คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.กวก.ศสพ. ตรวจเยี่ยมประเมินผลการฝึกกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ที่ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัด นครราชสีมา พันตรี จามิกร วงศ์สีดา ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 และกำลังพลให้การต้อนรับ พันเอก ทศพล ลึกลับพนาวัลย์ ผู้อำนวยการ กองวิทยาการ ศูนย์สงครามพิเศษ ( ผอ.กวก.ศสพ.) หัวหน้าชุดตรวจสอบการฝึกและคณะ เดินทางมาตรวจสอบการฝึกและประเมินผลการฝึกของ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ทั้งนี้ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปเพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถของหน่วยกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 มีภารกิจเป็นหน่วยดำเนินการฝึกอบรมปฏิบัติการพิเศษ ให้กับหน่วยทหาร ระดับกองร้อย กำลังกึ่งทหาร และประชาชน ให้มีขีดความสามารถ ในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ รวมทั้งให้มีความรู้พื้นฐานและการปฏิบัติการจิตวิทยา , ปฏิบัติการพิเศษ หรือภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือ คณะชุดตรวจการฝึกได้แนะนำ และมอบนโยบายการฝึกของหน่วย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลให้รองรับภารกิจต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ฝึกเพื่อรบ เจนจบภารกิจ พิชิตทุกสมรภูมิ”

ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฝรพ.2
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาค 2 และ มทร.อีสาน พัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารสนับสนุนด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ณ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๒ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ลงพื้นที่ร่วมทดสอบระบบงานวิจัย โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมเพื่อเป้าหมายในการสนับสนุนด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ตัวแทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับ พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร เสนาธิการกองทัพภาคที่ ๒ และ ผศ.ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ เพื่อรับชมการทดสอบระบบรถปฏิบัติการสื่อสาร ภายใต้โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จากทุนวิจัยของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และมี กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) หน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถบูรณาการระบบสื่อสารเพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัย ในการป้องกัน รักษาผลประโยชน์สาธารณะ และช่วยเหลือประชาชน โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม เกิดขึ้นจากอุปสรรคเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือภัยอื่นๆ มักจะตามมาด้วยความล้มเหลวของระบบการสื่อสาร ไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันเวลาจากพื้นที่ประสบภัย

จึงทำให้หน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันสมัยในการประเมินสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้ถูกต้องทันเวลา กระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงและอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ช่วยในงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ปกติ เช่น การป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระบบการสื่อสารกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม สำหรับติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งยังประสบปัญหาและอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารเช่นเดียวกัน กระทรวงกลาโหมจึงมีความจำเป็นที่จะวิจัยและพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาเพื่อการป้องกันและรักษาประโยชน์สาธารณะ และการช่วยเหลือประชาชน

สำหรับงานวิจัยโครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารขอ กระทรวงกลาโหม โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นผู้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ด้วยกองทุนของ กสทช. นั้น นับเป็นการพัฒนาระบบสื่อสารที่สามารถบูรณาการได้หลากหลาย ปลอดภัย รวดเร็ว และมีระบบทางเลือกในการใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ สถานที่ และสภาพแวดล้อม สามารถติดตามสถานการณ์และสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล รวมถึงการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา โดยได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการสื่อสาร อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง รวมถึงเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า บนรถบรรทุกขนาดเล็กในเชิงพาณิชย์ จำนวน ๑ คัน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถเริ่มปฏิบัติการสื่อสารได้ภายในเวลา ๑๕ นาทีหลังจากเข้าพื้นที่สถานการณ์ และแน่นอนว่า รถปฏิบัติการสื่อสารดังกล่าว จะสามารถบูรณาการระบบสื่อสาร

เพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมทั้ง ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมสามารถติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และได้รับข้อมูลสำคัญๆเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ณ ศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) จะเป็นหน่วยงานแรกๆที่จะเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย สามารถดำเนินการวางแผน ประสานงาน และสนับสนุนงานด้านการสื่อสารต่างๆ ทั้งเรื่องวิทยุ คลื่นความถี่ ภาพถ่ายดาวเทียม รวมถึงการติดตั้งระบบการสื่อสารทางโทรศัพท์ ที่จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที หากได้รถปฏิบัติการสื่อสารฯในงานวิจัยครั้งนี้ มาช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของระบบการสื่อสารในพื้นที่ภัยพิบัติจะทำให้การช่วยเหลือนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการทดสอบระบบในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ครั้งนี้ ทำการทดลองใช้งานกับระบบที่ใช้งานจริงของกองการสื่อสาร ศูนย์ดิจิทัล กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม โดยมีการจำลองสถานการณ์และทำการทดสอบแบบเต็มระบบ ในสภาวะการสื่อสารปกติและการจำลองสภาวะการสื่อสารไม่ปกติ เช่น เกิดการคับคั่งของการสื่อสารในพื้นที่ เป็นต้น หลังจากการทดสอบนี้แล้ว จะมีการนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน และจะทำการทดสอบระบบอีกครั้ง ณ กองพันระวังป้องกัน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงจะมีการอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จำนวน ๓หลักสูตร ก่อนจะมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารในโครงการนี้ให้กับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม เพื่อใช้ในภารกิจต่อไป

โดย พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นงานวิจัยและมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารฯแล้ว ทาง ทสอ.กห. ผู้รับประโยชน์ในงานวิจัยนี้ จะนำเครื่องมือการสื่อสารดังกล่าวมาใช้งานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และจะมีการวางแผนงานการซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลการใช้งานต่างๆให้มากที่สุด เพื่อนำไปวิเคราะห์ ประเมินผล และนำมาต่อยอดในงานวิจัยครั้งต่อๆ ไปพร้อมเชื่อมั่นว่าผลของงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆของระบบการสื่อสารเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆได้มากยิ่งขึ้น อีกด้วย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ มทภ.2 เยี่ยมค่ายคืนคนดีสู่สังคมผู้เสพ 102 คนรับปากไม่กลับไปเสพ

แชร์เนื้อหานี้


วันนี้ (19 ม.ค.68) ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พลโท บุญสิน พาดกลาง พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเพื่อ “คืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน พร้อมกับเยี่ยมผู้ปกครองที่นำอาหารมาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดและรพ.บึงกาฬ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.พงศ์พัชร แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางสุนิสา เอมสมบุญ ยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ ดร.ภมร ดรุณ นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 ให้การต้อนรับ

หลังจากแม่ทัพภาค 2 ได้ฟังรายงานจาก ผอ.โครงการฝึกอบรมฯได้สอบถามว่าการที่จะนำผู้เสพเข้าค่ายนี้ นำมาอย่างไร ซึ่งผู้ว่าและก็ทีมงาน ช่วยกันตอบว่ามีทั้งผู้ใหญ่บ้านนำมาส่ง แล้วก็ผู้ปกครองสมัครใจมาเองก็มี ส่วนที่เข้าค่าย 4 เดือน ก็คือตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2567-31มีนาคม 2568 นั้น งบประมาณได้มาจาก ป.ป.ส. และก็หากหมดโครงการนี้แล้ว ก็จะของบจาก ป.ป.ส.มาช่วยสานต่อเนื่องจาก ชาวบ้านที่มีลูกมีหลานติดยาทางก็เห็นชอบ

ในการที่จะนำตัวเด็กมาบำบัดรักษา ส่วนผู้ที่เข้าอบรมในโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม”ก็คือได้มาจากทาง ผู้นำชุมชนพามาส่งและก็ผู้ปกครองและตัวเองเต็มใจเข้าค่ายมาบำบัดรักษา ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนก็ชื่นชอบเนื่องจากว่าบางคนก็สร้างความรำคาญให้กับชุมชนเมื่อออกจากบ้านหายไป 4 เดือน แล้วกลับเข้าสู่สังคมได้ บางคนก็อยู่ได้ด้วยการฝึกอบรมหรือมีอาชีพใหม่ๆ ถ้าหากว่ายังกระทำผิดอยู่ก็ต้องมาบำบัดใหม่ในรอบต่อไป
ซึ่งทางแม่ทัพภาค 2 กล่าวว่าบางทีถ้ามีโอกาสได้พบ

ท่านวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ก็จะช่วยของบประมาณ มาเพิ่มเติมให้ เพราะว่าบึงกาฬก็มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นทางผ่านยาเสพติด จับกุมแต่ละทีมีแต่หลักล้านเม็ดขึ้น ถึงแม้ว่าจังหวัดบึงกาฬไม่ใช่เป็นจังหวัดเป้าหมายที่จะทำโครงการนี้ เหมือนจังหวัดสกลนคร นครพนมและจังหวัดร้อยเอ็ด แต่อย่างไรจังหวัดบึงกาฬเราก็ต้องได้ทำอยู่ในโอกาสต่อไปเพราะว่าทางรัฐบาลจะให้ทำ ทั้งหมด 77 จังหวัด
จากนั้น ทางแม่ทัพภาค 2 และคณะได้เดิน ไปเยี่ยมพูดคุยผู้เข้าค่าย คืนคนดีสู่สังคม โดยนั่งรออยู่ที่เต็นท์ด้านข้าง หลังจากพบปะ พูดคุยกับผู้เข้าอบรมแล้วต่างยืนยันว่า “จะไม่เสพ ไม่ค้าอีก”

ส่วนผู้ที่เข้าอบรมครั้งนี้อายุมากที่สุดก็คือ 56 ปี จากนั้นเดินไปเยี่ยมผู้ปกครอง ส่วนมากก็เป็นผู้หญิงที่นำข้าวปลาอาหาร มาฝากลูกๆ ทุกคนต่างยืนยันว่าโครงการนี้ดีมากเลย ที่เห็นเจ้าหน้าที่ออกไปพบปะพูดคุยแล้วก็นำลูกหลานมาช่วยบำบัดรักษา พร้อมกับสอน วิชาอาชีพต่างๆ ให้ด้วย เช่น ตัดผม ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ หรือเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ได้มาฝึกสอนให้ เมื่อออกจากค่ายนี้ไปแล้วก็จะมีอาชีพติดตัว สำหรับคนที่ไม่มี มีสวนยางเป็นของตัวเอง จากนั้นช่วงบ่าย

แม่ทัพภาคพร้อมคณะเดินทางต่อไปยังบ้านนากั้ง เพื่อไปตรวจเยี่ยม บก.ร้อยสกัดกั้นที่ 2 บ้านสุขประเสริฐ ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ รับฟังบรรยายสรุป ที่วัดท่าไทรวนาวาส บ้านท่ากลิ้ง ต.นากั้ง รับฟังบรรยายสรุป ณ.จุดตรวจการณ์ดอนโคลาด พบกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ก่อนจะเดินทางกลับ.
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ 0933199399

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.นราธิวาสสะท้อนพหุวัฒนธรรมรับมอบของมงคลจากบริษัทเกศกาญจน์จำกัดส่งต่อความห่วงใยถึงพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิมในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มกราคม 2568 ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส

โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18/ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา คุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต นายดอรอแม บินหะยียูโซ๊ะ ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัว

ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของหน่วย เฉพาะกิจนราธิวาส ประจำปี งบประมาณ 2568 และนโยบายสำคัญ ผู้อำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 โดยมุ่งเน้นการดำเนินการส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ขับเคลื่อนเรียนรู้และยอมรับการอยู่ร่วมกัน โดยการเปิดเวที และจัดกิจกรรมศาสนสานสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้วยการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ระหว่าง พี่น้องไทยพุทธ และ มุสลิม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ร่วมกันภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรมอย่างปกติสุข

โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงได้ริเริ่มกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้โอกาสในห้วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน จัดกิจกรรม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำศาสนาได้มีโอกาสพบปะพูดคุย และให้ผู้ร่วมกิจกรรม ได้ร่วม ดุอาร์ขอพรทำบุญ ถวายเพลแด่พระสงฆ์ และชมการเชิดสิงโต รวมทั้งการแบ่งปัน ผลไม้ และขนมเข่ง ให้กับเด็กเยาวชนในสถานศึกษา ประชาชน และกำลังพลเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่าหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริม วัฒนธรรม ประเพณีในห้วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน ตามนโยบายผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในส่งเสริมเสริม การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม อันนำมาซึ่งความอบอุ่นและ ความยินดี ซึ่งการที่ผู้นำศาสนา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม

ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ไม่เพียงแต่ได้มาพบปะพูดคุยกันและร่วมประกอบศาสนกิจ รวมถึงชมการแสดงเชิดสิงโตเพียงเท่านั้น แต่ยังแสดงออกถึงความรัก ความปรองดอง ตลอดจนการเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมนอกจากนี้บริษัทเกศกาญจน์ จำกัด โดยคุณกาญจนา รอบคอบ ยังได้จัดเตรียมผลไม้ และขนมเข่ง เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนสอนศาสนาเอกชน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อแบ่งปันความสุขเป็นของขวัญในห้วงเทศกาล

ด้านคุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีน เพื่อให้เกิดความเป็นอยู่อย่างชัดเจนในพาหุวัฒนธรรมม ซึ่งคนจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ มาอาศัยอยู่ภายใต้พระบรมมาโพธิสมภารของแผ่นดินไทย แม้กระทั่งไทย-มุสลิม และไทย-ไทยพุทธ การที่มีพระหุวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการมอบสิ่งดีๆให้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดพลังของความรัก ความสามัคคี ความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งสิ่งที่เรามอบให้เป็นของมงคล เช่นส้มสีทอง ซึ่งหมายถึงความโชคดี แอปเปิ้ลซึ่งหมายถึงความสันติสุข ความสงบสุขให้พลังของความรัก ขนมเข่ง

ซึ่งหมายถึงความหวานชื่นความชื่นมื่น ขนมไข่ ซึ่งหมายถึง ความเจริญเติบโต เป็นธรรมดาชีวิตต้องมีการเจริญเติบโต ก้าวหน้า จากวัยเด็กสู่วัยกลางคนจนถึงสิ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึง ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และที่สำคัญคือความกตัญญูต่อแผ่นดิน ที่เราจะต้องมีให้เพื่อความสันติสุข
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารบก 38 ค่ายสุริยพงษ์ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.น่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมิ่อวันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน พลตรีวรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 โดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการนักศึกษาวิชาหารจากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมทบ.38 ประชาชนเข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้วันกองทัพไทยถือเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่าโดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าพระองค์ทำยุทธหัตถีในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช 954 ซึ่งในยุคสมัยสงคราวยุทธหัตถีเกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2135

ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่ายจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างที่การรบช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าสัตรูไปจนออกนอกเขตแดนจนอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ในขณะนั้นพระองค์จึงเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถีเพื่อผลิกสถานะการณ์ และทรงได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ

นอกจากนั้นธงชัยเฉลิมพลถือว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหารไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราวๆ คราวละหลายธง ซึ่งธงจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจะผิดกันในส่วนที่เป็นนามหน่วยเท่านั้น

การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามพิธีการ ทหารทุกคนจะระลึกอยู่เสมอว่าธงชัยเฉลิมพลจะปลิวสะบัดอย่างสง่างามเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยต่อไป ตราบเท่าที่ประเทศไทยดำรงคงความเป็นเอกราชอยู่ได้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ธงชัย สว่างวงศ์/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.นครราชสีมา วันกองทัพไทย ปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (18 ม.ค. 68) เวลา 08.09 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นำเหล่าข้าราชการกองทัพภาคที่ 2 ประกอบพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกถึงวีรกรรม วีรกษัตริย์ยอดนักรบ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบรรพชนทหารกล้า ที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อ และชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้เป็นมรดกของชนรุ่นหลังมาจนถึงทุกวันนี้

อันเป็นแบบอย่างที่เหล่าทหารทั้งหลายควรยึดถือ และตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน ประกอบด้วย พิธีสงฆ์ ณ พุทธศาสนสถานค่ายสุรนารี, พิธีสักการะพระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ, และศาลพระนครราช, พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี, (ประตูชุมพล), พิธีสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ประตูค่ายสุรนารี), พิธีวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรไทย, พิธีถวายเครื่องราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 และพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จากนั้น เวลา 14.45 น. ที่ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี จัดให้มีการแสดง จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 การแสดงจักรยานยนต์ทางยุทธวิธี ชุดที่ 2 การแสดงศิลปะแม่ไม้มวยไทย ชุดที่ 3 การแสดงวีรกรรมหาราชกู้ชาติสร้างแผ่นดิน ชุดที่ 4 การแสดงชุดปฏิบัติการโดรน และชุดปฏิบัติการพิเศษของกองพล

ทหารราบที่ 3 และการแสดงยุทโปกรณ์ทางทหาร และเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ของกองทัพอากาศ ต่อมาเวลา 15.55 น. แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ใช้กำลังสวนสนามทั้งสิ้น 1,873 นาย โดยมี พันเอก ณรงค์ วิชญาณวรวุฒิ รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3 เป็นผู้บังคับการกองผสม ประกอบด้วย 1 กองบังคับการกองผสม, 4 กรม, 17 กองพัน และ 2 กองร้อยวิ่ง และแม่ทัพภาคที่ 2

นำกำลังพลที่ร่วมในพิธีทุกนายเปล่งสัจจะวาจาปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล อันแสดงถึงความพร้อมเป็นทหารของชาติโดยสมบูรณ์ อีกทั้งเพื่อให้กำลังพลทุกนายได้ยึดมั่น และรักษาสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ต่อธงชัยเฉลิมพลอย่างเคร่งครัด ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่กำลังพลทุกนายจะต้องปฏิบัติไปตลอดชีวิตในฐานะทหารของชาติ พร้อมทั้งให้มีความตั้งใจแน่วแน่

ที่จะช่วยกันปฏิบัติภารกิจในความรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถด้วยความเสียสละ มีความอดทน มีความรัก ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ตลอดจนประพฤติปฏิบัติตนอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และอุดมการณ์ของการเป็นทหารอาชีพ เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้กับส่วนรวม ประชาชน และปกป้องค้ำจุนประเทศชาติให้มีความมั่นคง เพราะทหารมีหน้าที่พิทักษ์ ปกป้องรักษาแผ่นดิน และบ้านเมืองให้เกิดความสงบสุขสืบไป

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน23 สานฝันวันเด็กแห่งชาติ 2568 สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ ชายแดน ไทย-กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 ที่ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต ตำบลเมือง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่23/ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้นำกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมภาคเครือข่ายในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกิจกรรม โดยให้เด็กๆที่มาร่วมกิจกรรม ได้ทำกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

โดยการร่วมตอบคำถามและรับของรางวัล,ร่วมกันร้องเพลงเคารพธงชาติ พร้อมทั้งได้มอบรางวัลพิเศษให้กับบุตรของกำลังพล และเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรมฯ จากนั้นชมการแสดงของชุดสุนัขทหาร, การยิงปืนฉับพลัน นอกจากนั้นได้จัดการแสดง

โดยน้องๆ หนูๆ จากโรงเรียนบ้านน้ำเย็น (กองทัพบก อุปถัมภ์) และ โรงเรียนบ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดแสดงการเต้น – ร้องเพลง เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานให้กับเด็กๆ และประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้

” สร้างความดีใจ และประทับใจให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก เติมฝัน เติมกำลังใจ ให้ความสำคัญกับเด็กๆ เยาวชนของชาติ อนาคตของชาติ อย่างเสมอภาค โดยของขวัญและขนมภายในงานได้รับการสนับสนุนจากส่วนราชการ ร้านค้า ประชาชน ผู้ใหญ่ใจดีในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์

จังหวัดศรีสะเกษ สร้างความประทับใจให้กับเด็กๆและประชาชนที่พาลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568 ดังคำขวัญวันเด็ก พ.ศ. 2568 – โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คือ “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 เปิดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2568 สร้างความสุขให้น้องๆ เยาวชนและผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรมชมการแสดงและยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างคับคั่ง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (11 ม.ค.68) เวลา 08.00 น. ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา กองทัพภาคที่ 2 จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เปิดบ้านต้อนรับเด็ก ๆ และผู้ปกครอง เข้าร่วมกิจกรรมเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความสุขสนุกสนาน เติมเต็มประสบการณ์ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ

จะได้เติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพ และเป็นกำลังหลักสำคัญให้กับครอบครัว สังคม และประเทศชาติได้ต่อไป ตามคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 “ ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง” โดยมี พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย คุณสุพางค์พรรณ พาดกลาง ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

โดยในงานจัดกิจกรรมขึ้นอย่างหลากหลาย มียุทโธปกรณ์ของทหารให้น้องๆ หนูๆ ได้มาเรียนรู้และสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และมีบูธของโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ,มณฑลทหารบกที่ 21 ,กองพลทหารราบที่ 3, กองพลพัฒนาที่ 2 และรถครัวสนามจาก กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 มาบริการทุกคนที่เข้าร่วมในงาน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงความสามารถของเด็กๆ บนเวที, การแสดงดนตรีของหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 21 และกิจกรรมอื่น ๆ ให้เด็กได้เข้าร่วม ซึ่งสร้างความสนุกสนาน มีของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย โดยภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจับฉลากของรางวัล, ตอบคำถามชิงรางวัล, เล่นเกมส์ตามซุ้มต่างๆ, การร้องเพลงประสานเสียง,

การแสดงชุดยิงปืนฉับพลัน, การแสดงศิลปะป้องกันตัว. จักรยานยนต์ทางยุทธวิธี และจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหารให้เด็กๆ ได้สัมผัสของจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กสร้างความสนุกสนานเพลิดเพลินให้เด็กๆ ได้เล่นได้ปีนป่ายอย่างใกล้ชิด อาทิ รถถัง,

รถสายพานลำเลียงพล, ปืนใหญ่, ชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด (EOD) , ทีมกู้ภัยผจญเพลิง เป็นต้น ซึ่งภายในงานผู้ปกครองพาเด็กๆ ลูกหลานเข้าชมงานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความสุข

วันเด็กแห่งชาติ กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกRoyalThaiArmy

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค2 แถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2568”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 ม.ค. 68) เวลา 16.30 น. ที่หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, นายวุฒิชัย วงค์ปัญโญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และ นายชนม์บันลือ วรรธนพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2568”

ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ได้กำหนดจัดงานฯ ระหว่างวันที่ 23 ถึง 25 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 22.00 น. จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 6 ของการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ เพื่อสืบสานตำนานพระวีรกรรมอันกล้าหาญของพระองค์ท่านทางด้านบูรพาทิศ ให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งเป็นการเปิดค่ายทหารเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเพื่อให้ภาครัฐภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสถวายความเคารพ สักการะบูชา และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง

ภายในงานมีการแสดง ได้แก่ การแสดงประกอบแสง สี เสียง“มหาราชนเรศวร ไชยานุภาพปราบไพรี” แสดงนำโดย พลตรี วันชนะ สวัสดี (รับบท สมเด็จพระนเรศวรฯ) และ คุณแอนโทเนีย โพซิ้ว (รับบท พระสุพรรณกัลยา), การแสดงโขน ตอน รามเกียรติ์ชุดศึกพรหมมาส (กรมศิลปกร) ตอน พระรามตามกวาง-ลักสีดา (มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา), การแสดงฟันดาบ, มวยไทยโบราณ, นาฏมวยไทย, ดนตรีในสวน, ดนตรีลูกทุ่ง, โปงลาง, การละเล่นพื้นบ้าน, นิทรรศการพระราชประวัติ และ จำหน่ายสินค้าและอาหารที่ขึ้นชื่อจังหวัดนครราชสีมา ในราคาประหยัดกว่า ๑๐๐ ร้านให้เลือกซื้อในรูปแบบตลาดน้ำ ตลาดย้อนยุค ตลาดชุมชน
การจัดงานในครั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ได้รำลึกถึงพระเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทย รู้ถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ไทยในท้องถิ่น อันจะสร้างความภาคภูมิใจ และจิตสำนึกในการรักษาความเป็นไทย และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์สร้างจิตสำนึกความเป็นทหารให้กับกำลังพล ตระหนักถึงหน้าที่การปกป้องและรักษาอธิปไตยของชาติ เกิดการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เครือข่ายทางวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา

ในโอกาสนี้ กองทัพภาคที่ 2 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแต่งกายย้อนยุค (สมัยอยุธยา) เที่ยวชมงาน “น้อมรำลึกสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กู้แผ่นดิน ประจำปี 2568” เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานในการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมวิถีไทยอันงดงามให้คงอยู่คู่ไทยตลอดกาล

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2
โทร. 0 4424 3985

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/เลขาธิการ ป.ป.ส. ควงแม่ทัพภาค 2 ลงเรือตรวจสกัดกั้นการนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-ลาว จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 21 ธันวาคม​ 2567​ พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พลตรี วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง และ

คณะ เดินทางมาปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนทางน้ำตามแนวชายแดนไทย-ลาว บริเวณเลียบแม่น้ำโขง พื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล โดยเน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองทั้งช่องทางท่าข้ามที่อาจจะใช้ในการลักลอบทำผิดกฏหมาย และป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยของชาติ

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นมาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบขนส่งยาเสพติดข้ามแดน และป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน เน้นย้ำให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันสกัดกั้นการสกัดการกระทำผิดกฎหมายตามชายแดนในการปราบปรามสิ่งผิดกฏหมายข้ามชาติทุกชนิดอย่างเด็ดขาดอันเป็นการสนองต่อนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการปราบปรามปัญหายาเสพติด ซึ่งรัฐบาลถือเป็นนโยบายเร่งด่วน และวาระแห่งชาติ

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากผลการปฏิบัติที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จึงประกาศกำหนดพื้นที่มีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ปีงบประมาณ 2568 ให้หน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยรับผิดชอบพื้นที่อำเภอชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด 25 อำเภอ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 18 ธันวาคม 2567 ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร สามารถจับกุม 22 ครั้ง ผู้ต้องหา 17 ราย โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 17,804,240 เม็ด, ไอซ์ 0,053 กิโลกรัม, เคตามีน 1.79 กิโลกรัม, ยาอี 1,484 เม็ด และ ฝิ่น 0.66 กรัม

ปปส #กองทัพภาคที่2 #นรข #สถานีเรือมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​