คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ยึดยาบ้า 106,200 เม็ด จากขบวนค้ายาข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมศรีประดู่ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข.และ พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.นครพนม พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงใน จ.นครพนม

ร่วมแถลงข่าว โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามมาส่งบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.เชียงยืน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงได้สั่งการให้ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อมทั้ง น.ต.สมเจตน์ ค้าทวี หน.เรือนครพนม

ตรวจสอบข่าวพร้อมจัดชุดชุ่มเฝ้าตรวจ และเข้าทำการตรวจสอบพื้นพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น. ได้ทำการตรวจการณ์ด้วยสายตาและกล้องตรวจการณ์กลางคืนพบเรือกีบเพลายาวต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 500 ม. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจึงได้ทำการรีบปิดระยะเข้าทำการตรวจสอบ กระทั่งเหลือระยะห่างประมาณ 200 ม.

ได้ตรวจพบว่าเรือกีบเพลายาวได้แล่นกลับไปทางฝั่ง สปป.ลาว ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้รีบเข้าไปยังบริเวณที่เรือลำดังกล่าวแล่นออกไปโดยทันที ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณทางลาดของท่าทราย (ร้าง) ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบปุ๋ยสีฟ้า และมีชิ้นส่วนยางในรถจักรยานยนต์พันมัดรอบปากกระสอบวางอยู่บนพื้นดังกล่าว จากการสังเกตุพบว่าที่ก้นกระสอบนั้นเปียกชื้นและมีดินทรายเกาะติด จึงคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติดตามที่สายลับแจ้งมา จึงทำการชุ่มเฝ้าตรวจในบริเวณนั้นเพื่อรอผู้ที่จะมารับวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งเวลา 20.30 น. เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้ทำการเปิดตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าภายในเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงชนิดกดปิดดึงเปิดสีน้ำเงินและสีชมพู มัดด้วยหนังยางบรรจุรวมอยู่ในกล่องกระดาษพันด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 1 กล่อง และบรรจุรวมอยู่ในห่อกระดาษไซสีเหลืองห่อด้วยถุงพลาสติกและพันรวมกันกันด้วยเทปกาวสีเหลือง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นครพนม

ทำการตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมด มาตรวจสอบโดยละเอียดที่ สน.เรือนครพนม ภายในกระสอบปุ๋ยพบยาบ้าตราอักษรภาษาอังกฤษ WY กำกับอยู่ด้านหนึ่งอีกอีกด้านหนึ่งผิวเรียบ และมีลักษณะเม็ดสีเขียวกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ A กำกับอยู่อีกด้านหนึ่ง มีผิวเรียบ รวมเป็นยาบ้า จำนวน 106,200 เม็ด หน่วยจึงได้นำของกลางยาบ้า​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวว่า ทางการข่าวขณะนี้พบมีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการกลุ่มผู้ค้าโดยจะแทรกซึมทำหน้าที่คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มีมากถึงราว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเยาวชนในพื้นที่ของ อ.ท่าอุเทน ซึ่งต่อจากนี้ ทางหน่วยจะใช้การเข้าหาผู้นำหมู่บ้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้าน เพื่อร่วมสแกนในพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้านอย่างจริงจัง และสืบเนื่องจากผู้นำหมู่บ้านย่อมทราบข้อมูลในชุมชนรวมทั้งทราบถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดมากที่สุด ทั้งนี้มีการเข้าพบกับญาติผู้ต้องหาที่ค้ายาเสพติด ขอให้มาช่วยในการทำงาน เชื่อว่าในบ้านมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ชาวบ้านย่อมรู้ดีว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใครทำอะไรบ้าง

ขณะเดียวกันมีข้อมูลจาก ปปส.ส่งข้อมูลทางการข่าวเรื่องยาเสพติด ว่ามียาเสพติดที่กำลังรอการลำเลียงข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ตรงกันข้ามกับ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ซึ่งเชื่อว่าแหล่งผลิตอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนกว่า 20 ล้านเม็ด ทำให้ขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างแบ่งกำลังกันลงไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันสำหรับการส่งยาเสพติดให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด.
ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์สมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานกักกันสัตว์และที่พักซากสัตว์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
นายสาโรช จันทร์ลาด ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ และปศุสัตว์อำเภอเมืองสมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี และกอ.รมน.จังหวัดสมุทรสาคร

เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าปศุสัตว์ ห้องเย็น เพื่อเป็นการป้องกัน และปรามปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และออกไปยังท้องที่อื่น
จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท เอ็มเอ็มพี โฟร์เซนฟูดส์ จำกัด
  2. บริษัท วี เอส ไอ ยูเนี่ยนไทย จำกัด
  3. บริษัท เอซี ห้องเย็น จำกัด
  4. บริษัท เอ็มเค ห้องเย็น จำกัด

ผลการเข้าตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่าย พ.ศ.2559 พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ การรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบน้ำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รถตู้ป้ายแดงกลับจากส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวนครปฐม ชนท้ายรถเทรนเลอร์ เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 02.10 น.วันที่ 24 พ.ย.67 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้ชนท้ายรถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 330-331 หมู่ที่ 12 บ้านคลองหินจวง ต.ห้วยยาง จีงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก หน่วยกู้ชีพและกู้ภัย อบต.ห้วยยาง รุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ระสบอุบัติเหตุ

    ที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้า ป้ายแดง ทะเบียน ก-0650 ชุมพร กำลังจะเดินทางไป จ.ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรนเลอร์ ทะเบียนตัวแม่ 71-9704 ตัวพ่วง 82-1796 บรรทุกน้ำ ของ บ.ทวินัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยภายในรถตู้ พบผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย ทราบชื่อ 1.นาย มนัต ซูเยาว์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/37
    หมูที่ 6 ต.นาทุ่ง อเมืองชุมพร จ.ชุมพร เป็น สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ต.ชุมโค อ.ประทิว จ.ชุมพร เป็นคนขับ 2.จ.ส.ต.กิดติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39
    ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 1 ต.ตากแดด อ.เมืองขุมพร จ.ชุมพร

    เป็น ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ชุมพร 3.นายเกรียงไกร
    รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์สำนักงาน สสจ.ชุมพร อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งคา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 4.ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธ์ศิลป์ อายุ 47 ปีอยู่บ้านเลขที่ 87/5 หมู่ที่ 8 ต.นาทุ่ง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร (ได้รับบาดเจ็บ) เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวน ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำตัวผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.ทับสะแก

    จากการสอบถาม นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 83 หมู่ 5 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ทราบว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกน้ำดื่ม มาจาก จ.พระนครศรีอุธยา มุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต ในช่องทางเดินรถซ้ายสุดติดไหล่ทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถกำลังขึ้นเนินได้มีรถยนต์ตู้คันดังกล่าว พุ่งชนท้ายรถอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สอบถาม ด.ต.สุรศักดิ์ฯ ทราบว่า ตนและคณะได้เดินทางกลับจากส่งผู้ป่วยจิตเวชไปรักษาตัวที่ จ.นครปฐม กำลังมุ่งหน้า กลับไป จ.ชุมพร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายมนัตฯ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว มีอาการวูบหลับ ใน ชนท้ายรถบรรทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

    ขณะที่ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กรมทางหลวงเร่งติดตั้งไฟถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งขาเข้า กทม.และขาล่องไปภาคใต้ ตั้งแต่หน้าสหกรณ์โคนมเนินดินแดงถึงจุดกลับรถน้ำตกสายสอง เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องและเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว 14 จว ภาคใต้ ซึ่งกรณีดังกล่าวหลายฝ่ายได้เรียกร้องให้ดำเนินการตั้งแต่รถทัวร์เสียหลักชนต้นไม้ใหญ่ใกล้ทางเข้าหาดวนกร เมื่อเดือนธันวาคม 2566 นายอำเภอทับสะแกได้นำจิตอาสาไปตัดต้นไม้ข้างทางยาวหลายร้อยเมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน พร้อมติดป้ายเตือนในระวังในการใช้ความเร็ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการขึ้น

    ///////////////
    ท่าน
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิว์ / นบ.ยส.24 แถลงข่าวทหารพรานยึดยาบ้า เกือบ 2 แสนเม็ด! พร้อมฝิ่นดิบกว่า 3 กิโลกรัม ที่ริมแม่น้ำโขง/จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง/เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านเหล่าหนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) )

    เป็นผู้แทน พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) แถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติด ร่วมกับนายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอท่าอุเทน นาวาโทจักรกฤษ วังกรานต์ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม ร้อยเอก ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน

    โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 09.50 น. กองบังคับการควบคุมที่ 1(ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับการประสานจากกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 ว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าจะเป็นยาบ้า วางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงได้จัดกำลังเข้าทำการพิสูจน์ทราบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้ง พบกระสอบสีเหลือง จำนวน 2 กระสอบวางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

    เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบภายในกระสอบ พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 170,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่น) น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม จากนั้นจึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ร่วมทำการเข้าตรวจสอบและนำของกลางทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    โดยการแจ้งเบาะแสนำมาซึ่งการตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้เกิดจากการที่ประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารพรานและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งถือว่าประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการป้องกันสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่2 กองทัพบกroyalthaiarmyภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    หน่วยงานเมินหนังสือ จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน​ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สืบเนื่องจากนายไกร เอี่ยมจุฬา ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้มีหนังสือลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ถึงนายอำเภอทุกอำเภอและนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ว่า ได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า สภาผู้แทนราษฎร ในคราวประชุมผู้แทนราษฎร วันที่ 11 กันยายน 2467 ได้มีสมาชิกผู้แทนราษฎรให้แก้ไขปัญหารถบรรทุกที่บรรทุกวัสดุ เช่น ดิน หิน ทราย หรือวัสดุอื่น ๆ ที่อาจจะฟุ้งกระจายระหว่างการขนส่งไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างการขนส่ง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายในการบังคับใช้กับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดในการบรรทุกสิ่งของโดยไม่ปกคลุมและก่อให้เกิดอันตรายต่อใช้รถ ใช้ถนน เช่น พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102(4) ประกอบกับมาตรา 127 ฐานการขับรถโดยไม่ปฏิบัติและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่ง นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 13 ที่กำหนดให้รถที่บรรทุกสิ่งของนั้นต้อง มีการป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่น รั่วไหล ฟุ้งกระจาย ลงบนถนนในระหว่างที่ใช้ และให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจสามารถยึดรถนั้นไว้จนกว่าเจ้าของจะชำระค่าปรับ แต่ปัจจุบันมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมาก

    จังหวัดมุกดาหารพิจารณาแล้ว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตามประเด็นข้อหารือของสภาผู้แทนราษฎร ดังกล่าวฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุผลสัมฤทธิ์ จึงขอความร่วมมืออำเภอแจ้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบและดำเนินการด้วย

    แต่ปรากฏว่าภายหลังจากที่จังหวัดมุกดาหารออกหนังสือฉบับดังกล่าว ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองมุกดาหารก็ยังคงมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมากอยู่เป็นจำนวนมากเช่นเดิม และนับวันแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายแห่งโดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ทำให้มีรถบรรทุกทรายและหินใหญ่ซึ่งคาดว่าจะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่คลุมผ้าใบกันวัสดุตกหล่นจำนวนมากวิ่งผ่านในพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ทางหลวงแผ่นดิน 2034 ทางเลี่ยงเมือง 238 และทางหลวงชนบท โดยรถบรรทุกดังกล่าวใช้เส้นทางวิ่งซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร เทศบาลตำบลนาสีนวน และเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพียงไม่กี่กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางในการสัญจรอยู่ทุกวัน โดยไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีหน่วยงานรับผิดชอบใดส่งเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและหนังสือจังหวัดมุกดาหารแต่อย่างใดกรมการขนส่ง

    #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพ 2

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้าของเถื่อนข้ามชาติลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาส่งให้กับนายทุนค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหารที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

    จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานบูรณาการกับชุดสืบสวนและปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศุลกากร รุดไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือหางยาวบรรทุกกล่องกระดาษขนาดใหญ่แล่นจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต เข้ามาจอดที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ใกล้กับสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

    เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อที่จะขอตรวจสอบ แต่คนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้อาศัยความมืดวิ่งขึ้นฝั่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพบกล่องกระดาษบรรจุสิ่งของขนาดใหญ่จำนวน 5 กล่องอยู่ในลำเรือ จึงได้เปิดกล่องกระดาษตรวจสอบพบว่าภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า 1 กล่อง ส่วนอีก 4 กล่อง พบว่าเป็นบุหรี่ผลิตใน สปป.ลาว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกroyalthaiarmy

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทพ.2105​ ฝ่ายปกครองและตำรวจ ยึดยาบ้าซุกกองฟาง 1.9 แสนเม็ด ในกระท่อมกลางทุ่ง/ นบ.ยส.24 ยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด/ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงมาส่งในพื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่าเมื่อไปถึงบริเวณกระท่อมในบริเวณสวนยางพารา บ.นาสีนวน พบกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนไว้อยู่ในกองฟางจึงได้เปิดตรวจสอบดูพบว่าภายในกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 198,000 เม็ด ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    นบ.ยส.24 แถลงข่าวโชว์ผลงานการตรวจยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210, พ.อ.กัญญนัต ไชโอชะ รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2),พ.อ.ศรณณัฐ นวยมณี รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1(ร.3)กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี / รองผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) นายสุรศักดิ์ กันสูงเนิน ป้องกันจังหวัดนครพนม,พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตดช.23, พ.ต.อ.หญิง จีระนันท์ ธนะสิงห์ ผกก.พฐ.นครพนม,พ.ต.ท.สมพล ห้าวหนู รอง ผกก.ตชด.23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เรวัฒ จำปาน ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 และชุดปราบปรามยาเสพติดฯ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดเฮโรอีน 32 แท่ง ยาไอซ์ 117 ห่อ/กก.

    โดยเมื่อ วันที่ 16 พ.ย.67 เวลา 22.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่กำลังจะออกไปกรีดยางว่าพบเห็นพระพุทธรูป จำนวน 3 องค์ ที่ถูกวางไว้ข้างทางห่างจากแหล่งชุมชนหมู่บ้านพอสมควร บริเวณทางเข้าหมู่บ้านดอนแดงน้อย ต.ท่าจำปา อ.ทำอุเทน จ.นครพนม เป็นที่น่าสงสัย จึงรีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อให้นำไปตรวจสอบและคาดว่าอาจจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเข้าไปสำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามียาเสพติดที่มีลักษณะวางซุกซ่อนในองค์พระพุทธรูปเป็นจำนวนมากจริง ก่อนถูกหล่อด้วยน้ำยาเรซิ่นอยู่ภายใน แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังดักซุ่มรอ

    เพื่อหวังจะมีผู้มารับพระจำนวนดังกล่าวจนกระทั่งถึงเช้า เมื่อไม่มีผู้ใดมารับหรือแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดและนำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ มายังกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงพบว่าในองค์พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น มียาเสพติดให้โทษให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) จำนวน 32 แท่งและยาไอซ์ จำนวน 117 ห่อ /กิโลกรัม สำหรับยาไอซ์ที่ตรวจยึดไว้ได้ ถูกจัดเรียงไว้ภายในขององค์พระพุทธรูปก่อนใช้น้ำยาเรซิ่นเทหล่อทับเพื่อพรางสายตาเจ้าหน้าที่ สำหรับการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากในครั้งนี้ อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้วยดีตลอดมา จึงทำให้ผลการตรวจยึดของกลางจำนวนดังกล่าวเป็นผลสำเร็จก่อนที่ ยาเสพติดจำนวนนี้จะทะลักเข้าไปสู่พื้นที่ชั้นในต่อไป

    อีกคดีเมื่อ วันที่ 17 พ.ย.67 เวลา 07.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ จึงได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ ปั้ม ปตท.บ้านแพง ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตามที่รับแจ้ง จนกระทั้งเวลาประมาณ 07.00 น. ตรวจพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาทะเบียนหมายเลข 3 ฒต 9723 กรุงเทพฯ จอดอยู่บริเวณปั๊ม ปตท.บ้านแพง จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบชาย 2 คน และ ผู้หญิง 1 คน จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้นรถกระบะคันดังกล่าว พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 80 มัด ประมาณ 160,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน1 กระบอก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำการขยายผล ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ต่อไป

    ทางด้าน พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210 กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลักในการบูรณาการสกัดกั้น ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น, ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จนถึงปัจจุบัน ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 54 ครั้ง ผู้ต้องหา 120 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 1,183,747 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม และไอซ์ 117.295 กิโลกรัม

    การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 167 ครั้ง ผู้ต้องหา 275 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 19,978,876 เม็ด, ไอซ์ 765.295 กิโลกรัม, เฮโรอีน 85.63 กิโลกรัม, เคตามีน 3.79 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,484 เม็ด, happy Water 410 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม)ซึ่งนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศตามแนวชายแดนทั่วประเทศ โดยสืบสวนหาข่าว ลาดตระเวนช่องทางต่างๆ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามจุดเสี่ยง ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดต้องหาวิธีการใหม่ๆในการส่งต่อยาเสพติดเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ซึ่งผลการปฏิบัติในครั้งนี้ ก็เป็นการทำงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยความมั่นคงและทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกันจนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จทำให้สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เพิ่มการเฝ้าระวังบริเวณแนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง อย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากอย่างเด็ดขาดต่อไป

    ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ นบ.ยส.24 ที่เบอร์ 064-6641982 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง

    ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ทำถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง
    จังหวัดมุกดาหาร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีผู้ประกอบการท่าทรายลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขงนอกเขตพื้นที่อนุญาต แล้วใช้รถบรรทุกขนทรายจำนวนมากที่ได้มาจากการลักลอบดังกล่าว บรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด วิ่งผ่านถนนในหมู่บ้านของตำบลนาสีนวน ออกไปสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 (มุกดาหาร-ดอนตาล)

    จนทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้เคียงกับถนนที่รถบรรทุกทรายวิ่งผ่านได้รับความเดือดร้อน มีปัญหาด้านสุขภาพเกิดการเจ็บป่วยอันเนื่องจากฝุ่นละออง ทั้งยังทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พบว่ามีรถบรรทุกทรายที่คาดว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดวิ่งผ่านถนนในชุมชนจนทำให้ได้รับความเดือดร้อนถนนเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อจริง ทั้งยังไม่มีการคลุมผ้าใบตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีการใช้รถบรรทุกทรายวิ่งออกจากสถานประกอบการท่าทรายแห่งหนึ่งในตำบลนาสีนวน ผ่านถนนในหมู่บ้านออกสู่ทางหลวงหมายเลข 2034 ผ่านทางหลวงหมายเลข 238 (ถนนวงแหวนรอบนอก) เข้าไปยังถนนทางหลวงชนบทบ้านด่านคำ

    โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่รถบรรทุกทรายไม่คลุมผ้าใบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านพากันออกมาวิ่งเต็มถนนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนและถนนซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ แม้แต่รถหน่วยตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่ กรมทางหลวงชนบท ก็ยังวิ่งผ่านเลยไปเฉยๆ

    “จึงขอให้เทศบาลตำบลนาสีนวน สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับรถบรรทุกที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย” ร.ต.ต.สุเทียน กล่าว

    ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่งทางบก #แขวงทางหลวงมุกดาหาร #กรมทางหลวง #แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร #กรมทางหลวงชนบท #เทศบาลตำบลนาสีนวน #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร. ร่วมความมั่นคงแถลงตรวจยึดไอซ์ 285 กก. ริมน้ำโขง

    แชร์เนื้อหานี้


    เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 พ.ย. ที่หน้าสภ.เมืองบึงกาฬ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ ตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ ร่วมฝ่ายความมั่นคงแถลงตรวจยึดไอซ์ 285 กก. ริมน้ำโขง โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสมนึก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ พ.อ.ศุภชัย มีหอม รองผอ.กอ.รมน.จังหวัด

    นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัดบึงกาฬ นายธีรพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.ต.อ.ศุภกฤษ ทองลิ่ม ผกก.พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบึงกาฬ พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.บึงกาฬ พ.ต.ต.ประชานารถ แดงเนียม หัวหน้าตำรวจน้ำบึงกาฬ กกล.สุรศักดิ์มนตรี นรข.บึงกาฬ และผู้แทน บก.อส.จ.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

    ทั้งนี้เมื่อวันที่ 17 พ.ย. เวลา 23.00 น. ที่ผ่านมาตำรวจกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ ร่วมกับหน่วยงานบูรณาการในพื้นที่ ตรวจยึดกระสอบปุ๋ยสีขาว คาดว่าจะเป็นยาเสพติด ประเภทยาไอซ์ จำนวน 11 กระสอบ ตรวจสอบเบื้องต้น มีห่อยาไอซ์ จำนวน 25 ก้อน/กก. ใน 1 กระสอบ รวมประมาณ 275 ก้อน/ กก. ตรวจยึดบริเวณ ริมเขื่อนกั้นตลิ่ง ทางทิศเหนือบ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

    เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึดได้รับแจ้งจากสายลับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำสิ่งของผิดกฏหมายส่งมอบกันบริเวณที่เกิดเหตุ จึงร่วมกันออกตรวจสอบ
    ผลการตรวจสอบพบกระสอบ บรรจุยาเสพติด จำนวน 11 กระสอบ ตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้จัดกำลังซุ่มรอเพื่อจับกุม กลุ่มนักค้าที่จะมารับยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.ยังไม่มีผู้ใดมารับยาเสพติดดังกล่าว จึงได้ร่วมกันตรวจยึด เพื่อตรวจสอบ ที่ กก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล //บึงกาฬ 0645960906

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส / นบ.ยส.24 โดย​ร้อย.ฉก.ทพ.2101 โชว์ฝีมือจับผู้ต้องหา ยาบ้า 12,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567​ เวลา​ 10.00น ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2101 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารที่ 21 บ้านปากห้วยม่วง ตำบลนาเข อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม นายชินวัต ทองปรีชา นายอำเภอบ้านแพง เป็นประธานแถลงข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ภายใต้การอำนวยการของ นบ.ยส.24 และกกล.สุรศักดิ์มนตรี จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 12,000 เม็ด บริเวณ ทุ่งนา บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม

    โดย ร.ท.วันชาติ เหมือนปืน ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 ฉก.ทพ.21 (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ว่าจะมีขบวนการยาเสพติดจากฝั่ง สปป.ลาว นำยาเสพติด(ยาบ้า) มาส่งให้ขบวนการยาเสพติดฝั่งประเทศไทย โดยใช้เรือกีบหาปลาเป็นพาหนะ จึงได้สั่งการ ชุดปฏิบัติการที่ 3 (ท่าลาด) เข้าทำการเฝ้าตรวจพื้นที่ตามภาพข่าว บริเวณทุ่งนาพื้นที่ บ.แพงใต้ ม.11 ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตรวจพบชาย จำนวน 1 คน ขับขี่รถ จยย.ลงไปจอดบริเวณใกล้กับตลิ่งกันทรุดแม่น้ำโขง และได้มีเรือกีบขับมาจากฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว แล้วมาจอดบริเวณตลิ่งกันทรุดแม่น้ำโขง

    จุดดังกล่าวแล้วมีบุคคลถือกระเป๋าสะพายสีดำเดินขึ้นมา จากนั้นชายคนดังกล่าวได้เดินลงไปรับเอากระเป๋าสะพายสีดำต้องสงสัยนั้นมา และรีบขับขี่รถ จยย.มุ่งหน้าขึ้นมายังถนนหลัก ชุดปฏิบัติการที่ 3 (ท่าลาด) ที่ทำการเฝ้าตรวจอยู่จึงแสดงตัว เพื่อขอทำการตรวจค้น ชายคนดังกล่าวได้ทำการขัดขืนจะวิ่งหลบหนี แต่ กพ.ของหน่วยสามารถควบคุมตัวไว้ได้

    จึงทำการตรวจค้นกระเป๋าสะพายสีดำต้องสงสัย พบเป็นยาบ้า จำนวน 6 มัด ประมาณ 12,000 เม็ด, รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซุปเปอร์คัพ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่องบรรจุอยู่ภายใน ผลการสอบสวนเบื้องต้น ยอมรับว่ายาเสพติด(ยาบ้า)ทั้งหมด เป็นของตนเองจริง โดยได้มารับตามที่มีคนสั่งการและจะนำเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน หน่วย

    จึงได้นำ ผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด มายัง บก.ร้อย.ฉก.ทพ.2101 เพื่อทำการตรวจนับอย่างละเอียดและประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ร่วมเพื่อดำเนินการ ตรวจสอบ และสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม พร้อมจะนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด นำส่ง จนท.ตร.สภ.บ้านแพง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
    ภาพ : ร้อย.ฉก.ทพ.2101
    ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีชีวิต!!! รอง ผอ. นบ.ยส.24 เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 เวลา 17.30 น. ที่บริเวณ ถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม ตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) และพันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการกองบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด

    สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) ในระหว่างการเดินทางจากการปฏิบัติราชการในพื้นที่ จังหวัดนครพนม ได้พบเห็นอุบัติเหตุรถเก๋ง ทะเบียน กจ 4606 สกลนคร ชนกับรถจักยานยนต์ของชาวบ้าน บนถนนสายนิตโย สกลนคร- นครพนม บริเวณตรงข้ามปั้ม ปตท.บ.โคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย เป็นชาวบ้าน บ.โคกกล่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม

    เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับจากซื้อผักที่ตลาด ในระหว่างเดินทางกลับบ้านก็มาเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน ซึ่ง รอง ผอ. ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 เห็นเห็นการพอดีจึงได้ทำการจอดรถและรีบเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR

    ก่อนที่หน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน อบต.นาทราย และทีมแพทย์ฉุกเฉิน รพ.นครพนม เข้าทำการช่วยเหลือ พร้อมกับการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน จึงรีบเข้าช่วยเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนในการช่วยเหลือในครั้ง “เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

    ภาพ/ข่าว​ นบ.ยส. 24
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.หว้านใหญ่ ยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ ผงะพบเม็ดยา มีตัวอักษร LV พร้อมโลโก้ louis vuitton 495,000 เม็ด

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชัชชัย วงศ์สุนะ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.กิตเตชิษฐ์ บำรุง รอง ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.เจด็จ ปรีพูล ผกก.สภ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดลำเลียงเข้ามาในพื้นที่ ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สนิท ภักดิ์วรรณสิทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ กำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบตามที่รับแจ้ง

    ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่บริเวณริมแม่น้ำโขงด้านหลังรีสอร์ทสองใจ หมู่ 1 ต.ป่งขาม พบกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุยาสูบผลิตในแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ยี่ห้อเพ้ด และ เจเอ็นกรีน จำนวน 2 กล่อง วางอยู่ในห้องพักของรีสอร์ทร้าง ลักษณะมีพิรุธ เมื่อเปิดออกดูพบว่าภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 495,000 เม็ด นอกจากนี้ภายในกล่องกระดาษดังกล่าวยังพบวัตถุเกร็ดผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 1.015 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง วัตถุเม็ดสีเขียว พิมพ์ตัวอักษร LV และโลโก้ louis vuitton บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 988 เม็ด

    วัตถุเม็ดสีเขียวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จํานวนเม็ด 396 เม็ด วัตถุเม็ดสีฟ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส จำนวน 1 ถุง จำนวนเม็ด 100 เม็ด วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ชนิดกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส และบรรจุอยู่ในซองสีน้ำเงินมีตัวอักษรจีน จำนวน 3 ซอง น้ำหนักรวมประมาณ 0.11 กิโลกรัม

    วัตถุผงสีขาวบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส น้ำหนักประมาณ 0.665 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง รวมน้ำหนักของกลางชนิดผง มีน้ำหนักรวม 1.79 กิโลกรัม โดยทั้งหมดเป็นยาเสพติดประเภท 1 และ 2 ทั้งนี้วัตถุอื่นนอกจากยาบ้าที่ตรวจพบจะได้นำส่งตรวจพิสูจน์โดยละเอียดอีกครั้งว่ามีสารเสพติดประเภทใดผสมอยู่บ้าง และได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่ สอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 บินด่วนแถลงข่าวจับบ้า 4.53 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน จ.บึงกาฬ

    แชร์เนื้อหานี้

    ยาบ้ายังทะลักข้ามโขงเข้าบึงกาฬ 2 วันจับได้เกือบ 10 ล้านเม็ด ผู้ต้องหา 4 คน ยึดรถยนต์ 3 คัน หลากหลายแบรนด์ ทั้ง 999 ,Y1และแบรนด์ใหม่ TOYOTA ทั้งหมดผลิตมาจากสามเหลี่ยมทองคำก่อนลำเลียงผ่านแดนข้ามโขงเข้าทางภาคอีสาน แม่ทัพภาค 4 บินด่วนมาแถลงข่าวด้วยตนเอง
    เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 8 พ.ย.ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

    พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายคณิศร ภาพีรนนท์. ผู้อำนวยการ.สำนักงาน ปปส.ภาค 4 นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ พ.อ.เรวัฒ ธรรมจิรเดช รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) พ.ต.อ.ชัยยุทธ ธรรมสุนา รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ แก้วสำนึก รอง ผบก.พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.จรูญศักดิ์ ลำพุทธา ผกก.สส.ภ.จว.บึงกาฬ พ.ต.อ.จตุพร เนวะมาตย์ ผกก.ตม.จว.บึงกาฬ พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย รอง ผกก.ตชด.24 พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244

    พ.ต.ต.ประชานาถ แดงเนียม สว.ส.รน.4 กก.11 บก.รน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายธวัชชัย มั่นเพ็ชร อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ที่ 12 ต.ท่าช้าง อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นางสาวพจนา รัตนสาร อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 1-239 ถ.บ้านใหญ่ ต.นครนายก อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นายอรรณพ วรญาณศรี อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 11 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี นายจตุรงค์ วรญาณศรี อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 12 ต.คำโตนด อ.ประจันตะคาม จ.ปราจีนบุรี กล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ทั้ง 4 คนรับสารภาพ ของกลาง ยาบ้าจำนวน 4,530,000 เม็ด รถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่ บริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ หมู่ 4 ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง บริเวณถนน หมายเลข 212 บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ


    ทั้งนี้เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 สืบทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากข้ามลำน้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อยตชด 244 พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมพงษ์ พบวันดี รองผบ.ร.ต.อ.สุริยา วรรณพฤกษ์ หัวหน้าชุด ชปข.สนธิกำลังกลับร.ต.อ.จิรศักดิ์ คำวะเนตร หัวหน้าชุด ชปส.กก.ตชด 24 เจ้าที่ทหาร ชปข.ที่ 4 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พ.ต.ท.ณัฐพล โอฆะพนม สว.กก.ส.ภ.จว.บึงกาฬ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบึงกาฬ ตำรวจน้ำ ทหารพราน ร้อย2018 หน่วย นรข.บึงกาฬและปลัดฝ่ายป้องกัน ลงพื้นที่หาข่าวดักซุ่มและติดตามแก๊งขนยาเสพติดที่จะมาลำเลียงยาบ้าไปส่งยังพื้นที่ชั้นในของประเทศ

    กระทั่งกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้ตรวจพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บธ 7460 ชัยนาท มีคอกท้ายกระบะ ขับมายังบริเวณสวนยางพาราติดกับริมแม่น้ำโขง บ้านห้วยดอกไม้ ต.โคกก่อง อ.เมืองบึงกาฬ จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าวได้ถอยหลังลงไปยังริมแม่น้ำโขง มีชาย 2 คนแบกกระสอบต้องสงสัยขึ้นบนกระบะท้ายรถ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบมีกระสอบต้องสงสัย สีดำ จำนวน 4 กระสอบ วางอยู่กระบะหลังรถ และอีก 6 กระสอบ วางอยู่พื้นใกล้ตัวรถ รวมทั้งหมด 10 กระสอบ ทราบชื่อคนขับ นายธวัชชัย มั่นเพชร (ผู้ต้องหาที่ 1 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม) และนางสาวพจนา รัตนสาร นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 2 ทราบชื่อภายหลังการจับกุม)

    จึงควบคุมตัวไว้ เปิดดูในกระสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก ทั้ง 2 คนยังยอมรับว่าในการมาขนลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ยังมีชายอีกสองคน ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำตาล ทะเบียน กบ 8743 ปราจีนบุรี ทำหน้าที่ดูต้นทาง จึงแจ้งให้ จนท.อีกชุดออกติดตามค้นหาพบรถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนถนน หมายเลข 212 พื้นที่บ้านท่าโพธิ์ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองบึงกาฬ จึงสกัดจับตัวได้ ทราบชื่อ นายอรรณพ วรญาณศรี เป็นคนขับ (ผู้ต้องหาที่ 3) และนายจตุรงค์ วรญาณศรี นั่งข้างคนขับ(ผู้ต้องหาที่ 4) ทั้ง 2 คนยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากคนชื่อ “ท้าวน้อย” ชาวลาว เป็นเงิน 50,000 บาท โอนมาให้ก่อน 10,000 บาท ให้นำยาบ้าล็อตนี้ไปส่งยัง จ.อยุธยา เมื่อไปถึงปลายทางจะแจ้งพิกัดให้ทราบอีกที แต่มาถูกจับได้เสียก่อน .
    ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326