คลังเก็บหมวดหมู่: การศึกษา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สพป.น่านเขต 1 และ เขต 2 ผนึกกำลัง ซีพีน่าน จัดโครงการ “น่านปันปลูก ปันรัก” ปีที่ 3 ส่งมอบความมั่นคงทางอาหารแก่น้องๆนักเรียนใน จ.น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเร็วๆ นี้ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต1 และ เขต 2 ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน ได้ดำเนินโครงการ “น่านปันปลูก ปันรัก” ปีที่ 3 ในพื้นที่ จ.น่าน จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงลึก เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านการเกษตรและการสร้างกองทุนผักเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนต่างๆ โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยส้ม อ.นาน้อย, โรงเรียนชุมชนบ้านนาทะนุง อ.นาหมื่น, โรงเรียนบ้านน้ำปูน อ.แม่จริม, โรงเรียนบ้านดอยติ้ว อ.ท่าวังผา, โรงเรียนบ้านปางหก อ.เฉลิมพระเกียรติ และโรงเรียนสันติสุขพิทยาคม อ.สันติสุข

โครงการนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมการผลิตผักปลอดสารพิษในโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งอาหารกลางวันที่มีคุณภาพให้กับนักเรียน และยังสามารถสร้างรายได้เพื่อเป็นกองทุนด้านการผลิตผักให้กับแต่ละโรงเรียน โดยมีการจัดกิจกรรมเรียนรู้ทั้งหมด 4 ครั้ง เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ตั้งแต่การผลิตดินเพาะ การปลูกผักในแปลงปลูก การใช้สารชีวภัณฑ์ และการเก็บเกี่ยวผลผลิต

โดยการเรียนรู้ในครั้งที่ 1 เน้นการผลิตดินปลูกและการเพาะกล้าผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมัก เพื่อประหยัดต้นทุนในการซื้อพีทมอส พร้อมเรียนรู้การใช้จุลินทรีย์มีชีวิต (พด.1 และ พด.2) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานีพัฒนาที่ดินน่าน ในการทำให้ดินมีคุณภาพดีเหมาะแก่การปลูกพืช ครั้งที่ 2 นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการย้ายกล้าผักจากถาดเพาะลงในแปลงปลูก และการดูแลรักษาผักโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักที่ผลิตเอง ครั้งที่ 3 เน้นการใช้สารชีวภัณฑ์ โดยการขอรับการสนับสนุนเชื้อราไตรโครเดอร์มา จากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคและเสริมการเจริญเติบโตของพืช และครั้งที่ 4 นักเรียนได้เรียนรู้การเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงการคำนวณต้นทุนเพื่อประเมินผลผลิตที่ได้รับ พร้อมสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้และวิธีการนำไปต่อยอดในครอบครัว

คุณบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “โครงการ ‘น่านปันปลูก ปันรัก’ ปีที่ 3 นี้ มุ่งหวังที่จะเสริมสร้างทักษะอาชีพให้กับนักเรียนและสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยโรงเรียนจะสามารถเก็บเกี่ยวผักที่ปลูกได้และนำไปประกอบเป็นอาหารกลางวันให้กับนักเรียน หรือจำหน่ายให้กับชุมชนเพื่อเสริมรายได้ให้กับโรงเรียน”

ดร.วิชาญ เกษเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 1 และ คุณพรชัย นาชัยเวียง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่านเขต 2 ร่วมกันให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการว่า “โครงการนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะการปลูกผักให้นักเรียนทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติ และยังช่วยให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญของการปลูกผักปลอดสารพิษและการหารายได้จากการเกษตร”

โครงการนี้เริ่มดำเนินมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงมุ่งขยายผลโครงการให้ครอบคลุมโรงเรียนทั่วจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านการศึกษาและอาชีพด้านการเกษตร พร้อมส่งเสริมให้โรงเรียนและชุมชนมีความมั่นคงทางอาหารและสร้างรายได้ในระยะยาว/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มท.2 ชื่นชม วช. ผลักดันเปิดศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยี (โดรน) หนุนเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาอาชีพเยาวชนไทย

แชร์เนื้อหานี้

ที่โรงเรียนบึงกาฬ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ และ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกันเป็นประธานเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี (โดรน) ประยุกต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่โรงเรียนบึงกาฬ เป็นแห่งแรกของจังหวัด

ภายในงาน มีนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นำนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญในการเขียนโปรแกรม มาฝึกสอน ให้กับเยาวชน และมอบโดรน 3 ลำ พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ สำหรับการเขียนโปรแกรมและตัดต่อ ให้กับทางโรงเรียนเพื่อการฝึกสอน

นอกจากนี้ ยังได้ให้นักเรียนฝึกภาคปฏิบัติ และทำการทดสอบชิงรางวัลจากสมาคม ก่อนที่จะมีพิธีมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นผลงานเชิงประจักษ์ให้เยาวชนเหล่านี้ได้นำไปประกอบเพื่อศึกษาต่อ

นายทรงศักดิ์ กล่าวขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ที่มองเห็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีและนำมาประยุกต์โดยฝีมือคนไทย และยังเลือกถ่ายทอดให้กับเยาวชนตามท้องถิ่น เพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย และขอบคุณแทนชาวบึงกาฬ ที่ วช. ได้มอบศูนยการเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศูนย์ถาวรที่โรงเรียนบึงกาฬ ซึ่งจากนี้จะใช้งบประมาณส่วนตัวในการสนับสนุนทางโรงเรียนเดือนละ 10,000 บาท เพื่อให้ทางโรงเรียนนำเยาวชนออกไปแสดงนอกพื้นที่ให้ประชาชนได้ชมและถ่ายทอดไปยังเยาวชนกลุ่มอื่นๆต่อไป

ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้พยายามผลักดันให้มีการจัดซื้อเทคโนโลยีโดยเฉพาะโดรน เพื่อการเกษตร แต่กลับถูกตัดงบประมาณเพียงเพราะขาดผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่น ดังนั้นจากนี้ไปหากเยาวชนได้รับความรู้ และถ่ายทอดได้จากรุ่นสู่รุ่น ก็จะทำให้เกิดความชำนาญมากขึ้น ขจัดปัญหาความไม่รู้ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักในการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในภาคการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า บึงกาฬเป็นจังหวัดที่สามแล้วที่มีการเปิดศูนย์ถาวรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยก่อนหน้านี้ได้เปิดไปที่จังหวัดบุรีรัมย์และกาฬสินธิ์ และในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนนี้ก็จะเดินทางไปเปิดศูนย์ที่สองในพื้นที่ภาคใต้ คือจังหวัดกระบี่ โดยก่อนหน้านี้เปิดศูนย์แรกที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะเดินหน้าให้การสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เยาวชนไทยได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะเพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาชีพ รวมถึงส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของท้องถิ่น

ด้านนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ บอกว่า จะเดินหน้าเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบนี้ในทุกจังหวัดของประเทศไทย แต่จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้เยาวชนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้และนำไปใช้อย่างจริงจังในทุกภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การป้องกันไฟป่า การลาดตระเวนชายแดน ไปจนถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย เพราะโดรนที่สมาคมพัฒนาจนถึงขณะนี้ สามารถทำภารกิจอย่างหลากหลาย รวมถึงการบรรทุกสิ่งของ และเวชภัณฑ์ เข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งทางสมาคมม่วงว่าการสืบสาน รักษา และต่อยอด ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่จะเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและมั่งคั่งในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นภารกิจหลักของสมาคม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลปัจจุบัน

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ขอนแก่นเอเชีย ทำพิธีมอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี๒๕๖๗

แชร์เนื้อหานี้

กำหนดการพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
วันเสาร์ที่ ๒๒มีนาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น.ณ ห้องประชุมวังสำราญ
วิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นายสำราญ ศรีภา ประธานกรรมการสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือมหานคร ประธานในพิธี นายแสงดาว เชิดชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย กล่าวรายงาน

พิธีการเชิญผู้นำ นางสาววริศรา สาระปํญญา นายก อวท กล่าวคำปฏิญาณตน
และพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗
โดยมีแขกผู้มีเกียรติพร้อมผู้ปกครอง เช่น ผอ.สวิต คำภา ข้าราชการบำนาญ

นางยุพิน คำภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเขียดมิตรภาพที่ 205 อาจารย์ทรงสิทธิ์ เพียซ้าย อดีตข้าราชการบำนาญ นางสาวคลังพลอย ไวยพัฒน์ หรือ (น้องยูกิ ไหทองคำ) เยาวชนคนเก่ง ได้กล่าวขอบคุณ ผอ.สำราญ ศรีภา ประธานกรรมการสถานศึกษาอาชีวศึกษาในเครือมหานคร และ นางพยงค์ ศรีภา ผู้บริหารสถาบันอาชีวศึกษาในเครือมหานคร

และคณะครูอาจารย์ทุกท่าน ตนทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วยการเรียนไม่เคยบกพร่อง ขอขอบคุณสถาบันการศึกษาอีกครั้งหนึ่ง น้องยูกิ ไหทองคำ สำเร็จการศีกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชัยภูมิ

ในช่วงกิจกรรมมีการแสดงจากชมรมทูบีนัมเบอร์วัน วิทยาลัยอาชีวศึกษาชัยภูมิ การแสดงของนักเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย ชุดที่ ๑-๒ และประธานในพิธีมอบเกียรติบัตร รางวัลการแข่งขันวิชาชีพ การประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และกีฬา

สถานศึกษาอาชีวเอกชน ระดับชาติ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๗ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีขอนแก่นเอเชีย ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ผู้ปกครอง ขอสงวนชื่อ-สกุล ในพื้นที่จังหวัดเลย ได้กล่าวถึงความสำเร็จของบุตรชายของตน และขอขอบคุณผู้บริหาร และคณะครูอาจารย์

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/ศูนย์ข่าวขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปปช.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปมเบิกเงิน OT แต่ตัวไม่อยู่ ทีมผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิค ด้าน ผอ.วิทยาลัยเทตนิด แจง ไม่เงิน OT แต่เป็นเงิน ค่าธุรการ

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวรายงายว่า จากกรณีที่มีเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้ลงภาพคณะผู้บริการ พร้อมข้อความว่า เบิก OT แต่ตัวไม่อยู่ ทีมผู้บริหาร วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ นำทีมโดย “ผอ.นิ” ตามด้วย “วุฒิ” รองผอ.ฝ่ายวิชาการ “ญา” รองผอ.ฝ่ายบริหารทรัพยากร “สุ” รองผอ.ฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ และ “วรรณคดี” รองผอ.ฝ่ายพัฒนากิจการนักเรียนนักศึกษา เบิกเงินค่าล่วงเวลาจันทร์ถึงศุกร์ ตั้งแต่เวลา 16.30 – 20.30 น. แต่ตัวไม่อยู่ทำงาน บางคนหายไปตั้งแต่ บ่าย 3 พอใกล้เบิกก็เซ็นลงเวลาย้อนหลัง ทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว

***ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 68 นายอดุลย์ วันดี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางไปที่ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่เป็นประเด็นบนโซเชียล โดยมี นายนิรันดร์ สมมุติ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ พร้อม คณะผู้บริหารให้การต้อนรับและเข้ามาชี้แจง

***นายอดุลย์ วันดี ผอ ปปช.ประจำจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ที่มาวันนี้เพื่อมาสอบถามรายละเอียดถึงเงินค่าล่วงเวลาที่เบิกจ่ายออกไป ว่าเป็นเงินอะไร มีการเบิกจ่ายออกไปถูกต้องหรือไหม มีขั้นตอนวิธีการแนวทางอย่าไร พร้อมกับได้มีการขอข้อมูลเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องนำไปศึกษา ตรวจสอบ โดยเบื้องต้นเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นยังไม่มีใครมาร้องเรียนที่ ปปช. แต่เนื่องจากเป็นประเด็นในโซเชียล เกี่ยวข้องกับทางราชการ และมีประชาชนให้ความสนใจ ตามหน้าที่ของ ปปช. จึงต้องลงมาตรวจสอบ ให้ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว

***ด้าน นายนิรันดร์ สมมุติ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เงินที่ประเด็นอยู่ขณะนี้เค้าเรียกว่าเป็น ค่าธุรการ ที่ข้าราชการ ลูกจ้าง ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ซึ่งจะคิดชั่วโมงละ 50 บาท วันหนึ่งก็จะมีการคิดค่าทำงานล่วงเวลา 4 ชั่วโมง ตั้งแต่ 16.30 น. ถึง 20.30 น. รวมแล้วจะได้ค่าล่วงเวลา 200 บาท ต่อวัน ไม่รวมวันเสาร์- อาทิตย์ และ หยุดวันนักขัตฤกษ์ ซึ่งช่วงเบิกเงินล่วงเวลานี้ จะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งคนที่มีรายชื่อเบิกเงินตรงนี้มีทั้งผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้างช่วงคราว รวมแล้วกว่า 70 คน และแต่ละคนก็ได้เงินค่าล่วงเวลาไม่เท่ากัน เพราะบางคนมาทำงานไม่เท่ากัน โดยเงินตรงนี้เป็นเงินที่เรามีการเบิกไปตามระเบียบของกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถดำเนินการเบิกได้

***ส่วนประเด็นที่ว่าทำการเบิกเงินไปแต่ไม่อยู่ทำงาน บางคนหายออกไปตั้งแต่บ่าย 3 ซึ่งในส่วนนี้ตนของยืนยันว่าทุกคนมาทำงานและอยู่ปฏิบัติงานตามเวลาจริงๆ โดยอีกอย่างหนึ่งวัตถุระสงค์ของเงินตรงนี้มันเป็นเงินที่ไม่ใช้เอามาจ่ายกับครูผู้สอนที่สอนล่วงเวลาราชการแต่อย่างเดียว เป็นเงินที่จ่ายให้ทั้งผู้บริหารที่เข้ามาทำงานบริหารงานทั่วไปทุกๆอย่าง และด้านการจัดการศึกษา นอกจากนี้ยังต้องจ่ายให้กับลูกจ้างชั่วคราวที่มาปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ รวมถึงดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กนักเรียน นักศึกษา ด้วย โดยตนมันใจในสิ่งที่ตนทำงานมาว่าถูกต้องตามระเบียบพร้อมให้ตรวจสอบได้
////////////////////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / สภาสังคมสงเคราะห์ฯ พันธมิตร มอบถุงยังชีพ ผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และ “หนึ่งใจให้การศึกษา”

แชร์เนื้อหานี้

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาวให้นักเรียนโรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง)และประชาชน ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา”

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ที่ โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตำบลงอบ อำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานกรรมการมูลนิธิ มิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด(มหาชน)

ลงพื้นที่มอบสิ่งของ (ถุงยังชีพ) และผ้าห่มกันหนาว ตามโครงการ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และโครงการ “หนึ่งใจ…ให้การศึกษา” ให้กับนักเรียน โรงเรียนเพียงหลวง 7 (ห้วยสะแตง) และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว

โดยมีนายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายทวีศักดิ์ พุ่มมรดก นายอำเภอทุ่งช้าง นายวรวิทย์ อินต๊ะใจ หัวหน้าสนง.ปภ.จังหวัดน่าน พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

โดยในโอกาสนี้ ประธานกรรมการ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ และประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมทุนทรัพย์บรรเทาความเดือดร้อนพร้อมให้กำลังใจแก่นักเรียน และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในสถานการณ์การอากาศหนาว เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ประสบภัย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดน่านเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำววันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 08.30 น.ณ หอประชุม 84 ปี โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดโครง การพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ ประจำปีพุทธศักราช 2568 พร้อมด้วย นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม ศึกษาน่าน

นางธิดา เสมอใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศรีน่าน ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ในนามคณะกรรมการดำเนินงาน บริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน นายสรรเพชญ์ปุละ หัวหน้าสำนักงานน่าน บริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ผอ.ธิดา เสมอใจ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ผอ.พรเทพเสนนั้นตา

ประธานสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ผอ.อดุลย์ อะทะยศ ประธานสหวิทยาเขตเวียงป้อ ผอ. ธนชาต ชาวล้าน ประธานสหวิทยาเขตศิลาทอง ผอ.เกียรติศักดิ์ สุทธหลวง ประธานสหวิทยาเขตวรนคร คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนทุกคน วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัดและเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพร้อมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้รับการพัฒนาและเสริมทักษะทางวิชาการในการนำความรู้ไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย พร้อมทั้งเพื่อส่งเสริมนักเรียนให้รับการพัฒนาควานรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพ ทั้งเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาโดยการมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดโอกาสการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีโรงเรียนในสหวิทยาเขตเข้าร่วมทั้งหมด 4 สหวิทยาเขตได้แก่ 1.สหวิทยาเขตเวียงภูเพียง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารจังหวัดน่าน 2.สหวิทยาเขตเวียงป้อ สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนสา 3.สหวิทยาเขตวรนคร สถานที่จัดกิจกรรม

โรงเรียนปัว4.สหวิทยาเขตศิลาทอง สถานที่จัดกิจกรรม โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม รวมมีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด33 โรงเรียน ประกอบด้วยโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาน่าน จำนวน 30 โรงเรียนโรงเรียนสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 โรงเรียน โรงเรียนสังกัดสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1 โรงเรียน และ โรงเรียนสังกัดการศึกษาพิเศษ จำนวน 1 โรงเรียน มีจำนวนนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 765 คน

 นายอนันต์ชัย เบ้าทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ปฎิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน กล่าวถึงโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการประจำปีพุทธศักราช 2568 การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดน่าน กิจกรรมดังกล่าวมีคุณประโยชน์ ส่งเสริมให้เด็กน่านที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างเต็มตามศักยภาพให้กับนักเรียนในจังหวัดน่านเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน ขอขอบคุณคณะกรรมการดำเนินงาน คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ร่วมกันจัดกิจกรรม  ด้านนางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กน่านสู่ความเป็นเลิศในวันนี้ เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 จุด คือที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคารแห่งนี้สำหรับนักเรียนในสหวิทยาเขตเวียงภูเพียง ที่โรงเรียนสา สำหรับสหวิทยเขตเวียงป้อ ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม สำหรับสหวิทยาเขตศิลาทอง และที่โรงเรียนปัว สำหรับสหวิทยาเขตวรนคร ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นได้จากการสนับ สนุนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสาจำกัด และดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ในนามของคณะครูและนักเรียนจึงขอขอบพระคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และบริษัทไฟฟ้าหงสา จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ 

โครงการนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตามวิสัยทัศน์ของ สพม.น่านที่ต้องการพัฒนานักเรียนใน “3 วิ” คือ วิชาการ วิชาชีวิตและวิชาชีพ ควบคู่ไปกับหลักพุทธรรม เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดี คนเกง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การส่งเสริมความสามารถในเชิงวิชาการเป็นการสร้างโอกาสให้นักเรียนได้เดินไปตามเป้าหมายของการสร้างอาชีพในอนาคต โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นยังต้องมีวิชาชีวิตทั้งเรื่องของการอยู่ร่วมกันในสังคม เรื่องของการแก้ไขปัญหา

เรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันสำคัญที่จะเป็นเกราะป้องกันภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันและที่สำคัญคือเรื่องของพุทธธรรมที่จะเป็นหลักคิด หลักการให้ทุกคนทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยความราบรื่น หวังว่าลูก ๆ นักเรียนทุกคนจะนำแนวคิดและหลักการเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์และตั้งใจเรียนและเก็บเกี่ยวเอาความรู้ เทคนิคที่ได้รับตลอด 3 วัน ระหว่างวันที่ 13 – 15 มกราคม 2568 ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่สมกับความตั้งใจและการสนับสนุนของทุก ๆ ภาคส่วน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รร.วัดสุวรรณ เขตคลองสาน จัดกิจกรรมสร้างความสุขเพื่อน้องๆ วันเด็กแห่งชาติ 2568

แชร์เนื้อหานี้

โรงเรียนวัดสุวรรณ เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ มอบของขวัญสร้างความสุขและรอยยิ้มให้แก่นักเรียน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ที่โรงเรียนวัดสุวรรณ แขวงคลองตันไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพ นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา นายศรราม รูปสอาด รองผู้อำนวยการสถานศึกษา คณะครู บุคลากร เป็นประธานเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลปากคลองสาน และผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครองและนักเรียน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ภายในงานได้มีการมอบทุนการศึกษา กิจกรรมแสดงของเด็กนักเรียน การมอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้กับเด็กมากมาย นอกจากนี้ยังมีบรรดาผู้ปกครองและผู้ใหญ่ใจดีนำอาหาร ขนม มาเลี้ยงภายในอีกด้วย

นายศรวรา ไศลวรากุล ผู้อำนวยการสถานศึกษา ด้วยวันเสาร์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ เพื่อให้ทุกส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่ง ซึ่งต้องได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ เพื่อได้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพสืบไป

โรงเรียนวัดสุวรรณ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน จึงได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้รับความสนุกสนานรื่นเริง กล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ ตระหนักในหน้าที่ มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคม

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีการพัฒนาเต็มศักยภาพทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีความสุขพลานามัยที่สมบูรณ์และห่างไกลสิ่งเสพติด เพื่อให้ทุกส่วนของสังคม มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และส่งเสริมเด็กมีกำลังใจในการปฏิบัติตน้ป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

ในการจัดงานในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากบุคคลและหน่วยงานต่างๆ ให้สนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ ของรางวัลต่างๆ นอกจากนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติมาร่วมงานและให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม และที่มอบอุปกรณ์การศึกษาและของขวัญให้น้องๆ นักเรียน ทางโรงเรียนวัดสุวรรณ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วิทยาลัยเกษตรนราฯเพิ่มมูลค่าเห็ดนางฟ้าทำเป็นแหนมเห็ด จากต้นทุนราคาหลัก10กลายเป็นหลัก100

แชร์เนื้อหานี้

สำหรับทางเลือกผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนวพืชผักหมัก ที่มีขั้นตอนการทำเหมือนกับแหนมที่ทำจากเนื้อสัตว์ ตามความชื่นชอบของผู้บริโภค ที่ทางวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส นำมาแปรรูปและเชื่อว่ามีรสชาติไม่ต่างกับแหนมที่ทำมาจากเนื้อหมู และวางจำหน่ายในท้องตลาดทั่วประเทศ แต่ด้วยสภาพพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร้อยละ 80 ส่วนใหญ่ประชาชนเป็นชาวมุสลิม จึงได้มีแนวคิดในผลิตแหนมเห็ด

หวังตีตลาดของผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้ เริ่มด้วยการด้วยหันมาให้นักศึกษาเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 1 เดือนสามารถเก็บผลผลิตได้ ในช่วงแรกก็ได้เก็บผลผลิตจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไปในราคาเพียง ก.ก.ละ 60 บาท และเมื่อเห็ดนางฟ้ามีผลผลิตมากขึ้น จึงได้ริเริ่มหันมาผลิตแหนมเห็ดนางฟ้าแบบเต็มตัว และจากเห็ดนางฟ้าที่เก็บจำหน่ายได้ เพียง ก.ก.ละ 60 บาท เมื่อนำมาผลิตเป็นแหนมเห็ดนางฟ้า สามารถเพิ่มมูลค่าได้ จาก ก.ก.ละ 60 บาท กลายเป็น 600 บาทเลยที่เดียว

เราได้มีโอกาสให้นักศึกษาของ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส ได้ผลิตแหนมเห็ดให้ชม ซึ่งมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ที่ทางมหาวิทยาลัยตรียมลงพื้นที่ให้ความรู้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ที่สนใจโดยเฉพาะกลุ่มเพาะเห็ดนางฟ้า ที่เชื่อว่าสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างเป็นกอบเป็นกำ

โดยขั้นตอนการทำแหนมเห็ดที่ต้องเตรียมวัตถุดิบมีดังนี้ คือ เห็ดนางฟ้า ข้าวเหนียวสุก กระเทียม เกลือป่นและพริกขี้หนูสวน เมื่อได้วัตถุดิบครบตามต้องการแล้ว เราไปเก็บเห็ดนางฟ้าที่โรงเรือนประมาณ 1 ก.ก. นำมาหั่นฉีกล้างให้สะอาด และบีบน้ำออกจากเห็ดให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมานึ่งประมาณ 2 นาที

จากนั้นนำส่วนผสมกระเทียม ข้าวเหนียวและเกลือป่นคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำเห็ดที่คลุกเคล้ากับส่วนผสมแล้วเสร็จ มาใส่ถุงพลาสติกใสและใส่พริกขี้หนู 1 เม็ด แล้วห่อให้แน่นนำยางวงหรือคนทั่วไปเรียกว่าหนังยางมาผูกที่ปลายถุง เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นขั้นตอนการหมักแหนม โดยการทิ้งไว้สัก 2 ถึง 3 วัน แหนมจะมีรสชาติเปรี้ยวและพร้อมรับประทานได้ทันที

ด้าน ผศ.ทวี บุญภิรมย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนคริทร์ กล่าวว่า เห็ดสามารถที่จะเอามาผลิตเป็นแหนมเห็ด ซึ่งจากเดิมเราขายเห็ดได้เพียงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่เมื่อมาเป็นแหนมเห็ด ก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าเป็น 600 บาทได้ และตรงนี้สามารถจะเห็ดในการพัฒนาต่อไป เรื่องของบรรจุภัณฑ์ในเรื่องของการยืดอายุการเก็บรักษา อีกอย่างยังสามารถจะเป็นอาหารที่จะนำส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งทางวิทยาลัยฯพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆเหล่านี้ ควบคู่ไปกับความต้องการของชุมชน

วันนี้สายเห็ดสามารถรับประทานแหนมเห็ดกันได้ หรือ ใครสนใจที่จะเรียนรู้การทำแหนมเห็ดก็สามารถติดต่อได้ที่ ดร.พิพัฒน์ จันทร์ประดิษฐ์ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 081 9592614
//////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.แสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร บัณฑิตนานาชาติกว่า 1,300 คน จาก 40 ประเทศ ความสำเร็จระดับโลก

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 25 ขึ้น เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยในปีนี้ มีบัณฑิตนานาชาติทั้งระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรีที่สำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 1,314 คน จาก 40 ประเทศทั่วโลก และ

ในโอกาสครบรอบการก่อตั้ง 29 ปีในปีนี้ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของเส้นทางการศึกษาในระดับโลก ภายใต้แนวคิด “Global Education Success: The Journey of Academic and Career Excellence” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมด้วยทักษะความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญที่จำเป็นต่อการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและสายอาชีพ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในเวทีระดับนานาชาติอย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ

ภายในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากคณะทูตและตัวแทนจากสถานทูตกว่า 21 ประเทศ ที่มาร่วมแสดงความยินดีแก่บัณฑิต พร้อมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของมหาวิทยาลัยที่ยังคงยืนหยัดในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานระดับสากล ในปีนี้ มหาวิทยาลัยได้คัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นประจำปี 2567 ขึ้นรับโล่รางวัลเกียรติยศเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพต่างๆ จากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ คุณอุไร กาลปักษ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์

สนง.เกษตรจังหวัดเพชรบุรี ศิษย์เก่าปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณจำนงค์ บุตรสงค์ ผู้จัดการทั่วไป วีรันดา รีสอร์ทแอนด์วิลล่า หัวหิน-ชะอำ ศิษย์เก่าปริญญาตรีรัฐประศาสนศาสตร์ / คุณธนพันธ์ ชูสุวรรณ หรือเชฟบอล เจ้าของร้านบอลเชฟเทเบิ้ลชะอำ และเป็นเชฟอีเว้นท์โชว์ทำอาหารให้กับบริษัท ซีโน่ แปซิฟิค หนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันทำอาหาร เชฟออนเทรน (ทำอาหารบนรถไฟ รายการแรกของไทย) ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA / กภ.วันเพ็ญ เหลืองนฤทัย หัวหน้างานกายภาพบำบัด รพ.หัวหิน ศิษย์เก่าปริญญาโทบริหารธุรกิจ MBA และคุณนัชชา พรยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและปฏิบัติการ CE Logistics (Thailand)

ศิษย์เก่าปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาวิชาการ การสนับสนุนกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้มหาวิทยาลัย หรือการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และมีความพร้อมที่จะร่วมช่วยเหลือนักศึกษาปัจจุบัน รวมถึงการส่งเสริมศิษย์เก่าให้สามารถต่อยอดธุรกิจหรือสร้างความสำเร็จในสายอาชีพได้อย่างยั่งยืน.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ม.ราชภัฏอุดรธานี และ บึงกาฬ จัดงาน “H.M. Song: ดนตรีในสวนอว.บรรเลงเพลงของพ่อ” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ คล้ายวันพระราชสมภพ ร.9

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 5 ธ.ค.ที่ เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรี (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ หลังเก่า ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลเมืองบึงกาฬ) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “H.M. Song: ดนตรีในสวน อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” โดยถือเป็นกิจกรรมที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และจังหวัดบึงกาฬ

ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจาก สาขาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ จากสาขาดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รักษาการคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมท้องถิ่น บึงกาฬ กล่าวว่า ด้วยในวันที่ 5 ธันวาคม เป็นคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

จึงได้จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ที่สะท้อนถึงความร่มเย็นของแผ่นดินไทย ภายใต้พระบารมี โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ จะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนสืบไป

ขณะที่ นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมทางดนตรี เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีให้กับประชาชนในจังหวัดบึงกาฬ และกิจกรรม Buengkan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ณ เรือนบึงกาญจน์ไชยบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมด้านงานศิลปะและวัฒนธรรม ได้แก่ กิจกรรมการเพนซ์เสื้อน้องวันวาฬ ด้วยสีน้ำยางพารา, กิจกรรมการทำพวงกุญแจ และที่รองแก้ว จากไม้ยางพารา รวมถึงกิจกรรมการทำอาหาร “รสชาติ…. ที่หายไป” ของจังหวัดบึงกาฬ โดยใช้พื้นที่เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรีแห่งนี้

ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อประชาสัมพันธ์พื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้แห่งใหม่ของจังหวัดบึงกาฬ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน หรือประชาชนในพื้นที่ สามารถมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม หรือกิจกรรมพัฒนาทักษะต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรมนันทนาการที่สร้างสรรค์ ซึ่งส่งผลให้เด็ก และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สุดท้ายนี้

ในนามตัวแทนของจังหวัดบึงกาฬ ขอขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่เข้ามาปรับปรุง ซ่อมแชม และพลิกฟื้นพื้นที่เรือนบึงกาญจน์ ไชยบุรีแห่งนี้ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาลให้ทุกคนได้เข้ามาพัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ร่วมกัน.
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0961464326