คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุหมู่ “มุกดาหาร “รถพ่วงข้ามเลนพุ่งชนกระบะ คนลาวบาดเจ็บ 9 พบ “ยาบ้า” ตกเกลื่อนถนน! 🇱🇦

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 11 nรกฎาคม ขณะที่ พ.ต.ต.วัลลพ โพธิวัง ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวร ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองมุกดาหาร ว่ามีเหตุรถบรรทุกกึ่งพ่วงเฉี่ยวชนกับ รถยนต์ที่บริเวณทางโค้งบ้านหนองแอก ถนนซยางกูร ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

เมื่อไปถึงพบรถบรรทุกกึ่งพ่วงยี่ห้ออี่ซูชุ สีขาว หมายเลข ทะเบียนพ่วงหน้า 70-1267 มหาสารคาม หมายเลขทะเบียนพ่วงหลัง 70-7333 มหาสารคาม จอดคร่อมเกาะกลางถนนอยู่ ส่วนผู้ขับขี่ชื่อนายธนภัทร โตคําแพง อายุ 47 ปี ที่ยู่ 103/6 หมู่ 8 ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถูกนําตัวส่งโรงพยาบางมุกดาหาร ใกล้กันพบรถยนต์ยี่ห้อีชูซุ ใส่คอกด้านหลัง สีขาว หมายเลขทะเบียน ผค 3496

จันทบุรี มีนายอัครพงษ์ ต้นตระกูล อายุ 25 ปี ที่อยู่ 3/3 หมู่ 7 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เป็นผู้ซับขี่ ส่วนผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บถูกนําตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร จำนวน 9 คน ทั้งหมดเป็นคนสัญชาติลาว ประกอบด้วย 1.นาง

คํากอง แก้วปะสง อายุ 41 ปี 2.ด.ญ.ลัดดา แก้วปะสง อายุ 11 ปี 3.นางวัน แก้วปะสง อายุ 24 ปี 4.นายเบียน แก้วปะสง อายุ 45 ปี 5.ด.ซ.คําพัด แก้วปะสง อายุ 14 ปี 6..นายนัดทะพง แก้วปะสง อายุ 17 ปี 7.นางนาง หน่อพะจัน อายุ 35 ปี 8.นายแพง หน่อพะจัน สัญชาติลาว และ 9.นายสีทอง ละมีไข อายุ 35 ปี

นางวัน เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมครองครัวรวม 11 คน เดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรี เพื่อที่จะกลับบ้านไปเยี่ยมญาติในวันหยุดยาว โดยตนเองนั่งด้านหน้าพร้อมกับลูกและสามีที่เป็นคนขับ ส่วนด้านหลัง ก็มีญาติที่ประกอบหลานและลุง

ป้า รวม9คน พอมาถึงจุดเกิดเหตุรถกึ่งพ่วงที่วิ่งมาจาก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้วิ่งตรงเข้ามาหารถของตน โดยแล่นข้ามเกาะกลางถนนจะมาชนกับรถที่ตนเองนั่งมา สามีที่จึงได้หักรถหลบแต่ไม่พ้นทำให้เฉี่ยวชนที่บริเวณท้ายกระบะจนคอกกระเด็นหลุดออกจากรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ต่อมาชาวบ้านพร้อมกับเจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บกวาดชิ้นส่วนของรถที่กระจัดกระจายออกจากพื้นถนนเพื่อความปลอดภัย ปรากฏว่าพบยาบ้าตกกระจายอยู่ที่พื้นถนนใกล้กับหัวรถกึ่งพ่วง จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รถกึ่งพ่วงพุ่งชน #อุบัติเหตุ #ยาบ้า #บางทรายใหญ่ #โค้งบ้านหนองแอก #มุกดาหาร #ข่าวด่วน #คนลาวอุบัติเหตุ #แรงงานข้ามชาติ #ข้ามเลนชน #ข่าวอีสาน #รถชน #สปปลาว #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

https://drive.google.com/file/d/1Ykpwk-cX46Y8MnTgq1bwzXV6413D0QLb/view?usp=sharing

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ไฟเผาวอด! จยย.หนุ่มใหญ่วัย 41 ถูกไฟไหม้ขณะเข้าไปเก็บเห็ดกลางป่าภูหินขัน – ยังไม่ชัดสาเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 พ.ต.ท.กิตติวัฒน์ คนหาญ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ถูกไฟไหม้ทั้งคันบริเวณป่าภูหินขัน ใกล้วัดป่าภูหินขัน ใกล้กับสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 9 บ้านโค้งสำราญ ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร

ผู้เสียหายคือ นายจัตุรงค์ อินนอก อายุ 41 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย เล่าว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110i สีแดงดำ ทะเบียน กบย 30 มุกดาหาร ออกจากบ้านพักเวลาประมาณ 05.00 น. เพื่อเข้าไปเก็บเห็ดในป่าภูหินขัน โดยจอดรถไว้ข้างทางขึ้นเขาใกล้สถานีช่อง 9

เมื่อเสร็จจากเก็บเห็ดและกลับมายังจุดจอดรถในช่วงระหว่างเวลา 09.00 น. ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ารถของตนถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งคัน โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด และยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือโกรธเคืองกับผู้ใดมาก่อน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และเก็บพยานหลักฐานเบื้องต้นไว้แล้ว เพื่อดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น

ไฟไหม้รถ #ภูหินขัน #เมืองมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #จยยไฟไหม้ #ไปเก็บเห็ดเจอไฟไหม้รถ #ข่าวอีสาน #มุกดาหารวันนี้ #ไฟลึกลับ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้​ ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบ.ตร.แถลงผลงาน จับกุมยาเสพติด 12,245 คดี ผู้ต้องหา 12,400 คน หมายจับ ตรวจยึด ยาบ้า 112 ล้านเม็ด ไอซ์ 4,136 กก. เคตามีน 230 กก. ทรัพย์สิน 1,310 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 8 กรกฎาคม เวลา09.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร.(ปป)/ประธานอนุกรรมการป้องกัน ปราบปรามการพักคอยยาเสพติดในพื้นที่ตอนในและสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดลงสู่พื้นที่ภาคใต้

แถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 6/2568 และการจับกุมขบวนการผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด อย่างครบวงจร

โดยมี พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ปส. 2 พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส. 3

พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.ปส. พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. พล.ต.ต.วันชนะ บวรบุญ ผบก.ขส นายบัณฑิต ลีลาพตะ นักสืบสวนฯ

สำนักงานป.ป.ส.พล.ต.ฉกาจ ขันตี รอง ผอ.ศปป.2 กอ.รมน. พ.อ.สุพจน์ สวาคฆพรรณผบ.ขกท.ศปก.นสศ. ร.ต.นิรันดร์ ขวัญบุรี ผอ.ส่วนฯ กรมการปกครอง ในปฏิบัติ

การฯ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.- 8 ก.ค.68 ตรวจค้น 1,268 เป้าหมาย จับกุม 12,245 คดี ผู้ต้องหา 12,400 คน หมายจับ 695 หมาย ตรวจยึด ยาบ้ากว่า 112 ล้านเม็ด

ไอซ์ 4,136 กก. เคตามีน 230 กก. ทรัพย์สินกว่า 1,310 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 9 คดี จับกุมผู้ต้องหา 22 คน ตรวจยึดยาบ้า 31,800,000 เม็ด ไอซ์ 1,105 กก. เฮโรอีน 173 กก. ณ บช.ปส

สมจิต รแสงบัลลังก์ ภาพ-ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มรดกเลือด! สลดน้องชายวัย 69 ปี รัวยิงดับพี่สาววัย 72 ปี คาหน้าบ้าน ส่วนพี่สะใภ้บาดเจ็บ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พ.ต.ต.สุรพงษ์ ภักดีศรี สว.(สอบสวน)สภ.บ้านมาบอำมฤต ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย

ผกก.สภ.มาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ชีพกู้ภัยดอนยาง หน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขวาง เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและของชำ อยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายจมกองเลือด

เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับโต๊ะวางตู้ทำอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานนอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา ชาวบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี

รวบแล้ว มือปืนโหดรัวยิงพี่สาววัย 72 ปี ดับหน้าบ้าน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.30 น พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤตสั่งให้ชุดสืบ .สภ.มาบอำมฤต ออกติดตามนายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ225/2568 ทีก่อเหตุใช้ปืนยิงนางนางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปีผู้เป็นพี่สาวเสียชีวิต

จากกรณีเมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 7 มิถุนายน 2568 พ.ต.ต.สุรพงษ์ ภักดีศรี สว.(สอบสวน)สภ.บ้านมาบอำมฤต ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 7/8 ม.4 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบด้วย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.มาบอำมฤต พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส. และตำรวจชุดสายสืบสายตรวจ แพทย์เวร รพ.มาบอำมฤต หน่วยกู้ชีพกู้ภัยดอนยาง หน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิว
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวกว้างขวาง เป็นร้านขายอาหารตามสั่งและของชำ อยู่ติดถนนลาดยางในหมู่บ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางสุภา ภู่ทอง อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนหงายจมกองเลือด  เสียชีวิตอยู่บริเวณหน้าบ้านใกล้กับโต๊ะวางตู้ทำอาหาร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่กลางหลัง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัด ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนตกอยู่จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนั้นยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางปราณี กุหลาบสี อายุ 68 ปี เป็นน้องสะใภ้ของผู้ตาย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา ชาวบ้านนำตัวส่งโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อ คือ นายศุภชัย โพธิ์คีรี อายุ 69 ปี เป็นน้องชายแท้ๆของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีเขียว ทะเบียน บว.2763 ชุมพร ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าจะหลบหนี
เจ้าหน้าทีตำรวจชุดสืบออกติดตามและได้จับกุมผู้ต้องได้ในเวลา 21.30 น และได้นำตัวนายศุภชัย โพธิ์คีรีผู้ต้องหาตามหมายจับมาสอบสวนต่อที่ สภ.มาบอำมฤต ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา โดนไตร่ตรองไว้ก่อน  และพยามฆ่าผู้อื่น  มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  ได้พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรและยิงปืนโดยใช้ดินระเปิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ม้าเหล็กขยี้ร่าง ชนชายวัย21ดับสยอง เร่งสอบฆ่าตัวตายหรืออุบัติเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันนี้ ( 6 กรกฎาคม 2568) เวลาประมาณ 09.20 น. ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เกิดสวัสดิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านในหูต ขณะปฏิบัติเวรสอบสวนคดีอาญา-จราจร ได้รับแจ้งจากพนักงานวิทยุ สภ.บ้านในหูต ว่า พบศพบริเวณริมรางรถไฟ แจ้งให้ พ.ต.ท.จเร ชูแก้ว สวญ.สภ.บ้านในหูตผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุและแพทย์ รพ.หลังสวน เพื่อร่วมชันสูตรพลิกศพจึงเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ เสาโทรเลขที่ 630/12 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร พบ นายวรรธนะ บุษฤดาจันทร์ อายุ 21 ปี ที่อยู่ 4 หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี (ทราบชื่อ นามสกุลจริงในภายหลัง) สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ นอนเสียชีวิตบริเวณริมรางรถไฟ เสาโทรเลขที่ 630/12 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สภาพศพพบแผลฉกรรจ์บริเวณใต้คาง และขาทั้งสองข้าง พักอาศัยบ้านเช่าเลขที่ 119 หมู่ที่ 10 ตำบลแหลมทราย อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตรจากการสอบถามนายชัชชัย ยมโชติ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟหลังสวน ทราบว่า ผู้ตายถูกรถไฟขนส่งสินค้า ขบวนที่ 778 ซึ่งได้แล่นออกจากสถานีรถไฟหลังสวน ชนเข้ากับผู้ตายเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 20.18 น. จึงได้ให้กู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน นำศพไป รพ.หลังสวน เพื่อทำการชันสูตรร่วมกับแพทย์ ญาติของผู้ตายไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบศพให้กับทางญาติไปดำเนินการทางประเพณีทางศาสนาต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดตลาดด่านสิงขรคึกคัก ชาวไทย-เมียนมา นำสินค้ามาวางขายกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน 2 ประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.68 บรรยากาศการเปิดตลาดการค้าด่านสิงขร วันแรก ที่บริเวณจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ เริ่มคึกคัก มีบรรดาผู้ค้าทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาพากันนำสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร สินค้าพื้นถิ่นมาวางจำหน่าย โดยครั้งนี้เป็นการนำร่องเปิดตลาด 10 วัน

ตั้งแต่วันที่ 4-13 ก.ค.68 จากนั้นจะมีการเปิดตลาดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านช่องทางด่านสิงขร อีกครั้ง หลังจากทางเมียนมาได้มีการปิดด่านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับช่องทางสิงขรไปนานตั้งแต่ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่อเนื่องมาถึงการเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในฝั่งเมียนมา

โดยผ่อนปรนให้เฉพาะการขนส่งสินค้าข้ามแดนเท่านั้น แต่ปัจจุบันสถานการณ์ฝั่ง จ.มะริด เป็นปกติจึงมีการกลับมาเปิดด่านให้บุคคลสามารถเดินทางข้ามแดนระหว่างกันไดนายวิษณุลักษณ์ คุ้มเดช และ นางสาวอุไร อีคฮูท ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ด่านสิงขร กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เห็นด่านสิงขรกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงาไปนานตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดตลาด

ผู้ค้าอาจจะยังไม่มาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้มากนัก เชื่อว่าถ้าเป็นช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ บรรยากาศน่าจะคึกคักมากกว่านี้ โดย จ.ประจวบฯ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง มาที่นี่แล้วก็สามารถที่จะเดินทางต่อไปเที่ยวที่อื่นได้อีก ส่วนตัวชอบที่ชาวเมียนมามักจะนำต้นไม้แปลก ๆ มาวางขาย อยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาที่ด่านสิงขรกันมาก ๆ เพื่อให้มีความคึกคัก มีการจับจ่ายใช้สอยอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ด่านตรงนี้มีความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และหากเป็นไปได้ก็อยากจะเดินทางข้ามไปท่องเที่ยวที่ฝั่งเมียนมาเช่นกัน

ทั้งนี้ ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีคำสั่งที่ 1/2568 เรื่องการกำหนดมาตรการในการใช้ช่องทางผ่านแดน ณ จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบฯ ในช่วงวันที่ 4-13 ก.ค.68 โดยอนุญาตให้บุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถเดินทางเข้ามาในฝั่งไทยได้ตั้งแต่เวลา 06.30 น.และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. โดยใช้หนังสือรับรองบุคคล บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และอนุญาตให้เข้าถึงเฉพาะบริเวณพื้นที่บ้านไร่เครา ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เท่านั้น

โดยให้ที่ทำการปกครอง อ.เมืองประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกพื้นที่และตรวจสอบสิ่งของผิดกฎหมายลักลอบนำเข้า จัดรถรับส่งบุคคลและสินค้า เพื่อบริการประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยตลอดระยะเวลาจัดกิจกรรม ขณะเดียวกัน บุคคลสัญชาติไทยสามารถเดินทางออกไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาได้ ตั้งแต่เวลา 06.30 น.ด้วยการใช้บัตรผ่านแดนและบัตรผ่านแดนชั่วคราว และต้องเดินทางกลับภายในเวลา 18.30 น. เช่นกัน.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / แตกตื่น! คนงานวางบ่วงดักหนู แต่ได้เสือดาวกลางสวนริมโขง มุกดาหาร​

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งว่าคนงานภายในพื้นที่

บ้านสวนปารี อินทผลัมริมโขง บ้านนาเวียงแก ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พบสัตว์ป่าติดกับดักหนูที่วางไว้เพื่อป้องกันพืชผลและลูกไก่ที่ถูกกัดกินบ่อยครั้ง

โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.ของวันนี้ คนงานในสวนเดินตรวจรอบสวนแล้วพบสัตว์ขนาดใหญ่คล้ายแมวป่าถูกบ่วงรัดอยู่ ด้วยความตกใจจึงถ่ายภาพส่งให้ผู้จัดการตรวจสอบ ก่อนจะได้รับคำยืนยันว่าเป็น “เสือดาว” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

ภายหลังจากทราบเรื่อง นายอดุลย์ จึงได้นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าดำเนินการพร้อมกับประสานไปยังนายสถิตย์ พิสัยสวัสดิ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร (CITES)

เพื่อให้เข้าดำเนินการช่วยเหลือดูแลเสือตัวดังกล่าว และตรวจสอบว่าเป็นเสือดาวที่มาจากป่าธรรมชาติหรือเป็นสัตว์ป่าที่เอกชนเลี้ยงไว้แล้วหลุดออกมา หรือไม่อย่างไร

เสือดาวริมโขง #นาเวียงแก #นาสีนวน #มุกดาหาร #สัตว์ป่าคุ้มครอง #บ่วงดักหนู #ข่าวสัตว์ป่า #ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #CITESมุกดาหาร #ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร #สวนปารีอินทผลัม​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ฝ่ายป้องกัน ทม.มุกดาหาร เข้าระงับเหตุ หลังพบชายเร่ร่อนถือมีดยาวในสวนสุขภาพ / ​ชาวบ้านเดือด! “ต้อม ศรีไท” เสพยาขโมยของ ขี่มอเตอร์ไซค์หนี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากประชาชนที่มาออกกำลังกายใน สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ กาญจนาภิเษก หรือที่รู้จักกันในชื่อ “สวนสุขภาพ” ว่ามีชายเร่ร่อนถือมีดยาวเดินไปมาในพื้นที่สวน สร้างความหวาดกลัวและกังวลใจต่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ และเทศกิจ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบชายคนดังกล่าวถือมีดด้ามยาวอยู่จริง จึงเข้าขอความร่วมมือให้วางอาวุธ พร้อมชี้แจงว่า สวนสุขภาพเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการพักผ่อนและออกกำลังกาย ไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นที่พักอาศัยหรือถืออาวุธเดินไปมา

จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร มารับตัวชายเร่ร่อนไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปมุกดาหาร #สวนสุขภาพ #เทศกิจ #ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #แจ้งเหตุทันใจ #เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ #ปลอดภัยไว้ก่อน #ความปลอดภัยของประชาชน​ ภาพ/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​ชาวบ้านเดือด! “ต้อม ศรีไท” เสพยาขโมยของ ขี่มอเตอร์ไซค์หนี เจ้าของบ้านคว้ามีดพร้าไล่ ชาวบ้านวอนแจ้งความอย่าปล่อยผ่าน!

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ชาวบ้านบ้านหนองแอก หมู่ 5 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร สุดทน! โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด ระบุมีชายคนหนึ่งชื่อ “นายศรีไท” หรือ “ต้อม” อายุ 35 ปี เข้ามาที่บ้านแล้วขอยืมรถจักรยานยนต์ แต่เจ้าของไม่ยอมให้ ก่อนชายคนดังกล่าวจะขี่รถหนีไปหน้าตาเฉย ทำให้เจ้าของบ้านต้องคว้ามีดพร้าด้ามยาววิ่งไล่ตาม กระทั่งเจ้าตัวทิ้งรถแล้ววิ่งหลบหนีไป

จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าว ทราบจากชาวบ้านและเจ้าของบ้านว่า นายศรีไท หรือ ต้อม มีประวัติเสพยาบ้ามานาน เคยขโมยของ ขโมยขี้ยาง ข่มขู่ญาติพี่น้องหลายราย ชาวบ้านส่วนใหญ่หวาดกลัว จึงไม่กล้าแจ้งความ ทำให้เจ้าตัวยิ่งได้ใจและก่อเหตุซ้ำ

นายเหวี่ยง อุทาวงษ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองแอก เผยว่า ปวดหัวกับพฤติกรรมของชายคนนี้มานาน ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่มีใครกล้าดำเนินคดี เพราะกลัวจะถูกทำร้าย ตอนนี้อยากวิงวอนให้ผู้เสียหายทุกคนรวมตัวกันเข้าแจ้งความ จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างจริงจัง ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปกว่านี้

ใครเคยถูกข่มขู่หรือขโมยของ อย่าเงียบอีกต่อไป แจ้งความเลย! เพื่อความปลอดภัยของทั้งชุมชน
ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 2 แสนเม็ดกลางสวนยางพารา ที่บึงกาฬ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.เวลาประมาณ 09.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ นายวงศกร มองเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอโซ่พิสัย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนมาก โดยมียาบ้าชนิดสีแดง 214,000 เม็ด และชนิดสีเขียว 4,040 เม็ด รวมทั้งสิ้น 218,040 เม็ด

การตรวจยึดครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. นายสำรวย หัตถมาศ กำนันตำบลถ้ำเจริญ ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่าพบถุงพลาสติกห่อวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณเถียงนาสวนยางพาราของนายสมัคร อินไชยา หมู่ที่ 10 ตำบลถ้ำเจริญ อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ จึงได้ประสานนายวงศกร มองเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. และกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอโซ่พิสัยที่ 5

ร่วมกับฝ่ายปกครองตำบลถ้ำเจริญ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบห่อถุงพลาสติกสีดำ ภายในมีวัตถุบรรจุหีบห่อเขียนตัวอักษร Y1 จำนวน 35 ห่อ และวัตถุอีก 3 ก้อน ห่อด้วยกระดาษซึ่งมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว A เขียนอยู่ข้างห่อ เมื่อตรวจสอบภายในหีบห่อดังกล่าว พบยาบ้าบรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงินแบบกดปิดเลื่อนเปิด โดยแบ่งเป็นถุงละ 200 เม็ด และคละสีแดง เขียว และชมพู รวมจำนวน 107 มัด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมัคร อินไชยา เจ้าของเถียงนาและสวนยางพารา ให้การว่าเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตนได้เข้ามาหยอดน้ำกรดยางพารา และสังเกตเห็นห่อถุงพลาสติกสีดำวางอยู่ใต้ถุนเถียงนา จึงเกิดความสงสัยและแกะดูเบื้องต้น พบว่าเป็นยาบ้าที่เคยเห็นจากข่าว จึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลถ้ำเจริญ และกำนันตำบลถ้ำเจริญ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้เข้าดักซุ่มเฝ้ารอผู้ที่อาจจะเข้ามาหยิบยาบ้าดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น.

ไม่พบผู้ต้องสงสัยเข้ามายังจุดเกิดเหตุ จึงได้ร่วมกันเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้ง และนำยาบ้าทั้งหมดไปตรวจนับโดยละเอียด ซึ่งยืนยันว่ายาบ้าทั้งหมดที่ตรวจยึดได้คือชนิดกลมแบน สีแดง จำนวน 214,000 เม็ด และชนิดกลมแบน สีเขียว จำนวน 4,040 เม็ด รวมทั้งสิ้น 218,040 เม็ด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดยาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโซ่พิสัย เพื่อดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดและขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล/บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ขนไม่พะยูง รับสารภาพได้ค่าจ้าง 15,000 บาท ต่อเที่ยว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 26 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าที่ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ด.ต.ธนพนธ์ เกิดเขาทะลุ ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. ส.ต.อ.มาตภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. ร่วมกับ นามเจ้าพนักงานตำรวจ กก.5 บก.ปทส. นำโดย ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ สมบุญ รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล, ร.ต.ท.สมพร วิเศษสวัสดิ์ รอง สว.(ป.), ด.ต.วิสุท กันตังกุล ผบ.หมู่.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล. เจ้าพนักงานตำรวจ ปทส.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.จำนง เต็งประยูร รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชพ. ,ร.ต.ต.ประสาน สุวรรณโณ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชพ. ,จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มึสติ ผบ.หมู่.กก.สส.ภ.จว.ชพ เจ้าพนักงานกอ.รมน.จว.ชพ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ จนท.ฝ่ายการข่าวฯ ,จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง ,จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา ,จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์

 ทำการจับ1.นายสมัย (สงวนนามสกุล)  อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1 1998 00083 53 4 บ้านเลขที่ 66 หมู่ 10 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยของกลาง ไม้พะยูง ความยาวประมาณ 2 เมตร รวมทั้งสิ้น 73 ท่อน(ไม้หวงห้ามประเภท ก.) .รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฌ 5915 กทม. เลขตัวถัง MP1TFR40JMT007548 หมายเลขเครื่องยนต์ 4JJ3WD6023 จำนวน 1 คัน  โทรศัพท์ ยี่ห้อเรดมี่ สีดำ ระบบทรูมูฟ หมายเลข 0957808116 จำนวน 1 เครื่อง เลขIMEI(ช่องซิม1) 865504060168585 เลขIMEI(ช่องซิม2)865504060168593
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำ รถวิทยุฯ 2406 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ขณะตรวจมาถึงบริเวณถนนเพชรเกษม ทล.4 กม.470-471  (ขาเข้า กทม.) ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  ได้พบรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒฌ 5915 กทม. ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2406 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา ด้วยความเร็ว และมีเหตุสงสัยว่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าวให้หยุด เพื่อตรวจสอบและว่ากล่าวตักเตือน เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดบริเวณขอบทางด้านซ้าย พบ นายสมัย เครือสีดา (ทราบชื่อภายหลัง)  เป็นผู้ขับขี่รถกระบะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรวจสอบใบขับขี่ และสอบถามนายสมัยฯ ว่าตนได้บรรทุกสิ่งใดมา เบื้องต้น นายสมัยฯ แจ้งว่าบรรทุกทุเรียนมาจาก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็น นายสมัยฯ  แสดงอาการพิรุธ ลุกลี้ลุกลน จึงขอทำการตรวจสอบภายในรถ ก่อนจะทำการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้แสดงความบริสุทธิ์ให้ นายสมัยฯ ดูจนเป็นที่พอใจก่อนทำการตรวจค้นและนายสมัยฯ ยินยอมให้ตรวจค้น จากการตรวจสอบพบ  ท่อนไม้ซึ่งยังไม่ได้แปรรูป จำนวนหนึ่ง บรรทุกอยู่ภายในตู้ทึบของรถคันดังกล่าว ที่นายสมัยฯ ขับขี่มา จากการสอบถามนายสมัยฯ เบื้องต้นให้การว่า ท่อนไม้ที่บรรทุกมานั้น เป็นไม้พะยูง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายสมัยฯและรถบรรทุกคันดังกล่าวพร้อมท่อนไม้ที่บรรทุกอยู่ในรถกระบะ มาทำการตรวจสอบโดยละเอียด ที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ  เจ้าหน้าที่สอบถามนายสมัยฯ ให้การว่า ไม้ที่ตนบรรทุกมานั้น เป็นไม้พะยูง โดยตนได้บรรทุกมาจาก พื้นที  จังหวัดสงขลา ซึ่ง มีชายชาวมาเลเซีย จำนวน 4 คน พร้อมรถบรรทุกติดแผ่นป้ายทะเบียนมาเลเซีย(จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้) นำไม้พะยูงมาให้ตน ซึ่งนัดรับกั บริเวณริมป่าทึบข้างทางและไม่ทราบจุดที่แน่นอน ในพื้นที่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และนำไปส่ง บริเวณ ริมแม่น้ำโขง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยตนได้รับการว่าจ้างจาก จากนายชัยยพล ถาวรหิรัญพัทธ์ โดยได้ติดต่อและรับงานดังกล่าว ผ่านทางแอบพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งใช้ชื่อ”ขุนเดช” ได้รับค่าจ้างครั้งล่ะ 15,000 บาท  โดยค่าจ้างดังกล่าว ได้รับโอนผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 0908287878 ชื่อบัญชี นายชัยยพล  ถาวรหิรัญพัทธ์ โดยนายสมัยฯ ให้การเพิ่มเติมว่าตนได้รับการว่าจ้างให้บรรทุกไม้พะยูง จากนายชัยยพลฯ มาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จนกระทำถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้ 

จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่าไม้พะยูงขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร จำนวน 73 ท่อน เป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก.(ไม้หวงห้ามธรรมดา) ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 ลำดับที่ 53 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ นำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต(ไม่มีใบเบิกทาง) ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484

นายสมัย เล่าว่า บรรทุกมาจากสะเดาหาดใหญ่จะนำไปที่จังหวัดหนองคายโดย ได้รับค่าจ้างขนไม้มาเที่ยวละ 15,000 บาทโดยครั้งนี้ได้ขนไม้พะยูงมาเป็นครั้งที่ สี่ ส่วนเที่ยวที่ผ่านมาไปลงที่หนองคายในครั้งนี้จะไปที่โพนพิสัยบริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อนที่รับจ้าง แนะนำมาให้ไปขนไม้ปกติก็จะมีอาชีพรับจ้างทั่วไปขนข้าวขนของขนย้ายบ้านย้ายของให้กับชาวบ้าน อยู่ตลอดส่วนใหญ่ที่ผมเดินทางเข้าไปรับไม้ก็จะเป็นเที่ยวสุดท้ายตลอดส่วนไม้น่าจะมีจำนวนมากกว่านี้เยอะครับ
เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อกล่าวหาว่า .

มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 69 วรรค2(2) นำไม้หวงห้ามเคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาต(ไม่มีใบเบิกทาง) ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39 ผู้ถูกจับกุมทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับข้างต้นแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่ง พงส. สภ.ท่าแซะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514