คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองเลขาธิการ ปปส. ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.ยส.24

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 0930 น. ที่ห้องประชุมพระยอด กองบังคับการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันเอกศิวดล ยาคล้าย ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ หน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ให้การต้อนรับ นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมคณะ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำกับติดตามการดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน งบประมาณ 2568 ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยมี โดย ผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์, สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม เข้าร่วมประชุม และวันที่ 2 เมษายน 2568 คณะผู้แทนสำนักยุทธศาสตร์ได้ลงพื้นที่ บ้านแสนพันท่า หมู่ที่ 4 ตำบลแสนพัน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 บริเวณวัดศรีสะอาด บ้านเหล่านนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ตรวจเยี่ยมและรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานในหมู่บ้าน/ชุมชน พื้นที่ชายแดน ตำบลท่าจำปา อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน เพื่อมอบนโยบายในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจในการปฏิบัติงาน และสามารถเร่งรัดการดำเนินงานสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม​ ซึ่งหน่วยบัญชาการ สกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ต.ค 67

ถึง ปัจจุบัน ประกอบไปด้วย มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ผนึกกำลัง 51​ อำเภอชายแดน (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) หน่วยมีผลการปฏิบัติตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม ตามแนวชายแดน/ โดยทำการซุ่มเฝ้าตรวจ 6,540 ครั้ง, ลาดตระเวนทางน้ำ 64 ครั้ง, ลาดตระเวนทางบก 5,383 ครั้ง,จัดตั้งจุดตรวจด่านตรวจ 1,530 ครั้ง

ทำการปิดล้อมตรวจค้น 47 ครั้ง /ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติด จำนวน 28 คดี รวมผลการตรวจยึดจับกุมตั้งแต่ห้วงเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” (1 ก.พ. – 31 ก.ค. 68) มีการตรวจยึดจับกุมจำนวน 216 ครั้ง/ ผู้ต้องหา 272 รายของกลาง ยาบ้า 26,970,802 เม็ด,ไอซ์ 1,216.336 กิโลกรัม, และอื่นๆ

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2

แชร์เนื้อหานี้

รวบอดีตผู้ใหญ่เฟซขายป่า 2 เม.ย. 2568 จนท.หน่วยฯ พช 3 (ลำจังหัน) ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 4 สาขาพิษณุโลก 2 จนท.ศูนย์ป้องกันและปราบปราม 3 (ภาคเนือ) และ

ตำรวจ บก.ปทส. กก.4 นำโดยนายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้ร่วมกันจับกุม นายฉลอง เหล็กทอง(ผู้ถูกจับ) พร้อมตรวจยึดพื้นที่บุกรุก แผ้วถาง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยแจ้งข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.55 และตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่4) พ.ศ. 2559

มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 ฐานในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียสภาพป่า และตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9 มาตรา108ทวิ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ บริเวณบ้านหนองภิรมย์ ม.16 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

โดยรวบรวมหลักฐานและร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.พุเตย ตาม ปจว.ข้อ 3 คดีอาญาที่ 51/68 ลว. 2 เม.ย. 68 เวลา23.00น. โดยมี นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3(ลำจังหัน)เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
นายภูรีย์วัฒน์ จันแจ หัวหน้าหน่วยฯพช 3 ลำจังหัน

สมมาตร แอมไร่ ภาพ-ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบต.ผาสิงห์ บูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาเด็ดขาด

แชร์เนื้อหานี้


ในวันที่ 2 เมษายน 2568 องค์การบริหารส่วนตำบลผาสิงห์ นำโดย นายรุ่งโรจน์ ขจรพงศ์กีรติ นายกอบต.ผาสิงห์ พร้อมด้วย ประธานสภาและรองประธานสภา อบต.ผาสิงห์ , สภาอบต.ผาสิงห์

เจ้าหน้าที่งานป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนตำบลผาสิงห์ บรูณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ห้ามเผาโดยเด็ดขาด ตามประกาศจังหวัดน่าน ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. – 30 เม.ย. 2568

ร่วมกับ ผู้นำท้องที่ตำบลผาสิงห์ กำนันตำบลผาสิงห์ ออกตรวจลาดตะเวนในพื้นที่จุดเสี่ยงเกิดไฟป่า พื้นที่รอยตะเข็บป่าชุมชน พื้นที่การเกษตร ตำบลผาสิงห์ ณ บ้านผาตูบ หมู่ที่ 7 ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และประชาสัมพันธ์เชิงรุก แบบเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อขอความร่วมมือประชาชนในการห้ามเผา และแจ้งโทษมาตรการปรับกรณีลักลอบเผา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ตำบลผาสิงห์เป็นอย่างดี ด้วยการร่วมเฝ้าระวัง

ช่วยบอกต่อในชุมชนในการห้ามเผาทุกชนิด ทั้งนี้เพื่อจังหวัดน่าน ปลอดจากหมอกควันและฝุ่นละออง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอากาศบริสุทธิ์/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัด

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงานสืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ยิ่งใหญ่ เชิญ ปชช.-นทท. ร่วมพิธีสรงน้ำพระราชทาน

แชร์เนื้อหานี้

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า จังหวัดหวัดมุกดาหาร ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดมุกดาหาร ส่วนราชการ หน่วยงานทุกภาคส่วน

กําหนดจัดงานนมัสการพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร สืบสานบุญประเพณีสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 5 – 7 เมษายน นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ณ วัดรอยพระพุทธบาทภุมโนรมย์ ตําบลนาสีนวน อําเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเก็จพระเจ้าอยู่หัว และน้อมสํานึกในพระมหา

กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมและสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

สร้างงาน สร้างอาชีพ และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การประกวดกลองยาวพร้อมนางรํา และในวันที่ 7 เมษายน จะมีขบวนแห่นํ้าสรง และพิธีสรงน้าพระราชทานพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร การจุดพลุดอกไม้ไฟ ถวายเป็นพุทธบูชา

“โดยทั้ง 3 วัน จะมีสรงน้าพระพุทธมิ่งมงคลมุณีศรีมุกดาหาร (จ๋าลอง) สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ นิทรรศการ สาธิต และจําหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม กว่า 50 ร้านค้า การแสดงดนตรี

การแสดงศิลปวัฒนธรรมและมหรสพสมโภช จุดเช็คอินถ่ายภาพ และลุ้นรับรางวัลตลอดงาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทุกท่านร่วม ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานงานบุญประเพณีสงกรานต์จังหวัดมุกดาหาร” นายนิกูล กล่าว

สรงน้ำพระราชทานพระใหญ่ #สงกรานต์มุกดาหาร #วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ #จังหวัดมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสาร (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1

แชร์เนื้อหานี้

งานการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) รุ่น 2 และพิธีมอบหนังสือรับรองสมรรถนะ รุ่นที่1 โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ
สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพ วันที่ 1 เมษายน 2568

โดยมี ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ / คุณจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ / คุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Soft Power

ด้านการท่อง เที่ยว /คุณปิยะ โยมา รองอธิบดี กรมการขนส่งทางบก / คุณชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และดร.วสุเชษฐ์ โสภณเสถียร นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย

โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพพนักงานขับรถโดยสารด้านความปลอดภัย (Safety Bus Thailand) ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย เพื่อเพิ่มเติมสมรรถนะในการปฏิบัติงานในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่รถทัวร์โดยสาร ที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาชีพ ส่งผลให้ผู้สำเร็จการอบรมสามารถสะสมจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินต่างๆ บนรถโดยสารและการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้นในสถานการณ์สมมติ การฝึกอบรมภายใต้โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนคณะวิทยากรและเจ้าหน้าที่สอบซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จากอีเมอเจนซี เมดิคอลเซอร์วิส เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ และสถาบันฝึกอบรม เทรนนิ่ง อิน ไทย

ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 1 ได้แก่ พนักงานขับรถทัวร์โดยสาร ผู้บริหารสถานประกอบการสมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย จำนวน 233 คน จาก 30 สถานประกอบการรถโดยสารไม่ประจำทาง ชั้นนำของประเทศ ซึ่งในทั้ง 2 รรมแล้วกว่า 700 คน

ความสำเร็จของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยพัฒนาทักษะของพนักงานขับรถโดยสาร แต่ยังสร้างความตระหนักรู้ให้ผู้ประกอบการรถขนส่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งการยกระดับคุณภาพการให้บริการรถโดยสารที่มีความปลอดภัย นับเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ

ส่งเสริมความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวหน้าและยั่งยืน (Safety and Sustainability) นอกจากนี้ ในการใช้บริการรถทัวร์โดยสารของนักเรียน นักศึกษา ในการเดินทางไปทัศนศึกษา กิจกรรมภาคสนาม และการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งพนักงานขับรถทัวร์โดยสารที่ได้รับการอบรมและผ่านการประเมินอย่างเข้มงวดนั้น จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนว่า การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีมาตรฐานที่เชื่อถือได้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ส.ศิษย์เก่าฯ รร.หัวหินวิทยาคม จัดกอล์ฟการกุศลรายได้ปรับปรุงลานกีฬาโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.68 ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน จ.ประจวบฯ นายอติชาติ ชัยศรี นายกสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครองโรงเรียนหัวหินวิทยาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมกอล์ฟการกุศล ครั้งที่ 1 มี ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ ประธานกรรมการคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนหัวหินวิทยาคม นายวชิระ ศิริเทียนทอง ประธานกรรมการบริษัท ติยะ มาสเตอร์ ซิทเต็ม จำกัด นายอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน นายรัสมิ์ชัย ศรีชาติ รองผู้อำนวยการ ร.ร.หัวหินวิทยาคม นายสุรสิทธิ์ ปัญญาพานิช อุปนายกสมาคมฯ น.ส.ณิชารี ทรัพย์มา เลขานุการสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ เข้าร่วมประชุม

นายอติชาติ ชัยศรี กล่าวว่า วันนี้สมาคมฯ เราได้มาร่วมประชุมกันเพื่อเตรียมจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลให้แก่โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ที่สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ในวันที่ 3  พฤษภาคมนี้ เพื่อจัดหาทุนให้กับสมาคมฯ นำไปบูรณะลานกีฬาของโรงเรียน ให้นักเรียนได้มีลานกีฬาที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ถูกสุขอนามัย พร้อมรองรับการทำกิจกรรมทางการกีฬาของนักเรียนที่จะนำมาใช้ทำกิจกรรม การออกกำลังกาย การเรียนการสอน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนความคืบหน้าของการขออนุญาตจัดตั้งสมาคมฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ ท่านก็จะอนุมัติและแต่งตั้งสมาคมฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

นายอำนาจ ป่านแก้ว กล่าวว่า สนามกอล์ฟหลวงหัวหินในนามของ บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด มีความยินดีที่จะสนับสนุนสมาคมฯ เพื่อจัดการแข่งกอล์ฟ สร้างรายได้เพื่อนำรายได้ไปสู่ชุมชน ทางสนามกอล์ฟหลวงหัวหินมีความยินดีมากๆ ที่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนในครั้งนี้ และคาดหวังว่าสนามกอล์ฟหลวงหัวหินจะได้ จัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับชุมชนอีกในครั้งต่อไป
ด้านนายวชิระ ศิริเทียนทอง กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญมาร่วมสมาคมฯ เป็นโครงการที่ดีเพื่อสังคมและเยาวชน โดยเฉพาะการก่อตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง โรงเรียนหัวหินวิทยาคม ผมก็อยู่หัวหินมา 10 กว่าปี อดไม่ได้ที่ต้องสนับสนุนในสิ่งดีๆ เหล่านี้ ท่านนายกอติชาติเองก็มีวัตถุประสงค์ที่ทำเพื่อสังคมไม่ได้มีผลประโยชน์ส่วนตนแต่การใด หลังจากที่ฟังการประชุมแล้วก็มีความรู้ศรัทธาว่า ถ้าโครงการสมาคมฯ เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของสังคม ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ

ดร.รุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมประชุมกับทางสมาคมฯ ดีใจที่มีผู้ใหญ่ใจดีให้ทุนเริ่มต้น 100,000 บาท  มีการจัดกิจกรรมกอล์ฟโดย คุณอำนาจ ป่านแก้ว ผู้จัดการทั่วไป สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ท่านได้ดำเนินการไปแล้ว 30 ก๊วนๆ ละ 6 ท่าน คิดว่าคงจะสำเร็จด้วยดี ก็คงมีรายได้เข้ามาช่วยทนุบำรุงปรับลานสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน ผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสถานศึกษาฯ ก็รู้สึกขอบคุณทุกๆ คนที่มาร่วมแรงร่วมใจ ก็ขอให้ท่านเจริญก้าวหน้าในการที่มาทำงานในการกุศลครั้งนี้ครับ.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว ประจวบฯ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด ประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 09.00 น.ณ ศาลาประชาคม ต.เมืองยาง อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด และ บริษัท ที่ปรึกษา จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมี นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด พร้อมด้วย นายอำเภอชำนิ หัวหน้าส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน เข้าร่วมกิจกรรม

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวว่า บริษัทโรงงานน้ำตาลชำนิจำกัด เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มโรงงานผลิตน้ำตาล kI มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการผลิตน้ำตาล โดยได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อย และ น้ำตาลทราย ตามหนังสือเลขที่ อก 0604/1489 ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2567 มีสิทธิ์ตั้งโรงงานนัำตาลกำลังการผลิต 20,000 ตันอ้อย ต่อวัน พื้นที่ประมาณ 897.9 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอชำนิ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อผลิตน้ำตาลทรายดิบ น้ำตาลทรายขาวเกรด 3 น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์

จากประเภทโครงการ กิจการหรือการดำเนินการตามประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดโครงการ กิจการ หรือการดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 ได้กำหนดให้การดำเนินโครงการ หรืออุตสาหกรรมประกอบกิจการ เกี่ยวกับน้ำตาลทุกขนาด ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างเสนอต่อ(สผ.)

นายอนุรักษ์ สุขประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฯ กล่าวต่อไปอีกว่า เกษตรกรจะได้ประโยชน์โดยตรงจากโรงงาน จะเกิดอาชีพหลายอย่าง คนที่มีความสามรถสูง ความพร้อม อาจจะทำไร่อ้อยขนาดกลาง เล็ก ใหญ่ บางคนมีอุปกรณ์การเกษตรอยู่แล้ว เช่นรถไถ เราก็ให้บริการแก่ชาวบ้าน หากยังขาดเครื่องมือ และในเรื่องของรถบรรทุกอ้อยเข้าสู่โรงงาน

กันตินันท์ เรืองประโคน/ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ “ค่ายคืนคนดี สู่สังคม”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 จ.บึงกาฬ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ โรงพยาบาลบึงกาฬ ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีปิดโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ

“ค่ายคืนคนดี สู่สังคม” ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีนิพนธ์ คนขยัน ส.ส.บึงกาฬ เขต 3 พรรคเพื่อไทย ประธานพิธีปิด พร้อมด้วย นายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ฃ

พ.ต.อ.ประเสริฐ นิลยาภรณ์ ผกก.ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.พิชิต คงพิทักษ์ ผกก.สภ.เมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.กฤศกร เชื้อสิงห์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 นายหมวดตรีไวคุณ ไชยเลิศ ผบ.ร้อย อส.จ.บึงกาฬที่ 1 แพทย์พยาบาล และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธี

ตามที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองบึงกาฬ นำโดยนายภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ได้จัดทำโครงการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ คืนคนดี สู่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2568 ระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ถึง 31 มีนาคม 2568

ณ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สนง.ป.ป.ส.) โดยโครงการฯ ได้สิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2568

ทั้งนี้ประธานพิธีพร้อมด้วยผู้ทรงเกียรติได้มอบประกาศนียบัตรผ่านการอบรม “ค่ายคืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ผ่านการอบรมฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด สามารถกลับไปใช้ชีวิตในชุมชน และสังคมได้อย่างปกติสุข ไม่กลับไปเสพยาเสพติดช้ำ

สื่อรัฐทีวี-สื่รัฐนิวส์/ อดีตผช.ผญบ.รุดพบผู้ว่าฯชุมพรเร่งรัดคดีกำนันดังจ้างวานบุกรุกป่าอนุรักษ์โครงการพระเทพฯลั่น “ไม่มีใครทำอะไรได้”

แชร์เนื้อหานี้

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านพร้อมภรรยาและลูกชายเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน โดยกำนันคนหนึ่งรับว่าจ้างให้บุคคลอื่นเข้าบุกรุกป่าจำนวน 10 ไร่ พื้นที่หมู่ 6 ตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ส่วนการบุกรุกพื้นที่ดังกล่าวเป็นคดีความอยู่ที่สภ.สลุยแต่ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งกำนันคนดังกล่าวลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรตนได้” ผู้ร้องซึ่งเกรงว่าคดีไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้าพบร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรรับทราบและติดตามคดีความอย่างใกล้ชิด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสายศิริ  มากประดิษฐ์  อายุ 77 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วยภรรยาและนายธนธร  มากประดิษฐ์  อายุ 56 ปี เดินทางเข้าพบนายเธียรชัย  ชูกิตติวิบูลย์  ผู้ว่าฯจ.ชุมพร ที่ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เข้ารับฟังปัญหาดังกล่าวด้ว

โดยนายสายศิริและนายธนธร ผู้ร้องให้ข้อมูลว่า โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอยู่ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้องและตำบลสลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เนื้อที่ 1,900 ไร่ โดยมีประชาชนได้เสียสละที่ดินเพื่อทำป่าชุมชน อนุรักษ์ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ และเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน อนุรักษ์หวงแหนถวายพระเทพฯ
      ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 นายสายศิริฯ อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะคนเก่าคนแก่ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯซึ่งได้ดูแลพื้นที่โครงการฯเป็นประจำ จะมีส่วนหน่วยงานราชการเข้ามาดูแลด้วยคือเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรจังหวัดรับผิดชอบด้วย ขณะนั้นได้เจอคนกลุ่มหนึ่งจำนวน 7 คน ซึ่งตามที่ได้เห็นพบว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักหรือเคยเห็นกับบุคคลดังกล่าวเลยกำลังแผ้วถางด้วยมีดงอ กันอย่างสนุกมือโดยไม่คิดถึงความผิดของกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด ปรากฏว่าป่าถูกแผ้วถางไปแล้วประมาณ 10 ไร่ จึงได้เข้าไปห้ามปรามกลุ่มบุคคลดังกล่าวจึงล่าถอยไป

หลังจากนั้นนายสายศิริฯผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องแจ้งไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดชุมพร และได้ส่งเรื่องต่อไปที่ว่าการอำเภอท่าแซะ ด้านปลัดอำเภอพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เดินทางเข้าพื้นที่ตรวจสอบพร้อมทั้งได้ทำการติดป้ายตรวจยึดพื้นที่เพื่อดำเนินคดี ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเรื่องคดีความอยู่ที่สภ.สลุย แต่ผ่านมาประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีความคืบหน้าอีกทั้งกำนันคนดังกล่าวเคยลั่นไว้ว่า “ไม่มีใครทำอะไรเขาได้” เกรงว่าเรื่องการบุกรุกป่าจะเงียบ จึงเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับทราบและเร่งดำเนินการติดตามต่อไป
      ภายหลังผู้ร้องได้แจ้งความประสงค์การเข้าพบและยื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมทั้งนำเอาคลิปวีดีโอที่บันทึกบทสนทนาของกำนันรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ผู้อื่นเข้าไปบุกรุกแผ้วถาง ส่งให้กับมือผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเก็บไว้ตรวจสอบ

ด้านนายเธียรชัยฯ ผู้ว่าฯจ.ชุมพร เปิดเผยว่า รับปากว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพราะเป็นคดีความแล้วเรื่องอยู่ที่สภ.สลุย  เบื้องต้นทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เท็จจริงประการใดขอตรวจสอบตามพยานหลักฐานที่ปรากฏก่อน หากมีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ผู้ว่ามาทำงานให้คนชุมพร ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับใครไม่ต้องกังวล” ผู้ว่าฯ กล่าว
…………………………………………….

ข่าว/ภาพนิ่ง
***เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชื่นชม แพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่ รพ.นครปฐม ประสานงานขนย้ายผู้ป่วยไม่ทิ้งไว้ลำพัง

แชร์เนื้อหานี้

ทีมแพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐมเร่งระดมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากอาคารสูงหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสัมผัสได้ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐมหลาย 100 นายเข้าร่วมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าทำได้อย่างดีเยี่ยมไม่ได้สร้างความวิตกหวาดกลัวและยังคงเกาะติดอยู่กับผู้ป่วยวิกฤต แม้จะยังอยู่ในช่วงที่การไม่ปลอดภัย

วันที่ 28 มีนาคม 68 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังเกิด เหตุแผ่นดินไหวซึ่งในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบและรับรู้ถึงความรู้สึกรุนแรงในหลายพื้นที่ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่นและ มีความวุ่นวายในการประสานงานกับสถานการณ์ และมีการส่งต่อข้อมูลการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย โดยที่โรงพยาบาลนครปฐม ทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่บุคลากรทางการ 

ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิสุขสานุจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนครปฐม เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ได้เข้ามาประสานงานในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงจากอาคารสูงซึ่งมีหลายอาคารและมีผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวอยู่เป็นจำนวนมากโดยเจ้าหน้าที่ได้มีการเร่งลำเลียงนำผู้ป่วยลงมาจากอาคารและนำมาพักในจุดต่างๆบริเวณชั้นหนึ่งที่ไม่ไม่ติดกับตัวอาคารด้วยความโกลาหล โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลาเคราะห์นครปฐม ได้ทำการช่วยเข็นเตียงและอุ้มผู้ป่วยออกจากจุดที่คาดว่าเป็นอันตรายตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม และเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้มีการประสานงานในการอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรเพื่อรับส่งผู้ป่วยเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่และนำส่งผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตเข้าอยู่ในห้องฉุกเฉินซึ่งมีเจ้าหน้าที่รวมกันในพื้นที่หลาย 100 คนตั้งจุดประสานงานสั่งการ โดยมีการประเมินสถานการณ์เตรียมความพร้อมรับแรงอาฟเตอร์ช็อกที่จะตามมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้มีการควบคุมอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายและเสี่ยงจะก่อให้เกิดเปลวเพลิงและเกิดความเสียหายในการรักษาผู้ป่วยเช่นผู้ป่วยวิกฤติหนักหรือในห้องผ่าตัดอย่างเต็มกำลัง ทำให้บรรยากาศวุ่นวายและทีมแพทย์พยาบาลเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยประสานงานได้มีการทำงานอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง 

พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เผยว่า ตอนนี้ทางกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานความร่วมมือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอำนวยความสะดวกในการรับส่งผู้ป่วยโดยมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดต่างๆตามที่รับแจ้งและเฝ้ารอฟังการประสานงานจากเบื้องบนในการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความพร้อมในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุและช่วงการขนย้ายผู้ป่วยซึ่งตอนนี้ได้มีการเตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
นายสมภพ สอนดอนไพร อาสาสมัครมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม บอกว่าในส่วนของโรงพยาบาลนครปฐมได้มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและกลุ่มที่เป็นอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่ประมาณรวมแล้ว 100 กว่าคนสำหรับการนำรถขนส่งผู้ป่วย และรถกู้ชีพในการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากจำเป็นจะต้องมีการย้ายโรงพยาบาลไปมาสำหรับผู้ที่ต้องได้รับการเคลื่อนย้าย และมีการกำลังกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังโรงพยาบาลต่างๆทุกอำเภอเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างเต็มกำลังซึ่งคาดว่าน่าจะมีถึงประมาณ 200 นายเป็นอย่างน้อยที่ได้ลงปฎิบัติหน้าที่แล้วในตอนนี้

ด้าน รุ่งอรุณ ไชยธวัช 54 ปี ชาวบางเลน บอกว่าช่วงเกิดเหตุได้มาเฝ้าพ่อรักษาตัวอยู่ที่อาคารทวาราวดี ชั้นห้าจู่จู่ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาซึ่งไม่คิดว่าจะเป็นแผ่นดินไหวเนื่องจากการสั่นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยรับรู้ได้ดี จากนั้นทีมแพทย์พยาบาลได้แจ้งประกาศผ่านไมค์โดย ทีมประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลบอกว่ากำลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งจะ มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยลงไปที่บริเวณชั้นล่างซึ่งตอนนี้ก็ขอให้เกิดความสมัครใจลงโดยบรรยากาศก็ไม่ได้โกลาหลแต่อย่างใดและทีมแพทย์พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เป็นระเบียบไม่เกิดความวุ่นวาย ซึ่งในการตัดสินใจตนเองจึงได้นำพ่อลงมาในพื้นที่ด้านล่างและขอชื่นชมว่าเจ้าหน้าที่ทำงานได้ดีมากและเห็นทุกคนทำงานได้เต็มกำลังความสามารถในช่วงที่เกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโรงพยาบาลนครปฐมมีอาคารสูงหลายแห่งซึ่งตอนนี้ได้มีการประสานงานจากเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครปฐมโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมได้สั่งการให้เข้าตรวจสอบเหตุดังกล่าวและมีการเตรียมความพร้อมรับแผนหากเกิดอาฟเตอร์ shock ตามมาซึ่งหากสถานการณ์เข้าสู่ปกติและ ไม่มีเหตุสั่นสะเทือนหรือเกิดแผ่นดินไหวซ้ำซ้อนก็จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ที่พักวันอังคารต่อไป

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม
………………………………..

แผ่นดินไหว #นครปฐม โรงพยาบาลนครปฐม