คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.ทพ.2105 จับ 2 นักค้า พร้อมยาบ้า 1.2 ล้านเม็ด ล่า “ไอ้พล”ต่อ หลังถูก M-16 ยิงจนรถพรุนแต่ยังหนีไปได้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 มกราคม​ 2568​ ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพราน 2105 (ร้อย.ฉก.ทพ.2105) มุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช. ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และพลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี แถลงข่าว เจ้าหน้าที่ทหารพรานจับขบวนการค้ายาเสพติด ตรวจยึดยาบ้าได้ 1,200,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน และผู้ต้องหา 2 คน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.อ.อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งว่ามีรถยนต์กระบะบรรทุกจะเข้ามารับยาเสพติดในพื้นที่บ้านท่าไค้ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ พ.ต.คำรณ คุ้มเขต​ ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.ที่2105​ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมชุดปฏิบัติการข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง

พบรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 2 คัน ประกอบด้วย รถกระบะบรรทุกอีซูซุ 4 ประตู ๆสีขาว หมายเลขทะเบียน ขฉ 3269 สุราษฏร์ธานี วิ่งนำหน้าโดยมีรถกระบะบรรทุกโตโยต้าหมายทะเบียน บฉ 6208 นครพนม ซึ่งบรรทุกยาบ้าแล่นตาม โดยเจ้าหน้าที่สามารถขับรถเข้าสกัดกั้นรถกระบะบรรทุกอีซูซุซึ่งเป็นรถนำทางไว้ได้ 1 คัน มีนายจิรายุทธ หรือ หนุ่ม สุพร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 ม.4 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร เป็นคนขับ

โดยมี น.ส.ปัทมา หรือ หมิว สาธุชาติ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 ม.10 ต.ดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร นั่งโดยสารมาด้วย ส่วนรถกระบะบรรทุกโตโยต้าที่บรรทุกยาบ้าได้พุ่งชนรถเจ้าหน้าที่เพื่อขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดเพื่อให้รถหยุดแต่รถคันดังกล่าวก็ยังคงสามารถวิ่งฝ่าออกไปได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตามไปถึงถนนบ้านสงเปือย ม.5 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร คนขับรถซึ่งเป็นผู้ชายก็ได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในหมู่บ้านจนสามารถหลบหนีไปได้

โดยทราบชื่อต่อมาภายหลังว่า คือ นายวีระพล หรือ พล ภูมลา อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี จากการตรวจค้นรถยนต์กระบะบรรทุกโตโยต้า พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 6 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้ากระสอบละ 200,000 เม็ด รวมเป็นยาบ้าทั้งหมดจำนวน 1,200,000เม็ด จึงได้ทำการควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน และตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดพร้อมรถยนต์กระบะบรรทุก 2 คัน ไว้เป็นของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทหารพราน2105มุกดาหารจับยาบ้า

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตม.นครนายก ลุยเข้มในพื้นที่ฯ ช่วงปีใหม่ 2568 ตรวจสอบสถานที่เสี่ยง , ช่วยเหลือประชาชน , จับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย เป็นของขวัญปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

🎉 🎊ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 🎉(Celebrate)พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ณัฐกรณ์ ประภายนต์ ผบก.ตม.3 มอบหมายให้ พ.ต.ท.พศิน หลาวทอง ตม.จว.นครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

  • ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวซึ่งอาจจะมีการลักลอบกระทำผิดในช่วงเทศกาล
  • ตรวจสอบสถานที่เสี่ยงต่างๆ อาทิ สถานที่ท่องเที่ยว , สถานที่ทำงาน ฯลฯ
  • ร่วมกิจกรรมจิตอาสาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าว และ คนไทยที่อยู่ในการคุ้มครองฯ ในพื้นที่

จับกุมคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ประชาสัมพันธ์พี่น้อง ประชาชนที่ใช้แรงงานต่างด้าว ร่วมช่วยเหลือประชาชนในการเดินทางไป-กลับ ภูมิลำเนา ณ จุดบริการฯ ทั้งนี้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลเบาะแสกระทำผิด หรือ ข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้แรงงานต่างด้าว ในพื้นที่ฯ สามารถติดต่อ ตม.จว.นครนายก หรือ ☎️สายด่วน โทร.1178

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อุบัติเหตุรถบรรทุกเฉี่ยวชนรถปิคอัพกลับจากวัดหลวงปู่ศิลา ถนน12 (กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) จนพลิกคว่ำทั้งคู่ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย

แชร์เนื้อหานี้

​เมื่อวันที่ 3 มกราคม​ 2568​ ร.ต.อ.ฐากฤช ตาลศรี ร้อยเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองสูง จังหวัดมุกดาหารได้รับแจ้ง เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบนทางหลวงหมายเลข 12 (กาฬสินธุ์-มุกดาหาร) กิโลเมตรที่ 714 บ้านคำพอก ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จึงได้รุดไปยังที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ 70-5195 มหาสารคาม เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถกระบะแคป เชฟโรเล็ต โคโลราโด หมายเลขทะเบียน1ฒอ 1837 กรุงเทพมหานคร จนทำให้รถบรรทุก 6 ล้อ พลิกตะแคงอยู่กลางถนน ส่วนรถปิคอัพพลิกคว่ำตกลงไปบริเวณร่องกลางถนน

นายยุทธชัย เจริญการ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่16 ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย คนขับรถบรรทุกซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยให้การว่าขับรถบรรทุกหกล้อวิ่งมาจากจังหวัดมหาสารคาม จะไปรับสินค้าที่อำเภอเมืองมุกดาหาร เมื่อวิ่งมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนลาดยางมะตอยมีรอยปะและเป็นคลื่นขนาดใหญ่ทำให้รถซึ่งตนกลับมาเสียหลักพลิกตะแคงลงบนถนนซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถยนต์ปิคอัพขับตามหลังมาติดๆ และเกิดเฉี่ยวชนกันจนพลิกคว่ำตกลงไปในร่องข้างทางดังกล่าว

ส่วนคนขับรถปิคอัพทราบชื่อต่อมาว่า คือ นายณัฐพล คำหาญพล อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 61หมู่ที่ 5 ตำบลกระเบื้องนอก อำเภอเมืองยาง จังหวัดนครราชสีมา ให้การว่า ขับยนต์กลับมาจากธรรมอุทยานหลวงปู่ศิลา สิริจันโท ตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มุ่งหน้าจะไปอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม โดยมีนางปัดทุมมา สิงนวน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 2 ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และเด็กหญิงฐานิกา ลีลา อายุ12 ปี นั่งโดยสารมาด้วย โดยทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลหนองสูงและโรงพยาบาลมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตะลึง! จับยา”Happy Water” เครือข่ายเจ๊แอนสะหวันนะเขต ส่งขายปีใหม่ตามสถานบันเทิงมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 29 ธันวาคม​ 2567​ ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้ร่วมบูรณาการชี้เป้าให้ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังปฎิบัติภารกิจติดตามกลุ่มลักลอบลำเลียงยาเสพติด บริเวณพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ต่อเนื่องกับบริเวณ เลิฟรีสอร์ท บ.นาคำ ม.5 ต.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร และ บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร

โดยสืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการรับ-ส่ง ยาเสพติด “Happy Water” ยาเสพติดผสมคอลลาเจน แบบซอง ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายชัยกวี ทวีโคตร อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 32/2 ซ.ตาดแคน 21 ถ.ตาดแคน ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร พร้อมของกลางยาเสพติดผสมคอลลาเจน คละยี่ห้อจำนวน 252 ซอง, ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 40 ซอง/กรัม และรถยนต์กระยะ ยี่ห้อเชฟโรเลต 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กจ 1845 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน

ทั้งนี้ การติดตามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ 28 ธันวาคม ชุดปฏิบัติการข่าว สำนักการข่าว กอ.รมน. ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีกลุ่มขบวนการยาเสพติดได้ลักลอบนำยาเสพติด HAPPY WATER มาในรูปแบบซองคอลลาเจน เข้ามาจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นและนักศึกษา ในสถานบันเทิงพื้นที่ จ.มุกดาหาร และ จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดเครื่องมือพิเศษ (GPS) ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ต่อมาได้ประสานงานด้านการข่าว กับ ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 และได้ติดตามรถยนต์กระบะคันดังกล่าว จนกระทั่งมาจับกุมดังกล่าว

จากการจับกุมเสพติด HAPPY WATER ในรูปแบบซองคอลลาเจน เป็นของกลุ่มเครือข่ายของ เจ๊แอน ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ด้านตรงข้าม บ.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อจะนำส่งให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้น และใกล้เคียง โดยกลุ่มวัยรุ่นมักจะนิยมนำมาเสพติด โดยอ้างสรรพคุณว่าทำให้เกิดอาการมึนเมา และทำให้สนุกได้มากกว่าการเสพยาเสพติดเพียงชนิดเดียว แล้วนำบรรจุลงในซองที่ผลิตขึ้นมาใหม่เพื่อลอกเลียนแบบซองเครื่องดื่มต่าง ๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ

นายชัยกวี เปิดเผยว่า ปัจจุบัน HAPPY WATER เป็นที่นิยมของวัยรุ่น และนักศึกษาในจังหวัดมุกดาหาร โดยตนได้ซื้อมาจากคนลาวแล้วลักลอบลักลอบนำเข้ามาทางธรรมชาติริมแม่น้ำโขง บ.บางไทรใหญ่ แล้วนำมาขายให้กลุ่มวัยรุ่น ในราคาซองละประมาณ 1,800-2,300 บาท โดยได้ขายมาแล้วประมาณ 1 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมกองกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

HAPPY WATER เป็นการนำ ยาอี ยาเค หรือ ยาไอซ์ มาบดผสมกับคอลลาเจน แล้วนำไปแพ็กซองขาย เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกกระตุ้นประสาท หลอนประสาท แล้วแต่ว่าผสมสารชนิดใดเป็นหลัก ทำให้มีอาการเคลิบเคลิ้ม สนุกสนาน ตื่นตัว คึกคัก จึงกลายเป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวกลางคืน หรือกลุ่มปาร์ตี้ในพื้นที่ส่วนบุคคล ทำให้ไม่ง่วง เที่ยวได้ทั้งคืน

HappyWater #ยาอียาเคยาไอซ์ #มุกดาหาร #สะหวันนะเขต #ยาเสพติดผสมคอลลาเจน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน2108 แถลงข่าวจับยาบ้า 3.56 แสนเม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 คน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 ธ.ค. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2108 อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ภายใต้อำนวยการของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยนายเสนีย์ สุวรรณทอง ปปส.ภาค 4 นายฐิราเชษฐ์ เลื่อมใส ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อ.บึงโขงหลง พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.อ.สุระชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 พ.ต.ต.วันชัย เพชรศรีงาม สว.สส.สภ.เหล่าหลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดบ้า 3.56 แสนเม็ด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 คน

ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา โดย ร.ท.โกวิทย์ วงษ์แสง ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 (หน่วยงานหลัก)ได้รับทราบจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่านช่องทางธรรมชาติโดยใช้เรือกลีบติดเครื่องยนต์ลักษณะคล้ายหาปลา จึงบรูณาการกำลังร่วมกับ นทล.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13.) ,มว.ตชด.2441,จนท.ชุดสืบ สภ.เหล่าหลวง,จนท.กก.3 บก.ป และฝ่ายปกครอง อ.บึงโขงหลง วางแผนจัดกำลังพลซุ่มเฝ้าตรวจ บริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บริเวณ บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จว.บ.ก. เพื่อป้องกันสกัดกั้น การลักลอบขนย้ายยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมายและการกระทำผิดเงื่อนไขตามแนวชายแดน ครั้นเมื่อ 25 ธ.ค.67,1900 ตรวจพบเรือกลีบติดเครื่องยนต์ต้องสงสัยขับมุ่งหน้ามา

จากริมฝั่งโขง สปป.ลาว และได้ขับมาจอดเทียบฝั่งอยู่ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 100 ม. เวลาต่อมาได้มีชายต้องสงสัย จำนวน 2 คนแบกสิ่งของออกจากเรือ ชุดเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ชายต้องสงสัยเมื่อพบเป็นเจ้าหน้าที่แสดงอาการตกใจและวิ่งหลบหนี ชุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ทั้ง 2 คน

ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบ กระสอบปุ๋ยสีแดง จำนวน 2 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก หน่วยฯจึงร่วมกับหน่วยงานความั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดยาบ้าพร้อมผู้ต้องหาดังกล่าว และนำมาที่ ร้อย.ฉก.ทพ.2108 เพื่อตรวจนับอย่างละเอียด จับผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ทราบชื่อ นายธนวัฒน์ ลุนอุบล อายุ 19 ปี บ้านเลขที่.28 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และนายชนกันต์ เมาท่าซวย อายุ 27 ปี บ้านเลขที่.137 ม.2 บ.ดงสรวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ ยาบ้า จำนวน 2 กระสอบ (ยาบ้า ประมาณ 356,000 เม็ด) โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ เวฟ สีขาวดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน หน่วยฯร่วมกันถ่ายรูปเป็นหลักฐาน และทำบันทึกตรวจยึด พร้อมนำของกลางทั้งหมด นำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้ง 2 คนยังยอมสารภาพรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ได้รับค่าจ้างเป็นยาบ้าคนละ 2 มัด เพื่อเอาไปเสพและจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่วน! กราดยิงดับแล้ว 2 ศพ เจ็บอื้อ เร่งไล่ล่าปิดล้อมคนร้าย ล่าสุดคนร้ายใช้ปืนปลิดชีพตัวเอง/ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 19 ธ.ค.2567 ศูนย์วิทยุ 191 จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ หลังรับแจ้งจึงวิทยุด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหญ้านาง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ให้รีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดปราบปราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย โดย 1 ในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.หนองหัวช้าง ส่วนคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายศักรินทร์ สิงโต อายุ 30 ปี หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังตำรวจชุดปราบปราม กว่า 30 นาย ทำการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อทำการไล่ล่าตัวคนร้าย

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ขณะที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมจุดเกิดเหตุนั้น เบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ทำการหลบอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ขณะเข้าทำการปิดล้อม

ได้มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ น่าจะใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ที่เข้าปิดล้อม อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่า พบศพผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตแล้ว

บึงกาฬ ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222
กรมทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 ระบายรถออกจากเมืองสร้างเส้นทางโลจิสติกส์และเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสะดวกรวดเร็วขึ้น

วันที่ 21 ธ.ค. ที่หอประชุมอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ แขวงทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 อ.เมือง จ.บึงกาฬ โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ มี พร้อมด้วยผู้แทนกรมทางหลวงชนบท หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์โครงการ ซึ่งนำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ รวมถึงการสรุปประเด็นจากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการอาทิ นายปรมินทร์ อรุณรัตน์ วิศวกรโครงการ นางสาวลัดดาวรรณ ศิลาชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.อนุชา เพียรชนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาร่วมให้ข้อมูลข้อเสนอแนะแก้ไขผลกระทบของโครงการ

นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ. กล่าวว่า วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มีเวทีในการแสดงความคิดเห็น ให้ชาวบึงกาฬได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาต่างๆ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการได้นำข้อมูลไปปรับปรุงพัฒนาโครงการต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากโครงการนี้คือชาวบึงกาฬทุกคน และสิ่งนี้คืออนาคตของจังหวัดบึงกาฬที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้นในวันข้างหน้า ประกอบกับการมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ -บอลิคำไซ ที่ใกล้จะเสร็จในต้นปีหน้า รวมถึงถนนทางหลวง 4 ช่องจราจร จ.อุดรธานี – จ.บึงกาฬ และสนามบินบึงกาฬ ในอนาคต ความเจริญและเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จะนำมาซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สร้างรายได้ที่มากขึ้นของพ่อแม่พี่น้องชาวบึงกาฬทุกคน

สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ของการศึกษา ขอบเขตการศึกษาการตรวจสอบข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะรูปแบบพัฒนาโครงการ รวมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแนวสายทางโครงการอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระหว่างประเทศในระยะ 2 กิโลเมตร

เพื่อเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการสร้างทางเชื่อมหรือ Missing Link ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น และยังสามารถพัฒนาเป็น ทางลัดทางเลี่ยง เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทาง ท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ ได้อีกทางหนึ่ง กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด และบริษัท เอเซีย แล็ป แอนด์คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าว ด้านนายสุนทร วังสะพันธ์ เสนอแนะว่าอยากให้สร้างถนนไปตามขอบหนองกุดทิง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ส่วนจุดตัดถนนต่างๆ ขอให้เป็นสี่แยกไฟแดงหรือ วงเวียน และจุดยูเทิร์นตามถนนหลวง 222 ขออย่าให้ห่างมากนักเหมือนทุกวันนี้ จะทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์ขับย้อนศรจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนนายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้นำความเจริญมาสู่จังหวัดบึงกาฬ เราพยายามจะทำถนนเส้นนี้มานานเหลือเกิน เป็นการดีมากที่ กรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบและรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เส้นนี้จะเชื่อมริมโขงจากด่านศุลกากรบึงกาฬ ตอนนี้ได้คุยกับบริษัทที่ปรึกษาถ้าทำถนนเชื่อมได้หรือเวนคืนได้ก็จะเป็นการดี ถ้าทำได้ถึงสุดริมโขงได้ก็จะดี เรื่องระดับเนื่องจากว่าโซนจากน้ำโขงถึงถนน212 ถ้าระดับบวก14 ระดับน้ำบ้านพันลำเมื่อกี้น้ำท่วมตรงถนนเส้นนี้ที่จะตัดถึงด่านศุลกากรบึงกาฬ ทำให้สูงกว่าระดับบวก14 เมตร จากตลิ่งป้องกันน้ำท่วมในอนาคตได้ อีกเรื่องคือระบบระบายน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำควรมีท่อระบายน้ำสู่หนองหรือคลองส่งน้ำ จะส่งผลกระทบน้ำท่วมขังได้

ส่วนตัวแทนจากหมู่ 11 บ้านแสนสุข เท่าที่ดูเห็นว่าโครงการสร้างเสร็จประมาณสัก 10 ปี ช่วงเวลาตรงนี้พอสมควรเลย หากเสร็จแล้วเศรษฐกิจและสังคม อีก 10 ปีข้างหน้าน่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น อยากให้สร้างสะพานข้ามแยกยกระดับเลยเป็นการออกแบบไว้อนาคต แล้วก็ในส่วนของสร้างถนนมีเส้นทางที่น้ำผ่านช่วงที่เป็นหนองน้ำท่วมมากทำคันกั้นน้ำหรือท่อระบายน้ำ 10 ปีข้างหน้าเดี๋ยวพอเปิดใช้น้ำจะได้ไม่ท่วม
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์กอ.รมน.สมุทรสาคร.จับกุมแรงงานต่างด้าว 140 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 พ.อ.สมเกียรติ นุตะวณิช จังหวัดสมุทรสาคร(ท) พันโท ธีระพงษ์ นามสละ หัวหน้าฝ่ายการข่าว ร้อยตรีทิติพงษ์ เรียงรวมหัวหน้าชุด ชรต. 105 ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตมจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมบูรณาการจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด 140 คนโดยพฤติกรรมมีรายงานต่างด้าวรับรอบทำงาน

โดยผิดกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา98 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าวพ.ศ 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ 2561 ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจโกดังขนถ่ายสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่บางน้ำจืดอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

พบเป็นโรงงานคัดแยกพัสดุสินค้าภายในบริเวณโกดังดังกล่าวตรวจพบแรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัวมาแสดงจำนวน 128 คนโดยเป็นต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นาย วุฒิชัย ตงรุม หัวหน้าศูนย์ข่าวจังหวัดสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.น้ำ มุกดาหาร จับกุม สุนทรา ทองผา ยาบ้า 1 เม็ด /หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่​ 12 ธันวาคม 2567​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติสว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีและสายลับ(ขอปิดนาม) ว่ามีบุคคลผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการจับกุม ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.188/2567 ลง 11 ธ.ค.67 ตำรวจน้ำมุกดาหาร นำโดย พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนและหน่วยงานในพื้นที่

ได้ปิดล้อมตรวจค้นและเข้าค้นตามหมายดังกล่าวผลการตรวจค้นพบนายสุนทรา ทองผา อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1​ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีเขียวด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษรอังกฤษ “V” อีกด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษร “Y1” จำนวน 1 เม็ดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการตำรวจน้ำ

การดำเนินการทั้งหมดในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.รน.,พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายสุนทราฯพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่อ.หว้านใหญ่จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายความมั่นคง กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากกำนัน บ้านเตาถ่าน ตำบลหนองแวง ว่ามีการลอบวางเพลิงเผาคอกวัวชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นคอกวัวของนางสาวกรรณิการ์ พุฒป่า อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแวง

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2567 มีวัวตั้งท้อง 2 ตัว ถูกเผารวมทั้งคอกวัวและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในเวลา 07.10 น. ทราบชื่อว่าคือ นายรุ่งราวี มูลสาร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 11 บ้านเหล่าหลวง ตำบลหนองแวง

โดยเจ้าตัวยอมให้การรับสารภาพ อ้างว่ารำคาญไม่ได้หลับได้นอน จึงจุดไฟเผา เบื้องต้นตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผลเป็นบวก (มีสารเสพติด) จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ยาบ้ารุ่นใหม่ เกล็ดเพชร มีแสงระยิบระยับ นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด 450 ล้านบาท/แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขต จับ 450 ล้านเม็ด/ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม​ 2567​ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประเทศไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้วางแผนและจัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่งจากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มใช้กันดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขตแถลงข่าวจับยาบ้ามูลค่า 450 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567​ ที่สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายรณรงค์เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 และพันโท สีทอง เลียนสะหวัน หัวหน้าแผนกสู้รบ กองทัพประชาชนลาว แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 20 กระสอบ ประมาณ 8,000,000 เม็ด มูลค่า 450 ล้านบาทได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร

สืบเนื่องจาก น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนและจัดกำลัง ชุดปฏิบัติการออกทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่

เมื่อไปถึงบริเวณท่าน้ำหมู่ที่ 4 บ้านหว้านใหญ่ ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ

เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด ได้พร้อม 2 ผู้ต้องหา

วันที่ 10 ธันวาคม 2567​ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 ออกตรวจสอบตามพื้นที่ได้รับแจ้งบริเวณถนนชยางกูร ตำบลบางทรายใหญ่ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา ทะเบียน ผก 3167 ร้อยเอ็ด ต้องสงสัยว่าจะขนส่งยาเสพติดตามที่ได้รับรายงาน

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ พบว่ารถดังกล่าวด้านหลังทำเป็นคอกสำหรับบรรทุกพืชผลทางการเกษตรโดยมีฟักทองและตะกร้าพลาสติกปกคลุมอยู่บริเวณกระบะท้ายรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูที่ด้านล่างฟักทองพบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 12 ถุง ภายในเป็นกระสอบบรรจุห่อยาบ้าหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลืองประทับตราสัญลักษณ์และตัวหนังสือ TOYOTA

ด้านในเป็นซองพลาสติกสีน้ำเงินบรรจุยาบ้ารวมจำนวนประมาณ 5 ล้านเม็ด ถึงได้ควบคุมตัวนายวารี สุรัตนวดี อายุ 50 ปี ที่อยู่ 69 ม.10 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด และนายเพลิน ผุยหัวโทน อายุ 45 ปี ที่อยู่ 26/1 ม.4 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถและคนนั่งมาด้วยเป็นผู้ต้องหา โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิด ผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมกับตรวจยึดรถยนต์กระบะ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ไว้เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีต่อไป จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่าได้รับยาบ้ามาจาก นางแก้ว ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ชาว สปป.ลาว ภูมิลำเนาอยู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นผู้สั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้เข้ามายังประเทศไทย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ไปรับยาบ้าที่ท่าเรือบ้านไผ่ล้อม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และจากนางแก้วจะสั่งว่าจะให้ลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ใด กระทั่งระหว่างการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวได้มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ป.ป.ส. ภาค 4 จับกุมเสียก่อน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 2 ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้าแปดริ้ว” ยอดหมุนเวียนกว่า 55 ล้าน/รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงข่าวทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้า” โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมพิธีแถลงข่าว

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สืบสวนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บัญชีม้า โดยมีขบวนการคอกม้า จัดหาและรวบรวมบัญชีม้า บุคคลไปเป็นบัญชีม้า และบัญชีทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) จากนั้นพาไปชายแดนไทย-กัมพูชา (อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว) ข้ามไปกัมพูชาเพื่อสแกนหน้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนกว่าบัญชีจะถูกอายัดเงินจากผู้เสียหายจะถูกโอนเป็นสินทรัพย์ดิจิตอล ทำให้ยากต่อการติดตามเงินคืน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยได้ทำการสืบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67 มีขบวนการคอกม้า จัดหาบัญชีม้า 5 คน ไปเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จ.ฉะเชิงเทรา และธนาคารใกล้เคียง เปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลครบแล้ว นำไปส่งที่หน้าห้างเดอะ สตาร์ หน้าด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีรถยนต์เก๋งมารับไปข้ามคลองน้ำใส ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา อยู่ในออฟฟิศตึกแถว 3 ชั้น สแกนใบหน้าจนถูกอายัดบัญชีจึงส่งตัวกลับไทย หรือเรียกว่า “ม้าตาย” ก็จะหาบัญชาม้าหรือ “ม้าตัวใหม่” มาแทน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีม้า 5 คน พบว่าเปิดบัญชีม้า 24 บัญชี มีเงินโอนเข้าจากผู้เสียหาย 133 ราย (ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67) ก่อนบัญชีม้าถูกอายัดพบเงินหมุนเวียน 31,222,399.60 บาท โอนออกไปยังบัญชีต่างๆ และบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) รวม 24,518,580.78 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 55 ล้านบาท เป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน การกระทำผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10.11 (เป็นธุระจัดหาคอกม้า) มาตรา 9 (เปิดหรือยินยอมให้ใช้ซิมผี บัญชีม้า) มาตรา 25 (มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) และร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร

ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ คอกม้า 8 คน บัญชีม้า 5 คน ผลการจับกุม คอกม้า 2 คน บัญชีม้า 2 คน อายัดตัวในเรือนจำ 2 คน รวม 6 คน ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.น.ส.วริศราฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 2.นายเสน่ห์ฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 3.น.ส.สุกัญญาฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 4.นายชัยสิทธิ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 5.นายอธิวัฒน์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 6.นายวรพันธ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า)

จึงดำเนินคดีในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษนะเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนฯ นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงโทษของการเปิดซิมผี บัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย ระวังจะติดคุกหัวโตเพราะเป็นความผิดร้ายแรง

รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่สนามยิงปืนบูรพา 491 กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ที่ได้เดินทางมาแถลงข่าวคดีสำคัญ ก่อนเดืนทางมาตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ได้รับฟังข้อมูลบรรยายสรุป ก่อนตรวจเยี่ยพื้นที่โดยรอบของสนามยิงปืน บูรพา 491 และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 โดยได้กล่าวให้กำลังชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติที่มีความพร้อมแทบทุกด้าน สร้างความเข้มแข็งและเสริมประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน

นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมการรักษาสะอาดทั่วบริเวณของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 ที่เจ้าหน้าที่ให้ความเอาใจจนดูร่มรื่นเหมาะสมเป็นที่ปฏิบัติงานมี่ควรเป็นแบบอย่างให้หน่วยอื่นๆ ต่อไป ก่อนจะเดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพ