เรื่องทั้งหมดโดย admin

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจวบฯ ยกระดับศักยภาพ แกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามยาเสพติด ยุคดิจิทัล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 ก.ย.67 ที่ศาลาเอนกประสงค์ บ้านทางสาย หมู่ที่ 9 ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการยกระดับศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามยาเสพติดในยุคดิจิทัลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมี น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะว่าที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา พร้อม นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายทวีศักดิ์ จุลเนียม ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอทับสะแก นางกิตติมา เย็นกาย รอง ผอ.สพป.ปข.1 และคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน คณะศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเก้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ

นายวัชรินทร์ จันทร์เดช ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ยาเสพติดทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งในยุคดิจิทัลปัจจุบันเริ่มพบการแพร่ระบาดของยาเสพติดแบบผสมหลายชนิดและการแพร่ระบาดอย่างหนักของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกระตุ้นให้เกิดการค้ายาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งการติดต่อสื่อสารและการขนส่งมีหลายช่องทาง ผู้เสพสามารถเข้าถึงยาเสพติดได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและเด็กถูกล่อลวงได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ในการนี้เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอบางสะพานจึงจัดโครงการ ยกระดับศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนป้องกันภัยคุกคามจากยาเสพติดในยุคดิจิทัลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้น เพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ให้สามารถยืนหยัดในสังคมปัจจุบันได้อย่างปลอดภัยและมีส่วนช่วยป้องกันปัญหายาเสพติดในพื้นที่

น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะว่าที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ดี เป็นประโยชน์ต่อเด็ก และเยาวชนมาก ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ตรงจุดกับสถานการณ์ปัญหาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้ และตอนนี้ยาเสพติดได้เข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว ผ่านการใช้มือถือผ่านหลายๆแอพพลิเคชั่น ที่คนใกล้ตัว ซึ่งบางทีคนในบ้านยังไม่ทันได้รู้เลยว่าลูกหลาน เข้าไปยุ่งเกี่ยวตอนไหน และในฐานะที่ในอนาคต จะได้เข้าไปทำงานในคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้หลากหลายทางสังคม ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการที่จะเข้ามาทำงานในด้านนี้โดยตรงด้วย เด็กและเยาวชนคือเป็นหลักที่อยากจะเข้าไปดูแลด้วย ที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภาก็มีหลายท่านได้อภิปรายและพูดถึงในเรื่องตรงนี้บ้างแล้ว เดี๋ยวรอให้เป็นคณะกรรมาธิการอย่างเป็นทางการ ก็จะนำเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเข้าไปสู่ชั้นกรรมาธิการเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเยาวชนกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบัน หาซื้อใช้กันได้ง่ายมาก น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภากล่าว
/////////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ เป็นประธานเปิดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุ

แชร์เนื้อหานี้

สายใยแห่งความรัก มิตรภาพอันอบอุ่นจากวันที่พากเพียรสู่วันเกษียนที่ภาคภูมิ นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุการไฟส่วนภูมิภาคประจำปี 2567 ณ.โรงแรมเมเจอร์แกรนด์ ถนนชุมแพ-ภูเขียว อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 19.00 น.นายวิชัย ศิริโพธาวานิชกุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ให้เกียรติเป็นประธานงานเชิดชูเกียรติผู้เกษียณอายุราชการ สำนักงานไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชุมแพ ซึ่งปี 2567มีผู้เกษียณจำวน 6 ท่าน ประธานได้กล่าวชื่นชม ขอบคุณผู้เกษียณทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกาย ความรู้ความสามรถรับผิดชอบเสียสละต่อหน้าที่และทำประโยชน์มากมาย

ขอให้ทุกท่านดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข พักผ่อนดูแลสุขภาพเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานตามอัตภาพ ต่อจากนั้นประธานได้มอบสิ่งของที่ระรึก ของชำร่วยแก่ผู้เกษียณทั้ง 6 ท่าน แขกเหรื่อร่วมอวยพรร้องเพลงสนุกสนานกันพอหอมปากหอมคอ ได้เวลาพอสมควรประธานจึงได้กล่าวปิดงาน

ค้าน ! ขึ้นค่าแรง 400 บาท พร้อมกันทั่วประเทศ 17 สภาองค์การนายจ้าง ร่วมกันคัดค้าน การขึ้นค่าแรง 400 บาท

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2567 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (สภา2) ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภา ประชุมหารือประเด็นปัญหาต่างๆ แสดงจุดยืนร่วมกัน คัดค้านการขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ ที่จะให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 2567 เตรียมยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและปลัดกระทรวงแรงาน ข้อเสนอแนะที่รัฐต้องคำนึงถึง รัฐควรคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและความพร้อมที่แตกต่างกัน การพิจารณานโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำประจำปี ตามหลักกฎหมาย ซึ่งบัญญัติไว้ใน ม. 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 คณะกรรมการค่าจ้าง (ไตรภาคี) ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ประกอบกับข้อเท็จจริงอื่นด้วย ต้องคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต ราคาของสินค้าและบริการ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความสามารถของประเภทธุรกิจ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน หากการปรับอัตราค่าจ้างที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย ทำให้เกิดความไม่มั่นใจถึงต้นทุนของการทำธุรกิจและนโยบายภาครัฐ ถึงแม้ว่าการปรับค่าจ้าง จะใช้บังคับ เฉพาะโรงงานที่สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ก็ยังไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกันเพราะยังขาดหลักการพิจารณาที่เหมาะสม สภาองค์นายจ้าง จึงได้ร่วมกันลงนามคัดค้านและเสนอแนะ เพื่อให้กระทรวงแรงงานได้รับ ทราบและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สภาองค์การนายจ้างเห็นร่วมกัน เพื่อนำเสนอต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
และท่านปลัดกระทรวงแรงงาน โดยมีรายนามประกอบด้วย

  1. สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (สภา 1)
  2. สภาองค์การนายจ้างสภาอุตสาหกรรมเอ็สเอ็มอี แห่งประเทศไทย (สภา3)
  3. สภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภคบริโภค (สภา4)
  4. สภาองค์การนายจ้างแห่งชาติ (สภา 5)
  5. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย (สภา 6)
  6. สภาองค์การนายจ้างไทยสากล (สภา 7)
  7. สภาองค์การนายจ้างการเกษตร ธุรกิจ อุตสาหกรรมไทย (สภา 8)
  8. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจ การค้าและบริการไทย (สภา 9)
  9. สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย (สภา 10)
  10. สภาองค์การนายจ้างไทย (สภา 11)
  11. สภาองค์การนายจ้าง ธุรกิจ และอุตสาหกรรมแห่งชาติ (สภา12)
  12. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจอุตสาหการไทย (สภา13)
  13. สภาองค์การนายจ้าง เอส.เอ็ม.อี แห่งประเทศไทย (สภา 14)
  14. สภาองค์การนายจ้างบริการไทย (สภา 15)
  15. สภาองค์การนายจ้างธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว-ภาค 8 (สภา 16)
  16. สภาองค์การนายจ้างเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (สภา 17)

สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย #สภาองค์การนายจ้าง #กระทรวงแรงงาน #นายจ้าง #ขึ้นค่าแรง400บาท

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับ ยาบ้า 226 ล้านเม็ด – ไอซ์ 1,910 กก. เฮโรอีน 305 กก. – เคตามีน 52 กก. ฝิ่น 270 กก. ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด 2,088 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภาค 5 แถลงข่าว วันศุกร์ที่ 20 กันยายน 2567 เวลา 11.00 น.
ตามนโยบายรัฐบาลสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์, พล.ต.อ.ธนา ชูวงค์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.รอง ผบ.ตร, พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และ พล.ท.ประสาน แสงศิริรักษ์ มทภ.3 ได้รับบัญชาและข้อสั่งการนำไปสู่การปฏิบัติ
ตำรวจภูธรภาค 5

โดย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์,พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน, พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี, พล.ต.ต.นพดล กรึงไกร, พล.ต.ต.ดุลเดชา อาชวะสมิตระกูล รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ประจำฯ ช่วยราชการ ภ.5, พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง และพล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ฝ่ายทหาร นบ.ยส.35 โดย พล.อ.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผบ.นบ.ยส.35 ฝ่ายปกครอง โดย นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผวจ.ลำปางสำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 5 โดย นายธันวา ผุดผ่อง ผู้เชี่ยวชาญ ปปส.ภาค 5


คดีที่ 1 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่พริก จว.ลำปาง ได้สืบสวนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของรถยนต์เป้าหมาย
ต่อมาวันที่ 11 ก.ย.2567 พบรถยนต์ทั้งสองคัน วิ่งนำ – ตามกันมา ออกจาก อ.เมืองเชียงราย เข้าสู่ตอนในของประเทศ จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ทะเบียน 9229 พิษณุโลก ขับมาถึงด่านตรวจ จึงได้เรียกเพื่อจะตรวจค้นและขอให้คนขับลงจากรถแต่คนขับได้ขับรถหลบหนีออกไปจากด่านตรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถติดตามไปและพบรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณข้างถนน ในหมู่บ้านแม่เชียงรายบน อ.แม่พริก จว.ลำปาง ไม่พบผู้ขับขี่ ตรวจสอบภายในรถพบกระสอบ 10 ใบ บรรจุยาบ้า จำนวนประมาณ 2,006,000 เม็ด

ต่อมาวันที่ 12 ก.ย.2567 ได้ติดตามจับกุมนายชาญณรงค์ฯ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถยนต์ นำทาง/สำรวจเส้นทาง พร้อมรถยนต์นั่งสองตอนท้ายบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กธ 3673 ประจวบคีรีขันธ์ ที่ด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์
ได้ขยายผลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ราย และต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.ย.67 ได้ร่วมกับ บก.ป. จับกุม นายไพศาล ผู้ต้องหาตามหมายจับได้ที่ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี ได้ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ของกลาง 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รวมมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท

คดีที่ 2 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง สืบสวนทราบว่ากลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหว ของรถยนต์เป้าหมาย 2 คัน คือ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เอ็มจี ทะเบียน 3ฒธ 5914 กทม. และรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า ทะเบียน กท 5722 อุตรดิตถ์ ต่อมาวันที่ 15 ก.ย.67 พบรถยนต์เป้าหมายออกจาก จว.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้เฝ้าติดตาม จนกระทั่ง ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. รถยนต์เป้าหมายคันที่ 1 รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สีขาว เลขทะเบียน กท 5722 อุตรดิตถ์ ขับมาถึงด่านตรวจ จึงได้เรียกเพื่อจะทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นเบื้องต้านไม่พบสิ่งของ ผิดกฎหมาย จึงขอนำรถยนต์เข้าทำการสแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ปล่อยไป

ต่อมาเป้าหมายคันที่ 2 รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ เอ็มจี ทะเบียน 3ฒธ 5914 กทม. เข้ามาถึงด่านตรวจ ผลการตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงนำรถยนต์เข้าทำการสแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ เมื่อมาถึงจุดพักคอยนายสัมฤทธิ์ฯ คนขับรถ ได้เปิดประตูทางฝั่งผู้โดยสารและวิ่งหลบหนีเข้าป่าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งไล่ติดตาม และจับกุมตัวได้ที่บริเวณข้างแม่น้ำวัง บ้านวังสำราญ ต.แม่พริกฯ และได้นำรถยนต์ของนายสัมฤทธิ์ฯ เข้าทำการ สแกนที่อุโมงค์เอ็กซ์เรย์ พบยาบ้า จำนวน 637 ก้อน รวมประมาณ 1,274,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตรงบริเวณด้านใน
ของแผ่นรองท้ายกระบะ และยางอะไหล่ใต้ท้องรถ จึงจับกุมตัวพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาเวลาประมาณ 13.20 น. ได้สกัดจับรถยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า กท 5722 อุตรดิตถ์ ที่ด่านตรวจยาเสพติดพยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ จับกุมตัวนายสิทธิศักดิ์ฯ และ น.ส.อรพินท์ฯ รับว่าเป็นรถนำทาง/สำรวจเส้นทาง จริง
ได้ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สิน รถยนต์ของกลาง 2 คัน, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, อายัดเงินในบัญชี ของผู้ต้องหา จำนวน 26,231 บาท รวมมูลค่าทรัพย์ที่ตรวจยึดและอายัด ประมาณ 1 ล้านบาท


สรุปผลการจับกุมยาเสพติด ของ ตำรวจภูธรภาค 5 ห้วงตั้งแต่ 1 ต.ค.66 – 19 ก.ย.67จับกุมคดียาเสพติด – จำนวน 24,985 คดี – เป็นคดีรายสำคัญ 197 คดีตรวจยึดของกลางยาเสพติด – ยาบ้า 226 ล้านเม็ด – ไอซ์ 1,910 กิโลกรัมเฮโรอีน 305 กิโลกรัม – เคตามีน 52 กิโลกรัมฝิ่น 270 กิโลกรัม ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด – มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 2,088 ล้านบาท
..สมจิตร แสงบัลลังก์ ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

ฉลองครบขวบปี Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เผยเฟสที่ 1-2 ขายแล้ว 35%

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 19 ก.ย.67 ที่โรงแรมเรเนซองท์ พัทยา จ.ชลบุรี ได้จัดงาน Sky Agent Awards 2004 1st Anniversary ภายใต้บริษัท Lunique Real Estate ฉลองครบรอบ 1 ปี แห่งความสำเร็จของคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya

ภายในงาน น.ส.อุรดี กุลกีรติยุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท Lunique Real Estate ในฐานะผู้บริหารโครงการ เผยว่า โครงการ Sky Park Lucean Jomtien Pattaya เป็นโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนี่ยมหรูริมหาดจอมเทียน ซึ่งตั้งอยู่ ริมถนนจอมเทียนสาย 2 ห่างจากชายหาด 200 เมตร. ที่มีมูลค่าการลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม 3 ตึก

แบ่งการก่อสร้างเป็น 3 เฟส เฟสแรกเป็นทาวเวอร์ A ความสูง 60 ชั้น เป็นแบบ Luxury Sea-view Condo และอาคารทาวเวอร์ B ความสูง 31 ชั้น แบบ Hotel Service Condo มีทั้งห้องสตูดิโอ พื้นที่ตั้งแต่ 28-39 ตร.ม. ห้องขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 40.80-47.50 ตร.ม. ห้องขนาด 2 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ 86-89.80 ตร.ม. ห้องขนาด 3 ห้องนอน พื้นที่ 94.6 ตร.ม. และห้อง Penthouse พื้นที่ 130 ตร.ม. โดยการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 2029

ส่วนเฟสที่ 3 จะสร้างเป็นอาคารทาวเวอร์ C ความสูง 60 ชั้น โดยขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วในเฟสแรก โดยมียอดขายไปแล้ว 35% และในปี 2026 จะเริ่มขายในเฟสที่ 2 และ 3 ซึ่งจะเป็นการก่อสร้างอาคารทาวเวอร์ C ที่มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น ซึ่งผ่าน EIA แล้วและจะเริ่มก่อสร้างในปี 2029 ต่อไป

กลุ่มเหล็กสหวิริยาสร้างโอกาสวาดอนาคตเยาวชนหนุนระบบทวิภาคีว.การอาชีพบางสะพาน

แชร์เนื้อหานี้

กลุ่มเหล็กสหวิริยา (SSI-TCRSS-WCE-TCS-PPC-BSBM) เข้าร่วมโครงการ “การพัฒนาแผนฝึกอาชีพบูรณาการร่วมกับการทำงานสู่การมีงานทำ” ประจำปีการศึกษา 2567 ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดยได้รับเกียรติจาก นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน นายนิมิตร ศรียาภัย ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน ผู้แทนจากสถานประกอบการ รวมถึงครูฝึกในสถานประกอบการ จำนวน 80 คน ให้เกียรติเข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมสัมมนา บ้านกรูด อาร์คาเดีย รีสอร์ท แอนด์ สปา อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ในการนี้ นายผดุงศักดิ์ ปราณอุดมรัตน์ ผู้บริหารกลุ่มเหล็กสหวิริยา ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ระหว่างวิทยาลัยการอาชีพบางสะพาน และ กลุ่มเหล็กสหวิริยา เพื่อแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกัน โดยส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตและพัฒนาบุคลากร ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. ให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 10 ปี (นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2568-2577) ภายใต้โครงการ“ทวิภาคีพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมเหล็ก” ของกลุ่มเหล็กสหวิริยา

นอกจากนี้ ผู้แทนบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา ประกอบด้วย บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS บริษัท เหล็กแผ่นเคลือบไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCS และ บริษัท เวสท์โคสท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ WCE ได้ร่วมรับมอบ “โล่ประกาศเกียรติคุณ” จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในฐานะที่เป็นองค์กรที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีด้วยดีเสมอมา โดยมีครูฝึกจากบริษัทในกลุ่มเหล็กสหวิริยา เข้าร่วมรับมอบ “ใบรับรองการเป็นครูฝึกในสถานประกอบการ” ในครั้งนี้ด้วย
โครงการส่งเสริมการศึกษาระบบทวิภาคี เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมการในพัฒนาชุมชนสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพ และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพที่มั่นคงให้กับเยาวชนในพื้นที่บริษัทประกอบการในอนคต

มุกดาหาร​ -ทหารพรานมุกดาหาร จับ 2 คนลาว ลักลอบขนส่งยาบ้า 3.9 แสนเม็ด ส่งเอเย่นต์ชาวไทย ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ร.ท.วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาส่งในพื้นที่ บ.นาโพธิ์ ต.โพธิ์ไทร อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร จึงได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ดอนตาล ร่วมเดินทางไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบบุคคลต้องสงสัย จำนวน 3 คน กำลังแบกวัตถุต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว

ชุดปฏิบัติการจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น แต่บุคคลดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้ทิ้งวัตถุต้องสงสัยแล้ววิ่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้ไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ชื่อ นายช้าง คำวงษา อายุ 35 ปี และนายฮอด อินทรีนา อายุ 19 ปี ราษฎรลาว บ.หัวหาด เมืองไซพูทอง แขวงสะหวันนะเขด สปป.ลาว จากนั้นจึงได้ทำการเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยทั้ง 2 กระสอบ พบว่าข้างในเป็นห่อยาบ้าจำนวน 65 ห่อ เมื่อตรวจนับดูพบยาบ้า 390,000 เม็ด จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของการทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง จากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้มาส่งยาที่ฝั่งประเทศไทย ทาง อ.ดอนตาล โดยนั่งเรือกันมาทั้งหมด 3 คน โดยมีนายเนิน ชาวลาวซึ่งสามารถหลบหนีไปได้ เป็นผู้ติดต่อประสานงานกับคนไทย โดยพวกตนจะได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท/กระสอบ ทำมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีคนไทย คือ นายแค๊ปกับนายตั้ม จะเป็นทีมที่มารับยาจากพวกตน และจะกระจายในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

ภาพ​/ข่าว​ พวงเพชร จันทร์ดี
เด​วิท​ ​โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

เลย​ -​ฉก.ทพ.2102 ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ กลางแม่น้ำเหือง ขณะเตรียมส่งสปป.ลาว เพื่อตรวจสอบ ที่ บ้านหนองปกติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อ​วันที่​ 16 กันยายน 2567 เวลา 18.00น​ โดย ร.ท.อาคม คำจุลฬา ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 ฉก.ทพ.21 ได้รับเเจ้งจากเเหล่งข่าว ทราบว่าจะมีการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามไปยัง สปป.ลาว ที่บริเวณกลางแม่น้ำเหือง​ บ้านหนองปกติ หมู่ที่ 5 ต.อาฮี อ.ท่าลี่ จว.เลย พิกัด 47Q QV 452 515 โดยมีนายทุนฝั่ง สปป.ลาว ได้สั่งซื้อรถจากนายทุนฝั่งไทย

พื้นที่ บ.หนองปกติฯ จึงได้สั่งการให้ ชป.2 ทำการ ซุ่มจุดเสี่ยง/จุดเพ่งเล็ง ครั้นเมื่อเวลา 2345 มีเรือจากฝั่ง สปป.ลาว ข้ามมาจอดริมตลิ่งฝั่งไทย จากนั้นตรวจพบแสงไฟ ขึ้นมาจากริมน้ำ มีชายไม่ทราบสัญชาติ เดินขึ้นมาเข็นรถจักรยานยนต์ ลงไปริมตลิ่ง ชุดซุ่ม จึงได้แสดงตัว เมื่อชายดังกล่าว เห็นว่าเป็น จนท. ตกใจ จึงได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ กระโดดลงแม่น้ำ ว่ายน้ำหลบหนีข้ามไปยังฝั่ง สปป.ลาว หน่วยฯ จึงได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ยี่ห้อ Honda wave110 i สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน​ และ เรือกีบ จำนวน 1 ลำ

หน่วยฯได้บันทึกภาพถ่ายพร้อมวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและนำรถจักรยานยนต์มาไว้ที่ บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2102 เพื่อตรวจสอบ และรอดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองทัพบกroyalthaiarmy #กองทัพภาคที่2 #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รา

เชียงรากแฟร์ สวนสนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์สตรีทฟู้ด/ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพิ่มบทบาทระหว่างประเทศผนึกพรรคการเมืองในเอเชียลดขัดแย้งร่วมมือแบบสร้างสรรค์ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

แชร์เนื้อหานี้
  • กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ กับงานเชียงรากแฟร์ ครั้งที่ 3 สวนสนุกสุขสันต์ มหัศจรรย์สตรีทฟู้ด ณ ตลาดนัดเชียงราก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต วันที่ 10- 23 กันยายน 2567 เวลา 11.00-23.00 น งานนี้เชียงรากแฟร์จัดใหญ่กว่าเดิม ยกขบวนของกินร้านเด็ดร้านดังมากมาย ตั้งแต่ร้านค้าชุมชน ร้านค้าโซนนักศึกษา ไปจนถึงร้านดังที่เป็นกระแสในโซเชียล กว่า 400 ร้านค้า และยังมีโซนสวนสนุก เครื่องเล่นยิ่งใหญ่ตระการตา สุดตื่นตาตื่นใจไปกับไวกิ้ง ทากาด้า สไปเดอร์แมน รถบั้ม ปราสาทผีสิง กิจกรรมอีกสไลต์งานวัดอีกมากมาย เช่น ตักปลา วาดรูป ระบายสีปูนปลาสเตอร์ และที่พิเศษสุดๆการโซนเจแปน บรรยากาศการตกแต่งสไลต์ญี่ปุ่น พร้อมที่จอดรถกว่า 1,000 คัน งานนี้บอกเลยสนุก มันส์ ตลอดงาน
  • เชียงรากแฟร์ เกิดจากแนวคิด ปั้น ‘ตลาดนัด’ รับใช้ชุมชน ผสานความร่วมแรงร่วมใจระหว่างมหาวิทยาลัย นักศึกษา และชุมชน โดยมีที่มาจากการจัดตั้งตลาด ‘เชียงรากมาร์เก็ต’ ในรูปแบบตลาดช่วงเย็น รวบรวมของอร่อย สินค้าสไลฟ์สไตล์ และเปิดกว้างพื้นที่กิจกรรม โดยที่มาสินค้าในตลาดนั้นเป็นการชักชวนชุมชน-เครือข่ายเกษตรกร เข้ามาตั้งแผงขายสินค้า ทั้งผักสด ผลไม้ปลอดภัย รวมถึงสินค้าอุปโภค บริโภค มากมาย นอกจากนี้ยังมีสินค้าจากฟาร์มยั่งยืน ผักสวนครัวปลอดสารพิษ ผลผลิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งผู้ซื้อ ชุมชนจากหลักการที่ว่าตลาดคือผู้คน จึงทำให้ตลาดกลายเป็นจุดรวมของผู้คน พื้นที่ว่างเปล่าจึงได้กลับมามีชีวิตชีวาและเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากที่พลิกโฉมให้เกิดการสร้างและหมุนเวียนรายได้กลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนั้นเองก็อาจกล่าวได้ว่า เชียงรากมาร์เก็ตคือ ‘ตลาดสำหรับทุกคน’ (Market For All)
    ภูวดล ศิริชัยสินธพ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่ธุรกิจ สำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว
  • สำหรับ”เชียงรากแฟร์ โดยเชียงรากมาร์เก็ต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นกิจกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับชุมชนได้อย่างกลมกลืน โดยตลาดนี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความร่วมแรงร่วมใจและการมีส่วนร่วมและ ส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในชุมชนโดยรอบมหาวิทยาลัย
    • ซึ่งหากจะพูดถึงเชียงรากมาร์เก็ต ก็สามารถบอกได้ว่า เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่เกื้อกูลและส่งเสริมกันในชุมชน เปิดโอกาสให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม”

โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 10-23 กันยายน 2567 14วันติด ตั้งแต่เวลา 11.00 น.เป็นต้นไป
📍 เชียงรากแฟร์ ณ เชียงรากมาร์เก็ต ประตูเชียงราก 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

ประชาธิปัตย์ยุคใหม่เพิ่มบทบาทระหว่างประเทศ
ผนึกพรรคการเมืองในเอเชียลดขัดแย้งร่วมมือแบบสร้างสรรค์ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ อดีตรัฐมนตรีและส.ส. พรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยภายหลังการเยือนประเทศญี่ปุ่นวันนี้ว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้เป็นตัวแทนพรรคในฐานะที่ตนเคยเป็นเลขาธิการและเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งCALD เข้าร่วมภารกิจและการประชุมคณะกรรมการบริหารของสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชีย(CALD:Council for Asian Liberals and Democrats)ที่ประเทศญี่ปุ่น

เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศตอบโจทย์อนาคตในปัญหาความท้าทายใหม่โดยได้มีการกำหนดบทบาทร่วมกันโดยเฉพาะการส่งเสริมคุณค่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพและหลักนิติรัฐนิติธรรม รวมทั้งการเพิ่มบทบาทของสตรีและเยาวชนคนรุ่นใหม่ทางการเมือง การยกระดับศักยภาพพรรคการเมือง ตลอดจนปัญหาปัจจุบันเช่น ประเด็น ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-ปาเลสไตน์ ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจโลก สังคมสูงวัย เทคโนโลยีดิสรัปชั่น ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  นอกจากนี้ภายหลังการเยือนรัฐสภาญี่ปุ่น ผู้แทนพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย(Constitutional Democratic Party)ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับ2ของญี่ปุ่นได้หารือสถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์ และขอความร่วมมือพรรคประชาธิปัตย์ในด้านการช่วยเหลือชาวเมียนมาร์ด้านมนุษยธรรมที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบภายในประเทศซึ่งตนได้ตอบรับและแจ้งว่า รัฐบาลไทยมีแนวทางการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมภายใต้“แนวทางระเบียงมนุษยธรรม”(Humanitarian Corridor)พร้อมสนับสนุนและร่วมมือกับทุกฝ่าย

ทั้งนี้ในระหว่างการเยือนญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือกับพรรครัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ศูนย์ความร่วมมือแลกเปลี่ยนนานาชาติแห่งญี่ปุ่น(Japan Center for International Exchang)และองค์กร ศูนย์กลางเอ็นจีโอ.ความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น(Japan NGO Center for International Cooperation)เป็นต้น

“การเพิ่มบทบาทในการขยายความร่วมมือกับพรรคการเมืองและองค์กรระหว่างประเทศในเอเซียและภูมิภาคต่างๆทั่วโลกของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นนโยบายใหม่และเป็นภารกิจสำคัญในการส่งเสริมอุดมการณ์ประชาธิปไตย ความเสมอภาค สิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน การลดความขัดแย้งและเพิ่มความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในยุคสมัยแห่งความผันผวนของโลกปัจจุบัน” นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด สำหรับสภาพรรคการเมืองเสรีนิยมประชาธิปไตยแห่งเอเชียก่อตั้งที่กรุงเทพเมื่อ31ปีที่แล้วมีพรรคการเมืองในประเทศต่างๆเป็นสมาชิกเช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ มาเลเซีย ศรีลังกา มองโกเลีย กัมพูชา ญี่ปุ่น ไทย ฯลฯ.

เปิดแล้ว..! งานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดปี 67 สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 13 กันยายน 2567 ที่บริเวณเวทีกลางการจัดงาน บนสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 หน้าศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว และงานกาชาดประจำปี พ.ศ.2567 ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 13 – 22 กันยายน พ.ศ.2567 ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 หน้าศาลากลางจังหวัด และถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมี นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ และนายองครักษ์ ทองนิรมล นายสินาทร โอ่เอี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายปรีดา สุขใจ ปลัดจังหวัด นายสราวุธ ลิ้มอรุณรักษ์ นายกอบจ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

เมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ก่อนเริ่มพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการได้มีการจัดขบวนแห่เฉลิมพระเกียรติ จากทั้ง 8 อำเภอ ที่นำเสนอเกี่ยวกับอัตลักษณ์ความเป็นไทยของแต่ละพื้นที่ในแต่อำเภอ โดยผู้เข้าร่วมขบวนทุกคนเน้นแต่งกายสวมใส่ด้วยชุดผ้าไทย ตามโครงการ”ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เข้าร่วมเดินขบวน มีการแสดงการละเล่นท้องถิ่นของไทยในอดีต เช่น งูกินหาง มอญซ่อนผ้า ม้าก้านกล้วย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขน รามเกียรติ์ การตีกลองสะบัดชัย และการรำเทิดพระเกียรติ และการแสดงของน้องๆเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ อีกด้วย
ในส่วนของเวทีกลางการจัดงาน ยังมีการแสดง Opening Show ชุดการแสดง”ปลานวลจันทร์ มหัศจรรย์ปลาแห่งพระราชา การแสดง Amazing ธิดาผ้าไทย 2024 จากกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดประจวบฯ ร่วมกับจิตอาสากาชาดและชมรมนาฏศิลป์สร้างสรรค์ประจวบคีรีขันธ์ การแสดงชุดเปรตสัมภเวสี จากโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองบัว การแสดงบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง การแสดงต้อนรับมหัศจรรย์เมืองสามอ่าว จากโรงเรียนเทศบาลวัดธรรมิการาม เป็นต้น

โดยภายในงานตลอด 10 วัน มีกิจกรรมต่างๆมากมาย ประกอบด้วย ชมการตกแต่งไฟสวยงาม การจัดแสดง แสง สี เสียง และนิทรรศการต่างๆ ภายใต้แนวคิดเมือง 3 อ่าว การแสดงวัฒนธรรมศิลปะพื้นบ้าน และการแสดงดนตรีจากศิลปินท้องถิ่น ศิลปินดัง การแสดงชิงช้าสวรรค์ ทูบีนัมเบอร์วัน ประจวบคีรีขันธ์ การประกวดสาวงามเมืองสามอ่าว การประกวด Miss Queen การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแข่งขันกีฬามวยไทยนานาชาติ กิจกรรมตามรอยพ่อหลวงพิชิตยอดเขาช่องกระจก นอกจากนี้ที่บริเวณสะพานสราญวิถี ยังมีลานวัฒนธรรมสนุกสนานกับการเรียนรู้ ลงมือทำ ในบูธกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และ workshop ศิลปะ และกิจกรรมเที่ยวชิม ช้อปปิ้ง กินเพลิน ในโซน OTOP Cafe และ OTOP Super market ตลาดแห่งความสุข(แฮปปี้เน็ตมาร์เก็ต ) บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมล้วงไหของการออกร้านกาชาดการกุศล ร่วมทำบุญกับกาชาด การแสดงแฟชั่นโชว์ผ้าไทย อีกด้วย ซึ่งในส่วนของความบันเทิงภายในงานได้มีการเปิดให้ชมฟรี มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง อาทิ แบงค์ ปรีติ (Clash) เอ ไมค์ทองคำ แพรวา พัชรี รำวงไพรอาร์ท รำวงประยุกต์สอนสุพรรณโชว์ และอื่นๆอีกมากมาย

นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังที่จะสามารถดึงดูดประชาชน -นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดโดยรอบให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจร้านค้าร้านอาหารในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกทั้ง ยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวผ่านสื่อออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างการรับรู้และความสนใจในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เพิ่มมากขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power ด้านวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวประจวบคีรีขันธ์ ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มการกระจายสินค้าท้องถิ่น และเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างฯ อีกมากมาย

สปสช. เขต 5 เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกในระดับเขต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ฉับไว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง

วันที่ 12 กันยายน 2567 ที่ห้องประชุมโรงแรมไมด้า แกรนต์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี เป็นประธานเปิดการประชุม เพิ่มประสิทธิภาพด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุก ในระดับเขตพื้นที่ สปสช. เขต 5 ราชบุรี โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย จ.กาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีสื่อประชาสัมพันธ์จังหวัด สื่อสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สื่อเครือข่ายวิทยุชุมชน สื่อเครือข่ายออนไลน์ และสื่อหนังพิมพ์ รวมไปถึงสื่อทีวีส่วนกลาง และท้องถิ่น เข้าร่วมประชุม

โดยมี นางจันทนา พิณทิพย์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกลุ่มฯ นางสุกัญญา วงศ์ศิริ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ มาบรรยาย ให้ความรู้ รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การคุ้มครองสิทธิ และนโยบายต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ประชาชนผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งมีนางสาวโสภาพันธุ์ รักษาธรรม และนางสาวศศิมณี นันตาวรรณ์ นักวิชาการหลักประกันสุขภาพ ได้ บรรยายถึง การวางแผ่นขับเคลื่อนงานสื่อสารประชาสัมพันธุ์สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพในพื้นที่ปี 2568


นายแพทย์พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการเขตสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ได้กล่าวในที่ประชุมถึง สิทธิบัตรทอง 30 บาท คุ้มครองค่าใช่จ่าย ซึ่งมีปัจจัยในการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพ การตรวจโรค การตรวจ และรับฝากครรถ์ ตลอดถึงการบำบัดและการให้บริการทางการแพทย์ บริการด้านสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก การสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำข่าวสารประชาสัมพันธ์ขององค์กร นำไปเสนอให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว เข้าถึงการให้บริการที่ถูกต้อง ฉับไว ซึ่งเป็นการปฎิบัติงานในเชิงรุกของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ ( สปสช. ) เขต 5 ราชบุรี ต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////
ณัฐธภพ พันสาย / ทีมข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0649646443