คลังเก็บหมวดหมู่: การเมือง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ พิชัย ประชุมบอร์ดกองทุนฯ อนุมัติ งบปี 68 กว่า 1,579 ลบ. ช่วยเหลือเกษตรกร ฟื้นฟู อาชีพหนี้เร่งด่วน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 20 ตึก 150 ปี กระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 3/2567 พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศ. ดร. นฤมล ภิญโญสินวัตน์ รองประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เข้าร่วมประชุม โดยนายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ได้นำเสนอวาระที่สำคัญต่อที่ประชุม ดังนี้

วาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมเห็นชอบและอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณตามกรอบและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2568 วงเงินรวม 1,579,968,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในการบริหารสำนักงาน การฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร การจัดการหนี้ของเกษตรกร การซื้อทรัพย์ NPA คืนตามมติคณะรัฐมนตรี การใช้จ่ายเพื่อภารกิจฉุกเฉินของ กฟก. หรือตามคำพิพากษาถึงที่สุด รายจ่ายที่มีภาระผูกพันและเงินคงเหลือเพื่อดำเนินการอื่น ๆ

เห็นชอบปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง และมอบหมายให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รายงานผลการดำเนินงานและขอปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานตามโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและมีมติต่อไปโดยเร็ว

เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้ตามอำนาจหน้าที่ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2567 จำนวน 6,014 ราย 16,586 บัญชี มูลหนี้ 4,660,819,477.14 บาทเห็นชอบรายชื่อเกษตรกรที่เป็นหนี้ NPA (เพิ่มเติม) และอนุมัติซื้อทรัพย์ NPA คืนให้เกษตรกรจำนวน 24 ราย จำนวนทรัพย์สิน 33 แปลง ยอดเงินรวม 37,025,000 บาท

เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้โครงการส่งเสริมของรัฐ โดยให้เกษตรกรสมาชิกที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประเภทหนี้โครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร (คปร.) และโครงการแผนฟื้นฟูการเกษตร (ผกก.) เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้ตามแนวทางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอดำเนินการ และให้สำนักงานแจ้งเกษตรกรกลุ่มดังกล่าวได้รับทราบและเตรียมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัด จัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 หวังสร้างและพัฒนานักออกแบบป้อนวงการแฟชั่นล้านนาตะวันออก เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคปัจจุบัน


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น. ณ บริเวณลานข่วงน้อย ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน นางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงานจัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบรุ่นใหม่ พร้อมทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 จัดโดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย หรือเรียกว่ากลุ่มจังหวัดล้านนาตะวันออก มีกลุ่มผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าท้องถิ่นอันเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัด ซึ่งจำเป็นจะต้องพัฒนายกระดับการผลิตดังกล่าวในกลุ่มล้านนาตะวันออกให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิต นักออกแบบ นักการตลาด สถาบันการศึกษา ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกันไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยการสร้างขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลาย ให้เกิดความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสู่ตลาดสากล ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline

การที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมทั้ง 4 จังหวัด ได้แก่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย ได้ร่วมกันทำโครงการยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออกสู่ตลาดสากล กิจกรรมการสร้างนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก จึงเป็นการเสริมสร้างความเข็มแข็งและขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากผ้าท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาภาคเหนือ พ.ศ. 2566-2570
ด้านนางสาวนิลเนตร โลหะพจน์พิลาศ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน กล่าวว่า กิจกรรมการสร้างนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก มี

วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักออกแบบสำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจ ให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ มาตรฐานสู่ตลาดสากล ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ใหม่ตามความต้องการของตลาด ซึ่งมีกิจกรรมของโครงการ ได้แก่ 1) การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่องการพัฒนาองค์ความรู้และออกแบบผลิตภัณฑ์แฟชั่นล้านนาตะวันออก และกิจกรรมเข้าค่ายพัฒนาสร้างนักออกแบบ 2) กิจกรรมออกแบบ และพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแฟชั่นล้านนาตะวันออก โดยการลงพื้นที่ให้คำปรึกษาด้านการออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ และจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3) จัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ และจัดประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมทดสอบตลาด ซึ่งได้แก่การจัดงานในครั้งนี้


สำหรับการจัดกิจกรรมแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ พร้อมทดสอบตลาดในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณลานข่วงเมืองน่าน ทั้งนี้เพื่อนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบแฟชั่นล้านนาตะวันออก ทั้งเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ จากนักออกแบบจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา และเชียงราย ที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 41 ราย/ผลงาน มาจัดแสดงเพื่อทำการทดสอบตลาด ภายใต้ชื่องาน Meet The Designer : Eastern Lanna Fashion Show 2024 โดยการจัดทำแบบสอบถามผู้เข้าร่วมชมงานเป็นรายผลิตภัณฑ์ และนำข้อมูลที่ได้มาประมวลวิเคราะห์ในเชิงสถิติ และสรุปผลนำเสนอแก่เจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาดต่อไป

นอกจากนี้ยังกิจกรรมในงาน ได้แก่ การจัดประกวดผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผู้เข้าร่วมโครงการ/ การจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผลงานที่ได้รับการพัฒนา โดยนายแบบนางแบบมืออาชีพ / กิจกรรม Business Matching ซึ่งจะเป็นการพบปะเจรจาระหว่างนักออกแบบของโครงการ กับผู้ประกอบการที่ต้องการหานักออกแบบสินค้าแฟชั่น เพื่อร่วมมือสร้างสรรค์งานแฟชั่นล้านนาในอนาคต ซึ่งได้แก่กิจกรรม Meet the Designer /การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของนักออกแบบ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 20 บูธ / และการแสดง ดนตรีเพื่อความบันเทิงเป็นประจำทุกวันนางจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญเพราะจะเป็นการพบปะระหว่างนักออกแบบรุ่นใหม่ กับกลุ่มผู้ประกอบการ Meet The Designer นักออกแบบจะได้มีโอกาสนำเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสอบถามถึงผลงานที่ตัวเองได้สร้างสรรค์ จากองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเมื่อนำผลงานมาทำการทดสอบตลาดจาก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่มาร่วมชมงาน

จะทำให้ทราบว่าาผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามา ตรงกับความต้องการหรือไม่ และ/หรือจะมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาอย่างไรหรือไม่ ซึ่งข้อมูลจากการทดสอบตลาดที่ได้ สามารถนำไปประกอบการพัฒนาการออกแบบและพัฒนาแฟชั่นของตนเองต่อไป นอกจากนี้การจัดแสดงผลงานและทดสอบตลาดในครั้งนี้ ยังจะเป็นการประชาสัมพันธ์แฟชั่นล้านนาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และขยายช่องทางการตลาดให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายต่อไปอีกด้วย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม รายงาน

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27​ ตุลาคม 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมุกดาหารเขต 1 และคณะกรรมการบริหารสาขาพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมสวนปาล์มรีสอร์ท บ้านสามขา ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาพรรคและสัมมนาให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่สมาชิกพรรคการเมือง ครั้งที่ 1/2567 ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม​ 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 นาฬิกา มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 300 คน โดยมี​ พ.ต.ท.​ ดร.คเชนท์ พันนุมา​ วิทยาลัยชุมชนมุกดาหาร​ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา และนางสาวมยุรี วงศ์ศรีธนกุล เจ้าหน้าที่กกต.จ.มุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป

2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

“สุเทียน”!! จ่อร้อง ป.ป.ช. สอบ จนท. ปล่อยให้ทรัพย์สินศาลากลาง จ. ถูกทำลายเสียหาย

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่เข้าไปในบริเวณที่มีการจัดงานขายสินค้าหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร และพบเห็นว่าผู้รับเหมาจัดงานได้มีการตอกหมุดและใช้น็อตขนาดใหญ่เจาะลงบนพื้นถนนคอนกรีตและทางเดินเท้าของศาลากลางจังหวัดมุกดาหารเพื่อขึงเชือกดึงอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งยังทำแผ่นป้ายโฆษณาที่ไม่เป็นความจริงจนทำให้ประชาชนหลงเชื่อเข้าใจผิด ข้าฯ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณพื้นที่จัดงานหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหารและพบว่าข้อร้องเรียนของประชาชนดังกล่าวเป็นความจริง โดยมีรายละเอียด คือ

ได้มีการตอกหมุดและน็อตลงบนทางเดินเท้าและพื้นถนนคอนกรีตเพื่อใช้ผูกขึงเชือกยึดกับโครงเหล็กนั่งร้านติดตั้งไฟประดับงานจำนวนหลายแห่งรอบบริเวณที่จัดงานในศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร จนทำให้ทรัพย์สินของราชการได้รับความเสียหายและเสื่อมค่ามีการติดป้ายโฆษณาที่หน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวังโดยในแผ่นป้ายมีภาพตราสัญลักษณ์จังหวัดมุกดาหารและข้อความว่า จังหวัดมุกดาหารเชิญเที่ยวงานประเพณีออกพรรษาประจำปี 2567 , 21-30 ตุลาคม 2567 ณ หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร พบและชมนิทรรศการการออกร้านของหน่วยงานราชการอำเภอต่างๆ การแสดงพื้นเมือง เลือกซื้อสินค้า “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์”

ประกวดผลิตผลทางการเกษตร สวนสนุกชุดใหญ่ เลือกซื้อสินค้าราคาถูกจากโรงงานโดยตรง แต่เมื่อเข้าไปเดินสำรวจดูทั่วบริเวณพื้นที่จัดงานในศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร กลับไม่พบเห็นว่ามีนิทรรศการการออกร้านของหน่วยงานราชการอำเภอต่างๆ การประกวดผลิตผลทางการเกษตร และอื่นๆ ตามที่โฆษณาไว้แต่อย่างใด โดยลักษณะเป็นแค่เพียงคาราวานจำหน่ายสินค้าทั่วไป

  1. ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าวว่า พฤติการณ์ดังกล่าวจึงน่าเชื่อได้ว่าอาจมีการกระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นการดำเนินการอย่างใดในหน่วยงานราชการอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต และทำให้เกิดความเสียหายและเสื่อมค่าต่อทรัพย์สินของทางราชการ

“ดังนั้น ตนจะนำเรื่องดังกล่าวไปยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดอนุญาตหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่และทรัพย์สินของราชการ ซึ่งจะต้องใช้เพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น ไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือพวกพ้อง หรือมีการใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้องหรือผู้อื่น หรือไม่ โดยขอให้ ป.ป.ช. ไต่สวนและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป” ร้อยตำรวจตรี สุเทียนกล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เต้ มงคลกิตติ์ นำความห่วงใย เฉลิมชัยหน.ปชป. แจกข้าวกล่อง-น้ำดิ่มผู้ประสบภัยชาวเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือเต้ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ได้นำคณะลงพื้นที่บ้านท่าต้นกว๋าว หมู่ 4 บ้านพญาชมภู หมู่ 2 บ้านหนองป่าแระ หมู่ 1 ต. ขมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เพื่อแจกข้าวกล่อง 1,000 กล่อง น้ำดื่ม 2,400 ขวด แก่ผู้ประสบอุทก
ภัย หลังลำน้ำปิงและลำน้ำสาขาล้นเอ่อไหลท่วมบ้านเรือน ซึ่งบาง
จุดระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

โดยมี นางสาวภคอร จันทรคณา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสรกฤช จันทรคณา คณะทำงานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายประสิทธิ์ คลังสีดา อดีต ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 นายสุรกิจ ศิริวาท อดีต ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1นายจักรวาลธวัฒน์ วรรณาวงศ์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส. เชียงใหม่ เขต 1 นายวิชิต กลิ่นทอง อดีต
ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 นายบุญยงค์ สดสอาด อดีต ผู้สมัคร ส.ส. จ.น่าน เขต 1 นายธนิตศักดิ์ ทวีพรจิรภาคย์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 1 และนายสุรพล เต็มสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 1 ร่วม คณะดังกล่าว เพื่อสำรวจความ
เสียหายเบื้องต้น

ต่อมานายมงคลกิตติ์ ได้นำคณะ ลงพื้นที่พบปะแกนนำชุมชนและ ประชาชนที่ ต.ป่าบง และพบกับ นางมาลี สิงห์ด้วง นายกเทศมนตรี ตำบลหนองผึ้ง และผู้บริหารท้องถิ่น อ.สารภี เพื่อสอบถาม ถึงความเดือดร้อนและให้กำลังใจผู้ประสบภัยดังกล่าว โดยฝากความห่วงใยจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.
ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาถึงผู้ประสบภัยด้วย

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เชียงใหม่ประสบอุทกภัยน้ำระดับน้ำปิงสูงสุดในรอบ 100 ปี มีพื้นที่ประสบภัย 15-16 อำเภอ หรือ70% ของ 25 อำเภอ ขณะนี้น้ำลด1.5เมตรแล้ว แต่ส่งผลต่อพื้นที่เศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งมวลน้ำดังกล่าวไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก ก่อนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลได้ แม้ว่าเขื่อนปล่อยน้ำน้อยลง แต่ปริมาณน้ำอาจเท่ากับปี 54 ทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑลอยุ่ในโซนอันตรายได้ เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนสูงขึ้นตามลำดัย

ดังนั้นปีนี้การคาดการณ์น้ำท่วมไม่เหมือนเดิม เนื่องจากมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศอุณหภูมิโลกสูงขึ้น และแผ่นดินทรุดปีละ 4.88 มิลลิเมตร ส่งผล
ให้พื้นที่ต่ำลง ดังนั้นต้องบริหารจัดการลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ ปลูกป่าถาวร แก้น้ำท่วมและน้ำแล้งพร้อมกัน เนื่องจากในสมัยรัตน โกสินทร์ มีพื้นที่ป่ากว่า 270 ล้าน
ไร่ ปัจจุบันเหลือ 140 ล้านไร่หายไปกว่า 50 % เนื่องจากมีข้าราช
การ นักการเมือง ทุจริตประพฤติมิชอบ ร่วมกับนายทุนบุกรุกทำ ลายป่า จนส่งผลเสียหายดังกล่าว

“หลังน้ำลดต้องเร่งฟื้นฟูป่าธรรม ชาติ และสร้างระบบนิเวศน์แบบสมดุล ไม่ทำลายป่าต้นน้ำ เพราะช่วงพฤศจิกายนนี้ เริ่มเข้าสู่ฤดูแล้ง ต้องคิกออฟเรื่อง pm2.5 แล้ว พร้อมผลักดัน พ.ร.บ อากาศสะอาด เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฏหมายโดยเร็ว” นายมงคลกิตต์ กล่าว
บุญยงค์ สดสอาด รายงาน