คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.น้ำ มุกดาหาร จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ​ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

แชร์เนื้อหานี้

กองบังคับการตำรวจน้ำ ภายใต้การอำนวยการของ​ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.​ พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก,
พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ได้สังการให้ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจน้ำ3 กองกำกับการ10 กองบังคับการตำรวจน้ำ​ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดย ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)​ส.รน.3 กก.10 บก.รน., ชุดสืบสวนตำรวจน้ำ

ร่วมกันจับกุม นางแสงสุริยา อุระ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารที่ 217/2567 ลงวันที่ 19 เมษายน 2567​ ความผิดฐาน ฉ้อโกง,เรียกค่าเสียหาย​หกหมื่นบาท​ จับกุมที่บริเวณบ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 06.30 น. ร.ต.ต.คมเด็ด อ่อนพฤกษ์ภูมิ รอง สว. (ป.ทางน้ำ)ส.รน.3 กก.10 บก.รม. ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม) แจ้งว่า นางแสงสุริยา อุระ ซึ่งเป็นบคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 217/2567 ลงวันที่ 19 เมษายน 2567 ได้พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 39 ม.4 ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร​ จ.มุกดาหาร ต่อมาเมื่อเวลา 07.30 น.

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.3 กก.10 บก.รน.,ชุดสืบสวนกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นพื้นที่ได้เดินทางไปตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวปรากฏว่าตรวจพบจำเลยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับจำเลยตามหมายจับดังกล่าวปรากฏตัวอยู่จริง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวให้ทราบและแสดงหมายจับ

ให้เจ้าของบ้านและจำเลยดู โดยจำเลยยอมรับว่า ตนเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยตามหมายจับนี้ และยังไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดี มาก่อน พนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งสิทธิและแจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบทันทีในที่เกิดเหตุ และควบคุมตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ในวันเดียวกันเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รวบหนุ่มใหญ่ส่งยาเสพติดผ่านขนส่งเอกชนทั้งยาอี และแฮปปี้วอเตอร์ /จับ 2 ผัวเมียค้ายาบ้า 44,158 เม็ดยึดปืนสั้น 2 กระบอกเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 ต.ค. พ.ต.ท.กำพล บัวจันทร์ สว.กก.สืบสวน ภ.จว.บึงกาฬ ได้รับแจ้งจากสายลับ (ขอปิดนาม)ประสงค์รางวัลสินบนนำจับว่ามี นายบุญมี ญวน แปลง อายุ 59 ปี ราษฎรบ้านกลาง บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 8 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยจะมีการลักลอบน้ำยาบ้าและยาเสพติดจากบริเวณริมแม่น้ำโขงมาส่งต่อให้ลูกค้าเป็นประจำ ทั้งส่งไปขายต่อทางไปรษณีย์ขนส่งทั้งของรัฐและเอกชน ยาบ้าและยาเสพติดภายในตัวอำเภอเมืองจังหวัดบึงกาฬ และมักมีวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่ประเป็นประจำที่บริเวณบ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 11 ตำบลชัยพร อำเภอเมือง ซึ่งเป็นบ้านที่นายบุญมีเช่าพักอาศัยอยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบเพื่อจับกุม จึงได้รายงานให้ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ทราบ และได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ สนธิกำลังกับว่าที่ พ.ต.อ. จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ พ.ต.ท.กฤษฏิ์ ศรีหาบุญทัน สว.ส.ทล.3กก.4 บก.ทล.นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ นำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว

พบนายบุญมี หรือมี ญวนแปลง นั่งอยู่บริเวณบ้าน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจค้น จึงแสดงกิริยาท่าทางตกใจคล้ายกับคนมีสิ่งของผิดกฎหมาย จึงสอบถามว่านำพัสดุอะไรไปส่งและนำไปส่งที่ใดจากนั้น นายบุญมี หรือมี ได้ยอมรับสารภาพว่า ใต้รับการว่าจ้างจากท้าวยา ชาว สปป.ลาว เป็นเงินจำนวน 3,000 บาท ให้นำกล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่อง ไปส่งให้ลูกค้าของท้าวยาตามที่อยู่ที่ท้าวยาส่งมาให้ทางโปรแกรม Facebook Messenger ตนจึงนำกล่องพัสดุดังกล่าวไปส่งที่ร้านรับจัดส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง สาชาชัยพร หมู่ที่ 11 ตำบลชัยพร จึงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบกล่องดังกล่าวทั้ง 4 กล่อง เมื่อไปถึงร้านรับจัดส่งพัสดุดังกล่าว พบของกลางสำคับที่ 2-5 กล่องกระดาษ จำนวน 4 กล่อง แยกเป็น กล่องกระดาษ ขนาดใหญ่ จำนวน 2 กล่อง กล่องกระดาษ ขนาดกลาง 1 กล่อง ,กล่องกระดาษ ขนาดเล็ก 3 กล่อง จึงทำการตรวจสอบภายในกล่องกระดาษ ทั้ง 4 กล่อง

พบภายในกล่องขนาดใหญ่ จำนวน 2 กล่อง มีซองอาหารเสริมคอลาเจนยี่ห้อ คูมิโกะสีชมพู ซุกซ่อนอยู่ภายใน รวม 410 ซอง กล่องขนาดกลาง จำนวน 1 กล่อง พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นก้อนสีขาวซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 2 ถุง ซึ่งเป็นถุงยาอี และกล่องขนาดเล็ก จำนวน 1 กล่อง พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นก้อนสีน้ำตาลดำ ซุกช่อนอยู่ในถุงพลาสติกใสจำนวน 1 ถุง ซึ่งเป็นยาอีเชนกัน น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัมกว่าๆ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำตัว นายบุญมี หรือมีฯ พร้อมของกลางทั้งหมดมาที่ กก.สส.ก.จว.บึงกาฬ ตรวจสอบปัสสาวะเบื้องต้นเพื่อหาสารเสพติดชนิดเมทแอมเฟตามีน โดยความยินยอมของ นายบุญมี หรือมีฯ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นมีผลบวก นายบุญมี หรือมีฯ ให้การว่าตนได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้จริง และเคยรับจ้างส่งของจากชาวลาวมาแล้ว 5 ครั้ง ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา พึ่งเคยถูกจับครั้งนี้ครั้งแรก

จากนั้นได้นำตัวอย่างน้ำปัสสาวะของ นายบุญมี หรือมีฯ ส่งตรวจที่โรงพยาบาลบึงกาฬ ปรากฏผลเป็นบวก ตามเอกสารที่แบบมาชั้นจับกุม จึงแจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้นายบุญมี หรือมีฯ ทราบว่าจะต้องถูกจับกุม ตัวในข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท (ยาบ้าหรือเมทแอฟเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ,มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)โดยผิดกฎหมาย” ให้ นายบุญมี หรือมีฯ ทราบแล้ว ให้การรับสารภาพ ตลอดข้อกล่าวหาจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

จับ 2 ผัวเมียค้ายาบ้า 44,158 เม็ดยึดปืนสั้น 2 กระบอกเลื่อยโซ่ยนต์ 2 เครื่อง

เมื่อเวลา 11.00 วันที่ 24 ต.ค.หน้าห้องสืบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รรท.ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ว่าที่ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.สืบพงษ์ วิสุตรธนาวิทย์ รอง ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.กรชน์ แสงกนึก รอง ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ปฏิบัติราชการ สภ.เมืองบึงกาฬ
พ.ต.ท.นิคสันต์ ดียา สว.สส.สภ.เมืองบึงกาฬ ว่าที่ พ.ต.ท.รชต สว่างจิตต์ สว.ตม.จว.บึงกาฬ แถลงข่าวจับกุม 2 ผัวเมียค้ายาบ้า ได้ของกลางหลายรายการ คือ นายนัทวัฒน์ หรือนัท ศรีเพ็ญรัตน์ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.ดลฤทัย หรือปาล์ม ศรีจันทร์ อายุ 20 ปี ภายในบ้านพักในสวนทุเรียน เขตบ้านคำภู ม.5 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.วัลลภ ภูผานี รอง สว.(ป).สภ.เมืองบึงกาฬ ,ร.ต.ต.สุวิทย์ เย็นวัฒนา ,ด.ต.สุริยนด์ แก้วนารี,ด.ต.บัณฑิต พระราช ,ด.ต.ไมตรี ภูเป็ว ,ส.ต.อ.ชาณุพันธ์ ไขมีเพ็ชร ,ส.ต.ท.ปฏิพัทธ์ เทียมตามา เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ ว่าที่ร.ต.ต.ประวิทย์ คำแข็งขวา รอง สว.ตม.จว.บึงกาฬ,ค.ต. คชาชาญ ทิพยนตรี,ค.ต.ณัทพสิษฐ์ ศิริลักษณ์ ผบ.หมู่ ตม.จว.บึงกาฬ ตรวจค้นจุดพบของกลาง จุดที่ 1 พบยาบ้า 1,200 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอนบ้านพักในสวนของผู้ต้องหา จุดที่ 2 พบยาบ้า 800 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอนภายในบ้านพักของผู้ต้องหา จุดที่ 3 พบยาบ้า 158 เม็ด พบซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายลายตารางสีดำเทา วางอยู่ด้านข้างที่นอน จุดที่ 4 พบยาบ้าจำนวน 7 แพ็ค ห่อหุ้มด้วยกระดาษเทียนไข

มีอักษรภาษาอังกฤษ Y-1 ภายในห่อหุ้มด้วยกระดาษสีขาว มีอักษรภาษาอังกฤษ A ภายในมียาบ้าจำนวน 10 ถุง ยาบ้า 1 ถุง มีจำนวน 200 เม็ด นับรวมยาบ้าได้ 42,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกหูหิ้วสีฟ้า ซุกซ่อนอยู่ภายในพุ่มไม้ภายในสวนทุเรียน รวมยาบ้าของกลางจุดที่ 1-4 ทั้งหมด จำนวน 44,158 เม็ด พบอาวุธปืนสั้นชนิดประดิษฐ์ ใช้กระสุนขนาด จุด380 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาด จุด380 จำนวน 3 นัด และกระสุนปืนขนาด จุด 22 จำนวน 15 นัด แต่ไม้พบอาวุธปืน นอกจากนี้ยังพบเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Black Bull สีเขียว ความยาวบาร์ 25 นิ้ว พร้อมใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง และเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Arto สีส้ม ความยาวบาร์ 25 นิ้ว พร้อมใช้งาน จำนวน 1 เครื่อง วางอยู่บริเวณใต้ถุนบ้านพักของผู้ต้องหา พบโทรศัพท์ยี่ห้อ เรียลมี่ สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของนายนัท ผู้ต้องหาที่ 1 โทรศัพท์ยี่ห้อ Vivo สีแดง-ดำ จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งเป็นของน.ส.ปาล์ม ผู้ต้องหาที่ 2 พบกระดาษบันทึกรายการซื้อขายยาเสพติด จำนวน 1 ฉบับ และเงินสดไทย จำนวน 10,800 บาท ซึ่งผู้ต้องหาที่ 1 รับว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด (ตรวจยึดตามพรบ.ยาเสพติดฯ) พบกระเป๋าสะพายข้าง สีดำ-เทา จำนวน 1 ใบอยู่บริเวณภายในบ้านพักในสวนทุเรียนของผู้ต้องหา ในเขตบ้านคำภู ม.5 ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่ายาบ้าที่พบอยู่ข้างที่นอนเป็นของตนจริงและก็ได้ร่วมกันเสพกับแฟนสาว ส่วนยาบ้าที่พบอยู่ในสวนตนพึ่งสั่งซื้อมาเมื่อคืนแฟนสาวไม่รู้เรื่องด้วย และตนยังไม่ได้จ่ายเงินค่ายาบ้าที่สั่งมาใหม่และก็ยังไม่ได้นำไปจำหน่ายที่ไหน ตำรวจเข้ามาตรวจค้นได้เสียก่อน ทั้งอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนและเลื่อยโซ่ยนต์ก็เป็นของตนซื้อไว้เพื่อตัดแต่กิ่งต้นโค่นต้นไม้ภายในสวน

โดยแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาที่ 1 1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย 2.จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย และกระทำเพื่อการค้า 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า )โดยผิดกฎหมาย 4.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ต้องหาที่ 2 1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) โดยการมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน โดยผิดกฎหมาย 2.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า )โดยผิดกฎหมาย
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลป้องกันชายแดนไทย-ลาว

แชร์เนื้อหานี้

​แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังป้องกันชายแดน เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน” ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ที่อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังป้องกันชายแดน เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน”ป้องกันสิ่งผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเลยในพื้นรับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดยมี พันเอก ปราโมทย์ เนียมสำเภา เสนาธิการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี เป็นผู้แทน พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วย รองผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ ณ ฐานปฏิบัติการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2102 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมา เพื่อรับทราบข้อมูลการปฏิบัติงาน ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย พร้อมทั้งกล่าวพบปะให้กำลังใจ มอบนโยบายของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เจตนารมณ์นโยบายที่สำคัญ ประจำปี 2568 ต้องยึดถือใน 5 ด้าน ประกอบด้วย 1. การพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. การนำกองทัพสู่ความทันสมัย 3. การฝึกให้พร้อมต่อทุกภัยคุกคาม 4. พร้อมทุกยามเมื่อเกิดพิบัติภัย และ 5. การเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล

โดยให้ยึดถือการทำงานตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงกลาโหม เรื่องการเตรียมกำลังและการใช้กำลัง ให้กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกเข้มงวดสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบตามแนวชายแดน อย่างเต็มที่ ในฐานะที่กองทัพบกเป็นกลไกหลักของรัฐบาล ในภารกิจปกป้องอธิปไตยและป้องกันชายแดน ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน ที่ทุกส่วนรวมถึงประชาชนให้ความสำคัญ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังป้องกันชายแดนที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน

เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดูแลแนวชายแดนไทย- ลาว ซึ่งมีความทุ่มเท เสียสละ ปกป้องประเทศชาติจากภัยคุกคาม โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงถึงการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภารกิจดูแลแนวชายแดนเป็นความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติ ครั้งหนึ่งได้ทำเพื่อประเทศชาติ ของกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี รวมทั้งการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อน ตามแนวชายแดนไทย-ลาว

ในพื้นรับผิดชอบในทุกสถานการณ์ จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ และ“ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” ในการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด บริเวณด่านภูซาง ตำบลหนองผือ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เน้นย้ำคุมเข้ม “ยกระดับการป้องกันซีลพื้นที่ชายแดน ตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการลักลอบขนสิ่งของผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เคร่งครัด

พร้อมทั้ง มอบนโยบายปัญหายาเสพติด ไม่มีคำว่า “รอนับหนึ่งแล้วค่อยเริ่ม” การป้องกัน ป้องปราม ปัญหายาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญนโยบายหนึ่งของกองทัพภาคที่ 2 จึงขอความร่วมมือ“ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” และกำลังพลป้องกันชายแดน ถือเป็นพันธกิจสำคัญ ร่วมมือ ร่วมใจ ป้องกันยาเสพติด เพื่อให้พื้นที่รับผิดชอบปลอดจากการลักลอบนำเข้ายาเสพติด ไม่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

ฉก.ทหารพราน​มุกดาหาร ยึดบุหรี่หนีภาษี 2.53 พันซอ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม​ 2567​ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการลักลอบขนสินค้าที่ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บริเวณชุมชนบางทรายใหญ่ ม.1 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงสั่งการให้ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105​ ฉก.ทพ.21

ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร และชุดสุนัขทหาร ร่วมทำการลาดตระเวนในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง โดยได้เข้าตรวจค้นบ้าน 2 หลัง คือ บ้านเลขที่ 217 ม.1 ต.บางทรายใหญ่ มี นางมัธฌญา พาลึก เป็นเจ้าบ้าน และ บ้านบ้านเลขที่ 122 ม.1 ต.บางทรายใหญ่ มีนางจิรภัทร ขันอาสา เป็นเจ้าบ้าน ผลการตรวจค้นภายในตัวบ้านทั้ง สองหลัง

ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ชุดปฎิบัติการร่วมจึงได้ทำการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบบริเวณ พบโรงเก็บของลักษณะคล้ายเป็นโกดังขนาดเล็ก ตั้งอยู่ระหว่างบ้านทั้งสองหลังดังกล่าว จึงทำการตรวจค้นพบบุหรี่ต่างประเทศบรรจุอยู่ในลังกระดาษจำนวน 253 แท่ง หรือ 2,530 ซอง ไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี / พบศพหญิงเร่ร่อน ถูกฆ่าตายในห้องน้ำร้าง ข้างหลังศูนย์เด็กเล็กเทศบาลทับสะแก ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 ต.ค.67 ร.ต.ท.วิษณุ สังมัน รอง สารวัตรสอบสวน สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตที่บริเวณห้องน้ำร้างข้างตลาดนัด หน้าสถานีรถไฟติดกับศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลทับสะแกจึงรายงานให้ พ.ต.อ.พีรวัส ชูแก้ว ผกก.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.พยุงศักดิ์ จงดี รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมชุดสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราบ สพฐ.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ อาสามูลนิธิฯสว่างรุ่งเรืองทับสะแก แพทย์เวร รพ.ทับสะแก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

บริเวณที่เกิดเหตุติดลานที่จอดรถตลาดนัดหน้าสถานีรถไฟ ด้านหลังศูนย์เด็กเล็กเทศบาลทับสะแกพบศพหญิงสาวทราบชื่อภายหลัง น.ส.สร้อยประดับ ทองสุข อายุประมาณ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80 หมู่ 6 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร สภาพนอนหงานอยู่บนหมอน ซึ่งไว้รองศีรษะ ข้างห้องน้ำเก่าที่ยังไม่ได้รื้อโคนต้นมะขามขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพร่างกายเบื้องต้นมีบาดแผลบริเวณใบหน้าและลำตัว แพทย์คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ตำ กว่า 3 ชม.

จากการสอบถาม นายสมหวัง ใสสะอาด อายุ 62 เป็นชาวตำบลทับสะแก ที่ยังให้การวกวน จากการดื่มสุราตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา เล่าว่าตนเองอยู่กินกับผู้ตายมาประมาณ 20 ปี มีลูกด้วยกัน 1 คนเป็นผู้ชาย และอ้างว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน เข้ามาทำร้ายภรรยาตนเอง พอตนเองจะเข้าไปช่วยคนร้ายก็วิ่งหายไป แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากยังอยู่ในสภาพเมา ให้การวกวนอยู่ และทราบว่าทั้งคู่ชอบดื่มเหล้าเมาแล้วทะเลาะกันเป็นประจำ ต่างคนต่างไม่ค่อยยอมกันเวลาพูด

โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรายละเอียด และรายนิ้วมือแฝง ตรวจ DNA ส่งตรวจพิสูจน์ จากนั้นได้ให้มูลนิธิสว่างรุ่งเรือง นำร่างผู้ตายส่งตรวจพิสูจน์ ที่สถาบันนิติเวชฯ ต่อไป
////////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้าข้ามโขง 3.6 ล้าน เม็ดพร้อมรถยนต์

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม​ 2567​ นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง(นรข.) และ พล.ต.ต.ชัชชัย วงค์สุนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ร่วมแถลงข่าว จับกุมยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) จำนวน 3,600,000 เม็ด ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในพื้นที่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมทั้งประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อบูรณาการปฏิบัติร่วมกัน

วางแผนในการสกัดกั้นและจับกุมโดยการเฝ้าสังเกตการณ์ และจัดวางกำลังตามเส้นทางคมนาคมที่คาดว่าผู้กระทำผิดจะใช้เป็นเส้นทางในการหลบหนี จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. ชุดเฝ้าตรวจบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงได้ยินเสียงเรือแล่นเข้ามาบริเวณฝั่งระยะห่างจากจุดซุ่ม ประมาณ 300 เมตร พร้อมกับได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งมาบริเวณดังกล่าว ชุดซุ่มเฝ้าตรวจจึงได้นำกำลังเข้าไปบริเวณดังกล่าว และสังเกตเห็นว่ามีการลำเลียงกระสอบขึ้นรถยนต์ยี่ห้อ ISUZU รุ่น MU X สีขาวทะเบียน ขก 7917 อุดรธานี

จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เรือลำเลียงก็ได้วิ่งกลับฝั่ง สปป.ลาว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามรถยนต์เพื่อจะขอตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งเครื่องขับหลบหนี กระทั่งต่อมาได้ติดตามพบรถต้องสงสัยคันดังกล่าวจอดทิ้งไว้บริเวณริมถนนติดกับสวนยางพารา ริมทางสาธารณะบ้านหนองโจด ม.13 ต.บ้านโคก อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

จึงได้เข้าเข้าตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบกระสอบสีขาว จำนวน 9 กระสอบ อยู่ที่ด้านหลังตัวรถ เมื่อเปิดกระสอบบอกดูพบยาบ้าจำนวน 3,600,000 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลและติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารเรือ นรข.แถลงตรวจยึดยาบ้ากว่า 3.9 หมื่นเม็ด ริมน้ำโขง / บึงกาฬก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยี AI (CCTV-based)

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 ต.ค. ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตหนองคาย สถานีเรือบึงกาฬ ต.วิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนั้น พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข.มอบหมายให้ น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. เป็นผู้แทนในการแถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 39,951 เม็ด ภายใต้อำนวยการของ พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข และ น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย โดยว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ประกอบไปด้วย นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ ว่าที่พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม สว.หน.ตำรวจน้ำบึงกาฬ นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรบึงกาฬ และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 10 ต.ค. เวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ แจ้งว่ามีสายรายงานสืบทราบมาว่าจะมีการขนลักลอบยาเสพติดข้ามฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บริเวณริมแม่น้ำโขงระหว่างบ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ คาดว่าจะเป็นป่าสวนยาง ได้รายงาน น.อ.วิศิษฐ์พงศ์ เจริญวิชยเดช ผบ.นรข.เขตหนองคาย ได้ทราบ จึงสั่งการให้ ว่าที่ น.ท.โอรส พุทธโค หน.สน.เรือบึงกาฬ ร.ท.เพชรนคร ผิวขำ และ ร.ท.ไชยา เนียมแสง พร้อมเจ้าหน้าที่ นรข.ได้จัดชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ ออกวางกำลังเข้าตรวจในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่าโพธิ์ ตลอดแนวคาดว่าจะมีการกระทำผิด

กระทั่งเวลา 19.00 น.ขณะที่แบ่งกำลังซุ่มอยู่ริมโขงบริเวณพื้นที่ป่าสวนยางบ้านท่าโพธิ์ ชุดปฏิบัติติการได้ใช้กล้องตรวจการณ์กลางคืนตรวจพบเรือกลีบเพลายาวเครื่องยนต์ติดท้ายต้องสงสัยแล่นข้ามน้ำโขงมาจากฝั่ง สปป.ลาว ภายในเรือมีบุคคลนั่งมาด้วย 1 คน ขับเรือมายังฝั่งบริเวณสวนยางริมฝั่งแม่น้ำโขงตามที่สายลับแจ้งมาโดยเมื่อเรือจอดชายคนดังกล่าวได้ยกถังสีขาว จำนวน 1 ถังขึ้นมาจากเรือ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการซุ่มเฝ้าตรวจ จึงเข้าแสดงตัวเข้าตรวจค้นเมื่อชายต้องสงสัยเห็นเป็นเจ้าหน้าที่จึงทิ้งถังสีขาวที่ถือมาแล้วรีบขับเรือกลีบเพลายาวที่จอดไว้กลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จึงลงไปตรวจดูเปิดดูด้านในถังสีขาวพบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 4 แพ็คๆ รวมเป็นยาบ้าจำนวนประมาณ 39,951 เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้ก่อนจะทำการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เชียงของดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายธีระพล ขุนพานเพลิง นอภ.เมืองบึงกาฬ กล่าวว่า ทุกวันนี้ในพื้นที่อำเภอเมืองบึงกาฬ มีการระบาดของยาบ้าอย่างหนัก บางพื้นที่ราคายาบ้า เม็ดละ 20 บาท หรือ 5 เม็ดร้อย ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เป็นต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมลักเล็กขโมยน้อย รวมไปถึงการเมายาบ้าอาละวาด สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ในบทบาทฝ่ายปกครองเองมี 3 ส่วน มาตรการในการป้องกัน มาตรการในการปราบปราบ และมาตรการในการบำบัด ซึ่งฝ่ายปกครองเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับพื้นที่ยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นมือเป็นไม้ในพื้นที่มีโอกาสได้ส่งข้อมูลต่างๆให้กับหน่วยงานมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญในส่วนมาตรการป้องกันที่ได้ดำเนินการคือการป้องกันระดับกลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน เยาวชน ให้มีโอกาสห่างใกลจากยาเสพติด

ด้าน น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวเพิ่มเติมว่า นรข.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ในการแก้ปัญหาอีกส่วนหนึ่งจะนำกำลังพลหน่วย นรข.พบปะประชาชน เยาวชน มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจปัญหายาเสพติด และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน และเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบคือครอบครัว โดยจะกลับไปให้ข้อมูลที่ดีกับประชาชนให้ความร่วมมือลดละเลิกยาเสพติด
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

จังหวัดบึงกาฬก้าวสู่ยุคดิจิทัล เสริมระบบป้องกันภัยพิบัติด้วยเทคโนโลยี AI (CCTV-based)
.
วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมสิรินธรวัลลี ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ได้มีการจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการจัดระบบป้องกันและจัดการภัยพิบัติโดยใช้ระบบเทคโนโลยี CCTV-based (AI) ระหว่าง จังหวัดบึงกาฬ บริษัท ลาว พีเพิล จำกัด และบริษัท เอเดน แลป จำกัด

CCTV-based (AI) หรือระบบกล้องวงจรปิดที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ เป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ โดยระบบนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ประโยชน์ของการใช้ระบบ CCTV-based (AI) ในการจัดการภัยพิบัติ การตรวจจับภัยพิบัติล่วงหน้า ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น พายุ ฝนตกหนัก หรือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ตรวจจับเหตุการณ์ผิดปกติ

ระบบ CCTV-based (AI) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือในการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ โดยสามารถตรวจจับภัยพิบัติได้ล่วงหน้า ประเมินความเสียหาย ติดตามสถานการณ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดบึงกาฬในการสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน และเป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.มุกดาหาร ซ้อนแผนรวบฆาตกรโหด ฆ่าเพื่อนถ่วงน้ำโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ร.ต.อ.อุทัย ศรีแนน ร้อยเวร สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ แตงงาม อายุ 42 ปี ว่ามีเพื่อนถูกฆ่าตายในบ้านเช่าในชุมชนตาดแคน ซอย 8 เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แล้วนำศพไปทิ้งที่บริเวณริมแม่น้ำโขงบ้านสงเปือย ตำบล บางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้ลงมือฆ่า คือ นายบาส เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบศพนายกิตติศักดิ์ บางเพชร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 221 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ส่งสินค้า สภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแล้วถูกนำร่างใส่ไว้ในกระสอบแล้วหุ้มทับด้วยถุงดำ

ต่อมาเนื่องจากยังไม่มีหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้วิธีเชิญตัวนายกิตติพงศ์ หรือบาส เงินงาม อายุ 46 ปี มาที่ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อขอสอบถามข้อมูล ปรากฏว่าเมื่อนายบาส มาถึงก็ได้เข้าไปนั่งสั่งอาหารรับประทานอยู่ในร้านอาหารตามสั่งของ สภ.เมืองมุกดาหาร โดยยังไม่เข้าไปพบกับพนักงานสอบสวน ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อทราบว่านายบาส นั่งอยู่ในร้านอาหารก็ได้เข้าไปควบคุมตัวแล้วนำไปสอบสวน ซึ่งต่อมา นายบาสได้ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่านายกิตติศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนกันจริงเพราะเมาและและเกิดอารมณ์โมโหจากการโต้เถียงกันเรื่องยาเสพติด

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายบาส ไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเช่า โดยนายบาสได้เปิดเผยเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น. ตนเอง กับนายสมศักดิ์ และผู้ตาย ได้นั่งกินเหล้าด้วยกันที่บริเวณด้านหลังบ้านพักภายใน ซ.ตาดแคน จากนั้นมีเรื่องทะเลาะกันกับผู้ตาย ทำให้เกิดความโมโหจึงได้ทำร้ายผู้ตายโดยใช้เอาน้ำร้อนนาฬิกาต้มน้ำสาดใส่ผู้ตายแล้วเข้าไปชกต่อยและใช้เท้ากระทืบจนถึงแก่ความตาย

จากนั้นในเวลาประมาณ 00.30 น. ก็ได้นำศพผู้ตายใส่ในกระสอบ หุ้มทับด้วยถุงดำ แล้วมัดด้วยลวดและถ่วงก้อนหิน ก่อนที่จะนำศพขึ้นรถบรรทุก ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71 – 1176 นนทบุรี ไปทิ้งลงในแม่น้ำโขง ที่บริเวณท่าทราย บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดังกล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร

ภาพ//ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 จับกุมยาบ้า 1.17 ล้านเม็ด/พบศพหญิงดับปริศนา สภาพมีเชือกผูกคอ กับต้นไม้บนภูเขา อ่างห้วยไร่ 2

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (บก.นบ.ยส.24) อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานด้านยาเสพติด รวมถึงปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วย ในพื้นที่รับผิดชอบอำเภอชายแดนของจังหวัดเลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี รวม 25 อำเภอ 92 ตำบล 512 หมู่บ้าน

พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม​ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวทิ้งท้ายว่า “ ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งของประเทศชาติ และลุกลามโดยไม่มีเวลาให้เราตั้งหลักนาน ดังนั้นการปฏิบัติงานของ นบ.ยส.24 ต้องมุ่งเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วน เข้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน อย่างเร่งด่วน และจริงจัง“

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปที่ สถานีตำรวจภูธรชานุมาน อ.ชานุมาน​จ.อำนาจเจริญ เพื่อร่วมแถลงข่าวจับกุม ยาบ้า 1,174,000 เม็ด เมื่อ 1 ตุลาคม 2567 โดยสรุปดังนี้​ ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ภายใต้อำนวยการโดย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

พลตรีสมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พลตำรวจตรี มารุต เรืองจินตนา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พันจ่าเอก สุวิน ห้องแซง นายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอก โชติ์นรินทร์ ศุภาวรัตม์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชานุมาน มีผลการจับกุมคดียาเสพติด​ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย​ ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23, ตำรวจสืบสวน สถานีตำรวจภูธรชานุมาน, ฝ่ายปกครองอำเภอชานุมาน, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตอุบลราชธานี, ตำรวจ มว.ฉก.หมวดเฉพาะกิจ ตำรวจตระเวนชายแดน 2273

ได้ร่วมจับกุม ผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คน อายุ 22 ปี และ 14 ปี ซึ่งเป็นราษฎรบ้านเปื่อย ตำบล เปื่อย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,174,000 เม็ด, รถยนต์ Honda สีขาว ทะเบียน กง 920 อำนาจเจริญ 1 คัน และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สถานที่จับกุม บริเวณถนนลูกรังเสียบห้วยนาทัน บ้านโนนสำราญ หมู่ที่ 14 ตำบลซานุมาน อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
โดยก่อนเกิดเหตุ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) จะลักลอบขนยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักรไทย บริเวณริมฝั่งโขงปากห้วยนาทัน หมู่ที่ 14 บ้านโนนสำราญ ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ ชุดจับกุมจึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานหน่วยความมั่นคงในพื้นที่เพื่อวางแผนจับกุม ต่อมา

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตรวจพบยาบ้า (ของกลางที่ตรวจยึดได้) จึงได้วางกำลังดักซุ่มตามจุดต่างๆ ตามความเหมาะสม และตามที่ได้วางแผนไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดักซุ่มได้เห็น รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า แจ็ส สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 920 อำนาจเจริญ ซึ่งมีชายอายุ 22 ปี เป็นคนขับ และมีชาย อายุ 14 ปี ที่นั่งมาด้วย เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ทั้ง 2 คน จึงลงจากรถเก๋ง และได้ยกกระสอบที่บรรจุยาบ้าขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม บุคคลทั้ง 2 ไว้ได้ในที่เกิดเหตุ พร้อมได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ต่อมาได้นำผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรชานุมาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป

กองทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี และ ตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

มุกดาหาร​ -​สลด! พบศพหญิงดับปริศนา สภาพมีเชือกผูกคอกับต้นไม้บนภูเขาอ่างห้วยไร่ 2

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ศูนย์รับแจ้งเหตุ สถานีตำรวจภูธรผึ่งแดด ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบศพหญิงสาวมีเชือกผูกแขวนคอห้อยอยู่กับต้นไม้บนภูเขาบริเวณพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยไร่ 2 ตำบลดงมอน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร จึงได้แจ้งร้อยเวรสอบสวนรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมกับประสานขอความร่วมมือจากกู้ภัยร่วมใจ จุดคำชะอี (ในอุปถัมภ์พระครูปลัด พูลธวัฒน์ อิทธิญาโณ) ช่วยนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาจากบนเขา และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมุกดาหาร

จากการตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นของผู้ตายระบุชื่อ น.ส.นภา กองสุข อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/5 หมู่ที่ 1 ตำบลนาป่า อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี และใกล้กับจุดพบศพยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า zoomer X สีเขียว-เอเลี่ยนกรีน ทะเบียน 1 กส ชลบุรี 1274 จอดอยู่โดยมีหมวกกันน็อคสีดำวางอยู่บนเบาะที่นั่ง จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานเพื่อสอบสวนสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ศูนย์ข่าว​มุกดาหาร

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับฝ่ายปกครองแถลงการณ์ ตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย

แชร์เนื้อหานี้

นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 และ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ณ ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.13) โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ครั้นเมื่อเวลา 2130 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 จัดกำลังพลเฝ้าตรวจ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังสวนยางพารา พื้นที่บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้จำนวน 2 กระเป๋า ใบที่1 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม และ กระเป๋าที่ 2 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด หน่วยได้ประสาน ฝ่ายปกครองอำเภอโพนพิสัย,ตร.สภ.โพนพิสัย,หน่วยเรือโพนพิสัย,ตร.น้ำหนองคาย ร่วมทำการตรวจยึด ปัจจุบันนำของกลางมาทำการตรวจนับที่ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากกลุ่มขบวนการดังกล่าวมักจะลักลอบขนยาเสพติดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมืด อันตราย และเสี่ยงต่อการใช้อาวุธ และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของกำลังพล ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

กองทัพภาคที่ 2 โดย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพภาคที่2​ #กองทัพบกroyalthaiarmy​ #กรมการปกครอง​ #กระทรวงมหาดไทย​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯมุกดาหารสั่งตรวจสอบความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ

แชร์เนื้อหานี้

   วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายวรญาณ  บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้สั่งการให้ขนส่งจังหวัดมุกดาหารออกตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อความมั่นใจในการใช้บริการของประชาชน
โดยนายสมพงษ์ เทียนชัยเกิดศิลป์ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารผ่านรายการ”ผู้ว่าพบประชาชน”ว่าจังหวัดมุกดาหารมีผู้ประกอบการรถโดยสารขนาดใหญ่ จำนวน 39 ราย มีรถโดยสาร 20 กว่าคัน ซึ่งมีการตรวจสภาพตามระเบียบปีละ 2 ครั้ง

สำหรับการลงพื้นที่ปฎิบัติการตามมาตรการเชิงรุก สำนักงานขนส่งจังหวัดได้ ปฎิบัติการมาตรการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลโดยประสานผู้ประกอบการรถโดยสารทุกรายให้เตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง ,ออกตรวจเยี่ยมผู้ประกอบการให้คำแนะนำการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยโดยเฉพาะ ระบบเบรค

ความพร้อมของยาง และอุปกรณ์ความปลอดภัยภายในรถและอื่นๆ,ออกตรวจความพร้อมของรถและคนขับรถโดยสารประจำทางที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร,กำชับช่างตรวจสภาพรถเข้มข้นเรื่องการตรวจสภาพรถโดยสารโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของตัวรถเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก และเกิดความมั่นใจในการโดยสารรถ

ภาพ/ข่าว วันวิภา แพงแก้ว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

มุกดาหาร​ -​หนุ่มวัย 34 นอนตายปริศนาในรถ หน้าผับดังโฟร์คพระนครมุกดาหาร

เมื่อ เวลา 03.00 น. วันที่ 3 ตุลาคม 2567 ร.ต.อ.อลงกรณ์ แวงวรรณ รอง สว.(สอบสวน)ได้รับแจ้งมีชายไทยนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์กระบะสี่ประตู หมายเลขทะเบียน 35718 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณลานจอดรถของร้านโฟร์คพระนคร ต.มุกดาหาร อ. เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้พร้อมกับแพทย์เวรของโรงพยาบาลมุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สายสืบร่วมกันชันสูตรพลิกศพผู้ตายเมื่อไปถึงพบศพนายสันติ โคชขึง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ที่ 4 ต.บ้านแก้ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร

นอนเสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งด้านหลัง มีนายทิวากรณ์ สีทา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 3 ต. โพธิ์ไทรย์ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เจ้าของรถให้การว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุได้พากันมาเที่ยวดื่มกิน ผู้ตายได้ดื่มสุราและเมาหนักกระทั่งเวลาประมาณ 22.00น.ของวันที่ 2 ตุลาคม ก็บอกว่าต้องการพักผ่อน นายทิวากรณ์ กับเพื่อนจึงพามานอนพักผ่อนภายในรถโดยเปิดประตูรถไว้ทุกบานและไม่ได้ติดเครื่องยนต์ แล้วได้เข้าไปดื่มกินภายในร้านต่อ เมื่อถึงเวลาร้านปิดจึงมาที่รถเห็นนายสันติ นอนอ้าปากค้างอยู่ และไม่รู้สึกตัว จึงเรียกให้คนมาช่วยเหลือแต่ไม่สามารถช่วยได้เนื่องจากนายสันติได้เสียชีวิตแล้วจึงได้ร่วมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยก ารต่อสู้และบาดแผลตามร่างกายแต่อย่างใด

จากการสอบถาม นายเกียรติศักดิ์ โคชขึง บิดาของนายสันติ ให้การว่านายสันติ.มีอาการเป็นตระคิวบ่อยครั้งและเป็นคนชอบดื่มสุราเป็นประจำ และเมื่อดื่มสุราเมาแล้วมักจะมีอาการเป็นตระคิว ต้องช่วยเหลือโดยการบีบนวดเป็นประจำ ซึ่งนายสันติ เคยช็อคเนื่องจากดื่มสุราแล้วเป็นตระคิวและได้ช่วยเหลือมาแล้วหลายครั้ง จึงไม่ติดใจสาเหตุการตายของนายสันติ เชื่อว่านายสันติดื่มสุราจนเมาหนักแล้วเป็นตระคิวเสียชีวิตเอง ไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือปองร้ายทำให้นายสันติเสียชีวิตแต่อย่างใด

อนึ่ง มีประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า บริเวณที่ตั้งของผับ โฟล์คพระนคร อยู่ติดถนนพิทักษ์พนมเขตกลางใจเมืองมุกดาหาร เพิ่งเริ่มเปิดบริการเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมา และไม่อยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการ (Zoning) แต่เหตุใดจึงสามารถเปิดได้อย่างโจ่งแจ้ง และผ่านการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบได้อย่างไร

มุกดาหาร​ -​ฉก.ทหารพรานที่2105​ ตรวจยึดเนื้อหมูเถื่อน 1.5 ตัน พร้อมรถที่ใช้ขน​ คนขับทิ้งรถหลบหนี

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 2105 พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพราน ออกลาดตระเวนในพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร เพื่อป้องกันการลักลอบการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ครั้นเมื่อเวลา 22.45 น. ชุดลาดตระเวนได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยขับขี่ออกมาจากถนนเรียบริมแม่น้ำโขง บ.บางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร ลักษณะท่าทางมีพิรุธ จึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่เมื่อคนขับรถยนต์ดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้เร่งเครื่องยนต์ขับรถหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถไล่ติดตาม จนกระทั่งเวลา 23.00 น. พบรถยนต์คันกล่าวซึ่งเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบอร์น หมายเลขทะเบียน บม 5088 ศรีสะเกษ จอดอยู่บนถนนบ้านป่าหวาย ม.9 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยคนขับได้ทิ้งรถยนต์และอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว ตรวจพบเนื้อสุกรแช่แข็งบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ยจำนวน 1,500 กก. ที่บริเวณท้ายกระบะจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วส่งมอบให้ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #ทหารพรานที่2105​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2

ภาพ/ข่าว​ พวงเพชร​ จันทร์ดี
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​