทขนส่งเอกชนอีกที่หนึ่ง ในพื้นที่ถนนเหมืองแดง ซึ่งกำลังรอส่ง อีกจำนวน 11 กล่อง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมทั้ง 2 คน
จากการเปิดตรวจสอบพบ ภายในกล่องมีของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 2 แพ็คใหญ่ โดยในหนึ่งแพคใหญ่ พบเป็นถุงชาบรรจุเคตามีน น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม รวม 11 กล่อง ประมาณ 44 กิโลกรัม รวมทั้ง 2 จุด ของกลางทั้งหมด 15 กล่อง ประมาณ 60 กิโลกรัม

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งสองคนทำการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาเช่า ในพื้นที่ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อตรวจสอบบ้านเช่าหลังดังกล่าว พบรถยนต์ โตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน และเมื่อทำการตรวจค้นรถคันดังกล่าวพบกระสอบสีรุ้งขนาดใหญ่ จำนวน 2 กระสอบอยู่ภายในช่องเก็บของท้ายรถ ภายในกระสอบดังกล่าวพบถุงชาบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 30 ถุง น้ำหนักถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม จำนวน 2 กระสอบ รวม 60 ถุง หรือน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม รวมของกลางทั้งหมดประมาณ 120 กิโลกรัม

จากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การว่าได้รับจ้างให้นั่งเครื่องบินมาจาก กรุงเทพฯ เพื่อมารับยาเสพติดังกล่าว แล้วนำส่งบริษัทเอกชน เพื่อส่งไปยังตนในของประเทศโดย โดยปลายทางจะมีผู้มารับยาเสพติด ซึ่งจะไปจำหน่ายยังพื้นที่ตอนในของประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมไปยังผู้ว่าจ้างอีกครั้ง

พงศกร ตันสุวรรณ ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทวีเป็นตัวแทนรัฐบาลรับ 98 คนไทยกลับบ้านเกิดเป็นของขวัญฮารีรายอ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 27 มี.ค.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สอท. ปฏิบัติราชการ สตม. พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส

น.ส.อัจฉรา โพธิ์พันธุ์ นายด่านศุลกากรสุไหงโกลกพล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสพล.ต.ท.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ประธานคณะกรรมาธิการกรรมการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส เขต 5 และนายซูปียัน แดเมาะเล็ง นายอำเภอสุไหงโกลก

ได้ร่วมเดินทางไปยังด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อทำพิธีรับส่งมอบคนไทย จำนวน 98 คน ที่ถูกกักตัวอยู่ที่ศูนย์กักตัวบ้านตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นระยะเวลายาวนานเกือบ 4 เดือน ที่ทางการประเทศมาเลเซียอยู่ในระหว่างขั้นตอนตรวจสอบว่าเป็นคนไทยจริงหือไม่ ซึ่งภายหลังทางญาติทราบเรื่อง ได้ประสานขอความช่วยเหลือผ่าน พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ให้การช่วยเหลือในครั้งนี้ ที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางไปรอรับส่งมอบตัวด้วยตนเอง ที่บริเวณกลางสะพานด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ได้มีการประสานผ่าน นายมัสกรี สุไลมาน MR.Bakri sulaiman หัวหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ซึ่งภายหลังที่ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ทำการรับส่งมอบตัว 98 คนไทยแล้วเสร็จ ได้ทำการพบปะพูดคุยสอบถามถึงความเป็นมา ซึ่งบางคนถูกกักตัวยาวนานถึง 4 เดือนลดหลั่นกันไป ซึ่งทางการประเทศมาเลเซียได้ทำการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างที่ถูกกักตัว และทุกคนขอขอบคุณ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรมและรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญช่วยเหลือคนไทย ที่ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคาบเกี่ยวกับเดือนรอมฎอนกับฮารีรายอ ที่ได้มีโอกาสได้ร่วมเฉลิมฉลองฮารีรายอกับครอบครัว พร้อมกันนี้ พ.ต.อ.ทวี รมว.ยุติธรรม ได้ถือโอกาสมอบอินทผาลัมและเครื่องแต่งกายมุสลิมทั้งชายและหญิง อาทิ หมวกกะปิเยาะและผ้าโสร่ง ไว้ใช้ประกอบศาสนกิจในครั้งนี้ด้วย

ด้านพลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นความสำเร็จในการประสานงานในระดับรัฐบาลและในระดับพื้นที่ โดยผู้ประสานงานหลักพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยมีการประสานงานระหว่างตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยทหารในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งขอยืนยันว่าในจำนวน 98 คนที่จะกลับมา ซึ่งอยู่ในช่วงของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ตั้งใจตอบสนองเพื่อจะทำให้เดือนรอมฎอนสู่สันติสุขตามที่ได้ตั้งเป้าหมายกันไว้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่น่าชมเชย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานงานของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ซึ่งตรงนี้เราได้ชี้แจงโดยได้รับมอบจากรองนายกภูมิธรรม โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องรอมฎอนสันติสุข โดยมีการชี้แจงกับท่านจุฬารัฐมนตรีได้เดินทางลงมาพบผู้นำศาสนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดสงขลา ได้ร่วมพูดคุยพร้อมด้วยหน่วยงานทหาร ตำตรวจ ว่าเราแสดงออกด้วยความจริงใจที่จะทำให้เกิดประโยชน์เกิดสันติสุขในช่วงเดือนรอมฎอน และนี่คือหนึ่งงานที่ประกาศได้เลยว่าเราได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจริงใจที่เป็นนโยบายของรัฐบาล และการปฏิบัติของรัฐบาลที่ท่าน ทวี สอดส่อง คือคนที่เป็นคนดำเนินการในเรื่องนี้

ขณะที่พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดีที่มีการส่งตัวคนไทยกลับบ้าน ในกรณีที่คนไทยที่ออกมาจากห้องกักบุคคลต่างด้าวเพื่อรอส่งกลับ ของ ต.ม.ตาเนาะแมเราะ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย โดยกลุ่มคนไทยกลุ่มนี้ได้กระทำผิดฝั่งมาเลเซียหลายข้อหาด้วยกัน โดยมีข้อหาหลักๆก็คือหลบหนีเข้าเมือง และคดีเล็กๆน้อยๆ และได้ผลโทษมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว โดยทางรัฐบาลได้มีการดำเนินการตรวจสอบว่าบุคคลกลุ่มนี้เป็นคนไทยหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบและออกเอกสารเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยประมาณ 98 คน

ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าทั้งนี้สืบเนื่องจากมีพี่น้องประชาชนได้ร้องมาหล่ยช่องทาง โดยเฉพาะทางโฆษกพรรคประชาชาติ ศอ.บต.เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และฝ่ายกอ.รมน.ด้วยว่ามีคนไทยที่ถูกกักตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งบางคนพาสปอร์ตขาดและบางคนเป็นเวลา 9 เดือน ซึ่งในขณะที่แจ้งนั้นผมอยู่ที่ประเทศจีน และได้มีข้อสั่งการว่าจะให้ความช่วยเหลือประสานท่านภูมิธรรมว่าจะให้ความช่วยเหลือ โดยขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีคนไทยประมาณ 100 กว่าคน แต่มีหลักฐานแค่ 34 คน ทั้งนี้ได้ประสานงานกับทางมาเลเซีย นายกอันวาอำนวยความสะดวก และทางกงสุลไทยในประเทศมาเลเซียดำเนินการ 98 คนที่มาในวันนี้และจะทยอยนำเข้ามา

และที่สำคัญอย่างยิ่งคือรัฐบาลเข้าใจดีถึงอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ และการช่วยเหลือในครั้งนี้ เนื่องจากผู้กักขังอยู่ในประเทศมาเลเซียในช่วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนา และความฝันคือเราอยากจะให้กลับมาพบกับครอบครัว เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลวันฮารีรายอ ซึ่งวันนี้ก็เป็นชุดแรกที่มาถึง ซึ่งเป็นชุดที่เข้ามาเยอะที่สุดโดยปกติแล้วจะแค่ 50 คน วันนี้ 98 คน และในส่วนที่เหลือเราจะดำเนินการหาทางช่วยเหลือต่อไป เพื่อที่จะให้ทันเทศกาลวันฮารีรายอ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเราจะเห็นว่าประเทศเรากับประเทศมาเลเซีย

จะเห็นได้ว่าเรามีพรมแดนกั้นแต่จริงๆแล้วเราเป็นเมืองพี่เมืองน้อง และเป็นเมืองทางเศรษฐกิจไปมาหาสู่กันระหว่างทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะทางกรมศุลกากรที่ได้อำนวยความสะดวกในการใช้พื้นที่และการเดินทาง และเชื่อว่าในอนาคตเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้นั้นต้องเปิดพื้นที่ให้มีความสะดวกในการค้าขายการทำมาหากินและวัฒนธรรม และสิ่งที่ทั้งสองประเทศห่วงก็คือเรื่องยาเสพติดและการค้ามนุษย์ และถือว่าวันนี้เป็นของขวัญชิ้นหนึ่งที่ทางรัฐบาลอยากมอบให้พี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามที่ไปทำงาน เพื่อที่เขาจะได้มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายอกับครอบครัวซึ่งเป็นที่สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุด คือการที่ได้มีโอกาสกลับมาเยี่ยมบ้านในวันฮารีรายอ
/////////////////////////////////
ข่าว/อาอีซะห์/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ท่านผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ททท.นครราชสีมา วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ บริษัทมาจอยกัน จำกัด ผู้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายนำวัฒนธรรมไทยมาสืบสาน รักษา และต่อยอดไปสู่มิติใหม่ ๆ ให้เกิดการสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทยเพื่อสนับสนุนมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อน Soft Power การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยมุ่งยกระดับมหกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นระดับชาติเพื่อเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยว

ของคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับผู้รับทุน จัด “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะ ท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 โดยได้รวบรวมศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นความภูมิใจของชาวโคราช กว่า 20 ชีวิต มาไว้ในการแสดงครั้งนี้ โครงการฯ นี้ นับว่าเป็นการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
มาสืบสาน รักษา ต่อยอดผ่านมิติของผลงานเพลงและสร้างชื่อเสียงให้กับ จ. นครราชสีมา

นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้ให้ทุนสำหรับผู้สนใจผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หลากหลายรูปแบบ สำหรับ“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” โครงการฯ นี้ อยู่ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช ใช้ดนตรี บทเพลง มิวสิกวิดีโอ มาถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กองทุนพัฒนาสื่อฯ
ต้องขอขอบคุณผู้รับทุน และศิลปินโคราชกว่า 20 ชีวิต ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองโคราชแล้ว โครงการนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ในอนาคตเราอาจจะมีศิลปินหน้าใหม่เป็นคนโคราช ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

สำหรับ “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” จัดแสดงในวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีศิลปินชาวโคราชที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชีโร่) , สุนารี ราชสีมา , สมจิตร จงจอหอ , กำปั่น บ้านแท่น , ศรายุทธ สุปัญโญ , เจเน็ต เขียว , อรวรรณ เย็นพูน (ปุ้ม สาว สาว สาว) , เอ มหาหิงค์ , ตั๊กแตน ชลดา ,ศรลักษณ์ สวนจะบก , เฉลิมศักดื์ อังศุพันธุ์ ,

สามารถ คำโคกกรวด , แสนรัก เมืองโคราช ,ภิชชาพร หอมขุนทด (ขิม The Voice Kids) , สหรัฐ โอเลียรี่ (เควิน The Voice) ,ชัยณรงค์ พรหมบุปผา (เอส The Voice) ,อาชาไนย ธรรมนิยาย ,ณรงค์ บุญเลี้ยง ,สรธร ชิ้นจอหอ (ขุนสมาน) ,นันทิตา ฆัมภิรานนท์ (เบลล์ Thailand Got’s Talent) และชุมพล สุปัญญา ร่วมด้วยการนำเสนอมิวสิควิดีโอ 5 บทเพลงขับร้องโดยศิลปินโคราช ผีมือการกำกับของปรัชาญา ปิ่นแก้วเพลงร่วมสมัยผสมผสานภาษาถิ่นโคราชและมีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฝึกจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2568 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ จัดฝึกอบรมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากร/ครูฝึก จากกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายมหาศักดิพลเสพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรชุมแพ

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนอำเภอชุมแพ ที่ 6 ในการฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันปราบปรามยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม 2586 ณ หอประชุมอำเภอชุมแพ

ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมฯ จำนวน 180 คน จาก 6 ตำบล ได้แก่ 1) ตำบลนาเพียง 2) ตำบลโนนหัน 3) ตำบลนาหนองทุ่ม 4) ตำบลวังหินลาด 5) หนองเขียด ในกิจกรรมได้มีการฝึกอบรมให้ความรู้ ดังนี้

  1. ฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ท่าทำความเคารพ ระเบียบแถว ฝึกการใช้อาวุธปืนลูกซอง การดูแลรักษาอาวุธปืน 2.ฝึกการค้นบุคคล ค้นรถจักรยานยนต์/รถยนต์ การตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด/ด่านชุมชน การเข้าแล้วระงับเหตุบุคคลคุ้มคลั่ง
    3.การฝึกปฏิบัติในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด/ด่านชุมชน การออกลาดตระเวนพื้นที่ หาข่าว เพื่อเป็นการเสริมความรู้ ทักษะ ให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน /ชุดปฏิบัติการตำบล และเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ในการดูแลความสงบเรียบร้อย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านชุมชนให้มีประสิทธิภาพสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

ดังคำกล่าว “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ ได้มอบหมาย นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง กล่าวปิด
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2568 กิจกรรมฝึกอบรมจัดตั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ชรบ.) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวจังหวัดขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ศึกษาธิการ มอบอุปกรณ์ กีฬา ทุนการศึกษา ถุงยังชีพ โรงเรียนบ้านชาด อุบลฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่โรงเรียนบ้านชาด ผอ.เด่นชัย สุขแสวงผอ.โรงเรียนบ้านชาดได้ต้อนรับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ท่านเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ปรึกษารมต.ศึกษาธิการ ,

ท่านจีรพงษ์ แข็งแรง รองผอ. สพป.อบ.3 , หัวหน้าส่วนราชการจากจังหวัดและอำเภอ สาธาณสุขอำเภอศรีเมืองใหม่และโรงเรียนบ้านชาด ทุกหน่วยงานทั้งระดับตำบล อำเภอและจังหวัดที่มาช่วยเตรียมสถานที่ ทำให้งานเรียบร้อยดี

ทั้งนี้ได้มามอบอุปกรณ์กีฬา3 ชุด -ทุนนักเรียน 20 ทุน -ถุงยังชีพ 40 ชุด -ปลูกต้นไม้ 14 ต้น -บริการทันตกรรม,ตรวจโรจ ผู้รับบริการ 350 คน -บริการตัดผมฟรี ,แจกกล้าไม้และบริการจัดนิทรรศการ 40 หน่วยงานจากจังหวัดและอำเภอ ศรีเมืองใหม่ – ภาพ : ข่าว กิตติศักดิ์ ประดับศรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพ รอคำสั่ง พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2 พร้อมรบ พัน.ร.802 กรม ร.ฉก.ทภ.2 พร้อมเคลื่อนกำลังรบเขมร /อุบัติเหตุ รถเก่งชนประสานงารถบรรทุกพ่วง เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยคณะ ตรวจสภาพความพร้อมรบ พัน.ร.802 กรม ร.ฉก.ทภ.2 ของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 ทั้งด้านบุคคล อาวุธยุทโธปกรณ์ประจำหน่วย การติดต่อสื่อสาร อุปกรณ์ประจำกาย และยานพาหนะ เพื่อให้มีความพร้อมสูงสุด ในการปฏิบัติภารกิจสำคัญป้องกันประเทศ

โอกาสนี้ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวให้โอวาทกำลังพล ให้มีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาสามารถปฏิบัติการรบได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มขีดความสามารถ

ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ยึดถือนโยบายของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด และพร้อมปฏิบัติทันทีเมื่อมีคำสั่ง++++ #พลโทบุญสินพาดกลาง #แม่ทัพภาคที่2 #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก #ค่ายมหาศักดิพลเสพ
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อุบัติเหตุ รถเก่งชนประสานงารถบรรทุก พ่วง รถเก๋งพังยับกลายเป็นซากทันที เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 16.00 น.​ พ.ต.อ.ประยุทธ์ เรือนทองคำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งทางวิทยุว่า เกิดอุบัติเหตุรถชนกันที่บริเวณสะพานห้วยเรือ กม.13-492 ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล​ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้​พ.ต.ต.ทักษิณ ธงศรี สว.จร.สภ.เมืองมุกดาหาร​และร.ต.อ.อุทิตย์ ศรีลาศักดิ์

รอง สวป.สภ.เมืองมุกดาหาร ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร สภ.เมืองมุกดาหาร ไปที่เกิดเหตุพบคู่กรณี 2ฝ่าย ฝ่ายที่ 1 รถยนต์บรรทุกพ่วงยี่ห้อ ISUZU ส่วนหัว ทะเบียน 83 1274 อุบลราชธานี ส่วนพ่วง ทะเบียน 83 1275 อุบลราชธานี​ คนขับขี่ชื่อนายสามารถฯ​ มีใบอนุญาตขับขี่ ท.4

ได้รับบาดเจ็บ​ ผลตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับโดยวิธีการเป่าลมหายใจ ผลการตรวจวัด “0” มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์​ ฝ่ายที่ 2 ผู้ขับขี่ รถยนต์ยี่ห้อ toyota ทะเบียน กต 694 อุบลราชธานี ชื่อคนขับ นายจิระเดชฯ​(ต้น)​เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลตำบลบ้างแก้ง อ.ดอนตาล เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ​ มีใบอนุญาตขับขี่ ชนิด รถยนต์ส่วนบุคคล

​พฤติกรรมคนขับขี่ ตามวันเวลาเกิดเหตุ ฝ่ายที่ 1 หลังจากขับรถพ่วงบรรทุกไปส่งของที่โรงงานจะเดินทางกลับ จ.อุบลราชธานนี จึงใช้เส้นทางผ่านถนนที่เกิดเหตุ ขับมุ่งหน้าไป อ.ดอนตาล เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เฉี่ยวชนกับ ฝ่ายที่ 2 ที่ขับมาด้วยความเร็วมาจากทาง อ.ดอนตาล มุ่งหน้าเข้าเมืองมุกดาหาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และรถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย

ส่วนฝ่ายที่ 1 ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวที่โรงพยาบาลมุกดาหาร สภาพรถรถยนต์เก๋งได้รับความเสียหายทั้งคัน ส่วนรถบรรทุกพ่วงได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าและลูกพ่วงตกลงในคูคลองข้างทาง​ สภาพถนนเป็นทางตรง ถนนมี 4 ช่อง ไป-กลับ ฝั่งละ 2 ช่อง ถนนมีไหล่ทาง มีสะพานห้วยเรือ ก่อนถึงจุดเกิดเหตุจะเป็นทางโค้ง แล้วเป็นทางตรง​ พนักงานสอบสวน ว่าที่ ร.ต.อ.ศุภชัย บุญที รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร

รถเก๋งชนประสานงารถพ่วงเสียชีวิต #จังหวัดมุกดาหาร ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เริ่มแล้วจัดอย่างยิ่งใหญ่งานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก จ.สุโขทัย / สุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา17.30น.ของวันที่26มีนาคม2568.ณ.ปะรำพิธี ถนนหน้าทางเข้าที่ว่าการอำเภอสวรรคโลกจังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกพร้อมหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติได้นั่งชมขบวนประเพณีและวัฒนธรรมขบวนรถที่ตกแต่งประดับประดาไปพืชพันธุ์ธัญญาหารผลไม้ในท้องถิ่นและสาวงามธิดาชาวสวน

พร้อมการแสดงร่ายรำการละเล่นประเพณีวัฒธรรมด้วยรวม10กว่าขบวนที่แห่โชว์ผ่านตลาดเทศบาลเมืองสวรรคโลกจากนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มาเป็นประธานพิธีเปิดงาน หมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลก ประจำปี2568

ณ.เวทีกลางหน้าที่ว่าการ ำเภอสวรรคโลกโดยมีนายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ พร้อมหัวหน้าส่วนงานและประชาชนได้ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้.อนึ่งการจัดงานหมากม่วงหมากปรางของดีศรีสวรรคโลกได้จัดขึ้นประจำทุกปี

โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่23มีนาคมถึง31มีนาคม2568เป็นการจัดงานเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเม็ดเงินไหลเวียนในอำเภอสวรรคโลกจากการค้าขายพืชผักผลไม้โดยมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อประจำจังหวัดคือมะม่วง มะปราง มะยงชิด ละมุดเป็นต้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนต่อยอดเพิ่มรายได้เงินให้กับประชาชนเกษตรกรในพื้นที่ทั้งนี้ทางอำเภอก็ได้ประชาสัมพันธ์

โฆษณาการจัดงานผ่านสื่อฯ.ชักชวนนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมงานด้วยโดยภายในงานได้จัดเป็นบูชสำหรับค้าขายสินค้าทางการเกษตรผลไม้และบูชสินค้าผลิตภัณฑ์โอทอปสินค้าพื้นเมืองพร้อมบูชสินค้าอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อของเมืองอร่อยของดีศรีสวรรคโลกมาให้จับจ่ายซื้อขายภายในงานโดยมีเวทีกลางที่จัดไว้เพื่อการแสดงมากมาย

การประกวดธิดาชาวสวนและการแสดงจากประชาชนเจ้าหน้าที่จากท้องที่ท้องถิ่นและเยาวชนมาแสดงความสามารถในการร้องเพลงพร้อมเหล่าศิลปินนักร้อง ที่จัดมาแสดงในทุกๆค่ำคืนด้วย.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

จังหวัดสุโขทัยซับน้ำตา ปชช.ที่เกิดภัยพิบัติดินสไลด์บ้านพัง

เมื่อเช้า13.30น.ของวันที่27มีนาคม2568ณ.บ้านไม่มีเลขที่หมู่ที่4 ตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ได้มี การมอบบ้าน มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของจังหวัดสุโขทัย โดยนาย นพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย

ได้มอบหมายให้ นาย ภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ ปลัดจังหวัดสุโขทัย มาเป็นประธานพิธีมอบบ้านและเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยผู้เสียชีวิต2รายทั้งนี้ นาย เอนก วิทยาพิรุณทอง นายอำเภอสวรรคโลกได้กล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดเหตุและการดำเนินการ การเข้าช่วยเหลือ ทั้งนี้ นาย มนตรี ยี่โถ กำนันตำบลคลองกระจงและอีกตำแหน่ง (ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคลองกระจง)

ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณทั้งนี้ได้มอบเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของ สำนักนายกรัฐมนตรี(กรณีเสียชีวิต2ราย)ผู้รับนาย ชัยวัฒน์ กำทองคือบุตรของผู้เสียชีวิตและมอบบ้านผู้ประสบภัยทั้ง2หลัง หลังที่1นางสาว เอมิกา ค้าไม้2นาย ภานุมาศ บำเหน็จ โดยทั้งนี้ได้มีหลายหน่วยงานในจังหวัดสุโขทัยทั้งหน่วยงานท้องที่ ท้องถิ่นองค์กร ปภ. พช.พม. กาชาดก็ได้ร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือและ

เข้าร่วมพิธีมอบบ้านในครั้งนี้ด้วย อนึ่งเมื่อวันที่8ตุลาคม2567ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุดินสไลด์ทำให้บ้านพังเสียหาย2หลังและดินได้ทับผู้ประสบเหตุจมอยู่ใต้พื้นดิน3คนเจ้าหน้าที่อส.และกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือขึ้นมาได้ครั้งแรก2คนแต่เสียชีวิต1คนและได้เข้าค้นหาผู้เสียชีวิตอีก1ศพเพราะถูกดินสไลด์ทับไว้ทั้งนี้ทางจังหวัดสุโขทัยได้เข้าเยียวยาช่วยเหลือมอบเงินกองทุนผู้เสียชีวิตและก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จจึงได้มอบให้ต่อไป
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับมาตรการเข้ม! ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยานศรีน่าน ฯ

แชร์เนื้อหานี้

ผู้ว่าน่านฯ ยกระดับป้องกันไฟป่า ตั้งด่านสกัด 24 ชั่วโมง ป้องกันไฟป่าในพื้นที่อุทยาน หากฝ่าฝืน ปรับจริงโทษสูงสุด 2 ล้าน หรือ จำคุก 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
วันที่ 27 มีนาคม 2568 จังหวัดน่านยกระดับมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยจัดตั้งด่านสกัดเข้า-ออกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ครอบคลุมอำเภอเวียงสา นาน้อย และนาหมื่น ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสกัดกั้นกลุ่มเสี่ยงและป้องกันการลักลอบเผา หลังพบจุดความร้อนสะสมแล้ว 1,698 จุด ครอบคลุม ทั้ง 15 อำเภอ

โดยกำหนดมาตรการเข้มข้น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ นโยบาย “เคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือประชาชนงดเผา, ประกาศ “ปิดป่า” จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาด และ ตั้ง “ด่านสกัด” ควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอุทยานและเขตป่า เพื่อป้องกันการลักลอบเผาป่าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่พบการลักลอบเผามากที่สุดใน 3 อำเภอ คืออำเภอเวียงสา นาน้อย นาหมื่น และจากสั่งปิดอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ห้ามเข้าโดยเด็ดขาด มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบมีผู้ฝ่าฝืนถูกจับดำเนินคดีแล้วรวม 8 ราย แยกเป็นอำเภอเวียงสา 5 ราย และอำเภอนาน้อย 3 ราย

ด้าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า ทิศทางลม เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ดันค่าฝุ่น PM 2.5 จังหวัดน่านพุ่งสูง แต่ไม่สอดคล้องกับจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัด ซึ่งน้อยกว่าบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยอยู่อันดับ 6 จาก 17 จังหวัด แต่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 กลับพุ่งสูงติดอันดับต้น ๆ อย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากทิศทางลมที่พัดจากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก พัดหมอกควันจากจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง เข้ามาสะสมในพื้นที่ ประกอบกับจังหวัดน่าน ลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงล้อมรอบและแอ่งกระทะของจังหวัดน่าน ยิ่งซ้ำเติมปัญหานี้ เนื่องจากอากาศที่ลอยตัวต่ำทำให้ฝุ่นถูกกักเก็บไว้ในพื้นที่

โดยไม่มีการระบายออก หากไม่มีฝนตกลงมาช่วยชะล้าง ฝุ่นเหล่านี้อาจสะสมตัวและก่อปัญหาต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์ นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิกลางวันและกลางคืนยังมีผลสำคัญ โดยอากาศที่เย็นลงในช่วงกลางคืนทำให้ฝุ่นละอองจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เช่น การเผาในชุมชน ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมในชั้นอากาศต่ำและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่เป็นวงกว้าง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหยุดเผาทุกชนิดในช่วงนี้เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และหากพบเห็นไฟป่าหรือการเผาป่า สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทันที เพื่อร่วมกันลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับทุกคน/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

วันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวศุภลักษณ์ ฤทธิแผลง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอสองแคว จัดการศึกษาดูงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การดูแลรักษา รวมถึงการแปรรูปกาแฟ แก่เกษตรกรแปลงใหญ่กาแฟตำบลชนแดน อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน จำนวน 30 ราย

ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ สวนกาเเฟโรบัสต้านาน้อย นายภาพ แก้วภิรมย์ บ้านหัวเมือง หมู่ที่ 1 ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่่น รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 จัดกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 09.20 น. ที่วัดราชบรรทม ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตน์พงศ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง เป็นประธานเปิดกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์ ในโครงการ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” จัดโดยนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 โดยมี พันเอก สิปปวัสน์ โมระกรานต์ ผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ส่วนราชการ

โดยมีนางนงลักษณ์ อยู่พุ่ม หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอโคกสำโรง
ผู้นำท่องที่ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียนและประชาชนชาวตำบลเพนียด เข้าร่วมกิจกรรมฯ สำหรับกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ “สานสัมพันธ์พี่น้องชาวเพนียด สร้างชุมชนอย่างยั่งยืน” ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานหลายภาคส่วน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด โรงพยาบาลอานันทมหิดล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพนียด ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

สัสดีอำเภอโคกสำโรง ร่วมสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ คือ การจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการเมื่อสมัครเป็นทหารกองประจำการ การแนะแนวการศึกษาต่อ (การศึกษานอกโรงเรียน) กับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

การบริการตรวจสุขภาพและวัดสายตาเบื้องต้น การบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การบริการนวดประคบสมุนไพร การสอนทำน้ำพริกโบราณ การสอนทำขนมปังสังขยา การจัดแสดงเครื่องจักสานวิถีชุมชน การประกอบเลี้ยงรถครัวสนาม โดยกองพันปฏิบัติการจิตวิทยา และกิจกรรมสันทนาการ

โดยนายทหารนักเรียนหลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 นอกจากนี้ยังได้มีการจัดการเสวนาในหัวข้อเรื่อง สิทธิประโยชน์ที่ได้รับเมื่อเข้าเป็นทหารกองประจำการ โดย ร้อยเอก สุทธิชัย เอี่ยมสะอาด สัสดีอำเภอโคกสำโรง การแนะแนวการศึกษาต่อเนื่อง โดย นายทศพล พบสระใหญ่ ครูส่งเสริมการเรียนรู้ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอโคกสำโรง

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ฯ ระหว่างวันที่ 24 – 28 มี.ค. 2568 คณะนายทหารนักเรียน หลักสูตรนายทหารประชาสัมพันธ์ รุ่นที่ 43 ลงพื้นที่ชุมชนตำบลเพนียด ร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชน โดยมีชุดประชาสัมพันธ์เดินทางเข้าพบปะประชาชน พร้อมทั้ง
มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคและยาสามัญประจำบ้านให้แก่กลุ่มผู้เปราะบาง ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวในพื้นที่ รวมถึงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนคัดเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหาร

กองประจำการ สิทธิประโยชน์ของการเป็นทหารกองประจำการ นอกจากนี้ยังได้จัดมีกิจกรรมฝึกระเบียบวินัยขั้นพื้นฐานและศิลปะป้องกันตัวให้กับผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กิจกรรมกายภาพเบื้องต้น

ให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเพนียด กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา โดยได้ร่วมเก็บขยะและแยกขยะ ณ โรงเรียนวัดราชบรรทมและโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เลขเด็ด!! พิธีบวงสรวงอัญเชิญ เจ้าที่ขึ้นศาลใหม่ ที่ ตำหนักพระอิศวร / เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (27 มี.ค.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางพิศมัย มีคุณ ตำหนักพระอิศวร ต.หนองบอน อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ได้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระภูมิเจ้าที่ ขึ้นศาลใหม่ หลังจากได้โชคลาภถูกหลายงวดจึงตั้งศาลใหม่เนื่องจากศาลเก่าได้เก่าและผุพังไป

ภายในพิธีมีนางรำจาก (บ้านหนองกะพ้อ) นำทีมโดย ครูปู นางฐิติรัตน์ สักยะพรต ได้ร่ายรำถวายด้วยกัน 3 เพลงแถมระหว่างรำมีนางรำองค์ลง ท่าทางแปลกๆ

ต่อมาทาง..แม่พิศมัย ตำหนักพระอิศวร ได้จุดประทัดขอโชคขอลาภเลขเด็ดได้เลข [ ๒๓ ๖๖๘ ]

เปิดประวัติ โบราณสถาน!! “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” บ้านนางาม ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว

โบราณสถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นคลองศิลาแลงชาวบ้านเรียกว่า “อ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์” ตั้งอยู่บริเวณบ้านนางาม ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับคลองหินสิ่ว มีลักษณะเป็นหินบริเวณรอบขอบอ่างศิลานั้นเป็นอ่างศิลาแลงขนาดใหญ่มีเส้นรอบวงประมาณ ๑๐ เมตร ลักษณะกลมได้สัดส่วนสวยงาม มีหลุมอีกประมาณ ๗-๘ หลุมซึ่งเป็นโพรงศิลาแลง บริเวณใกล้เคียงมีคลองหินศิลาแลง ที่มีลักษณะตัดหินศิลาแลงทำเป็นคลอง ชาวบ้านเรียกว่า “คลองหินสิ่ว” มีความยาวถึง ๓,๔๐๐ เมตร ลึก ๑.๕๐ เมตร เป็นคลองระบายน้ำ ในอ่างศิลาแลงมีโพรงศิลาจำนวนถึง ๘ สายด้วยกัน สามารถทะลุถึงกันได้หมดทุกสาย

จากการบอกเล่าของนายบุญมี วะโรง อายุ ๗๘ ปี และ นายปิ่น ดาประสงค์ อายุ ๗๕ ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ได้เล่าว่า “ตั้งแต่ตนเกิดมาก็พบกับอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ตนมีความเชื่อเกี่ยวกับอ่างศิลาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์จริง โดยมีเหตุการณ์ประหลาดหลายเหตุการณ์ เช่นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านคนหนึ่งได้ฝันถึงชายลักษณะร่างกายกำยำสวมชุดโบราณ ประมาณ ๑๐–๑๒ คนอาศัยอยู่บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาบอกให้ไปนำของมีค่าที่เก็บไว้บริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านคนนั้นก็ได้พบเหรียญโบราณ และได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากอ่างศิลามาเก็บไว้บูชา ปัจจุบันก็ยังคงเก็บเหรียญโบราณนั้นไว้ เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าจะช่วยปกปักรักษาตนให้พ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ

เหตุการณ์ที่เล่าขานกันต่อมาว่าชาวบ้านได้ไปหาของป่าในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ และนำสัตว์ไปเลี้ยงบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ ปรากฏว่าเห็นสัตว์เลี้ยงตกไปอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แต่พยายามหาอย่างไรก็หาไม่พบ เหมือนมีอะไรบางอย่างมาพรางตา ไม่มีใครพบเห็นฝูงสัตว์เลี้ยง จึงต้องไปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงพบว่าสัตว์เลี้ยงของตนอยู่ในอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นเล่าขานถึงความลึกลับ และอีกเหตุการณ์หนึ่งมีชาวบ้านเก็บหินที่อยู่ในบริเวณอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์ มาเก็บไว้

ปรากฏว่ามีชายสวมชุดโบราณมาเข้าฝันทวงถามหินที่เก็บมา ให้นำกลับไปไว้คืนที่เดิม พอรุ่งสางปรากฏว่าชาวบ้านคนดังกล่าวไม่สบายหนักถึงขั้นเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เมื่อคนในครอบครัวทราบเรื่อง จึงรีบนำหินศิลาแลงที่เก็บมา เอาไปไว้ที่เดิมและขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมนำน้ำจากบ่อน้ำอ่างศักดิ์สิทธิ์มาล้างหน้าให้ชาวบ้านคนดังกล่าวหลังจากนั้นชาวบ้านคนดังกล่าวก็มีอาการดีขึ้นอย่างไม่เชื่อ และก็พบว่าตนเองมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ”

เพราะเหตุนี้ชาวบ้านละแวกนั้นจึงมีความเชื่อว่าอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หากใครได้นำน้ำในบ่อนี้มาเก็บไว้และตั้งจิตอธิฐานจะมีสติปัญญาดี มีบุญวาสนาสูง ได้เป็นเจ้าใหญ่นายโต หรือใครก็ตามที่มาอาศัยอยู่ ตำบลท่าเกวียน แล้วมีนิมิตถึงอ่างศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็จะเกิดความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ขอขอบคุณ ข้อมูลภาพ : website // อบต.ท่าเกวียน