คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าว PR

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารเที่ยวบินจากประเทศอินเดีย เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus)

แชร์เนื้อหานี้

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมกับกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตั้งจุดคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ 25 มกราคม 2569 เวลา 04.00 น. เป็นต้นไปนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นมาตรการเชิงป้องกันตามหลักสาธารณสุข สำหรับเที่ยวบินขาเข้าที่เดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) ประเทศอินเดีย โดยได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการคัดกรองผู้โดยสาร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แล งประเทศด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน บริเวณหน้า Gate ขาเข้าที่เดินทางมาจากเขตติดโรค พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) แก่ผู้โดยสาร

เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่ในกรณีพบความผิดปกติ รวมถึงประสานความร่วมมือกับด่านตรวจคนเข้าเมืองในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่เฝ้าระวังในช่วง 14 – 21 วันทั้งนี้ ผลการปฏิบัติในวันที่ 25 มกราคม 2569 ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารจากประเทศอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากเมืองกัลกัตตา (Kolkata: CCU) จำนวน 2 เที่ยวบิน ได้แก่ เที่ยวบิน 6E1911 และเที่ยวบิน TG314

รวมผู้โดยสารที่ได้รับการคัดกรองทั้งสิ้น 332 ราย ไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย (PUI) อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ทสภ. จะดำเนินการตามแผนรับมือด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และประสานส่งตัวเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลเครือข่ายทันที มาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุกตามแนวทางด้านสาธารณสุข โดยขณะนี้ยังไม่พบสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารโดยรวม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทรศัพท์หมายเลข 0 2132 0139 – 40


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ทำการปกครอง อ.ท่าหลวงจ.ลพบุรี ร่วมต้อนรับ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอคนใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวประคอง สุระเทศ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอท่าหลวงได้นำหัวหน้าส่วนราชการอำเภอท่าหลวง เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ร่วมให้การต้อนรับและแสดงความยินดีแด่ นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ที่ย้ายมาดำรงค์ตำแหน่งท่านใหม่เนื่องในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่ง “นายอำเภอท่าหลวง” จังหวัดลพบุรี

ทั้งนี้มี นายเจตน์พงษ์ โชคสวัสดิ์วรกุล นายอำเภอบ้านหมี่ พร้อมด้วย นายณัฏฐพงษ์ อารยางค์กูร ประธานกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง นำคณะ (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และที่ปรึกษา กต.ตร. สภ.โคกสำรง ที่ปรึกษาพิสูจน์หลักฐานจังหวัดลพบุรี และข้าราชการตำรวจ สภ.โคกสำโรง ร่วมเดินทางส่งนายเภอท่าหลวง ท่านใหม่ และร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายอำเภอท่าหลวง

โดยนางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม นายอำเภอท่าหลวง ได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่เดินทางมาส่ง และมาต้อนรับในโอกาสเดินทางมารับตำแหน่งนายเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี และยังกล่าวด้วยว่าจะตั้งใจทำงานทุ่มเทให้กับอำเภอท่าหลวง จะใช้ความรู้ความสามารถของตนเองที่มีอยู่รวมถึงประสบการณ์การ การทำงานได้มาพัฒนาเสริมสร้าง อำเภอท่าหลวง ให้ดียิ่งๆขึ้น

หากแม้ว่าหน่วยงานข้าราชการ ประชาชนอำเภอท่าหลวง มีความเดือดร้อน และต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใด ขอคำแนะนำปรึกษาได้ทันที โดยจะทำงานเชิงรุก และหวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากข้าราชการทุกท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดทั้งประชาชนอำเภอท่าหลวง ได้ให้ความร่วมมือในการทำงาน ในโอกาสข้างหน้านี้ให้สำเร็จสมความตั้งใจของพี่น้องอำเภอท่าหลวงต่อไป

โดยคำขวัญ อำเภอท่าหลวงนามกระเดื่อง แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกวังก้านเหลือง ลือเลื่องป่าจำปีสินธร นครโบราณซับจำปา
ข้อมูลทั่วไป 1.ประวัติความเป็นมา เมื่อหลายสิบปีก่อน บริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไม้หนาทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอย่เป็นจำนวนมาก ผู้คนจากฝั่งตะวันตกของ

แม่น้ำป่าสักจะข้ามมาล่าสัตว์และตัดฟืนเป็นประจำ และโดยที่บริเวณป่าทึบเป็นเขตป่าสงวน ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า “ป่าหลวง” หมายถึงเป็นป่าของหลวงที่สงวนไว้ ประกอบกับชาวบ้านที่ข้ามมาจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำป่าสักต้องอาศัยเรือแพข้ามมา บริเวณที่ชาวบ้านใช้เรือแพข้ามมาเป็นประจำจึงกลายเป็นท่าข้ามเรือของชาวบ้านไปในที่สุด ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านในปัจจุบัน จึงเรียกสถานที่นี้ว่า “ท่าหลวง”

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายน 2520 ได้ตั้งเป็นกิ่งอำเภอขึ้นที่บ้านท่าหลวง หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง และได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอท่าหลวงขึ้นเป็นอำเภอท่าหลวง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2532 2.เนื้อที่/พื้นที่ 375 ตร.กม. 3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนจัด ฤดูหนาวมีลมแรง ส่วนฤดูฝนจะมีพายุลมแรงอยู่เสมอ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,119 มม. ต่อปี หมายเลขโทรศัพท์ 036-497087
หมายเลขโทรสาร 036-497087

สนอง แท่นสูงเนิน
ภาพ/ข่าว จังหวัดลพบุรี

Bangkok, Friday, 9 January 2026

แชร์เนื้อหานี้

Saudi‑Thai Business Council and Thai SME Federation Sign Strategic MoU to Strengthen Bilateral Trade and Investment Cooperation

Today, the Saudi‑Thai Business Council, a key platform under the Federation of Saudi Chambers of Commerce, and the Thai SME Federation signed a landmark Memorandum of Understanding (MoU) in Bangkok, Kingdom of Thailand. This strategic cooperation marks a new chapter in economic collaboration between the Kingdom of Saudi Arabia and the Kingdom of Thailand, highlighting mutual commitment to empowering small and medium enterprises (SMEs) and fostering sustainable trade and investment growth.

The signing ceremony was attended by senior representatives from both sides, including the President and Vice‑President of the Thai SME Federation, members of its executive team, and senior delegates from the Saudi‑Thai Business Council.

Osama Kokandy, Chairman of the Saudi‑Thai Business Council, commented: “It is with great pride and optimism that we sign this strategic MoU with the Thai SME Federation today. This moment represents not just a formal agreement, but the beginning of a long‑term partnership grounded in respect, shared goals, and mutual ambition to enhance economic ties between our two kingdoms.

He continued: “Thailand holds a uniquely important place in our bilateral relationship. Thai businesses are known for their exceptional standards of quality, strong work ethics, and flexibility — attributes that make them ideal partners in global trade. It is our great pleasure to work closely with Thai entities to unlock new opportunities for entrepreneurs on both sides.”

The Saudi‑Thai Business Council represents the business interests of the Federation of Saudi Chambers of Commerce, which comprises more than 750,000 companies across small, medium, and large enterprises. The Council has been instrumental in creating platforms that empower business communities, facilitate market entry, and drive cross‑border collaborations.

The strategic cooperation established through this MoU will deliver a range of tangible benefits for members of both parties, including but not limited to:

  • Enhanced market access: Providing Thai SMEs with direct access to the vast Saudi market and Saudi companies with opportunities in Thailand.
  • Business matching and networking: Facilitating high‑level B2B engagements, trade missions, and matchmaking events between Thai and Saudi enterprises.
  • Regulatory and operational support: Helping members navigate legal, regulatory, and procedural requirements in both countries.
  • Knowledge and capability building: Promoting joint training programs, workshops, and exchange of best practices for SMEs to scale sustainably.
  • Strategic investment opportunities: Encouraging collaboration in priority sectors including food and beverages, health and wellness, logistics, manufacturing, digital services, and tourism.

Mr. Kokandy added: “Our vision is aligned with Saudi Arabia’s Vision 2030 and Thailand’s economic priorities. By bringing our business communities closer, we deepen not only commercial relations but also cultural understanding and shared prosperity.”

Both parties expressed their strong commitment to implementing the framework of cooperation and to engaging their extensive networks to achieve meaningful impact in the short and long term.

The signing of this MoU reinforces the role of the Saudi‑Thai Business Council and the Thai SME Federation as catalysts for economic connectivity, supporting SMEs as engines of innovation and job creation across both economies.

clusterSIE #SaudiThai BusinessCouncil #Thai SME Federation

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /กู้ภัยระทึกช่วยสาวท้องแก่ส่งโรงพยาบาลแต่สุดท้ายอั้นไม่ไหวคลอดเองบนรถกู้ภัย

แชร์เนื้อหานี้

เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับเจ้าหน้าทีกู้ภัยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองใหม่ เมื่อพวกเขาได้รับแจ้งจากศูนย์สั่งการกู้ชีพปราการ ว่ามีหญิงเจ็บครรภ์ใกล้คลอดขอความช่วยเหลือพาเธอส่งโรงพยาบาล

โดยเธอนั่งรถมาในรถบรรทุกพ่วง ขณะเดินทางไประยอง และเกิดการเจ็บครรภ์ใกล้คลอดจึงโทรขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ช่วยพาเธอส่งโรงพยาบาล โดยจอดรถรออยู่ริมถนนสายเทพรัตน ขา ออก กม 25 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ เหตุเกิดเมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 15 มกราคม 69

ทันทีที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้รับแจ้งเหตุ ก็รีบนำกำลังเดินทางไปไปตรวจสอบ พอไปถึงก็พบกับ สายชล อายุ 26 ปี รอคอยความช่วยเหลืออยู่ กู้ภัยจึงประคองเธอเดินขึ้นมาบนรถพยาบาล เพื่อจะนำส่งโรงพยาบาลบางบ่อ ระหว่างทางที่กำลังจะไปโรงพยาบาลบางบ่อนั้น ปรากฏว่า เธอได้คลอดบุตรสาวออกมากลางรถกู้ภัยในระหว่างทาง

เจ้าหน้าที่จึงรีบประสานกลับไปยังโรงพยาบาลบางบ่อเพื่อจัดเตรียมทีมแพทย์และพยาบาลรอรับทั้งแม่และเด็ก ซึ่งพอเดินทางถึงโรงพยาบาล พบว่าทารกเพศหญิง รายนี้ปลอดภัยดี แข็งแรง ร้องดัง แถมยังมีน้ำหนักตัวถึง 2620 กรัม ซึ่งสร้างความดีใจทั้งคุณแม่และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเป็นอย่างมาก รวมถึงคุณพ่อที่เป็นคนขับรถบรรทุกอีกด้วย

จากการสอบถามนางสาว สายชล คุณแม่ของทารกเพศหญิงรายนี้ บอกว่า บุตรสาวคนนี้เป็นบัตรคนที่สี่ของครอบครัวแล้ว โดยเธอได้ฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลระยอง และมีกำหนดคลอดวันที่ 26 มกราคม 2569 นี้ แต่ยังไม่ทันครบกำหนดคลอด ก็รู้สึกปวดครรภ์คล้ายจะคลอด

จึงรีบโทรขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ ส่วนที่เธอต้องนั่งรถมากลับสามีนั้น เพราะสามีเป็นห่วงจึงขอให้นั่งมาด้วยหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสามีจะได้อยู่เคียงข้างและช่วยเหลือได้ทัน กระทั่งมาคลอดลูกสาวในวันนี้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.น่าน จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชน สร้างความร่วมมือประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งและประชามติ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ที่ โรงแรมน่านตรึงใจ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายบรรจง ขุนเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดกิจกรรม “สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน พบสื่อมวลชน” เพื่อสร้างความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้งตามเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย และร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้

ในระดับท้องถิ่นและระดับชาติอย่างถูกต้องและโปร่งใส ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมทั้งชี้แจงขั้นตอนการเลือกตั้ง สส. ให้กับสื่อมวลชน รวมถึงมีการบรรยายให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย การ

ดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง กระบวนการและขั้นตอนการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ การมีส่วนร่วมของประชาชนและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง กระบวนการรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขต รวมถึงการสนับสนุนข้อมูลและสื่อประชาสัมพันธ์ในการเลือกตั้งท้องถิ่นและระดับชาติ พร้อมกันนี้ได้มี การประชุมชี้แจงอนุกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง

ผู้ช่วยอนุกรรมการประจำเขตเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ธุรการ การเงินของศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง(อำเภอ)
นายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดน่าน กล่าวว่าสำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีสื่อมวลชนในจังหวัดน่านเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 35 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการเลือกตั้งได้

อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทั่วถึง สร้างการรับรู้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น ลดจำนวนบัตรเสีย รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับสื่อมวลชนท้องถิ่นทุกแขนง ในการบูรณาการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งทุกระดับ และการออกเสียงประชามติ ตลอดจนเสริมสร้างภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

สำหรับการรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตทั้ง 3 เขตของจังหวัดน่าน จะมีการรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 ที่ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน และจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568

ส่วนการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 80 แห่งของจังหวัดน่านจะมีการลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 11 มกราคม 2568 นี้/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายอำเภอนครชัยศรีร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่

แชร์เนื้อหานี้

วันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี ตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เลอศักดิ์ ตุมรสุนทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5

นายพุฒิศิษฐ์ โชคสิริหิรัญ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 5 และอนุกรรมการฯ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป ณ ห้อง Ballroom Hall ยูนิแลนด์ กอล์ฟ แอนด์รีสอร์ท ตำบลวังเย็น อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สทนช.1จัดการประชุมเตรียมการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำยม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09.30น.ของวันที่ 16ธันวาคม2568ณ.ห้องประชุม สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (772)ชั้น7ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นาย อนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค1

ได้มาเป็นประธานการจัดการประชุมเตรียมการเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำยม ในการทบทวนแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำยมและถอดบทเรียนอุทกภัยที่ผ่านมาในพื้นที่ลุ่มน้ำยม

ทั้งนี้ นาง วชิรญาณ์ สุนทร ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำยมทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการฯดำเนินการประชุม.โดย ผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยคณะกรรมการลุ่มน้ำยม อาทิ

สำนักงานชลประทานที่3 สำนักงานชลประทานที่4 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แพร่ ,สุโขทัย,พิษณุโลก, พิจิตร ฯลฯ พร้อมสรุปผลการถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางระกำปี2568 และแนวทางการบริหารจัดการน้ำปี2568

โดยสำนักงานชลประทานที่3 พร้อมพิจราณา ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด แนวทางการแก้ไขการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนที่ผ่านมาในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินงาน แนวทางการทบทวนแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมลุ่มน้ำยมเพื่อเตรียมความพร้อมบริหารจัดการน้ำฤดูฝน ปี2569 ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมต่อไป.
กิตติ พรดวงจันทร์ สุโขทัย.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กรมโยธาธิการและผังเมือง จัดประชุมครั้งที่ 3 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล จังหวัดนราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 15 ธ.ค.68 นายอาทิตย์ ศรีสุวรรณ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนราธิวาส เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล

พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส ที่ห้องประชุมโคกเคียน อบต.โคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส ซึ่งมีผู้แทนหน่วยงานราชการ ระดับจังหวัด/อำเภอ ผู้แทน อปท. ผู้นำท้องที่ และประชาชนที่เกี่ยวข้อง กว่า 120 คน เข้าร่วม ขณะนี้เดียวกันจะมีผู้เข้าประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom)


โดยนายศารทูล รัตนบุญ วิศกรโยธาชำนาญการ กรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้งานจ้างศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเป็นระบบ ในระบบกลุ่มหาดหลักอ่าวไทยตอนล่าง (T6) ระยะที่ 1 การจัดประชุมในวันนี้ (15 ธ.ค.68)

เพื่อชี้แจงรายละเอียดของรูปแบบการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สรุปผลการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีนายไมตรี ประทีป ณ ถลาง นายอรินทร์ โสมบ้านกวย ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม ดำเนินการให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

โดยจะนำผลจากการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 เสนอไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องด้วยพื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งรูปแบบเขื่อนหินทิ้งตั้งแต่ปากคลองโคกเคียน จนถึงบ้านโคกพะยอม ความยาวรวมประมาณ 5,000 เมตร แต่บ่งช่วงโครงสร้างหินทิ้งทรุดตัวชำรุดเสียหาย

โดยโครงสร้างไม่สามารถป้องกันคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะในช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรงได้ ก่อให้เกิดความเสียหานต่อพื้นที่ชุมชน รวมถึงบ้านเรือนประชาชนหลังแนวชายฝั่ง การดำเนินโครงการของกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงเป็นการแก้ไขปัญหาเพื่อความมั่นคงแข็งแรงและถาวร ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโครคอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท เอส ที กรีน จำกัด ดำเนินโครงการฯ

สำหรับพื้นที่โครงการฯ ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเล หมู่ที่ 1 บ้านโคกเคียน และหมู่ที่ 13 บ้านบาโร๊ะบูตอเหนือ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการออกแบบรายละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งในลักษณะการบูรณาการเป็นระบบกลุ่มหาดในพื้นที่ศึกษา ตลอดจนศึกษาความเหมาะสมด้านเศรษฐศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ

ชายฝั่งตามพื้นที่ที่ได้ศึกษาออกแบบรายละเอียด โดยประเมินความคุ้มค่า ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในพื้นที่ และเพื่อศึกาา/จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายทะเล หรือเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ คาดว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการฯ สามารถป้องกันและแก้ไขปัยหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการสูญเสียพื้นที่ และลดการเกิดความเสียหายด้านทรัพยากรชายฝั่ง ป้องกันทรัพย์สินของทางราชการและประชาชนไม่ให้ถูกคลื่นกัดเซาะ ทำให้สภาพชายฝั่งมีทัศนียภาพสวยงาม และส่งเสริมการท่องเที่ยว และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นอีกด้วย
////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ ทำบุญกว่า 1 ล้านบาท มอบให้รพ.ตำรวจ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบ 50 วัน “ปัญญาสมวาร” เนื่องในวันสวรรคต สมเด็จพระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลครบ 50 วัน “ปัญญาสมวาร” เนื่องในวันสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พระวชิรคณาทร

ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง หรือ เจ้าคุณแจ้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธาน ในพิธี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการทุกหมู่เหล่า และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีเพื่อน้อม บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความจงรักภักดีอย่างล้นพ้น

หลังจากเสร็จสิ้นพิธี เพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลครบ 50 วัน “ปัญญาสมวาร” เนื่องในวันสวรรคต สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้าน เจ้าคุณแจ้ ได้มอบเงินให้กับ โรงเรียน วัด โรงพยาบาล และสถานีตำรวจ เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในโรงเรียนและโรงพยาบาลที่เกิดขึ้น

โดย พระวชิรคณาทร หรือ เจ้าคุณแจ้ บอกว่า สำหรับการมอบเงินสนับสนุนหน่วยงานต่างๆในวันนี้ เป็นเงินจากส่วนตัวที่มีญาติโยมถวายใส่ซองในงานกิจนิมนต์ต่างๆตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ซึ่งในทุกๆปี จะนำปัจจัยที่ได้จากกิจนิมนต์รวบรวมเอาไว้และจะเปิดซองปีละสองครั้ง

เพื่อนำปัจจัยทั้งหมดมอบให้สาธารณประโยชน์ ทั้งเรื่องการแพทย์ การศึกษา ตำรวจ ทหาร และชุมชน ซึ่งครั้งนี้สามารถรวบรวมปัจจัยได้ทั้งหมด 1.2 ล้านบา จึงนำมามอบในครั้งนี้เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัดบางเลนออกรับบิณฑบาตร เนื่องในวันชาติ และวันพ่อแห่ชาติ 5ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2568วัดบางเลน อำเภอบางเลน จ.นครปฐม พระครูเกษมถาวรคุณเจ้าคณะตำบลไผ่หูช้างเจ้าอาวาสวัดบางเลนได้นำ..คณะสงฆ์วัดบางเลนออกบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ซอยวัดบางเลน และตลาดแพปลาบางเลนธานี

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม พศ.2568 คณะสงฆ์วัดบางเลนจึงออกบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้ง โดยมีญาติโยมคนไทย และชาวเมียนมาร่ามทำบุญใส่บาตร จำนวนมาก

สิ่งของที่ญาติโยมได้ร่วมกันทำบุญมา ทางวัดบางเลนจะนำมาจัดทำเป็นถุงยังชีพเพื่อแจกจ่ายผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ ในชุมชนอำเภอบางเลนต่อไป เพื่อเป็นสะพานบุญส่งต่อแด่ญาติโยมที่ใส่บาตรทำบุญมา

ทางวัดบางเลน ได้ทำเช่นนี้มานานกว่า 15 ปีแล้ว ญาติโยมท่านใดมีความประสงค์ที่จะร่วมทำบุญ บริจาคข้าวสารอาหารแห้ง หรือเป็นปัจจัยที่จะนมาซื้อสิ่งของที่ขาดเติมให้ครบเป็นถุงยังชีพ สามารถร่วมบริจาคได้ตามช่องทางนี้ ..ธนาคารไทยพานิช ชื่อบัญชีวัดบางเลน 780-3004-831

หรือติดต่อสอบถามได้ที่ พระครูเกษมถาวรคุณ เจ้าคณะตำบล ไผ่หูช้าง เจ้าอาวาสวัดบางเลน โทรศัพท์ 081-7362702
ประยูร น้อยบัวงาม
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม