คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ดร.เนาวรัตน์ ที่ กระทรวงแรงงานสรุปประเด็น การคัดค้าน (ร่าง)พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานจำนวน 3 ฉบับ

แชร์เนื้อหานี้

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและ
อุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) โดยร่วมกับสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาองค์การนายจ้าง ได้ลงนามในหนังสือคัดค้าน
1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 157/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ)

  1. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับ..) พ.ศ…สำเนาเลขรับ 158/2567 วันที่ 18 ธันวาคม 2567 (โดยน.ส.วรรณวิภา ไม้สน)
  2. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่. ) พ.ศ.. เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
  3. ข้อเสนอแนะและสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบต่อสถานประกอบการ/นายจ้าง ตามที่ ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างฯ และคณะสภาองค์การนายจ้างอีก 16 สภาร่วมลงนาม แสดงความเห็นต่อท้าย ซึ่งได้สรุปสาระฃ
  4. สำคัญที่เป็นเหตุผลการคัดค้าน ขอเสนอแนะ และสรุปประเด็นปัญหาในข้อกฎหมายที่กระทบ ต่อสถานประกอบกิจการเพื่อให้ท่านได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ข้าพเจ้าและคณะสภาองค์การนายจ้าง ได้นำเสนอมานี้

ฉบับที่ 1 (ร่าง) ฉบับที่มีเลขรับ 157/2567 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เสนอโดย นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชนและคณะ
หลักการที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ดังต่อไปนี้

แก้ไขเพิ่มเติมระยะเวลาทำงานของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23) จากเดิมทำงาน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ลดลงเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แก้ไขเพิ่มเติมวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 28) เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ 1 วันเป็น 2 วัน
แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิการลาพักผ่อนประจำปีของลูกจ้าง (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 30)

ฉบับที่ 1 ร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ.…. ของ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.พรรคประชาชน และคณะ
เหตุผลที่คัดค้าน ดังนี้สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งมีสาระสำคัญในภาคบังคับใช้ ปัจจุบันนั้นเหมาะสมแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไข หากผลของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับใช้ เป็นเหตุให้เกิดภาระและปัญหาการจ้างงานในหลายประการดังต่อไป

  1. ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทำให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้น กระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
  2. มีผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบกิจการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประเภท วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
    ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมเป็นส่วนมากของประเทศ อาจต้องปิดตัวลง
  1. ก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องในการลงทุนภายในประเทศ และจากการลงทุนของผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย
  2. อาจเป็นปัญหาให้เกิดผลกระทบย้อนกลับไปถึงการจ้างงานของลูกจ้างในอนาคต ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องแสวงหา
    รูปแบบการจ้างงานรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกว่าต่อไป เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ เช่นการนำ AI หรือนำหุ่นยนต์
    มาใช้แทนการจ้างงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 11/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน

ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (ชั้น 2) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้
1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร (จัดตั้งองค์กรใหม่) ประจำปี 2568 จำนวน 1 องค์กร สมาชิก 51 ราย

2.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2568 – 23 พฤศจิกายน 2568 จำนวน

43 ราย จำนวน 115 บัญชี มูลหนี้ 19,779,440.80 บาท (สิบเก้าล้านเจ็ดแสนเจ็ดหมื่นเก้าพันสี่ร้อยสี่สิบบาทแปดสิบสตางค์)

3.พิจารณาเห็นชอบแผนการจัดการหนี้เกษตรกร กรณีสถาบันเกษตรกร (สหกรณ์) ประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 5

สหกรณ์ จำนวน 19 ราย 25 สัญญา จำนวนเงิน 9,000,000 บาท/บุญยงค์ สดสอาด น่ยกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อ.เซกา จัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันฯ – บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน” ปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 จังหวัดบึงกาฬจัดโครงการ “ปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ และหน่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน”

ณ โรงเรียนบ้านหนองจิก ตำบลหนองทุ่ม อำเภอเซกา โดยมี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานเปิดงาน

ก่อนเริ่มพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบปัญหาทางสังคม 2 ราย

และในพิธี ผู้ร่วมงานได้ร่วมยืนสงบนิ่ง 93 วินาที เพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานมีบริการจากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ
✔ หน่วยแพทย์ พอ.สว. และทีมแพทย์–ทันตแพทย์–พยาบาล
✔ ตรวจรักษาโรคทั่วไป–คัดกรองสุขภาพ

✔ บริการด้านสาธารณสุข สวัสดิการสังคม เกษตร และประมง
✔ นิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมปกป้องสถาบันฯ พร้อมรณรงค์ป้องกันยาเสพติด

พร้อมทั้งมีการมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน เช่น ยาสามัญประจำบ้าน ทุนเด็กชนบท สารชีวภัณฑ์–เวชภัณฑ์สัตว์ พันธุ์ปลา 50,000 ตัว เงินสงเคราะห์ผู้มีปัญหาทางสังคม รวมกว่า 50 ราย

นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเซกา กล่าวขอบคุณจังหวัดบึงกาฬที่นำบริการของรัฐมาถึงพื้นที่ ช่วยลดภาระประชาชนและเปิดโอกาสให้หน่วยงานเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้มากขึ้น

หลังเสร็จพิธี ผู้ว่ารักษาราชการแทนฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมให้บริการอย่างใกล้ชิดโครงการนี้สะท้อน

ถึงความตั้งใจของจังหวัดบึงกาฬในการยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างรอยยิ้ม และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอำเภอเซกาอย่างแท้จริง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ ใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว

แชร์เนื้อหานี้

ที่นี้อำเภอเวียงแหง.#จังหวัดเชียงใหม่.เมื่อวันที่ 18 พ.ย.68 เวลาประมาณ 07.00-10.00 น. เจ้าหน้าที่ ส่วนปราบปรามทุจริตทางทะเบียนและบัตร สน.บท. /เจ้าหน้าที่ สน.สก.กรมการปกครอง .สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (บก.ปปป.,) ปปช., ปปท. และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มขบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดทําใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและการให้สัญชาติไทยแก่คนต่างด้าว ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ มีรายละเอียดผู้ถูกจับกุมดังนี้

1.ปลัดอำเภอ-นายอภิสิทธิ์ จันทร์คำ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ อดีต หน.กง.ทบ.อ.เวียงแหง ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.ภูซาง จ.พะเยา-นายสรรเสริญ พงษ์พิพัฒน์ ปลัดอำเภอ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ อดีต ปลัดอำเภอ(สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง) ปัจจุบัน ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่2.กลุ่มอดีตลูกจ้างอำเภอที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่ สำนักทะเบียน อ.เวียงแหง-นางสาวชนันพัทธ์ ดวงสีดาชัยภัก ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร-นางสาวชนิศา วงศ์เจริญทรัพย์ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นายวิโรจน์ ปุมะ ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นางสาวธัญชนก มะละบุตร ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

3.กลุ่มกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน-นายศรีทน แก้วฝั้น กำนัน ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ /ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นางอิ่นแก้ว เมธา ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่/ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่-นายนาคินทร์ จองมวย ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ (ปัจจุบันสียชีวิต)-นายศุภกิจ พงษ์รังษิมา ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่/ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่

2.กลุ่มบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิด-นส.คำแหลง นายมน ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่นายวันชัย วงศ์คำ ถูกจับกุมในพื้นที่ กทม.โดยห้วงก่อนหน้านี้ จากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนายหน้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริต นําคนต่างด้าวซึ่งไม่มีคุณสมบัติตามมติ ครม. ดังกล่าว มาทําการสวมตัวและ ทํารายการเท็จออกใบสําคัญถิ่นที่อยู่ถาวรและบัตรประจําตัว ทั้งนี้กรมการปกครองจึงมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนนําพยานหลักฐาน เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ ทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ ดําเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มนายหน้า และคนต่างด้าวในความผิด ฐานร่วมกันกระทําการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการใน ทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534, นําเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลปลอมโดยทุจริตหรือ

โดย หลอกลวง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มาตรา 9 ประกอบ มาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560, เป็นเจ้าพนักงานทําเอกสารเท็จ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดย ทุจริต ตามมาตรา 162 และมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา…

สมจิตรแสง บันลังค์ รายงาย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เจ้าคุณแจ้ วัดบางพลีใหญ่กลาง รับเผาศพไร้ญาติ “ลุงขายหมูปิ้งวัย 70” ฟรี และจัดพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายพระราชกุศลแด่ พระพันปีหลวง

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมตตาเผาศพชายวัย 70 ปี ซึ่งเป็นศพไร้ญาติ รายที่ 82 ในวันนี้วัดบางพลีใหญ่กลาง

โดย ท่านพระครูวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ได้เมตตาเผาศพชายไร้ญาติ รายที่ 82 นายสมดี แซ่โง้ว ผู้ตาย

โดยมี นางสาวภิญญาพัชญ์ แตงอ่อน นักสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี เจ้าหน้าที่วัด และสื่อมวลชน ร่วมฌาปนกิจนายสมดี แซ่โง้ว พระสงฆ์สวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้ที่ล่วงลับ

จากการสอบถามนางสาวภิญญาพัชญ์ แตงอ่อน นักสังคมสงเคราะห์ เปิดเผยว่า จากการสอบถามคนในชุมชนซอยท่อแก๊ส นายสมดี แซ่โง้ว (ผู้ตาย) พักอาศัยอยู่ภายในชุมชนซอยท่อแก๊ส ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีอาชีพขายหมูปิ้งเลี้ยงชีพไปวันๆ ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีครอบครัวแต่อย่างใด

นางสาวภิญญาพัชญ์ แตงอ่อน นักสังคมสงเคราะห์ ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาผู้ตายเป็นคนกำพร้าตั้งแต่อายุ 4 ปี มีเพียงคนในชุมชนซอยท่อแก๊สให้การช่วยเหลือในเรื่องข้าวปลาอาหารเป็นบางครั้งคราว และมีอาชีพขายหมู่ปิ้งอยู่ในชุมชนแห่งนี้เพื่อเลี้ยงตัวเองไปวันๆ

และจากการชันสูตรของแพทย์ทราบว่าผู้ตายป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจล้มเหลว เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ตายมีอาการป่วยด้วยโรคประจำตัวมานาน ซึ่งเจ้าตัวไม่กล้าที่จะไปพบหมอรักษา เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนจนอาการทรุดหนักและเข้ารักษาตัวที่ รพ.บางพลี และเสียชีวิตลงขณะรักษาตัวที่ รพ.บางพลี

ก็ตาม หลังจากที่เสียชีวิตลงทางนักสังคมสงเคราะห์ทราบว่านายสมดี แซ่โง้ว ผู้ตาย ไม่มีญาติพี่น้องและไม่มีครอบครัวจึงประสานขอความอนุเคราะห์มายังวัดบางพลีใหญ่กลาง

ท่านพระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ทราบเรื่องจึงได้เมตตารับฌาปนกิจศพให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด และเปฺ็นศพไร้ญาติรายที่ 82 ที่ทางวัดบางพลีใหญ่กลางเผาศพให้ฟรี


วัดบางพลีใหญ่กลางจัดพิธีสวดพระอภิธรรม ถวายพระราชกุศลแด่ พระพันปีหลวง วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.00 น. ที่ศาลาการเปรียญหลังใหม่ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ นายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

และมีพ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี เป็นประธานจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพระวชิรคณาทร “เจ้าคุณแจ้” เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พร้อมด้วยคณะพระสงฆ์ ไวยาวัจกร วัดบางพลีใหญ่กลาง คณะผู้บริหาร พนักงาน ข้าราชการ อบต.บางพลีใหญ่ เจ้าหน้าที่พยาบาล โรงพยาบาลบางพลี เจ้าหน้าที่ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลางข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี

และประชาชนชาวอำเภอบางพลี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล
โดยมีนายขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางพลี นายชัยยันต์ กองอรรถ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ นายธนิต ปานรอด รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลบางพลี

ถวายผ้าไตรบังสุกุล พระสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง 9 รูป สวดพระอภิธรรมและพิจารณาผ้าบังสุกุล กรวดน้ำ เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ม.นราธิวาสฯเปิดการประชุม Kick-off และ Co-Design Workshop เดินหน้าโครงการวิจัยสร้างกลไกความร่วมมือพัฒนาเมืองต้นแบบ 3 จังหวัดภาคใต้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมนวบานบุรี ชั้น 3 ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดการประชุม Kick-off และ Co-Design Workshop ภายใต้โครงการวิจัย “การสร้างกลไกความร่วมมือในการขยายผลการพัฒนาเมืองต้นแบบชายแดนใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ร่วมกับ ผศ.ดร.สุริยจรัส เตะชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และภาคประชาสังคมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้

สำหรับโครงการวิจัยดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนงานย่อย N22 (S2P13) ในโปรแกรมพัฒนาเมืองน่าอยู่และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองตาม 5 มิติของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้แก่ มิติคน สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและความมั่งคั่ง ความปลอดภัย และความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนา มุ่งปิดช่องว่างการทำงาน “ต่างคนต่างอยู่” สู่ความร่วมมือเชิงสถาบัน

นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และสตูล ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงสู่มาเลเซียและอาเซียน แม้จะมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ยังเผชิญปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ สถานการณ์ความไม่สงบ และความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี

ทั้งนี้การวิเคราะห์สถานการณ์พบว่า ปัญหาสำคัญคือการขาดการบูรณาการความร่วมมือและการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน รวมถึงช่องว่างทางเทคโนโลยีของวิสาหกิจชุมชน ทำให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไม่สามารถแข่งขันในตลาดสมัยใหม่ได้

สำหรับโครงการนี้จึงมุ่งสร้าง “กลไกความร่วมมือเชิงสถาบัน” (Institutional Collaboration Mechanism) เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน พัฒนานโยบายนวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีพร้อมใช้จากมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์สู่ชุมชน เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

ซึ่งกิจกรรมในวันนี้มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมอย่างเข้มข้นผ่าน Co-Design Workshop โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการ สร้างความเข้าใจร่วมกัน ในสถานการณ์ ปัญหา และศักยภาพของพื้นที่ และการ ร่วมออกแบบโซลูชันและกลไกความร่วมมือ เพื่อให้การพัฒนาเกิดผลสัมฤทธิ์จริง

โดยการประชุมแบ่งเป็นสองส่วนสำคัญ ได้แก่ 1. นำเสนอข้อมูลพื้นฐาน (Baseline) และสถานการณ์ของ 6 อำเภอในพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ อำเภอเมืองนราธิวาส ตากใบ สุไหงโก-ลก แว้ง เบตง และควนโดน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมมีข้อมูลตั้งต้นที่ตรงกัน ครอบคลุมปัญหา ผลกระทบ และปัจจัยท้าทายของแต่ละพื้นที่ 2. กิจกรรม Co-Design Workshop แบ่งเป็น 2 ช่วง
ส่วนที่ 1: “ทบทวนอดีต – เข้าใจปัจจุบัน”ผู้เข้าร่วมแต่ละกลุ่มร่วมวิเคราะห์ประวัติการทำงานของชุมชน ปัญหา ผลลัพธ์ที่ผ่านมา และทุนทางสังคมที่มีอยู่

ส่วนที่ 2: “ค้นหาจุดเด่น – ต่อยอดอนาคต”เพื่อค้นหาศักยภาพของแต่ละพื้นที่และร่วมออกแบบต้นแบบการพัฒนา (Model) ที่สามารถนำไปขยายผลในวงกว้าง โดยตัวแทนจากทุกภาคส่วนกว่า 7 กลุ่มเข้าร่วมซึ่งงานนี้ได้รับความร่วมมือจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยนเรศวรหน่วยงานภาครัฐจังหวัดนราธิวาส ยะลา และสตูล ส่วนปกครองท้องถิ่น 6 อำเภอ ภาคธุรกิจเอกชนและหอการค้า นักวิจัยและบุคลากรจากหลายสถาบัน

นายวีรพัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างกลไกการทำงานร่วมกันที่เข้มแข็ง นำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสม การสร้างบุคลากรแกนนำ “ครูค่ายชายแดน” และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างยั่งยืน ก่อนประกาศเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ
////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชมรมโฮปฯ มอบน้ำดื่ม 1,200 ขวด ส่งต่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.เสนา อยุธยา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงานชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ภายในวัดมหาวงษ์ (ปากน้ำ) ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล

ประธานชมรมโฮปฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันมอบน้ำดื่มขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 100 แพ็ก รวม 1,200 ขวด ให้แก่ตัวแทนชมรมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยเมืองแพรกษาใหม่ นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดร.ปิยนุช(หรือแนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮป สะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้มอบน้ำไปร่วมกับชมรมอาสาสมัครบรรเทาภัย เมืองแพรกษาใหม่ เพื่อไปช่วยน้ำท่วมที่ อ.เสนา จังหวัดอยุธยา ทางชมรมอยากเป็นสะพานบุญร่วมช่วยเหลือเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ เพราะระดับน้ำ

ที่นั่นสูงเกือบ 3 เมตร และได้ยินว่าขาดแคลนน้ำดื่ม ทางชมรมจึงมีความยินดีที่ได้เป็นสะพานบุญ ช่วยเหลือน้ำดื่ม แก่พ่อแม่พี่น้องที่จังหวัดอยุธยาในครั้งนี้การมอบสิ่งของช่วยเหลือดังกล่าว

สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างชมรมโฮปฯ และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่สมุทรปราการ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร

แชร์เนื้อหานี้

ทสภ. จัดซ้อมแผนฉุกเฉินระบบลำเลียงกระเป๋า จำลองแผ่นดินไหว–รังสีรั่วไหล ยกระดับความปลอดภัยสร้างความมั่นใจผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร สายการบิน และผู้ประกอบการ พร้อมรับมือฟื้นฟูการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นายสืบพงษ์ คำโฮงค์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายบำรุงรักษา) เป็นประธานเปิดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุของฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Contingency Plan) ระดับ 3 แบบเต็มรูปแบบ (Full – Scale) ประจำปีงบประมาณ 2569 (Baggage Handling Emergency Exercise 2025 : BHEMEX-25) กรณีอพยพเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว รวมถึงสถานการณ์เพิ่มเติมกรณีการเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด

เพื่อให้พนักงาน ผู้ประกอบการในพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้ร่วมฝึกซ้อมเพื่อสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยของระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระให้เป็นไปตามมาตรฐาน ตลอดจนการฟื้นคืนระบบฯ ให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยการฝึกซ้อมฯ มีนายอดิศักดิ์ ทูลสูงเนิน รองผู้อำนวยการท่าอากาศยาน (สายปฏิบัติการ 1) ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์ ณ ศูนย์อาหารฝั่งตะวันออก ชั้น 2 อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT – 1)

นายสืบพงษ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมฯ ดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใน ทสภ. อาทิ ฝ่ายระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระ ฝ่ายมาตรฐานท่าอากาศยานและอาชีวอนามัย ฝ่ายไฟฟ้าและเครื่องกล ฝ่ายสนามบินและอาคาร ฝ่ายการแพทย์ และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง อาทิ บริษัท ล็อกซเล่ย์ อีโวลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด บริษัท แอโร่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัทให้บริการภาคพื้น (GHA) คณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ (AOC) และสายการบิน เข้าร่วมการฝึกซ้อม เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนลดความเสี่ยงต่อการให้บริการ โดยเฉพาะด้านการบริหารจัดการกระเป๋าสัมภาระในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมฯ ได้เพิ่มเติมสถานการณ์ กรณีเกิดรังสีรั่วไหลจากม่านกั้นรังสีของเครื่อง X – ray ชำรุด ที่บริเวณ Sorting Area ชั้น G เพื่อให้การฝึกเป็นไปตามกฎกระทรวงที่กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ. 2564 (ข้อ 18) ซึ่งระบุให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเกี่ยวกับรังสีเป็นประจำทุกปี เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมในการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุจริงการฝึกซ้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ทสภ. ในการยกระดับมาตรฐาความปลอดภัยสู่ระดับสากล สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน สายการบิน และผู้ใช้บริการ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพันธกิจของ ทสภ. ในการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Regional Aviation Hub) อย่างมั่นคงและยั่งยืน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสมุทรปราการ ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา วางแผนรับมือน้ำเหนือ–น้ำทะเลหนุน /“แนนซี่” ประธานชมรมโฮปฯ เยี่ยมน้องจูจิ ผู้ป่วย หลังอาการทรุด-สมองฝ่อ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ / น.ส.ดวงสมร พรช่วยกอบกุล ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอำเภอพระประแดง / นายพิศิษฐ์ รุ่งเรือง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง / ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย /

นายฉัตรชัย เวชสาร ผู้อำนวยการเจ้าท่าจังหวัดสมุทรปราการ / พ.อ.ธนิวรรธณ์ คำกรุนันทกานต์ รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัดสมุทรปราการ / และ พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.4 บก.รน.ตำรวจน้ำจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดสำคัญของ

ท่าเรือข้ามฝากและแพขนานยนต์ ที่ให้บริการประชาชนจากฝั่งอำเภอพระประแดงไปยังฝั่งถนนปู่เจ้าสมิงพราย ซึ่งในช่วงนี้มีระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุน ประกอบกับมวลน้ำเหนือที่ไหลลงมาสมทบและฝนตกในพื้นที่คณะผู้บริหารจังหวัดได้ร่วมลงเรือสำรวจแนวแม่น้ำ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

ได้ออกแนวทางปฏิบัติ 7 ข้อสำคัญ ได้แก่ 1.ให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร จากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด / 2.เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยา และอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ล่วงหน้า / 3.วางแผนเส้นทางเดินทาง

ให้รอบคอบก่อนออกจากบ้านเพื่อความปลอดภัย / 4.กำชับผู้ประกอบการเรือและแพขนานยนต์ ให้ตรวจสอบความปลอดภัย มีเสื้อชูชีพเพียงพอ และดูแลความมั่นคงของโป๊ะเทียบเรือ / 5.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร / 6.เตือนผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ให้ใช้ความระมัดระวังขณะสัญจรในพื้นที่น้ำท่วมขัง / 7.หากได้รับความเดือดร้อน ให้ติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งสายด่วน 1784 (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) และ 192 (ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า “สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้ปากอ่าว จึงได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน น้ำเหนือที่ไหลลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงฝนตกตามฤดูกาล ซึ่งทั้งหมดส่งผลต่อระดับน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา”ผู้ว่าฯ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พบว่าคันกั้นน้ำบางส่วนชำรุดหรือไม่สมบูรณ์ ทางจังหวัดได้ประสานศูนย์ป้องกันภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อเร่งเสริมแนวคันกั้นน้ำและแก้ไขจุดเสี่ยงโดยด่วนด้าน ดร.สรรเกียรติ กุลเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองปู่เจ้าสมิงพราย กล่าวว่า“การป้องกันน้ำท่วมเป็นเรื่องยากเพราะเป็นภัยธรรมชาติ แต่ทางเทศบาลมีทีมงานพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น เครื่องสูบน้ำที่ต้องซ่อมแซมเร่งด่วนเมื่อชำรุดกะทันหัน แต่เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำ”


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

“แนนซี่” ประธานชมรมโฮปฯ ลงพื้นที่เยี่ยมน้องจูจิ ผู้ป่วยชักไม่ทราบสาเหตุ หลังอาการทรุด-สมองฝ่อ

เมื่อช่วงบ่าย วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ดร.ปิยนุช (แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา พร้อมด้วย นายวสุ เผ่าตำรวจ รองประธานชมรมฯ และเจ้าหน้าที่ชมรมโฮปฯ ได้เดินทางไปเยี่ยม น้องจูจิ ผู้ป่วยโรคชักที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

ณ บ้านพักของครอบครัว ภายในซอยหลังธนาคารกรุงเทพ ถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) หลักกิโลเมตรที่ 14 หมู่ 4 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อให้กำลังใจและมอบสิ่งของยังชีพ อาทิ ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง ขนม น้ำดื่ม และเงินช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ กล่าวว่า วันนี้ได้ไปลงเคสบ้านน้องจูจิ เคยดูแลน้องมาเกือบสองปี มีช่วงนึงที่น้องดีขึ้นและสามารถไปโรงเรียนได้ แต่ช่วงนี้กลับมามีอาการชักเกือบทุกวัน ทางคุณพ่อคุณแม่น้องแจ้งว่าน้องมีอาการสมองฝ่อ จะต้องย้ายโรงพยาบาลไปรักษาต่อในกรุงเทพ ทางชมรมได้ดูแลอย่างต่อเนื่องโดยนำข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมกับเงินช่วยเหลือ มาช่วยน้อง เพื่อได้แบ่งเบาภาระปัญหาทางครอบครัว เพราะน้องน่าสงสารมาก

ได้ไปเรียนแค่ปีที่แล้วที่อาการดีขึ้น แต่ตอนนี้ต้องหยุดเรียนอีกแล้วเพราะน้องมีอาการชักและน้องยังเด็กมาก ดร.ปิยนุช พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปฯ ยื่นยันว่า ทางชมรมโฮปฯ จะยังคงดูแลน้องจูจิอย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้ง และจะคอยเป็นกำลังใจให้ครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้
ทั้งนี้ “น้องจูจิ” เป็นหนึ่งในหลายครอบครัวที่ทางชมรมโฮปฯ ให้การช่วยเหลือใน ด้านอาหาร สิ่งของ และเงินช่วยเหลือ โดยชมรมยังคงเดินหน้าภารกิจ “สะพานบุญแห่งความหวัง” เพื่อส่งต่อโอกาสและความเมตตาแก่ผู้ป่วยยากไร้


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “Fix it – อาชีวะจิตอาสา” ซ่อมบ้าน ซ่อมใจ จากพลังฝีมือ เป็นพลังใจ สร้างสังคมแห่งการให้ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย–กัมพูชา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 — นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “Fix it – อาชีวะจิตอาสา” ส่งมอบบ้านเรือนที่ได้รับการซ่อมแซมให้แก่ผู้ประสบเหตุจากความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมมอบถุงยังชีพและอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลเสาธงชัย ณ ศาลากลางประชาคมหมู่บ้าน บ้านภูมิซรอลใหม่ หมู่ 12 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โดยมีนายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ และเอกชน ผู้บริหารสังกัดสำนักงานอาขีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ทั้งภาครัฐและเอกชน ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วม

นายยศพล กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ส่งผลกระทบชีวิตความเป็นอยู่และบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหาย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีความห่วงใย มอบหมาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ และมอบหมายต่อให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัด Fix it – อาชีวะจิตอาสา เข้าช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น และซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมา สอศ. ได้ให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวในสถานศึกษา จัดครัวอาชีวะบริการอาหาร น้ำดื่ม และซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย สอศ. บูรณาการการดำเนินงานระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ และสถานศึกษาในพื้นใกล้เคียง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน

นายยศพล กล่าวต่อว่า วันนี้ สอศ. ได้ดำเนินกิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา เรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งมอบบ้านเรือนที่ซ่อมแซมแล้ว 24 หลัง พร้อมมอบถุงยังชีพ 570 ชุด ที่เป็นเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารกล่องพร้อมเครื่องดื่ม 500 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งจัดครู นักเรียน นักศึกษาอาชีวะให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกลการเกษตร และยานพาหนะ มอบพันธ์ุไม้-สอนตอนกิ่ง และฝึกอาชีพระยะสั้นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดศรีสะเกษ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยอื่นๆ เป็นค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและนอกพื้นที่

นายยศพล กล่าวปิดท้ายว่า กิจกรรม Fix it – อาชีวะจิตอาสา ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งสร้างความมั่นคงในชีวิต และอาชีพของประชาชน Fix it – อาชีวะจิตอาสา คือ Soft Power อาชีวะ ที่แสดงพลังของน้องๆ นักเรียนอาชีวะ พร้อมเสียสละ นำความรู้และทักษะช่วยเหลือสังคม และมั่นใจได้ว่าฝีมือนักเรียน นักศึกษา ได้มาตรฐานวิชาชีพทางด้านช่าง มีคุณภาพ 100 % และเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ สอศ. ที่มุ่งสร้างสังคมแห่งการให้ ที่ไม่เพียงสร้างช่างฝีมือ แต่ยังสร้างพลังอาชีวะจิตอาสาเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
///////////
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์