คลังเก็บหมวดหมู่: การเมือง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดรับสมัคร ส.ส. วันแรกคึกคัก พลังประชารัฐ เขต 1 ไร้ผู้สมัคร กกต.ชี้เลือ กตั้งกำหนดอนาคตชาติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่หอประชุม 250 ปี อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (ส.ส.) เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดมุกดาหาร บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สมัคร ส.ส. ทั้งสองเขต พร้อมด้วยผู้สนับสนุน เดินทางมายื่นใบสมัครต่อเจ้าหน้าที่ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.40 น.

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 1 มีผู้สมัครประกอบด้วย นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ พรรคเพื่อไทย, นางราตรี เจริญศรี พรรคประชาธิปัตย์, นายพนมชัย พันธุ์พุทธ พรรคกล้าธรรม, นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ พรรคประชาชน และนายวิริยะ ทองผา พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 2 มีผู้สมัคร ได้แก่ นางกิ่งฟ้า อรพันธ์ พรรคประชาธิปัตย์, นางสาวปิยธิดา บุตรกาล พรรคเพื่อไทย, นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง พรรคกล้าธรรม, นางสาวปภาสิริ ประทุมลี พรรคพลังประชารัฐ, นายณกร ชารีพันธ์ พรรคประชาชน อดีต ส.ส.เขต 2 และนายประพันธ์ คนหาญ พรรคภูมิใจไทย

ต่อมาเมื่อเวลา 08.30 น. ผู้สมัครทั้งสองเขตไม่สามารถตกลงกันในเรื่องหมายเลขประจำตัวผู้สมัครได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งจึงดำเนินการให้มีการจับสลาก ผลปรากฏว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 นางราตรี เจริญศรี ได้หมายเลข 1 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ หมายเลข 2 นายนนทภูมิ ตั้งปณิธานนท์ หมายเลข 3 นายวิริยะ ทองผา หมายเลข 4 และนายพนมชัย พันธุ์พุทธ หมายเลข 5

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 2 นายเลขาดำไตรสรณคมน์ หนองเรือง ได้หมายเลข 1 นางสาวปภาสิริ ประทุมลี หมายเลข 2 นางกิ่งฟ้า อรพันธ์ หมายเลข 3 นางสาวปิยธิดา บุตรกาล หมายเลข 4 นายณกร ชารีพันธ์ หมายเลข 5 และนายประพันธ์ คนหาญ หมายเลข 6

นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมุกดาหาร กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ว่า การเลือกตั้งเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดอนาคตประเทศ เสียงของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะผู้แทนที่ได้รับเลือกจะเป็นผู้ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และมีบทบาทในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศ ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและลูกหลานในอนาคต

พร้อมกันนี้ได้ขอเชิญชวนประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เลือกคนดี เคารพกติกา ไม่โกงเลือกตั้ง โดยใช้ดุลยพินิจเลือกผู้สมัครที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีความสุจริต โปร่งใส ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง และมีจริยธรรม พร้อมย้ำว่า ผู้ที่ไม่เคารพกฎหมายตั้งแต่ต้น ย่อมไม่อาจไว้วางใจให้เข้าไปบริหารบ้านเมืองได้ และขอให้ประชาชนปฏิเสธการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเด็ดขาด

เลือกตั้งมุกดาหาร #สมัครสส #การเมืองไทย #เลือกตั้งสุจริต #กกต #เสียงประชาชน #8กุมภาพันธ์////ภาพข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ชุมพรสมานฉันท์” เขย่าการเมืองวันแรกสมัคร สส.พรรคใหญ่ จับมือเลือกเบอร์เดียวทั้ง 3 เขต ส่งสัญญาณการเมืองสร้างสรรค์

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศการเมืองจังหวัดชุมพรเปิดฉากอย่างคึกคักในวันแรกของการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยแม้การแข่งขันจะดุดัน แต่กลับไม่ปรากฏความตึงเครียดหรือแตกแยก กลับกลายเป็นภาพใหม่ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในสนามการเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “ชุมพรสมานฉันท์”

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ ห้องทับทิม โรงแรมชุมพรการ์เด็นส์ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร การเปิดรับสมัคร สส.วันแรกเป็นไปอย่างคึกคักเกินคาด ผู้สมัครจากหลายพรรคการเมือง พร้อมกองเชียร์จำนวนมาก เดินทางมาร่วมสมัครอย่างเนืองแน่น จนบริเวณหน้าโรงแรมแทบไม่มีพื้นที่ยืนไฮไลต์สำคัญของวันไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้สมัครเท่านั้น หากแต่อยู่ที่ “ข้อตกลงร่วม” ของว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 3 เขต จาก

พรรคการเมืองหลัก ที่พร้อมใจกันเลือกใช้ หมายเลขเดียวกันทั้งจังหวัด ภายใต้แนวคิดลดความขัดแย้ง สร้างบรรยากาศการเมืองใหม่ที่เน้นความร่วมมือมากกว่าการเผชิญหน้าก่อนเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 3 เขต ได้ร่วมพูดคุยและเห็นพ้องว่าพรรคการเมืองใหญ่ที่ส่งผู้สมัครครบทุกเขต ควรใช้หมายเลขเดียวกันทั้งหมด โดยไม่ยึดติดลำดับการสมัคร ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคอื่นซึ่งเดินทางมาร่วมสมัคร

ในวันเดียวกัน ต่างแสดงความเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว และเปิดทางให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดชุมพร ดำเนินการตามระเบียบ เพื่อสะท้อนพลังความร่วมมือในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการความสามัคคีสำหรับการรับสมัครครั้งนี้ มีพรรคการเมืองหลักส่งผู้สมัครครบทั้ง 3 เขต ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กส่งผู้สมัครบางเขต อาทิ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทย พรรคกรีน และพรรคโอกาสใหม่ รายชื่อผู้สมัคร สส.จังหวัดชุมพร (อย่างไม่เป็นทางการ)

เขตเลือกตั้งที่ 1 ผู้สมัคร 5 ราย
เบอร์ 1 นายชวลิต อาญหาญ พรรคพลังประชารัฐ
เบอร์ 2 พ.ต.อ.สิทธิพร พุ่มพะเนิน พรรคเพื่อไทย
เบอร์ 3 น.ส.ชุติมา ชุมขุน พรรคประชาชน
เบอร์ 4 นายวิชัย สุดสวาสดิ์ พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 5 น.ส.หนึ่งฤทัย พันกุ่ม พรรคกรีนเขตเลือกตั้งที่ 2 ผู้สมัคร 4 ราย
เบอร์ 1 นายธน บุญเกิด พรรคเสรีรวมไทย
เบอร์ 2 น.ส.รุจินาถ ศรีสุวรรณ พรรคเพื่อไทย
เบอร์ 3 น.ส.จินดารัตน์ ชูคง พรรคประชาชนเบอร์ 4 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ พรรคภูมิใจไทย
เขตเลือกตั้งที่ 3 ผู้สมัคร 4 ราย
เบอร์ 1 นายสันต์ ฉิมหาด พรรคโอกาสใหม่
เบอร์ 2 นายไตรฤกษ์ มือสันทัด พรรคเพื่อไทย
เบอร์ 3 นายชุตินันท์ คงท่าเรือ พรรคประชาชน
เบอร์ 4 นายสุพล จุลใส พรรคภูมิใจไทย


ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดชุมพร เปิดรับสมัครผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจะประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ก่อนให้ประชาชนชาวจังหวัดชุมพรออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้ง 3 เขต ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569ในช่วงท้ายของการรับสมัคร มีประชาชนจำนวนมากกว่า 5,000 คน เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย ซึ่งถือเป็นบ้านใหญ่ของจังหวัดชุมพร ทั้ง 3 เขต โดย

นำพวงมาลัยและดอกกุหลาบมามอบให้ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ก่อนที่ว่าที่ผู้สมัครจะขึ้นรถออกเดินสายหาเสียงภายในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเปิดตัวและแนะนำหมายเลขผู้สมัครต่อประชาชน

สนามการเมืองชุมพรในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันเพื่อชัยชนะ หากแต่กำลังถูกจับตามองในฐานะ “ต้นแบบการเมืองร่วมมือ” ที่หลายฝ่าย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ อยากเห็น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเมืองไทยที่ดุดันด้วยนโยบาย มากกว่าความแตกแยก
รายงาน : ธนากร โกศลเมธี
โทร. 081-892-3514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บรรยากาศวันแรกสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ศรีสะเกษ 2569 คึกคัก พรรคกล้าธรรมมีความพร้อมที่จะรับใช้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

ศรีสะเกษ — บรรยากาศวันแรกของการรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2569 ที่ โครงการชลประทานศรีสะเกษ ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับสมัคร เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองทยอยเดินทางมาพร้อมกองเชียร์ ป้ายผ้า และดอกไม้ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยและการดูแลความเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

เจ้าหน้าที่ กกต. จังหวัดศรีสะเกษ ได้จัดระบบคิวและขั้นตอนการยื่นเอกสารอย่างเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันความแออัด โดยผู้สมัครจะต้องผ่านการตรวจเอกสารและยืนยันคุณสมบัติก่อนเข้าสู่กระบวนการรับสมัคร ซึ่งตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบเหตุวุ่นวาย

ด้านพรรคพรรคกล้าธรรม นำทีมโดยหมอภูมินทร์ ผู้สมัครเขต 4 อำเภอกันทรลักษ์พร้อมผู้สมัครพรรคกล้าธรรมทั้ง 9 เขต พรรคกล้าธรรมมีความพร้อมมากที่จะเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนทางพรรคมีนโยบายชัดเจนในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือและรับใช้พี่

น้องประชาชนทั้งในด้านการเกษตร และเศรษฐกิจโดยรวม การลงรับสมัครในครั้งนี้เพื่อที่จะเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชนทางพรรคจึงขอฝากพรรคกล้าธรรมฝากตัวผู้สมัครทุกเขตให้พี่น้องชาวจังหวัดศรีสะเกษได้พิจารณาเลือกผู้สมัครทั้ง 9 เขตตามหมายเลขที่ผู้สมัครในแต่ละเขตได้รับ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมัคร สส.สมุทรปราการ คึกคัก พรรคใหญ่ส่งผู้สมัครครบ 8 เขต กองเชียร์แห่ให้กำลังใจแน่น

แชร์เนื้อหานี้

บรรยากาศรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสมุทรปราการ วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก พรรคการเมืองใหญ่ตบเท้าส่งผู้สมัครครบ

ทั้ง 8 เขต ท่ามกลางกองเชียร์ที่แห่ร่วมให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเข้มงวด

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 27 ธันวาคม 2568 บรรยากาศการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต จังหวัดสมุทรปราการ วันแรก

ที่ หอประชุมเทศบาลตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคเดินทางนำผู้สมัคร

เข้าลงทะเบียนสมัครรับการเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง
พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครในครั้งนี้ อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคปวงชนไทย ต่างส่งตัวแทนผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต ครบทั้ง 8 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ

พร้อมเข้าร่วมกระบวนการจับฉลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัครตามขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้งขณะเดียวกัน กองเชียร์ของแต่ละพรรคและผู้สมัครต่างพากันเดินทางมาให้กำลัง

ใจอย่างเนืองแน่น สร้างสีสันและบรรยากาศคึกคักตลอดพื้นที่รับสมัคร ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จัดกำลังดูแลอย่างเข้มงวด

สำหรับพรรคการเมืองที่ถูกจับตามองในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรค

พลังประชารัฐ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษ หลังมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่น “บ้านใหญ่อัศวเหม” ย้ายเข้า

ร่วมสังกัด และส่งผู้สมัครลงแข่งขันครบทั้ง 8 เขต ถือเป็นการประกาศความพร้อมทางการเมือง เพื่อชิงพื้นที่กับพรรคประชาชน

ซึ่งเคยครองที่นั่ง สส. ครบทุกเขตของจังหวัดสมุทรปราการในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตลอดกระบวนการรับสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ไม่พบเหตุวุ่นวายหรือการกระทำที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผลสำรวจคิดเห็นประชาชนในเขตเมืองชุมพร พรรคที่คนใต้ นิยมชื่นชอบมาก – ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์ -ประชาชน -ไม่ชอบ เพื่อไทย

แชร์เนื้อหานี้

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตเมืองจังหวัดชุมพร เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึง พบว่าประชาชนกลุ่มอายุระหว่าง 25–55 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและมีบทบาททางเศรษฐกิจของพื้นที่ ให้ความสนใจติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าการตัดสินใจเลือกผู้สมัครควรพิจารณาจากนโยบายที่เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้จริง มากกว่าการยึดติดกับตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียวจากการสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำในเขตเทศบาลและชุมชนเมืองของจังหวัดชุมพร กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ระบุว่า ประเด็นที่ต้องการให้ผู้แทนราษฎรเร่งผลักดัน ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ การสร้างงานและโอกาสทางอาชีพในเขตเมือง การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ตลอดจนการบริหารจัดการเมืองให้มีความปลอดภัย เป็นระเบียบ และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

ขณะเดียวกัน ประชาชนในกลุ่มอายุ 25–55 ปี ยังแสดงความเห็นว่า ต้องการเห็นผู้สมัครลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ รับฟังปัญหาจากชุมชนอย่างแท้จริง มีความโปร่งใสในการทำงาน และสามารถติดตามตรวจสอบได้ โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดชุมพรในระยะยาวทั้งนี้ ผลโพลดังกล่าวสะท้อนถึงความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในเขตเมืองจังหวัดชุมพร ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก และมีอัตราการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงกว่าครั้งที่ผ่านมา
อัปเดตการเมืองสนามเลือกตั้งจังหวัดชุมพร (ข้อมูลเบื้องต้น)
รายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในจังหวัดชุมพร พบว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทยอยเปิดตัวผู้สมัครในทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้

พรรคภูมิใจไทยเขต 1 นายวิชัย สุดสวาสดิ์ อดีต ส.ส.แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย
เขต 2 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ หรือ “ส.อบจ.กิต” อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรเขต 3 นายสุพล จุลใส หรือ “ส.ส.ลูกช้าง”พรรคประชาธิปัตย์เขต 1 นายสุรชัย แดงละอุ่น หรือ “นายกโท้ง” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวีเขต 2 นายสราวุธ อ่อนละมัย หรือ “ส.ส.เอก”เขต 3

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมงพรรคประชาชนเขต 1 นางสาวชุติมา ชุมขุนเขต 2 นางสาวจิดารัตน์ ชูคงเขต 3 นายชุตินันท์ คงท่าเรือพรรคกล้าธรรมเขต 2 นายสันต์ แซ่ตั้ง อดีต ส.ส.ชุมพรส่วนเขตอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติและความชัดเจนของผู้สมัครอย่างไรก็ตาม สนามเลือกตั้งจังหวัดชุมพรยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่จับตานโยบายและวิสัยทัศน์ของผู้สมัครเป็นสำคัญ
ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมใหญ่สามัญ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทย เขต1 มุกดาหาร เพื่อรับฟังความคิดเห็น สรรหา ผู้สมัคร สส.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 12.00น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย มอบหมายให้​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร และคณะกรรมการบริหารสาขาพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568

ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลนาสะเม็ง ตำบลนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จัจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญคณะกรรมการสาขาพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สัมมนาให้ความรู้สมาชิกพรรค และประชาชนเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่สมาชิกพรรคการเมือง

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 116 คน โดยมี นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ เป็นวิทยากรอบรมสัมมนา และ นายพิเชฐ สุภัคชูกุล หัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง
สนง.กกต.จังหวัดมุกดาหาร เข้าร่วมสังเกตการณ์อบรมให้ความรู้กฎหมายเลือกตั้ง ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป

2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน

4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือพรรคเสรีรวมไทยเขต 1 จังหวัดมุกดาหาร และ สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เข้าร่วมการประชุม Primary Vote เพื่อพิจารณาและให้การรับรอง ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเสรีรวมไทย ตามกระบวนการประชาธิปไตย

ภายในพรรคอย่างโปร่งใส และมีส่วนร่วมจากสมาชิก มีความคิดเห็นตรงกันให้ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดมุกดาหาร พรรคเสรีรวมไทย 110 คะแนน และนายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ(ปาร์ตี้ลิสต์)

การประชุมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรค ได้ร่วมแสดงเจตจำนงในการคัดเลือกผู้แทนของประชาชน ซึ่งจะเป็นตัวแทนของพรรคในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กกต.มุกดาหาร เปิดอบรมผู้สมัคร อบต. 27 แห่ง เน้นเลือกตั้งโปร่งใส–เที่ยงธรรม รับศึกเลือกตั้ง 11 ม.ค.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 นายจักรินทร์ ชาลีพุทธาพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (อบต.)

ครบวาระและยกฐานะ ณ ห้องริเวอร์แกรนด์ บอลลูน โรงแรมริเวอร์ซิตี้ อำเภอเมืองมุกดาหาร โดยมีผู้ตรวจการเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายก อบต. จากทั้ง 27 แห่งในจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมอบรมอย่างพร้อมเพรียง

นายจักรินทร์ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบแผนจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายก อบต. ที่ครบวาระ โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 เป็นวันเลือกตั้ง ส่วนช่วงวันสมัครรับเลือกตั้งกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1–5 ธันวาคม 2568

เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม สนง.กกต.จว.มุกดาหาร จึงจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการเลือกตั้ง กระบวนการลงคะแนน ข้อควรระวัง และข้อห้ามตามกฎหมาย เพื่อป้องกันการกระทำผิดหรือทุจริตเลือกตั้ง รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้สมัครทุกคน

ผอ.กกต.มุกดาหาร กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง พร้อมรณรงค์ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง และส่งเสริมให้ผู้สมัครปฏิบัติตามระเบียบเดียวกัน เพื่อให้การเลือกตั้ง อบต.ทั่วจังหวัดมุกดาหารเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต และเป็นธรรมตามกรอบกฎหมาย

เลือกตั้งอบต2569 #กกตมุกดาหาร #อบรมผู้สมัครอบต #เลือกตั้งท้องถิ่น #ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง #โปร่งใสเที่ยงธรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท-ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประเทศไทย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของทุกหน่วยงานภาครัฐ ที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริต

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประเทศไทย โดยมี คณะกรรมการจังหวัดนครปฐม

คณะกรรมการบริหารศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต คณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบจังหวัดนครปฐม หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายธีรชัย สุขเกษม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า องค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ซึ่งจังหวัดนครปฐม

ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม ได้จัดกิจกรรมดังกล่าว เพื่อสร้างพลังทางสังคมในการต่อต้านการทุจริต ปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิดขึ้นในสังคม และยกระดับค่าดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกาศเจตจำนงของผู้นำประเทศ และผู้นำทุกภาคส่วนในการป้องกันแก้ไขและปราบปรามการทุจริต รวมถึงผสานพลังคนไทยและทุกภาคส่วนให้ตื่นรู้พร้อมต้านการทุจริตในทุกรูปแบบเพื่อให้สังคมไทยมีวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต ตลอดจนให้คนไทย

และนานาชาติรับรู้ถึงความมุ่งมั่นและการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศไทย เพื่อผลักดันการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (ค่า CPI) ให้สูงกว่าร้อยละ 50 ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย ชมการถ่ายทอดสดการจัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) กายใต้แนวคิด ปลุกพลัง “HERO OF THE TRUTH ร่วมหยุดคอร์รัปชัน” และการรับชมการประกาศเจตนารมณ์

เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรี การมอบรางวัลให้แก่หน่วยงานที่ผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ 2568

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐม ได้ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การส่งเสริมสังคมด้านคุณธรรมจริยธรรม และธรรมาภิบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดัน และส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมินคุณธรรม

และความโปร่งใสของการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) มีผลการประเมินภาพรวมระดับจังหวัดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณพ.ศ. 2557

จังหวัดนครปฐมมีผลการประเมินเพิ่มขึ้นเป็น 96.15 คะแนน หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดนครปฐม ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 118 หน่วยงาน หรือคิดเป็นร้อยละ 100 และในปีงบประมาณ 2568 จังหวัดนครปฐม ได้คะแนนที่ 96.64 สูงขึ้น

กว่าปีที่ผ่านมา 0.49 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.51 หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดนครปฐมผ่านเกณฑ์การประเมินจำนวน 117 หน่วยงาน หรือคิดเป็น 99.15 อยู่ในลำดับที่ 14 ของประเทศ จะเห็นได้ว่าในภาพรวมระดับจังหวัดเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
……………………….
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / คึกคัก !! วันรับสมัครศึกชิงนายก อบต.คลองด่าน ลั่นวาจา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ”ผู้สมัคร 3 คน สมาชิก13 คน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

คึกคัก !! วันรับสมัครศึกชิงนายก อบต.คลองด่าน ลั่นวาจา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ” เผย มีผู้สมัครชิงนายกจำนวน 3 คน สมาชิกทีมละ 13 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก หลังได้เบอร์ประจำทีม ว่าที่นายกฯ จับมือกันลั่นวาจาลูกผู้ชาย จะแข่งกันด้วยความบริสุทธิ์ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อรู้ผลแพ้-ชนะ ต้องยอมรับและไม่ร้องเรียนกันในภายหลัง

เมื่อเวลา 9.00 น.วันที่ 1 ธ.ค.2568 ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีความประสงค์เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน และ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน

โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1-5 ธ.ค.2568 เวลา 8.30 – 16.30 น.ไม่เว้นวันหยุดราชการ เช้านี้มีผู้สนใจเดินทางเข้ามาสมัครชิงตำแหน่งนายกฯ จำนวน 3 คน แต่ละคนมาพร้อมทีมงานและกองเชียร์ก่อนเวลาเปิดรับสมัคร ดังนั้นคณะกรรมการ จึงต้องใช้วิธีให้จับเลือกเบอร์โดยเปิดเผย ปรากฏว่า นายอำนาจ หล่อนิล (ทีมพัฒนาคลองด่านยั่งยืน)

ผู้สมัครนายกฯ ได้เบอร์ 1 , นายสัมฤทธิ์ จันทร (ทีมเรารักคลองด่าน) ได้เบอร์ 2 และ นายณัฐนันท์ จิระนนท์เสถียร (ทีมพลังชุมชน)ได้เบอร์ 3 สำหรับเป็นเบอร์ประจำตัวของนายกฯและสมาชิกในการใช้หาเสียงกับประชาชน หลังจากที่ดำเนินการเรื่องเอกสารเสร็จแล้ว ทั้ง 3 ทีม

ได้ลงมาหากองเชียร์รับดอกไม้ คล้องพวงมาลัยและถ่ายรูปกันอย่างคึกครื้นโดยจุดสำคัญนั้น ผู้สมัครขิงตำแหน่งนายกฯ ได้เข้ามาพูดคุยจับมือกัน พร้อมให้คำมั่นสัญญา จะแข่งขันกันอย่างโปร่งใส ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือก หลังรู้ผลแพ้-ชนะในวัน

ที่ 11 ม.ค.2569 แล้ว ว่าใครได้เป็นนายกฯ จะไม่แกล้งหรือร้องเรียนกันในภายหลัง ซึ่งก็ทำให้บรรยากาศของการเริ่มต้นแข่งขันชิงผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา “ รู้แพ้ รู้ชนะ ”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

AOT สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สนามบินทุกแห่งประเมินและจัดการก๊าซเรือนกระจกครบวงจร
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เดินหน้ารักษามาตรฐานความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ได้รับการรับรองตามโปรแกรม Airport Carbon Accreditation (ACA) ของ Airports Council International (ACI) ในระดับที่ 3 Optimisation ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ได้รับการรับรองในระดับที่ 2 Reduction นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่าการที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT

เข้าร่วมโปรแกรม ACA สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการรับผิดชอบต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกในรูปคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO₂e) ที่ปล่อยจากกิจกรรมภายในขอบเขตการปฏิบัติการของท่าอากาศยานตามแนวทาง Airport Carbon Accreditation Guidance Document ซึ่งผลการประเมินนี้ช่วยให้ท่าอากาศยานสามารถวางแนวทางบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ โปรแกรม ACA มีทั้งหมด 5 ระดับ โดยระดับที่สูงขึ้นสะท้อนถึงความเข้มข้นในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของท่าอากาศยาน โดย AOT ได้ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน โดย ทสภ. ทดม. ทชม และ ทภก.ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกิจกรรมที่อยู่ภายใต้การควบคุมของท่าอากาศยานต่อผู้โดยสาร ร้อยละ 10 ภายในปี 2571 เมื่อเทียบกับปี 2566 ขณะที่ ทชร. และ ทหญ. ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยรายได้ ร้อยละ 7 ภายในปีเดียวกัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นางสาวปวีณา กล่าวว่า การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกถือเป็นหนึ่งในแนวปฏิบัติทางธุรกิจมาตรฐาน (Standard Business Practice) ที่องค์กรชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะเป็นตัวชี้วัดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นักลงทุนจึงให้ความสนใจข้อมูลดังกล่าวเพื่อตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของธุรกิจ ด้วยความมุ่งมั่นนี้ AOT จึงพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ท่าอากาศยานทุกแห่งที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและผู้โดยสารอย่างยั่งยืนต่อไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พรรคโอกาสใหม่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่ ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างสามัคคี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 จตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรคได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง พร้อมนำข้าวสารและอาหารแห้งจำนวน สองคันรถหกล้อ ได้ที่ฝากประสานมาจากหลากหลายภาคเพื่อแจกจ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย

นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่รอความช่วยเหลือจากภาครัฐซึ่งเข้าไม่ถึงในหลายพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่า ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ ทุกคนต่างเดือดร้อนและต้องการกำลังใจอย่างมาก เพื่อให้สามารถผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ จึงอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างสามัคคี ไม่แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังเผชิญปัญหา รวมถึงส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย

โดยยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังน้ำลด สิ่งสำคัญที่สุดคือการเยียวยาประชาชนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว โดยจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาฟื้นตัวได้อย่างทันเวลา พร้อมทั้งเสนอว่ารัฐบาลและทุกภาคส่วนควรนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อวางแผนการจัดการน้ำที่เป็นระบบมากขึ้น ป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งนี้พรรคโอกาสได้ขบวนปล่อยคาราวาน เพื่อช่วยน้ำท่วมภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน และได้ส่ง กรรมการบริหารพรรค และ อาสาสมัครของพรรค เข้าร่วมช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่อุทกภัยทันทีล่วงหน้าตั้งแต่เกิดเหตุการณ์

พรรคโอกาสใหม่/บุญยงค์ สดสอาด รายงาน