คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวร้องเรียน ร้องทุกข์

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตีฆ้องร้องทุกข์ ที่บ้านป่าตึง อ.แม่จันทร์ จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

โดยทีมงานข่าวได้รับข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับภูเขาดินหัวโล้นที่มีนายทุนมาขุดดินตั้งอยู่ติดกับริมถนนสายอำเภอแม่จันจังหวัดเชียงรายมายังอำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวตามข่าวบอกว่าเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ไปยื่นขอจากเทศบาลเป็นโฉนดจำนวนเนื้อที่ประมาณ 49 ไร่ออกโฉนดเมื่อปีพ.ศ 2558.ก็ไม่ทราบว่าพื้นที่เป็นภูเขาทั้งลูกออกโฉนดได้ยังไงประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีสิทธิ์ที่จะออกโฉนดในพื้นที่เลยแต่นี้กับมีโฉนดอย่างถูกต้องออก

โดยเจ้าพนักงานที่ดินและทางผู้ประกอบการเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ยื่นขออนุญาติจากเทศบาลป่าตึงทำการขุดดินโดยเริ่มทำการขุดดินได้ตั้งแต่วันที่ 27 เดือนธันวาคมพ.ศ 2568และได้รับค่าธรรมเนียม 500 บาทใบอนุญาตออกให้ณวันที่ 27 เดือนธันวาคมปีเดียวกัน

โดยมีนายบุญรอดนารีรัตน์.ตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปฏิบัติการแทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง.แต่การขออนุญาตนั้นในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้อบตมีใบอนุญาตหรือออกให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องใช้เครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้าเท่านั้นแต่นี้ผู้ประกอบการลักไก่โดยนำแม็คโค ลงไปขุดดินดังกล่าวโดยไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขได้กระทำการดังกล่าวมาเป็นเวลา 2 เดือนกว่าแล้วทีมงานข่าวจึงได้ลงไปตรวจสอบและลงพื้นที่ตามที่ประชาชนให้เบาะเเสมา

เมื่อวันที่..18 มีนาคม 2568 ก็ปรากฏว่าพบรถแม็คโครและรถพ่วงบรรทุกดินออกมาจากบริเวณดังกล่าวอีกวันที่ 19 มีนาคม 2568 ทีมงานข่าวจึงได้เข้าไปขอข้อมูลจากอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงรายทางอุตสาหกรรมได้ชี้แจงว่าไม่ได้ทราบเรื่องนี้มาก่อนและในวันเดียวกันช่วงบ่ายก็มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงรายได้ลงพื้นที่ดังกล่าวและขอใบอนุญาตหรือตรวจสอบปรากฏว่าไม่มีใบขออนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดนำเครื่องจักรกลลงไปในพื้นที่ดังกล่าวแต่ก็ไม่ได้พบเครื่องจักรกลรถแม็คโครอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวเลยจึงได้แจ้งแก่ผู้ประกอบการให้หยุดการกระทำดังกล่าวและจะดำเนินการตามกฎหมายก็ไม่ทราบว่าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่

อุตสาหกรรมจังหวัดไม่ได้ทราบเรื่องเลยจะได้ทราบเรื่องก็เมื่อได้มีสื่อมวลชนเข้าไปสอบถามก็ลงพื้นที่ดังกล่าวและแจ้งว่าให้มากระทำขอใบอนุญาตตามขั้นตอนให้ถูกต้องเสียก่อนจึงได้กระทำการขุดดินได้และประชาชนก็ได้แจ้งแก่ทางเทศบาลป่าตึงถึงความเดือดร้อนเรื่องผู้ประกอบการก่อนนี้ได้ทำดิน หก เรื่อฝุ่นละอองคละคลุ้งไปหมดเคยประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอแม่จันจังหวัดเชียงรายก็เห็นมาดูเพียงครั้งเดียวก็เงียบหายไปเลยประชาชนในพื้นที่ก็สงสัยมากนะครับว่า

พื้นที่ดังกล่าวเป็นลักษณะภูเขาสูงชันอย่างที่ภาพก็ไม่ทราบว่าเจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องออกเอกสารสิทธิ์มาได้อย่างไรและในวันเดียวกันนี้ทางผู้สื่อข่าวได้ไปประสานงานกับทางสำนักงานป่าไม้จังหวัดเชียงรายโดยมีเจ้าหน้าที่มาให้ข้อมูลและเปิดแผนที่ให้ผู้สื่อข่าวดูว่าพื้นที่ดังกล่าวที่ผ่านมามีลักษณะเป็นเช่นไรและก็คงเป็นลักษณะที่ว่าพื้นที่ลักษณะนี้ไม่น่าจะออกเอกสารสิทธิ์ได้ก็ฝากให้ท่าน..ส.ส. #ญิงจุุฬารัตน์ขันสุธรรมในพื้นที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลให้กระจ่างด้วยนะครับ.ส่วนความคืบหน้าเป็นเช่นไรทีมงานข่าวจะนำมา
ให้พี่น้องประชาชนทราบในโอกาสต่อไป..

ธนกฤ.#วรรมณี สมจิตรแสงบัลลังก์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-ตีฆ้องร้องทุกข์ ตู้ตุ๊กตาหยอดเหรียญ ระบาดหนัก เชียงราย-เชียงใหม่ เปิดโจ่งครึ่ม บนห้างใหญ่ -ห้างเล็ก-ร้านสะดวกซื้อ วางล่อใจเด็ก

แชร์เนื้อหานี้

ตีฆ้องร้องทุกข์วันนี้ เรามาพูดกันถึงเรื่อง.ตู้ตุ๊กตาระบาดหนัก ทั่วภาคเหนือ.
เชียงราย-เชียงใหม่เปิดโจ่งครึ่ม บนห้างใหญ่ -ห้างเล็ก- หน้าร้านสะดวกซื้อ วางล่อใจเด็ก ขอเงินพ่อแม่หยอดเหรียญเพื่อเอาตุ๊กตา ต้องสิ้นหวังไม่ได้แม้ตัวเดียว เสียเงินฟรี ใบอนุญาต ไม่มีสำแดง ตำรวจ ปกครอง มีคำตอบให้ประชาชนอย่างไร ทำไมจึงเกลื่อนเมือง!!
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเด็กเป็นจำนวนมากที่สูญเสียเงินหยอดเหรียญ เข้าไปในตู้ตุ๊กตาที่วางตามหน้าร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า สาขาย่อย -ซุปเปอร์มาเก็ต ขนาดใหญ่ และตามสถานที่ต่างๆ ในตัวเมืองและต่างอำเภอ ในแถบภาคเหนือ เชียงใหม่ -เชียงราย ตั้งกันแบบโจ่งครึ่มท่ามกลางความสงสัยของผู้คน ว่าตั้งได้อย่างไร ? มีการขออนุญาตหรือไม่ และขออนุญาตจากหน่วยงานไหน ที่มีหน้าที่อนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่?

เพื่อคลายความสงสัยผู้สื่อข่าวได้เข้าดูตู้ตุ๊กตาที่วางบน ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย .และจังหวัดเชียงใหม่ตามแหล่งชุมชนนั้นไม่ได้มีใบอนุญาตติดสำแดงอยู่ มีเพียงตู้แลกเหรียญที่มีใบอนุญาต รับรองจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เท่านั้น ส่วนที่ตั้งทั่วไปไม่เห็น ผู้สื่อข่าวเข้าตรวจพบในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า สาขาย่อย ห้างหนึ่ง และร้านจำหน่ายอาหารแช่แข็ง และพบว่าบริเวณตู้หน้าห้างสรรพสินค้าสาขาย่อย ด้วยพบปรากฏมีเด็กไปกับผู้ปกครองที่เข้าไปจับจ่ายที่ห้างสรรพสินค้าหนึ่ง สาขาที่เกิดเหตุ รบเร้าผู้ปกครองอยากได้ตุ๊กตา

ขอเงินเพื่อหยอดตู้เพื่อคีบเอาตุ๊กตา ครั้งละ10 บาท ผลปรากฏไม่ได้ตุ๊กตาแม้แต่ตัวเดียว เนื่องจากได้สังเกตุเห็นว่า เมื่อเครื่องทำงาน แขนที่เป็นคีมคีบตู้ ทำงานเมื่อคีบตุ๊กตา มักจะหลุดทุกครั้งไปจากนั้นเครื่องก็จะยกเลิก การทำงานโดยอัตโนมัติกลืนเหรียญ10บาท ลงไปฟรีๆทั้งที่พ่อแม่เสียเงินไปเป็นร้อย เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์วันที่้ 8 มีนาคม ช่วง 18-19.00น.เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดเหตุการณ์ สามพ่อแม่ลูก หยอดเหรียญ ตู้ตุ๊กตา หน้าห้างสรรพสินค้าสาขาย่อยห้างหนึ่ง ใกล้กับที่ว่าการอำเภอแม่สรวย จ.เชียงราย

ได้จะเป็นหลักฐานว่าเรื่องดังกล่าวมีอยู่จริง โดยมีผู้สื่อข่าวเป็นพยานเหตุการณ์
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีประชาชนเป็นจำนวนมากเห็นร้านตุ๊กตาตั้งหลายจุดเปิดทั้งวันทั้งคืน ไม่ทราบว่าจะมีผู้เล่นหรือไม่ มีการเช่าตึกเดือนละเป็นหมื่น ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟ มีให้เห็นเกลื่อนกลาดทั่วเมืองเชียงราย อาจจะมีเรื่องแอบแฝง เบื้องหลังหรือไม่? จากข้อมูล ตู้คีบสินค้า หรือตุ๊กตาเข้าข่ายตู้การพนันหรือไม่? เพราะ พรบ.ว่าด้วยการพนันพ.ศ 2478 ประเภทบัญชี(ข) ลำดับที่28 ระบุว่าเครื่องเล่นที่ใช้เครื่องกลพลังไฟฟ้า พลังแสงสว่างหรือพบังงานอื่นๆใดทที่ใช้เล่นโดยวิธีการสัมผัส เลื่อน กด โยก หมุนหรือวิธีอื่นใด ซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกัน แต้มหรือเครื่องหมายใดๆก็ตาม.แม้แต่การยิงเป้าปาโป่งตามงานวัดก็เป็นการพนันที่ผิดกฎหมายเช่นกันกับอยู่ในการพนันประเภท(ข)

ดังนั้นตู้คีบตุ๊กตาจัดได้ว่าเป็นตู้ที่เข้าข่ายการพนันตามกฎหมายหรือไม่?เพราะเรื่องดังกล่าวถ้าหาก ห้ามไม่ให้มีจะเป็นการสกัดกั้นเยาวชนไม่ให้เข้าถึงการพนันอย่างดียิ่ง ในหลักฐานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในอำเภอแม่สรวย ข้างต้นถือว่าเด็กและเยาวชนได้เข้าไปเล่นแล้ว โดยเรื่องดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเจ้าที่ฝ่ายปกครองที่ถือกฎหมาย พื้นที่เกิดเหตุ จะดำเนินการอย่างไร?และมีคำตอบให้ประชาชนอย่างไร?ขอความกระจ่างโดยด่วน.

ขุนเขาใรน้ำใจ ทีมงานข่าวภาคเหนือ รายงาน
สอบถามโทร 0967694671 – 0856525854.. สมจิตร แสงบัลลังค์ ผอ.ข่าวภาคเหนือ
ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ค้านเปิดเหมืองหินใกล้ ร.ร.จุฬาภรณ์ฯ ! ชาวบ้านร้อง ศดธ.จ.มุกดาหาร ค้านออกประทานบัตรเหมืองหินบางทรายใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568​ตัวแทนชาวบ้านตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ได้เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหารเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ทบทวนการออกประทานบัตรของบริษัท สิงห์โต เอ็นจิเนียร์ จำกัด ซึ่งได้ขออนุญาตประทานบัตรทำเหมืองแร่ (ระเบิดหิน) โดยตัวแทนชาวบ้านชาวบ้านกล่าวว่า การทำเหมืองของบริษัทที่ได้ขอใบประทานบัตรเพื่อประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณพื้นที่บ้านหนองหอย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร

ทั้งนี้ แม้จะเป็นการขอประทานบัตรในพื้นที่ของตนเอง แต่การที่จะระเบิดหิน โดยที่บ่อหินอยู่ไม่ห่างจากถนนเส้นเศรษฐกิจพิเศษ มห. 3019 มุกดาหาร รัศมีการระเบิดหินย่อมจะส่งผลกระทบต่อรถขนส่งสินค้าและจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความเป็นอยู่ ของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง รวมถึงสถานศึกษา อีกด้วย นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีความกังวลถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งเสียงและฝุ่น จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทบทวนการอนุญาตประทานบัตร ของบริษัท สิงโต เอ็นจิเนียร์ จำกัด ด้วย

ทั้งนี้ ชาวบ้านหวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารจะพิจารณาทบทวนการอนุญาตโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาและการรักษาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า บริเวณพื้นที่ขอประทานบัตรเหมืองหินอยู่ห่างจากถนนเลี่ยงเมืองทางหลวงชนบท สาย มห. 3019 ประมาณ 600 เมตร ห่างจากวัดป่าถ้ำตาดา ประมาณ 700 เมตรและห่างจากโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยประมาณ 1.9 กิโลเมตร

ค้านเปิดเหมืองหินใกล้โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ฯ #ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมุกดาหาร #ร้องคัดค้านอนุญาตประทานบัตรเหมืองหินบริษัทสิงห์โตเอ็นจิเนียร์จำกัด #ตำบลบางทรายใหญ่ #จังหวัดมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

​สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับวัยรุ่นสปป.ลาว3 ราย ค้าของเก่าข้ามแม่น้ำโขง มาไทยจ.มุกดาหาร​

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ผ่านมา​ กองร้อยหมวดสกัดกั้นฯที่ 1 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบขนสินค้าผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามมายังฝั่งประเทศไทย

จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนทำการจับกุมร่วมกับกองร้อยทหารราบ และกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 ออกตรวจในพื้นที่ หมู่ 2 บ.หว้านน้อย ต.หว้านใหญ่ อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พบเรือกีบเหล็กติดเครื่องยนต์แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว

เข้ามายังท่าน้ำฝั่งประเทศไทย และมองเห็นวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบสีขาวจำนวนหลายใบอยู่ในเรือ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจสอบสิ่งของภายในกระสอบพบว่าเป็นเศษโลหะที่ทำด้วยทองแดง รวมทั้งหมด 84 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 3,000 กก. และแบตเตอรี่เก่า จำนวน 39 ลูก

จึงได้ควบคุมตัวบุคคลที่อยู่ในเรือประกอบด้วยท้าว พิสะมอน พอนทิดา อายุ 43 ปี คนขับเรือ ท้าว ทะนะวัด สินนะสอน อายุ 18 ปี ท้าว เพดสะมัย สุพมมะวง อายุ 19 ปี อยู่บ้านบึงทะเล นะคอนไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยทั้ง 3 คนได้ยอมรับว่า

ได้ลักลอบขนสิ่งของดังกล่าวนำขึ้นเรือขนข้ามมาประเทศไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและตรวจยึดของกลางนำส่ง ตม.มุกดาหาร และด่านศุลกากรมุกดาหารดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านร่วม 100 คน ลุกขับไล่ เจ้าอาวาสองค์ใหม่ ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง และดูแลวัด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบ้านทุ่งเคล็ด หมู่ที่ 3 ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากกรณีมี คำสั่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด ที่ ๐๐๕/๒๕๖๘ เรื่อง อนุญาต ให้พระประสิทธิ์ สัญจร เข้าอยู่วัดบ้านทุ่งเคล็ด

โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๙ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ว่าด้วยการ
ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในมาตรา ๓๘ ในกรณีที่ไม่มีเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ใด้ ให้แต่งตั้ง ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส ให้ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับเจ้าอาวาส

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘ (๑)(๓) ห้ามบรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญาตของเจ้าอาวาสเข้าไปอาศัยในวัด จึงให้ พระประสิทธิ์ สัญจร เข้ามาอยู่วัดบ้านทุ่งคล็ด และดูแลจัดการวัดบ้านทุ่งคล็ด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสั่ง ณ วันที่ …๑๕…. เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๘
ลงชื่อ (พระครูสังฆรักษ์ สำราญ อภิชาโต) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด รองเจ้าคณะอำเภอทับสะแก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ขณะที่พระประสิทธิ์ สัญจร ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจดูแลวัดบ้านทุ่งเคล็ด พร้อมถือหนังสือสั่งการไป แต่เมื่อชาวบ้านเห็นดังกล่าว จึงได้เข้าไปสอบถามว่ามาทำไม มาทำอะไร จึงมีเสียงปะทะคารมกระทบกระทั่งกับชาวบ้าน จนชาวบ้านได้เข้าไปห้อมล้อมขับไล่ให้ออกไปจากวัด โดยมี พ.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ สว.สส.สภ.ทับสะแก พร้อมชุดสืบสวน ฝ่ายป้องกันและปราบปราบ เข้าควบคุมสถานการณ์ป้องกันเหตุ

น.ส.อมรทิพย์ ภู่ระย้า ( คนเสื้อดำ ) ให้การว่า ตนเองได้เดินเข้าไปสอบถามพระประสิทธิ์ ว่ามาทำไม และมาทำอะไร เพราะชาวบ้านเขาไม่ต้อนรับเจ้าอาวาสองค์ใหม่ จึงบอกให้นิมนต์กลับ แต่เกิดมีปะทะคารมกัน จนชาวบ้านลุกฮีอตะโกนขับไล่ (ตามคลิป)

นอกจากนี้ชาวบ้านยังรวมตัวกันถือป้ายแสดงข้อความเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงออก “ด้วยความเคารพศรัทธา พวกเราชาวบ้านขอเห็นพ้องร่วมกันในการแสดงความประสงค์ที่จะขอคัดค้านคำสั่งถอดถอนพระอาทิตย์ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านทุ่งเคล็ด และขอโต้แย้งคัดค้านคำสั่งแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสรูปใหม่เนื่องจากไม่สามารถเข้าร่วมกับชาวบ้านในชุมชนได้ขอความเป็นธรรมและสนับสนุนให้พระอาทิตย์กลับเข้ามาเป็นเจ้าเอาวาสเช่นเดิม โดยชาวบ้านจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาปกป้องเช่นเดิม

////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ – หมูไม่กลัวน้ำร้อน ขนส่งเชียงราย สั่งจับรถลากดิน ประชาชนร้องเรียน เหมือนนกรู้ หยุดกระทันหัน ข่าววงในรั่ว เพราะส่วย / โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการและฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ระดับสำนักงานชลประทานที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2569

แชร์เนื้อหานี้

หลบด่านเล่นที่เผลอ” ลาก”ไม่คลุมผ้าใบมิดชิดฝุ่นตลบ สร้างมลภาวะฝุ่นPM.2.5 บช หลังประชาชนร้องเรียนมานาน เตรียมร้องเรียนอุตสาหกรรมจังหวัดเสนอเพิกถอนใบอนุญาต

จากกรณีที่มีประขาชนร้องเรียนผ่านสายด่วนขนส่ง เชียงรายเกี่ยวกับผู้ประกอบการรถบรรทุกดิน ในพื้นที่ตำบลแม่กรณ์ สร้างปัญหาให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต รวมทั้งสิ่งแวดล้อม มีการขนดินออกจากบ่อมานานหลายปีโดยเรื่องดังกล่าวประชาชนได้พยายามร้องเรียนทุกฝ่ายแต่การแก้ไขปัญหาไร้ผล เนื่องจากผู้ประกอบการรถบรรทุกดิน มีการขนดินแบบไม่หวั่นเกรงอำนาจรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ เหมือนทุกครั้งเจ้าหน้าที่ ตั้งด่วนตรวจจับตามคำร้องเรียน ได้เพียงแค่คันสองคันแล้วก็ต้องล้มเหลวทุกครั้งไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสังเกตุการณ์การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งจังหวัดเชียงราย ตามคำคำสั่งนางสุภมาส ลีลารักษ์สกุล ขนส่งจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจการ เจ้าหน้าที่กลุ่มงานวิชากรขนส่งจังหวัดเชียงราย ออกตั้งด่านปราบปรามรถบรรทุกขนดินไม่คลุมผ้าใบมิดชิด สร้างมลพิษฝุ่นPM2.5 และผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก ปีพ.ศ. 2522และพระราชบัญญัติรถยนต์ ปีพ.ศ.2522

ในเรื่องดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหัวหน้าชุดควบคุมการตั้งด่านตรวจขนส่งที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลแม่กรณ์ ถนนทางหลวงหมายเลข 1211 ตอน สวนดอก-ดงมะดะ บริเวณพื้นที่ บ้านฝั่งหมิ่นหมู่ที่7 ต.แม่กรณ์ จ.เชียงราย เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 30 มกราคม 2568ที่ผ่านมา สามารถตรวจจับ รถขนดินเพียงแค่สองสามคัน เท่านั้นโดยผู้ประกอบการรถขนดิน หยุดการขนดินออกจากบ่อดินทันที ต่อจากนั้นไม่สามารถจับได้ต่อไปอีก เนื่องจากรถลากดินหยุดขนดิน โดยผู้สื่อข่าวได้ตระเวณดูพบไปแอบไปจอดหลบซ่อนสายตาเจ้าหน้าที่ขนส่งในซอยหมู่บ้าน และถนนในหมู่บ้านทางขึ้นน้ำตกขุนกรณ์

หลังจากผู้สื่อข่าวได้สอบถามชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้านในย่านนััน ได้ข้อมูลว่าเป็นแบบนี้ทุกครั้งไป เมื่อเจ้าหน้าตั้งด่านตรวจจับรถลากดืนก็หยุด เมื่อเจ้าหน้าหยุดตั้งด่านรถลากดินก็ลากดินต่อ สร้างความเดือร้อนให้ประขาชนในพพื้นที่ และสํญจรเส้นทางนฝดังกล่าวเป็นอย่างมาก ร้องเรียนไปไม่เป็นผล จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเพิกถอนใบอนุุญาติบ่อดิน หรือใบรง.4 ของเจ้าของบ่อดินที่สร้างปัญหาแบบไม่หยุดหย่อน

จากเรื่องดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวได้ถามเจ้าหน้ากรมการขนส่งว่าจะทำอย่างไรต่อ? ทางเจ้าหน้าที่บอกว่า จะต้องด่านถี่ขึ้นเรื่อยๆ หากกพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวจะดำเนินการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอุตสหกรรมจังหวัดเชียงราย และอบต.แม่กรณ์เจ้าของพื้นที่ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับมาตรการณ์แก้ไขปํญหาดังกล่าวให้กับประชาชนได้อย่างไร? หลังมีร้องเรียนมาโดยตลอด บ่อดินดังกล่าวจะถูกเพิกถอนได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย จะมีคำตอบอย่างไรภายในต้นเดือนกุมภาพันธ์และจะนำเสนอข่าวความคืบหน้าต่อไป.

ทีมงานข่าวเชียงราย สมจิตร แสงบัลลังศ์ รายงาน

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการและฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา ระดับสำนักงานชลประทานที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2569

วันนี้ (31 มกราคม 2568) เวลา 09.00 นายเฉลิมเกียรติ อินทกนก ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา พร้อมด้วยนายธีรพันธ์ เด็ดขาด หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม นายเกษียร สฤษดิกุล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน

นายคมสัน วัดเข่ง หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 นายทวีศักดิ์ ภิรมย์ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 นายอธิการ แสนสุวรรณศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 และนายนนทวัฒน์ เข็มเงิน หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 ให้การต้อนรับ นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง รองผู้อำนวยการ

สำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยนายจิรชัย พัฒนพงศา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา นายชยกร นนตานอก หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาการใช้น้ำ และคณะ ในการลงพื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการโครงการและฝ่ายส่งน้ำ และบำรุงรักษา ระดับสำนักงานชลประทานที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2569

พร้อมนำเสนอและตอบข้อซักถาม ของคณะทำงานฯ สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านการส่งน้ำและบำรุงรักษา ณ ห้องประชุมนาคาภิรมย์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่…

สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐนิวส์ – สื่อรัฐทีวี / ชาวบ้านดีลัง กว่า300 คน คัดค้าน การก่อสร้าง โรงหลอม รีไซเคิล เชื่อว่าเกิดมลภาวะเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมอันตรายต่อชีวิตประชาชนฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ออกมาเรียกร้องไม่เห็นด้วยการที่จะมีโรงงานตั้งขึ้นที่หมู่ที่ 3 ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าในอนาคตส่งผลกระทบแน่นอนกับหมู่ที่2 หมู่ที่3 หมู่ที่5 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

ชาวบ้านให้เหตุผลว่าเมื่อสร้างไปแล้วยากที่จะหยุดได้ มีตัวอย่างโรงงานที่สร้างไปแล้วโรงงานหนึ่ง ซึ่งอยู่ติดกับบ้านดีลังส่งผลต่อชาวบ้านดีลังถึงทุกวันนี้แล้วยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ ขอให้เห็นความสำคัญต่อชีวิตเด็กและประชาชนหมู่ 2,3,5 ตำบลดีลัง ที่อยู่ใกล้โครงการก่อสร้างโรงงานหลอม รีไซเคิลในอนาคต ที่จะทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษและอันตรายต่อชีวิตของชาวบ้าน

จึงออกมาเรียกร้องต่อหน่วยงานภาครัฐขอให้ยุติการอนุญาตก่อสร้างโรงงานดังกล่าว ซึ่งจะก่อสร้างตั้งอยู่ที่หมู่3 หากแม้ไม่ได้รับคำตอบภายใน 7 วัน ชาวบ้านจะเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หวังเป็นที่พึ่งชาวบ้านเพื่อเรียกร้องหาข้อยุติต่อไป

ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาพบชาวบ้านเช่น ผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี ผู้แทนสาธารณะสุขจังหวัดลพบุรี ผู้แทนผู้ประกอบการโรงงาน
โดยทางผู้แทนอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี ได้ให้เหตุผลต่อชาวบ้านว่าเป็นเพียงขั้นตอนเสนอเรื่องขอ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่1 ปิดประกาศให้ประชาชนรับทราบ ที่อำเภอ เทศบาล และจังหวัดลพบุรี ขั้นตอนที่2 คือประชาคมชาวบ้าน

ชาวบ้านที่มารับฟังบางคนทราบเรื่องมีอาการถึงกับไม่พอใจว่าชาวบ้านไม่ได้เดินทางไปอำเภอ เทศบาล และจังหวัด จึงไม่ทราบเรื่องดังกล่าวว่าผ่านขั้นตอนที่1 นี้ไปแล้ว เช่นไรชาวบ้านเสนอให้ประชาคมในวันนี้เลยได้ไหม เผื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาประชาชนต้องออกมาอีก

เพราะทุกคนต่างต้องไปทำงาน หากินในแต่ละวัน ส่วนทางตัวแทนผู้ประกอบการสร้างโรงงานขอกลับไปทบทวน แล้วจะมาให้คำตอบต่อชาวบ้านภายใน 7 วัน และได้พูดกับผู้สื่อข่าวว่าวันนี้ผมไม่มีโอกาสได้ชี้แจ้งอะไรเลย ชาวบ้านไม่ยอมรับฟัง

สนอง แท่นสูงเนิน ภาพ/ข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /“สราวุธ” ลุยหาเสียงโค้งสุดท้าย อ้อนขอกลับไปนั่งเก้าอี้ นายก อบจ.ประจวบฯ อีกสมัย /ร้องสื่อถนนสร้างเสร็จไม่สมราคากว่า 7 ล้านบาท จ่อยื่น ปปช.สอบข้อเท็จจริง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.68 นายสราวุธ หรือ “เฮียไล้”  ลิ้มอรุณรักษ์ แชมป์เก่า อดีต นายก อบจ. ประจวบฯ ผู้สมัครนายก อบจ. ประจวบฯ หมายเลข 2 เปิดเผยขณะเดินหาเสียงพร้อมลูกทีมว่า จากการลงพื้นที่ในการเลือกตั้งรอบนี้ ตนได้ลงพื้นที่หาเสียงตลอดทุกวัน ตั้งแต่ อ.หัวหิน ไปจนถึง อ.บางสะพานน้อย เรียกได้ว่า ไม่มีเวลาหยุดพักกันเลย ความตั้งใจ คือ ต้องการลงพื้นที่แนะนำตัวด้วยตนเองทั้งหมด โดยคิดเสมอว่า การเข้าไปหาประชาชน เป็นการให้เกียรติพ่อแม่พี่น้องทุกคน เพราะตนเองตั้งใจอาสามาทำงาน เพื่อพ่อแม่พี่น้องจึงอยากเดินเท้าเข้าไปหาทุกท่านด้วยตนเอง เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตนก็ทำแบบนี้ ไม่รู้สึกเหนื่อยใดๆ รู้สึกดีด้วยซ้ำที่ได้ไปสวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกท่านทั้งจังหวัดด้วยตัวเอง

จะไม่ขออาศัยการส่งไปรษณีย์ไปให้ทุกบ้าน เพราะตนเองอยากเข้าถึงประชาชนถึงบ้านจริงๆ การลงพื้นที่ทั้งจังหวัดด้วยตนเองรอบนี้ ด้วยความที่บ้านเมืองเรา ทุกคนน่ารัก ตนได้รับการต้อนรับและ กำลังใจมากมาย ส่วนใหญ่อวยพรให้กลับมาทำงานเพื่อบ้านเมืองอีก เพราะเห็นผลงานมาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาผลงานของตน ในระหว่างอยู่ในตำแหน่งอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ เรียกได้ว่ามีผลงานครอบคลุมครบ ทั้ง 8 อำเภอ อย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน
“ตนเองชอบรับฟังความคิดเห็น ชอบให้มีคนเสนอแนะ เพราะจะได้มุมมองที่แตกต่างกัน

โดยเฉพาะความเห็นของสมาชิกสภา ที่เป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้อง รวมทั้งของประชาชนที่มาบอกด้วยตนเอง ตนให้ความสำคัญ และ ติดตามงานเสมอ การเมืองปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก ตนอยากให้ทุกคน ที่เสนอตัวอยากเข้ามาทำงาน นำเสนอผลงานและความดี อย่าเล่นสกปรก สาดโคลนกันเลย เพราะมันเป็นการเมืองแบบเดิม ๆ ไม่มีประโยชน์อะไร ปัจจุบันโลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว ให้เอาผลงาน เอาความดีมาแข่งกันดีกว่า เพราะการสาดโคลนใส่กันมันเสียเวลาของพ่อแม่พี่น้อง ที่จะมารับฟังเรื่องเหล่านี้ แต่ควรจะเอาผลงาน ความดี มาเป็นทางเลือกให้พ่อแม่พี่น้องเห็น จะได้อุ่นใจว่าเลือกคนดี คนทำงานเป็น คนมีประสบการณ์มาดูแลบ้านเมืองของเรา การเลือกตั้งรอบนี้ อยากขอฝากทุกๆ ท่านให้ออกมาใช้สิทธิ์ เลือกตั้งนายก อบจ. ประจวบฯ และ สมาชิกสภา อบจ. ในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 เวลา 08.00 น – 17.00 น. ขอให้เลือกคนดี คนจริงใจครับ”  นายสราวุธ กล่าวตอนท้าย.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

ประจวบฯผญบ.หนองมะค่าร้องสื่อถนนสร้างเสร็จไม่สมราคากว่า 7 ล้านบาท จ่อยื่น ปปช.สอบข้อเท็จจริง

  27 ม.ค.68 ผู้ใหญ่อำนวย สุดกระแสร์ (ผู้ใหญ่เปี๊ยก)ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านหนองมะค่า ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พาผู้สื่อข่าวไปดูถนนลาดยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ สายบ้านสามหลัง หนองเผาเตา บ้านหนองมะค่า ระยะทางประมาณ 2  กิโลเมตร ที่ผู้รับเหมารายเดิมดำเนินการแล้วเสร็จไปนั้น ชาวบ้านร้องให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยลงมาตรวจสอบ อาจไม่ได้มาตรฐาน ไม่สมตามราคาจ้างเหมาวงเงินกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม เป็นผู้เปิดประกวดราคาจ้าง ชื่อโครงการก่อสร้างถนนลาดยาง แอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์(กึ่งกอนกรีต) สายบ้านสามหลัง-หนองเผาเตา หมู่ที่ 10  บ้านหนองมะค่า ต.หนองตาแต้ม ด้วยวิธีประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์(e-biddiing) โดยราคากลางเป็นจำนวนเงิน 3,013,523.87 บาท

จากนั้นผู้ใหญ่เปี๊ยกพาผู้สื่อข่าวเดินดูบริเวณพื้นผิวทางบนถนนที่ผู้รับเหมารายเดิม ดำเนินการแล้วเสร็จ ขณะมีคนงานกำลังดำเนินการเร่งตรวจเก็บงานบริเวณไหลทางเตรียมส่งมอบวิศวกรคุมแบบของอบต. โดยชี้ให้เห็นจุดต่าง ๆ ที่อาจเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง  หากเปิดให้ประชาชนใช้สัญจร โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งบางจุดอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากไม่มีการทำพื้นผิวไหล่ทางรองรับทั้งสองฝั่ง ขณะที่แบบพื้นดินเดิมปูทางหินคลุกไม่มีการอัดแน่นก่อนจะลงแอสฟัลท์ ทำให้พื้นผิวถนนอาจหลุดล่อนยุบตัวลงก่อนกำหนด

ระหว่างเดินตรวจดูการอัดแน่นของยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ ขณะใช้เศษไม้จิ้มและเท้ากดบริเวณไหล่ขอบทางปรากฏสภาพการอัดแน่นผิวถนนที่ไม่ได้มาตราฐาน มีการยุบตัวตลอดแนว ทั้งฐานล้างและผิวบนไม่มีการอัดแน่นด้วยเครื่องจักรกล หากรถ จยย.ชาวบ้านวิ่งไหลทางอาจแฉลบล้มลงเกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากไม่ได้ทำไหล่ทางรองรับ และไม่มีการปรับระดับไหล่ทางถนนเข้าบริเวณหน้าบ้านและชุมชนให้ชาวบ้าน รวมทั้งท่อระบายน้ำรอดใต้พื้นผิวถนน ไม่มีการเปลี่ยนขนาดที่เหมาะสมให้เป็นมาตราฐาน บางท่อเกิดการอุดตันอยู่ในสภาพเดิม หากน้ำป่าจากภูเขาทะลักไหลลงมา อาจทำลายเส้นทางผิวการจราจรเกิดความเสียหายเป็นวงกว้างได้ และที่สำคัญไม่มีการติดตั้งป้ายประกาศบอกการจัดจ้างโครงการก่อสร้างถนนพร้อมชื่อผู้รับเหมาโครงการ และงบประมาณการจัดจ้างให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน ชาวบ้านจึงไม่มั่นใจว่าโครงการก่อสร้างถนนแห่งนี้ที่มีผู้รับเหมารายเดิมผ่านการประกวดราคาไปนั้น ผ่านกระบวนการจัดจ้างอย่างโปร่งใสถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาเกิดปัญหาชาวบ้านร้องทุกข์ให้ท้องถิ่นตรวจสอบแต่กลับเมินไม่สนทุกข์ชาวบ้าน

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูสภาพถนนอีกหลายจุด ที่มีสภาพแตกระเอียดเป็นวงกว้าง หลังผู้รับเหมารายเดิมสร้างเสร็จเพียงไม่กี่ปี ชาวบ้านต้องระมัดระวังขณะขับขี่ จึงอยากร้องทุกข์ให้ สนง.ปปช.จังหวัดประจวบฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากการประกวดราคาจัดจ้างยังคงเป็นผู้รับเหมารายเดิมที่ไร้คู่แข่ง จึงไม่มีความมั่นใจกระบวนการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบความโปร่งใสโครงการดังกล่าว ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม(อบต.)ขณะที่การจัดจ้างโครงการก่อสร้าง ถนนลาดยาง แอสฟัลท์ติกคอนกรีต พื้นทางหินคลุกซีเมนต์ผสมโพลิเมอร์ ตามประกาศ ใช้งบประมาณจังหวัดฯกว่า 7 ล้านบาท โดยให้ท้องถิ่นนำไปบริหารจัดการอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แต่ชาวบ้านได้รับประโยชน์ไม่คุ้มค่าภาษีของประชาชน ผู้ใหญ่เปี๊ยกกล่าว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีบวงสรวงบูรพพญามังรายมหาราตำหนักพ่อขุนเม็งรายมหาราช ครบรอบ763 ปี จ.เชียงราย / อุตสาหกรรมเชียงใหม่ ตรวจบ่อดิน ร้องเรียน สร้างความเดือดร้อน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่24 มกราคม 2568เวลา09.00 น. แม่ภาวิดา แซ่เจี่ย แม่ชีชนกานต์ ชมภูศรี ดร.ประชา คุณศลินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ทั้ง9แห่งพร้มด้วยนายปิยะพล-นายปิยณัฐ-นายเบญจ รุ่งเพ็ชรวิภาวดี น.ส.พิตติภรณ์ ชมภูศรี หจก.ชนะยนต์ อิมสปอร์ เอกซปอร์ต บริษัท ซี เอ็นวาย อิมพอร์ต เอกซ์พอร์ต จำกัด บริษัท ซี เอ็น วาย ออโต้ อิมพร์อต จำกัด (ผู้นำเข้ารถยนต์ใหม่) บริษัทหมิง ทรานสปอร์ต จำกัด(บริษัทขนส่งจำกัด) จำกัด(ผู้นำรถใหม่ส่งออก) บริษัทมิตซูล้านนา จำกัด(ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ จ.เชียงราย)

บรษัทโตโยต้าสิงห์บุรี จำกัด(ผู้จำหน่ายรถยนต์โตโยต้า จ.สิงห์บุรี) บริษัทโตโยต้าเมืองสองแคว จำกัด (ผู้จำหน่ายโตโยต้า จ.พษณุโลก) บริษัทเอ็มจีล้านนา จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี จ.เชียงรายและพะเยา) จัดพิธีบวงสรวงพ่อขุนพยามังรายมหาราชประจำปี 2568โดยมี พนเอกสิงหนาท โลสุยยะ เสนาธิการ มทบ.37 เป็นประธานจุดธธปเทียนบูชาพระรัตนตรัยประกอยพิธีทางศาสนา พระสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์ เพื่อน้อมถวายบุญให้กับพ่อขุนพยามังรายมหาราชและบูรพมหากษัตริย์แห่งล้านนาทุกพระองค์

ต่อด้วยพิธีบวงสรวงบูรพพญามังรายโดยแม่ชีชนกานต์ ชมภูศรี จุดเทียนฤกษ์เปิดชัย โดยดร.ประา คุณศลินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี บวงสรวงโดยอาจารย์มุณีพราหมณ์ สุพจน์ ฤทิ์ทา มหาราชครูพราหมณ์มณีเทวสถานวัดสุทัศน์ ต่อด้วยการตีกลองสะบัดชัย รำถวายพ่อขุนมังรายมหาราช เป็นอันเสร็จพิธี

สำหรับพิธีบวงสรวงพ่อขุนเม็งรายครั้งนี้ถือว่าเป็นการบวงสรวงปีพิเศษเนื่องในโอกาสที่เมืองเชียงรายงมีอายุครบ763ปี (ปีพ.ศ2568)เดิมดร.ประชา คุณสิลินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ได้เริ่มทำพิธีการบวงสรวง ณ ลานพิธีวัดดอยจอมทอง สะดือเมืองเชียงราย มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2541-2545 และตั้งแต่ปี2546ถึงปัจจุบัน ย้ายมาทำการบวงสรวง ณ ตำหนักพ่อขุนเม็งรายมหาราช (สถานีวิทยุกระจายเสียง วปถ.10) พิธีบวงสรวง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยดร.ประชา คุณสบินดา รุ่งเพ็ชรวิภาวดี ประธานฝ่ายสงฆ์ โดยพระครูสุภัทรวชิรรานุกูล ผู้ช่วยพระอารามหลวง ผู้ช่วยเลขานุการ เจ้าอาวาสเจ็ดยอดเชียงใหม่ เจ้าสำนักศูนย์ปฏิบัติธรรมหมิงธรรมสถาน และแม่ชีชนกานต์ มภูศรี วัดเวียงนางตองจ.ลำปาง

สำหรับพิธีบวงสรวงใหญ่ในวันที่26 มกราคม2568 จังหวัดเชียงรายต่อจากนี้ นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จะเป็นประธานในพิธีบวงสรวง โดยจะมีการฟ้อนล้านนาถวายพ่อขุนเม็งรายมหาราช ณ ลานอนุสาวรีย์ห้าแยกพ่อขุนอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะเมืองเชียงรายมีอายุเก่าแก่ครบ763 ปีซึงจะมีการแห่ขบวนอย่างยิ่งใหญ่ไปยังลานจัดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาดพ่อขุน ณสนามบินเก่า416เชียงราย.

นายธนกฤต วรรมณี ข่าวเชียงรายรายงาน

อุตสาหกรรมเชียงใหม่ ตรวจบ่อดิน ที่ร้องเรียน สร้างความเดือดร้อน 6 แห่ง

นายสงกรานต์มูลวิจิตรอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับอำเภอสันทรายและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลป่าไผ่อำเภอสันทรายจังหวัดเชียงใหม่ได้ลงไปตรวจสอบเกี่ยวกับผู้ประกอบการบ่อดินในพื้นที่สร้างความเดือดร้อนไปทั่วได้ส่งหนังสือร้องเรียนมาที่อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่

จึงได้ลงไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 23 ที่ผ่านมาโดยได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในพื้นที่ทางอำเภอสันทรายตำรวจภูธรแม่โจ้เทศบาลป่าไผ่ได้เปิดเผยกับทีมงานข่าวหลังการเข้าไปตรวจสอบพบว่าในพื้นที่เทศบาลตำบลป่าไผ่นี้มีผู้ประกอบการบ่อดินทั้งหมด6 แห่ง

ทั้งที่ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าบ่อดินทั้ง 6 บ่อนี้มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องแค่ 1 บ่อเท่านั้นนอกนั้นไม่มีใบอนุญาตถูกต้องถึง 5 บ่อ.#ว่าที่ร้อยตรีจำลองอ่อนพุทธา.#ปลัดเทศบาลป่าไผ่.รักษาการนายกเทศบาลตำบลป่าไผ่ได้เปิดเผยกับทีมงานว่าลงไปแล้วไม่พบผู้กระทำผิดพบแต่ล่องลอยในการทำขุดดินเท่านั้นแต่เครื่องจักรกลเช่นแม็คโคร

หรือรถขนดินไม่ได้พบเลยก็ไม่ทราบว่าข่าวนี้ได้รั่วหรือรู้จริงหรือคู่ประกอบการได้อย่างไรแต่ก็ได้บอกว่าจะเข้าไปตรวจสอบทุกๆ 7 วันถ้ามีการกระทำผิดเช่นไรก็จะดำเนินการตามกฎหมายพรบการขุดดินถมดินต่อไป…

..#สมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวภาคเหนือรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /SSI-BRDเอ็มโอยูร่วมธุรกิจโมดูลาร์บิลด์ดิ้ง แบรนด์ “SSI Swift Space x Bangkok Retails”/กฟผ. ขอความร่วมมืองดเผาไร่อ้อย และวัชพืช ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง

แชร์เนื้อหานี้


      
นายณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือธุรกิจกับนายวุฒิวัฒน์ อรุณรัตน์รัฐกร (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการ บริษัท ดีทู พาร์ทเนอร์ส จำกัด หรือ BRD ในความร่วมมือทางธุรกิจสำหรับงานออกแบบ ผลิต ติดตั้ง จัดทำ ตลอดจนการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับงานอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง ด้วยระบบการก่อสร้างสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ภายใต้แบรนด์ “SSI Swift Space x Bangkok Retails” โดยนำความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 บริษัททั้งด้านวิศวกรรมเหล็ก การก่อสร้าง และด้านการออกแบบงานสถาปัตยกรรม มาส่งเสริมศักยภาพงานอาคารและงานก่อสร้างด้วยระบบก่อสร้างสำเร็จรูปแบบโมดูลาร์ ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าอาคารเชิงพาณิชย์
      


ทั้งนี้ มีนายณภัทร ภาณุพิชิต (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายนนทพงษ์ ธีรานนท์ (ซ้าย) หัวหน้าหน่วยธุรกิจระบบอาคารสำเร็จรูป SSI และนางสาวสโรชา เทียมจิตรตรักษา (ที่ 2 จากขวา) Project Development BRD ร่วมงานดังกล่าว ณ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) เมื่อเร็วๆ นี้

///////////////////

ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

กฟผ. ขอความร่วมมืองดเผาไร่อ้อย และวัชพืช โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัย ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากฝุ่น PM 2.5 และรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า

นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ รองผู้ว่าการปฏิบัติการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร เกษตรกรบางกลุ่มยังคงนิยมใช้วิธีเผาผลผลิตก่อนการเก็บเกี่ยว หรือหลังเก็บเกี่ยว เพื่อลดเวลาและต้นทุนด้านแรงงาน ซึ่งก่อเกิดปัญหามลพิษด้านอากาศ ทำให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้ทัศนวิสัยในการเดินทางและการคมนาคมไม่ชัดเจน กฟผ. จึงขอความร่วมมืองดการจุดไฟเผาไร่อ้อย วัชพืช และตอซังข้าว โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงระบบไฟฟ้าของประเทศ เพราะควันและเขม่าจากการเผาอาจทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรสู่พื้นดิน เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว รวมทั้งอาจทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกหรือไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างที่จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าในภาพรวม และระบบเศรษฐกิจของประเทศ

สายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่ กฟผ. ดูแลและรับผิดชอบ เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้าของประเทศ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่แห่งพลังงานที่เชื่อมโยงกระแสไฟฟ้าจากระบบผลิตไปยังระบบจำหน่ายซึ่งรับผิดชอบโดยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) โดยมีการปรับแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมก่อนส่งถึงผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วนและทุกครัวเรือนต่อไป ดังนั้นสายส่งไฟฟ้าแรงสูงต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ซึ่ง กฟผ. มีการดูแลบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเป็นประจำเพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคง

“กฟผ. ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรและประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง งดเผาไร่อ้อยและวัชพืชทุกชนิด และขอให้ร่วมกันดูแลสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ หากพบเหตุผิดปกติหรือไม่ปลอดภัยเกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. โปรดแจ้งศูนย์บริการข้อมูล กฟผ. โทร. 1416” นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย

/////////////////////

ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงาน 0649646443