คลังเก็บหมวดหมู่: ตำรวจ(ตร.)

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /พิธีรับส่งมอบ ผู้บังคับการ ตร.ภูธรเชียงใหม่ พร้อมสานต่อเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการ ตำรวจ เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา

แชร์เนื้อหานี้

วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2568
เวลา 07.30 น. พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยคุณจารุณี แก่นจันทร์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจเชียงใหม่ ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพระพุทธพิทักษ์บดีศรีล้านนา พระพุทธรูปประจำ ภ.จว.เชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมาในเวลา 09.00 น. พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รรท.รอง ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ทำพิธีส่งมอบแฟ้มและธงประจำหน่วย จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมและทักทายกำลังพลในแถว

โดย พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ รรท.ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตนจักปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ยกระดับหน่วยงานในสังกัด ให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และพร้อมให้บริการประชาชน ควบคู่กับการ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี แก่กำลังพลทุกนาย

สร้างความยอมรับเชื่อถือ รวมทั้งดำเนินการบริหารงานอย่างเป็นธรรม โดย “เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่นำ สมัย ในระดับมาตรฐานสากล เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนสานต่อแนวทางการดำเนินงาน ของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ให้มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดแก่ทางราชการต่อไป.,.พิธีรับส่งมอบงานในหน้าที่ราชการ #ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พร้อมสานต่อเพิ่มประสิทธิภาพข้าราชการ ตำรวจ ตามนโยบายผบ.ตร. เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา

สมจิตร แสงบัลลัง รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจไทยสุดยอด!!! เจอเด็กญี่ปุ่นแล้ว สถานทูตญี่ปุ่นมารับตัวกลับประเทศโดยปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (18 มกราคม 2568) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศพดส.ตร.) เปิดเผยว่า กรณีเยาวชนชายชาวญี่ปุ่นที่หายตัวไป ญาติไม่สามารถติดต่อได้หลังจากเดินทางมาประเทศไทยนั้น ล่าสุดตำรวจพบตัวแล้ว และได้ประสานทางการญี่ปุ่นรับตัวกลับประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความยินดีกับครอบครัวและชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าครอบครัวเยาวชนชายคนหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือกรณีเยาวชนดังกล่าวเดินทางมายังประเทศไทยแล้วไม่สามารถติดต่อได้ ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยช่วยตรวจสอบ ต่อมา พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร. เร่งตรวจสอบจนพบเยาวชนชายดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุเยาวชนชายชาวญี่ปุ่นได้เล่นเกมออนไลน์เกมหนึ่ง ซึ่งสามารถเล่นได้กับผู้อื่นแบบสาธารณะ จนกระทั่งสนิทสนมกับบุคคลหนึ่งในเกม และถูกชักชวนมายังประเทศไทย เยาวชนชายคนดังกล่าวจึงเดินทางมายังประเทศไทยโดยไม่แจ้งให้ทางครอบครัวทราบ จากนั้นทางครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น และตำรวจญี่ปุ่น ก่อนมีการประสานกับตำรวจไทยให้ช่วยติดตามตรวจสอบ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร.ได้ติดตามจนพบตัวเยาวชนดังกล่าว โดยใช้เวลาเพียง 1 วัน หลังได้รับแจ้ง และได้ประสานสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยให้รับตัวกลับประเทศโดยปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยล่าสุดทางสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดย พ.ต.อ.นาโอโตะ วาตานาเบะ ผู้ช่วยทูตตำรวจญี่ปุ่น , นายซาโต้ โทโมโนริ เลขานุการโท และกงสุล และ นายพิสิฏฐ์ ไม้ประเสริฐ ผู้ช่วยกงสุล ได้เข้าพบ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ เพื่อแสดงความขอบคุณในการให้ความช่วยเหลือติดตามตัวเยาวชนชายชาวญี่ปุ่น จนกระทั่งสามารถพากลับประเทศอย่างปลอดภัยในเวลาอันรวดเร็ว

ทั้งนี้ รัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ซึ่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับข้าราชการตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดย พล.ต.อ.ธัชชัยฯ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศพดส.ตร. และตำรวจทุกพื้นที่ ทุกหน่วยงาน ใส่ใจในการช่วยเหลือทุกกรณีอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับเยาวชนไทยด้วย จึงขอฝากเตือนเด็กและเยาวชนให้ระมัดระวังการติดต่อพูดคุยกับบุคคลแปลกหน้าในเกมออนไลน์ หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อาจมีผู้ไม่หวังดีชักชวนให้ทำเรื่องที่ไม่สมควรได้ และขอฝากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ให้คอยดูแลบุตรหลานในการเล่นเกม หรือใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง และให้คำแนะนำที่ถูกต้อง เหมาะสมแก่บุตรหลาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นอันตราย หรือเดือดร้อนเป็นภัยกับตัวเอง

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธรจ.น่าน รวบแก๊งคนร้ายหลอกลงทุนทำงานสร้างรายได้

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ลานอาคารที่ทำการ ภ.จว.น่าน ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศปอส.ตร. และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ ภ.5/ผอ.ศปอส.ภ.5

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นบริษัท R/GA ประเทศไทย สาขาน่าน มีพฤติการณ์ชักชวนประชาชนทั่วไปให้ลงทุนทำงานสร้างรายได้ ศปอส.ภ.จว.น่าน จึงได้ปฏิบัติการภายใต้ยุทธการ “ปราบซิมม้า ล่าบัญชีผี” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นปฏิบัติการเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยในครั้งนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศปอส.ตร. ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงได้สั่งการให้ ศปอส.ภ.จว.น่าน เร่งรัดดำเนินการเชิงรุกเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อป้องกันไม่ให้ขยายความเดือดร้อนออกไปเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้น

หลังจากได้รับสั่งการ ผบก.ภ.จว.น่าน ได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ภ.จว.น่าน รับผิดชอบทำการสืบสวนและสอบสวนคดีดังกล่าวทันที และเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 พ.ต.อ.ยุทธพงษ์ เมฆคะ ผกก.สืบสวน ภ.จว.น่าน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.น่าน บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองน่าน พฐ.จว.น่าน กอ.รมน.จว.นน. และฝ่ายปกครองในพื้นที่ นำหมายค้นศาลจังหวัดน่านเข้าทำการตรวจค้นที่ตั้งบริษัท R/GA ประเทศไทย สาขาน่าน ได้ทำการตรวจยึดพยานหลักฐานต่างๆ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน
จากการสืบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าวมีการประกาศรับสมัครโฆษณาชักชวนทำงานผ่านแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ต และแอบอ้างว่าเป็นการทำงานเพื่อเพิ่มยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน แต่เมื่อสมัครสมาชิก

เพื่อเริ่มทำงานจะต้องจ่ายเงินประกันการทำงานกำหนด 1 ปี ให้กับบริษัทกำหนดไว้ 9 ระดับ คือ J1-J9 ซึ่งหากอยากมีรายได้มากก็ต้องเลือก J ระดับสูง โดยมีรายได้รวมจาก 5 ช่องทาง นอกจากนี้ยังมีการแอบอ้างบริษัท R/GA ที่มีอยู่จริง และออกช่วยเหลือการกุศลต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสมาชิก ซึ่งในพื้นที่ จว.น่าน ได้มีผู้ต้องหาทั้ง 3 รายเป็นระดับแม่ทีมในการร่วมกันชักชวนประชาชนตามช่องทางต่างๆ อันเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันกระทำความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะได้ขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องและกลุ่มบัญชีม้าต่อไป สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้นั้น เป็นมาตรการเชิงรุกในการเร่งรัดเข้าไปทลายบริษัทหรือขบวนการพวกนี้ สามารถขยายผลเจอผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย และสามารถขยายผลต่อจนสามารถหยุดยั้งความเสียหายเฉพาะที่ตรวจพบในพื้นที่ จว.น่าน ไว้ที่ประมาณ 1 ล้านบาทเศษ เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะหยุดอยู่ที่ระดับ J1-J3 ไม่บานปลายไปกว่านี้ ถ้าปล่อยไปถึงระดับ J4-J9 ก็อาจจะเสียหายมากจนเป็นคดีระดับประเทศขึ้นได้

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช./ผอ.ศปอส.ตร. ได้ฝากความห่วงใยแจ้งไปยังพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าจะมีผู้เสียหายทั่วประเทศอีกจำนวนมาก ที่กำลังพยายามหาช่องทางช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ให้รีบเข้าไปแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆ ใกล้บ้านได้เลย เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และคนร้ายในขบวนการนี้ ตลอดจนติดตามทรัพย์สินมาคืนให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายในคดีนี้ต่อไป และขอเตือนให้ระวังการเข้าไปลงทุนในลักษณะนี้ที่จะนำไปสู่การถูกหลอกลวงสูญเสียทรัพย์สิน/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.บัวใหญ่ จับจุม นายชนาเทพ จันทร์หนองแวง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจ.สีคิ้ว ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันศุกร์ ที่ 17 ม.ค.68) เวลา 13.30 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐพันธุ์เชร์ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร.(สส)มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)พร้อมด้วย
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.3พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์รอง ผบช.ภ.3
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่นรรท.ผบก.ภ.จว.นครราชสีมาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจแก่ประชาชนและสื่อมวลชน ที่เกิดในพื้นที่ สภ.บัวใหญ่ คือ นายชนาเทพ จันทร์หนองแวง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ จ.10/2568 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ ใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้, พาผู้อื่นไปเพื่อกระทำอนาจาร โดยขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย และลักทรัพย์โดยทำด้วยประการอื่น เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นจากการจับกุม”

ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายและรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร. ได้ฝากข้อห่วงใยซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน

ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากถึงผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาปราศจากข้อสงสัยจากทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป ณ ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ลำพูน เปิดยุทธการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติด ในพื้นที่ จว.ลำพูน ตามนโยบายรัฐบาลเร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 17 ม.ค.68 เวลา 07.00 น. ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน โดย พล.ต.ต.บุณยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน พร้อมด้วย พ.ต.อ.พชรพล วงศ์รจิต รอง ผบก.ภ.จว.ลำพูน , นายโยธิน ประสงค์ความดี รอง ผวจ.จว.ลำพูน , พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผกก.สภ.เมืองลำพูน , พ.ต.อ.สมพงษ์ บุญมาประเสริฐ รรท.ผกก.สภ.เหมืองจี้ ,

พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน , พ.อ.กฤติคุณ นิโลบล รอง ผอ.รมน.จว.ล.พ.(ท.) , นายอำเภอเมืองลำพูน , ขรก.ตำรวจในสังกัด ภ.จว.ลำพูน , จนท.ป.ป.ส.ภ.5 , พฐ.จว.ลำพูน , อส.จว.ลำพูน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ร่วมบูรณาการปฏิบัติการปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลเร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด กว่า 76 นาย ณ ลานด้านหน้า สภ.เมืองลำพูน

โดยมี นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผวจ.จว.ลำพูน เป็นประธาน กล่าวให้โอวาทและกล่าวเปิดปฏิบัติการปล่อยแถวปิดล้อมตรวจค้นในครั้งนี้ เนื่องด้วยรัฐบาลได้มีนโยบายเร่งรัดปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยออกนโยบายในการตัดวงจรการค้ายาเสพติดรายสำคัญ กวาดล้างยาเสพติดในพื้นพื้นที่แพร่ระบาด และให้เพิ่มประสิทธิภาพมาตรการยึดอายัดทรัพย์สินในคดียาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นยาเสพติดพร้อมกันทั่วประเทศ ในทุกพื้นที่ เพื่อทำลายวงจรการค้าและลดการแพร่ระบาดในพื้นที่เสี่ยง

การปฏิบัติการมีเป้าหมายสำคัญคือการจับกุมผู้กระทำผิดรายสำคัญ ยึดยาเสพติด และทำลายโครงสร้างเครือข่ายที่ฝังตัวในพื้นที่ ซึ่งในการปล่อยแถวในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่หลายฝ่ายใน จว.ลำพูน และประชุมติดตามการปฏิบัติเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด ณ ห้อง ศปก.สภ.เมืองลำพูน ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูนจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ทั้งในด้านการปราบปรามและป้องกัน การเพิ่มประสิทธิภาพการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จเร.ตร.แห่งชาติ ลุยตัดวงจรบัญชีม้า ภัยความมั่นคงของชาติรูปแบบใหม่ เดินหน้าปิดบัญชีม้าทั่วประเทศ

แชร์เนื้อหานี้

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จตช./ผอ.ศปอส.ตร.) เปิดเผยว่า วานนี้ (13 มกราคม 2568) ตนพร้อมด้วย พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว , พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี , พ.ต.อ.วรธัช วิชชุวาณิชย์ อาจารย์ (สบ 5) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกับธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ น.ส.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน , น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน , นายบัญชา มนูญกุลชัย ที่ปรึกษารองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน หารือแผนปราบการกระทำผิดทางการเงินครั้งใหญ่ เพื่อปิดช่องทางที่มิจฉาชีพใช้ในการโกงและขโมยทรัพยากรจากคนไทยจำนวนมหาศาล

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2565 มิจฉาชีพใช้บัญชีม้าในการปล้นทรัพยากรคนไทยไปมากกว่า 100,000 ล้านบาท โดยใช้ infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) ของประเทศไทย และไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการโยกย้ายเงินไปสู่
คริปโตเคอเรนซี นำเงินออกนอกประเทศไปให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งข้อมูลจากการประชุมเปิดเผยว่ามีคนเปิดบัญชีม้ากว่า 2 แสนราย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลในวัยทำงาน โดยมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ขาดแคลนแรงงานถึง 2 แสนคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีแนวโน้มที่อาจจะถูกออกหมายจับ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ภาคธนาคารต้องจัดการให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ระบบเศรษฐกิจของชาติได้รับผลกระทบหนักกว่านี้

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเปิดยุทธการ “ระเบิดสะพานโจร” ที่จะปิดกั้นทุกช่องทางที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชน โดยตัดช่องทางการใช้บัญชีม้าในการกระทำความผิด โดยในการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นตามนโยบาย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะไม่ยอมให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์มาหลอกลวงประชาชนได้อีกต่อไป การปิดบัญชีม้าเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจน และจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ด้าน น.ส.รุ่ง มัลลิกะมาส รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า จะดำเนินการอย่างเร่งด่วนร่วมกับ ศปอส.ตร. ในการกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คนร้ายใช้ช่องทางบัญชีธนาคารหลอกลวงคนไทยให้ตกเป็นเหยื่อจากกลุ่มแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติอีกต่อไป

Senior Inspector General Takes Action Nonstop: Cutting Off “Mule Accounts,” a New Form of National Security Threat

Today (January 13, 2025) at 10:30 a.m., Police General Thatchai Pitaneelaboot, Senior Inspector General/Director of the Police Cyber Taskforce (PCT), along with Police Major General Attasit Sutsanguan, Deputy Commissioner of The Cyber Crime Investigation Bureau ; Police Major General Phongsiam Meekhantong, Deputy Commissioner of the Tourist Police; Police Major General Chusak Khananit, Commander of the Anti-Money Laundering Bureau; and Colonel Worrathat Wichuwanich, Superintendent of the Royal Thai Police Cadet Academy, held a meeting with the Bank of Thailand.

The meeting, led by Ms. Rung Mallikamas, Deputy Governor for Financial Institutions Stability; Ms. Daranee Saechu, Assistant Governor for Payment Systems Oversight and Consumer Protection; and Mr. Buncha Manungkunchai, Advisor to the Deputy Governor for Financial Institutions Stability, focused on strategizing a major crackdown on financial crimes. The goal is to close loopholes exploited by criminals to defraud Thai citizens and drain significant national resources.

Nationwide Shutdown of Mule Accounts

Currently, over 500,000 mule accounts are being used for scams, causing immense damage to Thailand’s economy. “We must close this loophole!” said Police General Thatchai, adding that since 2022, criminals have used mule accounts to steal over 100 billion baht from Thai citizens. These accounts have been used to channel money through Thailand’s financial infrastructure and transfer funds into cryptocurrency, ultimately moving money out of the country to call center gangs, which are often part of foreign organized crime networks.

The meeting revealed that over 200,000 people have opened mule accounts, most of whom are working-age individuals. This has resulted in a labor shortage of 200,000 workers in the Thai economy. Many of these account holders are likely to face arrest warrants. The banking sector must address this issue promptly to prevent further disruption to the national economy.

Operation “Breaking the Criminal Bridge”

This meeting also marked the launch of Operation “Breaking the Criminal Bridge,” aimed at cutting off all pathways used by call center gangs to deceive citizens. By eliminating the use of mule accounts for criminal activities, Police General Thatchai emphasized the importance of aligning with the policy of Prime Minister Paetongtarn Shinawatra.

“We will no longer allow call center gangs to deceive our citizens! Shutting down mule accounts is a targeted, decisive action that will be carried out swiftly and effectively through the collaboration of all sectors,” he stated.

Urgent Action from the Bank of Thailand

Ms. Rung Mallikamas, Deputy Governor of the Bank of Thailand, assured that the Bank would urgently collaborate with the Police Cyber Taskforce (PCT) to establish policies and solutions to prevent criminals from exploiting bank accounts. This initiative aims to protect Thai citizens from becoming victims of international organized crime groups.

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ – พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)เร่งรัดติดตามในคดี “ชิงทรัพย์ และกระทำชำเราหญิงวัยสูงอายุ“ จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 6 ม.ค.68) เวลา 10.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.(สส) มอบหมายให้
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)

เดินทางไปเร่งรัดติดตามผลความคืบหน้าคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและเป็นที่น่าสนใจของประชาชนในคดี “ชิงทรัพย์ และกระทำชำเราหญิงวัยสูงอายุ“ ในพื้นที่ สภ.บัวใหญ่, สภ.แก้งสนามนาง, สภ.โนนแดง, สภ.บ้านเหลือม และ สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

โดยมีพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.3พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์รอง ผบช.ภ.3พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา
พล.ต.ต.สนธยา แต่แดงเพชรผบก.สส.ภ.3ผกก., รอง ผกก.ฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ ศพฐ.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยมีข้อสั่งการดังนี้ 1.ให้ความสำคัญกับข้อมูลสืบสวนก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ต้องดำเนินการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทุกมิติ ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม กล้องวงจรปิด และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
ให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวม ปรับปรุง พัฒนาฐานข้อมูลอาชญากรรมในพื้นที่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน ต้องสามารถสืบค้น และประสานข้อมูล ทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และเกื้อกูลข้อมูลต่อกันเป็นอย่างดี
ใช้กำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์ และคดีสำคัญ หรือปรากฏตัวในพื้นที่สุ่มเสี่ยง เพื่อกดดันมิให้เกิดการกระทำความผิด

พึงระมัดระวังการให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน หรือบุคคลภายนอก ต้องอย่าให้กระทบต่อพยานหลักฐาน ตลอดจนไม่ควรเปิดเผยถึงแนวทาง เทคนิค หรือวิธีการสืบสวน 5.กำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ภายในกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง รวมถึงให้ทำความเข้าใจหลักกฎหมาย วิธีการ ขั้นตอนการปฏิบัติตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด 6.ให้เร่งรัดสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องในคดี และเร่งรัดส่งดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยตรวจและเร่งรัดผลตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอจากทางพิสูจน์หลักฐาน

สืบสวน ภ.จว. และสืบ สภ. ทำไทม์ไลน์กล้องรายละเอียดเหตุการณ์ในคดี สืบภาคให้ตรวจสอบข้อมูลภาคอากาศ 8.กำชับให้มีมาตราการป้องกันเหตุ อย่าให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก 9.การสืนสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาให้ยึดหลักยุทธวิธี ความปลอดภัยต้องมาก่อน อย่าให้เกิดความสูญเสีย
10.กำชับการให้ทำงานกันเป็นทีม บูรณาการร่วมกันทุกฝ่าย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” และ “ขยัน อดทน ดำรงตนอย่างมีเกียรติ” ณ ห้องประชุมไทรทอง ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

วันนี้(วันจันทร์ ที่ 6 ม.ค.68) เวลา 13.00 น.พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผบ.ตร.พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร.(สส)มอบหมายให้พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส 1)พร้อมด้วยพล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีนผบช.ภ.3พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์รอง ผบช.ภ.3พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณผบก.ภ.จว.นครราชสีมาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฃ

    ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับซึ่งก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เป็นที่สนใจแก่ประชาชนและสื่อมวลชน ที่เกิดในพื้นที่ สภ.ปากช่อง ซึ่งผู้เสียหายได้ไปร้องเรียนกับเพจ “สายไหมต้องรอด” คือ นายสมคิด ทับเปีย อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสีคิ้ว ที่ 1/2568 ลงวันที่ 6 มกราคม 2568 โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น”

    ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายให้ทำงานโดยยึดหลักกฎหมายและรอบคอบตามหลักยุทธวิธีตำรวจที่ได้ฝึกทบทวนมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ครอบครัวพี่น้องข้าราชการตำรวจ ตามที่ ผบ.ตร. ได้ฝากข้อห่วงใยซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน

    ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากถึงผู้เสียหายว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหาย โดยจะรวบรวมพยานหลักฐาน สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาปราศจากข้อสงสัยจากทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป

    ณ ศปก. ภ.จว.นครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่เมืองพัทยา กวดขัน ปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลปีใหม่ / Bodyslam ระเบิดความมันส์ Pattaya countdown คืนที่ 2 สุดคึกคัก

    แชร์เนื้อหานี้

    วันที่ 30 ธ.ค.67 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมกำชับและติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมี พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.ตชด. พล.ต.ต.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

    ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประจวบฯ รอง.ผบ.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด ตลอดจนข้อกำชับสั่งการและข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ตลอดจนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และอำนวยความสะดวกการจราจรให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมุ่งหวังให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ประจวบฯ ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ

    จากนั้น พล.ต.อ.ประจวบฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอเมืองพัทยา กรมเจ้าท่า หน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ พัทยา กต.ตร.สภ.เมืองพัทยา อส.ตร.สภ.เมืองพัทยา และภาคเอกชนในพื้นที่ ประชาสัมพันธ์สร้างการตระหนักรู้ในมาตรการป้องกันปราบปรามและระมัดระวังตนเองจากอาชญากรรม ตลอดจนข้อห่วงใยแนะนำประชาชนและนักท่องเที่ยว สร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน ในการบริหารจัดการยกระดับความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ย่านถนนคนเดินพัทยา (Pattaya Walking Street)

    สำหรับพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมพร้อมการปฏิบัติในช่วง 10 วันควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 อย่างมีประสิทธิภาพ มีการตั้งจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรม 126 จุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 888 นาย , จุดสกัด 99 จุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 456 นาย , ชุดเคลื่อนที่เร็ว 142 ชุด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 598 นาย รวมกำลังพลทั้งสิ้น 1,942 นาย พบการปฏิบัติตามมาตรการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    สำหรับการจัดงาน PATTAYA COUNTDOWN 2025 ซึ่งจะมีพื้นที่การจัดงาน บนชายหาดพัทยา จากหน้าโรงแรมฮาร์ดร็อก – แยกนิภาลอดจ์ เนื้อที่ 18,000 ตารางเมตร คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 23,000 คน ได้เตรียมพร้อมกำลังพลหน่วยร่วมปฏิบัติ ประกอบด้วย สภ.เมืองพัทยา, ภ.จว.ชลบุรี, ตำรวจท่องเที่ยว, อำเภอบางละมุง, ฝ่ายเทศกิจ, ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และหน่วยงานอื่น ๆ รวม 611 นาย จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ภ.จว.ชลบุรี (ไดนามิก) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ชลบุรี และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.2 รวม 42 นาย จัดชุดสืบสวนนอกเครื่องแบบ 15 นาย ประจำจุดสูงข่ม 4 นาย และประกอบแผนจุดก้าวสกัดจับ 40 นาย เจ้าหน้าที่ EOD 4 นาย

    เพื่อตรวจพื้นที่จัดงานก่อนเริ่มงาน และประจำกองอำนวยการร่วม จนกว่างานจะเสร็จสิ้น มีการใช้กล้อง CCTV ในพื้นที่จัดงาน 16 ตัว รถโมบาย 1 คัน กล้องชายหาด 48 ตัว รวมกล้อง CCTV ทั้งหมดในพื้นที่ 5,061 ตัว พร้อมด้วยชุด Anti Drone บินโดรนตรวจปริมาณนักท่องเที่ยว การจราจร ตรวจจับโดรนไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิง 10 นาย เรือตรวจการรักษาความปลอดภัยทางน้ำ 8 ลำ พร้อมกำลัง 31 นาย นอกจากนี้ ยังมีมาตรการปฏิบัติรองรับเหตุวัตถุต้องสงสัย เหตุระเบิด เหตุอาวุธปืน เพลิงไหม้หรือวางเพลิง บุคคลก่อกวน อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ต้องสงสัย ตลอดจนเหตุไฟฟ้าช็อต หม้อแปลงระเบิด และบุคคลวิกลจริต เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพร้อมปฏิบัติ

    พล.ต.อ.ประจวบฯ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมในการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ต่างทุ่มเท เสียสละ และตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ พร้อมระดมสรรพกำลังช่วยเหลือประชาชน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อย ลดอุบัติเหตุทางถนนและอำนวยการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความสุข ยกระดับความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นของขวัญมอบให้กับประชาชนและสังคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    Bodyslam ระเบิดความมันส์ Pattaya countdown คืนที่ 2 สุดคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลักหาดพัทยาอุ่นใจ ตร.ทท.ดูแลความปลอดภัยเต็มที่

    วันที่ 30 ธ.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน Pattaya Countdown 2025 คืนที่ 2 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาชื่อดังที่ได้รับความนิยม ทุกปีว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาร่วมการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีกันอย่างสนุกสนาน

    โดยในวันนี้มีการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง เริ่มด้วย โจอี้ ภูวศิษฐ์, เจ เจตริน, Jeff Satur, Bodyslam และปิดท้ายด้วย UrboyTJ ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวแห่กันมาร่วมกันเป็นจำนวนมาก

    อย่างไรก็ดี ในกิจกรรมได้รับการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวที่คอยดูแลผู้เข้าร่วมงาน ก่อนในวันที่ 31 ธ.ค.67 จะมีพิธีนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ปี 2568 ในช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันใหม่ด้วย

    สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โชคชัย จัดชุดชุมชนสัมพันธ์รณรงค์เมาไม่ขับลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    ภายใต้การอำนวยการของพ.ต.อ.จรินทร์ จินตพละ ผกก.สภ.โชคชัย ได้มอบหมายให้พ.ต.ต.คุณากร วรเมธานนท์ สวป.(ชส.)สภ.โชคชัย ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก รองสวป.สภ.โชคชัย ชุดชุมชนสัมพันธ์สภ.โชคชัย และนางรำจิตอาสาสายฮา ร่วมประชาสัมพันธ์รณรงค์ลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาสัมพันธ์เมาไม่ขับ ปฏิบัติตามกฎจราจร ถนน 24 ณ ปั๊มน้ำมันปตท.กอโจด ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา

    นักร้องประจำ สภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ท่านนี้ชื่อ ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก(หมวดน้อย) ประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาล แวะปั๊ม ปตท.แห่งนี้ ก็คงจะรู้สึกหายเหนื่อย และ อบอุ่น กับ เสียงเพลงเพราะๆและ ความเป็นกันเอง ของ หมวดน้อย นักร้องเสียงทองท่านนี้ พร้อมด้วยนางรำจิตอาสา ชุดประชาสัมพันธ์ชุดนี้

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่หมวดน้อยได้ออกมาจับไมค์ออกร้องเพลงรณรงค์กับกิจกรรมในครั้งนี้ หลายกิจกรรมที่ผ่านมา หมวดน้อย ร.ต.อ.ณพวิทย์ ปิดกระโทก นักร้องเสียงทอง กับรถมอไซค์พ่วงคู่ใจ ซึ่งประชาชนในบริเวณ อ.โชคชัย รู้จักกันดี กิจกรรมนี้จัดภายในวันที่ 28-29 ธันวาคม 2567 และวันที่ 1 ธันวาคม 2568 อีกครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ประชาชนเดินทางกลับ กทม.

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายง

    สื่อรัฐทีวี สื่อรัฐนิวส์ / ปปส.ภาค 3 ร่วมบูรณาการจัดทำแผนปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568

    แชร์เนื้อหานี้

    เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยมี นายศราวุธ สิงห์โนนตาด นักสืบสวนชำนาญการพิเศษ ผอ.ส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน รักษาราชการแทน ผอ.ปปส.ภาค 3 ในนามผู้จัดโครงการแผนปฏิบัติการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

    ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ศอ. ปส.จังหวัดนครราชสีมา ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กอ.รมน.จังหวัดนครราชสีมา ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครราชสีมา และ ตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

    นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมากล่าวว่า ตามที่ท่านผู้แทน ท่าน ปปส.ภาค 3 ได้กล่าวไว้ ก็คงจะมีสองประเด็นคือ การตรวจหาสารเสพติดในผู้ขับขี่รถยนต์ และตรวจค้นหาสิ่งเสพติด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ถ้าพวกเราช่วยกัน ก็จะเป็นการป้องปรามได้

    กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน