คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า

แชร์เนื้อหานี้

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์จัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิททยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน งานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัด น่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่า ให้ได้พบปะสานสัมพันธ์ระหว่างกันเพื่อทำประโยชน์ต่อสถาบันร่วมกันได้ในอนาคต
  2. เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีและสร้างความสามัคคีระหว่างศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษารุ่นปัจจุบันพบปะสังสรรค์กับรุ่นพี่ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาจะได้เปิดโลกทัศน์ในเส้นทางการทำงาน และ
  3. เพื่อระดมทุนการศึกษาให้กับศิษย์ปัจจุบันที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นการช่วยเหลือและให้โอกาสทางการศึกษาในรูปแบบ “พี่ส่งน้องเรียน”
    การจัดกิจกรรมในวันนี้ เกิดขึ้นจากการร่วมแรงร่วมใจระหว่างบุคลากรวิทยาลัยน่าน ศิษย์เก่า และศิษย์ปัจจุบัน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากศิษย์เก่า ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุน ผลักดันกิจกรรมของวิทยาลัยให้เกิดความเข้มแข็งต่อไปในอนาคต ทางวิทยาลัยน่านเชื่อว่าศิษย์เก่าจะเป็น
    ดีให้กับศิษย์ปัจจุบัน เป็นแรงผลักดันให้วิทยาลัยมุ่งผลิตบัณฑิตคุณภาพสู่สังคมต่อไปเพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติศิษย์เก่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยรองศาสตราจารย์ ดร.สุภาวิณี สัตยาภรณ์ อธิบการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอตรดิถ์ได้มอบโล่รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์
    วิทยาลัยน่าน ประจำปี พ.ศ. 2568 ดังนี้
  4. นาย บุญยงค์ สดสอาด (นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
  5. นาย เรืองเดช ริกากรณ์ (ผู้จัดการการประปาสวนภูมิภาค สาขาเถิน จังหวัดลำปาง) ศิษย์เการัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต3.นายบวรนันท์ มโนวร (นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพุ่งศรีทอง) ศิษย์เก่ารัฐ
    ประศาสนศาสตรบัณฑิต4 .นาง พธิดา สุทธิพันธุ์ (ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนเปอร์ปอมโลจิสติกส์และเปอร์ปอมเจริญยนต์)ศิษย์เก่ารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
    4.พันตำรวจโท ยศดนัย ชัยวงศ์ (สารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเทิง จังหวัดเชียงราย) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต5.ร้อยตำรวจเอก กมล อุปเสน (รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรเวียงสา
    จังหวัดน่าน) ศิษย์เก่านิติศาสตรบัณฑิต6.จ่าสิบตำรวจโท สัจวัจน์ สุทธหลวง (ผู้บังคับหมู่ ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธธรปัวจังหวัดน่าน) ศิษย์เก่าครุศาสตรบัณฑิต
  6. นาง พิศมัย อุ่มมี (ผู้จัดการสำนักงานบริษัท AIA อ.ปัว) ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจบัณฑิต และ
  7. นาย เสกสรรค์ พิศจารย์ (ผู้ช่วยผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาบ่อเกลือ)ศิษย์เก่าบริหารธุรกิจม บริหารธุรกิจบัณฑิงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน”จากศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน”การจัดงานคืนสู่เหย้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน “จากศุนย์การศึกษาจัดหวัดน่าน สู่ วิทยาลัยน่าน” จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อการพบปะสังสังสรรค์และสร้างความผูกพันระหว่างศิษย์ปัจจุบันและทิษย์เก่าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการสร้างเครือข่ายศิษย์เก่าเพื่อร่วมพัฒนาวิชาการและวิชาชีพ เปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าได้มี

โอกาสสนับสนุนทรัพยากร ทุนการศึกษา ตลอดจนการคัดเลือกศิษย์เก่าดีเด่นที่บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และนำมายกย่องเชิดชูเกียรติประวัติให้เป็นที่รู้จักแก่สังคมภายนอกนับเป็นการรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานของหน่วยงานเชิงประจักษ์ได้เป็นอย่างดีวิทยาลัยน่าน จัดตั้งที่ตำบลทุ่งศรีทองนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.ศ. 2547 ดำเนินรานภายได้ชื่อศูนย์จัดการศึกษาจังหวัดน่าน และผลิตบันฑิตหลากหลายสายสขาวิชา ทั้งนิติศาสตร์พัฒนาชุมชน ปฐมวัย รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารธุรกิจ จวบจนกระทั่งปรับเป็นวิทยาลัยน่าน เปิดสอนสารัฐประศาสนศาสตร์ และการจัดการ ได้ขยายโอ

การทางการศึกษา ผลิตบัณฑิตสู่ตลาดงานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลลอด สอดคล้องกับกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตคุณภาพ เป็นคน เก่ง ดี มีจิตอาสา พัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือ ต้องเป็นผู้ที่อุทิศตนเพื่อทำประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองได้เห็นว่าเรามีเครือข่ายความร่วมมือของศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง การจัดงานคืนสู่เหยาในวันนี้แม้จัดเป็นครั้งแรก เห็นได้ว่าทุกคนพร้อมใจกันมาชุมมุมได้มากขนาดนี้ก็เป็นที่น่าชื่นใจ นับว่าเป็นการประกาศรวมพลังสามัคคีของชาว มรอ.น่านทุกคน ที่จะร่วมแรงร่วมใจสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและวิชาชีพ ส่งเสริมมสนับสนุนมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วิทยาลัยน่าน ให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน /ฐกำภู พุ่มทิพย์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / อ.หนองม่วง “จัดประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วงสุดยิ่งใหญ่อลังการ”

แชร์เนื้อหานี้

วันอาทิตย์ ที่9 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.00 น. นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานพิธีเดินทางถึงสถานที่ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี สักการะศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง

โดยมี นายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พร้อมด้วยนายนรินทร์ คลังผา สส.จังหวัดลพบุรี เขต4 นายวิบูลย์ เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง พ.ต.อ.สมคเน ศรีนาราง ผกก.สภ.หนองม่วง ปลัดอำเภอหนองม่วงพร้อมเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการศาลเจ้าทุกท่าน หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชนรอให้การต้อนรับ

จากนั้นนายจิรยุทธ์ เตียวสมบูรณ์กิจ กรรมมาธิการรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร กรรมการศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้กล่าวรายงาน
นายประยูร ศิริวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประธานได้กล่าวเปิดงานและร่วมขบวนแห่มังกรสุดยิ่งใหญ่อลังการ

ด้วยเมื่อปี พ.ศ. 2490 ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่มาอยู่ ณ ตลาดหนองม่วง ได้ตั้งศาลไม้เจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้น และในปีพ.ศ. 2511 ถึง พ.ศ. 2512 และได้มีผู้ศรัทธาจำนวนมากขึ้นมาตามลำดับ ทั้งในอำเภอหนอหนองม่วงและใกล้เคียง จึงได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นอาคารคอนกรีตเพื่อให้มั่นคงทนถาวร

ณ ทะเบียนบ้านเลขที่ 335 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองม่วง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบรี เป็นศูนย์รวมผู้มีจิตศรัตศรัทธาเพื่อมาขอพรกราบไหว้สักการะ เป็นที่พึ่งทางจิตใจ และได้มีการแห่มังกร ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2542 เป็นการแห่มังกรในวาระครบรอบ 72 พรรษา ของรัชการที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปีนั้น และเพื่อเป็นการร่วมเทิดพระเกียรติอีกด้วย จึงได้เห็นความสำคัญประเพณีแห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ ประจำปี 2568 จึงเรียนเชิญรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจ ให้กับประชาชนชาวอำเภอหนองม่วง หน่วยงานทางภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าประชาชนทั่วไปในเขตุอำเภอหนองม่วง

“ประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ ตลาดหนองม่วง” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนในอำเภอหนองม่วงและพื้นที่ใกล้เคียง มาเป็นเวลายาวนานกว่า 78 ปี งานประจำปีประเพณีแห่มังกรศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ตลาดหนองม่วง เป็นประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีและส่งเสริมความกตัญญู สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่อำเภอหนองม่วง แห่งนี้ มีคนรุ่นใหม่ เข้ามาสืบทอดต่อยอดรักษาขนบ ธรรมเนียมอันดีนี้ไว้ ให้เจริญก้าวหน้าและร่วมสร้างสาธารณกุศลให้กับประชาชนต่อไปอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทต.บ้านกรูดรณรงค์คัดแยกขยะต้นทาง ผ่านกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 ที่บริเวณสถานีรถไฟบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ คณะผู้บริหาร

สมาชิกสภาเทศบาล พนักงาน ผู้ใหญ่บ้านบ้าน และผู้นำชุมชนในเขตเทศบาล ตลอดจนผู้ประกอบการท่องเที่ยว พ่อค้าและประชาชน ร่วมกันจัดขบวนกองผ้าป่าขยะรีไซเคิล เดินรณรงค์ให้ประชาชนในเขตเทศบาลฯ คัดแยกขยะจากต้นทางโดยเคลื่อนขบวนไปยังที่ทำการเทศบาลตำบลบ้านกรูดเพื่อร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด

นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรูดกล่าวว่า ในปัจจุบันเทศบาลตำบลบ้านกรูด มีจำนวนประชากรประมาณ 4,100 คน ซึ่งยังไม่ได้รวมประชากรแฝงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจด้านการ
ท่องเที่ยว ซึ่งมีธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท

ร้านอาหาร ส่งผลให้มีจำนวนขยะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรเช่นกัน มีปริมาณขยะเดือนละประมาณ 90 ตัน หรือเฉลี่ยตกวันละ 3 ตัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเดือนละกว่า 200,000 บาท ซึ่งประชาชนในพื้นที่ยังขาดการคัดแยกขยะที่ถูกหลักวิชาการสุขาภิบาลและการบริหารจัดการขยะยังไม่ดีพอ

ในวันนี้ทางเทศบาลฯจึงได้ประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรม“ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ธนาคารขยะเทศบาลตำบลบ้านกรูด” เพื่อเป็นการรณรงค์สร้างความรับรู้ความเข้าใจ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะและคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล

นำไปจำหน่ายเพื่อให้มีรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป ภายในกิจกรรมยังมีการมอบรางวัลบุคคลต้นแบบด้านสิ่งแวดล้อมและมีการลงนามบันทึกข้อตกลงด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยร่วมกันระหว่างเทศบาลฯกับทางชุมชนต่างๆ สภ.ธงชัย วัด และโรงเรียนในเขตเทศบาลฯ

//////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติ 3 กทม.นำจิตอาสาทำดี บำเพ็ญประโยชน์ วัดทองเพลง เขตคลองสาน / ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 อาสาสมัครประจำครอบครัว (อสค.) สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 3 จ.กรุงเทพ นำอาสาสมัครคุมประพฤติ และผู้ถูกคุมประพฤติ ร่วม กิจกรรม “จิตอาสาทำความดี” การทำงานบริการสังคม หรือสาธารณประโยชน์แบบกลุ่ม ร่วมกันเพื่อพัฒนาและปรับปรุงทัศนียภาพ ทำความสะอาด บำเพ็ญประโยชน์ ล้างห้องน้ำ ล้างศาลา ภายในวัด พื้นที่ทางศาสนาอันจะก่อให้เกิดความร่มรื่น

สวยงาม และเป็นสถานที่ พักผ่อนสำหรับประชาชนในชุมชน ณ วัดทองเพลง แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน จ.กรุงเทพมหานคร โดยกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรมคุมประพฤติในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนพันธกิจในการช่วยเหลือผู้ถูกคุมความประพฤติให้กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ

และเป็นจิตอาสาจิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์โดยเต็มใจ พร้อมเสียสละ ให้ความช่วยเหลือร่วมมือ ร่วมใจ ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม เพื่อช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในสังคมช่วยแก้ปัญหาและสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่สังคม และยังเป็นการส่งเสริมภารกิจของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

โดยศาลหรือพนักงานคุมประพฤติกำหนดให้ผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานหรือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน หรือองค์กรสาธารณกุศลเพื่อกระตุ้นให้ผู้ถูกคุมความประพฤติตระหนักถึงความรับผิดชอบและมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคมมากขึ้น ได้พัฒนาตนเองสู่การเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมส่วนรวมและชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดของตนด้วยการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมอีกทั้งเป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

โดยในกิจกรรมนี้มีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมกิจกรรม อาทิเช่น สถานีตำรวจนครบาลสมเด็จเจ้าพระยา ชุมชนซอยวนาวรรณ คณะครู-นักศึกษา จาก ศูนย์ ศกร.เขตคลองสาน

ภาพ/ข่าว โดย นาย วีระพล แซ่เล้า ผู้สื่อข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

มุกดาหาร​ -​ชุด ฉก.ทหารพรานมุกดาหาร สกัดรถ จยย.หรู ฮาเล่ย์ ขณะลักลอบข้ามโขงส่ง สปป.ลาว

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568​พ.ต.คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 (มุกดาหาร) ฉก.ทพ.21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำรถจักรยายนต์ข้ามแดน ในพื้นที่ ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังเฝ้าตรวจและวางกำลังตามจุดต่างๆ ที่คาดว่ากลุ่มผู้ลักลอบจะใช้ในการลักลอบนำรถจักรยานยนต์ข้ามแดน

ต่อมาเมื่อเวลา 19.50 น. ชุดเฝ้าตรวจ ได้ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางคืนตรวจพบเรือเหล็กเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว มุ่งหน้ามายังฝั่งไทย เมื่อเรือทั้งสองลำมาถึงฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ.ส้มป่อย ม.2 ต.นาสีนวน อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร ได้มีคนอยู่ภายในเรือประมาณ 3-4 คน เดินลงจากเรือและมารอที่ริมตลิ่งแม่น้ำโขง

กระทั่งเวลา 20.00 น. ได้มีกลุ่มชายประมาณ 4-5 คนกำลังนำรถจักรยายนต์ลงมายังที่จุดเรือจอด จากนั้น ชุดซุ่มที่อยู่ใกล้บริเวณเรือที่จุดจอดเรือ จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่เรือแล้ววิ่งหลบหนีไป ส่วนเรืออีก 1 ลำ ก็ได้แล่นออกจากฝั่ง

กลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตามกลุ่มชายที่วิ่งหลบหนีจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้ 1 คน ชื่อ ท้าวใจ เทพพมมี อายุ 24 ปี สัญชาติลาว อยู่บ้านส้มป่อย นครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว ท้าวใจ

มายังจุดที่เรือจอด พบรถจักรยายนต์หรูฮาเล่ย์ เดวิดสัน (Harley-Davidson) รุ่น Sportster S Revolution Max 1250T จำนวน 1 คัน มูลค่าประมาณ 600,000 บาท อยู่ภายในเรือ จึงได้ควบคุมตัวท้าวใจพร้อมรถจักรยานยนต์ของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ชุดเฉพาะกิจทหารพราน2105 #HarleyDavidson #จังหวัดมุกดาหาร #แขวงสะหวันนะเขต #ลักลอบนำจักรยานยนต์ข้ามแม่น้ำโขง

ภาพ​/ข่าว​ ​เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “โต๋-ไบรท์” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คู่ให้ AssetWiseออกสเต็ปโชว์ร้อง เต้น สุดคิวท์.. กรี๊ดลั่นฮอลล์ “ตูน บอดี้แสลม” โผล่เซอร์ไพรส์

แชร์เนื้อหานี้

เสิร์ฟหวานไม่พัก! ล่าสุดคู่รักสายโรแมนติก “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” ควง “ไบรท์-พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒิ” มาร่วมงานฉลองครบรอบ 20 ปี AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์! โดยจูงมือกันเปิดเวทีด้วยลีลาการโชว์สเต็ปน่ารักๆ

ที่แอบซุ่มซ้อมมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตามจังหวะเพลงที่โต๋นำมารีอะเร้นจ์ใหม่ และยังเป็นครั้งแรก! ของการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “AssetWise 20 Years of Happiness” ที่ได้ทั้งคู่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความสนุกสดใส ผ่านมู้ดโทนการเล่าเรื่องที่สื่อถึงคอนเซปต์ 20 ปี

AssetWise “พร้อมสร้างความสุขให้ทุกจังหวะของชีวิต” สะท้อนการอยู่อาศัยในบ้านที่เต็มไปด้วยความสุข ภายใต้การบริหารงานของ คุณกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่างานนี้ต้องเป็น “โต๋-ไบร์ท” เท่านั้น เพราะเป็นคู่รักศิลปินที่ครบเครื่อง เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนความสุขของคนทุกเจนได้อย่างลงตัว พร้อมเผยแพร่ให้ชมแล้ววันนี้ทาง Facebook Page: AssetWise และ YouTube: AssetWise

โดย โต๋ เผยว่า “รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ที่ได้ร่วมงานกับ AssetWise ในฐานะพรีเซนเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้ เคยได้ร่วมงานกันในฐานะที่ทางแบรนด์เป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดคอนเสิร์ตและรายการ ‘PIANO & I’ ก็ได้สร้างความสุขให้กับแฟนๆ อย่างล้นหลาม วันนี้ผมและน้องไบรท์ เลยได้โอกาสที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว AssetWise ก็อยากจะส่งต่อทุกโมเมนต์แห่งความสุขและความประทับใจไปให้ทุกคนอีกเช่นเคยครับ”

ด้าน ไบรท์ เล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาว่า “รู้สึกสนุกมากค่ะ เป็นอีกหนึ่งโอกาสพิเศษที่เราได้โชว์สกิลการเต้นด้วยกัน (หัวเราะ) แอบถ่ายคลิปเบื้องหลังเก็บไว้ตั้งแต่เดือนก่อน ได้โอกาสลงสักที ปกติเราไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เลยขอเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ ต้องขอบคุณ AssetWise มากๆ ที่ชวนเรามาทำอะไรสนุกๆ ใหม่ๆ แบบนี้ค่ะ”

ยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อศิลปินระดับตำนาน “ตูน บอดี้สแลม” กระโดดขึ้นเวทีมาเซอร์ไพรส์คว้าไมค์ฟีทเจอริ่งกับ “โต๋” ในเพลง “เรือเล็กควรออกจากฝั่ง” ก่อนปิดงานพี่ตูนยังฝากชวนนักวิ่ง มาร่วมประชันฝีเท้า

ในงาน “รันแห่งความรัก อยุธยา 21K” ซึ่งจะนำรายได้จากงานวิ่งไปมอบให้กับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งมี AssetWise เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลัก จะจัดขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ลานข้างวัดพระราม หลังพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

AssetWise #AssetWiseBusinessDirection2025 #WeBuildHappinessโต๋ศักดิ์สิทธิ์ #ไบรท์พิชญทัฬห์ #โต๋ไบรท์ #ตูนบอดี้สแลมแอสเซทไวส์ #ครบรอบ20ปี #พรีเซนเตอร์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ส่งมอบระบบ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

แชร์เนื้อหานี้

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนความเป็นกลางทางคาร์บอน ติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่ โรงพยาบาลพรเจริญ ภายใต้โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ที่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าโครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ส่งมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการเป็นลำดับที่ 11 จากจำนวนโรงพยาบาลชุมชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ทั้งหมด 12 แห่ง รวมกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 600 กิโลวัตต์ และช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 360 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะติดตั้งระบบโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชน 40 แห่งทั่วประเทศ

ภายใน 10 ปี นับตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ในปี 2564 จนถึงปัจจุบัน โดยมี มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประธานในพิธี พร้อมด้วย นายธนาวุฒิ ธีรกิติกร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและแรงงานสัมพันธ์ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ดร.นพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายดนุเดช ใจศรี ปลัดอาวุโสอำเภอพรเจริญ คุณธิดาวรรณ แสวงการ ผช.ผอ.ฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน2 กฟผ นพ.ตฤณกฤต สิทธิศร ผอ.โรงพยาบาลพรเจริญ ดร.พงษ์ศักดิ์ สกุลคู ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจียงอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นางวงเดือน พระนคร

สาธารณสุขอำเภอพรเจริญ ร.ต.ต.ไพรัตน์ วุฒิสาร นายกเทศมนตรีตำบลพรเจริญ ผู้นำท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ และพนักงานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพรเจริญ ร่วมพิธี
มร. ชิน คุโบะ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์องค์กร บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ‘โครงการ ‘Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการใช้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย การติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้กับโรงพยาบาลชุมชน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พร้อมยกระดับบริการด้านการแพทย์สำหรับชุมชมชนท้องถิ่น

เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีได้มากขึ้น เราคาดว่าจะลงทนจำนวน 60 ล้านบาท ในการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนจำนวน 40 แห่ง ภายในระยะเวลา 10 นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเหล่งพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับโรงผยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย”

นายแพทย์ ตฤณกฤต สิทธิศร ผู้อำนวยการโรงพยาบาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ กล่าวแสดงความขอบคุณเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Solar Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ ระบไฟฟ้าโซล่าร์เซลล์นี้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของเราได้อย่างมาก ทำให้เราสามารถจัดสรรทรัพยากรยกระดับบริการทางการแพทย์สำหรับชุมชนของเรา โครงการนี้ยังช่วยผลักดันเราสู่เป้าหมายความยั่งยืน โดยมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคต พร้อมนำพลังงานสะอาดมาสู่ชุมชนท้องถิ่นของเรา ส่วนมาตรการการประหยัดพลังงานใช้ไฟฟ้าตามเวลา อีกส่วนคือได้จัดหาพลังงานทดแทนพลังงานโซล่าร์เซลล์ ซึ่งรวมแล้วสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ ปกติแล้วโรงพยาบาลพรเจริญต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 2-3 แสนบาทต่อเดือน ขึ้นกับช่วงสภาพอากาศ แต่หลังจากติดตั้งระบบ Solar lives พลังงานแสงอาทิตย์ อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 9หมื่นกว่าบาท ค่าไฟฟ้าที่ลดลงมานี้ทำให้ลดค่าใช้จ่ายได้ โดยนำค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้ไปใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยและพี่น้องประชาชนอำเภอพรเจริญและอำเภอใกล้เคียงที่มารับการบริบาลที่โรงพยาบาลพรเจริญ

สำหรับโครงการ ‘Solar for Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ เป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อสังคมของมิตซูนิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรศร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’ และหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การศึกษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานพ้นธมิตรต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข การไฟฟ้าฟ้าฝ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยได้ทำการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชนแล้วทั้งหมด 12 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลปง จังหวัดพะเยา โรงพยาบาลชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ โรงพยาบาลด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี โรงพยาบาลบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี โรงพยาบาลนาดี จังหวัดปราจีนบุรี โรงพยาบาลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี โรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ และโรงพยาบาลสระใคร จังหวัดหนองคาย

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เป็นศูนย์การผลิตที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาศูนย์การผลิตของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ทั่วโลก และยังเป็นศูนย์กลางการส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ไปยังกว่า 120 ประเทศ ทั้งนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณภาพสูง เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า เมื่อต้นปี 2561 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เปิดทำการสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการที่จังหวัดปทุมธานี และล่าสุดเมื่อต้นปี 2567 ได้ฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 7 ล้านคัน โดยผลิตภัณฑ์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ ไทรทัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ แอททราจ มิตซูบิชิ มิราจ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสูงสุด มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ใช้สนามทดสอบรถยนต์ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ในการประเมินผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุด

ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าวถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน“ Bueng Kan Craft : สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 4 ก.พ.68 ที่บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดแถลงข่าว กิจกรรมมหกรรมถนนสายวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4 แผ่นดิน Bueng Kan Craft สืบศิลป์ ถิ่นอีสาน ภายใต้โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตอารยาธรรมลุ่มน้ำโขง โดยมีนายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว

พร้อมด้วยอาจารย์สัติยะพันธ์ คชมิตร รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีนายเฉลิมเกียรติ แผนกิจเจริญ พัฒนาจังหวัดบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ และนางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ร่วมในการแถลงข่าว มีหัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ และประชาชนร่วมงานแถลงข่าว

นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผวจ.กล่าวว่า จากคำนิยมที่ ว่า บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้ ประกอบกับรัฐบาล ได้ขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power เป็นนโยบายเรือธง (Flagship) ของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ของประเทศ เพื่อยกระดับและพัฒนาความรู้ ความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย ให้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้ มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ 1) การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) และ 2) การทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน

การใช้ Soft Power เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วน ให้ความสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยถือเป็นเครื่องมือหรือกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาล ให้ความสำคัญกับการผลักดันทุนทางวัฒนธรรม ที่มีศักยภาพ
ให้เป็น Soft Power ของไทย ผ่านนโยบาย 5F ประกอบด้วย Food Film Fashion Fighting และ Festival ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบาย 5F ผ่านการจัดทำโครงการและแผนงานภายใต้ภารกิจของแต่ละหน่วยงาน

นางพัชรนันท์ แก้วจินดา วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานด้านวัฒนธรรม ที่มี 4 นโยบายขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างสังคมเข้มแข็ง สนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย “ทุน ระบบนิเวศ คน สินค้าและบริการ” ซึ่ง 1 ใน 4 คือ “ทุน” ที่มุ่งส่งเสริมสร้างสรรค์ ผลักดันทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจ ท่านมีแนวการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาคนและสังคมบนฐานวัฒนธรรมของจังหวัดบึงกาฬ สู่ความยั่งยืน และสอดคล้องกับคำนิยมที่ว่า “บึงกาฬ สร้างเมือง สร้างคน สร้างรายได้”

สำหรับกิจกรรมจะมีทุกๆวันศุกร์ โดยกำหนดเริ่มวันศุกร์ ที่ 13 ก.พ.68 สิ้นสุดวันศุกร์ ที่ 21 มี.ค.68 ณ บริเวณเฮือนบึงกาญจน์ไชยบุรี (จวนผู้ว่าหลังเก่า) โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ได้บูรณาการนำเครือข่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในพื้นที่ ในการจัดกิจกรรมถนนสานวัฒนธรรมชาติพันธุ์ 4แผ่นดิน เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านสาธิต/จำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมการแสดงผลงานด้านศิลปะ ของเครือข่ายในพื้นที่ และที่สำคัญ คือการได้เชิญภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน มาบูรณาการร่วม อาทิเช่นสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าธงฟ้ามาจำหน่าย

สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบึงกาฬ นำสินค้าทางการเกษตรมาจำหน่าย สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานบึงกาฬ แนะนำอาชีพ สำนักงานพัฒนาชุมชน ได้นำผลิตภัณฑ์ชุมชนสินค้าOTOP มาจำหน่ายและสาธิตการผลิตสินค้า การจัดนิทรรศการจากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเสริมยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดบึงกาฬ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน และกิจกรรม Buengkan Craft วิทยาลัยนวัตกรรมแห่งบึงกาฬ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นักศึกษามาร่วมในกิจกรรม และสนับสนุนบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อรองรับความเติบโตของจังหวัดบึงกาฬ

หากมีผู้สนใจนำร้านค้ามาจำหน่ายติดต่อได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ โทร.042491785 หรือแฟนเพจ Facebook สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ตามวันเวลาราชการ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุดในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย

แชร์เนื้อหานี้

รางวัลที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศ มีคนโหวตสูงที่สุด มากที่สุด ในระบบแอปพลิเคชัน Prompt Post ของ บ.ไปรษณีย์ไทย โดยมีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์ (นิด้า) สนับสนุนการทำโพล กับ 6 สาขารางวัล ช่วง 18 พ.ย. -31 ธ.ค.67 แฟนคลับแต่ละสาขา โหวตหนักจัดชุดใหญ่กัน ช่วงสัปดาห์สุดท้าย

โดยหัวข้อการโหวต F 1 – F 5 “หน่วยงานภาครัฐ” ที่เข้ารอบสุดท้าย TOP 5 จากการเสนอชื่อผ่าน SMS เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 67 คือ F1-กรมที่ดิน, F2-กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, F3-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , F4-กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ F5-การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่ง ตลอด 5 สัปดาห์แห่งการโหวต ทุกหน่วยงานต่างมีคนไทยส่งกำลังใจสนับสนุนชื่นชมโหวตมาตลอด บ้างก็สลับตำแหน่งขึ้นนำเป็นที่ 1 แต่สัปดาห์สุดท้าย มีการให้กำลังใจกันอย่างคึกคัก

ท้ายสุดหน่วยงานรัฐที่มีผลโหวตสูงสุด คือ “กรมที่ดิน” ซึ่งการมอบรางวัลมี คุณดำรง พุฒตาล ได้ให้เกียรติขึ้นมาประกาศรางวัล และ ดร.ตฤณ ทวิธารานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบริการดิจิทัล บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มอบดอกไม้ให้กับ คุณพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งได้รับรางวัล “สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี 2024”

บุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ #อานิสงส์ชีวิตรุ่งโรจน์ทรัพย์เพิ่มพูน

ณ วัดศรีกะอาง จ.นครนายก วัดสวย บนยอดเขา มีพระพุทธชินราชจำลองใหญ่ที่สุดในไทย

ขณะนี้พระอุโบสถใหญ่บนยอดเขา ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา กระเบื้องหลังคาแตกหักทำให้น้ำรั่วซึมลงมา และถังเก็บน้ำชีเมนต์ก็มีรอยรั่วซึมหลายจุด จึงจำเป็นต้องปฏิสังขรณ์ซ่อมแซม ขอเชิญชวนทุกท่านร่วม #เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถและซ่อมแชมถังเก็บน้ำ

📍 ธนาคารกสิกรไทย
📍 เลขที่บัญชี: 131-3-83390-5
📍 ชื่อบัญชี: มูลนิธิพุทธภูมิธรรม

ส่งหลักฐานการร่วมบุญมาได้ที่

Line Official Account : มูลนิธิพุทธภูมิธรรม กด⬇️
https://lin.ee/VDGS28X

อุโบสถที่สร้างอยู่บนยอดเขา เป็นศิลปะที่มีความผสมผสานระหว่างไทยและจีน โดยขอบประตูและหน้าต่างของอุโบสถ จะตกแต่งด้วยชามสมัยโบราณที่ชาวบ้านนำมาถวายวัดเมื่อครั้งในอดีต ภายในพระอุโบสถจะประดิษฐานพระพุทธรูปปางพิชิตมาร ซึ่งมีพระนามของสมเด็จพระสังฆราช จารึกไว้

อานิสงส์การร่วมบุญเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาพระอุโบสถ นับเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะพระอุโบสถคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน การร่วมบุญบูรณะซ่อมแซมให้คงสภาพดีงาม จึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่สืบไป ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบุญนี้ ย่อมได้รับอานิสงส์มากมาย ดังนี้

  • ในชาตินี้: มีชีวิตราบรื่น ร่มเย็นเป็นสุข แคล้วคลาดจากภัยอันตรายต่างๆ กิจการงานเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่งสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีชื่อเสียง เกียรติยศ เป็นที่รักใคร่นับถือของคนทั่วไป มีสติปัญญาเฉียบแหลม สุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว
  • ในชาติหน้า: เกิดในตระกูลสูง มีรูปร่างงดงาม ผิวพรรณผ่องใส เป็นที่รักของคนทั่วไป มีสติปัญญาดี มีโภคทรัพย์สมบัติมากมาย มีบริวารพร้อม พบพระพุทธศาสนาได้โดยง่าย บรรลุธรรมได้โดยเร็ว
  • อานิสงส์สูงสุด: นำพาให้เข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งเป็นบรมสุข อันเป็นจุดหมายสูงสุดของชาวพุทธ

อานิสงส์การซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด มีมากมายเหลือคณานับ เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต และการมีน้ำใช้ในวัด ยิ่งส่งเสริมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาให้ดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่พระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรม อานิสงส์โดยย่อ มีดังนี้

  • อานิสงส์ด้านการมีสุขภาพดี: การมีน้ำสะอาดไว้ใช้ในวัด ช่วยให้พระสงฆ์และผู้คนมีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการใช้น้ำไม่สะอาด ส่งผลให้มีอายุยืนยาว ทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
  • อานิสงส์ด้านความสะดวกสบาย: ถังเก็บน้ำที่ใช้งานได้ดี ช่วยให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อความต้องการ ไม่ต้องลำบากในการหาน้ำ ทำให้การประกอบกิจวัตรประจำวันในวัดเป็นไปอย่างสะดวกสบาย
  • อานิสงส์ด้านการส่งเสริมพระพุทธศาสนา: น้ำที่สะอาดใช้ในกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ เช่น การทำความสะอาดศาสนสถาน การประกอบพิธีกรรม การถวายน้ำ เป็นต้น ทำให้การเผยแผ่พระพุทธศาสนาดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
  • อานิสงส์ด้านจิตใจ: การทำบุญซ่อมแซมถังเก็บน้ำวัด เป็นการทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ เป็นการเสียสละเพื่อส่วนรวม ทำให้เกิดความอิ่มเอมใจ เป็นสุขทางใจ และเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภพหน้า
  • อานิสงส์ด้านทรัพย์สิน: การทำบุญด้วยน้ำ เชื่อว่าจะทำให้ไม่ขาดแคลน มีทรัพย์สินเงินทองไหลมาเทมา ไม่ลำบากเรื่องการเงิน เพราะน้ำเปรียบเสมือนทรัพย์สมบัติ
  • อานิสงส์ในชาติหน้า: เชื่อกันว่าผู้ที่ทำบุญเกี่ยวกับน้ำ จะได้เกิดในภพภูมิที่ดี มีผิวพรรณผ่องใส ไม่ลำบากเรื่องการกินอยู่ และมีบริวารมากมาย

ขอโมทนาสาธุการ😊🙏

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / มอบเกียรติบัตร สื่อมวลชน ในโครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ปีงบประมาณ 2568

แชร์เนื้อหานี้

เครือข่ายร่วมนักประชาสัมพันธ์8 #จังหวัดภาคเหนือตอนบน #เข้มสื่อทุกชนิด #ทั้งวิทยุ #โทรทัศน์ #แพลตฟอร์มข่าวสื่อออนไลน์ร่วมพลัง ปุกจิตสำนึกประชาชน แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต3 มอบเกียรติบัตรให้กับสื่อมวลชนผู้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏบัติการเครือข่ายร่วมบูรณาการป้องกันแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ถายใต้โครงการประชาสัมพันธ์การจัดการปัญหาฝุ่นละอองPM2.5ประจำปีงบประมาณ2568 ระหว่างวันที่3-4ก.พ2568 ณ.โรงแรมเมอเวนพิค สุริวงศ์ โฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม่ หลังเสร็จสิ้นการประชุม

เมื่อเวลา15.00น.วันที่ 4กุมภาพันธ์ 2568 นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 เป็นประธาน กล่าวปิดโครงการประชุมฯหลังจากได้ดำเนินการมาครบตามเวลาที่กำหนด 2 วัน ทั้งนี้ได้กล่าวต่อผู้เข้าร่วมการประชุมถึงการสร้างเครือข่ายร่วมบูรณาการฯว่า”ขอให้ผู้เข้าร่วมประชุมนำวิธีการ และ

ความรู้ไปวางแผนการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ อย่างถูกต้องรวดเร็ว เพื่อร่วมรณรงค์เป็นเครือข่ายศนย์JIC จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้กรณีอุทกภัยที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโมเดลเชียงใหม่ ส่งข้อมูลข่าวสารตรงต่อประชาชนใหรับรู้ เตือนภัยล่วงหน้าเพื่อรับมือภัยต่างๆ สามารถป้องกันและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตทรัพย์สินประชาชน “

สำหรับภาคเช้าในวันที่ 2ของการการประชุม เวลา08.00น.คณะเดินทางไปศึกษดูงานหมูบ้านต้นแบบด้านการรักษาป่าชุมชนปลอดการเผา 100%บ้านต้นผึ้งหมู่ที่7ต.แม่โป่ง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยคณะได้รับการฟังการบรรยายจากผู้ใหญ่บ้านนางกัญญารัตน์ ธรรมเสน เป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับ หมู่บ้านสันต้นผึ้งและนำคณะเดินทางไปยังป่าชุมชน เพื่อศึกษารูปแบบ การดูแลป่าชุมชน

ซึ่งนำเสนอวิธีการจัดการป่าในรูปแบบ ภูมิปัญญาชาวบ้าน อาทิการใช้กุสโลบายในการรักษาป่า มีการบวชป่าเป็นต้น ตลอดไม่เผาป่า แต่มีการนำใบตองตึงหรือใบตองพลวง นำมาเป็นวัสดุทำภาชนะใส่อาหาร ด้วยการขึ้นรูปด้วยเครื่องขึ้นรูปภาชนะ

ซึ่งเป็นวิธีการใช้ประโยชน์จากป่าที่ชาวบ้านดูแลลดวัสดุเชื้อไฟและลดปัญหาการเกิดฝุ่นPM2.5ไปอีกหนึ่งวิธี สำหรับเครือข่ายสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้จะเป็นสื่อที่จะเป็นผู้นำข้อมูลข่าวสารที่ได้รับส่งตรงถึงมือประชาชนให้รับทราบอย่างมีประสิทธิภาพ.

ธนกฤต #วรรณมณี #รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐทีวี / ป.ป.ช. น่าน ลงพื้นที่สังเกตการณ์ โครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียนบ้านหนองบัว และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร จ.น่าน / เปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

แชร์เนื้อหานี้

📆 วันที่ 27 – 28 มกราคม 2568 นายฉัตรชัย วีระเชวงกุล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่สังเกตการณ์การดำเนินงานโครงการอาหารกลางวันและ

โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ณ โรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบล ศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน และโรงเรียนจอมแจ้งวิทยาคาร ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน โดยมีผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลการดำเนินงาน

✅ ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลดช่องว่างและโอกาสในการทุจริต ป้องปรามมิให้เกิดปัญหาการทุจริตขึ้นในโครงการดังกล่าว และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหานมโรงเรียนเสื่อมคุณภาพ พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมโครงการอาหารกลางวันนักเรียน

เพื่อเป็นการป้องปรามการทุจริตกรณีโครงการอาหารกลางวันนักเรียนในลักษณะเชิงรุก ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินโครงการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการและทำให้เด็กนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ

📢 “พบเห็นการทุจริตกระซิบ ป.ป.ช.น่าน”
🏫 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน ศาลากลางจังหวัดน่าน ชั้น 5 ถนนน่าน – พะเยา ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน 55000
☎️ โทร. 054-716452
🛜 FACEBOOK : สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

น่านเปิดกิจกรรมงานประเพณีปีใหม่เมื่ยนการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กาแฟดีวิถีเฆี่ยนพร้อมจุตประทัดเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชาวอิ้วเมี่ยนมีหวยด้วย

วันที่ 29 มกราคม 2568 เวลา 09.00น.ณ ลานกาแฟวิสาหกิจชุมชนบ้านสันเจริญ หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเป็นประธานเปิดงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน โดยมีท่านนายอำเภอท่าวังผา เกษตรอำเภอท่าวังผาผอ.ททท.สำนักงานน่าน หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมพิธี โดยมีนายเทพศักดิ์ หลี่พานิช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองในนามคณะกรรมการจัดงานกล่าวรายงาน ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน การจัดงานงานประเพณีปีใหม่เมื่ยน””กาแฟดีวิถีเฆี่ยน ในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลผาทองศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดน่าน และ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชมรมกาแฟพิเศษบ้านสันเจริญ

หมู่บ้านสันเจริญ ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลผาทอง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน มีประชากรทั้งหมด 920 คน 153 ครัวเรือน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่ลายล้อมด้วยภูเขา และประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเมื่อน ด้วยลักษณะภูมิ
ประเทศที่สูงจากระดับน้ำทะเล 900 – 1,300 เมตร ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกกาแฟเป็นอาชีพหลัก ทำให้ บ้านสันเจริญเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน และมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และชาวเมี่ยนจะมีประเพณีที่สำคัญที่เรียกว่า ปีใหม่เมื่อนหรือตรุษจีน ซึ่งจะจัดเป็นประประจำทุกปีหลังจากปีเก่าได้ผ่านพ้นไปแล้ว

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพกาแฟของบ้านสันเจริญและการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของชนเผ่าเฆี่ยน รวมถึงการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดน่านอีกด้วย
และงานนี้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ (คณะพัฒนาการท่องเที่ยว)
กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรองค์การบริหารส่วนตำบลผาทองหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ท่าวังผา

ชุมชนบ้านสันเจริญบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อแสดงกรอบการดำเนินงานความร่วมมือ เพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และบริการวิชาการร่วมกัน โดยตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่นต่อการพัฒนาที่ชมชนในบริบทของตำบลท่าวังผาสู่ภูมิทัศน์แห่งการแข่งขันใหม่ และเพื่อให้ก้าวทันความเการท่องเที่ยวตามบริบทของการท่องเที่ยวเชิงกาแฟ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน