เรื่องทั้งหมดโดย admin

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิ่งพิชิตหัวเขาถ่าน ปี 2568” คึกคัก นักวิ่งทั่วสารทิศร่วมทดสอบพลังใจ ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 “พิชิตเขา ชมทะเล ไหว้เสด็จเตี่ย ที่ชุมพร เมืองธรรมชาติแห่งการวิ่งและการท่องเที่ยว” “มาเที่ยวชุมพร สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทะเลจากยอดเขา สัมผัสเสน่ห์เมืองสงบ เรียบง่าย และอบอุ่น ผ่านกิจกรรมกีฬาที่เชื่อมโยงวิถีชุมชนอย่างลงตัว”

เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2567 จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรม “วิ่งเทิดพระเกียรติ พิชิตหัวเขาถ่าน ชุมพรมินิมาราธอน เทิดพระเกียรติ กรมหลวงชุมพร” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีนักวิ่งจากหลายพื้นที่เข้าร่วมอย่างเนืองแน่น

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร และการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดชุมพร เพื่อเทิดพระเกียรติ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพของจังหวัด

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผศ.เสนีย์ นิลทจันทร์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นประธานเปิดการแข่งขัน โดยมี นายนุกูล แก้วสวี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดชุมพร กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เป็นการผสานกิจกรรมกีฬาเข้ากับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชุมพร เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

มินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร เริ่มต้นจากศาลพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บริเวณหาดอรุโณทัย ตำบลปากตะโก อำเภอทุ่งตะโก ไปสิ้นสุดที่ยอดเขาหัวเขาถ่าน ตำบลท่าหิน อำเภอสวีฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร รวมถึงประเภทนักเรียนในพื้นที่ เริ่มต้นจากโรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง ไปเข้าเส้นชัยบนยอดเขาหัวเขาถ่านเช่นเดียวกัน

ตลอดเส้นทางการแข่งขัน นักวิ่งได้สัมผัสความสวยงามของถนนเลียบชายฝั่งทะเล ผสานความท้าทายของเส้นทางเนินสลับทางราบ และช่วงไฮไลต์ก่อนเข้าเส้นชัยที่ต้องพิชิตทางขึ้นเขาหัวเขาถ่านซึ่งมีความลาดชันถึง 60–70 องศา ถือเป็นบททดสอบทั้งกำลังกายและพลังใจ ก่อนขึ้นไปสักการะพระรูปกรมหลวงชุมพร ณ ศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพร บนยอดเขา พร้อมชมทัศนียภาพทะเลอันงดงามยามเช้า

บรรยากาศการแข่งขันปีนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความสามัคคี โดยเฉพาะการเข้าร่วมของนักเรียนจากโรงเรียนทุ่งตะโกวิทยา และโรงเรียนสวีวิทยา รวมถึงนักวิ่งสมัครเล่นและนักวิ่งสายท้าทายจากหลายจังหวัด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดชุมพรในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านกีฬาและการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ การจัดงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน โรงเรียนบ้านอ่าวมะม่วง และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ส่งผลให้กิจกรรมประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดชุมพรอย่างยั่งยืน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบก ภ.จว.นครปฐมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการ“นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ธ.ค. 2568เวลา 10.30 น.พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ผบก.ภ.จว.นครปฐม
(ประธานการประชุม)พ.ต.อ.กฤษณัฐ วงษ์กล้าหาญรอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม
พร้อมด้วยพ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ผกก.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.ธนากฤติ เนตรเกื้อกูลรอง ผกก.จร.สภ.เมืองนครปฐมพ.ต.ท.อุทัย สุมาลัยรองผกก.ป.สภ.บางเลนพ.ต.ท.อิสรภาพ แก้วชลครามรอง ผกก.ป.สภ.นครชัยศรี
พ.ต.ท.หญิง เบญญาภา เภสัชชารอง ผกก.ฝอ.ภ.จว.นครปฐมพ.ต.ท.พนม ประทุมแสงสวป.สภ.สามพรานพ.ต.ต.วีระพล ขาวซูริจันทร์สว.(สอบสวน)ฯ

ปฏิบัติหน้าที่ หน.จร.สภ.โพธิ์แก้วสว.ฝอ.ภ.จว.นครปฐมและข้าราชการตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในสังกัด ภ.จว.นครปฐมประชุมเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงการ
“นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน”โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัยของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ สร้างจิตสำนึกด้านวินัยจราจร ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และปลูกฝังน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนร่วมกันอย่างปลอดภัย

ในการประชุมได้มีการหารือแนวทางการดำเนินโครงการ แผนการประชาสัมพันธ์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสภาพปัญหาในพื้นที่ และมุ่งหวังให้ประชาชนเกิดความตระหนักรู้ สามารถลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้อย่างยั่งยืน

ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.นครปฐม
ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัรพ.นครปฐม Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมเป็นประธานเปิด การประชาสัมพันธ์ "Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี โดย แพทย์หญิงจุฑาภรณ์ สามศรีทอง   รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี วัตถุประสงค์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชัน หมอพร้อมเพื่อการรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวก และเท่าเทียม สร้างความตระหนักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดรางหมัน จัดอุปสมบทนาคหมู่ 64 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

แชร์เนื้อหานี้

วัดรางหมัน จัดอุปสมบทนาคหมู่ 64 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 และถวายเป็นกตัญญูกตเวทิตาแด่ พระราชมงคลวชิราคม ( หลวงปู่แผ้ว ปวโร)

ที่วัดรางหมัน จัดพิธีอุปสมบทนาคหมู่จำนวน 64 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม

ราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯในรัชกาลที่ 10 โดยมี . นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน เป็นประธานพิธีอุปสมบทนาคหมู่จำนวน 64 รูป

โดยอุปสมบทเป็นระยะเวลา 9 วัน ณ วัดประชาราษฎร์บำรุง (รางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นำโดยสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่นอำเภอกำแพงแสน

หัวหน้าส่วนราชการอำเภอกำแพงแสน และประชาชนทั่วไปร่วมพิธีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียงกันบรรยากาศงานบรรพชาอุปสมบทหมู่ดำเนินไปด้วยความเรียบง่าย สงบ และเปี่ยมด้วยศรัทธา ตั้งแต่ขบวนแห่นาค พิธีภายในพระอุโบสถ

จนถึงการประกอบสังฆกรรมตามพระธรรมวินัยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม (หลวงปู่แผ้ว ปวโร)

ผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มธรรมและที่พึ่งทางจิตใจของศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย พร้อมกันนี้ ยังเป็นการถวายเป็น พระราชกุศล
แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร

มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอีกด้วย

นายสมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้าแม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย

แชร์เนื้อหานี้

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6/ผบ.กกล.สุรนารี

สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างหนัก กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า การปฏิบัติการนี้ ดำเนินไปด้วยความรอบคอบและรัดกุม เพราะทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดไว้ทั่วพื้นที่ ทำให้ทุกขั้นตอนต้อง

ใช้ความระมัดระวังสูงสุด และกล่าวยกย่องว่า “การเสียสละของ ทหารกล้า / นายเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ สมกับคำว่า ‘ทหารอาชีพ’ ที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย”

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เรารักษาความมั่นคงของอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดน และเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย

ที่ยังคงมีลูกหลานพร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต เนิน350ปราสาทตาควายกัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ

เดวิท โชคชัย รายงาน

แม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจยึดคลังแสงอาวุธเขมร บน เนิน 350–ปราสาทตาควาย กลางดึก ร่วมวางแผน วางกำลัง คุมพื้นที่ให้ได้แบบเด็ดขาด ขอบคุณกำลังพลทุกคน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเท้าขึ้นยอดเนิน 350 ปราสาทตาควาย เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบอาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ตรวจยึดได้

จากฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาบนเนิน 350 เพื่อการควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี และวางแผนการวางกำลังในพื้นที่ พร้อม ประเมินสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง

พร้อมตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณกำลังพล พร้อมย้ำทุกหน่วยให้รักษาพื้นที่ ให้ได้อย่างมั่นคง ควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยึดความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นสำคัญสูงสุดแม่ทัพเติ่งปราสาทตาควายเนิน350กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร

เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ท่องเที่ยวโคราชจับมือเอกชน เดินหน้า “ชุมชนท่องเที่ยวสีขาว” ปลอดยาเสพติด / “ผู้กองมายด์” ตำรวจหญิงจราจรโคราช กับบทบาทจริงบนท้องถนน

แชร์เนื้อหานี้

นครราชสีมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.40 น. สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้เข้าปฏิบัติภารกิจตาม “โครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว” ในพื้นที่ชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง (S.T.C.) เขาใหญ่ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจาก โรงแรม Maison De Joy Villa Khao Yai เลขที่ 99/9หมู่ 2 บ้านใหม่สามัคคี ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ที่เอื้อเฟื้อสถานที่สำหรับการดำเนินกิจกรรมโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้ปลอดภัย ปลอดยาเสพติด และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติฃ

พันตำรวจโท จิรพัฒน์ เขียวศิริ สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 เปิดเผยว่า การดำเนินโครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาว เป็นการทำงานเชิงรุกในการป้องกันปัญหายาเสพติดในภาคการท่องเที่ยว โดยเน้นความร่วมมือจากผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดนครราชสีมาในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ได้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดพนักงานและลูกจ้างของสถานประกอบการในภาคการท่องเที่ยว จำนวน 3 แห่ง รวมประมาณ 15 คน ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการและพนักงานเป็นอย่างดี สะท้อนถึงความตื่นตัวและความรับผิดชอบร่วมกันในการดูแลภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของพื้นที่เขาใหญ่

ทั้งนี้ สถานีตำรวจท่องเที่ยวฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้บริหารและบุคลากรของ Maison De Joy Villa Khao Yai ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการชุมชนท่องเที่ยวสีขาวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดนครราชสีมาอย่างยั่งยืน

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ / ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

“ผู้กองมายด์” ตำรวจหญิงจราจรโคราช กับบทบาทจริงบนท้องถนน เสน่ห์จากความตั้งใจ และหัวใจของตำรวจยุคใหม่

นครราชสีมา – ท่ามกลางกระแสโซเชียลมีเดียที่มักหยิบยกภาพลักษณ์ “ตำรวจหญิงคนสวย” มาเป็นจุดสนใจ ชื่อของ ร.ต.อ.พัชรมณฑ์ ทองนำ หรือที่หลายคนรู้จักในนาม “ผู้กองมายด์” รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา คือหนึ่งในนายตำรวจหญิงที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่เบื้องหลังรอยยิ้มและความน่าชื่นชมบนโลกออนไลน์ คือบทบาทหน้าที่ที่หนักหน่วงและความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนนับแสนคนในเมืองใหญ่แห่งอีสานบทบาทจริงของตำรวจจราจรหญิงในเมืองใหญ่

ผู้กองมายด์ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองสารวัตรจราจร สภ.เมืองนครราชสีมา รับผิดชอบทั้งงานอำนวยการจราจร การป้องกันและลดอุบัติเหตุ รวมถึงการลงพื้นที่ภาคสนาม ดูแลความเรียบร้อยบนท้องถนนและให้บริการประชาชนในชีวิตประจำวัน
เธอเล่าว่า งานจราจรในเมืองใหญ่อย่างโคราชมีความท้าทายสูง ทั้งปริมาณรถที่หนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน รวมถึงพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่หลากหลาย สิ่งสำคัญคือความอดทน การตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และการสื่อสารที่เข้าใจประชาชนควบคู่กันไปตำรวจหญิงกับภารกิจที่ต้องใช้ทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนในฐานะตำรวจหญิง งานภาคสนามย่อมต้องใช้ความรอบคอบเป็นพิเศษ ทั้งด้านความปลอดภัยและการจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ผู้กองมายด์มองว่านี่ไม่ใช่อุปสรรค กลับเป็นจุดแข็งที่สามารถใช้ความสุภาพ ความใจเย็น และการสื่อสารอย่างนุ่มนวลเข้ามาช่วยแก้ปัญหา
หลายครั้ง เพียงการรับฟังด้วยความเข้าใจ ก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียด และทำให้ประชาชนให้ความร่วมมือมากขึ้น

ขวัญใจโซเชียล กับความคาดหวังที่ต้องแบกรับกระแสในโลกออนไลน์ที่ทำให้เธอถูกยกให้เป็น “ตำรวจสวย ขวัญใจโซเชียล” ผู้กองมายด์มองในแง่บวกว่าเป็นกำลังใจในการทำงาน และเป็นโอกาสให้ประชาชนได้เห็นมุมการทำงานของตำรวจที่ใกล้ชิดมากขึ้นแม้จะยอมรับว่ามีความกดดันอยู่บ้าง เพราะต้องระมัดระวังทั้งการทำงานและการวางตัว แต่เธอก็ถือว่านี่คือแรงผลักดันให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด สมกับเครื่องแบบที่สวมใส่โซเชียลมีเดีย เครื่องมือสร้างความเข้าใจสำหรับผู้กองมายด์ โซเชียลมีเดียไม่ใช่แค่พื้นที่แสดงตัวตน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำงานของตำรวจจราจร ทั้งการแจ้งข่าวสภาพการจราจร เส้นทางเลี่ยง จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ และการให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร
สิ่งที่เธออยากสื่อสารกับประชาชนมากที่สุด คือการใช้ถนนอย่างมีวินัย เคารพกฎจราจร และตระหนักถึงความปลอดภัย เพราะอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ หากทุกคนร่วมมือกัน

ภาพจราจรโคราช กับปัญหาที่ต้องร่วมแก้ปัญหาที่พบได้บ่อยในเขตเมืองนครราชสีมา คือการจอดรถกีดขวางทาง การฝ่าฝืนสัญญาณไฟ และการขับขี่ด้วยความประมาท โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ผู้กองมายด์ฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า ขอให้เคารพกฎจราจร มีน้ำใจต่อกัน และไม่ประมาท เพราะความสูญเสียจากอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาทีตำรวจยุคใหม่ ในมุมมองของผู้กองมายด์เธอให้นิยาม “ตำรวจยุคใหม่” ว่าคือผู้ที่ทำงานอย่างโปร่งใส ทันสมัย เข้าใจประชาชน และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่เปลี่ยนแปลงหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่น คือความจริงใจ การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม และทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจอยู่เคียงข้างเขาอย่างแท้จริงแรงบันดาลใจจากครอบครัว สู่เส้นทางชีวิตราชการแรงบันดาลใจในการเลือกอาชีพตำรวจของผู้กองมายด์ เริ่มต้นจากครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ที่อยากให้ลูกสาวมีอาชีพมั่นคง และเติบโตเป็นคนเข้มแข็งขณะเดียวกัน เธอเองก็มีความตั้งใจอยากเป็นผู้ให้

อยากดูแลความปลอดภัยของสังคม หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอยืนยันว่าจะเลือกเส้นทางนี้เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เลือกคือสิ่งที่ดีที่สุดในจังหวะชีวิตนั้น และทุกวันที่ได้ช่วยเหลือประชาชน คือความภูมิใจของชีวิตราชการฝากถึงเยาวชนและผู้หญิงรุ่นใหม่ผู้กองมายด์ฝากถึงเยาวชนและผู้หญิงที่ใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจว่า ขอให้เชื่อมั่นในตัวเอง ความสามารถไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศ แต่อยู่ที่ความตั้งใจและความรับผิดชอบ
ตำรวจหญิงในยุคปัจจุบันต้องมีทั้งความเข้มแข็งทางจิตใจ วินัย ความเมตตา และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อก้าวให้ทันโลกและยืนหยัดในอาชีพอย่างภาคภูมิ

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.ประจวบฯ รุกหนัก! กวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ-กวดขันแรงงานเถื่อน ยกระดับความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวรับธันวาคม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น. ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เทียนชัย ชมภู ได้เป็นประธานปล่อยแถวระดมพลตามภารกิจของ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) โดยมี พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบฯ นำทีมชุดสืบสวน ผสานกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน, ภ.จว.ประจวบฯ และ กอ.รมน. เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด
หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่เข้าตรวจสอบคือ โครงการศิวนา ซอยหัวหิน 126 ตำบลหนองแกซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ ผลการตรวจสอบพบแรงงานรวม 40 ราย แบ่งเป็นชาวกัมพูชา 8 ราย เมียนมา 16 ราย และแรงงานไทย 16 ราย แม้ในจุดนี้จะไม่พบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้โอกาสนี้ “กำชับและป้องปราม” ไม่ให้มีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมอย่างเด็ดขาด

เปิดสถิติ 20 วันอันตราย: กวาดล้างจริง จับจริง
จากการสรุปผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 ธันวาคม 2568 ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้โชว์ผลงานการจับกุมที่น่าสนใจ สะท้อนถึงการทำงานที่กัดไม่ปล่อย โดยมียอดผู้ต้องหารวมถึง 17ราย แบ่งเป็นคดีสำคัญดังนี้:
หลบหนีเข้าเมือง:** จับกุมได้ 5 ราย (กัมพูชา 4 ราย และเมียนมา 1 ราย)
คดีอาญาและภัยสังคม:* จับกุมผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.อาวุธปืน 2 ราย และการพนันออนไลน์ 1 ราย

  • การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง: ความผิดตามมาตรา 38 (การไม่แจ้งที่พักอาศัย) 1 ราย และมีการเพิกถอนสิทธิการอยู่ในราชอาณาจักร 1 ราย (สัญชาติกัมพูชา)
    ผลงานชิ้นโบแดง:การตามรวบตัวบุคคลตาม “หมายจับ” ได้ถึง 7 ราย ซึ่งมีหมายติดตัวรวมกันถึง 14 หมาย นับเป็นการขจัดเนื้อร้ายออกจากพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
    การเดินหน้ากวดล้างอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงชาวเมืองประจวบฯ ทุกคน ว่าเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง
    พ.ต.อ.เทียนชัย ชมภู กล่าวว่า การตรวจสอบจะยังคงเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของแรงงานต่างด้าวและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่พำนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระยะยาว

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดทัพกู้ภัยทางทะเล! ยกระดับ ชูโมเดลบูรณาการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุก จัดกิจกรรมซ้อมแผนบริหารความเสี่ยงและแผนบูรณาการความร่วมมือเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีความสอดคล้องกันและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ทั่วไป แต่เป็นการวางระบบมาตรฐานสากลที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการเชื่อมโยงโครงข่ายการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการกู้ชีพกู้ภัยต้องครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว (First Response)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสภาวะวิกฤต ไปจนถึงระบบการลำเลียงผู้ป่วยทางบกและทางน้ำที่มีความซับซ้อน ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันและปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ นายประทีปยังได้ระบุถึงโครงสร้างการสั่งการที่ชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตในพื้นที่จริง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์และประธานการบัญชาการด้วยตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างเด็ดขาด มีเอกภาพ และลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Screenshot

สำหรับการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ได้มีการจำลองสถานการณ์อุบัติเหตุทางทะเลที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.),

กองบิน 5, สถานีตำรวจน้ำปราณบุรีและบางสะพาน, กรมเจ้าท่า, และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งการรวมตัวกันของสรรพกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความยาวชายฝั่งติดทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ความปลอดภัยทางทะเลกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมิต่อเพียงแค่การฝึกทักษะของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมในระดับสูงสุดที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Screenshot

การบูรณาการองค์ความรู้ อุปกรณ์กู้ภัยที่ทันสมัย และกำลังพลที่มีความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมสร้างความมั่นใจว่าทุกการเดินทางมาเยือนชายหาดและท้องทะเลในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

Screenshot

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมใหญ่สามัญ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทย เขต1 มุกดาหาร เพื่อรับฟังความคิดเห็น สรรหา ผู้สมัคร สส.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 12.00น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร และคณะกรรมการบริหารสาขาพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนาสะเม็ง ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จัจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัมมนาให้ความรู้สมาชิกพรรค และประชาชนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่สมาชิกพรรคการเมือง

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 116 คน โดยมี นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา และ นายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง
สนง.กกต.จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์อบรมให้ความรู้กฎหมายเลือกตั้ง ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป

2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน

4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทยเขต 1 จังหวัดมุกดาหาร และ สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เข้าร่วมการประชุม Primary Vote เพื่อพิจารณาและให้การรับรอง ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเสรีรวมไทย ตามกระบวนการประชาธิปไตย

ภายในพรรคอย่างโปร่งใส และมีส่วนร่วมจากสมาชิก มีความคิดเห็นตรงกันให้ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร พรรคเสรีรวมไทย 110 คะแนน และนายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)

การประชุมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรค ได้ร่วมแสดงเจตจำนงในการคัดเลือกผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะเป็นตัวแทนของพรรคในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กฟผ.นำคณะสื่อมวลชน 18 จ. ภาคเหนือ ศึกษาดูงาน สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 และนำผ้าห่มไปมอบให้กับนักเรียน รร.วัดหนองหล่ม จ.ลำพูน

แชร์เนื้อหานี้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) นำโดย นายพลกร บุญห่อ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ระบบส่งฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน นางศิริพร แรย์-โคแกส์ วิศวกรระดับ 10

กองบริหาร ฝ่ายปฎิบัติการภาคเหนือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ฯ นำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด ศึกษาดูงาจสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน

สถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 เป็นสถานีไฟฟ้าขนาดแรงดัน 115 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 กิโลโวลต์ (kV) เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Switchgear: GIS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย

ใช้พื้นที่ในการก่อสร้างน้อย และอาคารควบคุมมีความปลอดภัยสูง จ่ายไฟฟ้าเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 2 จ.ลำพูน สถานีไฟฟ้าแรงสูงเชียงใหม่ 2 และ 3 สถานีไฟฟ้าแรงสูงจอมทอง จ.เชียงใหม่

รวมถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงห้างฉัตร สถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ 3 และ 4 จ.ลำปาง นับเป็นศูนย์กลางระบบไฟฟ้าที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงของการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนื

ต่อจากนั้นนำคณะสื่อมวลชน จากภาคเหนือ 18 จังหวัด เดินทางไปมอบผ้าห่ม ให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดหนองหล่ม หมู่ 8 ต.ศรีบัวบาน อ.เมือง จ.ลำพูน จำนวน 100 ผืน

ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่โดยรอบของสถานีไฟฟ้าแรงสูงลำพูน 3 จังหวัดลำพูน โดยทาง คณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กฟผ. มองเห็นความสำคัญ ของชุมชนต้องอยู่ร่วมกันได้แบบอบอุ่น

จึงจัดโครงการเยี่ยมเยือนชุมชนดังกล่าว/ข่าวนิวัตร ธาตุอินจันทร์/ภาพร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน