คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวประชาสัมพันธ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เทศบาลชุมแพ จัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอล”ชุมแพคัพ”ครั้งที่ 33 ชิงถ้วยพระราชทานฯ 9-29 ธค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 09.45 น. นายเสกสิทธิ์ สัธนะกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองชุมแพ เป็นประธานพิธีจัดแถลงข่าวการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำปี ชิงถ้วยพระราชทานพร้อมเงินรางวัล ” ชุมแพคัพ,” ครั้งที่ 33

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทอายุไม่เกิน 12 ปีและประเภทประชาชนทั่วไป การแข่งขันเริ่มขึ้นระหว่าง 9-29 ธันวาคม 2568 ณ.สนามโรงเรียนเทศบาล 1(สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์)มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการกีฬา เพื่อให้เด็ก เยาวชนและประชาชน

ได้ออกกำลังกายโดยใช้กีฬาเป็นสื่อการกีฬาทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์เป็นการส่งเสริมพัฒนาการกีฬาและเศรษฐกิจให้เจริญยั่งยืน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันจึงมีการจับฉลากแบ่งสาย

โดยมีผู้ร่วมแถลงข่าวเป็นสักขีพยาน พ.ต.ท.ดำรงศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ นางสาวรติมา สิริวรพิทักษ์ รองนายกฯ นายราชันย์ ดาวังปา ประธานกรรมการตัดสิน นายอาทิตย์ ถนอมทุน รองนายกฯ ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชุมแพ หัวหน้าส่วนราชการและคณะสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยาน เสร็จภาระกิจจึงได้ปิดการแถลงข่าว

ภาพ/ข่าว กบชุมแพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดกระทรวงคมนาคม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 25 ธันวาคม 2568

แชร์เนื้อหานี้

ที่ ด่านตรวจพรมแดนบึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อม พิธีเปิดสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ที่จะเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2568 ร่วมกับอธิบดีกรมทางหลวง

และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ปลัดจังหวัดบึงกาฬ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ – บอลิคำไซ ก่อสร้างสมบูรณ์แล้ว 100 % ทั้ง 2 ฝั่งโขง ซึ่งปลัดกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำในเรื่องความพร้อมของพิธีเปิดงาน ไฟส่องสว่าง และจุดให้บริการประชาชนที่มาร่วมในพิธีเปิด

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ มีจุดก่อสร้างฝั่งไทยตั้งอยู่ที่บ้านดอนยม หมู่ที่ 5 ตำบลไคสี อำเภอเมืองบึงกาฬ และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่บ้านกล้วย แขวงบอลิคำไซ มูลค่าการลงทุน 3,930,000,000 บาท

โดยแยกเป็นฝั่งประเทศไทยวงเงิน 2,630,000,000 บาท และฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว วงเงิน 1,300,000,000 บาท โดยหากเปิดใช้งาน จะสามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและการคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เป็นอย่างด
ภาพ/ข่าว ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่สำรวจยุทธศาสตร์แก่งผาได-บ้านดอนที่ แนวชายแดนเชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

สืบเนื่องจากวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด และ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้ลงพื้นที่ สปป.ลาว เพื่อประสานความร่วมมืิอกับคณะผู้แทนระดับสูงของ สปป.ลาว ในการร่วมกันสกัดกั้นยาเสพติด และตรวจเยี่ยมด่านน้ำเกิ๋ง และด่านปากทา ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติดในเส้นทางคมนาคมของ สปป.ลาว.

ในวันนี้ (22 พฤศจิกายน 2568) เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ แก่งผาได ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านปากทา สปป.ลาว เพื่อสำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือกับหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผบ.กกล.ผาเมือง พ.อ.ธนพันธ์ ขำทวี รอง ผอ.รมน.ภาค3 สย.2 พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผบ.ฉก.ทพ.31 และ พ.ต.ณรงค์เวทย์ รัศมี หน.ฝขว. ให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูล

สำหรับ แก่งผาได มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดทางน้ำ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลักที่เชื่อมโยงแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพื่อเข้าสู่ประเทศไทย โดยหากกลุ่มขบวนการสามารถขึ้นฝั่งไทยได้แล้วจะเชืี่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้ ที่ผ่านจึงพบกลุ่มขบวนการพยายามลักลอบลำเลียงยาเสพติดอย่างต่อเนื่องผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยอาศัยความเอื้ออำนวยของสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบริมฝั่ง และในลำน้ำมีเกาะแก่ง โขดหิน ที่สามารถซ่อนเร้นจากการเฝ้าตรวจของเจ้าหน้าที่

จากนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. และคณะ ได้ลงพื้นที่ บ้านดอนที่ ม.3 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านน้ำเกิ๋ง สปป.ลาว โดยได้สำรวจสภาพภูมิประเทศ และหารือร่วมกับ นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้อง นายอำเภอเชียงของ พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 31 นายเกษม ปันทะยม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง และนายเดชดำรง แก้วดำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนที่

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ปัจจุบัน สปป.ลาว ได้ดำเนินการตามข้อตกลงในความร่วมมือสกัดกั้นยาเสพติด โดยตั้งจุดตรวจจุดสกัดเรียบร้อยแล้ว และมีผลปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมาก จึงมีข้อกังวลว่ากลุ่มขบวนการจะหลบเลี่ยงโดยลักลอบลำเลียงยาเสพติดลงแม่น้ำโขงก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดเพื่อข้ามมาฝั่งไทย จึงผลักดันการดำเนินการ ดังนี้

  1. ให้องค์การบริหารส่วนตำบลริมโขง ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุน ป.ป.ส. เพื่อทำการติดตั้งไฟส่องสว่างตามแนวลำน้ำโขงฝั่งตรงข้ามด่านน้ำเก๋ง เสริมประสิทธิภาพการตรวจตราของเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย
  2. ให้หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน ป.ป.ส. เพื่อก่อสร้างจุดตรวจจุดสกัดบริเวณดังกล่าว คู่ขนานกับ สปป.ลาว
  3. ให้ ปปส.ภาค 5 ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและอำเภอเชียงของ สนับสนุนกิจกรรมการเดินเวรยามของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บริเวณริมแม่น้ำโขง เพื่อเสริมการดำเนินงานของหน่วยกองกำลังป้องกันชายแดน
    .
    ทั้งนี้ หากการดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ การสกัดกั้นยาเสพติดตามลำน้ำโขงชายแดนภาคเหนือจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบคีรีขันธ์ แถลงความพร้อมจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” 29 พ.ย. – 8 ธ.ค. 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมเกาะหลัก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “ดินของพ่อ สานต่อของดีคีรีขันธ์” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ภายใต้เป้าหมายเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงเผยแพร่ความสำคัญของวันดินโลก ซึ่งสหประชาชาติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลกอย่างเป็นทางการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานครั้งนี้ว่า เป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันดินโลกและเผยแพร่บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยด้านการพัฒนาดิน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนอัตลักษณ์สินค้าของดีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้เกษตรกร โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 8 ธันวาคม 2568 รวม 10 วัน ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติหน้าศาลากลางจังหวัดด้านนายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงภาพรวมของกิจกรรมภายในงานว่า จะมีการจัดนิทรรศการวันดินโลก น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และเพื่อสืบสานพระราชดำริในรัชกาลที่ 10 พร้อมทั้งนิทรรศการความโดดเด่นของจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นงานหัตถกรรมผ้าไทย ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี และนิทรรศการด้านดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของจังหวัด ทั้งยังมีร้านค้าสินค้าเกษตรจากทั้ง 8 อำเภอ สินค้าราคาประหยัด ธงฟ้า การตักกุ้งหรรษา เวทีเสวนา การประกวด การแข่งขัน และการแสดงไฟล้านดวงพร้อมคาราวานร้านเด็ดร้านดัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

ขณะที่นางศันสนีย์ เกษตรสินสมบัติ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงกิจกรรมประกวดและกิจกรรมบนเวทีว่า จะมีการประกวดผลผลิตทางการเกษตร อาทิ สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับปะรดพันธุ์ MD2 มะพร้าวแกง มะพร้าวน้ำหอม และขนุนยักษ์ รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายวิถีคนประจวบฯ โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมทั้งจัดเวทีเสวนาวิชาการหลากหลาย เช่น หัวข้อ “ดินของพ่อสู่วันดินโลก” โดยสำนักงานพัฒนาที่ดิน การท่องเที่ยวยั่งยืนบนฐานชีวภาพของ BEDO การเสวนา Coco Next Gen พลิกอนาคตมะพร้าวไทย ตลอดจนเสวนาพระมหากรุณาธิคุณด้านหัตถกรรมผ้าไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว การเดินสายไฟภายในอาคาร การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมชวนชิมกุ้ง–กระพงดินดีวิถีพ่อ โดยสำนักงานประมงจังหวัด รวมถึงการแสดงดนตรีแจ๊สบทเพลงพระราชนิพนธ์จากกองบิน 5ผู้จัดงานเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนร่วมส่งผลงานเข้าประกวด พร้อมร่วมชม ชิม ช้อป และสัมผัสองค์ความรู้ด้านดิน น้ำ เกษตรกรรม เทคโนโลยี นวัตกรรม และสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนในจังหวัดอย่างยั่งยืน
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานการประชุมข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง เรือนจำกลางนครปฐม ประจำเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 เพื่อแจ้งนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและนโยบายกรมราชทัณฑ์ในด้านต่างๆ รายงานผลการดำเนินงานตามภารกิจของแต่ละส่วนฝ่าย มอบนโยบาย ให้ความรู้ คำแนะนำ และกำชับการปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมทั้งได้แนะนำข้าราชการที่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสังกัดเรือนจำกลางนครปฐม และมอบสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ ณ อาคารเยี่ยมญาติเรือนจำกลางนครปฐม
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬได้ดำเนินการปล่อยขบวนรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดบึงกาฬกลุ่มแรก เดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กรุงเทพมหานคร

การปล่อยขบวนรถจัดขึ้น ณ ที่ว่าการอำเภอปากคาด โดยมี นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และร่วมส่งประชาชนด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จังหวัดบึงกาฬได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพได้อย่างปลอดภัยและสมพระเกียรติ
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / น่านแถลงผลการขับเคลื่อนนโยบาย ก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม–การท่องเที่ยว/นายกสมาคมสื่อมวลชนจ.น่าน รับเข็มกิตติคุณจากสนง.ปปช.ครบรอบ 26 ปี

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตรวรปัญโญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดน่าน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่านจัดการแถลงข่าวประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 โดย นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานฯ

เพื่อสื่อสารผลการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในรอบเดือน รวมถึงรายงานความก้าวหน้าการพัฒนาจังหวัดในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว โดยมี นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เข้าร่วมการแถลงข่าวด้วย

ในการแถลงข่าวครั้งนี้ ได้นำเสนอประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน ได้แก่โครงการขุดลอกแม่น้ำน่าน
ดำเนินการโดย ท้องถิ่นจังหวัดน่าน และ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลด

ปัญหาน้ำท่วม และฟื้นฟูระบบนิเวศลุ่มน้ำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นโครงการเลนจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและการคมนาคมที่ปลอดภัยขับเคลื่อนโดย โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน ร่วมกับ แขวงทางหลวงน่านที่ 1 มุ่งพัฒนาพื้นที่จักรยานเชื่อมต่อชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัด

การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดน่าน
โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน (ปภ.) ร่วมกับ ท้องถิ่นจังหวัดน่าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมาโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงฆ่าสัตว์ดำเนินงานโดย ท้องถิ่นจังหวัดน่าน และ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดน่าน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร สนับสนุนระบบปศุสัตว์ที่ได้มาตรฐานและยั่งยืน

กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวจัดโดย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นสังคมให้ร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างจริงจังการแถลงข่าวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดน่านในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมเดินหน้าสร้างความเจริญก้าวหน้าในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว #ประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รับมอบเข็มกิตติคุณจากสำงานป.ป.ช.ในโอกาสครบรอบ 26 ปี สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่18 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องนนทบุรี 2 สำนักงานป.ป.ช.จังหวัดนนทบุรี

นายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รับมอบเข็มกิตติคุณจากนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในโอกาสครบรอบ 26 ปี

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจจริต โดยมีคุณกุ้ง ศิริลักษณ์ พรหมแสง ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยทีมงานเป็นผู้แทนนางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน

(สว.เจ)นำช่อดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ด้วย ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ.2560 นายบุญยงค์ สดสอาด ก็เคยเข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติการทำคุณงามความดีด้านการส่งเสริมและป้องกันการทุจริตจากสำงานคณะกรรมการป.ป.ช.โดยเข้ารับเกียรติบัตรจากพลตำรวจเอกวัชรพล

ประสานราชกิจ ประธานกรรมการสำนักงานป.ป.ช.ในขณะนั้น นายบุญยงค์ สดสอาด ทำงานด้านปชส.ให้กับสำนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดน่านมาตั้งแต่สมัยนายสมปราชญ์ พลับแดง เป็น ผอ.สไนักงานป.ป.ช.ประจำจังหวัดน่าน จนกระทั่งถึงผอ.คนปัจจุบันเป็นนับเป็น ผอ.ป.ป.ช.

ประจำจังหวัดน่าน ท่านที่ 4 นอกจากนั้นในการแถลงข่าวของสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 นายบุญยงค์ จะนำสื่อมวลชนในสังกัดสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ร่วมงานแถลงข่าวทุกครั้ง ปัจจุบันนายบุญยงค์ ยังเป็นคณะกรรมการชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดน่านตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรม

ปัจจุบันเป็นโค้ชชมรมสตรองจิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดน่าน ด้านนายบุญยงค์ กล่าวว่าต้องขอขอบคุณท่านผอสำนักงานป.ป.ช.เจ้าหน้าที่ สำนักงานป.ป.ช.ประจำจังจังหวัดน่าน มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างยิ่งครับ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่

แชร์เนื้อหานี้

ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ เข้าร่วมต้อนรับ นายกฯ อนุทิน เป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ระยะเร่งด่วน ให้จังหวัดเชียงใหม่สานต่อการบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งอย่างยั่งยืน พร้อมปล่อยปลาลงแม่น้ำปิงฟื้นฟูระบบนิเวศ

วันพฤหัสบดี ฟที่ 20 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีส่งมอบโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับและการไหลของแม่น้ำปิง เพื่อป้องกันอุทกภัยเขตเมืองเชียงใหม่ระยะเร่งด่วน โดยมีพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ 1 นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ นายชนม์ฐพัฒน์ เครือศรี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ ผู้บริหารกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธี ณ บริเวณริมแม่น้ำปิง ด้านหลังโรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่ประสบกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อช่วงเดือนกันยายน ถึงเดือนตุลาคม 2567 ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งในด้านชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ภาคการเกษตร รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสร้างความเสียหายรวมกว่า 5,000 ล้านบาท และยังต้องจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอีกจำนวนมาก

ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณเร่งด่วนจากรัฐบาล เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โครงการชลประทานเชียงใหม่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานสนับสนุนทุกภาคส่วน ดำเนินการขุดลอกแม่น้ำปิงครอบคลุมระยะทางรวมกว่า 41 กิโลเมตร ตั้งแต่พื้นที่ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จนถึงพื้นที่ตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ครบถ้วนตามแผนแล้ว ทั้งนี้ ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการดังกล่าว ทำให้ในช่วงฤดูฝนปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูก มีฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำปิง ส่งผลให้แม่น้ำปิงหลังจากที่ได้ดำเนินการขุดลอกแล้วมีศักยภาพในการรับน้ำเพิ่มขึ้น

จึงไม่ส่งผลกระทบที่จะสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจและบ้านเรือนประชาชน สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ดำเนินวิถีชีวิตและใช้เวลาท่องเที่ยวอย่างมีความสุข รวมถึงนักธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุน เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต อีกทั้งเพื่อสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำในระยะยาวต่อไป

โครงการดังกล่าว ถือเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างรัฐบาล กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และจังหวัดเชียงใหม่ ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างความมั่นคง ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ให้ดียิ่งขึ้น โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบโครงการดังกล่าวจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด และส่งมอบโครงการฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบริหารจัดการน้ำ แก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง ระบบนิเวศ และดำเนินการต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในทุกมิติกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวเชียงใหม่ ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาวและปลาสวาย รวมจำนวน 100,000 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงใหม่ ลงสู่แม่น้ำปิงเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น…

สมจิตรแสงบันลังค์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดยิ่งใหญ่เทศกาลงานสักนานาชาติพัทยา Marina International Tattoo Festival 2025

แชร์เนื้อหานี้

เย็นวันที่ 15 พ.ย.68 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีการจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้ชื่องาน Marina International Tattoo Festival 2025 โดยมี นายบรรจง บัณฑูรย์ประยุกต์ นายจิรวัฒน์ ปลุกใจ สมาชิกสภาเมืองพัทยา นายกวิน สินเสรีกุล ผช.ผจก.ศูนย์การค้าฯ และนายปราโมทย์ แก้วหล้า นายกสมาคมช่างสักพัทยา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงาน

งาน Marina International Tattoo Festival 2025 กำหนดจัดขึ้นวันที่ 15-16 พ.ย.68 ที่ Marina Walk ศูนย์การค้าฯ ฝั่งชายหาด เป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยเรื่องราวของศาสตร์และศิลปะบนผิวหนังที่นิยมกันทั่วโลก เหมือนเมืองพัทยาเป็นเวทีที่พบปะสังสรรค์คนในวงการงานสักจากทั่วโลกไว้ในที่เดียว

กิจกรรมได้รับความร่วมมือจากเมืองพัทยา ททท.สำนักงานพัทยา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลมารีน่า พัทยา และสมาคมช่างสักพัทยา จัดขึ้นโดบรวบรวมช่างสักนานาชาติ ทั่งจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เวียดนาม พม่า และไทย กว่า 100 ชีวิต มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ในเทศกาลงานสักที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก

นอกจากจะมีการออกร้าสักชื่อดังรวมกว่า 40 บูท ยังมีการประกวดรอยสักกว่า 22 ประเภท ชิงถ้วยเกียรติยศ การแสดงวัฒนธรรมไทย การรำไทย และอื่นๆ ถือเป็นการเปิดพื้นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบรอยสักให้มาพักผ่อนยังเมืองพัทยาอีกทางหนึ่งด้วย

ลดความสูญเสียผู้ป่วยโรคหัวใจและสมอง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ยกระดับคัดกรองโรคหัวใจในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 สมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ ผนึกกำลังฟิลิปส์ เดินหน้าโครงการ “หัวใจสัญจร” ยกระดับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

วันนี้ (24 ต.ค.2568) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมวิชาการ “หัวใจสัญจร” ครั้งที่ 19 และการตรวจผู้ป่วยด้วยเครื่องคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง

โดยมีบุคลากรสาธารณสุข วิทยากร นักศึกษาแพทย์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม ณ โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล พร้อมพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ท้องถิ่นให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน

พลตำรวจตรี นายแพทย์เกษม รัตนสุมาวงศ์ นายกสมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมป์ เปิดเผยว่า โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Diseases: CVDs) เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของโลก คร่าชีวิตประชาชนกว่า 17.9 ล้านคนต่อปี ทั้งที่ร้อยละ 80 ของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสามารถป้องกันได้

หากได้รับการตรวจคัดกรองและดูแลตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม เพื่อเป็นการส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านโรคหัวใจในพื้นที่ห่างไกล สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ, ชมรมคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด

จัดโครงการ “หัวใจสัญจร” ขึ้น เพื่อขยายบริการตรวจคัดกรองโรคหัวใจให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วถึง พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้บุคลากรทางการแพทย์และนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่ เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiography) ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาว

ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้เข้มแข็งและครอบคลุม โดยในปีนี้มีผู้ป่วยเข้ารับการตรวจคัดกรองกว่า 50 ราย พร้อมขยายองค์ความรู้ให้บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่สามารถดำเนินการตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเองในอนาคต
โรคหัวใจและหลอดเลือดยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศ

โดยข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 ระบุว่ามีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 260,000 ราย ขณะที่แพทย์เฉพาะทางด้านหัวใจมีเพียงประมาณ 500–600 คน และส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองใหญ่ ทำให้การเข้าถึงบริการยังมีข้อจำกัด โครงการ “หัวใจสัญจร” จึงมีบทบาทสำคัญในการกระจายโอกาสการตรวจและการรักษาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ อย่างทั่วถึง ซึ่งในปีนี้ได้มีการยกระดับเทคโนโลยีการตรวจโดยใช้อัลตราซาวด์หัวใจแบบ 3 มิติ

ซึ่งสามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวของหัวใจแบบเรียลไทม์ เห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้อย่างละเอียด ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำสูง ปลอดภัยต่อผู้ป่วยทุกกลุ่ม รวมถึงสตรีมีครรภ์ นอกจากนี้ยังมีการนำระบบ IntelliSpace Cardiovascular (ISCV) มาช่วยจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งต่อและติดตามผลการรักษา สะท้อนเจตนารมณ์ของทุกภาคส่วนในการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลสุขภาพหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และร่วมสร้างระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนและเท่าเทียมสำหรับคนไทยทุกคน

แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ เราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วย การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล และส่งเสริมการพัฒนานักศึกษาแพทย์ในพื้นที่ และงานฯ

ในวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราที่ต้องการยกระดับการดูแลรักษาโรคหัวใจ เนื่องจากเรามีบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทางจำกัด แต่มีผู้ป่วยต้องการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหัวใจกว่า 50 ราย เราต้องขอขอบคุณทางสมาคมแพทย์โรคหัวใจฯ และพันธมิตรที่ได้ลงพื้นที่มาช่วยเราในครั้งนี้ นอกจากการตรวจคัดกรองผู้ป่วยแล้ว เรายังมีการจัดฝึกอบรมให้กับบุคลากรและนักศึกษาแพทย์ในพื้นที่เพื่อให้สามารถตรวจคัดกรองผู้ป่วยได้เองในระยะยาว”

เนื่องนวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี ร่วมทำความสะอาดเจดีย์ครอบเท้าเสือ บนยอดเขาพ่อตาหินช้าง

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เลขากิต ขึ้นเขา 219 ขั้น ร่วมทำความสะอาดเจดีย์ครอบเท้าเสือ บนยอดเขาพ่อตาหินช้างเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 23 ต.ค.68 นายนพพร อุสิทธิ์ (นายกโต้ง) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพรมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ (เลขากิต) นาย สุชล สินสมบุญ (สจ ต้น) สจ ชุมพรเขต 3 อ.ท่าแซะ

เข้าร่วมกิจกรรมสลุยร่วมใจอาสาพัฒนาแผงกล้วย ให้เป็น“ลานค้าปลอดโรค”เนื่องนวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 โดยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนบ้านพรุตะเคียน ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ ในโอกาสคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(วันปิยมหาราช)

โดยจัดกิจกรรมจิตอาสารณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก การให้ความรู้สร้างความตะหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันและควบคุมโรค การสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย กิจกรรมแจกทรายกำจัดลูกน้ำ ณ ลานค้าชุมชนพ่อตาหินช้าง หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 6 หมูที่ 3 และหมู่ที่ 8 ตำบลสลุย ซึ่งเป็นแหล่งซื้อของฝากประมาณ 100 ร้าน

ตั้งเรียงรายอยู่รอบๆศาลพ่อตาหินช้าง เพื่อให้สถานที่จำหน่ายสินค้าที่สะอาดและเป็นตลาดค้าขายที่ปลอดโรค สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตำบลสลุยและจังหวัดชุมพร ซึ่งนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ได้สนับสนุนผ้ากันเปื้อนให้กับพ่อค้า แม่ค้า เพื่อสุขลักษณะที่ดีอีกด้วย

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศล ด้วยการปรับภูมิทัศน์บนเส้นทางเดินขึ้นตามบันใด 219 ขั้น ที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ชมตลอดเส้นทาง เพื่อไปสักการะเจดีย์สีทอง บริเวณยอดเขาหลังศาลพ่อตาหินช้าง ซึ่งเจดีย์ดังกล่าวมีประวัติการสร้างไว้เพื่อครอบรอยเท้าเสือขนาดใหญ่อยู่บนแผ่นหิน เพื่อให้เจดีย์ดังกล่าวสะอาด ปลอดภัย สามารถเป็นจุดชมวิวและเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจได้ในอนาคต