คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ด่วน! กราดยิงดับแล้ว 2 ศพ เจ็บอื้อ เร่งไล่ล่าปิดล้อมคนร้าย ล่าสุดคนร้ายใช้ปืนปลิดชีพตัวเอง/ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 19 ธ.ค.2567 ศูนย์วิทยุ 191 จ.บึงกาฬ ได้รับแจ้งเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ ต.หนองหัวช้าง อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ หลังรับแจ้งจึงวิทยุด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหญ้านาง ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ให้รีบเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดปราบปราม และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย โดย 1 ในนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.หนองหัวช้าง ส่วนคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนก่อเหตุในครั้งนี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นายศักรินทร์ สิงโต อายุ 30 ปี หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ระดมกำลังตำรวจชุดปราบปราม กว่า 30 นาย ทำการปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อทำการไล่ล่าตัวคนร้าย

กระทั่งล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ขณะที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมจุดเกิดเหตุนั้น เบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ทำการหลบอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลมากนัก ขณะเข้าทำการปิดล้อม

ได้มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ น่าจะใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ที่เข้าปิดล้อม อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสียงปืนสงบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ ปรากฏว่า พบศพผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนปลิดชีพตัวเองเสียชีวิตแล้ว

บึงกาฬ ทช.เปิดเวทีฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 2 ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมถนนเลี่ยงเมือง ทล.212-222
กรมทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 ระบายรถออกจากเมืองสร้างเส้นทางโลจิสติกส์และเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวสะดวกรวดเร็วขึ้น

วันที่ 21 ธ.ค. ที่หอประชุมอำเภอเมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ แขวงทางหลวงชนบท เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โครงการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจออกแบบส่วนต่อขยายถนนเลี่ยงเมืองแนวใหม่ด่านศุลกากรบึงกาฬ – ทล.212-222 อ.เมือง จ.บึงกาฬ โดยนายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มอบหมายให้ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ เป็นประธานเปิดการประชุมฯ มี พร้อมด้วยผู้แทนกรมทางหลวงชนบท หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ผู้แทนปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ภายในงานมีการรับชมวิดีทัศน์โครงการ ซึ่งนำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ การดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ รวมถึงการสรุปประเด็นจากการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อโครงการ โดยมีวิทยากรที่ปรึกษาโครงการอาทิ นายปรมินทร์ อรุณรัตน์ วิศวกรโครงการ นางสาวลัดดาวรรณ ศิลาชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ผศ.ดร.อนุชา เพียรชนะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน มาร่วมให้ข้อมูลข้อเสนอแนะแก้ไขผลกระทบของโครงการ

นายธีระพล ขุนพานเพิง นอภ. กล่าวว่า วันนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้มีเวทีในการแสดงความคิดเห็น ให้ชาวบึงกาฬได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือปัญหาต่างๆ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบโครงการได้นำข้อมูลไปปรับปรุงพัฒนาโครงการต่อไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากโครงการนี้คือชาวบึงกาฬทุกคน และสิ่งนี้คืออนาคตของจังหวัดบึงกาฬที่จะได้รับความเจริญรุ่งเรืองเพิ่มมากขึ้นในวันข้างหน้า ประกอบกับการมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 บึงกาฬ -บอลิคำไซ ที่ใกล้จะเสร็จในต้นปีหน้า รวมถึงถนนทางหลวง 4 ช่องจราจร จ.อุดรธานี – จ.บึงกาฬ และสนามบินบึงกาฬ ในอนาคต ความเจริญและเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาการคมนาคมในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จะนำมาซึ่งธุรกิจการท่องเที่ยว สร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้น สร้างรายได้ที่มากขึ้นของพ่อแม่พี่น้องชาวบึงกาฬทุกคน

สำหรับการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของโครงการ ความเป็นมา วัตถุประสงค์ของการศึกษา ขอบเขตการศึกษาการตรวจสอบข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายของการศึกษาในด้านต่างๆ โดยเฉพาะรูปแบบพัฒนาโครงการ รวมทั้งร่างมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่
ซึ่งจากการศึกษาพบว่าแนวสายทางโครงการอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระหว่างประเทศในระยะ 2 กิโลเมตร

เพื่อเชื่อมโยงต่อเติมโครงข่ายการคมนาคมและการขนส่ง เป็นการแก้ไขปัญหาจราจรด้วยการสร้างทางเชื่อมหรือ Missing Link ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น และยังสามารถพัฒนาเป็น ทางลัดทางเลี่ยง เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทาง ท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า ช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ ได้อีกทางหนึ่ง กรมทางหลวงชนบท โดยสำนักสำรวจและออกแบบ จึงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท เอพซิลอน จำกัด บริษัท อาร์มมี่เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เอ็นไวโรนเมนท์ จำกัด และบริษัท เอเซีย แล็ป แอนด์คอนซัลแตนท์ จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาโครงการดังกล่าว ด้านนายสุนทร วังสะพันธ์ เสนอแนะว่าอยากให้สร้างถนนไปตามขอบหนองกุดทิง ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ส่วนจุดตัดถนนต่างๆ ขอให้เป็นสี่แยกไฟแดงหรือ วงเวียน และจุดยูเทิร์นตามถนนหลวง 222 ขออย่าให้ห่างมากนักเหมือนทุกวันนี้ จะทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์ขับย้อนศรจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนนายเชิดชัย เจริญดี รองปลัดเทศบาลเมืองบึงกาฬ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ได้นำความเจริญมาสู่จังหวัดบึงกาฬ เราพยายามจะทำถนนเส้นนี้มานานเหลือเกิน เป็นการดีมากที่ กรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบและรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ เส้นนี้จะเชื่อมริมโขงจากด่านศุลกากรบึงกาฬ ตอนนี้ได้คุยกับบริษัทที่ปรึกษาถ้าทำถนนเชื่อมได้หรือเวนคืนได้ก็จะเป็นการดี ถ้าทำได้ถึงสุดริมโขงได้ก็จะดี เรื่องระดับเนื่องจากว่าโซนจากน้ำโขงถึงถนน212 ถ้าระดับบวก14 ระดับน้ำบ้านพันลำเมื่อกี้น้ำท่วมตรงถนนเส้นนี้ที่จะตัดถึงด่านศุลกากรบึงกาฬ ทำให้สูงกว่าระดับบวก14 เมตร จากตลิ่งป้องกันน้ำท่วมในอนาคตได้ อีกเรื่องคือระบบระบายน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำควรมีท่อระบายน้ำสู่หนองหรือคลองส่งน้ำ จะส่งผลกระทบน้ำท่วมขังได้

ส่วนตัวแทนจากหมู่ 11 บ้านแสนสุข เท่าที่ดูเห็นว่าโครงการสร้างเสร็จประมาณสัก 10 ปี ช่วงเวลาตรงนี้พอสมควรเลย หากเสร็จแล้วเศรษฐกิจและสังคม อีก 10 ปีข้างหน้าน่าจะขยายตัวเพิ่มมากขึ้น อยากให้สร้างสะพานข้ามแยกยกระดับเลยเป็นการออกแบบไว้อนาคต แล้วก็ในส่วนของสร้างถนนมีเส้นทางที่น้ำผ่านช่วงที่เป็นหนองน้ำท่วมมากทำคันกั้นน้ำหรือท่อระบายน้ำ 10 ปีข้างหน้าเดี๋ยวพอเปิดใช้น้ำจะได้ไม่ท่วม
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์กอ.รมน.สมุทรสาคร.จับกุมแรงงานต่างด้าว 140 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 พ.อ.สมเกียรติ นุตะวณิช จังหวัดสมุทรสาคร(ท) พันโท ธีระพงษ์ นามสละ หัวหน้าฝ่ายการข่าว ร้อยตรีทิติพงษ์ เรียงรวมหัวหน้าชุด ชรต. 105 ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตมจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองสมุทรสาครเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

เจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาครเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมบูรณาการจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ทั้งหมด 140 คนโดยพฤติกรรมมีรายงานต่างด้าวรับรอบทำงาน

โดยผิดกฎหมายโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา98 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของต่างด้าวพ.ศ 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ 2561 ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจโกดังขนถ่ายสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่บางน้ำจืดอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรสาคร

พบเป็นโรงงานคัดแยกพัสดุสินค้าภายในบริเวณโกดังดังกล่าวตรวจพบแรงงานต่างด้าวไม่มีเอกสารประจำตัวมาแสดงจำนวน 128 คนโดยเป็นต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นาย วุฒิชัย ตงรุม หัวหน้าศูนย์ข่าวจังหวัดสมุทรสาคร

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.น้ำ มุกดาหาร จับกุม สุนทรา ทองผา ยาบ้า 1 เม็ด /หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่​ 12 ธันวาคม 2567​ พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติสว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน.ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีและสายลับ(ขอปิดนาม) ว่ามีบุคคลผู้มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร จึงได้สืบสวนหาข่าวเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการจับกุม ตามหมายค้นศาลจังหวัดมุกดาหารที่ ค.188/2567 ลง 11 ธ.ค.67 ตำรวจน้ำมุกดาหาร นำโดย พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์ บูรณะบัญญัติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนและหน่วยงานในพื้นที่

ได้ปิดล้อมตรวจค้นและเข้าค้นตามหมายดังกล่าวผลการตรวจค้นพบนายสุนทรา ทองผา อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 2 ต.บางทรายน้อย อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1​ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ชนิดเม็ดสีเขียวด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษรอังกฤษ “V” อีกด้านหนึ่งปรากฏตัวอักษร “Y1” จำนวน 1 เม็ดซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและกองบังคับการตำรวจน้ำ

การดำเนินการทั้งหมดในครั้งนี้ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบช.ก.,พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.รรท.ผบก.รน.,พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.,พ.ต.อ.อดิศักดิ์ มีศิลป์ ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.อัศรายุทธ ทองลอง รอง ผกก.10 บก.รน.,พ.ต.ท.ดุษฎียากร กองทองพิพัฒน์ รอง ผกก.10 บก.รน. จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายสุนทราฯพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หว้านใหญ่อ.หว้านใหญ่จ.มุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนุ่มหลอนยาคลั่ง จุดไฟเผาคอกวัว จนวัวท้องแก่ 2 ตัว ถูกย่างสดตายอนาถ

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายความมั่นคง กองร้อย อส.อ.นิคมคำสร้อยที่ 7 ได้รับแจ้งจากกำนัน บ้านเตาถ่าน ตำบลหนองแวง ว่ามีการลอบวางเพลิงเผาคอกวัวชาวบ้านได้รับความเสียหาย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นคอกวัวของนางสาวกรรณิการ์ พุฒป่า อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองแวง

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 12 ธันวาคม 2567 มีวัวตั้งท้อง 2 ตัว ถูกเผารวมทั้งคอกวัวและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียงแจ้งว่าผู้ก่อเหตุยังคงอยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ในเวลา 07.10 น. ทราบชื่อว่าคือ นายรุ่งราวี มูลสาร อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 11 บ้านเหล่าหลวง ตำบลหนองแวง

โดยเจ้าตัวยอมให้การรับสารภาพ อ้างว่ารำคาญไม่ได้หลับได้นอน จึงจุดไฟเผา เบื้องต้นตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย พบผลเป็นบวก (มีสารเสพติด) จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ยาบ้ารุ่นใหม่ เกล็ดเพชร มีแสงระยิบระยับ นรข.มุกดาหาร ยึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด 450 ล้านบาท/แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขต จับ 450 ล้านเม็ด/ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม​ 2567​ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประเทศไทย บริเวณริมแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร

จึงได้วางแผนและจัดกำลัง จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่งจากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มใช้กันดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้

การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

แม่ทัพภาค 2 ร่วมทหารแขวงสะหวันนะเขตแถลงข่าวจับยาบ้ามูลค่า 450 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567​ ที่สถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบตามลำน้ำโขง เขตนครพนม อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 นายรณรงค์เทพรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี

พลเรือตรี ณรงค์ เอมดี ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 และพันโท สีทอง เลียนสะหวัน หัวหน้าแผนกสู้รบ กองทัพประชาชนลาว แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 20 กระสอบ ประมาณ 8,000,000 เม็ด มูลค่า 450 ล้านบาทได้ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงมุกดาหาร

สืบเนื่องจาก น.ท.เตชธร ฉิมพาลี หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ บ้านหว้านใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลหว้านใหญ่ อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนและจัดกำลัง ชุดปฏิบัติการออกทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่

เมื่อไปถึงบริเวณท่าน้ำหมู่ที่ 4 บ้านหว้านใหญ่ ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นเข้ามาจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ลงไปช่วยกันลำเลียงกระสอบจากลำเรือขึ้นมาบนฝั่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวและคนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้พากันอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ การตรวจสอบพบกระสอบขนาดใหญ่รวมจำนวน 20 กระสอบ

เมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นยาบ้า ประมาณ 8,000,000 เม็ด รวมมูลค่ากว่า 480,000,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้พร้อมกับพร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ จากนั้นได้นำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหว้านใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตร.ชุดสืบมุกดาหาร ร่วม ป.ป.ส. ภาค 4 จับยาบ้าติดโลโก้ TOYOTA 5 ล้านเม็ด ได้พร้อม 2 ผู้ต้องหา

วันที่ 10 ธันวาคม 2567​ พ.ต.อ.วิจิตร บุญวรรณ ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงยาบ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร จึงได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 ออกตรวจสอบตามพื้นที่ได้รับแจ้งบริเวณถนนชยางกูร ตำบลบางทรายใหญ่ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา ทะเบียน ผก 3167 ร้อยเอ็ด ต้องสงสัยว่าจะขนส่งยาเสพติดตามที่ได้รับรายงาน

จึงส่งสัญญาณให้หยุดและแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ พบว่ารถดังกล่าวด้านหลังทำเป็นคอกสำหรับบรรทุกพืชผลทางการเกษตรโดยมีฟักทองและตะกร้าพลาสติกปกคลุมอยู่บริเวณกระบะท้ายรถ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบดูที่ด้านล่างฟักทองพบถุงดำขนาดใหญ่จำนวน 12 ถุง ภายในเป็นกระสอบบรรจุห่อยาบ้าหุ้มด้วยกระดาษไขสีเหลืองประทับตราสัญลักษณ์และตัวหนังสือ TOYOTA

ด้านในเป็นซองพลาสติกสีน้ำเงินบรรจุยาบ้ารวมจำนวนประมาณ 5 ล้านเม็ด ถึงได้ควบคุมตัวนายวารี สุรัตนวดี อายุ 50 ปี ที่อยู่ 69 ม.10 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด และนายเพลิน ผุยหัวโทน อายุ 45 ปี ที่อยู่ 26/1 ม.4 ต.ดงกลาง อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถและคนนั่งมาด้วยเป็นผู้ต้องหา โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)

โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในหมู่ประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิด ผลกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป พร้อมกับตรวจยึดรถยนต์กระบะ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง ไว้เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินคดีต่อไป จากการสอบปากคำในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่าได้รับยาบ้ามาจาก นางแก้ว ไม่ทราบชื่อสกุลจริง ชาว สปป.ลาว ภูมิลำเนาอยู่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเป็นผู้สั่งการให้ลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้เข้ามายังประเทศไทย โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้ไปรับยาบ้าที่ท่าเรือบ้านไผ่ล้อม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และจากนางแก้วจะสั่งว่าจะให้ลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ใด กระทั่งระหว่างการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวได้มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ป.ป.ส. ภาค 4 จับกุมเสียก่อน

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 2 ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้าแปดริ้ว” ยอดหมุนเวียนกว่า 55 ล้าน/รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 จ.ชลบุรี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 และ พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงข่าวทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “ขบวนการคอกม้า” โดยมีสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมพิธีแถลงข่าว

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้สืบสวนจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้บัญชีม้า โดยมีขบวนการคอกม้า จัดหาและรวบรวมบัญชีม้า บุคคลไปเป็นบัญชีม้า และบัญชีทรัพย์สินดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี) จากนั้นพาไปชายแดนไทย-กัมพูชา (อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว) ข้ามไปกัมพูชาเพื่อสแกนหน้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนกว่าบัญชีจะถูกอายัดเงินจากผู้เสียหายจะถูกโอนเป็นสินทรัพย์ดิจิตอล ทำให้ยากต่อการติดตามเงินคืน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รรท.จตช., พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2, พล.ต.ต.นเรวิช สุคนธวิท ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.กฤตยา เลาประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 ตำรวจภูธรภาค 2 และตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยได้ทำการสืบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67 มีขบวนการคอกม้า จัดหาบัญชีม้า 5 คน ไปเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จ.ฉะเชิงเทรา และธนาคารใกล้เคียง เปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลครบแล้ว นำไปส่งที่หน้าห้างเดอะ สตาร์ หน้าด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีรถยนต์เก๋งมารับไปข้ามคลองน้ำใส ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปยังเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา อยู่ในออฟฟิศตึกแถว 3 ชั้น สแกนใบหน้าจนถูกอายัดบัญชีจึงส่งตัวกลับไทย หรือเรียกว่า “ม้าตาย” ก็จะหาบัญชาม้าหรือ “ม้าตัวใหม่” มาแทน

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีม้า 5 คน พบว่าเปิดบัญชีม้า 24 บัญชี มีเงินโอนเข้าจากผู้เสียหาย 133 ราย (ระหว่างวันที่ 19-25 ต.ค.67) ก่อนบัญชีม้าถูกอายัดพบเงินหมุนเวียน 31,222,399.60 บาท โอนออกไปยังบัญชีต่างๆ และบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่) รวม 24,518,580.78 บาท รวมทั้งสิ้นกว่า 55 ล้านบาท เป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน การกระทำผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10.11 (เป็นธุระจัดหาคอกม้า) มาตรา 9 (เปิดหรือยินยอมให้ใช้ซิมผี บัญชีม้า) มาตรา 25 (มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ) และร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร

ทั้งนี้ จากการรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ คอกม้า 8 คน บัญชีม้า 5 คน ผลการจับกุม คอกม้า 2 คน บัญชีม้า 2 คน อายัดตัวในเรือนจำ 2 คน รวม 6 คน ผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.น.ส.วริศราฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 2.นายเสน่ห์ฯ (คอกม้า จัดหาคนเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 3.น.ส.สุกัญญาฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 4.นายชัยสิทธิ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 5.นายอธิวัฒน์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า) 6.นายวรพันธ์ฯ (รับจ้างเปิดบัญชีม้าและซิมม้า)

จึงดำเนินคดีในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงอันมีลักษนะเป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนฯ นอกจากนี้ทางตำรวจภูธรภาค 2 ยังฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงโทษของการเปิดซิมผี บัญชีม้า ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าอย่าเห็นแก่เงินค่าจ้างเพียงเล็กน้อย ระวังจะติดคุกหัวโตเพราะเป็นความผิดร้ายแรง

รรท.ผบช.ภ.2 ตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491 ชื่นชมความสะอาด กก.ปพ.บก.สส.ภ.2

วันที่ 2 ธ.ค.67 ที่สนามยิงปืนบูรพา 491 กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 จ.ชลบุรี พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.นิทัศน์ แหวนประดับ ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ที่ได้เดินทางมาแถลงข่าวคดีสำคัญ ก่อนเดืนทางมาตรวจเยี่ยมสนามยิงปืนบูรพา 491

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รรท.ผบช.ภ.2 ได้รับฟังข้อมูลบรรยายสรุป ก่อนตรวจเยี่ยพื้นที่โดยรอบของสนามยิงปืน บูรพา 491 และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 โดยได้กล่าวให้กำลังชื่นชมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติที่มีความพร้อมแทบทุกด้าน สร้างความเข้มแข็งและเสริมประสิทธิภาพให้กับหน่วยงาน

นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมการรักษาสะอาดทั่วบริเวณของ กก.ปพ.บก.สส.ภ.2 ที่เจ้าหน้าที่ให้ความเอาใจจนดูร่มรื่นเหมาะสมเป็นที่ปฏิบัติงานมี่ควรเป็นแบบอย่างให้หน่วยอื่นๆ ต่อไป ก่อนจะเดินทางกลับด้วยความสวัสดิภาพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แถลงข่าว ยึดยาบ้า 106,200 เม็ด จากขบวนค้ายาข้ามชาติ ริมฝั่งแม่น้ำโขง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมศรีประดู่ อาคารเอนกประสงค์ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข.และ พ.อ.ศรณณัฐ นวลมณี รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) พ.ต.อ.หญิง จิรนันท์ ธนะสิงห์ นวท.(สบ 4) พฐ.จว.นครพนม พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงใน จ.นครพนม

ร่วมแถลงข่าว โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. พล.ร.ต.ณรงค์ เอมดี ผบ.นรข. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามมาส่งบริเวณ ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.เชียงยืน ต.เวินพระบาท อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงได้สั่งการให้ น.อ.แมนรัตน์ บุญสวัสดิ์ ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อมทั้ง น.ต.สมเจตน์ ค้าทวี หน.เรือนครพนม

ตรวจสอบข่าวพร้อมจัดชุดชุ่มเฝ้าตรวจ และเข้าทำการตรวจสอบพื้นพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.15 น. ได้ทำการตรวจการณ์ด้วยสายตาและกล้องตรวจการณ์กลางคืนพบเรือกีบเพลายาวต้องสงสัย จำนวน 1 ลำ แล่นจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย ห่างจากชุดซุ่มเฝ้าตรวจประมาณ 500 ม. ชุดซุ่มเฝ้าตรวจึงได้ทำการรีบปิดระยะเข้าทำการตรวจสอบ กระทั่งเหลือระยะห่างประมาณ 200 ม.

ได้ตรวจพบว่าเรือกีบเพลายาวได้แล่นกลับไปทางฝั่ง สปป.ลาว ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้รีบเข้าไปยังบริเวณที่เรือลำดังกล่าวแล่นออกไปโดยทันที ซึ่งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณทางลาดของท่าทราย (ร้าง) ตรวจพบวัตถุต้องสงสัยเป็นกระสอบปุ๋ยสีฟ้า และมีชิ้นส่วนยางในรถจักรยานยนต์พันมัดรอบปากกระสอบวางอยู่บนพื้นดังกล่าว จากการสังเกตุพบว่าที่ก้นกระสอบนั้นเปียกชื้นและมีดินทรายเกาะติด จึงคาดว่าน่าจะเป็นยาเสพติดตามที่สายลับแจ้งมา จึงทำการชุ่มเฝ้าตรวจในบริเวณนั้นเพื่อรอผู้ที่จะมารับวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งเวลา 20.30 น. เมื่อเห็นว่าไม่น่าจะมีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ชุดชุ่มเฝ้าตรวจจึงได้ทำการเปิดตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พบว่าภายในเป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงชนิดกดปิดดึงเปิดสีน้ำเงินและสีชมพู มัดด้วยหนังยางบรรจุรวมอยู่ในกล่องกระดาษพันด้วยเทปกาวสีเหลือง จำนวน 1 กล่อง และบรรจุรวมอยู่ในห่อกระดาษไซสีเหลืองห่อด้วยถุงพลาสติกและพันรวมกันกันด้วยเทปกาวสีเหลือง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จ.นครพนม

ทำการตรวจยึดและนำของกลางทั้งหมด มาตรวจสอบโดยละเอียดที่ สน.เรือนครพนม ภายในกระสอบปุ๋ยพบยาบ้าตราอักษรภาษาอังกฤษ WY กำกับอยู่ด้านหนึ่งอีกอีกด้านหนึ่งผิวเรียบ และมีลักษณะเม็ดสีเขียวกลมแบนมีตราอักษรภาษาอังกฤษ A กำกับอยู่อีกด้านหนึ่ง มีผิวเรียบ รวมเป็นยาบ้า จำนวน 106,200 เม็ด หน่วยจึงได้นำของกลางยาบ้า​ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

น.อ.สุชาติ อุดมนาค รอง ผบ.นรข. กล่าวว่า ทางการข่าวขณะนี้พบมีเยาวชนเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการกลุ่มผู้ค้าโดยจะแทรกซึมทำหน้าที่คอยแจ้งความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มีมากถึงราว ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเยาวชนในพื้นที่ของ อ.ท่าอุเทน ซึ่งต่อจากนี้ ทางหน่วยจะใช้การเข้าหาผู้นำหมู่บ้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้าน เพื่อร่วมสแกนในพื้นที่ของแต่ละหมู่บ้านอย่างจริงจัง และสืบเนื่องจากผู้นำหมู่บ้านย่อมทราบข้อมูลในชุมชนรวมทั้งทราบถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดมากที่สุด ทั้งนี้มีการเข้าพบกับญาติผู้ต้องหาที่ค้ายาเสพติด ขอให้มาช่วยในการทำงาน เชื่อว่าในบ้านมีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ชาวบ้านย่อมรู้ดีว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดใครทำอะไรบ้าง

ขณะเดียวกันมีข้อมูลจาก ปปส.ส่งข้อมูลทางการข่าวเรื่องยาเสพติด ว่ามียาเสพติดที่กำลังรอการลำเลียงข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ตรงกันข้ามกับ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ซึ่งเชื่อว่าแหล่งผลิตอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนกว่า 20 ล้านเม็ด ทำให้ขณะนี้ทุกหน่วยงานต่างแบ่งกำลังกันลงไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง 24 ชั่วโมง เพื่อกดดันสำหรับการส่งยาเสพติดให้ลดน้อยลงให้มากที่สุด.
ภาพ/ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​รายงาน​ ​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ปศุสัตว์สมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบสถานกักกันสัตว์และที่พักซากสัตว์

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567
นายสาโรช จันทร์ลาด ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ และปศุสัตว์อำเภอเมืองสมุทรสาคร บูรณาการร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี และกอ.รมน.จังหวัดสมุทรสาคร

เข้าตรวจสอบสถานที่เก็บสินค้าปศุสัตว์ ห้องเย็น เพื่อเป็นการป้องกัน และปรามปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการปลอมแปลงเอกสารใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และออกไปยังท้องที่อื่น
จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

  1. บริษัท เอ็มเอ็มพี โฟร์เซนฟูดส์ จำกัด
  2. บริษัท วี เอส ไอ ยูเนี่ยนไทย จำกัด
  3. บริษัท เอซี ห้องเย็น จำกัด
  4. บริษัท เอ็มเค ห้องเย็น จำกัด

ผลการเข้าตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อจำหน่าย พ.ศ.2559 พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายซากสัตว์ การรับรองให้จำหน่ายเนื้อสัตว์ เพื่อเป็นการป้องกัน และปราบปรามการลักลอบน้ำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รถตู้ป้ายแดงกลับจากส่งผู้ป่วยไปรักษาตัวนครปฐม ชนท้ายรถเทรนเลอร์ เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อเวลา 02.10 น.วันที่ 24 พ.ย.67 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถตู้ชนท้ายรถบรรทุกมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้ ช่วงระหว่าง หลัก กม.ที่ 330-331 หมู่ที่ 12 บ้านคลองหินจวง ต.ห้วยยาง จีงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างรุ่งเรืองธรรมสถานอำเภอทับสะแก หน่วยกู้ชีพและกู้ภัย อบต.ห้วยยาง รุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือผู้ระสบอุบัติเหตุ

    ที่เกิดเหตุพบรถตู้โตโยต้า ป้ายแดง ทะเบียน ก-0650 ชุมพร กำลังจะเดินทางไป จ.ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรนเลอร์ ทะเบียนตัวแม่ 71-9704 ตัวพ่วง 82-1796 บรรทุกน้ำ ของ บ.ทวินัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยภายในรถตู้ พบผู้เสียชีวิตทันที 3 ราย ทราบชื่อ 1.นาย มนัต ซูเยาว์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/37
    หมูที่ 6 ต.นาทุ่ง อเมืองชุมพร จ.ชุมพร เป็น สมาชิกสภาเทศบาล (สท.) ต.ชุมโค อ.ประทิว จ.ชุมพร เป็นคนขับ 2.จ.ส.ต.กิดติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39
    ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 1 ต.ตากแดด อ.เมืองขุมพร จ.ชุมพร

    เป็น ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.ชุมพร 3.นายเกรียงไกร
    รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์สำนักงาน สสจ.ชุมพร อยู่บ้านเลขที่ 127 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งคา อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร 4.ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธ์ศิลป์ อายุ 47 ปีอยู่บ้านเลขที่ 87/5 หมู่ที่ 8 ต.นาทุ่ง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร (ได้รับบาดเจ็บ) เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสืบสวน ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้เร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และนำตัวผู้เสียชีวิต ส่ง รพ.ทับสะแก

    จากการสอบถาม นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 83 หมู่ 5 ต.ท่าข้าม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ทราบว่า ตนเองได้ขับรถบรรทุกน้ำดื่ม มาจาก จ.พระนครศรีอุธยา มุ่งหน้าไป จ.ภูเก็ต ในช่องทางเดินรถซ้ายสุดติดไหล่ทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถกำลังขึ้นเนินได้มีรถยนต์ตู้คันดังกล่าว พุ่งชนท้ายรถอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว สอบถาม ด.ต.สุรศักดิ์ฯ ทราบว่า ตนและคณะได้เดินทางกลับจากส่งผู้ป่วยจิตเวชไปรักษาตัวที่ จ.นครปฐม กำลังมุ่งหน้า กลับไป จ.ชุมพร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ นายมนัตฯ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว มีอาการวูบหลับ ใน ชนท้ายรถบรรทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

    ขณะที่ นายธวัชชัย แดงฉ่ำ นายก อบต.ห้วยยาง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้กรมทางหลวงเร่งติดตั้งไฟถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งขาเข้า กทม.และขาล่องไปภาคใต้ ตั้งแต่หน้าสหกรณ์โคนมเนินดินแดงถึงจุดกลับรถน้ำตกสายสอง เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องและเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยว 14 จว ภาคใต้ ซึ่งกรณีดังกล่าวหลายฝ่ายได้เรียกร้องให้ดำเนินการตั้งแต่รถทัวร์เสียหลักชนต้นไม้ใหญ่ใกล้ทางเข้าหาดวนกร เมื่อเดือนธันวาคม 2566 นายอำเภอทับสะแกได้นำจิตอาสาไปตัดต้นไม้ข้างทางยาวหลายร้อยเมตร เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนมีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ยามค่ำคืน พร้อมติดป้ายเตือนในระวังในการใช้ความเร็ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการขึ้น

    ///////////////
    ท่าน
    ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิว์ / นบ.ยส.24 แถลงข่าวทหารพรานยึดยาบ้า เกือบ 2 แสนเม็ด! พร้อมฝิ่นดิบกว่า 3 กิโลกรัม ที่ริมแม่น้ำโขง/จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง/เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี บ้านเหล่าหนาด ตำบลพนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2) )

    เป็นผู้แทน พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) แถลงข่าวการตรวจยึดยาเสพติด ร่วมกับนายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอท่าอุเทน นาวาโทจักรกฤษ วังกรานต์ หัวหน้าสถานีเรือบ้านแพง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตนครพนม ร้อยเอก ธนากร นาเหล็ก ผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน

    โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 09.50 น. กองบังคับการควบคุมที่ 1(ร.3) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้รับการประสานจากกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 ว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดี พบวัตถุต้องสงสัยคาดว่าจะเป็นยาบ้า วางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง พื้นที่ บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จึงได้จัดกำลังเข้าทำการพิสูจน์ทราบตามที่ได้รับแจ้ง เมื่อไปถึงจุดที่ได้รับแจ้ง พบกระสอบสีเหลือง จำนวน 2 กระสอบวางอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง

    เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบภายในกระสอบ พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 170,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่น) น้ำหนัก 3.2 กิโลกรัม จากนั้นจึงประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ร่วมทำการเข้าตรวจสอบและนำของกลางทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    โดยการแจ้งเบาะแสนำมาซึ่งการตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้เกิดจากการที่ประชาชน พบเห็นสิ่งผิดปกติแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารพรานและหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งถือว่าประชาชนในพื้นที่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการป้องกันสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่บ้านตาลปากน้ำ หมู่ที่ 2 ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี กองทัพภาคที่2 กองทัพบกroyalthaiarmyภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
    เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    หน่วยงานเมินหนังสือ จ.มุกดาหาร ปล่อยรถบรรทุกหนักไม่คลุมผ้าใบวิ่งเกลื่อนเมือง

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน​ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า สืบเนื่องจากนายไกร เอี่ยมจุฬา ผู้ว่าราชการจังหวัด ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารได้มีหนังสือลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 ถึงนายอำเภอทุกอำเภอและนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ว่า ได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า สภาผู้แทนราษฎร ในคราวประชุมผู้แทนราษฎร วันที่ 11 กันยายน 2467 ได้มีสมาชิกผู้แทนราษฎรให้แก้ไขปัญหารถบรรทุกที่บรรทุกวัสดุ เช่น ดิน หิน ทราย หรือวัสดุอื่น ๆ ที่อาจจะฟุ้งกระจายระหว่างการขนส่งไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างการขนส่ง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายในการบังคับใช้กับผู้ฝ่าฝืนและกระทำความผิดในการบรรทุกสิ่งของโดยไม่ปกคลุมและก่อให้เกิดอันตรายต่อใช้รถ ใช้ถนน เช่น พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 102(4) ประกอบกับมาตรา 127 ฐานการขับรถโดยไม่ปฏิบัติและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขนส่ง นอกจากนี้ยังมีพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 13 ที่กำหนดให้รถที่บรรทุกสิ่งของนั้นต้อง มีการป้องกันไม่ให้เกิดการตกหล่น รั่วไหล ฟุ้งกระจาย ลงบนถนนในระหว่างที่ใช้ และให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่มีอำนาจสามารถยึดรถนั้นไว้จนกว่าเจ้าของจะชำระค่าปรับ แต่ปัจจุบันมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมาก

    จังหวัดมุกดาหารพิจารณาแล้ว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตามประเด็นข้อหารือของสภาผู้แทนราษฎร ดังกล่าวฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุผลสัมฤทธิ์ จึงขอความร่วมมืออำเภอแจ้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบและดำเนินการด้วย

    แต่ปรากฏว่าภายหลังจากที่จังหวัดมุกดาหารออกหนังสือฉบับดังกล่าว ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองมุกดาหารก็ยังคงมีรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของ ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายหรือตกหล่นบนถนนจำนวนมากอยู่เป็นจำนวนมากเช่นเดิม และนับวันแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายแห่งโดยเฉพาะการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ทำให้มีรถบรรทุกทรายและหินใหญ่ซึ่งคาดว่าจะบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่คลุมผ้าใบกันวัสดุตกหล่นจำนวนมากวิ่งผ่านในพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน เทศบาลเมืองมุกดาหาร ทางหลวงแผ่นดิน 2034 ทางเลี่ยงเมือง 238 และทางหลวงชนบท โดยรถบรรทุกดังกล่าวใช้เส้นทางวิ่งซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งของสำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร เทศบาลตำบลนาสีนวน และเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพียงไม่กี่กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและผู้ใช้เส้นทางในการสัญจรอยู่ทุกวัน โดยไม่ปรากฏให้เห็นว่ามีหน่วยงานรับผิดชอบใดส่งเจ้าหน้าที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมายและหนังสือจังหวัดมุกดาหารแต่อย่างใดกรมการขนส่ง

    #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    เหิม! ขบวนการค้าของเถื่อนลักลอบส่งบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแม่น้ำโขง สะพานมิตรภาพ 2

    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการค้าของเถื่อนข้ามชาติลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขงมาส่งให้กับนายทุนค้าของเถื่อนในจังหวัดมุกดาหารที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ม.13 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร

    จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานบูรณาการกับชุดสืบสวนและปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศุลกากร รุดไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบเรือหางยาวบรรทุกกล่องกระดาษขนาดใหญ่แล่นจากฝั่งแขวงสะหวันนะเขต เข้ามาจอดที่บริเวณท่าน้ำบ้านบางทรายใหญ่ ใกล้กับสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต)

    เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเพื่อที่จะขอตรวจสอบ แต่คนขับเรือเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้อาศัยความมืดวิ่งขึ้นฝั่งหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพบกล่องกระดาษบรรจุสิ่งของขนาดใหญ่จำนวน 5 กล่องอยู่ในลำเรือ จึงได้เปิดกล่องกระดาษตรวจสอบพบว่าภายในบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า 1 กล่อง ส่วนอีก 4 กล่อง พบว่าเป็นบุหรี่ผลิตใน สปป.ลาว จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางและนำส่งด่านศุลกากรมุกดาหารเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ศูนย์ข่าวมุกดาหาร #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี #กองทัพภาคที่2 #กองทัพบกroyalthaiarmy

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทพ.2105​ ฝ่ายปกครองและตำรวจ ยึดยาบ้าซุกกองฟาง 1.9 แสนเม็ด ในกระท่อมกลางทุ่ง/ นบ.ยส.24 ยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด/ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ร้อยโท วัชรสรณ์ เชื้อไพบูลย์ ผบ.ร้อย.ทพ.2105 ฉก.ทพ.21 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีการลักลอบนำยาเสพติดข้ามแม่น้ำโขงมาส่งในพื้นที่ บ.นาสีนวน ม.1 ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร

    จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง ปรากฏว่าเมื่อไปถึงบริเวณกระท่อมในบริเวณสวนยางพารา บ.นาสีนวน พบกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนไว้อยู่ในกองฟางจึงได้เปิดตรวจสอบดูพบว่าภายในกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 198,000 เม็ด ไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    นบ.ยส.24 แถลงข่าวโชว์ผลงานการตรวจยึด เฮโลอีน 32 แท่ง, ยาไอซ์ 117 กก. ผู้ต้องหา 3 รายของกลาง ยาบ้า 80 มัด 160,000 เม็ด

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ที่กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210, พ.อ.กัญญนัต ไชโอชะ รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (2),พ.อ.ศรณณัฐ นวยมณี รอง ผบ.บก.ควบคุมที่ 1(ร.3)กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี / รองผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5) นายสุรศักดิ์ กันสูงเนิน ป้องกันจังหวัดนครพนม,พ.ต.อ.วุทธยา สิงห์กิ้ง ผกก.ตดช.23, พ.ต.อ.หญิง จีระนันท์ ธนะสิงห์ ผกก.พฐ.นครพนม,พ.ต.ท.สมพล ห้าวหนู รอง ผกก.ตชด.23 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เรวัฒ จำปาน ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 และชุดปราบปรามยาเสพติดฯ พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดเฮโรอีน 32 แท่ง ยาไอซ์ 117 ห่อ/กก.

    โดยเมื่อ วันที่ 16 พ.ย.67 เวลา 22.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่กำลังจะออกไปกรีดยางว่าพบเห็นพระพุทธรูป จำนวน 3 องค์ ที่ถูกวางไว้ข้างทางห่างจากแหล่งชุมชนหมู่บ้านพอสมควร บริเวณทางเข้าหมู่บ้านดอนแดงน้อย ต.ท่าจำปา อ.ทำอุเทน จ.นครพนม เป็นที่น่าสงสัย จึงรีบแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ฯ เพื่อให้นำไปตรวจสอบและคาดว่าอาจจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อเข้าไปสำรวจตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามียาเสพติดที่มีลักษณะวางซุกซ่อนในองค์พระพุทธรูปเป็นจำนวนมากจริง ก่อนถูกหล่อด้วยน้ำยาเรซิ่นอยู่ภายใน แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังดักซุ่มรอ

    เพื่อหวังจะมีผู้มารับพระจำนวนดังกล่าวจนกระทั่งถึงเช้า เมื่อไม่มีผู้ใดมารับหรือแสดงตัวเป็นเจ้าของ จึงได้ทำการตรวจยึดและนำพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ มายังกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงพบว่าในองค์พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นั้น มียาเสพติดให้โทษให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) จำนวน 32 แท่งและยาไอซ์ จำนวน 117 ห่อ /กิโลกรัม สำหรับยาไอซ์ที่ตรวจยึดไว้ได้ ถูกจัดเรียงไว้ภายในขององค์พระพุทธรูปก่อนใช้น้ำยาเรซิ่นเทหล่อทับเพื่อพรางสายตาเจ้าหน้าที่ สำหรับการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากในครั้งนี้ อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้วยดีตลอดมา จึงทำให้ผลการตรวจยึดของกลางจำนวนดังกล่าวเป็นผลสำเร็จก่อนที่ ยาเสพติดจำนวนนี้จะทะลักเข้าไปสู่พื้นที่ชั้นในต่อไป

    อีกคดีเมื่อ วันที่ 17 พ.ย.67 เวลา 07.00 น. ชุดปราบปรามยาเสพติด กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เข้ามาในพื้นที่ จึงได้จัดกำลังพลทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ ปั้ม ปตท.บ้านแพง ต.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ตามที่รับแจ้ง จนกระทั้งเวลาประมาณ 07.00 น. ตรวจพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาทะเบียนหมายเลข 3 ฒต 9723 กรุงเทพฯ จอดอยู่บริเวณปั๊ม ปตท.บ้านแพง จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว พบชาย 2 คน และ ผู้หญิง 1 คน จึงแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขอทำการตรวจค้นรถกระบะคันดังกล่าว พบว่าเป็นยาเสพติดประเภท 1 ยาบ้า จำนวน 80 มัด ประมาณ 160,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง และปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน1 กระบอก จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำการขยายผล ณ กองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 ต่อไป

    ทางด้าน พล.ต.ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2)/ผบ.มทบ.210 กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้ง นบ.ยส.24 เป็นหน่วยหลักในการบูรณาการสกัดกั้น ป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมอบหมายให้ กองกำลังป้องกันชายแดน เป็นส่วนสกัดกั้น, ตำรวจภูธร เป็นส่วนปราบปราม และ ศอ.ปส.จว. เป็นส่วนป้องกัน ซึ่งการบูรณาการนี้ ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จนถึงปัจจุบัน ในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมในพื้นที่อำเภอชายแดนของจังหวัดนครพนม จำนวน 54 ครั้ง ผู้ต้องหา 120 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 1,183,747 เม็ด, เฮโรอีน 67.10 กิโลกรัม และไอซ์ 117.295 กิโลกรัม

    การจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 7 จังหวัด 25 อำเภอ จำนวน 167 ครั้ง ผู้ต้องหา 275 คน โดยมีของกลางยาบ้ามากถึง 19,978,876 เม็ด, ไอซ์ 765.295 กิโลกรัม, เฮโรอีน 85.63 กิโลกรัม, เคตามีน 3.79 กิโลกรัม, และอื่นๆ (ยาอี 1,484 เม็ด, happy Water 410 ซอง, ฝิ่น 0.66 กรัม)ซึ่งนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศตามแนวชายแดนทั่วประเทศ โดยสืบสวนหาข่าว ลาดตระเวนช่องทางต่างๆ และตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามจุดเสี่ยง ทำให้ผู้ค้ายาเสพติดต้องหาวิธีการใหม่ๆในการส่งต่อยาเสพติดเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ซึ่งผลการปฏิบัติในครั้งนี้ ก็เป็นการทำงานเจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยความมั่นคงและทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกันจนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จทำให้สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เพิ่มการเฝ้าระวังบริเวณแนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง อย่างเข้มแข็งต่อไป เพื่อป้องกันปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซากอย่างเด็ดขาดต่อไป

    ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ นบ.ยส.24 ที่เบอร์ 064-6641982 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง

    ร้องตรวจสอบรถขนทราย บรรทุก นน. เกิน ทำถนนพัง ฝุ่นเต็มบ้าน

    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567​ ร.ต.ต.สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาสีนวน อำเภอเมือง
    จังหวัดมุกดาหาร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีผู้ประกอบการท่าทรายลักลอบดูดกรวดทรายในแม่น้ำโขงนอกเขตพื้นที่อนุญาต แล้วใช้รถบรรทุกขนทรายจำนวนมากที่ได้มาจากการลักลอบดังกล่าว บรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด วิ่งผ่านถนนในหมู่บ้านของตำบลนาสีนวน ออกไปสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 (มุกดาหาร-ดอนตาล)

    จนทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ใกล้เคียงกับถนนที่รถบรรทุกทรายวิ่งผ่านได้รับความเดือดร้อน มีปัญหาด้านสุขภาพเกิดการเจ็บป่วยอันเนื่องจากฝุ่นละออง ทั้งยังทำให้ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน พบว่ามีรถบรรทุกทรายที่คาดว่าจะมีน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดวิ่งผ่านถนนในชุมชนจนทำให้ได้รับความเดือดร้อนถนนเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อจริง ทั้งยังไม่มีการคลุมผ้าใบตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีการใช้รถบรรทุกทรายวิ่งออกจากสถานประกอบการท่าทรายแห่งหนึ่งในตำบลนาสีนวน ผ่านถนนในหมู่บ้านออกสู่ทางหลวงหมายเลข 2034 ผ่านทางหลวงหมายเลข 238 (ถนนวงแหวนรอบนอก) เข้าไปยังถนนทางหลวงชนบทบ้านด่านคำ

    โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่รถบรรทุกทรายไม่คลุมผ้าใบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านพากันออกมาวิ่งเต็มถนนในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนและถนนซึ่งเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเพิกเฉยไม่ตรวจสอบหรือดำเนินการใดๆ แม้แต่รถหน่วยตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกเคลื่อนที่ กรมทางหลวงชนบท ก็ยังวิ่งผ่านเลยไปเฉยๆ

    “จึงขอให้เทศบาลตำบลนาสีนวน สำนักงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับรถบรรทุกที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไปด้วย” ร.ต.ต.สุเทียน กล่าว

    ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่งทางบก #แขวงทางหลวงมุกดาหาร #กรมทางหลวง #แขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร #กรมทางหลวงชนบท #เทศบาลตำบลนาสีนวน #จังหวัดมุกดาหาร

    ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​