คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นาที​ “ลุงพลเข้าเรือนจำ! ศาลไม่ให้ประกัน รอศาลฎีกาชี้ชะตา”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม รถเรือนจำจังหวัดมุกดาหารได้รับตัวนายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ซึ่งศาลยังไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดมุกดาหาร โดยลุงพลจะต้องถูกแยกกักโรคโควิดเป็นเวลา 5 วัน ก่อนพิจารณาส่งเข้าห้องขังแดนต่างๆ

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำคุก 10 ปี กระทำการต่อศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น จำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งหมด 26 ปี และให้ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่พ่อแม่น้องชมพู่ รวมกว่า 2.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทีมทนายความของลุงพลเปิดเผยว่าได้มีการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวลุงพลต่อศาลจังหวัดมุกดาหาร แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงได้ยื่นอุทธรณ์ขอปล่อยตัวชั่วคราวต่อศาลฎีกาอยู่ระหว่างรอคำสั่ง

ประกันตัว #ปล่อยตัวชั่วคราว #ลุงพล #ป้าแต๋น #น้องชมพู่ #คดีสะเทือนใจ #ข่าวดราม่า #ฆ่าคนตายโดยเจตนา #ศาลอุทธรณ์ #ศาลฎีกา #ไวรัลข่าว #ดราม่าเดือด #มุกดาหาร #สะเทือนใจทั้งประเทศ ////ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลุงพลอ่วม” ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ตัดสินลุงพลข้อหาหนัก ฆ่าโดยเจตนา – พรากเด็ก จำคุกรวม 26 ปี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร นายอนามัย และนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อกับแม่น้องชมพู่ได้เดินออกมาจากศาล แล้วให้สัมภาษณ์

ผู้สื่อข่าว รู้สึกดีใจและขอบคุณศาลอุทธรณ์ภาค 4 มากที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับน้องชมพู่ โดยมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกลุงพลในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาและมีอัตราโทษโทษสูงขึ้น

นายพิสิษฐ์ ตรัยเจริญเมธากุล ทนายความโจทก์ร่วม เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษา ว่าจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลงโทษจำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ลงโทษจำคุกกระทงละ 10 ปี และกระทำการต่อศพหรือสภาพแวดล้อมก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ลงโทษจำคุก 1 ปี รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 26 ปี และให้

ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 เดี๋ยวแม่น้องชมพู่ จำนวน 1,350,000 บาท โจทก์ร่วมที่ 2 หรือพ่อน้องชมพู่ จำนวน 1,200,000 บาท

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผบช.ภ.1 สั่งการ ตร.ภาค 1 รับผิดชอบ 9 จ. กวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นภัยต่อประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

ผบช.ภ.1 สั่งการตำรวจภูธรภาค 1 ในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้ง 9 จังหวัด ระดมกวาดล้างสถานบริการผิดกฎหมายยาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณี อาชญากรรมข้ามชาติ และการกระทำผิดกฎหมายที่เป็นภัยต่อประชาชน ทุกกฏหมายทุกประเภทกฎหมายพิเศษเฉพาะทาง

พร้อมเป็นเจ้าภาพหลักและสนับสนุนร่วมในการตรวจระดมกวาดล้างแบบบูรณาการหน่วยงานร่วมกัน รวมใจหน่วยงานความมั่นคงเป็นหนึ่งเดียวกัน จับมือไว้แล้วทำงานไปด้วยกัน พร้อมสายด่วนเเจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 กับระบบควบคุมสั่งการตรวจสอบด้วยระบบเทคโนโยลี เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการ ตำรวจภูธรภาค 1 และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 1 ควบคุม งานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าวตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า 1เปิดเผยว่า

ทางด้าน พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ คณะผู้บริหารระดับสูง ได้สั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 ก็คือ สมุทรปราการ ปทุมธานี นนทบุรีพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรีสระบุรี สิงห์บุรี

และกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ระดมกวาดล้างและ จับกุม เป้าหมาย ที่มีการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 โดยเฉพาะ สถานบริการต่างๆ ซึ่งเปิดอย่างผิดกฎหมายและ มีเรื่องของยาเสพติดซึ่งทำลาย สุขภาพ ของประชาชน และเศรษฐกิจตลอดจนความมั่นคงของประเทศไทย

โดย หา ดประชาชน ท่านใด พบแต่ความผิดหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับ การกระทำความผิดต่างๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางภาค 1 สามารถแจ้งได้ที่ที่ทำการของ ตำรวจ ภูธร ณ สถานีนั้นๆหรือจังหวัดนั้นๆหรือสามารถโทรแจ้ง

สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ได้ทุกที่ทุกจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในระบบจะมีการบันทึกการแจ้ง การกระทำความผิดต่างๆไว้ ด้วยเทคโนโลยีที่จะสามารถ

ตอบรับ การทำงานเข้าช่วยเหลือ เหตุต่างๆของประชาชนหรือรับ เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการแจ้งเบาะแสเพื่อดำเนินการ สืบสวนสอบสวนหาข่าวเข้าไปจับกลุ่ม อย่าง โดยด่วนที่สุดต่อไป

​สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ศุลกากรมุกดาหาร ตรวจยึดยาอี 5 ถุง น้ำหนัก 8 กิโลกรัม

แชร์เนื้อหานี้

ตามนโยบาย นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร นางกิจจาลักษณ์ ศรีนุชศาสตร์ ทปษ.ด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศภ.2 ให้เข้มงวดในการตรวจสอบการกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นายกรณ์ชัย ปัญญาวัฒนพงศ์ นายด่านศุลกากรมุกดาหาร ได้สั่งการให้ นายสานุ ศิลปไชย ผอ.สคศ.และนายชวลิต จิระชนากุล ผอ.สบศ. ดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568​ เจ้าหน้าที่ ฝคต. สคศ. ด่านศุลกากรมุกดาหาร นำโดย นายปริญญา ผลมั่ง หน.ฝคต. ร่วมกับฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2​ ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 1 กองสืบสวนและปราบปราม ร้อย.ทพ.2105​ ฉก.ทพ.21 ชปข.กอ.รมน.ภาค 2 ชุด สท.ที่ 8 (มุกดาหาร) กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร้อย.ตชด.234 ด่านตรวจสัตว์ป่ามุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร  ได้ร่วมกันตรวจสอบกล่องกระดาษ จำนวน 1 กล่อง วางอยู่บริเวณด่านพรมแดนมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ผลการตรวจสอบพบ วัตถุชนิดผง สีส้มแดง จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 8 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษดังกล่าว ซึ่งต้องสงสัยว่าอาจเป็นสิ่งของที่มีส่วนผสมหรือมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ จึงได้ทำการตรวจสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาตรวจสอบสารเสพติด ผลการตรวจสอบเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาอี) กรณีเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252  แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 และประมวลกฎหมายยาเสพติด///ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รวบ “หัวเผือกบ้านนา” นักค้ายารายใหญ่พร้อมยึดทรัพย์สินกว่า 5 ล้านบาท / สนธิกำลังสแกนยาเสพติด ตามมาตรการสัปดาห์สีแดง

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ชุมพร สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน

ภาค 8 ร่วมกันเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ต.บ้านนา โดยสามารถจับกุม นายหัวเผือก (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ค้ายาเสพติดตัวการสำคัญ พร้อมยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท

ข่าวแจ้งว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากนายหัวเผือก หรือที่รู้จักในฉายา “หัวเผือกบ้านนา” เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับเยาวชนอายุระหว่าง 16-20 ปีในพื้นที่ จ.ชุมพรมาเป็นเวลานาน แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามเข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลายครั้งแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย เนื่องจากนาย

หัวเผือกไม่ได้เสพยาเสพติดจึงไม่สามารถจับกุมได้ พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับในข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด” ซึ่งศาลจังหวัดชุมพรได้อนุมัติหมายจับในที่สุด

จากนั้นใน เวลาประมาณ 06.00 น.วันที่ 9 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี พร้อมชุดสืบสวนภาค 8 ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมนายหัวเผือกได้ที่บ้านพักหลังใหม่ในพื้นที่ ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร พร้อมยึดทรัพย์สินที่ต้องสงสัยว่า

ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบด้วย บ้าน 1 หลังพร้อมที่ดิน รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน ทองคำหนัก 5 บาท เงินสด 120,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้กว่า 5 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะนำตัวนายหัวเผือกพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพรดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สนธิกำลังสแกนยาเสพติด ตามมาตรการสัปดาห์สีแดง


ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร นายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอพะโต๊ะ

นายกิตติพงศ์ อินทรสุวรรณ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ร่วมกันมอบหมายให้ นายจักรกฤษณ์ มุณีน้อย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.นายศุกรกานต์ ทิพย์บุญ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย อส.อ.พะโต๊ะ 8

กำนันต.ปังหวาน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ปฏิบัติการค้นหาผู้เสพ ผู้ติด และผู้ค้ายาเสพติด (Re X-ray) ในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ตามมาตรการ “สัปดาห์สีแดง” (Intensive Days Screening Week) และการขับเคลื่อนนโยบายร่วมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers”

เพื่อสร้างชุมชนปลอดภัยห่างไกลยาเสพติด ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่ ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ พบผู้เสพยาติดจำนวน 6 ราย จึงร่วมกันนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำ ต.ปังหวานต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯ ชลบุรี แถลงข่าวกวาดล้างยาเสพติดอำเภอบางละมุง ภายใต้ปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ก่อนเป็นเชฟทอดไข่ให้ จนท. รับประทาน

แชร์เนื้อหานี้

 วันที่ 6 ส.ค.68 ที่สถานีตำรวจภูธรบางละมุง จ.ชลบุรี นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดรายสำคัญ ตามโครงการของรัฐบาลภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “No Drugs No Dealers” ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การแถลงข่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง และสถานีตำรวจภูธรบางละมุง โดยมี พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง, พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง ร่วมในพิธี พร้อมด้วยสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทำข่าวอย่างคับคั่ง

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่ามีการซื้อขายยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อ “เจริญ...” เป็นช่องทางในการติดต่อซื้อขาย โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่าง ๆ และมีการวางยาเสพติดตามจุดนัดหมายต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสั่งซื้อยาบ้า จำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด และยาไอซ์ 200 กรัม เพื่อล่อซื้อ

 ต่อมาได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายบริเวณซอยเขามะกอก 1/1 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง และสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายวัฒน์ ซึ่งให้การว่านำยาเสพติดมาจากบ้านพักของผู้ร่วมขบวนการอีก 2 รายที่ซอยหนองหิน 1 ถึง 1/1 ต.หนองปรือ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ นายมนตรี และนายศุภพัฒน์ พร้อมของกลางประกอบด้วยยาบ้า 24,440 ยาไอซ์ 751 กรัม อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ 1 กระบอก

 รวมของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย: ยาบ้า จำนวน 30,440 เม็ด, ยาไอซ์น้ำหนักรวม 951 กรัม, อาวุธปืนพกสั้น ยี่ห้อ Norinco สีดำ จำนวน 1 กระบอก ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ประกอบด้วย 1. นายวชิระ หรือวัฒน์ อายุ 33 ปี, 2. นายมนตรี หรือนุ๊ก อายุ 28 ปี และ3. นายศุภพัฒน์ หรือตี๋ อายุ 27 ปี

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา“ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า, ยาไอซ์) โดยการขายอันเป็นการกระทำเพื่อ การค้า โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้ายาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อ จำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และนายมนตรีหรือบุ๊ก (ผู้ถูกจับที่ 2) มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ใน ความครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

ภายหลังการแถลงข่าว นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอบางละมุง (ศอ.ปส.อ.บางละมุง) ณ อาคารกองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 5 ที่ว่าการอำเภอบางละมุง เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และร่วมประกอบอาหารกลางวันมอบแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องด้วยมิตรไมตรีที่ดีร่วม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับกุม2ผัวเมียตกงานผันตัวมาเป็นเอเย่นต์ขายยาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธี รายงาน 0818923514 วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ในช่วงระดมกวาดล้างยาเสพติด ระยะตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.68-30 ก.ย.68 ภายใต้อำนวยการและสั่งการของ พ.ต.อ.อนันท์ อนุตรเวสารัช ผกก.สภ.ละแม ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด No Drugs No Dealer

นายเอนกชำนาญนา นายอำเภอละแม พร้อมด้วย พ.ต.ต.โตษณ พันธุ์ทอง สว.สส.สภ.ละแม ร.ต.อ.ธนธัช ประเทียบอินทร์ รอง สว.สส.สภ.ละแม, ร.ต.ต.ธานินทร์ ทองแดง รอง สว.(สส.)สภ.ละแม, ด.ต.ทินกร ทองอ่อน และ ส.ต.ท.สุวพันธ์ ดำวรรณ ร่วมกันจับกุมตัว 1.นายณัฐพงษ์หรือนัทสงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร 2.น.ส.พรไพลินหรืออันปัน สงวนนามสกุล ชาว ต.ทุ่งคาวัด อ.ละแม จว.ชุมพร

ที่ บ้านเลขที่ 12 หมู่ที่ 6 ต.ละแม อ.ละแม จว.ชุมพร เป็นที่พักอาศัย ของทั่ง 2 คน ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาบ้า จำนวน 53 เม็ด 2.ไอซ์ หนัก 0.16 กรัม 3.กระดาษฟรอนด์ใชเสพ จำนวน 44 ชิ้น 4.ถุงแบ่ง ขนาด 4X6 จำนวน 53 ถุง 5.กระเป๋าซิปลายพรางทหาร จำนวน 1 ใบ 6.กระเป๋าลายการ์ตูนสีเขียว จำนวน 1 ใบ 7.พวงกุญแจสีน้ำเงิน ลักษณะเป็นแก้วเล็กๆ จำนวน 1 พวง 8.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การว่าเคยถูกจับกุมมาแล้วในคดีเสพยาเสพติดและได้พ้นโทษออกมาก็กลับมาเสพอีก และรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา หลังจากที่เสพยาแล้วไม่ได้ทำงานก็เลยหารายได้โดยนำยาเสพติดไปจำหน่ายเพื่อหาเงินมาซื้อยาเสพติเพื่อจำหน่ายและเสพ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า

ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์)โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ก่อนได้นำตัวทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ละแม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ภ.จว.ชุมพร แถลงข่าว No Drugs No Dealers ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด / ชนกลางยูเทิร์น วัดใจขุนกระทิง จักรยานยนต์ติดในซอกล้อ รถกระบะ เสียชีวิตคาที่

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้เกียรติ มาเป็นประธานในการแถลงข่าวปฏิบัติการกวาดล้าง ยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด ณ ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พร้อมกับ พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร และแถลงแนวทางการปฏิบัติในพื้นที่

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ประกาศเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติเมื่อวันที่ 17 ก.ค.68 ณ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร 

โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการความร่วมมือในการปฏิบัติการ อย่างเข้มข้นภายในระยะเวลา 3 เดือน (กรกฎาคม - กันยายน 2568)ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อขจัดปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากหมู่บ้าน/ชุมชน พร้อมประกาศเป็น "หมู่บ้านชุมชนปลอดภัยยาเสพติด" อย่างชัดเจนและยั่งยืน ด้าน พล.ต.ต.สมคะเน โพธิ์ศรี ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำหนดให้มีการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นนโยบายเร่งด่วนและสำคัญระดับชาติโดยมุ่งเน้นการดำเนินการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน จึงได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศดำเนินการ ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ผู้ค้าและ ผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มงวด และสรุปผลรายงานต่อเนื่อง ซึ่งผลการปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชุมพร ระหว่างวันที่ 18 - 31 กรกฎาคม 2568 จับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 147 คดี ผู้ต้องหา รวม 154 คน ของกลางยาเสพติด ยาบ้า จำนวน 77,675 เม็ด ไอซ์ จำนวน 0.188 กรัม 

ของกลางอาวุธปืน ปืนสั้น จำนวน 2 กระบอก ปืนยาว จำนวน 4 กระบอก และจับกุมตามหมายจับ ผู้ต้องหาคดีสมคบฯ และฟอกเงิน จำนวน 8 หมาย 4 เครือข่ายตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรยังคงดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่องพร้อมเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส และร่วมเฝ้าระวังในชุมชน เพื่อร่วมสร้างสังคมปลอดภัยและปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ชนกลางยูเทิร์น วัดใจขุนกระทิง จักรยานยนต์ติดในซอกล้อ รถกระบะ เสียชีวิตคาที่

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 00.40 น. ว่าที่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร ปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญา-จราจร

ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองชุมพร ว่ามีเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตที่เกิดเหตุ จึงรายงาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร ผู้บังคับบัญชาทราบ รุดไปที่เกิดเหตุพร้อมประสานไปยัง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพร

เกิดเหตุ  ถนนเอเชีย 41 (ขาล่อง) บริเวณจุดกลับรถหน้าร้านเอสพี แทรคเตอร์ ม.8 ต.ขุนกระทิง อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพรพบ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กษย 672 ชุมพร สภาพได้รับความเสียหายตัวรถติดอยู่ที่บริเวณล้อหน้าซ้ายของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า  สีเทา ทะเบียน บว 35 ชุมพร ซึ่งบริเวณด้านหน้าซ้ายของรถยนต์กระบะคันดังกล่าวสภาพมีร่องรอยเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย  จอดอยู่ในช่องทางเดินรถช่องทางซ้ายของถนนที่เกิดเหตุ  จากการสอบสวน นายวสันต์ สงวนนามสกุล อายุ 54 ปี ชาว ต.สลุย  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร แสดงตนเป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะคันดังกล่าว และมี  นายสุนันท์ สงวนนามสกุล อายุ 55 ปี แสดงตนเป็นผู้ที่นั่งโดยสารที่เบาะนั่งข้างผู้ขับขี่ของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว กำลังกลับรถ และมีรถจักรยานยนต์วิ่งตรงเข้ามาชนเต็มที่  และในที่เกิดเหตุยังพบเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบของรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันตกอยู่   ห่างออกไป ระยะประมาณ 10 เมตร พบศพของ นายจักริน  มะลิทอง สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต  อยู่บนถนนบริเวณที่เกิดเหตุและติดกับศพของ นายจักรินฯพบกองคราบเลือดติดอยู่กับตัวศพฝั่งขวา และในที่เกิดเหตุยังพบเศษชิ้นส่วนอุปกรณ์ส่วนควบของรถคันเกิดเหตุทั้งสองคันตกอยู่  ต่อมาได้ร่วมกับ แพทย์หญิง วิภาวรรณ  เสรีพิทักษ์กุล  แพทย์ประจำ รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ทำการชันสูตรพลิกศพและได้รับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีชันสูตรพลิกศพที่ 347/2568สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งศพ นายจักริน  มะลิทอง ผู้เสียชีวิต ไปเก็บรักษายัง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ต่อไป

จากนั้น ว่าที่ พ.ต.ต.ปฐมพงษ์ ชุมมาก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชุมพร จึงได้จัดทำบันทึก แผนที่ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุไว้ ต่อมาได้เดินทางกลับมายัง สภ.เมืองชุมพร และได้ลง ปจว. รับคำร้องทุกข์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นไว้เป็นคดีจราจรที่ 28/2568 ไว้แล้วและจะได้ดำเนินการสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน ใครมีครอบครองผิดกฎหมาย

แชร์เนื้อหานี้

ใครครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย เป็นภัยต่อเยาวชนจังหวัดลพบุรี ผู้จำหน่ายผิดกฎหมาย ภายใต้การอำนวยการของ นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายปรัชญา เปปะตัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ ปลัดจังหวัดลพบุรี

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. ชุดปกครองจังหวัดลพบุรี (กลุ่มงานความมั่นคง) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี นำกำลัง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองลพบุรี จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน และอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี นำกำลังตรวจค้นในครั้งนี้


นำโดย นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยผู้ช่วยป้องกันจังหวัดลพบุรี สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดลพบุรี บูรณาการร่วมกับอำเภอเมืองลพบุรี จัดระเบียบสังคม ป้องกันเหตุอาชญากรรม การมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน และอบายมุขต่างๆ ในพื้นที่อำเภอเมืองลพบุรี ตามข้อร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า
ตรวจของในครั้งนี้ได้จับกุมผู้ต้องหาที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 ราย

เวลาต่อมา นายยศวิน บำรุงเวช ป้องกันจังหวัดลพบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในการนี้ ได้สืบทราบว่ามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในลักษณะออนไลน์และหน้าร้าน จึงได้ทำการจับกุมร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 แห่ง ผู้ต้องหา 1 ราย พบของกลาง บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 65 ชิ้น. พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ. เมืองลพบุรี ดำเนินคดีต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ /อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับแรงงานเพื่อนบ้านฝันตัวเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้าร่วม 7,575 เม็ด พร้อมปืนยาว 5 กระบอก

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 29 กรกฎาคม 2568 นาย วิทยา สุวรรณสิทธิ์นายอำเภอปะทิว รายงาน โดยการอำนวยการ ของ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รอง ผวจ.ชุมพร นายกัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ ปลัดจังหวัดชุมพร นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหน.กลุ่มงานบริหารงานปกครองมอบหมายให้

นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.อ.ปะทิวที่ 4 ลงพื้นที่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต กำนันต.เขาไชยราช กำนัน ต.ดอนยาง เจ้าหน้าที่ทหารชป.ฉก.ร.25 กกล.เทพสตรี เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
การขับเคลื่อนปฏิบัติการ กวาดล้างยาเสพติด “No drugs No dealers” ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยค้นหาและขยายผลจากผู้เสพสู่การจับกุมผู้ค้าสำคัญ ดังนี้ นำผู้เสพในพื้นที่ต.เขาไชยราช เข้ารับการบำบัดรักษาแบบ สมัครใจ รพ.สต.บ้านพละ จำนวน 6 ราย

ร่วมจับกุม นาย โทน สัญชาติเมียนมา ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)
พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุถุงพลาสติกชนิดกดปิด ดึงเปิด สีน้ำเงิน จำนวน 117 เม็ด (สีส้ม 115 เม็ด , สีเขียว 2 เม็ด) 2. เงินสด 2,000 บาท 3. อาวุธปืนยาว ชนิดไทยประดิษฐ์ไม่มีเครื่องหมายทะเบียน ขนาด .22 มม. จำนวน 1 กระบอก 4. เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 มม. จำนวน 21 นัด 5. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Vivo รุ่น Y02T สีเทา

   ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่  “ มียาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้า , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติ(เมียนมาร์) อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม 1.Mr.ZAW PAING หมายเลขหนังสือเดินทาง CC7327160 สัญชาติเมียนมา  ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)    2.Mrs.SOE SOE MON หมายเลขหนังสือเดินทาง CC7327161 สัญชาติเมียนมา  ม.1 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)

พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งหมด 1,409 เม็ด อาวุธปืนพกสั้น ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด) เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 22 นัด 4.ถุงพลาสติกใสชนิดกดปิด-ดึงเปิด (ถุงแบ่งบรรจุ) จำนวน 50 ใบ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi สีดำ หมายเลข 065-053-1700 จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO สีน้ำเงินคราม หมายเลข 093-461-0377 จำนวน1เครื่อง

ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่า “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทำการโดยมีอาวุธปืนฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม   1.Mr.SAN TUN (ซาน ทูน) สัญชาติเมียนมา 2/8 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร  (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล) 2.Mrs.Khin Khin Htww หมายเลขบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย 00-8603-109185-2 สัญชาติเมียนมา  2/8 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร (สามารถพูด-ฟังภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้ล่ามแปล)

พร้อมด้วยของกลาง ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) รวมทั้งหมด 6,409 เม็ด อาวุธปืนยาว ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด,ติดอยู่ข้างลำตัวปืน 6 นัด) อาวุธปืนยาว

ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด,ติดอยู่ข้างลำตัวปืน 4 นัด) อาวุธปืนยาว ชนิดประดิษฐ์ขึ้นเอง(ไม่มีหมายเลขทะเบียน) ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก (มีกระสุนบรรจุอยู่ในรางเพลิง 1 นัด) เครื่องชั่งดิจิตอล ขนาด 1000g โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ samsung สีดำ หมายเลข 064-976-5140 จำนวน 1 เครื่อง

ได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบว่าร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยเป็นกระทำที่มีลักษณะการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย กระทำการโดยมีอาวุธปืนฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
สรุป ผู้เสพ 6 ราย ผู้ค้า จำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 5 ราย ของกลางยาบ้า 7,575 เม็ด อาวุธปืน 5 กระบอก โดยนำผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินคดีตามกฏหมาย