คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม เข้าจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ ป้องกันลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้าม

แชร์เนื้อหานี้

เรือนจำกลางนครปฐม บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้าม ตลอดจนสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ

กรณีพิเศษ โดยเรือนจำกลางนครปฐม ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 โรงเรียนการบินกำแพงแสน กรมการสัตว์ทหารบก และตำรวจภูธร

จังหวัดนครปฐม แบ่งกำลังเป็นชุดจู่โจมเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อป้องปรามการลักลอบนำ

ยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามเข้าสู่เรือนจำ อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมและประชาชนต่อระบบการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และกรมราชทัณฑ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างเรือนจำให้เป็น “เรือน

จำสีขาว” ปราศจากยาเสพติด และสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะในช่วงเทศปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด ไม่พบการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของ
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.บึงกาฬ ผนึกกำลังหน่วยงานความมั่นคง จับชาวลาวลอบขน “Happy Water” กว่า 500 ซอง มูลค่า 1.05 ล้านบาท

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นำโดย พ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ แก้วสมนึก รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ, พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, พ.ต.ท.หญิง ทุเรียน ประตังถาโต รอง ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ, หน่วยเรือ นรข.บึงกาฬ, ตำรวจน้ำบึงกาฬ และหน่วยความมั่นคง ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดยาเสพติดให้ทาประเภท1 จับกุมบุคคลสัญชาติลาว พร้อมของกลางยาเสพติดรูปแบบใหม่ “Happy Water” หลังลักลอบนำเข้าจากฝั่งประเทศเพื่อบ้านเข้ามาในประเทศไทยทางลำน้ำโขง

การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาระดับสูง พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ, พ.อ.มาณวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4, เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งขบวนการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ต้องสงสัยบริเวณถนนเลียบฝั่งโขง บ้านนาโนน อำเภอเมืองบึงกาฬ ขณะกำลังลำเลียงกล่องกระดาษจากแม่น้ำโขง เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้พยายามโยนกล่องทิ้งลงน้ำ แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ทัน ภายหลังทราบชื่อ นายจูด อายุ 51 ปี ชาว สปป.ลาว ไม่มีเอกสารประจำตัว จากการตรวจสอบพบของกลางภายในกล่อง พบซองพลาสติกหลากสี มีข้อความบนซองว่า

“COLLAGEN, Rolls-Royce, Araya Gluta COLLAGEN” มีชื่อทางการค้าว่า “Happy Water” รวมจำนวน 526 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 27 กิโลกรัม ซึ่ง พฐ.จว.บึงกาฬ ตรวจยืนยันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 มีมูลค่าทางการตลาดกว่า 1,052,000 บาท ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนส่งจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาครอบครองยาเสพติดโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้แพร่ระบาดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทหารพราน ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ปราบปรามไม่หยุดทลายแก๊งค้ายานรกภายในหมู่บ้านพื้นที่จ.มุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 เวลา 16.30 น. ที่บริเวณคลองห้วยแข้ ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร หลังจากสืบทราบว่าแก๊งค้ายาในพื้นที่ ลักลอบขายาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นราคาเข้าถึงได้ง่าย จึงเข้าแจ้งเบาะแสให้กับ ร้อยโท วันชาติ เหมือนปืน ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21

จึงบูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ดำเนินการปฏิบัติการตามนโยบาย การป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล Quick Big Win “รวมพลัง รักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ บังคับใช้กฎหมายเข้าปิดล้อมตรวจค้นต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ยาเสพติด ตัดตอนเส้นทางลำเลียงยานรก

ก่อนกระจายเข้าหมู่บ้าน ปฏิบัติการบุกทลายแก๊งค้ายาบ้า โดยเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบริเวณคลองห้วยแข้ ถ.มุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร โดยใช้บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.หมายเลขบัตร 6702245 ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว จึงได้บูรณาการวางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณตามที่ได้รับแจ้ง ครั้นเมื่อเวลา 16.25 น. ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ

ได้ตรวจชาย จำนวน 1 คน กำลังเดินลงมาตามคลองห้วยแข้ ฯ ลักษณะท่าทางมีพิรุธ จนกระทั่งเวลา 16.30 น.ชุดปฏิบัติการร่วม ฯ ที่เฝ้าตรวจและสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ จึงได้แสดงตัวให้สัญญาณหยุดเพื่อขอตรวจค้น เมื่อชายดังกล่าวเห็นว่าเป็น จนท.จึงได้พยายามที่จะวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ นายเอกชัย ธิพรพันธ์ อายุ 29 ปี

จากนั้น ชุดปฏิบัติร่วม ฯ จึงได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนทำการตรวจค้นภายในร่างกาย ผลการตรวจค้น พบถุงพลาสติกสีชมพูลักษณะกดปิดดึงเปิดประทับตราอักษร A จำนวน 1 ถุง ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เม็ดสีแดง จำนวน 240 เม็ด และเม็ดสีเขียว จำนวน 4 เม็ด รวมยาบ้าทั้งสิ้น จำนวน 244 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลของนายเอกชัย ธิพรพันธ์ ฯ ที่สะพายอยู่ จนท.จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายัง จึงทำการควบคุมตัวผู้ต้องหา

พร้อมของกลางมายับก.ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าเพิ่มเติม และทำการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะที่จับกุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ตาม มาตรา 22 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปภาพ/ข่าว : ร้อย.ฉก.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21_///_เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.–ตร.ชุมพร บูรณาการจับผู้เฒ่ารวมกลุ่มเล่นพนันกลางชุมชน อ.ทุ่งตะโก เตือนช่วงปีใหม่ “ลักลอบเล่น เจอจับจริง ดำเนินคดีทุกราย”

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัด.ชพ. ภายใต้การอำนวยการของ พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รอง ผอ.รมน. จังหวัด ชพ., พ.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว หน.ข่าว กอ.รมน.ฯ. นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรต๔๐๓ (ชพ) จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง, จ.ส.อ.พงศ์ศิลป์ รุ่งอาญา, จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร,พ.ต.อ.เด่นดวง ทองศรีสุข รอง ผบก.ภ.จว. ชุมพร.พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณผกก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี รอง.ผกก.สืบสวน ภ.จว. ชุมพร

นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ปรัชญา ชัยงาม สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร,ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ สมสนิท รอง สว.ฯ, ร.ต.ท.ประสาน สุวรรณโณ รอง สว.ฯ, ด.ต.วัชรพันธ์ ชูละออง,ด.ต.สมยศ ยังวัฒนา,จ.ส.ต.ภาณุวัฒน์ สูงสง่าวงศ์,จ.ส.ต.ก้องศักดิ์ ชูแก้ว, จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ มีสติ, ส.ต.ท.ณัฐชัย สุขประวิทย์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓ ภายใต้การอำนวยการของ ภายใต้อำนวยการ พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์ ณ สงขลา สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 สั่งการให้ ร.ต.อ.คณิศร บุญสิน รอง สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 ด.ต.ยุทธพงค์ เรืองดำ ผบ.หมู่ ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 ต.ต. สิงหา นิรัญชอน ผบ.หมู่ ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งตะโก ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.วัชระ เผือกจันทร์ ผกก.สภ.ทุ่งตะโก

นำโดย ร.ต.อ.อานนท์ ป่าพิทักษ์ รอง สว.สส.สภ.ทุ่งตะโก พร้อมด้วย ส.ต.ต.พีรพล เพ็ชรศรี สนธิกำลังบูรณาการหลายหน่วย เข้าจับกุมกลุ่มบุคคลลักลอบเล่นการพนันกลางชุมชนในพื้นที่อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร พร้อมของกลางจำนวนมาก ย้ำชัดช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เจ้าหน้าที่คุมเข้มทุกพื้นที่ หากฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่มีละเว้นการจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2564 เวลาประมาณ 13.30 น. บริเวณบ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 5 ตำบลทุ่งตะไคร อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร หลังเจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนความมั่นคง 1374 ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันในพื้นที่ดังกล่าวเข้าตรวจสอบเป้าหมายตามแผน

เมื่อไปถึงพบกลุ่มบุคคลกำลังล้อมวงเล่นการพนันไพ่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ ก่อนจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย อีก 4 ราย “ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ผ่องไทย) และอีก 5 ราย ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ผ่องไทย) รวมเป็น 13 ราย พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ ไพ่จำนวนมาก เงินสด และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นการพนัน
จากการสอบถาม ผู้ถูกจับกุมทั้งหมด ให้การรับสารภาพ ว่าร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันจริง โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน
“ร่วมกันลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายครบถ้วน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งตะโก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเฝ้าระวังพิเศษ การลักลอบเล่นการพนัน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านเรือน พื้นที่ชุมชน หรือแอบอ้างเป็นกิจกรรมสังสรรค์ ล้วนเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำคุกและปรับ และจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกรายพร้อมขอความร่วมมือประชาชน งดเว้นการพนันทุกรูปแบบ และร่วมเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสการกระทำผิด เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชุมชนช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นรข.สกัดจับกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขง 130 กระสอบ 3,900 กก.ไม่ยอมเสียภภาษี 300,000 บาท

แชร์เนื้อหานี้

นรข.สกัดจับกระเทียมเถื่อน ลักลอบขนข้ามโขงไม่ยอมเสียภาษี
มุกดาหาร สถานีเรือมุกดาหาร (นรข.) สนธิกำลังหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ตรวจยึดกระเทียมแห้ง เถื่อนลักลอบขนข้ามโขงจากฝั่งประทศเพื่อนบ้านจำนวน 130 กระสอบ น้ำหนัก 3,900 กิโลกรัมโดยไม่ยอมเสียภภาษี มูลค่ากว่า 300,000 บาทออกมา

แถลงข่าว สืบเนื่องเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.68 นาวาโท โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ร่วมตรวจคนเข้าเมืองมุกดาหาร ด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ด่านศุลกากรมุกดาหาร และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำกำลังร่วมออกลาดตระเวน แนวริมฝั่งแม่น้ำโขงเพื่อปล้องกันและปราบปรามกลุ่มขบวนการส่งออกนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรผิดกฎหมาย

เมื่อเจ้าหน้าที่ลาดคระเวนมาถึงบริเวณริมฝั่งโขงบ้านนาโปน้อย เขตเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ได้พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์หางยาวมีคนขับเรือเป็นชายคิดว่าเป็นชาวลาวขับแล่นข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกำลังเข้าเทียบท่าบริเวณดังกล่าวโดยในเรือบรรทุกกระสอบ

สีชมพูเต็มลำเรือกำลังเข้าเทียบท่าดังกล่าวโดยมีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8-10 คนรอแบกกระสอบขึ้นฝั่งเจ้าหน้าที่จึงเรียกให้อยุดทันที่คนขับเรือกระโดดน้ำหว้ายน้ำเข้าฝั่งหลบหนีส่วน

กลุ่มชายรอแบกกระสอบวิ่งหลบหนีไปกับความมืดเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตรงจุดเกิดเหตุพบกระสอบบรรจุกระเทียมแห้ง จำนวน 130 กระสอบ น้ำหนัก 3,900 กิโลกรัม ซึ่งมีมูลค่า 300,000 บาทโดยไม่ยอมเสียภาษี

เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดของกลางกระเทียมพร้อมด้วยเรือเหล็กพร้อมเครื่องยนต์หางยาว จำนวน 1 ลำ มาที่หน่วยเรือ นรข.มุกดาหารเพื่อตรวจสอบให้ระเอียตเพื่อสอบหาเจ้าของที่ลักลอบนำสินค้ากระเทียมเข้าโดยไม่ยอมเสียภาษีก่อนน้ำส่งด่านศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตม.ประจวบฯ รุกหนัก! กวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ-กวดขันแรงงานเถื่อน ยกระดับความปลอดภัยเมืองท่องเที่ยวรับธันวาคม

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 08.00 น. ณ ลานหน้าอาคารที่ทำการ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เทียนชัย ชมภู ได้เป็นประธานปล่อยแถวระดมพลตามภารกิจของ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) โดยมี พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบฯ นำทีมชุดสืบสวน ผสานกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวหัวหิน, ภ.จว.ประจวบฯ และ กอ.รมน. เพื่อเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด
หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่เข้าตรวจสอบคือ โครงการศิวนา ซอยหัวหิน 126 ตำบลหนองแกซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ ผลการตรวจสอบพบแรงงานรวม 40 ราย แบ่งเป็นชาวกัมพูชา 8 ราย เมียนมา 16 ราย และแรงงานไทย 16 ราย แม้ในจุดนี้จะไม่พบการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้โอกาสนี้ “กำชับและป้องปราม” ไม่ให้มีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมอย่างเด็ดขาด

เปิดสถิติ 20 วันอันตราย: กวาดล้างจริง จับจริง
จากการสรุปผลการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 20 ธันวาคม 2568 ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้โชว์ผลงานการจับกุมที่น่าสนใจ สะท้อนถึงการทำงานที่กัดไม่ปล่อย โดยมียอดผู้ต้องหารวมถึง 17ราย แบ่งเป็นคดีสำคัญดังนี้:
หลบหนีเข้าเมือง:** จับกุมได้ 5 ราย (กัมพูชา 4 ราย และเมียนมา 1 ราย)
คดีอาญาและภัยสังคม:* จับกุมผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.อาวุธปืน 2 ราย และการพนันออนไลน์ 1 ราย

  • การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง: ความผิดตามมาตรา 38 (การไม่แจ้งที่พักอาศัย) 1 ราย และมีการเพิกถอนสิทธิการอยู่ในราชอาณาจักร 1 ราย (สัญชาติกัมพูชา)
    ผลงานชิ้นโบแดง:การตามรวบตัวบุคคลตาม “หมายจับ” ได้ถึง 7 ราย ซึ่งมีหมายติดตัวรวมกันถึง 14 หมาย นับเป็นการขจัดเนื้อร้ายออกจากพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
    การเดินหน้ากวดล้างอย่างต่อเนื่องนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึงชาวเมืองประจวบฯ ทุกคน ว่าเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง
    พ.ต.อ.เทียนชัย ชมภู กล่าวว่า การตรวจสอบจะยังคงเข้มข้นต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของแรงงานต่างด้าวและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนที่พำนักในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อันจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระยะยาว

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภ.จว.ประจวบ”ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรม” สร้างความเชื่อมั่นปีใหม่ 2569/นานาชาติแสตมฟอร์ด นำบัณฑิตนานาชาติ 1,226 คนในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ ลานสุขแสวง หน้าอาคารที่ทำการ ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและเตรียมความพร้อมรับมือช่วงเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ 2569

ขานรับนโยบายเชิงรุก ปราบปรามทุกมิติ การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขานรับนโยบายจากสำนักงานตำรวจภูธรภาค 7 โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะปัญหาที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น เช่น การประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกาย ปัญหายาเสพติด การแข่งรถในทางสาธารณะที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ รวมถึงอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มักฉวยโอกาสในช่วงหยุดยาว เพื่อรักษาสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

พร้อมผนึกกำลัง “ประจวบฯ ทีม” พาหนะครบมือ ความพิเศษของภารกิจนี้คือการบูรณาการกำลังพลจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบตามแผนผังการจัดแถว ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ. ต่างๆ ในสังกัด อาทิ สภ.สามร้อยยอด, สภ.สามกระทาย, สภ.บ้านยางชุม, สภ.กุยบุรี, สภ.อ่าวน้อย, สภ.เมืองประจวบฯ, สภ.คลองวาฬ และ สภ.ห้วยยาง ทำงานร่วมกับตำรวจทางหลวง, ตำรวจท่องเที่ยว, ตม., ตำรวจสันติบาล, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) รวมถึงฝ่ายปกครอง โรงพยาบาล และมูลนิธิต่างๆ โดยมีการระดมพาหนะทั้งรถยนต์สายตรวจ สภ.ละ 2 คัน รถตู้ และรถจักรยานยนต์ เพื่อกระจายกำลังเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ส่งสัญญาณ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” พร้อมดูแล 24 ชั่วโมง ในพิธีดังกล่าว พ.ต.อ.บุญธรรม เย็นจิตร ผกก.ฝอ.ฯ ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การปฏิบัติงาน ก่อนที่ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง จะให้โอวาทเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ พร้อมลั่นสัญญาณปล่อยขบวนรถปฏิบัติการออกสู่พื้นที่ เพื่อยืนยันว่าตำรวจประจวบคีรีขันธ์และภาคีเครือข่ายพร้อมดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด ให้เทศกาลแห่งความสุขปีนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด นำบัณฑิตนานาชาติ 1,226 คนจาก 32 ประเทศทั่วโลก ร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระพันปีหลวง ในพิธีประสาทปริญญาบัตรครั้งที่ 26

มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร
ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร โดยในปีนี้มีบัณฑิตระดับปริญญาเอก ปริญญาโท และปริญญาตรี รวมทั้งสิ้น 1,226 คน จาก 32 ประเทศทั่วโลก

พิธีการสำคัญเริ่มต้นด้วยการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดย ดร. อภิเทพ แซ่โค้ว (รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัย) ได้นำคณะทูตประจำประเทศไทย คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ ศิษย์เก่า และบัณฑิตทุกระดับชั้นร่วมแสดงความอาลัย พร้อมกล่าวน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อการขับเคลื่อนพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาและสร้างความร่วมมือระดับสากล

ในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้ง มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดพิธีประสาทปริญญาบัตรภายใต้แนวคิด “Empower Graduates: Global Graduation, Global Change” ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นว่าบัณฑิตจากแสตมฟอร์ดจะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมด้วยความรู้ ความสามารถ และมุมมองสากล ตามพันธกิจ “4-I” ของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย Internationality (การเสริมสร้างความเป็นนานาชาติผ่านสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมและการเรียนรู้ที่หลากหลาย), Industrial linkages (การเชื่อมโยงองค์ความรู้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม), Innovation (การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์), และ Integrity (การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม) เพื่อหล่อหลอมบัณฑิตให้มีความพร้อมในการก้าวสู่โลกยุคใหม่และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ประเทศไทยและประชาคมโลก

พิธีประสาทปริญญาบัตรในครั้งนี้ ได้มีการมอบ “รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น” (Distinguished Alumni Award) ให้แก่ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและสร้างคุณประโยชน์ในหลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบัณฑิตใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิษย์เก่าดีเด่นจากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้ ได้แก่ ดร.สมชาย กระแจะเจิม ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ , คุณชลวิวัฒน์ โฆษิตชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวหินสาร จำกัด , คุณสวาท แซ่ตัน ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสาคร , คุณสุทธิกานต์ วัชระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เติมเต็ม พร็อพเพอเซอร์วิส จำกัด , และ คุณจันทิมา เจียงวิลาวัณย์ กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จัน เจียง ฟู้ดส์

นอกจากนี้ ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาเขตหัวหิน-ชะอำ ในปีนี้ อาทิ คุณจินตนา เหมไอยรา รองนายกเทศมนตรีตำบลบางแพ จังหวัดราชบุรี, พันตำรวจตรีสารัช เภาศรี สารวัตร(สอบสวน) สภ.แก่งกระจาน จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต MPA, และ คุณระวิยา ไชยสวัสดิ์ CEO บริษัท ระวิยา แลนด์แอนเฮ้าส์ จำกัด หัวหิน เกียรตินิยม อันดับหนึ่ง หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต MBA เป็นต้น
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส่งออกน้ำมัน ชายแดนมุกดาหาร ยังปกติ ศุลกากร ป้องกันความเสี่ยงทุกมิติ / โชเฟอร์รถน้ำมันมุกดาหาร เปิดใจโต้ดราม่าโซเชียล ยันส่งแค่ “ลาว” ปัดขนเข้าเขมร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม นายณัชพล คงคาหลวง ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร แบะนางสาวกัลย์ณภัส มณีธนกิตติ์
หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่1 ส่วนบริการศุลกากร ด่านศุลกากรมุกดาหาร เปิดเผยถึงสถานการณ์การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2568 ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงธันวาคม พบว่าปริมาณการส่งออกลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

นายณัชพลระบุว่า จากการเก็บข้อมูลสถิติ ปริมาณรถบรรทุกน้ำมันที่ผ่านด่านในแต่ละวันยังอยู่ในระดับปกติ เฉลี่ยประมาณวันละ 20 คัน โดยบางวันมีจำนวนมากถึง 30 คัน และบางวันลดลงเหลือราว 17–19 คัน ซึ่งถือว่าเป็นความผันผวนตามสภาพการค้า ไม่ได้มีสัญญาณผิดปกติแต่อย่างใด

สำหรับภาพรวมรายเดือน ปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านด่านมุกดาหารอยู่ที่ประมาณ 15–20 ล้านลิตรต่อเดือน โดยเป็นน้ำมันดีเซลมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 70–80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นน้ำมันเบนซินและน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทอื่น รวมถึงน้ำมันอากาศยาน

ขณะเดียวกัน ด่านศุลกากรมุกดาหารได้เริ่มดำเนินมาตรการเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามข้อมูลผู้ส่งออกและผู้รับสินค้า โดยเริ่มบันทึกข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น ทั้งชื่อบริษัทผู้รับปลายทางและเส้นทางการส่งออก เพื่อนำมาเปรียบเทียบก่อนและหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค หากพบความผิดปกติจะมีการรายงานและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

นายณัชพลย้ำว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการส่งออกน้ำมันผ่านด่านยังเป็นกลุ่มเดิม ไม่เกิน 10 ราย และยังไม่พบผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ทั้งนี้ หากมีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ด่านศุลกากรจะรายงานตามลำดับชั้นไปยังส่วนกลาง พร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่ร้องขอ

ศุลกากรมุกดาหาร #ส่งออกน้ำมัน #ชายแดนไทยลาว #เศรษฐกิจชายแดน #ข่าวเศรษฐกิจ #ด่านพรมแดน #มุกดาหาร////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

โชเฟอร์รถน้ำมันมุกดาหาร เปิดใจโต้ดราม่าโซเชียล ยันส่งแค่ “ลาว” ปัดขนเข้าเขมร ลั่นจ้างให้ไปก็ไม่ไป!

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ด่านพรมแดนมุกดาหาร สืบเนื่องจากกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย เผยแพร่ภาพขบวนรถบรรทุกน้ำมันจำนวนมากจอดรอข้ามแดนบริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 โดยมีการตั้งข้อสังเกตและโจมตีทำนองว่า เป็นการลักลอบขนส่งน้ำมันไปยังประเทศกัมพูชา หรือกล่าวหาด้วยถ้อยคำรุนแรงถึงขั้น “ขายชาติ” นั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามกลุ่มพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันที่จอดรอพิธีการทางศุลกากรอยู่บริเวณดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยตัวแทนกลุ่มคนขับรถ (ขอสงวนชื่อ) ได้ออกมาชี้แจงด้วยความอัดอั้นตันใจว่า ข้อมูลที่แชร์กันในโซเชียลนั้นไม่เป็นความจริง และสร้างความเสียหายให้กับคนทำงาน

แจงยิบเหตุรถแน่น “เคลียร์ออเดอร์สิ้นปี” ตัวแทนโชเฟอร์ระบุว่า สาเหตุที่เห็นรถบรรทุกน้ำมันจอดต่อแถวกันยาวเหยียดในช่วงนี้ ประมาณ 20-25 คัน เนื่องจากเป็นช่วงปลายปี บริษัทคู่ค้าจำเป็นต้องเร่งระบายโควตาและเคลียร์คำสั่งซื้อ (Order) ที่ค้างอยู่ให้หมดก่อนขึ้นปีใหม่ ประกอบกับต้องรอเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและศุลกากรเข้ามาตรวจสอบเอกสารและวัดปริมาณน้ำมันอย่างละเอียด จึงทำให้เกิดการสะสมของปริมาณรถ ไม่ใช่การขนส่งผิดปกติแต่อย่างใด

ยันปลายทางคือ “สะหวันนะเขต” พวกผมไปส่งแค่ สปป.ลาว ข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ไปลงคลังน้ำมันที่แขวงสะหวันนะเขต วิ่งเข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร ลงน้ำมันเสร็จก็ตีรถเปล่ากลับไทยทันที ไม่มีการวิ่งทะลุไปประเทศอื่นตามที่เขากล่าวหา” โชเฟอร์รายหนึ่งกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นดราม่าเรื่องการส่งน้ำมันไปกัมพูชา กลุ่มคนขับรถต่างยืนยันเสียงแข็งว่า “ไม่ไป” โดยระบุว่าเป็นความรู้สึกส่วนตัวที่ไม่ต้องการเดินทางไป และหากบริษัทมีคำสั่งให้ไปส่งจริง ตนยอมทิ้งกุญแจรถหรือลาออกดีกว่า แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาวิ่งงานเส้นทางนี้มาตลอด ไม่เคยมีการข้ามไปส่งฝั่งกัมพูชาแม้แต่ครั้งเดียว

ทิ้งท้าย วอนชาวเน็ตหยุดโจมตีด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะพวกตนเป็นเพียงพนักงานรับจ้างขับรถหาเช้ากินค่ำเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว รายได้ก็ไม่ได้มากมาย เดือนหนึ่งได้วิ่งงานเพียง 3-4 เที่ยวเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองระหว่างประเทศแต่อย่างใด

รถน้ำมัน #มุกดาหาร #สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่2 #ดราม่าโซเชียล #สปปลาว #ข่าวชาวบ้าน #โชเฟอร์รถบรรทุก #ความจริงจากพื้นที่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทลายแก๊งขน จยย. ข้ามชาติ ลอบส่งขายลาวผ่านทางมุกดาหาร ยึด 15 คัน ผู้ต้องหาสารภาพทำกว่า 20 ครั้ง เสียหายทะลุ 20 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้ชุดตรวจยึดออกปฏิบัติการปราบปรามขบวนการลักลอบขนรถจักรยานยนต์ส่งออกนอกราชอาณาจักรไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

การจับกุมเกิดขึ้นระหว่างเวลา 23.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม ถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับรถกระบะตู้ทึบต้องสงสัยได้ 2 คัน พร้อมผู้ต้องหา 3 ราย บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 292 ถนนเลี่ยงเมืองยโสธร และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 เขต อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ต่อเนื่องพื้นที่ จ.ยโสธร

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ได้แก่ นายพัฒนพงษ์ อายุ 22 ปี ผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบ ทำหน้าที่ลำเลียงรถจักรยานยนต์จากกรุงเทพมหานครไปยังพื้นที่ชายแดน นายณัฐพงษ์ อายุ 30 ปี คนขับรถกระบะตู้ทึบอีกคัน รับหน้าที่รับรถจักรยานยนต์จากหลายจังหวัดตามคำสั่งผู้ว่าจ้าง และท้าว ก้องมะนี อายุ 19 ปี สัญชาติลาว มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการรับรถจักรยานยนต์ปลายทาง

ส่วนของกลางที่ตรวจยึด ประกอบด้วย รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน 3 ฒฐ 4275 กรุงเทพมหานคร บรรทุกรถจักรยานยนต์ 9 คัน และรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บษ 5962 ฉะเชิงเทรา บรรทุกรถจักรยานยนต์ 6 คัน รวมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ทั้งสิ้น 15 คัน

สอบถามนายณัฐพงษ์ คนขับรถกระบะตู้ทึบทะเบียน บษ 5962 ฉะเชิงเทรา รับสารภาพ ไปรับรถจักรยานยนต์ทั้ง 6 คัน (ทะเบียน กรุงเทพมหานคร 3 คัน ,สระบุรี 2 คัน และนครราชสีมา 1 คัน โดยจะติดกันกับคนว่าจ้างผ่านทางแอปพลิเคชั่น Line แจ้งว่าให้ไปรับจยย. ตามจุดที่แจ้ง และจะได้รับค่าจ้างขนส่งคันละ 1,500 บาท

เมื่อส่งรถจักรยานยนต์ถึงมือผู้รับแล้ว ในครั้งนี้ผู้จ้างให้นำรถจักรยานยนต์ทั้งหมดไปส่ง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร และ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ทำมาแล้ว 5 ครั้ง จนกระทั่งถูกตรวจยึดในครั้งนี้ ส่วนนายพัฒนพงษ์ ผู้ขับขี่รถกระบะตู้ทึบทะเบียน 3ฒฐ 4275 กรุงเทพมหานคร รับสารภาพ ได้ไปรับรถจักรยานยนต์ 9 คนจาก ชุมชนในเขตประชาอุทิศ กรุงเทพฯ โดยได้รับการติดต่อจาก นายขิงฯ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Line ว่าจ้างให้นำรถไปส่งที่ จ.มุกดาหาร ติดชายแดน สปป.ลาว

เมื่อไปถึงสถานที่นัดหมายแล้วจะมีคนมารับต่อ จะได้รับค่าจ้างขนส่งคันละ 1,500 บาท เมื่อส่งรถจักรยานยนต์ถึงมือผู้รับแล้ว นอกจากนี้ยังให้การว่าได้ทำลักษณะนี้ต่อเนื่องกว่า 3 เดือน รวมมากกว่า 20 ครั้งการสืบสวนเชิงลึกพบว่า รถจักรยานยนต์ที่ตรวจยึดได้ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการเช่าซื้อ บางคันเพิ่งออกรถได้เพียง 2 วัน ก่อนถูกนำไปขายต่อให้กับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลให้เกิดความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ทั้งนี้ ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ แยกเป็นกลุ่มจัดหารถ กลุ่มขนส่ง และกลุ่มนายทุนผู้สั่งการ ใช้แอปพลิเคชัน LINE และ Telegram เป็นช่องทางสื่อสาร กำหนดพิกัด เส้นทาง และช่วงเวลาในการลำเลียงอย่างชัดเจนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลไปยังกลุ่มนายทุน ผู้ว่าจ้าง และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป

ทลายแก๊งข้ามชาติ #ขนรถจักรยานยนต์ตำรวจทางหลวง #บชก #อาชญากรรมข้ามชาติลอบส่งออก #ดอนตาล #มุกดาหาร #ยโสธร #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ป.ป.ส. รับตัวบุคคลชาวไทยที่หลบหนีหมายจับคดียาเสพติดจากทางการเมียนมาที่ด่านชายแดนแม่สาย แห่งที่ 2

แชร์เนื้อหานี้

ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ประกาศให้การปราบปรามยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงสุด โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้นำนโยบายดังกล่าวมาสู่การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมด้วยการสร้างความปลอดภัยทางสังคม ชุมชน ครอบครัว สุขภาพของประชาชน และเน้นย้ำให้มีการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนที่มาจากปัญหายาเสพติด

วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผกก.ตม.จว.เชียงราย นายวาริส วิสารทานนท์ นายด่านศุลกากรแม่สาย พันโท ธัณชพัทธ์ สอนถม ผู้บังคับกองบังคับการควบคุมผาทมิฬ ฉก.ทัพเจ้าตากฯ นายดนุชา ไชยวงศ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส. ภาค 5 นายสุวิทย์ สิงห์อยู่ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส. ภาค 6 ผู้แทนตำรวจภูธรภจังหวัดเชียงราย และผู้แทนสำนักงานประสานงานชายแดนไทย – เมียนมา (TBC)

ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อประสานความร่วมมือด้านปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างไทยกับสหภาพเมียนมา พร้อมรับมอบตัวผู้ต้องหาสัญชาติไทยหลบหนีหมายจับ สำหรับการส่งมอบตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีหมายจับในครั้งนี้ เป็นความร่วมมืออันดีจากหน่วยงานในประเทศ อาทิเช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์

ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35.) กองกำลังผาเมือง กรมศุลกากร ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานระหว่างประเทศ อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการเพื่อการควบคุมยาเสพติด (Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา) ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดท่าขี้เหล็ก ได้ประสานความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวการร่วมกัน จึงนำมาซึ่งการจับกุมและส่งมอบตัว จำนวน 4 คน (ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด 2 คน)

ณ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (แม่สาย – ท่าขี้เหล็ก) จ.เชียงราย ซึ่งผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด จำนวน 2 คน ร่วมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภแม่สาย ด่านศุลกากรแม่สาย ตม.จังหวัดเชียงราย ตำรวจแม่สาย ทหาร รับผู้ต้องหา มีรายละเอียดดังนี้
1. นายพลชนะ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.7/2566 ข้อหาจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนไฮโดรคอลไรด์) โดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ซึ่งนายพลชนะฯ มีบทบาทเป็นบุคคลในเครือข่ายของนายภัทรพงษ์ฯ ซึ่งเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญมีศักยภาพในการจัดหายาบ้าระดับ 500,000 – 1,200,000 เม็ด มาจำหน่ายในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ พิษณุโลก


2. นายวิรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1706/2567 ข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต
เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณทางการเมียนมาที่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการกวาดล้างเครือข่ายค้ายาเสพติด โดยเฉพาะนักค้ายาเสพติดคนไทย

ที่มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดในทุกระดับการค้า ซึ่งมีหมายจับคดียาเสพติดและหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน และขอบคุณหน่วยงานภาคีที่ร่วมบูรณาการปราบปรามยาเสพติดและสืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้กระทำผิดในครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเดินหน้าบูรณาการการทำงานในทุกมิติ เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด

ภาพ/ ข่าว โดย. พงศกร ตันสุวรรณ