คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวศิลป และ วัฒนธรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รองผู้ว่าประจวบฯ นำชาวหัวหินร่วมถวายภัตตาหารพระราชทานแด่คณะสงฆ์โครงการจาริกธุดงค์ฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.68 ที่วัดหนองคร้า ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระครูภาวนาสีลวิสุทธิ์ (พระอาจารย์จรัน อนังคโน) รองเจ้าคณะอำเภอศิลาลาด เจ้าอาวาสวัดอุทยานธรรมดงยาง ต.คลีกลิ้ง อ.ศิลาลาด จ.ศรีสะเกษ ประธานฝ่ายสงฆ์

ในพิธีถวายภัตตาหารพระราชทานแด่คณะสงฆ์โครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตราเผยแพร่ธรรมเฉลิมพระเกียรติ โดยมี พระเถรานุเถระ คณะพระภิกษุสงฆ์และสามเณรในโครงการจาริกธุดงค์ฯ นายรัฐวิชญ์ พาฉิมพลี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางวาสนา ศรีกาญจนา นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพุทธศาสนิกชนชาวหัวหินจำนวนมากร่วมในพิธี ด้วย จ.ศรีสะเกษ

แจ้งว่าคณะสงฆ์จังหวัดศรีสะเกษ โดยพระครูภาวนาสีลวิสุทธิ์ วัดอุทยานธรรมดงยาง ได้กำหนดจัดโครงการจาริกธุดงค์ธรรมยาตราเผยแผ่ธรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อนำคณะสงฆ์ สามเณร อุบาสก ออกจาริกธุดงค์ ฝึกฝนขัดเกลาพัฒนาตนเองและเผยแพร่หลักธรรมคำสอนให้เกิดความเจริญในธรรมของพระพุทธศาสนา ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

โดยในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน ให้ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วยพระภิกษุในไทย และจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมกว่า 500 รูป ซึ่งกำหนดเริ่มออกเดินจาริกธุดงค์ ในวันที่ 1 ธ.ค.67 – วันที่ 18 ม.ค.68 จากวัดมหาธาตุวชิรมงคล ต.นาเหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ผ่าน จ.พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบฯ เพชรบุรี ราชบุรี และสิ้นสุดการจาริกธุดงค์ที่วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร จ.นครปฐม

โดยในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค.68) คณะสงฆ์ฯ จะเข้าพักปฏิบัติธรรมจำวัดและทำภัตตกิจ ฉันภัตตาหารเพล ที่บ้านเพชรบำเพ็ญ ดร.แม่ชีทศพร วชิระบำเพ็ญ ต.ห้วยทรายเหนือ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี. 
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สวดมนต์ข้ามปี อาเซียน ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ณ.วัดศรีโสภณธรรมทาน จ.บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ ( 31ธันวาคม 2567) ณ วัดศรีโสภณธรรมทาน ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พระครูวิสุทธิโพธารักษ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดศรีโสภณธรรมทาน ประธานฝ่ายสงฆ์ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานฆราวาส

ในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 และสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รอง ผวจ.นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายสมหวัง อารีย์เอื้อ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ.เมืองบึงกาฬ นายอภิชัย จำปานิล หน.สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบึงกาฬ

oplus_0

นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ นางสาวรุงอรุณ ธิมาชัย ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบึงกาฬ นายชินท์ณภัทร ก้อนคำ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมพิธีในงานจำนวนมาก ท่ามกลางอากาศหนาวและลมเย็น ประมาณ 13 องศาเซลเซียส
โดยงานเริ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายสี่โมงเย็น นิทรรศการสวดมนต์ข้ามปี อาเซียน และองค์ความรู้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ โบราณ“พระพุทธโสภณ หลวงพ่อพระสุก”

ต่อด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักเรียน โรงเรียนบึงกาฬ และการแสดง “หมอลำกลอนพื้นบ้าน” อำเภอโซ่พิสัย โดย สภาวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ และพิธีสักการะขอพร พระพุทธโสภณ (องค์หลวงพ่อพระสุก) พระพุทธรูปเก่าแก่สมัยล้านช้าง ปางมารวิชัยเนื้อทองสำริด การจัดแสดง และจำแหน่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT “นาคกี้” ของขวัญจากแม่น้ำโขง

วัดศรีสามัคคีธรรม อำเภอศรีวิไล และสุดท้ายพิธีสวดมนต์ข้ามปี ถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสริมสิริมงคล เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 ภายหลังสวนมนต์ข้ามปีจบ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.ได้ลั่นฆ้องชัยแสดงว่าขึ้นศักราชปีใหม่ของไทยแล้ว พระสงฆ์สวดชยันโตพร้อมกับพรมน้ำมนต์ให้รับเอาโชคเอาชัยในวันขึ้นปีใหม่ 2568 ถ้วนทั่วทุกคน
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธุ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศการ อันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย

แชร์เนื้อหานี้

เพื่อตอบรับต่อความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และปฏิบัติตามแนวคิดการทูตที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อประเทศเพื่อนบ้าน สืบทอดประเพณีอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนจีนและไทย เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเพื่อให้พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอารยธรรม วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567  สมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ร่วมกันจัดงาน “พิธีฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศกาลอันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย” ณ อาคารหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าไทย-จีน และเศรษฐกิจเอเชีย ศูนย์ประสานงานการค้าและการลงทุนอาเซียน และสมาคมวิญญูชนไทย-จีน พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ วัฒนธรรม และชุมชนชาวจีน รวมถึงบุคคลสำคัญอีกกว่า 600 ท่าน ได้เข้าร่วมพิธี ในครั้งนี้ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย แห่งพุทธวัชรยาน จงหัวถังมี่ เป็นประธานในพิธี และได้เจริญพุทธมนต์ขอพรให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรือง มนุษยชาติมีความสุข และโลกมีความสงบสุข

เพื่อตอบรับต่อความริเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” และปฏิบัติตามแนวคิดการทูตที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อประเทศเพื่อนบ้าน สืบทอดประเพณีอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนจีนและไทย เพิ่มพูนมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเพื่อให้พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างอารยธรรม วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2567  สมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ และสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ร่วมกันจัดงาน “พิธีฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และ พิธีขอพรเทศกาลอันเค่อเล่อ ครั้งที่ 9 จัดขึ้นที่ประเทศไทย” ณ อาคารหอการค้าไทย-จีน โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาคมการค้าไทย-จีน และเศรษฐกิจเอเชีย ศูนย์ประสานงานการค้าและการลงทุนอาเซียน และสมาคมวิญญูชนไทย-จีน พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร  พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ วัฒนธรรม และชุมชนชาวจีน รวมถึงบุคคลสำคัญอีกกว่า 600 ท่าน ได้เข้าร่วมพิธี ในครั้งนี้ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย แห่งพุทธวัชรยาน จงหัวถังมี่ เป็นประธานในพิธี และได้เจริญพุทธมนต์ขอพรให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความเจริญรุ่งเรือง มนุษยชาติมีความสุข และโลกมีความสงบสุข

ณ ห้องกวางฮวา อาคารหอการค้าไทย-จีนได้จัดแสดงผลงานศิลปะและวัฒนธรรมมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่กว่าร้อยชิ้นซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์อันประณีตของพระอาจารย์จินเคอสวนเหลย และคณะศิษย์ ประกอบด้วย ภาพวาด จิตรกรรม ประติมากรรม และเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งได้รับการยกย่องชื่นชมเป็นอย่างสูง ในงานนี้ยังได้จัดแสดงภาพวาดศิลปะมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ ขนาดใหญ่ 3 ภาพ ได้แก่ “โลกเป็นหนึ่ง สันติสุขทั่วโลก” “มิตรภาพไทย-จีน สืบสานตลอดกาล” และ “เสียงแห่งอิสระ” ซึ่งแสดงถึงความปรารถนาดีที่มีต่อมิตรภาพระหว่างจีนและไทย ตลอดจนสันติสุขของโลก เมื่อภาพวาดทั้งสามถูกเปิดเผยออกมานั้น ได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้เข้าร่วมงาน และต่างพากันเข้ามาถ่ายภาพร่วมกับพระอาจารย์และเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ณ บริเวณภาพวาด

“ผู้ที่มีความมุ่งมั่นเดียวกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันดั่งภูเขาและทะเล ก็ไม่อาจขวางกั้นได้” ตัวแทนจากวงการศาสนา การเมือง ธุรกิจ และวัฒนธรรมทั่วโลกได้มารวมตัวกันในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและไทย ในด้านศาสนา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหารือเกี่ยวกับโอกาสในการร่วมมือ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าใจอันดีและความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างประชาชนชาวจีนและนานาชาติ อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความเมตตาต่อกัน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเคยกล่าวไว้ว่า: “เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาสันติภาพและส่งเสริมการสร้างชุมชนที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ ชาวจีนสืบทอดแนวคิดเรื่องสันติภาพ ความสามัคคี และความกลมเกลียว… ” ท่านเน้นย้ำว่า: ” แนวร่วมเป็นเครื่องมือสำคัญของพรรคในการเอาชนะศัตรูและปกครองประเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการรวมชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อบรรลุการฟื้นฟูชาติที่ยิ่งใหญ่ของจีน ซึ่งต้องยึดมั่นในระยะยาว ……ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคการเมือง ชาติพันธุ์ ศาสนา และชนชั้น รวมถึงชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความสามัคคีและร่วมกันสร้างสรรค์ประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าและแข็งแกร่ง เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่เข้มแข็งและฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของชาติจีน

เพื่อตอบสนองต่อคำเรียกร้องของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พระอาจารย์จินเคอสวนเหลยได้อุทิศตนในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมที่หลากหลายในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค และสืบทอดมรดกอันดีงามของการเป็นมิตรต่อเพื่อนบ้าน ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พระอาจารย์มีความปรารถนาที่จะนำพาศิษย์ นักธุรกิจ และชาวจีนทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกันสร้างแท่นพิธีขอพรเพื่อสันติภาพโลกแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้โลกได้รู้จักภูมิภาคนี้มากขึ้น และร่วมกันเผยแผ่หลักธรรมแห่งความเมตตาและการให้ โดยหวังว่าจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขแก่ประชาชนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และสันติสุขทั่วโลก

เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมจีนในหมู่ชาวจีนโพ้นทะเล พระอาจารย์ได้เดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเป็นกำลังใจให้ชาวจีนโพ้นทะเลให้เข้าร่วมในสังคมท้องถิ่น และสืบทอดคุณธรรมจริยธรรมอันดีงามของชาวจีน เพื่อให้วัฒนธรรมจีนได้รับการยอมรับและเคารพในระดับสากล นอกจากนี้ พระอาจารย์ยังให้คำแนะนำและกำลังใจแก่ชาวจีนโพ้นทะเลในด้านชีวิต การงาน และความเชื่อ นายเฉิน เว่ยผิง ประธานกรรมการสมาคมมิตรภาพชาวจีนโพ้นทะเล ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมจื่อเซียวตู้ชิ่นแห่งอเมริกา รองประธานและเลขาธิการสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ได้กล่าวว่า“50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน” เป็นแบบอย่างแห่งสันติภาพ และเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ การจัดงานครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกได้ร่วมกันส่งเสริมหลักธรรมแห่งเมตตาและปัญญาของพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างสรรค์ความสามัคคีของมนุษย์ชาติ โดยก้าวข้ามขอบเขตทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งมิตรภาพระหว่างจีนและไทย และเป็นการเปิดฉากใหม่แห่งสันติภาพและมิตรภาพ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้เน้นย้ำว่า สันติภาพและการพัฒนาคือหัวข้อสำคัญของยุคสมัย การฟื้นฟูชาติและการรวมประเทศเป็นแนวโน้มทางประวัติศาสตร์ เป็นความปรารถนาร่วมกันของลูกหลานชาวจีนทุกคน ภายใต้การนำทางของพระอาจารย์ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมอารยธรรมจีนอันดีงามที่จัดโดยสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ ได้แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของชนชาติจีนที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สร้างความปรองดอง ร่วมมืออย่างฉันมิตร เปิดใจรับฟัง และร่วมมือกันก้าวไปข้างหน้า ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของลูกหลานชาวจีนทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมมือกันสร้างความผาสุกอันยั่งยืนของชนชาติจีน พวกเราหวังว่า ด้วยความสามัคคีและความมุ่งมั่นของลูกหลานชาวจีนทุกคน และการรวมพลังกับทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ จะร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาวจีน และนำไปสู่การฟื้นฟูชาติ

หม่อมหลวงสุภาพ ปราโมช ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมการค้าไทยจีน-และเศรษฐกิจเอเชีย เล่าถึงความผูกพันอันยาวนานกับพระอาจารย์ ท่านยกย่องอุปนิสัยและปฏิภาณของพระอาจารย์ ใช้ปัญญาอันลึกซึ้งและเมตตาอันเปี่ยมล้น เสริมสร้างสัมพันธภาพทางจิตใจระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เมตตาจิตอันยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์ เปรียบเสมือนดวงประทีปที่ส่องสว่าง แผ่รัศมีแห่งปัญญาไปทั่ว เป็นผู้ริเริ่มและนำทางให้เราได้มาพบปะกันในวันอันเป็นมงคลนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองมิตรภาพระหว่างไทยและจีน และความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา

ดร.โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ได้กล่าวขอบคุณพระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ที่ได้นำวัฒนธรรมจีนอันดีงามมาสู่ประเทศไทย และได้อธิษฐานขอพรให้ประชาชนมีความสุขและสันติสุขทั่วโลก ท่านยังได้แสดงความชื่นชมในความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ และได้อวยพรให้กิจกรรมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีนจะร่วมมือกับสมาคมพุทธศาสนาจีนถังมี่ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน ให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเพื่อให้จิตวิญญาณของ ครอบครัวไทย-จีน สืบทอดต่อไป และร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใส

ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวว่า ไทย-จีน มีมิตรภาพและวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งมายาวนาน ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองประเทศได้ก้าวไปด้วยกันและมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เฟื่องฟู สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ พระอาจารย์จินเคอสวนเหลยได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของถังมี่ มายังประเทศไทย ส่งมอบศิลปวัฒนธรรมมันดาลาถังมี่ อันทรงคุณค่าสำหรับชาวไทย เสริมสร้างความงดงามแห่งศิลปะพระพุทธศาสนา และเผยแพร่ความรู้และความรักอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา ขอให้ดอกไม้ไฟในงานเฉลิมฉลองศรัทธานี้จุดประกายความหวังของการเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม และเขียนบทใหม่ของมิตรภาพไทย-จีน

นางสาว รุจิรา อารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงผลสำเร็จของความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีน โดยระบุว่าประชาชนของทั้งสองประเทศยังคงรักษามิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นอยู่เสมอ ขณะที่ความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ได้ดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างไทยและจีนได้มีโอกาสพัฒนาที่ไม่เคยมีมาก่อน ท่านยังได้ยกย่องบทบาทเชิงบวกของงานเฉลิมฉลองนี้ที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ขอบคุณพระอาจารย์ที่ได้แบ่งปันศิลปะวัฒนธรรมของมันดาลาถังมี่ให้กับชาวกรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างไทย-จีนในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยหวังว่าจะมีการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพื่อให้ประชาชนของทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง

นายบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน ได้กล่าวปราศรัยในงานนี้ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของหอการค้าไทย-จีน ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างจีนและไทยในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม ท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของการรวมพลังชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูชาติจีน และการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคี เพื่อความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ท่านยังได้กล่าวขอบคุณพระอาจารย์ และชื่นชมในความทุ่มเทของพระอาจารย์ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวจีนโพ้นทะเล การส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ และการเสริมสร้างความเชื่อมั่น

นางเยเลนา มาเชนโก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย กล่าวว่า เดือนพฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2562 เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับจีน ตามคำเชิญของสภาดูมาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย สมาคมมิตรภาพรัสเซีย-จีน และสมาคมศิลปินรัสเซีย พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้เข้าร่วมใน “พิธีฉลองครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับจีน และเวทีฟอรัมทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจรัสเซีย-จีน” ท่านเอกอัครราชทูตจีนประจำรัสเซีย จางฮั่นฮุย รองประธานคนแรกของสมาคมมิตรภาพรัสเซีย-จีน คูลิโควา และสมาชิกสภาดูมาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย อาดูกิเยฟ บาโต ได้กล่าวชื่นชมและยกย่องพระอาจารย์อย่างสูงต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัสเซียกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะและวัฒนธรรมมันดาลาจินเคอแห่งพุทธวัชรยานจงหัวถังมี่ที่พระอาจารย์ได้สร้างสรรค์ขึ้นนั้น ได้ผสมผสานแก่นแท้ของอารยธรรมจากหลายประเทศเข้าด้วยกัน และก้าวข้ามขีดจำกัดของประเทศชาติ ศิลปะและวัฒนธรรมทางศาสนานี้เองที่เป็นสะพานเชื่อมโยงจิตใจระหว่างจีนกับประเทศต่างๆ ตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ชาวจีนโพ้นทะเลท่านหนึ่งกล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในวัฒนธรรมจีนของชาวจีนโพ้นทะเล พระอาจารย์จินเคอสวนเหลย ได้ให้

กำลังใจแก่เราชาวจีนโพ้นทะเล ให้จดจำแก่นแท้ของวัฒนธรรมจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสืบทอดคุณธรรมอันดีงามของชาวจีน เช่น ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความเมตตา พระอาจารย์เปรียบเสมือนดวงประทีปที่นำทางชาวจีนโพ้นทะเลทุกคนที่กำลังดิ้นรนในต่างแดน ให้มีกำลังใจและความกล้าหาญในการก้าวเดินต่อไป

ศาสตราจารย์ลี่เจียนฟู ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชรยานที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ จากมหาวิทยาลัยซื่อชวน ประเทศจีน ศาสตราจารย์หลี่ลี่อัน ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางศาสนา มหาวิทยาลัยซีเป่ย ประเทศจีน และศาสตราจารย์หวังอี้หมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านวัชรยานตะวันออก จากมหาวิทยาลัยครูหัวหนัน ประเทศจีน ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนครั้งนี้ และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน อกจากนี้ ศาสตราจารย์จางเป่าเซิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาสันสกฤต จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และศาสตราจารย์หวังจื่อหยวน ที่ปรึกษาสมาคมศาสนวิทยาแห่งประเทศจีน และนักวิจัยจากสถาบันวิจัยศาสนาโลก สังคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน ได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีมาด้วย พวกเขาระบุว่าจะยังคงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมพุทธระหว่างจีนและไทย และส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของวัฒนธรรมพุทธในทั้งสองประเทศ

ชาวจีนโพ้นทะเลได้นำเสนอการแสดงร้องเพลงและการเต้นที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของชาวจีน ซึ่งเป็นสีสันที่เพิ่มความงดงามให้กับกิจกรรมในครั้งนี้ การแสดงนางฟ้าที่เต้นอย่างสง่างดงาม และการแสดงเปลี่ยนหน้ากากมันดาลาวัชระได้สร้างสรรค์ภาพที่สวยงามและความหมายอันลึกซึ้งทางจิตวิญญาณ ซึ่งได้มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและไม่เหมือนใครให้แก่ผู้เข้าร่วมงานและผู้ศรัทธาทุกท่าน

“50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทย-จีน” นับเป็นผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นมาภายใต้หลักการของความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มิตรภาพของไทยและจีนได้กลายเป็นแบบอย่างของสันติภาพและความร่วมมือในระดับนานาชาติ ในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้ พระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคคลสำคัญทางการเมือง และผู้นำทางธุรกิจ ได้มารวมตัวกัน โดยมีเมตตาธรรมเป็นพื้นฐาน และมิตรภาพไทย-จีนเป็นสายใยที่ผูกพัน เพื่อร่วมกันศึกษาถึงบทบาทของพระพุทธศาสนาที่มีต่อการพัฒนาสังคมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสานต่อมิตรภาพอันดีระหว่างทั้งสองประเทศให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างสรรค์สันติภาพและความสงบสุขให้แก่โลก

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ตร.สันติบาล จัดกิจกรรมเข้าวัด ฟังธรรม ทำความดีด้วยหัวใจ เฉลิมพระเกียรติ ในหลวง ร. 10

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 ธ.ค.67 เวลา 09.30 น. ที่วัดป่าบ้านพันลำ ตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ หน่วยสันติบาลจังหวัดบึงกาฬ จัดกิจกรรมเข้าวัด ฟังธรรม ทำความดีด้วยหัวใจ เฉลิมพระเกียรติ ในหลวง รัชกาลที่ 10 โดยมี พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ หัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กก.2 บก.ส.1 เปิดเผยว่า กิจกรรมเข้าวัด ฟังธรรม ทำความดีด้วยหัวใจ

โดยกองบัญชาการตำรวจสันติบาล มีพันธกิจหลักสำคัญในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรมทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของราชอาณาจักร และความปลอดภัยของประชาชนอันเป็นประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน ซึ่งเน้นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1

ซึ่งรับผิดชอบการสืบสวนหาข่าว ที่เกี่ยวข้องความมั่นคง ในพื้นที่ 20 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จึงได้จัดทำกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวง รัชกาลที่ 10 เพื่อพัฒนาจริยธรรม คุณธรรม และ จิตใจของข้าราชการตำรวจ เพื่อเสริมความรู้ คำสอนของพระพุทธเจ้า ฝึกสมาธิ ปัญญา การให้ทาน เสียสละ และเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างตำรวจสันติบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับจิตใจเป็นสาธารณะกุศล ช่วยเหลือผู้อื่น และ ความรัก ความสามัคคี ในองค์กร

หัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กก.2 บก.ส.1 ได้นำข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนาย เข้าร่วมกิจกรรม เข้าวัดฟังธรรม คำสั่งสอนจาก พระภิกษุสงฆ์ บำเพ็ญกุศล ถวายสังฆทาน โดยมีพระอาจารย์สมบัติ สัมปัตติธารโก เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านพันลำ นำสวดมนต์เช้าและบรรยายธรรม จากนั้นหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กก.2 บก.ส.1 ได้นำข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกนาย บำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ จิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ ทำความสะอาดลานวัด เพื่อความสะอาดเรียบร้อย

นอกจากนี้กิจกรรมดังกล่าวได้แสดงออกถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้รับความรู้เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า เข้าใจหลักธรรม ได้รับอานิสงส์จากการเข้าวัดฟังธรรม ทำบุญ จิตใจเบิกบาน และได้บำเพ็ญสาธารณะกุศล เป็นส่วนรวมอีกด้วย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐนิวส์ – วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา จัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ 5 ธค. 67

แชร์เนื้อหานี้

5 ธันวาคม 2567 โดยมี พระราชวชิรประชานาถ เจ้าอาวาสวัดสมานรัตนาราม เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ธ). นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานบริหารกลุ่มฉวีวรรณกรุ๊ป ร่วมเป็นประธานในการจัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์

วัดสมานรัตนาราม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ในตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเนื้อที่ ตามหน้าโฉนดที่ตั้งวัด 26 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา

ครั้งเเรกในโลก ที่มีการสร้างพระพุทธเจ้า ที่ได้ตรัสรู้มา 29 พระองค์ ครบ 29 พระนาม และ หลวงพ่อโสธร 3 พี่น้อง รวมเป็น 32 องค์ใน พุทธวงศ์ ในอสงไขย แสนล้านกัปกัลป์ ที่มีอุบัติตรัสรู้เกิดขึ้นมา เเล้วมหากุศล มีหนึ่งเดียวในโลก หนึ่งเดียวในชีวิต โครงการจัดสร้างพระประธานอุโบสถพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ รายนามที่รับเป็นเจ้าภาพสร้างพระประธานอุโบสถ วัดมากดวงเทียน จัดสร้างพระพุทธเจ้า 29 พระองค์ เป็นพระประธานประจำอุโบสถ

จะกำหนดเททองหล่อให้เสร็จครบ 29 พระองค์ในวันเดียวพร้อมกันกำหนดการ หล่อพระ วันที่ 5 ธ.ค.67 สถานที่ บริเวณโดม ประชาคมตรงข้ามองค์พนะราหู 14.00 น.ทำพิธีบวงสรวง 15.00 น.พิธีเจริญพระพุทธมนต์ 16.00 น.พิธีเททอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ กราบสักการะพระอกแตก พระพุทธรูปเก่าแก่ ที่ทรงคุณค่าของชาวอุตรดิตถ์

แชร์เนื้อหานี้

ที่วัดบ้านแก่งใต้ หมู่ที่ 3 ต.บ้านแก่ง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ ชาวบ้านได้นำดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย เข้ากราบสักการะองค์หลวงพ่อเพชรหรือพระอกแตก ภายในพระอุโบสถของทางวัด เมื่อเข้าไปภายในพระอุโบสถจะพบภาพวาดบนฝาผนั่ง เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของพระพุทธเจ้า

เป็นภาพวาดที่สวยงาม และภายในพระอุโบสถจะมีพระประธานชื่อว่า หลวงพ่อเพชร หรือ พระอกแตก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ ตั้งเด่นสง่าดูสวยสดงดงาม (สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ) ซึ่งความโดดเด่นของหลวงพ่อเพชรก็คือ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชรองค์สีทองเหลือง บริเวณพระอุระ(ทรวงอก) จะมีพระพุทธรูปอีกองค์ซ้อนอยู่

พระครูปัญญาวัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดบ้านแก่งใต้ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อประมาณปี 2555 พระประธานเกิดการชำรุด ชาวบ้านจึงให้ช่างจากจังหวัดพิจิตรเข้ามาซ่อมแซมพระประธานแห่งนี้ แต่ซ่อม

ไปซ่อมมาก็พบว่ามีปูนจำนวนมากร่วงลงมาบริเวณท้องของพระประธาน และก็ค้นพบว่ามีเศียรพระพุทธรูปอีกองค์ซ้อนอยู่ข้างในตรงพระอุระ (ทรวงอก) จึงทำให้ขนานนามกันว่า เป็นพระอกแตก โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าใครเป็นคนเอาพระใส่เข้าไปและมีกุศโลบายเกี่ยวกับพระนี้อย่างไร

นอกจากนี้พระอกแตกก็ยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุดซ้อน ซึ่งก็ตรงกับลักษณะก็คือ มีพระสององค์ซ้อนกันในองค์เดียวนั่นเอง ขนาดของพระองค์นี้อยู่ที่ 3.8 เมตร และสูงกว่า 4.5 เมตร เรียกได้ว่าเป็นพระศูนย์รวมใจของชาวอุตรดิตถ์ และใครที่แวะเวียนผ่านมาก็ต้องมาแวะสักการะกันสักครั้ง

ภายหลังจากที่ชาวบ้านได้กราบสักการะหลวงพ่อเพ็รชหรือพระอกแตกแล้วต่างก็ได้พากันไปสักการะรูปปั้นของพระยาพิชัยดาบหัก ขนาดความสูง 1.เมตร 80 เซนติเมตร ที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านในพื้นที่และไกล้เคียงมักจะนำพวงมาลัย ดอกกุหลาบแดง น้ำแดง มาสักการะขอพรท่านเกี่ยวกับเรื่องหน้าที่การงานกับท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหักที่นี้กันเป็นประจำ

วัดบ้านแก่งใต้ #อุตรดิตถ์

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีสมโภชสมศักดิ์พระระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาส วัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เวลา 09.30 น. ณ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านพระธรรมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 6 วัดสังเวชวิศยาราม กรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์งานวันกตัญญูบูรพาจารย์ พิธีสมโภชสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เจ้าคณะอำเภอบ้านหลวง และฉลองสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร พระครูนันทเจติยานุรักษ์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีนายนินิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฝ่ายฆาราวาส มีพระมหาเถรานุเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ หัวหน้าส่วน ราชการ พ่อค้าประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมพิธีจำนวนมาก การจัดงานวันกตัญญูบูรพาจารย์ พิธีสมโภชสมณ ศักดิ์พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระวชิราภินันท์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร เจ้า คณะอำเภอบ้านหลวง และฉลองสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้าง ค้ำวรวิหาร พระครูนันทเจติยานุรักษ์ โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ ดังนี้

  1. เพื่อทำบุญทักษิณานุปทานน้อมรำลึกถึงบูรพาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมีพระเดชพระคุณหลวงปู่พระธรรมนันทโสภณเป็นต้น และอดีตเจ้าผู้ครองนครน่านทุกพระองค์
  2. เพื่อทำบุญอายุวัฒนมงคล 63 ปี 43 พรรษา พระวชิราภินันท์ และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ไนการทำงานของ พระครูนันทเจติยานุรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร
  1. เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนสามเณรวัดพระธาตุช้างค้ำ วรวิหาร ที่ศึกษาระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนันทบุรีวิทยา พระปริยติธรรม โดยมอบทุนการศึกษาให้ 69ทุน ๆ ละ 1,000 บาท มอบทุนการศึกษาให้พระภิกษุ สามเณรที่เรียนมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ ระดับปริญญาตรี
    7 ทุน ๆ ละ 3,000 บ.และระดับปริญญาโท 1 ทุน ๆ ละ 14,000 บาท
    เยาวชนลูกหลานในชุมขนบ้านช้างค้ำเรียนในระดับขั้นมัยมศึกษา 2 ทุน ๆ ละ
    1,000 บาท และ ระดับอุดมศึกษา จำนวน 5 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท
    4.เพื่อให้การสงเคราะห์แก่กลุ่มเปราะบาง แม่บ้าน 38 ชุมชน ในและนอกเขตเทศบาลเมืองน่าน และไถ่ชีวิตโค จำนวน 4 ตัว
  1. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าปฏิบัติธรรม โดยมีการบรรพชา อุปสมบท บวชชีและบวช ชีพราหมณ์ ศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานตามแนวสติปัฏฐาน 4 ณ สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดน่านแห่งที่ 1 วัดพระธาตุช้างค้ำวารวิหาร อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่านในงานวันกตัญญูบูรพาจารย์ได้รับการสนับสนุนจาก
  2. พระมหาวิชิต ธมมวิชโย กองงานเลขานุการวัดบวรนิเวศวิหาร จำนวน 100,000 บาท
  1. คุณสมชาย บวรวงศ์ดิลก คุณหว่อง ซ่ง เบียว พร้อมคณะจากประเทศสิงคโปร์
    เป็นเจ้าภาพ ถุงยังชีพ 500 ชุด ผ้าห่ม 500 ผืน วีลแชร์ 20 คัน จ็อคเกอร์ 10 ชุด
    ไม้เท้า 200 อัน และปัจจัยไทยธรรม ถวายพระสงฆ์ทั้งหมด
  2. คุณวรวิมล ขัตติพัฒนาพงษ์ เจ้าของร้านพิชช่าคอมปานี น่าน -แพร่ เจ้าภาพพิชช่า 80ถาด ไอครีม 4 ถัง ดีคิว 40 ชุด (200 ชิ้น) เป็นเงิน 50,000 บาท
  3. คุณยุทธพงษ์ เอี่ยมเย็น คุณตุ๊ ร้านอาหารเรือนภูคา เจ้าภาพภัตตาหารถวายพระมหาเถระ 25,000 บาท
  4. คุณอ้อม ร้านเพื่อนกาแฟ เวียงสา เจ้าภาพกาแฟเป็นเงิน 10,000 บาท
  5. ศิษยานุศิษย์วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เจ้าภาพโต๊ะจีนถวายพระ 40โต๊ะ 60,000 บาท
  1. เจ้าภาพโรงทาน 4 0 โรงทาน ทางวัดได้ขึ้นบอร์ดไว้ให้สาธุขนทราบแล้ว
  2. พระครูสุวรรณเจติยานุกูล พระครูสาทรเจติยานุกิจ ถวายมุทิตาสักการะเป็นโต๊ะสำหรับใช้เป็นห้องประชุมวชิราภินันท์เป็นเงิน 16,000 บาท
  3. ร้านบ้านสวน จ.น่าน เจ้าภาพหญ้าเทียมสำหรับใช้ในมณฑลพิธี เป็นเงิน 50,000 บาท10 มูลนิธิวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร ( พระราชวิริยาภรณ์)
    ถวาย 30,000 บาทแบะในโอกาสอันเป็นมงคลคลนี้ หนึ่ง บดิน อริยพัฒน์ อาบสุวรรณ์ ได้มาร้องเพลงมนต์รักพระธาตุช้างค้ำเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระธาตุช้างค้ำ และเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยมีช่างฟ้อนกลุ่มสตรีเทศบาลเมืองน่านมาฟ้อนประกอบเพลงให้ได้รับชมกันอีกด้วย/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมงานสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / “ครูบาบุญชุ่ม ญานส่วโร” มาพระธรรมเทศนา ที่บ.อาร์ทีอะกริเทค จำกัด คนฟังเรือนหมื่น ที่นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

       ที่บริษัท อาร์ที  อะกริเทค  จำกัด  อำเภอกำแพงแสน  จังหวัดนครปฐม  ได้นิมนต์อัญเชิญ “พระครูบาบุญชุ่ม  ญานส่วโร”  พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งล้านนามาเทศนาพระธรรม โดยมีสาธุชนที่มีจิตศรัทธาจากทั่วสารทิศเข้าร่วมฟังธรรมในครั้งนี้นับหมื่นคน

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศระหว่างที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยรวมถึงชาวไทใหญ่และพี่น้องชาวเมียนมาร์  ต่างพากันรวมตัวมารอรับฟังธรรมเทศนาจาก  ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร  ที่จะเริ่มขึ้นในเวลา  09.00 น. ของวันที่ 17  พฤศจิกายน 2567 ต่างมีประชาชนทยอยเดินทางมาเรื่อยๆ สำหรับการเข้ารับฟังพระธรรมเทศนาในครั้งนี้  มีผู้บริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  เข้าร่วมรับฟังกันเป็นจำนวนมาก

      นอกจากนี้  ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมโรงทานอาหารและเครื่องดื่มไว้ต้อนรับ  พร้อมแจกด้ายแดงและรูปภาพของพระครูบาบุญชุ่ม ไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี + สื่อรัฐนิวส์ / ทอดผ้ากฐินสามัคคี วัดดงทองพุทธสรรรค์ ต.นิยมชัย อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2567 ขึ้น 10 ค่ำเดือน 12 เวลา 09.19 น. ประชาชนต่างทยอย เดินทางเข้าสู่ลานวัดดงทองพุทธสรรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมทอดกฐินสามัคคีสมทบทุนเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ ศาสนสถานสร้างศาลาการเปรียญให้แล้วเสร็จ แต่ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ ยังขาดเงินอีกจำนวนมาก ในการก่อสร้างถาวรวัตถุศาลาการเปรียญเพื่อไว้ใช้ ให้ญาติโยมปฏิบัติธรรม ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ จึงได้บอกบุญมายังผู้มีจิตศรัทธาได้รวบร่วมบุญเป็นกฐินสามัคคีกำลังบุญของมุกท่าน เพื่อทอดกฐินสามัคคี ทอดถวาย ณ วัดดงทองพุทธสวรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบลถ์ จังหวัดลพบุรี

ประธานฝ่ายสงฆ์ได้แก่ครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ เจ้าอาวาสวัดดงทองพุทธสวรรค์ ประธานฝ่ายฆราวาสได้แก่ นายสินศักดิ์ ธนเลิศเปี่ยมสุข นางสาวสุคนธ์ทิพย์ ธนเลิศเปี่ยมสุข พร้อมครอบครัว ตลอดทั้งชาวบ้านดงทอง และผู้ที่เดินทางมาจากสถานที่อื่นๆ ทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ซึ้งเป็นวัดที่อยู่ออกห่างจากตัวอำเภอสระโบสถ์ประมาณ 20 กิโลเมตร วัดพุทธสวรรค์อยู่ติดถนนสาย อ.สระโบสถ์ – อ.ชัยบาดาล (สายใน) ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างความเจริญ อาศัยญาติโยมที่เคยเข้ามาเห็นวัดดงทองพุทธสวรรค์ แล้วเกิดความเลื่อมใสศรัทธา

เพราะทางวัดมีครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ เจ้าอาวาสท่านมีเมตตา และเป็นพระปฏิบัติและเป็นพระสงฆ์ที่เคร่งครัดในการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ในทางหลักธรรมพระพุทธศาสนา จึงทำให้ประชาชนที่เคยเข้ามาวัดนี้แล้ว และอยากเข้ามาอีกเพื่อส่งเสริมการสร้างถาวรวัตถุของทางวัดดงทองพุทธสวรรค์ให้แล้วเสร็จสมเจตนารมณ์ของเจ้าอาวาสวัดดงทองพุทธสวรรณ เพื่อใช้ในกิจของพุทธศาสนา วัดดงทองพุทธสวรรค์ ก่อสร้างมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2556 บนเนื้อที่ 17 ไร่ โดยพระอาจารย์สมชัย ถาวโร เจ้าอาวาสรูปก่อนหน้านี้ ปัจจุบันท่านได้ถึงแก่มรณะภาพแล้ว มีครูบาสุปัณวัฒฆ์ ปัญญาวุฒโฒ มาประจำอยู่วัดแห่งนี้

งานบุญกฐินเป็นบุญใหญ่ที่จัดเป็น “กาลทาน” คือ ทานที่ถูกกำหนดด้วยเวลา มีเพียงปีละครั้ง ต้องทำภายในเวลา 30 วัน หรือจำง่ายๆว่า หลังวันออกพรรษาจนถึงวันลอยกระทง เป็นช่วงเวลาที่พระภิกษุสงฆ์ฯและญาติโยมจะได้ร่วมแรงร่วมใจกันสานต่อประเพณีอันดีงามที่เริ่มมาจาก “พระพุทธเจ้า” ขอเล่าให้ฟังพอสังเขป จุดเริ่มต้นเมื่อครั้งพุทธกาล มีพระสงฆ์จำนวน 30 รูป ต้องการเดินทางไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยระยะทางที่ไกล และยังมีฝนตกลงมา ทำให้จีวรของพระสงฆ์เหล่านั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน เมื่อพระพุทธเจ้าได้เห็นแล้ว จึงทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ทั้งหลายได้อยู่ต่ออีก 30 วันหลังจากออกพรรษาแล้ว เพื่อรอรับกฐิน โดยมีนางวิสาขามหาอุบาสิกาเป็นผู้ที่ได้ถวายผ้ากฐินเป็นคนแรก

อานิสงส์ผลบุญ” การทอดกฐินเป็นกาลทาน คือ ทานที่ต้องทำภายในกำหนดเวลา ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ทุกคนที่มาร่วมบุญต้องมีการจัดเตรียมงานในหลายส่วน เจ้าภาพและผู้ร่วมทอดกฐินสามัคคีย่อมเข้าถึงโภคทรัพย์และมนุษย์สมบัติที่ได้ร่วมกันถวายทาน และยังได้อานิสงส์บริวารสมบัติจากการบอกกล่าวชวนญาติมิตรมาร่วมบุญด้วยกัน ถือเป็นบุญใหญ่ ที่ทำได้ยาก และเป็นบุญที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่ามีอานิสงส์มาก

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรคจังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช้าง 10 เชือก แห่ผ้ากฐินสามัคคี วัดสุทธิวนาราม ปากคาด จ.บึงกาฬ / กิจกรรมรถโรงหนัง เฉลิมทัศน์ รอบปฐมทัศน์

แชร์เนื้อหานี้

ยิ่งใหญ่ขบวนช้าง 10 เชือก แห่ผ้ากฐินสมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักร วัดสุทธิวนาราม สาธุชนร่วมงานบุญหลายพันคน
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.67 เวลา 10.00 น. วัดสุทธิวนาราม บ้านห้วยก้านเหลือง หมู่ 11 ตำบลปากคาด อำเภอปากคาด จังหวัดบึงกาฬ จัดงานทอดกฐินสามัคคี สมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักร

โดยมีพระราชภาวนาโสภณ วิ. เจ้าคณะจังหวัดบึงกาฬ เจ้าอาวาสวัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พระครูภาวนาธรรมวิสุทธิ์(หลวงตาสมพร ธมฺมธีโร) เจ้าคณะอำเภอปากคาด เจ้าอาวาสวัดสุทธิวนาราม พร้อมคณะสงฆ์ มีเจ้าคุณปู่เกศแก้ว เป็นประธานที่ปรึกษาองค์กฐิน และ บริษัท นาตรอนซ์ จำกัด แอปพลิเคชัน NZ Chat โดยคุณจิรภัทร-คุณพัตร์พิมล รัชดาธนาวดี เป็นประธานองค์กฐิน พร้อมคณะร่วมพิธี

ทั้งนี้ ศิษย์ยานุศิษย์ เจ้าคุณปู่เกศแก้ว เดินทางมาร่วมพิธีทอดกฐินทานในครั้งนี้จำนวนมาก และมีพิธีต่างๆ ตามประเพณีมากมาย ไฮไลท์สำคัญคือขบวนแห่ช้าง 10 เชือก สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก
ขบวนแห่เริ่มต้นจากจุดนัดพบ มุ่งหน้าสู่วัดสุทธิวนาราม เป็นระยาทาง 1 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวง212 นำโดยขบวนนางรำที่แต่งกายงดงาม วงดุริยางค์ รถแห่ สร้างสีสันและบรรยากาศอันรื่นเริง ประชาชนจำนวนมากพากันมาร่วมชมและถ่ายภาพขบวนช้างที่ร่วมในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีคณะศรัทธาตั้งโรงทานกว่า 40 โรงทาน โดยชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันออกโรงทานเพื่อแจกอาหารเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและน้ำใจของชุมชน
การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะได้รวบรวมทุนทรัพย์สมทบทุนสร้างศาลาพุทธบารมีธรรมจักรแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันทั้งการจัดขบวนแห่และการตั้งโรงทาน เพื่อให้บุญครั้งสำคัญนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

การทอดกฐินเป็นกาลทาน ปีหนึ่งทำได้ครั้งเดียว วันหนึ่งทำได้ครั้งเดียว ในปีหนึ่งๆต้องทำภายในกำหนดเวลา และผู้ทอดก็ต้องตระเตรียมจัดทำเป็นงานใหญ่ ต้องมีผู้ช่วยเหลือหลายคน จึงนิยมกันว่าเป็นพิธีบุญที่อานิสงส์แรง น่าคิดอีกทางหนึ่งว่า พิธีเช่นนี้ได้ทั้งโภคสมบัติเพราะเราเองบริจาค ได้ทั้งบริวารสมบัติเพราะได้บอกบุญแก่ญาติมิตรให้มาร่วมการกุศลกาลทานเช่นนี้ เรียกว่า ทานทางพระวินัย

กิจกรรมรถโรงหนัง “เฉลิมทัศน์ รอบปฐมทัศน์ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ในกำกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการรถโรงหนัง ซึ่งเป็นรถฉายภาพยนตร์เคลื่อนที่ สำหรับเดินทางไปจัดฉายภาพยนตร์เพื่อการเรียนรู้แก่เด็กนักเรียนและประชาชนตามโรงเรียน และชุมชนที่ห่างใกลจากโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ในปีงบประมาณพ.ศ. 2568 นี้ โครงการรถโรงหนัง ได้จัดทำกำหนดการเดินทางไปตามกลุ่มจังหวัดทั้งสี่ภาค คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคได้ และภาคกลาง

โดยมีหลักการคือ ในช่วงที่ 1 เวลา 09.00-11.30 น. ช่วงที่ 2 เวลา 12.00-14.00 น. เป็นการจัดฉายสำหรับเด็กนักเรียน และช่วงที่ 3 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เป็นการจัดฉายสำหรับประชาชนในชุมช โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำหนดฉายในพื้นที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ มีโปรแกรมจัดฉายภาพยนตร์ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
1) ในระหว่างวันจันทร์ที่ 11 ถึงวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ณ องค์การบริหาร
ส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ

ในระหว่างวันจันทร์ที่ 16 ถึงวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ลานอเนกประสงค์
วัดสุวรรณราชดาราม ชุมชนบ้านหอคำ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบึงกาฬ ได้มอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับ อำเภอ องค์การบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และสถานศึกษาในพื้นที่ ได้ให้ความสนใจและส่งนักเรียน พร้อมบุคลากรทางการศึกษา เข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ในรอบเด็กนักเรียน อาทิ โรงเรียนบ้านศรีนาวา โรงเรียนบ้านหนองแวง

ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 12.00 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ พ.จ.อ.โสภณ สิทธิจันทร์ นายอำเภอโซ่พิสัย,นายภิรมย์ ป้องขวาพล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ ให้เกียรติร่วมชมภาพยนตร์ในรอบปฐมทัศน์ เรื่อง “อินทรีย์ทอง” พร้อมด้วยผู้นำชุมชน 12 หมู่บ้าน บุคลากร กลุ่มอสม. และประชาชนในพื้นที่

ในรอบประชาชน เวลา 17.00 น. มีผู้เข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ กว่า 70 คน ทั้งนี้ รถโรงหนังสามารถบรรจุได้ถึง 100 ที่นั่งสามารถสำรองที่นั่งออนไลน์ผ่าน QR code ใน infographic หรือติดต่อสอบถามได้ที่ – สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ (telephone) 042491716องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำเจริญ
(โทร) 042485012

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326 รายงาน