คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พ่อเมืองศรีสะเกษ นำเกษตรกร ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผล ทุเรียนภูเขาไฟ เพื่อประสิทธิภาพผลผลิต ให้ได้ทุเรียน GI ที่มีคุณภาพ เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่สวนพี่พัชรินทร์ ซึ่งเป็นสวนทุเรียนในบ้านพิงพวยตะวันออก ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ประจำปี 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต โดยมี
นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ เข้าร่วมกิจกรรม

***นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาร่วมกิจกรรม “ตัดลูก ตัดใจ ตัดแต่งผลทุเรียนภูเขาไฟ” ปี 2568 จัดขึ้นเพื่อเป็นกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกร ดูแลจัดการทุเรียนให้มีคุณภาพ โดยการตัดลูกส่วนเกิน แต่เหลือลูกไว้อย่างเหมาะสมตามหลักวิชาการ แม้มีผลทุเรียนเยอะแยะเต็มต้น แต่เกษตรกรตัดใจได้ เพื่อรักษาผลทุเรียนให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เป็นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้รับทราบและมั่นใจ ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ได้รับการดูแล เอาใจใส่ ตั้งแต่เริ่มต้นเกษตรกรต้องพิถีพิถัน เฝ้าดูทะนุถนอมเหมือนลูก ไม่ปล่อยให้คลาดสายตา มีใจรักในทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

***ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหลังที่สำคัญของจังหวัด เป็นหนึ่งในประเด็นการขับเคลื่อนวาระจังหวัด “เกษตรบูรณาการ” อีกทั้งได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยจังหวัดศรีสะเกษถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ปลูกทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษทั้งหมด 20,463 ไร่ คาดการณ์ว่าในปี 2568

จะมีพื้นที่ให้ผลผลิต 13,568 ไร่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2,392 ไร่ หรือเพิ่มขึ้น 21.40 % เพาะปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกันทรลักษ์ ขุนหาญ และอำเภอศรีรัตนะ ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ดินภูเขาไฟที่มีลักษณะเหนียว อนุภาคดินละเอียดสลับกับหินหยาบสีแดง ระบายน้ำดี มีธาตุอาหารชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อพืชในปริมาณสูง ส่งผลให้ทุเรียนมีรสชาติดี เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

***ดังนั้นในห้วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำการตัดแต่งทุเรียนภูเขาไฟผลเล็ก ลดจำนวนลูกทุเรียนภูเขาไฟเพื่อลดการสูญเสียน้ำ หากไม่ตัดแต่งอาจเกิดปัญหาน้ำเลี้ยงไม่พอ ลูกจะเล็กลง แม้เกษตรกรเสียดายผลทุเรียน แต่ต้องตัดใจ ถ้าอยากได้ทุเรียนลูกสวย ไม่เน้นปริมาณ เน้นที่คุณภาพสู่ผู้รอบริโภค ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เกรดพรีเมียม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจได้แวะมาชิมลิ้มลองทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จากอัตลักษณ์รสชาติที่โดดเด่น “เนื้อเนียนนุ่ม ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน” จนเป็นที่ยอมรับ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / คุมประพฤติประจวบฯ เปิดโครงการ (ค่ายพลังใจ) ให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา ผู้ถูกคุมความประพฤติ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่วัดหุบตาโครต ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวราวุฒิ จิรประภานนท์ นายอำเภอสามร้อยยอด ได้เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการการให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยาแบบกลุ่มสำหรับผู้ถูกคุมความประพฤติ

(ค่ายพลังใจ) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดยมี นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.ต.นิติ เนตรสว่าง นายก อบต.สามร้อยยอด นายณัฐกร ปิยะจันทร์ ผอ.ส่วนควบคุมฯ เรือนจำจังหวัดประจวบฯ พ.ต.ต.ธวัชชัย หลวงอี่ สวป.สภ.สามร้อยยอด นายปิยะชาติ ไฮ้คง หน.กลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ

สนง.คุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ พร้อม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัครคุมประพฤติจังหวัดประจวบฯ ( อ.ส.ค.ประจวบฯ ) ร่วมกิจกรรม โดยมี พระครูโสภณธำรงกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดหุบตาโคตร ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ให้ศีลให้พรแก่ผู้เข้ารับการบำบัดเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

วัตถุประสงค์ โครงการดังกล่าว เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติที่ได้รู้จัก เข้าใจ และตระหนักในคุณค่าของตนเองและผู้อื่นมากขึ้น 2.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นของผู้ถูกคุมความ ประพฤติ 3.เพื่อให้ผู้ถูกคุกคุมความประพฤดีตระหน้าในศักยภาพของคน

และสามารถสร้างแผนในภาร แก้ไขปัญหาของตนเองได้ในวิถีทางที่สังคมยอมรับ การจัดโครงการฯ ในวันนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้กระทำความผิดในคดียาเสพติด หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคุมประพฤติ จำนวน 30 คน โดยใช้เวลา 2 คืน 3 วัน ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    กฟผ. ยืนยันเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมายังไม่กระทบต่อการจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชน และความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขอยืนยันว่า จากการตรวจสอบ ติดตาม และเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนผ่านเครื่องมือวัดต่าง ๆ ที่ติดตั้งไว้ที่เขื่อนและรอบอ่างเก็บน้ำของ กฟผ. พบว่า เขื่อนของ กฟผ. ไม่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมียนมาร์

    โดยศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเขื่อนสิริกิติ์ 637 กิโลเมตร วัดอัตราเร่งที่สันเขื่อนได้ 0.00052g ทั้งนี้เขื่อนออกแบบให้รองรับแผ่นดินไหว 0.1-0.2g ทั้งนี้ กฟผ. อยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ อาฟเตอร์ช็อค โดยจะดูแลการจ่ายไฟฟ้าโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

    ///////////////////

    ณัฐธภพ พันสาย / ผู้สื่อข่าวพิเศษ / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism”

    แชร์เนื้อหานี้

    สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน จัดงาน “ท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ ดูอัตลักษณ์น่าน Nan Cultural Learning Tourism” ในโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม กิจกรรมค่าใช้จ่ายในการพัฒนาย่านเมืองเก่าเพื่อการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ด้านศิลปวัฒนธรรม จังหวัดน่าน จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 28 – 30 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ บริเวณข่วงน้อย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิด

    โครงการฯ ดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูกิจกรรมของแหล่งเรียนรู้ ด้านศิลปวัฒนธรรม ให้เป็นที่รู้จักในระดับท้องถิ่นระดับชาติ และนานาชาติ เตรียมความพร้อมประชาชนในพื้นที่ได้เรียนรู้เอกลักษณ์ทาง ศิลปวัฒนธรรม รองรับการพัฒนาพื้นที่ และร่วมกันขับเคลื่อนเมืองน่านสู่การเป็นเมืองสร้างสรรค์และเมืองมรดกโลก เปิดพื้นที่แหล่งเรียนรู้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับชุมชนในจังหวัดน่าน

    โดยภายในงานพบกับ ร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น นิทรรศการพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ด้านศิลปวัฒนธรรม การเวิร์คช็อป และการสาธิตจากวิทยากรของแต่ละแหล่งเรียนรู้ จากแหล่งเรียนรู้ 14 แหล่งเรียนรู้ เส้นทางท่องเที่ยว 5 เส้นทาง ประกอบด้วย
    เส้นทางที่ 1 เส้นทางหัตถศิลป์ถิ่นน่าน
    เส้นทางที่ 2 เส้นทางอาหารตำรับเจ้า เชิดชูอาหารถิ่น The lost taste
    เส้นทางที่ 3 เส้นทางมรดกภูมิปัญญา มรดกทางวัฒนธรรม สู่มรดกโลก
    เส้นทางที่ 4 เที่ยวชุมชน ยลวิถี “งามศิลป์ ถิ่นนครวัฒนธรรม”
    เส้นทางที่ 5 เส้นทางสายบุญ ยลพุทธศิลป์เมืองน่าน

    นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรม ในเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป อาทิ การแสดงสะล้อ ซอ ปิน ซอล่องน่าน จาก พ่อครูอรุณศิลป์ ดวงมูล, คณะซอกรกฎ บ้านซาวหลวง และคณะซอคำไทด์ สาธิตการทำอาหาร แกงผักอะหยิอะเหยาะ, แกงสนัด และแกงแค การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดย สถาบันการศึกษา กลุ่มกิจกรรม องค์กร ชมรม และชุมชน การแสดงวงดนตรีร่วมสมัยจากวง Sweet Hours เป็นต้น/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รมต.ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเปิดงาน“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ท่านผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ททท.นครราชสีมา วัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมกิจกรรม

    จัดโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ บริษัทมาจอยกัน จำกัด ผู้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ ประจำปี 2567 ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช

    นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายนำวัฒนธรรมไทยมาสืบสาน รักษา และต่อยอดไปสู่มิติใหม่ ๆ ให้เกิดการสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของไทยเพื่อสนับสนุนมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อน Soft Power การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมโดยมุ่งยกระดับมหกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นระดับชาติเพื่อเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยว

    ของคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก กระทรวงวัฒนธรรมมีความยินดี ที่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับผู้รับทุน จัด “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” ในงานฉลองชัยชนะ ท้าวสุรนารี ประจำปี 2568 โดยได้รวบรวมศิลปินที่มีชื่อเสียง และเป็นความภูมิใจของชาวโคราช กว่า 20 ชีวิต มาไว้ในการแสดงครั้งนี้ โครงการฯ นี้ นับว่าเป็นการนำวัฒนธรรมพื้นบ้านของไทย
    มาสืบสาน รักษา ต่อยอดผ่านมิติของผลงานเพลงและสร้างชื่อเสียงให้กับ จ. นครราชสีมา

    นายธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสือปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า กองทุนพัฒนาสื่อฯ ได้ให้ทุนสำหรับผู้สนใจผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ หลากหลายรูปแบบ สำหรับ“คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” โครงการฯ นี้ อยู่ภายใต้โครงการการอนุรักษ์และส่งเสริมการรักษาขนบธรรมเนียมภาษาท้องถิ่นเมืองโคราชและบทเพลงโคราช ใช้ดนตรี บทเพลง มิวสิกวิดีโอ มาถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กองทุนพัฒนาสื่อฯ
    ต้องขอขอบคุณผู้รับทุน และศิลปินโคราชกว่า 20 ชีวิต ที่มาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองโคราชแล้ว โครงการนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน ในอนาคตเราอาจจะมีศิลปินหน้าใหม่เป็นคนโคราช ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

    สำหรับ “คอนเสิร์ตนครเพลง โคราชมรดกโลก” จัดแสดงในวันที่ 27 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา มีศิลปินชาวโคราชที่มีชื่อเสียงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ มนัสวิน นันทเสน (ติ๊ก ชีโร่) , สุนารี ราชสีมา , สมจิตร จงจอหอ , กำปั่น บ้านแท่น , ศรายุทธ สุปัญโญ , เจเน็ต เขียว , อรวรรณ เย็นพูน (ปุ้ม สาว สาว สาว) , เอ มหาหิงค์ , ตั๊กแตน ชลดา ,ศรลักษณ์ สวนจะบก , เฉลิมศักดื์ อังศุพันธุ์ ,

    สามารถ คำโคกกรวด , แสนรัก เมืองโคราช ,ภิชชาพร หอมขุนทด (ขิม The Voice Kids) , สหรัฐ โอเลียรี่ (เควิน The Voice) ,ชัยณรงค์ พรหมบุปผา (เอส The Voice) ,อาชาไนย ธรรมนิยาย ,ณรงค์ บุญเลี้ยง ,สรธร ชิ้นจอหอ (ขุนสมาน) ,นันทิตา ฆัมภิรานนท์ (เบลล์ Thailand Got’s Talent) และชุมพล สุปัญญา ร่วมด้วยการนำเสนอมิวสิควิดีโอ 5 บทเพลงขับร้องโดยศิลปินโคราช ผีมือการกำกับของปรัชาญา ปิ่นแก้วเพลงร่วมสมัยผสมผสานภาษาถิ่นโคราชและมีเนื้อหาสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมของชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปชส.ประจวบฯ ประชุมเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้านข่าวสาร

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 24 มี.ค.68 ที่ห้องประชุมช่องกระจก ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดประจวบฯ นางสาวนลิน มาคเชนทร์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ จัดประชุมสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาแนวทางการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ ตามแผนปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (พ.ศ.2566-2570) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 จ.ประจวบฯ

    โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ ร่วมพบปะสื่อมวลชนภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จำนวน 30 คน พร้อมได้กล่าวนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ‘Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ’ ทั้ง 10 ด้าน ให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสื่อมวลชน

    สำหรับการประชุมในครั้งนี้ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดประจวบฯ ได้ชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล วาระแห่งชาติ และยุทธศาสตร์จังหวัดฯ ไปสู่การขับเคลื่อนบูรณาการทุกภาคส่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 และชี้แจงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอการบัตรสื่อมวลชน พร้อมกันนี้นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบฯ

    ได้มีประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี เพื่อให้สื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมประชุมได้กลับไปสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับประชาชน โดยจะมีการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.68 ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. ซึ่งจะมีการรับสมัครเลือกตั้งระหว่าง 31 มี.ค. – 4 เม.ย.นี้.
    นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กรมทางหลวงเดินหน้าฟื้นฟูแม่สาย ยกระดับท่องเที่ยว พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.แม่สายจ.เชียงราย

    แชร์เนื้อหานี้

    กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 เร่งเครื่องดำเนินงานฟื้นฟูบูรณะสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและรองรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา

    (23 มีนาคม 68) #นายอลงกรณ์ #กัวตระกูล #ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการดำเนินงานว่า ปัจจุบัน การดำเนินงานมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยแขวงฯ ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

    ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินงานที่สำคัญดังนี้
    1.การซ่อมแซมทางหลวง: กรมทางหลวงได้บูรณะซ่อมแซมทางหลวงที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทั้งสิ้นจำนวน 28 แห่ง โดยดำเนินการซ่อมแซมให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย จำนวน 25 แห่ง และคงเหลืออีก 3 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

    2.การจัดการพื้นที่ด่านพรมแดน: กรมทางหลวงได้ดำเนินการรื้อถอนร้านค้าและสิ่งปลูกสร้างบริเวณด่านพรมแดนแม่สาย สะพานมิตรภาพ แห่งที่ 1 ตามมติที่ประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม อำเภอแม่สาย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเสร็จ

    3.โครงการเสริมกำลังโครงสร้างสะพาน: กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการเสริมกำลังโครงสร้างสะพานข้ามฝั่งไทย – พม่า พรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาท เริ่มต้นสัญญาเดือนมีนาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาเดือนตุลาคม 2568 รวมระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน

    จากการดำเนินงานภารกิจในครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อประชาชนและพื้นที่ในหลายด้าน โดยโครงสร้างสะพานที่ปรับปรุงใหม่จะมีความมั่นคงและปลอดภัยในการสัญจรมากขึ้น ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน

    นอกจากนี้ การปรับปรุงภูมิทัศน์จะส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกีดขวางและการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบจะสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสวยงามแก่ด่านพรมแดน ที่สำคัญ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรวมจะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความภาคภูมิใจในท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ..

    สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เจ้าท่า” เปิดอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่น 47 เน้น !! สร้างเครือข่ายความปลอดภัยทางน้ำยั่งยืน ในพื้นที่ ‘ทะเลอีสาน’”

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 16 มีนาคม 2568 ที่บึงงามรีสอร์ท ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม โดยสำนักความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ได้จัดโครงการอบรมเครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่ 47 โดยมี นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

    เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ด้านส่งเสริมการขนส่งทางน้ำ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางน้ำในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นปีแห่งความสุขและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนตามนโยบาย “คมนาคม

    เพื่อโอกาสประเทศไทย” และ “ราชรถยิ้ม” ของกระทรวงคมนาคม จากนั้น นายพนมวัสส์ วุฒาพาณิชย์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดบึงกาฬ กล่าวต้อนรับ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณเเละเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญ

    ในการเสริมสร้างความปลอดภัยและการเฝ้าระวังเหตุทางน้ำในจังหวัดบึงกาฬและพื้นที่ใกล้เคียง มีนายทวี ชิณรงค์ นายอำเภอบึงโขงหลง นายนิพนธ์ คนขยัน สส.บึงกาฬ เขต 3 นายวิทยา ภารจรัส นายกเทศมนตรีตำบลบึงโขงหลง พ.ต.อ.มานะ ธัญญะวานิช ผกก.สภ.บึงโขงหลง หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครผู้เข้ารับการอบรมกว่า 150 คน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การจัดโครงการอบรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” และ “ราชยิ้ม”

    โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนในการรณรงค์ความปลอดภัยทางน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวทางน้ำที่มีชื่อเสียง เช่น ถ้ำนาคา ศาลปู่อือลือ และหาดคำสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดบึงกาฬ และได้รับขนานนามว่า “ทะเลอีสาน” เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางน้ำ

    นายอารยัน รัตนพันธุ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า เครือข่ายอาสาวารี รุ่นที่47 ที่จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สำคัญ และมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศ ทุกคนต่างรู้ดีว่า การรักษาความปลอดภัยทางน้ำเป็นสิ่งที่มีความสำคัญยิ่ง และในปี 2568 นี้ กรมเจ้าท่าจะยังคงดำเนินการตามนโยบาย

    “คมนาคมเพื่อโอกาสประเทศไทย” และ”ราชรถยิ้ม” เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางทางน้ำ ซึ่งการอบรมในวันนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลความปลอดภัยทั้งในด้านการป้องกันอุบัติเหตุ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการดูแลสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ที่เรามุ่งหวังให้เกิดการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและประชาชนอย่างยั่งยืน”

    การอบรมเครือข่ายอาสาวารีรุ่นที่ 47 จะร่วมเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำให้กับผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 150 คน จากเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น โดยเน้นการปฏิบัติงานร่วมกันในด้านต่าง ๆ เช่น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ

    การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การสอดส่องดูแลสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ รวมถึงการปลูกฝังความรู้สึกถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /สวนสัตว์นครราชสีมา เปิดตัวสมาชิกใหม่ “ลูกลีเมอร์หางแหวน” แฝด 4 สุดแสนน่ารัก

    แชร์เนื้อหานี้

    นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา เปิดเผยว่า นับเป็นข่าวดีกับสวนสัตว์นครราชสีมา ที่ แม่ลีเมอร์หางแหวน 2 ตัว ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ ลูกลีเมอร์แสนสุดน่ารัก ในวันเดียวกัน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ทราบเพศ และถือเป็นปรากฏการณ์สุดพิเศษที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อแม่ลีเมอร์หางแหวน ทั้ง 2 ตัว ให้ลูกแฝดพร้อมกัน รวมเป็น 4 ตัว โดยวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้เลี้ยงดู

    ได้นำออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารัก และร่วมกินอาหารรวมกับฝูงลีเมอร์หางแหวนภายในส่วนแสดงและได้รับการตรวจสุขภาพจากสัตวแพทย์ของสวนสัตว์ พบว่าสุขภาพแข็งแรงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ลีเมอร์หางแหวนเป็นอย่างดี โดยลูกทั้งสองตัวยังเกาะอยู่ที่บริเวณหน้าอกและหลังของแม่บางครั้งลงมาเล่นปีนป่ายและเล่นซุกซนตามกิ่งไม้ ปัจจุบันทางสวนสัตว์นครราชสีมา มีลีเมอร์หางแหวน จำนวน 12 ตัว เป็นเพศผู้ 7 ตัว และเพศเมีย 5 ตัว

    ด้านนายปิยะ สิงห์นวล นักบริหาร 6 หัวหน้างานบำรุงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับลีเมอร์หางแหวน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีรูปร่างทั่วไปคล้ายกับลิง แต่ว่ามีส่วนหัวคล้ายสุนัขจิ้งจอก มีจมูกและปากแหลมยาว มีดวงตากลมโต ขนหนาฟู มีหางยาวเป็นพวงเหมือนกระรอก จะออกหากินในเวลากลางวันและนอนหลับในเวลากลางคืน ตามรายงานของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN)ระบุว่าลีเมอร์กำลังตกอยู่ในภาวะถูกคุกคามจัดอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ตามบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ
    จึงขอเชิญชวน น้องๆหนูๆ และนักท่องเที่ยวทุกท่าน ประชาชนทั่วไป ชมความน่ารักของสมาชิกใหม่ลูกลีเมอร์หางแหวนได้แล้ว ที่สวนสัตว์นครราสีมา

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ มุกดาหาร เป็นประธานเปิดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ” จ.มุกดาหาร ประจำปี 2568 และ เปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safeป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดน

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.30 น. ณ อนุสาวรีย์พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ตำบลคำอาฮวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “วันสหกรณ์แห่งชาติ” จังหวัดมุกดาหาร ประจำปี 2568

    งานวันสหกรณ์แห่งชาติ จัดดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ผู้ให้กำเนิดขบวนการสหกรณ์ไทย โดย วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันสหกรณ์แห่งชาติ เพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการสหกรณ์ไทย ซึ่งปัจจุบันขบวนการสหกรณ์ได้เติบโตไปทั่วประเทศ โดยในจังหวัดมุกดาหาร มีสหกรณ์ที่ดำเนินงานอยู่ 45 แห่ง สมาชิกกว่า 28,797 คน และทุนดำเนินงานรวมมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

    ภายในงานมีการจัดกิจกรรมหลากหลาย อาทิ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล อ่านสารจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบรางวัลแก่สหกรณ์ดีเด่นและเกษตรกรดีเด่นประจำปี มอบใบสำคัญการขึ้นทะเบียนสหกรณ์แก่สมาชิกใหม่ มอบทุนการศึกษานักเรียน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าสหกรณ์จากกลุ่มสมาชิก

    ทั้งนี้งานนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เยี่ยมชมบูธนิทรรศการทางการเกษตร การแสดงผลผลิตของกลุ่มสหกรณ์ และการประกวดสินค้าคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์อีกด้วย

    ภาพ​/ข่าว – ปฐมพงษ์ ธุศรีวรรณ
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ​ผู้ว่าฯมุกดาหารเปิดปฏิบัติการ Seal Stop Safeป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดชายแดน

    เมื่อ​วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด Seal Stop Safe อำเภอเมืองมุกดาหาร ณ จุดตรวจจุดสกัดและเฝ้าระวังบ้านส้มป่อย หมู่ที่ 2,8 ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัด นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) ตำบลนาสีนวน ร่วมพิธีเปิด

    โดยการปฏิบัติการดังกล่าวเพื่อป้องกันยาเสพติดตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาลโดยในห้วงระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่กุมภาพันธ์ -กรกฎาคม 2568 ต้องเห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามช่องทางด่านตรวจ หรือจุดตรวจ ท่าเทียบเรือบริเวณชายแดน เพื่อลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติด

    นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหารกล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหารได้ร่วมบูรณาการเพื่อป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone)โดยใช้กลไกของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

    (ชรบ.)ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ให้ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ทั้งการตรวจตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ฯลฯ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในชุมชนและป้องกันเฝ้าระวังเรื่องยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในหมู่บ้านชายแดน 13 หมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสกัดกั้นยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

    จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ชรบ. ณ ด่านประเพณีบ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 6 ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งจังหวัดมุกดาหารได้เพิ่มกำลังพลและผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่พร้อมสกัดกั้นชายแดน เพื่อทำให้ชุมชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติด

    นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ได้มอบนโยบายปฏิบัติการ Seal Stop Safe ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดพื้นที่ชายแดน ซึ่งจังหวัดมุกดาหารมีพื้นที่ติดแนวชายแดน 72 กิโลเมตรในพื้นที่ อำเภอ หว้านใหญ่ เมืองมุกดาหารและดอนตาล

    โดยขอให้เจ้าหน้าที่ปกครอง ทหาร ตำรวจ บูรณาการการทำงานกันทุกภาคและร่วมผนึกกำลังกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ,อพปร ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ ปฎิบัติการอย่างเข้มข้นเพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สิ่งผิดกฏหมาย รวมถึงการป้องกันและสกัดกั้นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลักลอบเข้าออกประเทศไทย ตามช่องทางธรรมชาติจังหวัดชายแดน

    ภาพ​/ข่าว – วันวิภา แพงแก้ว
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” กลับมาอีกครั้ง! ปีที่ 4 ปักหมุดย่านฝั่งธนฯ เอาใจคนรักรถเปิดประทุน และรถคลาสสิค

    แชร์เนื้อหานี้

    กรุงเทพฯ, 8 กุมภาพันธ์ 2568 – กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่! สำหรับงาน “เปิดประทุน กินลม ชมหนัง 2025” ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 4 และย้ายสถานที่มาจัดที่ ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต เอาใจเหล่าคนรักรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคในย่านฝั่งธนฯ

    งานนี้จัดขึ้นโดย คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิสประพัจน์ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ยาดมสมุนไพรเณอเอม และ เณอเอมรีสอร์ท หัวหิน ร่วมกับ คุณทรงสิทธา จันทรา จาก บริษัท บางกอกอีเว้นท์แมเนจเม้นท์ จำกัด และ คุณบุญเลิศ คงเจริญ และ คุณเลิศมงคล คงเจริญ ผู้บริหาร ตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต พร้อมด้วยผู้สนับสนุนหลัก ได้แก่ เครื่องดื่มชูกำลังพญานาค, ยูอีคอฟ ยาอมสมุนไพรผสมมะขามป้อม และวีว่า กระดาษเปียกออร์แกนิก เบบี้ไวพส์ ไฮไลต์ของงาน

    ภายในงานพบกับกิจกรรมสุดเร้าใจ! เปิดเวทีด้วยการประชันพลังแขนจาก “จอช นิโคลัส” แชมป์โลกงัดข้อ จากสมาคมกีฬางัดข้อแห่งประเทศไทย (Arm Fight Thailand) ที่จะมาท้าประลองกับผู้เข้าร่วมงาน สร้างสีสันและความสนุกสนาน ก่อนที่เหล่าบรรดาคนรักรถจะทยอยนำรถเปิดประทุนและรถคลาสสิคเข้ามาร่วมโชว์

    จากนั้น คุณอัครพัจน์ ตั้งตรงจิตร จะเปิดวีดิทัศน์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ ชมภาพยนตร์กลางแจ้งสุดคลาสสิค ท่ามกลางบรรยากาศชิล ๆ ของตลาดตวงทอง ไนท์มาร์เก็ต

    งานเปิดประทุนกินลมชมหนัง #รถคลาสสิค #รถเปิดประทุน #รถสะสม #งัดข้อ #ArmFightThailand #ยาดมเณอเอม #ยาดมสมุนไพร #ตลาดตวงทองไนท์มาร์เก็ต #สมาคมงัดข้อ