คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงใหม่ ขานรับนโยบาย ผบช.ภ.5 เร่งระดมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า จับกุมผู้ต้องหา 1 คนพร้อมของกลางมูลค่า 2 แสนบาท

แชร์เนื้อหานี้

19 มี.ค. 68 เวลา 16.30 น. สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลพบว่ามีเป็นจุดที่มีการกักตุนสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและเจ้าหน้าที่ศุลกากร บูรณาการกำลัง นำกำลังเข้าตรวจสอบ อพาร์ทเมนต์ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตามที่สายลับได้แจ้ง

พบ นายธีรุตม์ อายุ 26 ปี ที่อยู่ ม.1 ต.ช้างเผือก อ.เมืองจ.เชียงใหม่ กำลังเดินลงมาจากห้องพักและมายืนสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่บริเวณหน้าสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้นายธีรุตม์ฯ ทราบว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่สูบเป็นของผิดกฎหมายและได้สอบถามนายธีรุตม์ฯ เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เหลือ นายธีรุตม์ฯ มีท่าทางพิรุธ อาการ ตัวสั่น มือสั่น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเห็นพิรุธจึงได้ขอทำการตรวจค้นห้องพักที่นายนาย ธีรุตม์ฯ พักอาศัยซึ่งน่าสงสัยว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าเก็บซุกซ่อนไว้

โดยนายธีรุตม์ฯ ได้พาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปตรวจค้นห้องพักโดยความสมัครใจ ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ไฟฟ้าของกลางดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนายธีรุตม์ฯ ยอมรับว่าเป็นของตนซึ่งเก็บซ่อนไว้เพื่อรอจำหน่ายให้วัยรุ่นที่ต้องการในชุมชนใกล้เคียงและในเมืองเชียงใหม่

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจยึดไว้ ซึ่งนายธีรุตม์ฯ ให้การรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าของกลางที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึดนั้นเป็นของตนจริง และขณะเจ้าหน้าที่ทำการจับกุมนั้นอยู่ในความครอบครองของตนจริง จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวมาที่ ห้องสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จัดทำบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐานแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง” ซึ่งนายธีรุตม์ หรือติน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ของกลางที่ตรวจยึด 1.บุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง 2.หัวบุหรี่ไฟฟ้าประเภทใช้แล้วทิ้ง 3.น้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 1,739 ชิ้น มูลค่าประมาณ 200,000 บาท นำตัวผู้ต้องหาและของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป .

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กกล. สุรศักดิ์มนตรี มุกดาหาร จับสินค้าหนีภาษี ข้ามโขง 35 รายการ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568​ ร.ต.กฤษดา มุลมาตย์ ผบ.มว.สกัดกั้นฯ ที่ 1 กองกำลังสุรศักดนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีผู้ลักลอบนำสินค้านำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน จึงได้จัดกำลังออกเฝ้าตรวจร่วมกับ เจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร , ร้อย.ฉก.ทพ.2105 และ สำนักข่าว กอ.รมน., บริเวณพื้นที่ บ.หนองผือ ม.6 ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร

จนกระทั้งเวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีรถกระบะตรงตามรายละเอียดที่แจ้งไว้วิ่งเข้ามาบริเวณที่เจ้าหน้าที่ซุ่มอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดรถ ขอตรวจค้น ผลตรวจค้นพบอาหารเสริม , ยาสามัญประจำบ้าน, สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ฯลฯ จึงได้ควบคุมนายคมคิด อุทาวงค์ (เบิร์ด) อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ 5 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร คนขับรถ พร้อมด้วยของกลางจำนวน 35 รายการ

ประกอบด้วย 1. นมผงยี่ห้อ FALIGOLD จำนวน 150 ลัง, ลังละ 24 กระปุก รวม 3,600 กระปุก 2. ตะกร้าหวาย ขนาด 20×10 ซม. จำนวน 720 ชิ้น 3. เคสคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชิ้น 4. เครื่องล้างขวดนม จำนวน 4 เครื่อง 5. ไฟ LED จำนวน 200 ชิ้น 6. สายฉีดชำระ จำนวน 12 ชุด

7. เส้นด้าย จำนวน 5 ลัง ลังละ 5 กก. รวม 25 กก.​ 8. รองเท้าสตรี (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 7 คู่ 9. กาวติดขนตา จำนวน 355 ซอง 10. ขนตาปลอม (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 370 ชิ้น 11. ยาแก้หวัดยี่ห้อ CEDIPECT 562 กระปุก 12. ยาแก้ไอยี่ห้อ AECTALVICCODEIN จำนวน 100 กล่อง, กล่องละ 10 แผง, แผงละ 10 เม็ด

13. อาหารเสริมยี่ห้อ HUNASOY WHISSKIN PLUS 6 กล่อ 14. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ LOUIS VITLONG จำนวน 8 ใบ 15. กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อ GOYARD 1 ใบ 16. รองเท้าสตรียี่ห้อ PRADA จำนวน 1 คู่ 17. รองเท้าสตรียี่ห้อ JIMMYCHOO จำนวน 1 คู่ 18. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS จำนวน 2 ใบ 19. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ อามานี จำนวน 1 ใบ 20. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ CALUH KLEH จำนวน 1 ใบ 21. กระเป๋าขาดอกยี่ห้อ PRADA จำนวน 1 ใบ 22. กระเป๋าสะพายสตรียี่ห้อ CHANEL จำนวน 1 ใบ 23. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ DIOR จำนวน 1 ใบ 24.

กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ GOYARD จำนวน 4 ใบ 25. กระเป๋าถือสตรียี่ห้อ MICHAEL KORS จำนวน 5 ใบ 26. กระเป๋าสะพายสตรียี่ห้อ GUCCI จำนวน 1 ใบ 27. อาหารเสริมยี่ห้อ COLOSLG GOLD จำนวน 18 กระป๋อง 28. อาหารเสริมยี่ห้อ TRUEMOM จำนวน 12 กระป๋อง 29. รองเท้าสตรี (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 24 คู่ 30. เสื้อผ้าแฟชั่น (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 60 ตัว

31. อะไหล่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ HONDA จำนวน 55 ชิ้น 32. กรองอากาศรถจักรยานยนต์ (ไม่มียี่ห้อ) จำนวน 4 ชิ้น 33. สายพานรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 ชิ้น 34. อะไหล่เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 ชิ้น 35. รถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA HILUX REVO สีขาว ทะเบียน บท 6331 มุกดาหาร
นำส่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผงะ! สสจ.มุกดาหาร​ ตำรวจ​ และเทศกิจ ลงพื้นที่ตลาดอินโดจีน พบสินค้าหมดอายุ-ไม่มี อย. วางขาย / คนร้ายฉวยโอกาสช่วงพระออกบิณฑบาต ลักพระพุทธรูปบูชา​ วัดศรีมงคลเหนือ/ชุดสืบตร.มุกดาหารจับยาบ้าหกแสนเม็ดพร้อม2นักบิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม นายอัฐพร กิจนิธิวรวริศ​ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลเมืองมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าบริเวณตลาดอินโดจีนมุกดาหาร เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร

ที่จำหน่ายสินค้ากลุ่มสินค้าบริโภค ประเภทขนม และของฝาก เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สืบเนื่องจากได้มีนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาซื้อสินค้าบริโภคในตลาดอินโดจีน แล้วพบว่าผู้ประกอบการค้าได้นำสินค้าหมดอายุมาจำหน่ายให้ และสินค้าบางประเภทไม่มีฉลาก อย. ซึ่งเป็นสินค้าไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงได้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ จาก 3 หน่วยงาน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้าในตลาดอินโดจีน

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบว่า มีร้านค้าหลายร้าน ที่จำหน่ายสินค้าบริโภคโดยเฉพาะประเภทขนมและของขบเคี้ยวที่หมดอายุ นอกจากนี้ยังมีสินค้าต่างประเทศที่ไม่มีฉลาก อย. วางขายเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและดำเนินคดีตามกฎหมาย กับผู้ประกอบการต่อไป

จับแม่ค้าตลาดอินโดจีนมุกดาหารขายสินค้าหมดอายุ #ดำเนินคดีแม่ค้าตลาดอินโดจีนมุกดาหารขายสินค้าไม่มีอย. #ตลาดอินโดจีนมุกดาหาร #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​คนร้ายฉวยโอกาสช่วงพระออกบิณฑบาต ลักพระพุทธรูปบูชา​ วัดศรีมงคลเหนือ

เมื่อเช้าวันที่ 17 มีนาคม กล้องวงจรปิดของวัดศรีมงคลเหนือ ตำบลมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร สามารถจับพฤติกรรมของชายอายุประมาณ 40 ปี เดินเข้ามาภายในบริเวณศาลาหน้ากุฏิเจ้าอาวาส แล้วเห็นว่าไม่มีคนอยู่จึงทำการอุ้มเอาพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้บริเวณตู้กระจกขึ้นรถจักรยานยนต์ขับขี่ออกจากวัดไป

ต่อมาพระครูวิมลธรรมปคุณ ( เจ้าอธิการอุทิศ อาสโก) เจ้าอาวาส กลับมาจากการบิณฑบาต สังเกตเห็นว่าพระพุทธรูปหายไป จึงได้เปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายสวมกางเกงขายาวสีกรมหรือดำ ใส่รองเท้าสวม ใส่เสื้อแขนยาว สีขาวปล่อยชาย

สวมหมวกสะพายกระเป๋าสีดำไว้ข้างหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ อฮนด้าเวฟ สีแดง ทะเบียน กจพ 4 ชื่อจังหวัดไม่ชัดเจน ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากวัดไป จึงได้ให้นายชินภัทร วริยาศกร ลูกศิษย์วัดเข้าแจ้งความ ต่อ ร.ต.อ. ศุภชัย บุญที ตำแหน่ง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมุกดาหารได้แกะรอยจากรถจักยานยนต์ที่คนร้ายใช้และไล่ตรวจสอบกล้องตามเส้นทาง ในที่สุดสามารถตามควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ได้ และได้นำมาใช้ที่วัดศรีมงคลเหนือ พร้อมกับพระพุทธรูปที่อุ้มไป เมื่อทางเจ้าอาวาสได้พูดคุยสอบถาม พบว่ามีลักษณะอาการคล้ายคนสติไม่สมประกอบจึงได้อโหสิกรรม ไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าว อีกต่อไป

ลักพระพุทธรูปวัดศรีมงคลเหนือ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุดสืบ ภ.จว.มุกดาหาร ไล่สกัดจับรถขนยาบ้า 6 แสนเม็ด พร้อม 2 นักบิน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568​พ.ต.ท.เดชา เวฬุวนารักษ์ สว.กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าโดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู รุ่นดีแม็ก สีขาว ในการขนส่งโดยจะใช้เส้นทางจากแยกบ้านนายอ ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ผ่านทาง อ.เมืองมุกดาหาร ไปยัง อ.คำชะอี เพื่อจะเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้รายงาน พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผบก.ภ.จว. มุกดาหาร และ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก. กก.สส.ภ.จว.มุกดาหาร ทราบ และวางแผนเพื่อจับกุม จากนั้นได้ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง กระทั่ง ในเวลาต่อมาได้พบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สี่ประตู รุ่นดีแม็ก สีขาว ทะเบียน 9กด 5094 กรุงเทพมหานคร ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ขับติดตาม กระทั่งรถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าถนนบ้านหนองแวง ผ่านไปยังบ้านหนองกระโซ่ จากนั้นกลับรถขับเข้า อ.เมืองมุกดาหาร

ชุดจับกุมได้ขับติดตามตลอดจนมั่นใจว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวมียาเสพติดแน่นอน เมื่อไปถึงถนนระหว่างบ้านพรานอ้น-แยกโพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร จึงได้แสดงตัวส่งสัญญาณให้หยุดรถ แต่คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะชนท้ายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่จนได้รับความเสียหายและพยายามขับถอยหลังเพื่อหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดและควบคุมผู้ขับ คือ นายมนัสพงศ์ หรือโต้ง (นามสมมุติ) และนายอัครสิทธิ์ หรือจ๊อบ(นามสมมุติ) นั่งอยู่ข้างคนขับ ตรวจสอบในรถยนต์กระบะพบกระสอบสีเขียว วางอยู่ในห้องโดยสารหลังคนขับ จำนวน 3 กระสอบ เมื่อเปิดกระสอบออกดูพบยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดยาบ้าทั้งหมด พร้อมรถยนต์กระบะไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดสืบตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารจับยาบ้าหกแสนเม็ดพร้อม2นักบิน #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ศป.ปส.อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น “ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568”

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 13 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปภายใต้การอำนวยการของนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ต.อนุวัตร สุวรรณภูมิ ผบก.ภ.จว.ขก. นายยุทธพร พิรุณสาร รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ นายคารม คำพิทูรย์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น

นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ/ผอ.ศป.ปส.อ.ชุมแพ พ.ต.อ.รักชาติ เรืองเจริญ ผกก.สภ.ชุมแพ สั่งการให้ นายสมคิด ชำนิกุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง หมายเลขบัตร ปปส. 6700098 นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมแพ พร้อมด้วยชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เจ้าหน้าที่ อสม. และชุดปฏิบัติการตำบลหนองเขียด นำโดยนายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด เจ้าหน้าที่รวมจำนวน 45 คน

เปิดยุทธการ “ฟ้าสางที่หนองเขียด” ภายใต้ภารกิจพิทักษ์ขอนแก่น 2568 ตั้งจุดตรวจจุดสกัด พร้อมเปิดปฏิบัติการค้นหาผู้เสพยาเสพติด ในพื้นที่บ้านหนองกุงหมู่ที่ 5 และ บ้านโนนรังหมู่ ที่ 10 ตำบลหนองเขียด ผลการปฏิบัติจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 1 ราย

นายพงศกร อรชรอายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 222/141 หมู่ 6 ตำบลโนนสะอาด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พร้อมของกลาง
1) ยาบ้า จำนวน 604 เม็ด
2) ยาไอซ์น้ำหนัก 0.6 กรัม
3) รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ KTM รุ่น DUKE 200 สีส้ม-ขาว ป้ายทะเบียน 1 กฎ 2369 ลพบุรีจำนวน 1 คัน
4) ปวดปัสสาวะจำนวน 1 ขวด

โดยกล่าวหา

  1. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน
  2. ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย

พฤติการณ์โดยย่อ
ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการนำส่งยาเสพติดให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ม.5 ม.10 ตำบลหนองเขียด นายปรีชา อุ่นสวัสดิ์ กำนันตำบลหนองเขียด และนายธีระพัฒน์ โยมา ผญบ.บ้านโนนรัง ได้ร่วมบูรณาการกำลังจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อ

ป้องกันการกระทำความผิดกฎหมาย และการแพร่ระบาดของยาเสพติด และได้เปิดยุทธการค้นหาผู้เสพเพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัด ซึ่งได้เดินเคาะประตูสุ่มตรวจปัสสาวะกลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน พบผู้เสพที่สมัครใจเข้ารับการบำบัด จำนวน 37 คน และได้หยุดตรวจรถยนต์รถ จักรยานยนต์ รวมจำนวน 50 คัน

07.00 น. นายพงศกรฯ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาที่จุดตรวจฯ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนและขอหยุดตรวจสอบ พบว่ามีท่าที่ต้องสงสัย มีอาการลุกลี้ลุกลน เลยได้สอบถามว่าเคยใช้สารเสพติดหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเคยเสพยา จึงได้เชิญตัวลงจากรถเพื่อตรวจสอบ ภายหลังการตรวจสอบพบยาบ้า จำนวน 3 ถุง ซุกซ่อนในกระเป๋ากางเกงด้านขวา ภายในถุงซิปล็อคสีน้ำเงินเข้ม

ซึ่งมียาบ้า รวมจำนวน 604 เม็ด และยาไอซ์ 1 ซอง น้ำหนักรวม 0.6 กรัม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวนายพงศกรฯ มาสอบสวนข้อมูล ทำบันทึกจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีฝตำรวจภูธรชุมแพ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วินนิวส์ /ภาพข่าว ศูนย์ข่าวสื่อรัฐทีวีขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สกัดรถแก๊งขนยาไอซ์กว่า 1 พันกิโล ดอยแม่สลอง ดัดแปลงรถคล้ายรถทหารลำเลียง ยิงปะทะเจ็บ 2 รวบอีกเพียบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.68 กำลังเจ้าหน้าที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 บช.ปส. กองกำลังผาเมือง ป.ป.ส.ภาค 5 กองกํากับการสืบสวน ตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย สภ.แม่ฟ้าหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.กิดากร จันทรา ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง นำโดย พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ,พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5, พ.อ.มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พ.อ.อนุวัช ปัญญานันท์ ผบ.หน่วยเฉพากิจทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุลผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุรกิจ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบยาไอซ์ประมาณ ประมาณ 1,500 กิโลกรัม ซุกซ่อนในถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 15 ถัง บรรทุกอยู่ในรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ติดป้ายทะเบียนหน้ารถ ทะเบียนจักร 05875 คล้ายรถบรรทุกของทหาร

โดยการตรวจยึดครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ที่ผ่านมา บริเวณอนุสรณ์สถานวีรชน หมู่ 1 บ้านสันติคีรี ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง
จ.เชียงราย เจ้าหน้างกองกำกับการสิบสวนภูธรจังหวัดเชียงราย ได้ติดตามขบวนการค้ายาเสพติดทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาจากพื้นที่ชายแดน ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จึงได้ทำการวางกำลังสกัดกั้นตามเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มขบวนการจะใช้ในการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว

จนกระทั่งพบรถรถยนต์ 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ติดป้ายทะเบียนหน้ารถ ทะเบียนจักร 05875 จากการตรวจค้นภายในรถ พบถังน้ำมันขนาด 200ลิตร
จำนวน 15 ถัง บรรทุกอยู่ เมื่อเปิดดูภายในพบเป็นยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ จากนั้นได้มีรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด เอฟเวอร์เรส ติดป้ายทะเบียนป้ายแดง ร 1507 กทม. มีชาย จำนวน 2 คน หญิง 1 คน อยู่ในรถ ขณะที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าทำการตรวจสอบคนในรถได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่จนได้ปะทะกันขึ้น ทำให้ชาย จำนวน 2 คน ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาด ทราบชื่อคือ นายสำราญ วิพอ และนายอำนาจ ศุภโสรต ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำส่งโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดอาวุธปืนพักสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก

ต่อมาในเวลาต่อเนื่องกันที่บริเวณด่านตรวจแยกอีก้อ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ได้ตรวจรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ จำนวน 1 คัน ควบคุมตัวชาย จำนวน 4 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง พ.อ.มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า การสกัดกั้นการจับกุมในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ จนสามารถสกัดยาเสพติดในครั้งนี้ได้

ในส่วนของรถบนนทุกที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ไม่ได้เป็นรถของทางราชการ แต่มีการดัดแปลงทำสีให้คล้ายกันและใส่แผ่นป้ายทะเบียนปลอมขึ้นมาเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ แม้กระทั่งอุปกรณ์ภายในรถ
โดยในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ที่ถูกจับกุมทั้ง 2 คนเป็นอดีตทหาร รบพิเศษ ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี แต่ถูกปลอดออกจากราชการแล้ว นอกจากนี้ยังพบชุดฝึก อาวุธปืน AK เครื่องกระสุน และระเบิดลูกขว้างอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานเจ้าหน้าที่ EOD เข้าทำการตรวจสอบและเก็บกู้..ต่อไป.

สมจิตร แสงบัลลังก์ ธนวัฒน์โมมา.ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จนท.รพ.ช็อคได้ยินเสียงตุ๊บ คนป่วยหาย ตามหาทั้งคืน ตื่นเช้าพบเป็นศพ กระโดด ชั้น 4 ตึกผู้ป่วย ดับอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุ คนเสียชีวิต ภายในห้องเก็บของพนักงานทำความสะอาด อาคาร 9 A ชั้น 1 โรงพยาบาลศรีสะเกษ อำเภอเมืองฯ จังหวัดศรีสะเกษ หลังทราบเรื่องได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบ ศพผู้เสียชีวิต 1 ราย เพศหญิง อายุ 38 ปี ชาวอำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ สภาพศพหัวตั้งกับพื้นห้อง ก้นชี้ฟ้า เลือดจากศีรษะไหลนองทั่วบริเวณพื้นภายในห้อง โดยผู้เสียชีวิต สวมชุดสีฟ้าของผู้ป่วยที่มารักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ

***ต่อมา แพทย์หญิงแคทรียา เทนสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติ ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่ ได้นำผ้ามากั้นพื้นที่เปิดเหตุเพื่อปิดล้อมพื้นที่พบศพไว้ เพื่อไม่ให้ประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
***จากการสอบถาม พนักงานเวรเปล โรงพยาบาลศรีสะเกษ ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเข้ามารับเวรปฏิบัติหน้าที่ในช่วงกลางคืน ปรากฏว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ เวลาประมาณ 02.30 น. ของวันที่ 6 มีนาคม 2568 ได้ยินเสียงดัง คล้ายเสียงปิดประตู หรือเสียงสิ่งของกระแทกพื้น ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดว่าเป็นเสียงปรกติ จนกระทั่งตอนเช้า จึงมาทราบจากแม่บ้านในโรงพยาบาลศรีสะเกษ ว่า มีผู้ป่วย ที่มารักษาตัวที่ห้องอายุรกรรมหญิง กระโดดตึกลงมาจากชั้น 4 ซึ่งตนคนที่เข้าปฏิบัติหน้าที่อยู่รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์นี้เป็นอย่างมาก

***ขณะที่ แพทย์หญิงแคทรียา เทนสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทราบว่า มีผู้ป่วยกระโดดตึกเสียชีวิต เป็นผู้ป่วย เพศหญิง อายุประมาณ 38 ปี โรงพยาบาลวังหิน ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศรีสะเกษ โดยคนไข้มาด้วยโรคหัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด อีกทั้งยังเคยมีประวัติเสพสารเสพติดมาก่อน ตอนนี้รักษาตัวจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้ว เมื่อวานคุณหมอได้ทำการถอดเครื่องช่วยหายใจและกำลังมีแพลนจะเดินทางกลับบ้าน

***ซึ่งเหตุการณ์อันน่าเสียใจครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 02.30 น. ของวันนี้ (6 มีนาคม 2568) ได้รับแจ้งว่า มีผู้ป่วยได้หายไปจากห้องอายุรกรรมหญิง ชั้น 4 หลังทราบเรื่อง พยาบาล และเจ้าหน้าที่ได้รีบออกตามหา และตรวจสอบดูกล้องวงจรปิดก็ไม่พบคนไข้เดินออกจากตึกผู้ป่วย จากนั้นก็ได้แจ้งศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉิน ดำเนินการตามขั้นตอน จนกระทั่งพอรุ่งเช้า (07.00 น.) ได้รับรายงานจากแม่บ้านว่าเจอศพผู้ป่วยในห้องเก็บของที่ล็อคข้างในไว้ จึงแจ้งเจ้าหน้าทางโรงพยาบาลให้ไปตรวจสอบพร้อมรายงานตามขั้นตอนและแจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ ทางโรงพยาบาลได้แจ้งญาติและทำความเข้าใจกับญาติ

***เบื้องต้น ทางญาติไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตของผู้ป่วย ทางโรงพยาบาลศรีสะเกษจึงได้ดำเนินการช่วยเหลือเรื่องทำศพ และค่าดูแลจัดงานศพให้ในเบื้องต้น ก่อนส่งมอบศพให้กับทางญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / โจรตีเนียนเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แอบเข้ามาตัดสายไฟภายในปั๊มน้ำมันร่าง เด็กปั๊มมาเจอรีบจับโจรขับรถบึ่งหนีหายลอยนวล

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ได้มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ สมร สุเทวา ได้โพสคลิปและข้อความลงบนเพจเฟสบุ๊คชื่อ ศรีสะเกษ SisaketToday กลุ่มเสรี ว่า ฝากเตือนภัยกับบุคคลอันตรายคนนี้ด้วยครับได้ไปขโมยตัดสายไฟที่ปั๊มเก่าบ้านเพียนามเก่าเส้นไปถนนอุทุมพรตอนนี้ทางตำรวจกำลังตามตัวอยู่ครับใครพบเจอแจ้งไปที่ส.ภศรีเกษด้วยครับขอบคุนครับ

***ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท. (ปั๊มเก่า) ซึ่งอยู่ที่บ้านเพียงนาม ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ โดยได้พบกับ นางจีรณัฐ แสงทอง อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเด็กปั๊มมันและเป็นหนึ่งในคนดูแลปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูจุดที่คนร้ายในคลิปเข้ามาตัดสายไฟ และพาไปดูความเสียหายจากกลุ่มโจรที่เข้ามาขโมยทั้งสายไฟ เหล็ก และสิ่งของอื่นๆภายปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ซึ่งตั้งแต่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ปิดตัวลง มีโจรเข้ามาขโมยโดยไม่ขาดสาย

***นางจีรณัฐ เปิดเผยว่า ปั๊มน้ำมันแห่งนี้เป็นปั๊มน้ำมันเก่าที่ไม่ได้เปิดบริการแล้ว แต่เปิดเป็นที่พักให้กับเด็กปั๊มน้ำมันได้พักอาศัย และช่วยกันดูแลปั๊มน้ำมันแห่งนี้ โดยตอนเกิดเหตุ (วันที่ 4 มี.ค. 68) ช่วงประมาณ 12.00 น. ตนอยู่กับพี่ร่วมงานกัน 2 คน และกำลังจะนอนพักผ่อนกัน แต่อยู่ๆไฟฟ้าก็ดับ ตนเลยโทรศัพท์ไปแจ้งการไฟฟ้าว่าแถวนี้มีการดับไฟหรือไหม แต่การไฟฟ้าบอกว่าไม่มีการดับไฟฟ้าแถวนั้น รองไปดูตรงตู้ไฟดูว่าเบรกเกอร์ตัดหรือไหม ตนเลยเดินไปดูกับพี่ร่วมงานพอไปถึงก็ไปเจอรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110i จอดอยู่ และยังชายแปลกหน้ากำลังตัดสายไฟอยู่เลย ตนตระโกงตามกับชายแปลกหน้าว่าเป็นใครเข้ามาทำอะไร แต่ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวก็อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า มีคนให้มาตัดสายไฟ ตนพยายามจะให้ชายแปลกหน้าอยู่รอเจ้าหน้าที่ก่อน แต่ชายแปลกหน้าก็ได้รีบขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหลบออกไปจากจุดเกิดเหตุ

***เบื้องต้นพฤติกรรมของชายแปลกหน้าหน้าจะมีการชำนาญในการตัดสายไฟฟ้ามาก และหน้าจะเข้ามาขโมยสายไฟที่แห่งนี้หลายครั้ง จึงอยากจะของประชาสัมพันธ์ถ้าใครพบเห็นชายคนดังกล่าวสามารถแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้ เพราะเป็นการช่วยกันจับกุมไม่ให้ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวไปก่อเหตุกับคนอื่นๆอีก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเก็บหลักฐาน และสายไฟที่ถูกตัดไปเป็นหลักฐานแล้ว ซึ่งจะประสานเจ้าน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ให้เร่งติดตามชายแปลกหน้าคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.ร่วมหน่วยความมั่นคงแถลงตรวจยึดยาไอซ์ 117 กก. รวบ2ผัวเมีย พร้อมของกลางริมถนนหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 มีงคง ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานร่วมแถลงข่าว การตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 117 กิโลกรัม พร้อมผู้ต้อง 2 ราย ของกลางยาไอซ์ รถกระบะ 1 คัน พร้อมด้วย น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย พ.อ.พิชัย ขันโททอง

หน.ฝนผ.กอ.รมน.จังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ ผู้แทนตำรวจตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ ผู้แทน ป.ป.ส.ภาค 4 ผู้แทนกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เวลา 13.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ ร.ท.เพชรนคร ผิวขำ และ ร.ท.ไชยา เนียมแสง พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด ระหว่างห้วยดอกไม้ ไปจนถึง บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ นอกจากนั้นยังมีการชุดสนับสนุนให้อยู่ที่ตั้ง

กระทั่งเวลา 20.30 น.ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่ปากห้วยบ้านห้วยดอกไม้ ติดริมแม่น้ำโขง ได้ตรวจพบรถกระบะต้องสงสัยจอดอยู่บริเวณปากห้วยบ้านห้วยดอกไม้ ชุดปฏิบัติติการเฝ้าตรวจที่อยู่ที่บริเวณปากห้วยประสานไปยังชุดสนับสนุนให้เฝ้าติดตามรถกระบะคันดังกล่าว กระทั่งชุดเฝ้าตรวจสะกดรอยติดตามมาเรื่อยๆ จนมาถึงถนนหมายเลข 212 บึงกาฬ-นครพนม บ้านนาเจริญ ทำการส่งสัญญาณเพื่อให้รถคันดังกล่าวให้หยุดรถขอเข้าทำการตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย เป็นชาย 1 หญิง 1 และพบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 3 กระสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วจึงได้นำของกลางกลับมายังสถานีเรือบึงกาฬตรวจสอบรายให้ละเอียดอีกครั้ง เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 117 กิโลกรัม จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ก่อนจะทำการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. กล่าวว่า สืบเนื่องจากเปิดแผนปฏิบัติการของรัฐบาลในการ ซิล สต๊อป เซฟ และนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ นรข.ได้ร่วมบูรณาการกับหน่อยความมั่นคงในพื้นที่ในการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบลำเลียงนำเข้ายาเสพติดเข้าไปในพื้นที่ชั้นในของประเทศ การปฏิบัติวันนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่เราได้รับข่าวจากสายข่าวมีส่วนสำคัญในการนำมาซึ่งการจับกุมมีส่วนของการแถลงข่าววันนี้

ด้าน นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายปกครองได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่ง เมื่อครั้งที่แล้วได้แถลงข่าวจับยาบ้าไปล้านกว่าเม็ด ครั้งนี้เป็นยาไอซ์ก็แสดงว่ามีจุดเข้าของยาเสพติดในเขตพื้นที่จังหวัดบึงกาฬยังคงมีตลอด ทั้งนี้เหมือนจะขยายเข้าพื้นที่ตอนในประเทศ นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ก็เป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้เป็นอย่างมาก มาตรการ ซิล สต๊อป เซฟ ต้องเริ่มจากจังหวัดชายแดน ต้องขอบคุณกองกำลังไม่ว่าจะเป้นทหารเรือ ทหารบก ตำรวจ ความมั่นคงภายใน พี่น้อง อส.ซึ่งกระผมเองต้องเดินทางไปรับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนเราจะการสนับสนุนงบประมาณมาช่วย เพราะว่าการทำงานในพื้นที่ชายแดนต้องอาศัยสายข่าวค่อนข้างเยอะ หากวันนี้ไม่ได้สายข่าวจะไม่ได้จับกุมแน่นอน จึงต้องใช้งบประมาณมาสนับสนุนสายข่าวหาข่าว ส่วนการลงโทษผู้กระทำผิดให้อัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจลงโทษสถานหนักกับผู้ที่ลักลอบนำเข้ายาเสพติด และประสานงานกันอย่างเคร่งครัด ต้องสกัดกั้นให้หมด ควบคุมระบาดในพื้นที่ตอนในได้ ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐทีวี/ตร.ประจวบ ร่วมกับการไฟฟ้าปราณบุรี จับเหมืองบิทคอยน์กลางเมืองปราณ  พบเครื่องขุดบิทคอยน์ จำนวน 32 เครื่อง  ผู้ต้องหา 2 คน ข้อหาลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าหลวงอย่างผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

Lavc58.134.100

เมื่อเวลา17.30 น. วันที่ 3 มี.ค.68 พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับรายงานว่ามีการลอบใช้ไฟหลวงขุดบิตคอยน์ ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหาย บริเวณบ้านเช่า ในซอยรัฐ,บำรุง 9 ตรงข้ามโรงเรียนบ้านตำหรุ ตำบลเขาน้อย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.หงส์พรหม วิศิษฐ์ชนะชัย ผกก.สภ.ปราณบุรี พนักงานสอบสวน สืบสวน สภ.ปราณบุรี เจ้าหน้าพิสูจน์หลักฐานประจวบฯ  และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปราณบุรี รุดไปที่เกิดเหตุ

Lavc58.134.100

สืบเนื่องจากวันนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปราณบุรี ได้เข้าตรวจสอบบ้านแบ่งให้เช่า ห้องเลขที่ 110/10  พบว่าห้องดังกล่าวมีการใช้ไฟฟ้าผิดปกติ จึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรปราณบุรีมาร่วมตรวจค้น พร้อมขออนุญาตเจ้าของห้องเช่าเข้าตรวจค้นภายในห้อง พบว่าหลังห้องมีชั้นวางของมีเครื่องขุดบิทคอยอยู่เป็นจำนวนมากจำนวน 32 เครื่อง มีเครื่องบิทคอยที่กำลังเปิดเครื่องใช้ จำนวน 21 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึด อายัดเครื่องขุดบิทคอยทั้งหมด ไว้เพื่อตรวจสอบ ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่าพึ่งมาเช่าห้องทำได้ประมาณเดือนกว่าส่วนเครื่องขุดบิทคอยก็ซื้อเครื่องมือ 2 มาใช้ราคาไม่แพง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนนำเครื่องบิทคอยน์ พร้อมควบคุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ไปสอบสวบที่ สภ.ปราณบุรีต่อไป

Lavc58.134.100

พล.ต.ต.นครินทร์ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการปฏิบัติหน้าที่ของการไฟฟ้ามาตรวจสอบบริเวณนี้พบว่ามีการใช้กระแสไฟฟ้าแบบผิดปกติจึงประสานบ้านเจ้าของผู้ใช้ไฟเข้าตรวจสอบพบว่ามิเตอร์ไฟเดินไม่ปกติ เดินช้า กระแสที่การไฟฟ้าวัดพบมีมีกระแสไฟเข้าไปผิดปกติ และได้ยินเสียงพัดลม เมื่อเปิดเข้าไปก็มีเครื่องใช้ในการขุดบิทคอยน์ซึ่งกำลังเปิดทำงานอยู่ จำนวน 20 ตัว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ที่มาเช่าไว้ จำนวน 2 รายซึ่งจะต้องดำเนินคดีทั้ง 2 คน เบื้องต้นผู้ต้องหา อ้างว่าพึ่งมาเช่าห้องได้ประมาณเดือนเศษๆ และจะสอบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเป็นพยานและมีการกล่าวหาดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ส่วนการพิสูจน์ว่ามีข้อหาอะไรเพิ่มเติมพนักงานสอบสวนจะมาพิจารณาอีกครั้ง

Lavc58.134.100

นายกลยุทธ แก้วอัมพร หัวหน้าแผนกมิเตอร์การไฟฟ้าปราณบุรี กล่าวว่า วันนี้การไฟฟ่ลช้าได้มีการมาสุมตรวจสอบมิเตอร์ พบว่ามีการใช้กระแสมิเตอร์ 3 เฟดมีการใช้กระแสไฟค่อนข้างสูง ค่าไฟที่เกิดขึ้นมีปริมาณค่อนข้างน้อยไม่สอดคล้องกัน เมื่อเข้าไปตรวจสอบก็พบว่ามิเตอร์มีการละเมิดการใช้ไฟฟ้าเพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปใช้กับเครื่องขุดบิทคอยน์ ตรวจสอบพบว่ามีเครื่องบิทคอนย์จำนวน 35 เครื่อง ใช้งานจำนวน 21 เครื่อง ความผิดก็การละเมิดการใช้ไฟในการขุดบิทคอยน์เสียค่าเบี้ยปรับต่อการไฟฟ้าต่อไป
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

Lavc58.134.100
Lavc58.134.100

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง ชาวบ้านช่วยกันหิ้วยายพิการหนีตายออกจากบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจร

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุไฟกำลังลุกไหม้บ้านที่บ้านนาเจริญ ตำบลหนองหมี อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ พอไปถึงไฟกำลังลุกไหมบ้าน 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ บ้านเลขที่ 35 หมู่ 12 ตำบลหนองหมี อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ

ซึ่งไฟได้ไหม้จากชั้นบนลงมาชั้นล่าง มี นายอระชอน โนนทอง อายุ 59 ปี และ นางหนูเพียง โนนทอง อายุ 67 ปี (เป็นหญิงพิการ) ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน นั่งร้องให้อยู่ข้างบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ทั้งหลัง เจ้าหน้าดับเพลิงจาก อบต. หนองหมี และจาก อบต.ใกล้เคียง ได้ช่วยกันฉีดน้ำดับไฟ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็สามารถควบคุมดพลิงไว้ได้

***จากการสอบถาม นางหนูเพียง โนนทอง เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้ตนอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ตน สามี และลูกชายนอกจากนี้ตนยังพิการนิ้วกุดด้วย เดินลำบาก ตอนเกิดเหตุตนนั่งกินข้าวอยู่ที่หน้าบ้าน ตอนนั้นตนได้ยิงเสียงดัง ตุ้ม ตุ้ม 2ครั้ง อยู่บนบ้าน และไฟก็เริ่มลุกไหม้

ตอนนั้นตนต้องกัดฟังพยายามเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปเอาทรัพย์สินและโฉนดที่ดินที่อยู่บนบ้าน แต่ก็หอบมาได้แค่กระเป๋าใส่เอกสารบางส่วน เท่านั้น เนื่องจากตนเดินลำบาก ก่อนที่เพื่อนบ้านจะเข้ามาช่วยหิ้วปีกตนออกจากกองไฟ ส่วนทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ก็จะมี ทั้งทีวี ดูเย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว และฉโนดที่ดินส่วนหนึ่ง ถูกไฟไหม้วอดเสียหายทั้งหมด

***ด้าน นางจันทร์ศรี คำเอี่ยม อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านมีบ้านติดกัน เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกินเหตุตนได้ยิงเสียงดังที่ชั้น 2 ของบ้านหลังเกิดเหตุ ก่อนจะมีประกายไฟและเห็นไฟกำลังลุกไหม้จากชั้น 2 ตอนนี้ตนก็ร้องกระโกนเรียกพี่น้อง เรียกชาวบ้านคนอื่นๆให้ เข้ามาช่วยดับไฟ

และพาตัว นางหนูเพียง ออกมาจากบ้านที่กำลังถูกไฟไหม้ ซึ่งตามปกติทุกวัน นางหนูเพียง จะชอบนอนอยู่ในบ้าน และจะไม่ค่อยมีใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับแก โชคดีที่ตนเห็นเหตุการก่อนจึงเข้าไปช่วย นางหนูเพียง ออกมาจากบ้านได้ทัน เพราะตอนนั้นที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยมีเพียง นางหนูเพียง อยู่บ้านเพียงคนเดียว ตอนไฟไหม้นางหนูเพียรหวงของและพยามยามจะเข้าไปเอาของในบ้าน

***เบื้องต้นคาดว่า มิเตอร์ไฟฟ้าที่ชั้น 2 ของบ้าน หน้าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรแล้วระเบิดทำให้ เกิดประกายไฟจนทำให้ ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว บวกกับชั้น 2 ของบ้านเป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำไห้ไฟไหม้วอดทั้งหลัง โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต ส่วนทรัพย์สิน และความเสียหาย ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้ามาประเมินอีกครั้ง การจะได้ดำเนินการต่อไป
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์