คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศรีสะเกษ เตรียมเปิดศึกแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40

แชร์เนื้อหานี้

***เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 68 ที่ห้องประชุมศรีพฤทเธศวร ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 “ศรีเกษเกมส์” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-29 มกราคม 2569

โดยมี ดร.ฉัฐมงตล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองศรีสะเกษ ,ประธานหอการค้าจังหวัด ,ผอ.กกท.จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ารวมประชุม

***เบื้องต้น การแข่งขันดังกล่าว เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้รับเกียรติจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนในครั้งนี้ขึ้น โดยกำหนดจัดการแข่งขัน จำนวน 14 ชนิดกีฬา ได้แก่ กรีฑา เทเบิลเทนนิสวอลเลย์บอลในร่ม วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล เซปักตะกร้อ

ฟุตซอล เปตอง แบดมินตัน หมากรุกไทย หมากฮอสไทย จักรยานขาไถ อีสปอร์ต เทคบอลและ 2 ชนิดกีฬาสาธิต ได้แก่ ว่ายน้ำ หมากล้อม มีการชิงชนะเลิศทั้งสิ้น จำนวน 276 เหรียญทอง มีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันฯ กว่า 20,000 คน

***ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย พัฒนาทักษะด้านกีฬา สร้างเสริมความสามัคคี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดศรีสะเกษ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พิธี อัญเชิญไฟพระฤกษ์ การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 จังหวัดนครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่(15พย.68)ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสุรศักดิ์ เกิดจันทึก รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายส่งเสริมกีฬา อัญเชิญไฟพระฤกษ์

ส่งมอบต่อให้กับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเก็บรักษาไว้ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์การแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 ครั้งที่ 13 ซึ่งจังหวัดนครราชสีมา เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

โดยกำหนดจัดวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมี ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พร้อมด้วยส่วนราชการ เข้าร่วมพิธีรับส่งมอบไฟพระฤกษ์

สำหรับการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 นับเป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทยและจังหวัดนครราชสีมา ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยมีการชิงชัยใน 19 ชนิดกีฬา และกำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ที่ จ.นครราชสีมา

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”หนูน้อยต้นอ้อ“ ฟุตซอล อปท.ครั้งที่ 40 ตากสินระยองเกมส์ / “CPR on the Beach” ยกระดับท่องเที่ยว/วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานการแข่งขันกีฬาฟุตซอล ในการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 40 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออก “ตากสินระยองเกมส์” จัดโดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เจ้าภาพจัดการแข่งขันที่อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง เป็นการแข่งขันฟุตซอลนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี ทีมฟุตซอลเทศบาลเมืองหนองปรือ พบกับทีมฟุตซอล อบจ.ระยอง แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ครึ่งๆ ละ 15 นาที

สุดท้ายจบการแข่งขันไปสุดสนุก ทีมเทศบาลเมืองหนองปรือเอาชนะทีม อบจ.ระยองไป 1-0 ด้วยการยิงของหนูน้อยต้นอ้อ รวิ หอมชื่น สไตรค์เกอร์ตัวความหวังของทีม ทำให้เก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จก่อนแข่งขันกับทีมเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพรายในครั้งต่อไป

พัทยาจับมือภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าว “CPR on the Beach” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยว

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา จ.ชลบุรี ดร.พิเรษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, พญ.ปิยาภรณ์ ทิพยะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, นายประสิทธิ์ ทองทิตย์เจริญ ประธานมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา และ ดร.ศิวัช บุญเกิด รองปลัดเมืองพัทยา ร่วมงานแถลงข่าวโครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ร่วมแถลงข่าวโครงการดังกล่าว ซึ่งมี ร.ต.อ.หญิงพรพนา โชคไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยา ร่วมกับโรงพยาบาลเมืองพัทยา มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว ประชาสัมประสัมพันธ์โครงการอบรมจิตอาสากู้ชีพฉุกเฉิน “CPR on the Beach” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 15.00 – 19.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา เพื่อสร้างจิตอาสาด้านการช่วยชีวิตเบื้องต้นในกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะภาวะหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจเฉียบพลัน ซึ่งการทำ CPR จะช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนไปยังสมองและอวัยวะสำคัญได้อย่างทันท่วงที

การอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 2,000 คน จากหลากหลายกลุ่มอาชีพ รวมถึงนักเรียนและนักศึกษา เพื่อให้มีทักษะและความเข้าใจในการปฏิบัติจริง สามารถช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ทันเวลา เสริมภาพลักษณ์เมืองพัทยาในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่ “อุ่นใจ ปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง”

วิริยะประกันภัย มอบหมวกนิรภัยให้นักเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ส่งเสริมวินัยการใส่หมวกกันน็อคทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองปลาไหล จ.ชลบุรี นายยศพงศ์ ลินทอง นายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ ผู้แทนจากบริษัท วิริยะประกันภัย นำโดย นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 ที่ในวันนี้นำคณะจากบริษัท วิริยะประกันภัย ร่วมกิจกรรม

ตามที่อุบัติเหตุจราจรประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปัจจัยสำคัญเกิดจากพฤติกรรมของคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรม เมาแล้วขับ และ พฤติกรรมการขับขี่ หรือ ซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมใส่หมวกนิรภัย ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการสูญเสีย โดยจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันอัตราการสวมหมวกกันน็อคในกลุ่มเด็กและเยาวชนมีเพียงร้อยละ 7

ซึ่งมีสาเหตุมากจา 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1. พ่อแม่ผู้ปกครองเลยไม่ใส่ใจ มีความเชื่อที่ว่าการนำลูกนั่งรถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัยเป็นสิ่งที่ไม่อันตรายอะไร 2.การบังคับใช้กฎหมายกับเด็กและเยาวชนที่ไม่สวมใส่หมวกนิรภัยเป็นเรื่องที่ยากในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และในทางปฏิบัติหวั่นเกรงเกิดปัญหากับภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมายและกระแสต่อต้านจากสังคม เพื่อเป็นการต่อยอดการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนมูลนิธิเมาไม่ขับจึงได้ร่วมกับ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จัดโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสวมหมวกนิรภัย 100% ส่งเสริมการรณรงค์และสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทางถนนขึ้น

โดยในวันนี้ทางบริษัทวิริยะประกันภัยได้นำหมวกนิรภัย กว่า 150 ใบมามอบให้กับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลเพื่อนำไปใช้ในการใส่มาโรงเรียนเพื่อเสริมความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงเรียนอีกด้วย สำหรับโครงการดังกล่าวทาง บริษัทวิริยะประกันภัย และ มูลนิธิเมาไม่ขับ ร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการขึ้นมากว่า 30 ปีแล้วด้วยกัน

สืบภาค 2 จับมือ สสจ.ชลบุรี บุกจับคลินิกเถื่อนกลางพัทยาสุดอันตราย

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 และ นพ.กฤษณ์ สกุลแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ที่สั่งกวาดล้างสถานพยาบาลและคลินิกเถื่อนในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในเขตเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา ซึ่งอาจก่ออันตรายถึงชีวิตหากได้รับการรักษาโดยผู้ไม่มีใบอนุญาต

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ ผกก.กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.2 พร้อม นายจิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต เภสัชกรชำนาญการพิเศษ นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบ เซ็นเตอร์ พัทยา คลินิกเวชกรรม เลขที่ 202/109 ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่าเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และมี “หมอเถื่อน” เป็นผู้ทำการรักษา

ชุดสืบสวนวางแผนส่งตำรวจปลอมตัวเป็นผู้ป่วยเข้ารักษาอาการปวดท้อง แต่หมอภายในคลินิกมีท่าทีระแวงและปฏิเสธการรักษาโดยอ้างว่า “หมอไม่อยู่” เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนใหม่ ส่งสายลับหญิงปลอมตัวเป็นสาวทำงานกลางคืนเข้ารักษาอีกครั้ง คราวนี้เมื่อสายลับส่งสัญญาณ ทีมตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่หมอเถื่อนไหวตัวทัน ถอดเสื้อกาวน์ ถอดรองเท้าคัชชู วิ่งหนีออกหลังร้าน ก่อนขับรถยนต์เผ่นหนีอย่างรวดเร็ว

จากการตรวจค้นภายใน พบว่าเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ชั้นล่างถูกดัดแปลงเป็นคลินิกเวชกรรม มีเคาน์เตอร์พยาบาล ห้องตรวจโรค และป้ายแสดงราคาค่ารักษา เหมือนคลินิกทั่วไป โดยตำรวจตรวจยึดยาอันตราย ยากล่อมประสาท และเครื่องมือแพทย์จำนวนมาก รวมถึงปฏิทินตั้งโต๊ะที่จดบันทึกรายรับรายวัน-รายเดือน ยอดรวมต่อเดือนสูงหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

สอบสวนพบว่า คลินิกดังกล่าวเปิดโดยไม่ได้รับอนุญาต และหมอที่ทำการรักษาเป็น “หมอเถื่อน” ไม่มีใบประกอบวิชาชีพ ขณะเดียวกัน เจ้าของตึกให้การว่า มีชายคนหนึ่งมาเช่าชั้นล่างเปิดคลินิก รู้เพียงว่าเป็นหมอ แต่ไม่ทราบว่าเป็นหมอปลอม จนกระทั่งตำรวจบุกจับถึงรู้ความจริง

หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า เคยมารักษาอาการท่อปัสสาวะอักเสบที่คลินิกแห่งนี้ถึง 4 ครั้ง หมอทำการฉีดยา ตรวจเลือดและปัสสาวะ พร้อมจ่ายยากลับไปกิน โดยคิดค่ารักษากว่า 6,000 บาท แต่กลับไม่หาย จึงนำผลตรวจไปให้แพทย์โรงพยาบาลดู ก่อนถูกชี้ว่า “ผลตรวจมั่วมาก” จึงสงสัยและมาทราบภายหลังว่าคลินิกนี้เปิดโดยหมอเถื่อน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ต้องสงสัยคือ นายพรหมเทพ อายุ 46 ปี เป็นผู้ลักลอบเปิดคลินิกและแอบอ้างเป็นแพทย์ โดยคลินิกจะเปิดให้บริการช่วงบ่ายถึงเย็น กลุ่มลูกค้าหลักคือสาวทำงานกลางคืนและชาวต่างชาติ ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พร้อมฝากเตือนประชาชน หากมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในคลินิก ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต และแพทย์ผู้รักษามีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง โดยสามารถตรวจดูได้จากป้ายรายชื่อแพทย์ที่ติดอยู่หน้าห้องตรวจ และหากพบเบาะแสคลินิกเถื่อน สามารถแจ้งได้ที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี ในวันและเวลาราชการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านจัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก : สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เชื่อมโยง 4 เมืองล้านนาตะวันออก

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา จัดกิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” สนามที่ 2 วิ่งเลาะเวียงน่าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและบูรณาการการท่อง

เที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พัฒนาเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์คุณภาพสูงบนฐานวัฒนธรรมและความยั่งยืน
โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

พร้อมด้วย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน นายภานุพันธ์ เอี่ยมอุบลวรรณ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ นักวิ่ง นักท่องเที่ยว และประชาชนชาวจังหวัดน่าน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง
นางวิไลวรรณ บุดาสา กล่าวว่า จังหวัดน่านเป็นหนึ่งในกลุ่ม

จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นในฐานะ “เมืองเก่าที่มีชีวิต” เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผสมผสานกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนที่อบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมากมาย เช่น วัดภูมินทร์ วัดพระธาตุแช่แห้ง วัดมิ่งเมือง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน บ้านนาก๋างโต้ง รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างอุทยานแห่งชาติดอยภูคา และอุทยานแห่งชาตินันทบุรี

กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียงน่าน” ในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมกว่า 782 คน โดยแบ่งเป็นชาวไทย 777 คน และชาวต่างชาติ 5 คน จากประเทศเคนยา ฟิลิปปินส์ ซิมบับเว สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
เส้นทางวิ่งแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

Kilo Run 2.5 กิโลเมตร Fun Run 5 กิโลเมตร Half Marathon 21 กิโลเมตรMarathon 42 กิโลเมตรจุด Start – Finish ตั้งอยู่ ณ ข่วงเมืองน่าน นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าน่าน เรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และความมีไมตรีของชาวเมืองตลอดเส้นทาง
กิจกรรม “วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก” จัดขึ้นทั้งหมด 4 สนาม ได้แก่

สนามที่ 1 : วิ่งเลาะเวียงแพร่ จังหวัดแพร่ (25–26 ตุลาคม 2568)
สนามที่ 2 : วิ่งเลาะเวียงน่าน จังหวัดน่าน (8–9 พฤศจิกายน 2568)โดยจะจัดต่อเนื่องไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มล้านนาตะวันออกกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างกระแสการออกกำลังกายเพื่อ

สุขภาพ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างความร่วมมือระหว่างจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 ให้เติบโตอย่างยั่งยืนดำเนินงานโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพะเยาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : วิ่งเลาะเวียง เมืองล้านนาตะวันออก
/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “แฟร์เท็กซ์” จุดไฟศึกกลาง MEGA BANGNA เปิดเวที ‘SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest’ รวมคนธรรมดาสายสู้ ขึ้นชกจริง พิสูจน์หัวใจนักสู้

แชร์เนื้อหานี้

ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน FOODWALK PLAZA ศูนย์การค้าเมกาบางนา บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬามวยไทยและศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของประเทศไทย จัดมหกรรมมวยไทยสมัครเล่น “Fairtex SMOKER 11 Cyber Santa Mega Fight Fest” สานต่อกิจกรรม Fairtex Smoker ที่จัดต่อเนื่องมายาวนาน เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพได้สัมผัสประสบการณ์จริงบนเวทีมวยระดับมืออาชีพ

โดยมี คุณเปรม บุษราบวรวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท Fairtex Equipment, MD Fairtex Training Center และ CEO Fairtex Fight กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณพันธมิตรและผู้สนับสนุนที่ร่วมผลักดันให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ร.ต.นิธิโรจน์ บัวศรีธรานนท์ หรือ “กำไลเพชร อโยธยาไฟท์ยิม” อดีตนักมวยไทยชื่อดัง ร่วมแสดงรำไหว้ครูและศิลปะแม่ไม้มวยไทย ก่อนเข้าสู่การแข่งขันของเหล่านักชกสมัครเล่นจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งพยาบาล ครู ทนาย ช่างตัดผม นักเรียน และพนักงานออฟฟิศ ที่ต่างมาร่วมพิสูจน์หัวใจนักสู้บนสังเวียนจริง

ไฮไลต์ของงานอยู่ที่ศึกคนดัง ระหว่าง “แทค พงศกร” นักแสดงจากค่าย Idol Factory ดวลหมัดกับ โหงวเฮ้ง หรือ อัครพงษ์ศักดิ์ พงษสุวรรณ ลูกชายคนโตของพี่เท่ง เถิดเทิง ซึ่งเรียกเสียงเชียร์จากผู้ชมแน่นลานเมกาบางนา โดยมี คุณบรรจง บุษราคัมวงษ์ เจ้าของค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เดินทางมาร่วมเชียร์ให้กำลังใจผู้แข่งขันทุกท่านแบบเกาะติดขอบสนาม

ภายในงานยังมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอด 3 วันเต็ม วันที่ 7 พ.ย. พบกับโชว์จาก “ตุ้ม ปริญญา” และเวิร์กช็อปมวยไทยโดย “ยอดไก่แก้ว แฟร์เท็กซ์” แชมป์ Max Stadium, วันที่ 8 พ.ย. พิธีเปิดงานและแมตช์พิเศษแทค–โหงวเฮ้ง และวันที่ 9 พ.ย. กิจกรรมสาธิตศิลปะการต่อสู้จาก Family BJJ Gym และอดีตฮีโร่โอลิมปิก “วรพจน์ เพชรขุ้ม” พร้อมเวิร์กช็อปมวยไทยและกิจกรรมพิเศษจากสองนักชกระดับโลก “ก้องธรณี ส.สมหมาย” และ “เจ้าเสือใหญ่ ม.กรุงเทพธนบุรี” รวมถึงช่วง Meet & Greet แจกลายเซ็นและพูดคุยกับแฟนมวยอย่างใกล้ชิด

กิจกรรม Fairtex Smoker ถือเป็นส่วนสำคัญของวงการมวยไทย ที่เปิดโอกาสให้นักสู้รุ่นใหม่ได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบนเวทีจริง อีกทั้งเป็นพื้นที่แสดงพลังของชุมชนมวยไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากพัฒนาการของนักชกและการจัดงานที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นในทุกปีซึ่งงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชั้นนำ

ในวงการกีฬาและไลฟ์สไตล์ ได้แก่ ONE Championship, น้ำมันมวย, G-Shock, กระทิงแดง, Royal Enfield และ Matter Makers“เวทีนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับนักมวยอาชีพเท่านั้น แต่สำหรับคนธรรมดาที่กล้าฝัน กล้าสู้ และกล้าพิสูจน์ตัวเอง” แต่นี่คือจิตวิญญาณของ Fairtex SMOKER11: Cyber Santa Mega Fight Fest ที่แฟร์เท็กซ์ตั้งใจส่งต่อ เพราะบนสังเวียนนี้ ‘ความกล้า สำคัญกว่าชื่ออาชีพมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) ททท.น่าน จับมือพันธมิตร จัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025”ชวนวิ่งรับลมหนาวกลางข่วงเมืองน่าน ดึงนักท่องเที่ยวสุขภาพร่วมกว่า 4,000 คน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 ตุลาคม 2568เวลา 17.30 น. ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ โรงแรมดิ อิมเพรส น่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน — จังหวัดน่านจัดการประชุม “ขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็น

สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมประกาศเจตนารมณ์ “น่านเมืองสร้างสรรค์” อย่างเป็นทางการ

ในการนี้ มี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน คณะทำงานขับเคลื่อนน่านเมืองสร้างสรรค์ สื่อมวลชน และผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและกำหนดแนวทางพัฒนาจังหวัดน่านในมิติของหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน

สู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ในวันนี้ (31 ตุลาคม 2568) จังหวัดน่านได้รับการคัดเลือกให้เป็น สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN)

ในสาขา หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดในการยกระดับคุณค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เวทีโลก ทั้งนี้ จังหวัดน่านได้กำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ไว้ว่า“Living Crafts and Folk Art for Sustainability”หรือ “สืบสานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเพื่อความยั่งยืน” ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2585)

ภายใต้วิสัยทัศน์ “น่านเมืองสร้างสรรค์และเมืองอัจฉริยะ เชื่อมโยงอนุภูมิภาคสู่สากล ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ยั่งยืน”
การได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน

และจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการต่อยอดอัตลักษณ์ของจังหวัดน่าน ทั้งในด้านศิลปวัฒนธรรม หัตถกรรมพื้นบ้าน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้ “น่านเมืองสร้างสรรค์” เป็นเมืองแห่งคุณค่าที่ยั่งยืนต่อไป/ ข่าว/ พ.อ.พยอม บุญทร/ภาพ/ร.ต.อ.สถิตย์ ศรีประสม/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

ททท.สำนักงานน่าน จับมือพันธมิตร จัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025”ชวนวิ่งรับลมหนาวกลางข่วงเมืองน่าน ดึงนักท่องเที่ยวสุขภาพร่วมกว่า 4,000 คน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ร่วมกับบริษัท รูทแมพ จำกัด พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน จัดกิจกรรม “Amazing Nan Marathon 2025” ณ บริเวณข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว

ภายในงานมีการแข่งขันแบ่งออกเป็น 4 ระยะทาง ได้แก่ Marathon 42 กิโลเมตรHalf Marathon 21 กิโลเมตรMini Marathon 10 กิโลเมตรFun Run 5 กิโลเมตรโดยมีนักวิ่งและผู้ติดตามเข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 4,000 คน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและคึกคักใจกลางเมืองน่าน

กิจกรรมได้รับเกียรติจาก นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการและภาคเอกชนร่วมในพิธี อาทิ เทศบาลเมืองน่าน, สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) น่าน, การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน (กกท.น่าน) รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชนในพื้นที่

การจัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนภาพลักษณ์ของจังหวัดน่านในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยังได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ “น่าน เมืองสร้างสรรค์แห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านของ UNESCO” ซึ่งจังหวัดน่าน น่าน…ก้าวสู่ “เมืองสร้างสรรค์แห่งหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน” ของ UNESCOจังหวัดน่านยังได้รับข่าวดีระดับนานาชาติ เมื่อ องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศผลการคัดเลือกสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 โดย “จังหวัดน่าน” ได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขา หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (Crafts & Folk Art)

การนำเสนอของจังหวัดน่านโดดเด่นด้วยแนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น – ชุมชน – ธรรมชาติ” (Artisans – Community – Nature) ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองเก่าที่มีชีวิต (Living Old City) ซึ่งงานหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ไม่เพียงถูกอนุรักษ์ไว้ แต่ยังคงถูกผลิต ใช้ และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

น่านมีความโดดเด่นทั้งด้าน ผ้าทอไทลื้อและลายน้ำไหลอันเป็นเอกลักษณ์, งานเครื่องเงินของชาวอิ้วเมี่ยน, งานจักสานและงานไม้แกะสลักหัวเรือแข่งพญานาค, รวมถึง มรดกเตาเผาโบราณบ่อสวก และ จิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” อันเป็นที่รู้จักในระดับโลก ตลอดจนหัตถกรรมร่วมสมัยอย่าง ย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ (GI) ซึ่งเป็นตัวอย่างของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างกลมกลืน

การได้รับการรับรองจากยูเนสโกในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดน่าน ในการยืนยันศักยภาพของเมืองเล็กที่มีคุณค่าเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืน ต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และชุมชนอย่างมีคุณภาพ การจัดงาน “Amazing Nan Marathon 2025” ในครั้งนี้ จึงนับเป็นกิจกรรมที่สะท้อนภาพลักษณ์ของ “น่าน” ได้อย่างสมบูรณ์ — เมืองแห่งสุขภาพ ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองสร้างสรรค์” ท่ามกลางธรรมชาติและรอยยิ้มของผู้คนเมืองน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พัทยาจัดยิ่งใหญ่ “DIWALI Festival 2025” ฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่าง สานสัมพันธ์ไทย–อินเดีย กระตุ้นการท่องเที่ยว/4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน

แชร์เนื้อหานี้

ค่ำวันที่ 24 ต.ค.68 ที่บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี นายพงศ์ธสิษฐ์ ปิจนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลดิวาลี เฟสติวัล 2025 (DIWALI Festival 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–26 ตุลาคม 2568 โดยมีนายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ผกก.สภ.เมืองพัทยา, นายสุขราช กาลรา นายกสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย, นายประเสริฐ ศักดิ์จิระพงศ์ เลขาสมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย นายลักษมัน ซิงห์ นายกสมาคมอินเดียพัทยา คณะกรรมการจัดงาน สมาชิก อบจ.ชลบุรี ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

เทศกาลดิวาลี พัทยา 2025 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ เมืองพัทยา สมาคมนักธุรกิจไทย–อินเดีย พัทยา และสมาคมอินเดีย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ยกระดับภาพลักษณ์เมืองพัทยาให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางวัฒนธรรมนานาชาติ รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างชุมชนไทยและอินเดีย

ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าอินเดียหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ เช่น ส่าหรี ของตกแต่ง และอาหารอินเดียแท้ ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตสไตล์บอลลีวูด การแสดงศิลปวัฒนธรรมอินเดีย การประกวดแต่งกายสไตล์ภารตะ และซุ้มสักการะพระแม่ลักษณมี สร้างบรรยากาศแห่งสีสันและความศรัทธา

สำหรับ เทศกาลดิวาลี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดีปวาลี” เป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของแสงเหนือความมืด ความรู้เหนือความไม่รู้ และความดีเหนือความชั่วร้าย ถือเป็นเทศกาลสำคัญทางจิตวิญญาณของชาวฮินดู ซิกข์ เชน และชาวอินเดียทั่วโลก ที่เฉลิมฉลองด้วยความปีติและความศรัทธาในทุกปี


4 องค์กรจับมือแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน
มีรายงานว่า ได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร โดยมี 4 องค์กรเข้าร่วมแข่งขันเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีร่วมกันในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์โดยใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง ประกอบด้วย ทีมตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี, ทีมตำรวจท่องเที่ยวพัทยา, ทีมสมาคมนักข่าวพัทยา (ทีมเพื่อนต้น) และทีมชมรมผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ กิจกรรมกำหนดแข่งขันที่สนามฟุตบอลหญ้าจริง T.N.D. หรือสนามผู้ใหญ่ดอน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
นายสุวัฒนชัย หอมชื่น กรรมการสมาคมนักข่าวพัทยา ในฐานะโต้โผใหญ่ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ บอกว่า ได้จัดกิจกรรมฟุตบอลกระชับมิตรเป็นประจำในทุกช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีด้วยเป็นเดือนเกิด เพื่อให้ได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการร่วมกันทำงานเพื่อสังคมต่อไป โดยจะมีทีมฟุตบอลต่างๆ ส่งตัวแทนร่วมแข่งขัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี พ.ต.ท.ต่อลาภ ตินะมาตร สวญ.ส.ทท.4 กก.บก.ทท.1 นายวิศรุต เย็นฉ่ำ อาจารย์ผู้ฝึกสอนทีมฟุตบอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขัน คุณซันนี่ แวร์เนอร์ อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนเมืองพัทยา ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน และนายอัมพร แสงแก้ว นายกสมาคมนักข่าวพัทยา เข้าร่วมงาน โดยหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันได้จัดเลี้ยงรับประทานอาหารร่วมกันด้วยความเป็นกันเอง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “หัวหิน” จัดมวยมันส์ ‘LEGEND FIGHTING CHAMPIONSHIPS 2025’ ยกระดับนครหัวหินเป็นศูนย์กลาง “Sports Tourism”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.68 การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เดอะเลเจ้นท์ อารีน่า และศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน พร้อมระเบิดศึกความยิ่งใหญ่กับการแข่งขันมวยไทยระดับนานาชาติ “Legend Fighting Championships 2025 – มวยไทยสร้างชาติ” ภายใต้แนวคิด “มวยไทยสร้างชาติ สร้างเศรษฐกิจไทย สร้างคุณค่ามวยไทยสู่เวทีโลก” โดยมี “วิว เยาวภา บุรพลชัย” อดีตฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ เป็นผู้จัดการแข่งขันรายการนี้ เพื่อขับเคลื่อนพลัง “มวยไทย” ให้ก้าวไกลสู่ระดับโลก และยกระดับนครหัวหินให้กลายเป็นศูนย์กลาง “Sports Tourism” เมืองแห่งกีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรมของประเทศไทย

ศึกแห่งศักดิ์ศรีกำลังจะปะทุขึ้นที่หัวหิน เวทีแห่งเกียรติยศนี้จะเป็นการปะทะกันระหว่างทีมนักมวยไทยและทีมนักมวยต่างชาติ ในสังเวียนที่ผสานความดั้งเดิมของมวยไทยคาดเชือกกับความเข้มข้นของมวยไทยสวมนวม เพื่อชิงถ้วยเกียรติยศแห่งพลัง “มวยไทยสร้างชาติ” ในวันเสาร์ที่ 25 ต.ค. นี้ เวลา 18.00 – 20.00 น. ณ เวทีมวยชั่วคราว หัวหิน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน จ.ประจวบฯ งานนี้เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายรายชื่อคู่มวยสุดเดือดทั้ง 7 คู่ คู่ที่ 1 (พิกัด 56.7 กก.) Akram Ouchibi (ประเทศโมร็อกโก)  ปะทะ เพชรสายรุ้ง ศ.เดชดำรงค์ (ประเทศไทย) คู่ที่ 2 (พิกัด 61 กก.) Ye Yint Nung

(ประเทศเมียนมาร์)  ปะทะ สกัดเพชร พ.ประภัศร์ลูกพ่อโต (ประเทศไทย) คู่ที่ 3 (มวยหญิง พิกัด 53 กก.)  Negin Afshin Shahinfar (ประเทศอิหร่าน) ปะทะ หงส์พิรุณ ก.ประเสริฐยิม (ประเทศไทย) คู่ที่ 4 (พิกัด 58 กก.) Akdahe Boujamaa (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  นิเชาร์ ส.เพียรทอง (ประเทศไทย) คู่ที่ 5 (พิกัด 59 กก.) Othmane Irhouza (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  อุดมเล็ก ณุ ปราณบุรี (ประเทศไทย) คู่ที่ 6 (พิกัด 63.5 กก.)  Shokhzod Zafar Ugli Azamatov (ประเทศอุซเบกิสถาน) ปะทะ รัชชานนท์ เอกเมืองนนท์ (ประเทศไทย) คู่ที่ 7 (พิกัด 64 กก.) Younes Rhali (ประเทศโมร็อกโก) ปะทะ  วันมีชัย ป.ศรสิงห์ (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทั่วประเทศทาง ช่อง 8 หมายเลข 27 ชมสดออนไลน์ได้ทาง Facebook / YouTube : LFC Legend Fighting Championships
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บังดุล” นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี วิ่งภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” 60 จังหวัด ใต้ – เหนือ – อีสาน กว่า 2,500 กิโล เข้าสู่วันที่ 23 การวิ่ง เข้าประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 2 แล้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บังดุล” หรือ นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 51 ปี นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี ซึ่งออกวิ่งเป็นวันที่ 23 ของการวิ่ง และวันที่ 2 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอทับสะแก เข้าสู่อำเภอเมืองประจวบฯ ตามภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” โดยเริ่มต้นจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย และจะวกกลับเข้าสู่ภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ระยะทางรวมกว่า 2,500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางร่วม 3 เดือน โดยหวังระดมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างกำแพงกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็นมอบให้ทหารในพื้นที่

สำหรับครั้งนี้ “บังดุล” เขาเริ่มต้นวิ่งโดยใช้เส้นทางสายเอเชีย ผ่านจังหวัดสงขลา สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจะเข้าสู่ภาคกลาง และ ราชบุรี สุพรรณ อ่างทอง นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงใหม่ สุดที่เชียงราย ก่อนลงมาโซน อุตรดิตย์ เพชรบูรณ์ และเข้าสู่ภาคอีสาน ไปสิ้นสุดที่ศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็นภารกิจวิ่งที่ยาวและเข้มข้นที่สุดของบังดุล โดยทุกวันจะวิ่งวันละราว 50 กิโลเมตร แบ่งเป็นเซตละ 10–15 กิโลเมตร

ในการวิ่งครั้งนี้ บังดุลไลฟ์ผ่าน TikTok ชื่อ “นักวิ่ง จิตอาสา” พร้อมสะพายสัมภาระและติดตั้งโทรศัพท์บนโครงเหล็กอลูมิเนียมเพื่อถ่ายทอดสด ระหว่างทางมีประชาชนที่พบเห็นต่างร่วมให้กำลังใจและบริจาคเงินตลอดเส้นทาง สำหรับบังดุล เขาคือสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อชาติ และยืนยันว่า การกลับมาวิ่งเพื่อชายแดนไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนว่า “คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานแผ่นดิน” สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปาลัส หมายเลข บ/ช 02-0088-256-366
/////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ Big Event รับทัพนักกีฬา 20 จว.ภาคอีสาน สู่ “โคราชเมืองกีฬา” ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

“เจ้าเหรียญทอง” จะเป็นใคร มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ไปพร้อมกัน 20 – 30 ต.ค. นี้ ที่โคราชไฟกระถางคบเพลิงถูกจุดขึ้น ระเบิดศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ศักดิ์ศรีแห่งกีฬานักเรียนท้องถิ่น รวมเหล่า ขุนพล 16 ชนิดกีฬา ตัวเต็ง จาก อปท. 20 จว.ภาคอีสาน ร่วมคว้าเจ้าเหรียญทองกันแบบดุเดือด ตลอดการแข่งขัน 10 วัน ด้าน อบจ.โคราช เจ้าภาพ เนรมิตพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมศักดิ์ศรี “โคราชเมืองกีฬา”

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ เมนสเตเดียม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ. นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโม โคราชเกมส์” โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันกล่าวรายงาน พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีเปิด พร้อมส่งนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขัน

ทั้งนี้ พิธีการเริ่ม เวลา 17.30 น. วงโยธวาทิตเข้าสู่สนามบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เปิดตัวด้วยการแสดงไฮไลท์ พิธีเปิดจากนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ก่อนที่ขบวนพาเหรดคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน เข้าสู่สนาม และชมการแสดงนาฏมวยไทย จากนั้นเป็นการเชิญธงชาติ ธงกีฬานักเรียน อปท. แห่งประเทศไทย ธงประจำ จ.นครราชสีมา ธง อบจ. 19 จังหวัด และ ธง อบจ.นครราชสีมา ขึ้นสู่เสาธง และ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าววัตถุประสงค์การจัดแข่งขันกีฬา ต่อประธานพิธีเปิด พร้อมกันนี้ ประธานในพิธีกล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และกล่าวเปิดการแข่งขัน จากนั้น นักกีฬา ได้วิ่งคบเพลิงจุดไฟกระถางคบเพลิง และปิดท้ายด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสะกด อารมณ์ผู้ชมทั้งสนาม ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีเปิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“สามัคคีคือพลัง” มาร่วมชม ร่วมเชียร์ พร้อมให้กำลังใจทัพนักกีฬาทั้ง 16 ชนิดกีฬา จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน และร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีให้การต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่ได้เดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และยังถือ โอกาสเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินสะพัด ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 10 วันของการแข่งขัน ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคมนี้ ณ สนามกีฬาภายในจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับกีฬาที่ใช้ทำการแข่งขัน จำนวน 16 ชนิดกีฬา ทั้งประเภทชาย – หญิง ประกอบด้วย (1) ฟุตบอลชาย
ณ สนาม มทส. / สนามกีฬา รร.ศีรษะละเลิง (2) ฟุตบอลหญิง ณ สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สำนักช่าง อบจ. / วิทยาลัยนครราชสีมา และสนามกีฬา 80 พรรษาฯ (3) ฟุตซอล (ช/ญ) ณ สนามกีฬา ทต.บ้านใหม่ / สนามกีฬา สสจ.นม. / สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สนาม รร.ราชวิทยาลัย / อาคารลิปตพัลลภ – อาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (4) วอลเลย์บอลในร่ม ณ สนาม รร.สุรนารี / สนาม มทร.อีสาน / สนาม มทส. (5) วอลเลย์บอลชายหาด ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (6) เปตอง ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (7)

หมากรุกไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (8) หมากออสไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (9) หมากล้อม ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (10) เทเบิลเทนนิส ณ หอประชุม รร.เตรียมน้อมฯ โคราช (11) เซปักตะกร้อ ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (12) แบดมินตัน ณ สนามแบดฯ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 3 (13) E-SPORT ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช (14) เทคบอล ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (15) กรีฑา ณ เมนสเตเดียม สนามกีฬา 80 พรรษาฯ และ (16) จักรยานขาไถ ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

หนุ่มโรงงานขับมอไซค์ชนสิบล้อดับติดใต้ท้องรถหนุ่มโรงงานขับมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วสูงชนรถบรรทุกไก่ตัดหน้ากระทันหัน.เบรคไม่ทันชนอย่างแรงร่างกระเด็นอัดก็อปปี้อยู่ใต้ท้องรถตายคาที่ จุดเกิดเหตุ บริเวณ ถนน 224.หน้าโรงงานคาร์กิล อำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 21ตุลาคม.2568 เวลา 7.50 น เกิดอุบัติเหตุพนักงานของโรงงานคาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย.จังหวัดนครราชสีมา ขับขี่รถมอเตอร์ไชด์ทะเบียน1กต.2399 สระบุรี ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกับรถบรรทุก10ล้อ หมายเลขทะเบียน 89-1967.นครราชสีมา คนขับสิบล้อ ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายไพศาล ศรีสุข อยู่บัานเลขที่.30 หมู่1 บ้านโคกสะอาดตำบล อรพิม อำเภอ ครบุรี จังหวัดนครราชสีมาได้ขับรถบรรทุกมาส่งไก่ ของบริษัท คาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

ช่วงเวลา 7.50น.ได้ขับรถกลับ ออกจากโรงงานดังกล่าวพนักงานรักษาความปลอดภัยได้โบกรถให้ตนเองขับออกไปช่วงจังหวะนั้นได้มีมอเตอร์ไชด์ของพนักงานโรงงานดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลางรถบรรทุกเข้าอย่างแรงทำให้คนขับมอเตอร์ไชด์กระแทกกับตัวรถแล้วมุดไปคาอยู่ใต้ท้องรถเสียชีวิตทันที
ซึ่งสภาพรถมอเตอร์ไซค์มีสภาพพังยับเยินหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าตนได้ยินเสียงดังมาจากกลางถนนเห็นรถบรรทุกวิ่งออกมาจากโรงงาน.และ รถมอไซค์โรงงานเดียวกัน วิ่งมาบนถนนสาย224 อำเภอโชคชัย-ครบุรีด้วยความเร็วสูง.พุ่งชนรถบรรทุกด้วยความแรงเป็นเหตุให้คนขับขี่มอไชด์เสียชีวิตทันที

นายไพศาลคนขับขี่รถบรรทุกบอกว่าตนส่งไก่เสร็จแล้วกำลังจะกลับไปยังบริษัท เอสแอนด์พี ที่อยู่ห่างออกไป 30 กิโลเมตร ระหว่างขับรถกลับได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นชึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมกันนีั.ตำรวจ สภ.โชคชัยเร่งสืบสวนหาสาเหตุ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน