คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่ามุกดาหารมอบสิ่งของพระราชทาน แก่ผู้ประสบอัคคีภัย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 น. นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายสมพงษ์ คุ้มสุวรรณ ปลัดจังหวัดมุกดาหาร เชิญสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบให้แก่ผู้ประสบเหตุอัคคีภัย ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 ตำบลกุดแข้ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งได้รับความเสียหาย 1 หลังคาเรือน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์

ในการนี้ นายคมเพชร สีดามาตร์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร​ พร้อมด้วย นางวิลาวัลย์ คุ้มสุวรรณ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร​ ร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร องค์การบริหารส่วนตำบลกุดแข้ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสงเคราะห์ผุ้ประสบภัย ร่วมลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือ ดังกล่าวจังหวัดมุกดาหารให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ดังนี้​ สิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ จำนวน 1 ชุด​

พมจ.มุกดาหาร มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน 3,000 บาท พร้อมถุงยังชีพ 1 ชุด​ เหล่ากาชาดมอบของช่วย เหลือเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 2 ชุด​ เงินสดจำนวน 8,000 บาท​ กระติกน้ำร้อนจำนวน 1 เครื่อง​ ชุดเสื้อผ้าจำนวน 3 ชุด​ ชมรมแม่บ้านมหาดไทยมอบเงินสดจำนวน 2,000 บาท​ และเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 1 ชุด​ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ มอบสิ่งของช่วยเหลือในเบื้องต้น และได้สำรวจความเสียหายเพื่อจะให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 12.30 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักอาศัยของนางบาหยัน คำจันทร์ บ้านเลขที่ 105 หมู่ 4 ตำบลกุดแข้ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร บ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลัง มีผู้พักอาศัยจำนวน 3 คน ชาย 1 คน หญิง 2 คน มีผู้สูงอายุ 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน

ขณะนี้ผู้ประสบภัยได้พักอาศัยอยู่บ้านลูกสาวที่อยู่ใกล้เคียง​ การให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นเทศบาลตำบลกุดแข้และเทศบาลตำบลโพนทรายเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้เรียบร้อยแล้ว​ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนและความเสียหายอยู่ระหว่างการสำรวจและจะรายงานเพื่อทราบต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เจ้าหน้าที่จับหนุ่มลอบตัดไม้มะริดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรมฯ

แชร์เนื้อหานี้


เมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 นายกิตติศักดิ์ สมศรี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ (ตอนบน) จ.ประจวบคีรีขันธ์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยาน เสด็จในกรมฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปทส.

ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีการลักลอบตัดไม้บริเวณป่าตะบองยักษ์ ท้องที่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ หมู่ที่ 7 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ จึงนำกำลังตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบชายต้องสงสัยกำลังเดินอยู่ในแปลงกาแฟ สะพายถุงปุ๋ย มือขวาถือมีดพร้า มือซ้ายถือบาร์เลื่อยยนต์ จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น ทราบชื่อว่านายอาวุธ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ชาว จ.พัทลุง ตรวจดูในถุงปุ๋ยมีโซ่เลื่อยยนต์ หัวเทียน และอุปกรณ์ซ่อมเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์หลายรายการ โดยสังเกตเห็นว่ามือของชายคนดังกล่าวเปื้อนน้ำมันโซ่ยนต์จนมีสีดำทั้งสองมือ

เจ้าหน้าที่จึงสอบถามและได้นำตัวไปยังเพิงพัก พบเครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ยี่ห้อ Black Bull (กระทิงดำ) บาร์เลื่อยยนต์ และอุปกรณ์อื่นๆ วางอยู่ใต้ถุนเพิง เมื่อตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบร่องรอยการตัดไม้และแปรรูปไม้ มีเศษขี้เลื่อยใหม่กระจายอยู่ทั่ว จึงเดินตามรอยเท้าซึ่งตรงกับรองเท้าที่ผู้ต้องสงสัยสวมใส่ ไปจนพบไม้มะริดแปรรูปจำนวน 4 แผ่น โดย 3 แผ่นมีการผูกเชือกหัวท้ายและมีคานไม้ไผ่สอดคาเชือกในลักษณะพร้อมยกขนย้าย แสดงให้เห็นว่ามีการกำลังขนย้ายและทิ้งไม้แปรรูปอย่างเร่งรีบ

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าเข้ามารับจ้างใส่ปุ๋ยต้นกาแฟและไม่ทราบว่าไม้แปรรูปเป็นของใคร แต่ภายหลังยอมรับว่าไม้แปรรูป เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ และอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นของตนเอง จึงยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องเลื่อยโซ่ยนต์ บาร์เลื่อยยนต์ โซ่เลื่อยยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอีก 15 รายการ รวมถึงไม้มะริดแปรรูป 4 แผ่น มีปริมาตรรวม 0.128 ลูกบาศก์เมตร นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ตร.สภ.ชานุมาน จ.อำนาเจริญ จับยาบ้า400000เม็ด ชาวลาว 1 คน ชื่อท้าวน้อย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา8.00น วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 สถานีตำรวจภูธรชนุมาน โดยคำสั่งพล.ต.ท.วัฒนา​ ยี่จินผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ได้มอบนโยบาย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลกำชับเน้นย้ำกวดล้างยาเสพติดในพื้นที่ อย่างเด็ดขาดได้สั่งการมอบหมายให้พล.ต.ต.นิพล​ บุญเกิดผู้บังคับ
การตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และสั่งการให้ พ.ต.อโชตินรินทร์​ สุภาวรัตม์ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรชานุมาน พร้อมกับตำรวจทุกนายได้กวดขันกรวดล้างยาเสพติดและ อาชญากรรมของผิดกฎหมายทุกชนิดในพื้นที่จนทราบว่า​ เมื่อเวลา8.00นสายข่าวรายงานมาว่าอในพื้นที่จะมีขบวนการขนย้ายยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านมายังในราชอาณาจักรไทย บริเวณอำเภอชานุมานเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงชายแดนอำเภอชุมสายสืบทราบว่า จะมีการขนยาเสพติดในเวลากลางวัน เจ้าหน้าที่ได้ซุ่มอยู่ตลอดทั้งคืนจนสว่างและยามเช้าจึงเห็นชาย 1 คนได้แบกกระสอบสีเขียวๆ

ขึ้นจากตลิ่งน้ำโขง ขึ้นมายังป่าล่ะเมาะในเขตอำเภอชานุมาน เจ้าหน้าที่ก็ได้ ติดตามไม่ได้คาดสายไม่กระพริบตา เห็นชายดังกล่าวแบกกระสอบเข้าไปป่าละเมาะ แน่ใจละว่าเป็นของผิดกฎหมายเจ้าหน้าจึงจึงได้แสดงตนแสดงสิทธิ์ตรวจค้น จับกุมตอนแรกฮึดฟัดเหวี่ยงต่อสู้ กับเจ้าหน้าที่แต่สู้เจ้าหน้าที่ไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่มีความชำนาญตวรจพบว่าในกระสอบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 อย่างร้ายแรง ตรวจนับจำนวน 400,000 เม็ด และได้สอบถามชาวลาว ชื่อท้าวน้อยไม่ทราบนามสกุล จากการ สอบถามในเบื้องต้นว่าจะนำมาไว้ในป่าละเมาะและจะมีพ่อค้ายาเสพติด อยู่ในประเทศไทย มารับช่วง ต่อไป แต่ก็มาถูกจับก่อน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงขยายผล

โดยมีการติดต่อกับใครบ้างในทางโทรศัพท์ จึงทราบแล้วว่า ขบวนการ พ่อค้ายาเสพติด ที่จะมารับยาเป็นใคร เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสภ. ชานุมานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ด้านท่านผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 3 ยังได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวอยู่เสมอว่า ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตามแนวชายแดนได้ช่วยกัน ปราบปรามกวาดล้างพ่อค้ายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจังเพื่อให้ชุมชนสังคมได้มีความสุขปราศจากสิ่งเสพติดทุกชนิดต่อไป
ภาพ/ข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปลัดอ.ภูสิงห์ ยิงวัยรุ่นค้ายาเสพติดเสียชีวิต 1 ราย จับผู้ต้องหาเสพยาเสพติดได้อีก 2 ราย

แชร์เนื้อหานี้

***ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเหตุ ปลัดอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายความมั่งคง ยิงปืนใส่กลุ่มต้องสงสัยที่มามั่วสมยาเสพติดที่คลองน้ำลำเจียก ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีคนเสียชีวิต 1 ราย จับได้ผู้ต้องหาย 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้าอีกจำนวน 79 เม็ด ซึ่งญาติผู้ตายติดใจในการเสียชีวิต และมีข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไหม

***ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่บ้านนาค้อ หมู่ที่20 ตำบลปรือใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ พอไปถึงพบชาวบ้าน และญาติๆผู้เสียชีวิตได้พากันมาช่วยจัดเตรียมสถานที่ กางเต็น เพื่อรอรับศพผู้เสียชีวิตที่จะมาในช่วงบ่ายวันนี้ โดย นายสุบิน คงสม อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่ หมู่ 20 ตำบลปรือใหญ่ เปิดเผยว่า ผู้ตาย ชื่อ นายถนัด หรือ แตน ลานตวน อายุ 26 ปี ซึ่งผู้ตายมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน แตน เป็นคนสุดท้อง และผู้ตายยังไม่มีครอบครัว โดยปกติผู้ตายประกอบอาชีพรับจ้างเก็บผลไม้ตามฤดูกาลที่ต่างจังหวัด ถ้าเสร็จฤดูกาลเก็บผลไม้ก็จะกลับมาอยู่ดูแลพ่อที่บ้าน ตามปกติผู้ตายจะชอบออกไปหาหนูนาเป็นประจำทุกวัน คืนวันเกิดเหตุผู้ตายออกไปหาหนูนา และมารู้ข่าวอีกทีว่าถูกยิงตายที่คลองส่งน้ำบ้านคลองลำเจียก เมื่อช่วงกลางดึก เวลาประมาณ 23:00 น. ของวัน ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เบื้องต้นญาติยังติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ปกครองทำว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่

***ต่อมาทางน้องชายและทางญาติๆผู้ตายได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมกลางทุ่งนาใกล้กับคลองส่งน้ำ ตรงกระท่อมมีร่องรอยการต่อสู้ คลาบเลือด กระดาษฟอยล์ ไฟแช็ค อุปกรณ์การเสพยาตกเต็มไปทั่วบริเวณกระท่อม และมีร่องรอยเท้าเหยียบย่ำรอบกระท่อม มีรองเท้าหล่นอยู่ในพื้นที่หลายคู่ คาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย และของกลุ่มเพื่อน

***ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปที่สถานีตำรวจภูธรปรือใหญ่ ได้พบ พันตำรวจเอก ดนัย รัตนประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้นั่งสอบสวน นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง (มือยิง) โดย พันตำรวจเอก ดนัย เปิดเผยว่า จากการได้สอบสวนและนั่งพูดคุย เบื่องต้นเหตุเกิดเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ. 68 ผู้ตายมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด วันเกิดเหตุฝ่ายปกครองอำเภอภูสิงห์ขยายผล ว่ามีเบาะแสมาว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมีการนัดส่งยาเสพติดและมั่วสุมยาเสพติดที่กระท่อมกลางนา ฝ่ายปกครองจึงเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ พร้อมกระจายกำลังสุ่มทั่วบริเวณ พบกลุ่มวัยรุ่นเป็นกลุ่มผู้ตายกำลังเดินทางมาส่งยาที่กระท่อมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ปกครองแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุมแต่กลุ่มผู้ตายรวม 7 คน มีการต่อสู้ขัดขืน ในขณะนั้นมีเพียงปลัดผู้ก่อเหตุคนเดียวที่แสดงตัวเข้าจับกุม จังหวะที่ประชันหน้ากัน ปลัดเกรียงไกรจึงได้ใช่อาวุธปืนยิงสวนไปเพื่อป้องกันตัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งข้อหากับ นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ว่ายิงผู้อื่นถึงแกความตาย

***ด้าน นายเกียงไกร สุดพาห์ ปลัดอำเภอภูสิงห์ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ที่ทำลงไปเพื่อเป็นการป้องกันตัว เนื่องจากผู้ตายทำท่าคล้ายจะชักอาวุธออกมา ซึ่งตอนแรกตนยิงปืนขู่ไป 2 นัด ซึ่ง 1 ใน 2 นัด ไปถูกด้านหลังซ้ายของผู้ตาย 1 นัด จนเสียชีวิต

***ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัว 2 ผู้ต้องหา ที่เป็นกลุ่มเดียวกันกับผู้ตาย คือ นายศิวนนท์ ธรรมพร อายุ 25 ปี และ นายภานุพงศ์ กลอยยิ่ง อายุ 20 ปี มาสอบสวน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ 2 ผู้ต้องหา โดยเล่าให้ฟัง ว่า ยาเสพติดที่เจอเป็นของผู้ตาย และตนก็ไม่ได้สนิทกับผู้ตายเท่าไร เพราะอยู่กันคนละหมู่บ้าน วันเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์มาที่ร้านซ่อมรถของตนเพื่อมาชวนไปกินเหล้าที่คลองส่งน้ำลำเจียก ตนเลยขับรถไปที่คลองดังกล่าว และขับรถจักรยานยนต์เข้าไปเสพยาที่กระท่อมตรงจุดเกิดเหตุ โดยตนไม่มียาเสพติด แต่จะขอยืมยาเสพติดผู้ตายเสพ ซึ่งไม่รู้ว่ามีฝ่ายปกครองซุ้มรอจับกุมอยู่ พอเข้าไปกระท่อมได้ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้ามาจับกุมดังกล่า
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว จับกุมพ่อค้ายาเสพติด ใช้ปืนยิงเปิดทางหลบหนี ยึดยาบ้า300,000เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 19กุมภาพันธ์ 2568​ได้แถลงข่าวมีพันโท ฐาพล​ อ้อชัยภูมิรอง​รมน.อจพร้อมด้วย พันจ่าเอกสุวิน​ห้องแชงนายอำเภอชานุมาน พันตำรวจเอกโชตินรินทร์สุภาวรัตม์​ผกก.สภ.ชานุมานในตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ พันเอกปภังกร​หมื่นศา​ ผบก.ที่บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอกกัญญณัต ไชยโอชะ ผบชฉก.ทหารผพราน 23 นาวาเอก ธชนนน อิทธิภูริทร์ ผบ. นรข.เขตอุบลราชธานีมว.ตชด
2273และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและความมั่นคง

ได้ร่วมกันประชุมเข้มกับเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องความมั่นคงชายแดนอ.ชานุมานขานรับโยบายของหน่วยงานความมั่นคง และรัฐบาล แนวทางการในการทำงานร่วมกัน ทิศทางเดียวกันหรือเป้าหมายเดียวกันในปราบปรามยาเสพติด และของผิดกฎหมาย อย่างเข้มข้นและจริงจังสำหรับการแถลงข่าวในวันนี้ เป็นการดำเนินงานการสืบสวนหาข่าวในพื้นที่เป้าหมายการข่าวลับว่าจะมีการ ขนยาเสพติด ให้โทษข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้านยามค่ำมืด มายังราชอาณาจักรไทยเจ้าหน้าที่ เฝ้าติดตามตลอดเวลาในขณะที่เฝ้า รอดูก็ได้มีเรือหางยาวมาเทียบท่า มีชาย จำนวน 3 คน 2 คนได้นำกระสอบถุงปุ๋ยใน ถุงปุ๋ยตรวจ ทราบภายหลังว่าเป็นยาเสพติด ให้โทษเจ้าหน้าที่แสดงตัว เพื่อเข้าจับกุมแต่ก็ขัดขืนไม่ให้จับ พ่อค้ายาเสพติดจึงใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดที่พกติดตัวมาด้วยยิง ใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหลบหนี

ประกอบด้วยความมืดโดดลงแม่น้ำโขงเจ้าหน้าที่ก็ติดตามค้นหาแต่ก็ไม่พบผู้สื่อข่าวได้สอบถามเป็นการดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นในพื้นที่ ตามแนวชายแดน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฝ้าระวังป้องกันปัญหายาเสพติด จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่งแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความสุขหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ร่วมกัน ป้องกันปราบปราม ยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาลอย่างจริงจังและเด็ดขาด ภาพข่าว​ ประวัติ​ นิธิเตชะยศสกุล

ประวัติข่าว รายงาน/ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / หนุ่มใหญ่ ใช้ขวานจามหัวป้า 54 ปี ผู้ให้ข้าวให้น้ำกินดับอนาถ /ตรวสอบการกระทำความผิดที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์โดยสายตรวจออนไลน์

แชร์เนื้อหานี้


***เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.พ. 68 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปดูที่เกิดเหตุ ที่บ้านหนองแขวน ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งว่าเมื่อคืนเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 19 ก.พ. 68 เกิดเหตุมีคนใช้ขวานจามหัวผู้หญิงเสียชีวิตที่กระท่อมกลางสวนยางพารา หลังบ้านเลขที่ 76 หมู่ 6 ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ผู้ก่อเหตุคือ นายนิพล เลิศศรี อายุ 54 ปี หรือ ไอ้จ่อย ส่วนผู้เสียชีวิตคือ นางราตี โพธิสาร อายุ 54 ปี พอไปถึงพบชาวบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ขนเต็นท์ มาเตรียมกาง โดยมีชาวบ้านพาผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุที่เป็นกระท่อมหลังบ้านของผู้ตาย ซึ่งสภาพพื้นที่เกิดเหตุมีกองเลือดกองอยู่ที่พื้น มีรองเท้าว่างอยู่ 2 คู่ ซึ่งเป็นรองเท้าของผู้เสียชีวิตและของผู้ก่อเหตุ (คู่สีขาวของผู้ตาย คู่สีน้ำตาลของผู้ก่อเหตุ) โดย นายบรรจง โพธิสาร อายุ 76 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 6 ต.โพธิ์กะสัง ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุตนไม่ได้อยู่บ้านตนไปช่วยงานศพญาติที่อยู่ต่างหมู่บ้าน ตนมาทราบว่าภรรยาถูกฆ่าตาย ก็เพราะผู้ใหญ่โทรไปบอกเมื่อช่วงเวลา 4 ทุ่มกว่า ทั้งนี้ตนกับ ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) รู้จักกันมานานแล้ว เมื่อช่วงกลางวันก่อนที่ตนจะออกไปงานศพ ก็ยังเจอและพูดคุยกันอยู่ ตนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้ ไอ้จ่อย ฆ่าภรรยาตนน่าจะเกิดจากการทะเลาะวิวาทแล้วเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวบวกกับดื่มสุราเมาด้วย ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงก่อเหตุขึ้น ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุยังเคยถูกดำเนินคดีมาหลายคดีแล้ว ส่วนภรรยาของตนหรือผู้ตายเป็นคนนิสัยอ่อนโยนเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใครมาก็ต้อนรับหมด ตนไม่คิดว่าจ่อยจะก่อเหตุฆ่าภรรยาตนได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ ตนไม่ขอให้อภัยในจ่อย(ผู้ก่อเหตุ)

***ด้าน นางจิราภา บุตรดี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ตำบลโพธิ์กระสัง เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ได้ขับจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125i สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กร 1110 ศรีสะเกษ มาเรียกตนซึ่งมาคนเดียว แต่ตอนแรกตนไม่ยอมเปิดประตู ก่อนที่ ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) จะไปเรียกคนในหมู่บ้านพามาเรียก ตนจึงรุกขึ้นมาเปิดประตู ก่อนที่ตนจะถาม ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ว่ามาเรียกทำไหม ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ตอบว่าจะมามอบตัวเพราะไปฆ่าคนตาย ตอนนั้นตนไม่เชื่อ เพราะเวลาเมา ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) กับผู้ตาย จะทะเลาะกันเป็นประจำ จึงคิดว่า ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) คงพูดโกหก จังหวะที่ตนกำลังยืนคุยกัน ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) พอดีมีรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจขับผ่านมาพอดี ตนจึงเรียกให้จอด และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงใช้กุญแจมือไว้ และนำตัว ไอ้จ่อย (ผู้ก่อเหตุ) ขึ้นรถยนต์ตำรวจเพื่อไปดูที่เกิดเหตุ โดยพอไปถึงที่เกิดเหตุก็เห็นว่า ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) ฆ่าคนตายจริงๆ ตามที่กล่าวอ้าง

***ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรกันทรอม โดยได้พูดคุยกับ ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) ซึ่งได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ที่ต้องลงมือก่อเหตุฆ่า นางราตรี ผู้เสียชีวิต เพราะตนมึนเมา บวกกับผู้ตายจะชอบพูดดูถูกตนว่าตนชั่ว ว่าตนกระจอก จะทำอะไรกับตนก็ได้ ผู้ตายชอบพูดดูหมิ่นตน พูดแต่คำนี้มาโดยตลอดหลายเดือนแล้ว โดยปกติตนจะชอบมาคลุกคลีกับครอบครัวผู้ตายเป็นประจำเวลาบ้านผู้ตายมีงานก็จะเรียกใช้ตนอยู่ตลอด ผู้ตายจะให้เงินใช้หุงข้าวทำกับข้าวให้กิน ขวานที่ตนใช้ก่อเหตุก็เป็นขวานของผู้ตายที่ให้ตนไว้ใช้
***ด้าน พ.ต.ท. ณรงค์ ปิยะพันธ์ สารสัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรกันทรอม เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนเมาอาระวาดอยู่ที่หมู่บ้านที่เกิดเหตุ จึงให้สายตรวจออกที่เกิดเหตุ แต่ไปถึงกับเจอกับผู้ใหญ่บ้านเรียกให้จอดและแจ้งว่า ไอ้จ่อย (ผู้ต้องหา) มาบอกว่าไปฆ่าคนตายให้ไปตรวจสอบหน่อย จึงได้ควบคุมตัวและนำตัวไปที่เกิดเหตุ พอไปถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจริง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ ก่อนจะเรียนชุดพิสูจน์หลักฐานมาตรวจที่เกิดเหตุ โดยสภาพศพผู้เสียชีวิตบริเวณศรีษะด้านซ้ายมีบาดแผลขนาดใหญ่ยาวจากกลางหัวถึงหน้าผากเหนือคิ้ว แผลยาวประมาณ 18-20 เซนติเมตร และ บริเวณกระท่อมที่เกิดเหตุพบขวานที่มีคราบเลือดตกอยู่และมีร่องรอยการต่อสู้ นอกจากนี้ยังพบเหล้าขาวที่ยังกินไม่หมดอยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วย เบื้องต้นตำรวจนำตัว ไอ้จ่อย มาตรวจปัสาวะพบเป็นสีม่วง พร้อมกับรับสารภาพว่าเป็นลงมือใช้ขวานจามผู้ตายจริง ทั้งนี้ได้ตั้งข้อหากับ ไอ้จ่อย ว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพกพาอาวุธขวานไปที่หมู่บ้านหรือที่สาธารณะ และเสพสารเสพติด ก่อนจะได้นำตัวฝากขังที่ศาลกันทรลักษ์ ในวันพรุ่งนี้เพื่อดำเนินการต่อไป


ตามนโบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 ให้ตรวสอบการกระทำความผิดที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์โดยสายตรวจออนไลน์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.มณเทียร เบ้าทอง รอง ผบก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1 ,พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1,พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1

ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร.ภ.8.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.8 ได้ดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนการกระทำความผิดของบัญชีผู้ใช้ facebook ดังกล่าวพบว่ามีการจัดให้มีการเล่นพนันเอาทรัพย์สินกันผ่านทาง แอพพลิเคชั่น ไลน์ ใช้ชื่อว่า GOAL77VIP ในพื้นที่จ.ปทุมธานี จึงได้ประสานมายัง ศปอส.ตร.ภ.1 เพื่อตรวจสอบการกระทำความผิดดังกล่าว 
วันนี้ (19 ก.พ. 2568)  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ จึงได้ทำการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดปทุมธานี จนกระทั่งวันนี้ ( 19 ก.พ.68 ) เวลาประมาณ 15.00 น. บก.สส.ภ.1 ได้นําหมายค้น ศาลจังหวัดปทุมธานี 24/2568 ลงวันที่ 19 ก.พ.68 เข้าค้นบ้านเลขที่ 71/271 ม.4 ซ.เอกประจิม 3 ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ปรากฎรายละเอียดดังนี้

ชุดตรวจค้นนำโดย พ.ต.ท.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สงบ คุ้มสุวรรณ สว.กก.วิเคราะห์ข่าว ฯ บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ท.สิทธิ์ทวี ปัญญาคม สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.ต.วรภัทร แก้วดวงเทียน สว.กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 พร้อมกำลัง กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 ตรวจยึดพร้อมของกลางจำนวนรวม 49 รายการ พบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 150,000,000 บาทสถานที่ตรวจค้น บริเวณบ้านเลขที่ 71/271 ม.4 ซ.เอกประจิม 3 ถ.พหลโยธิน ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานีได้ร่วมกันจับตัวนายจิรายุทธ คีรีทศ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1129900110452 บ้านเลขที่18 ม.3 ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานีนายอลงกรณ์ ชูศักดิ์ อายุ 37 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100500216174 บ้านเลขที่ 49/695 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม จ.กรุงเทพมหานครนายณัฐวุฒิ ภูมินันท์ อายุ 33 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1419900306401 บ้านเลขที่ 23 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานีนายชุติพงศ์ เรียมริมมะดัน อายุ 34 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100500425113 บ้านเลขที่ 90/466 ม.6 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีน.ส.กิตติรัตน์ สัตยากูล อายุ 38 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1349900137626 บ้านเลขที่477 ม.8 ต.ปทุม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

นายเอกวุฒิ แก้วทอง อายุ 31 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1100701737091 บ้านเลขที่ 555/67 ม.8 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการนายออมสิน อมรปิยกุล อายุ 29 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1929900512863 บ้านเลขที่ 99/9 ม.6 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง จ.ตรังน.ส.ฐานิดา อินทร์นาม อายุ 20 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1103703760165 บ้านเลขที่ 336/1 ม.2 ต.ทางพูนอ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช

ข้อหา “ร่วมจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวงหรือข้อความในใบอนุญาต” เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 โดยได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 ไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายไปยังสำนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว ตามมาตรา 22 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้สูญหายพ.ศ.2565 ไปยังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายไปยังฝ่ายปกครองกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เรียบร้อยแล้ว

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จับสาววัยรุ่นสร้างตัว เปิดร้านตัดผมพ่วงค้าบุหรี่ไฟฟ้า มุกดาหาร

    แชร์เนื้อหานี้

    ​เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์​ 2568​ พ.ต.ท.เจษฎากร ไชยศรีหา สว.สส. สภ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร และ ร.ต.อ.ธนากร ปาวะพรม สืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ อ.นิคมคำสร้อย จึงได้รายงาน พ.ต.อ.พิชญ์วุฒิ โพธิ์จันทร์ ผกก.สภ.นิคมคำสร้อย และ พ.ต.ท.อนุพงศ์ ศรีสุข รอง ผกก.สส. ทราบ และ

    ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านเป้าหมาย โดยได้สนธิกำลังกับนายธีรวัฒน์ หมีคำ ปลัดอำเภอนิคมคำสร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าทำ การตรวจค้นบ้านเลขที่ 30 ม.11 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย

    โดย ร.ต.ท.โยฤทธิ์ แสนสุข ได้แสดงตัวเป็นผู้มีชื่อตามหมายค้นให้นาง บุญทรง ปัททุม ผู้ครอบครองสถานที่ และเป็นมารดาของผู้ต้องหา และผู้ต้องหาทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นได้ แสดงหมายค้นพร้อมทั้งอ่านให้ฟัง และให้นางบุญทรง ตรวจดูอีกครั้งจนเป็นที่พอใจ ซึ่งนางบุญทรง ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นได้ด้วยความสมัครใจ

    ผลการตรวจค้นที่บริเวณห้องร้านตัดผม พบพ็อตบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัวบรรจุยาได้จำนวน 125 ชิ้น และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งจำนวน 191 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ ซึ่ง น.ส.กุลยารัตน์ ปัททุม อายุ 29 ปี ยอมรับว่าเป็นของตน โดยได้สั่งซื้อทาง ออนไลน์ จากเว็บไซด์ INFYGOD เพื่อนำมาแบ่งจำหน่ายให้กลุ่มผู้สูบในพื้นที่ เจ้าหน้าที่

    จึงได้ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมกับแจ้งข้อหากับ น.ส.กุลยารัตน์ว่าได้กระทำผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วย พาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ ผ่านพิธีการศุลกากร

    สอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองจริง จึง ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ขายทั้งวัน! ชาวบ้านแอบถ่ายคลิปขณะชายข้างบ้านไม่ทราบขายอะไรมีคนเดินเข้า-ออก แบบหลบๆซ่อนๆ มาซื้อทั้งวันทั้งคืนจนหมาเห่าตลอดทำให้ไม่ได้หลับไม่ได้นอน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568​ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากหญิงรายหนึ่งพร้อมคลิปชายข้างบ้านถือไม้วิ่งเข้ามาในบ้านที่เปิดร้านขายน้ำปั่นเพื่อที่จะทำร้ายหมา เพราะหมาเห่าบ่อยเกินไป

    จนทำให้ชายข้างบ้านเกิดอาการไม่พอใจ โดยที่หมาเห่านั้น เธอได้เปิดเผยว่า เพราะมีคนมาหาชายคนข้างบ้านตลอดทั่งวัน โดยไม่รู้ว่าเข้ามาทำอะไรกัน อยากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อกลางนำคลิปนี้ เผยแพร่ให้ทางเจ้าหน้าที่ในจังหวัดมุกดาหารได้รับรู้ เพราะที่ผ่านมาได้มีการแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านแล้วแต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

    ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านสามขา หมู่ 9 ต.คำป่าหลาย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นที่ระบุว่าเป็นที่เกิดเหตุโดยระหว่างการเก็บภาพชายคนดังกล่าวที่ชาวบ้านเรียกว่านายเขียว ได้ไล่ผู้สื่อข่าวไม่ให้เก็บภาพบริเวณหน้าบ้านของตนเอง จากการสอบถามชาวบ้านบริเวณรอบๆ

    ไม่มีใครกล้าให้สัมภาษณ์เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเพราะที่ผ่านมาถูกจับแล้วก็ปล่อยมา ปล่อยมา ก็มาก่อกวนขายเช่นเดิม โดยในแต่ละวันจะมีเพื่อนของนายเขียวแวะมาบ้านเกือบทุกวันละได้มีการซื้อขายอะไรกันไม่รู้ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติด

    ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง สภ. คำป่าหลายพร้อมกับส่งคลิปเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการในของการสืบสวนและจัดการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวต่อไป #ลักลอบค้า #ตำบลคำป่าหลาย #จังหวัดมุกดาหาร
    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร ภาค 3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1คน พร้อมสารไอซ์ 599 กิโลกรัม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 15.00 น. ณ บก.สส.ภ.3 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมาพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 1 คน พร้อมสารไอซ์จำนวน 599 กก. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท. อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติอย่างเป็นระบบ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค ๓ โดย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.๓/ผอ.ศอ.ปส.ภ.3 พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รอง ผบช.ภ.๓ /รอง ผอ.ศอ.ปส.ภ.3พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2

    นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมานายมานพ แสงโสทร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 3ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ กวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ การทำลายเครือข่ายตัดวงจรยาเสพติดทุกระดับ โดยให้ร่วมกันบูรณาการด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข่าวสารรวมถึงการร่วมมือกันในการสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดตามพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชร ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ รอง.ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ทศพร เพียรปรุ ผกก.สืบสวน ๒ บก.สส.ภ.๓ พ.ต.อ.พรเทพ ทุ้ยแป ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง พ.ต.อ.อิทธิพัทน์ ศรีมั่น ผกก.สภ.พระทองคำ, พ.ต.อ.ศิวภาคย์ พวงจันทร์ ผกก.สภ.บ้านปรางค์ สั่งการให้

    เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน นำโดย พ.ต.ท.คำพู พลอยผักแว่น รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., ร.ต.อ.หญิง เพ็ญแข ชัยรัตน์กรกิจ/เจ้าพนักงาน ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง , เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระทองคำ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านปรางค์ และได้ร่วมบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ,เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ฯ,เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ข่าวยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนภาค ๒ ,เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมสืบสวนจับกุมตัว
    นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี อายุ 41 ปี เลขประจำตัวประชาชน3460200166990 ที่อยู่ 146 ม.4 ต.สงเปลือย อ.นามน จว.กาฬสินธุ์
    พร้อมของกลาง 1.สารไอซ์ น้ำหนักประมาณ 599 กิโลกรัม 2.โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง ตรวจยึดของกลาง -รถยนต์กระบะ จำนวน 1 คัน (ราคาประเมิน 300,000 บาท) โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนชนิดเกล็ดหรือสารไอซ์)โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า

    ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุม สืบสวนทราบว่ามีเครือข่ายยาเสพติดชาว สปป.ลาว จะทำการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน จว.บึงกาฬ ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เข้าสู่พื้นที่ภาคกลางตอนในขอ ประเทศไทย ผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 และภาค 4 โดยเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวใช้ รถยนต์กระบะ ในการขนลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 , กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมกันสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่ง พบว่ารถยนต์กระบะต้องสงสัย มีการเคลื่อนตัวออกมาจากพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก จว.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะลำเลียงนำยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางตอนในของประเทศไทย และเชื่อว่าเครือข่ายยาเสพติด ดังกล่าวจะใช้เส้นทางที่เคยวิ่งลำเลียงยาเสพติดมาก่อนหน้านี้ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแผนในการจับกุม โดยวางกำลังตามเส้นทางที่คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวจะใช้เป็นเส้นทางใน การลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้ โดยวางกำลังเฝ้าดู พร้อมทั้งสะกดรอยติดตาม และเพื่อให้ทราบถึงขบวนการเครือข่ายในการลำเลียงยาเสพติด และผู้สั่งการในการลำเลียงยาเสพติดจึงได้ขับรถยนต์ติดตาม และพบว่ารถยนต์กระบะดังกล่าวบรรทุกสิ่งของบริเวณท้ายกระบะบรรทุกโดยใช้ผ้าใบปกคลุมปิดบังสิ่งของไว้ โดยรถยนต์กระบะดังกล่าววิ่งมาจาก จว.บึงกาฬ จนกระทั่งมาถึง ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา ซึ่งเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวรู้ตัวว่ามีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจขับขี่ติดตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมเห็นดังนั้น จึงสั่งให้กำลังที่ได้แบ่งหน้าที่กันแล้วเข้าทำการสกัดกั้นตรวจค้นจับกุมเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวที่บริเวณถนนสาธารณะตลาดพระทองคำ ม.1 ต.สระพระ อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ นายอภิชาติ หรือรัก พรรณศรี เป็นผู้ขับขี่ จึงทำการตรวจค้นตัว และรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบ ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ จำนวน 8 ห่อใหญ่ ด้านในห่อด้วยกระสอบสีขาว อยู่บริเวณกระบะบรรทุกของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว และพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อOPPO สีม่วง-ขาว จำนวน 1 เครื่อง สอบถาม นายอภิชาติฯ ให้การรับว่า โทรศัพท์ดังกล่าว นายอภิชาติ ฯ เป็นผู้ใช้งาน

    เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมจึงนำตัวนายอภิชาต ฯ พร้อมของกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายอภิชาติ ฯ พร้อมของกลาง มายัง กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 3 เพื่อตรวจเก็บพยานหลักฐาน จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทราบถึงขบวนการและเครือข่ายยาเสพติด สอบถามนายอภิชาติ ฯ รับว่าตนเองได้รับการว่าจ้างจากนายเปี๊ยก ไม่ทราบชื่อและสกุลจริง โดยติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยให้นายเปี๊ยก ให้ตนเองขับรถยนต์กระบะไปรอรับยาเสพติดที่บริเวณ อ.บุ่งคล้า จว.บึงกาฬ จากนั้นให้จอดรถทิ้งไว้จะมีคนนำรถของตนไป ให้ตนเองรออยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็มีโทรศัพทแจ้งให้ตนเองไปเอารถกลับมา ต่อจากนั้น จึงได้มีการเชิญตนเองเข้ากลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ และมีการแชร์โลเคชั่นตลอดเส้นทาง ซึ่งตนเองจะใช้เส้นทางตามโลเคชั่นที่ส่งมาในกลุ่มไลน์ จนกระทั่งมาถึงบริเวณแยกไฟแดง อ.พระทองคำ จว.นครราชสีมา จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ที่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขยายผลทราบว่า เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว คือ เครือข่าย “มังกรบิน” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวทหารพราน “Seal Stop Safe” รวบ 3 ผู้หาขนยาไอซ์ 658 กก. ยาบ้ากว่าแสนเม็ด ริมโขง บ้านแพง นครพนม /และ ตชด.235 ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด งานพระธาตุพนม

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

    สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

    โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

    จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

    จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย

    ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ขขเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    ​ตชด.235 ธาตุพนม ไล่ล่ายึดยาบ้ากลางงานพระธาตุพนม 1 ล้านเม็ด

    เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568​ ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2, พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 23 พร้อมด้วย นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนมพ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ใจสุข ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 แถลงข่าว ตรวจยึดยาบ้ากว่า 1,00,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.ธาตุพน จ.นครพนม

    สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 235 สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ อ.ธาตุพนม โดยใช้รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่น ไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน กจ 3446 กระบี่ เป็นพาหนะ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมประชุมวางแผนเพื่อตรวจค้นจับกุม

    โดยเจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกเป็นชุดเฝ้าสังเกตการณ์และสะกดรอยติดตาม ตามเส้นทางที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดผ่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.30 น. เจ้าหน้าที่พบ รถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งตรงตามที่ได้รับแจ้ง กำลังขับมาตามเส้นทางถนนชยางกูร หมายเลข 212 มุ่งหน้าไปในเขตเทศบาล ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งให้รถคันดังกล่าวหยุดรถเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับรถ ได้แสดงท่าทีพิรุธ ไม่ยอมหยุดรถ พร้อมเร่งเครื่องยนต์เพื่อหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากในห้วงนี้มีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ในบริเวณเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ทำให้มีรถบนท้องถนนหนาแน่น และเกรงจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้มาเที่ยวงาน

    จนกระทั่งรถของเจ้าหน้าที่ขับมาถึงภายในซอยบ้านดอนกลาง หมู่ที่ 9 ต.ธาตุพนม พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้อยู่ในบริเวณชายป่าริมถนน และพบห่อวัตถุต้องสงสัยขนาดใหญ่บรรจุอยู่ท้ายกระบะรถจำนวน 4 ห่อ แต่ไม่พบผู้ใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจสอบห่อวัตถุต้องสงสัย ปรากฏว่าเป็นห่อบรรจุยาบ้าจำนวน 101 ก้อน ภายในบรรจุยาบ้าจำนวนประมาณ 1,090,000 เม็ด ซึ่งเชื่อว่าเป็นของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้นำมาทิ้งไว้เพื่อหลบหนีความผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​