คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์

แชร์เนื้อหานี้

เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อม พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2

และคณะ ลงพื้นที่ตรวจภูมิประเทศ ยืนยันการควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทยอย่างสมบูรณ์ ธงไตรรงค์โบกสะบัดอย่างสง่างาม บนผืนแผ่นดินไทย

โดยระหว่างลงพื้นที่ได้กล่าวว่า ผมขอยืมคำน้องๆ ทหารหาญในแนวหน้ามาใช้ “ที่ๆ เราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”
โดยกำลังพลในพื้นที่ยังคงมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม ทั้งนี้ เสธ.ทบ./

เสธ.ศปก.ทบ. ได้กล่าว ขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกนาย รวมทั้งได้ตรวจแนวการวางกำลังตลอดพื้นที่
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพเบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ 120 ชม. บทพิสูจน์ “แม่ทัพภาคที่ 2” ผู้นำการรบเพื่อชัยชนะ อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพ

แชร์เนื้อหานี้

จากสถานการณ์ชายแดนที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน และใช้อาวุธโจมตีกำลังพลของไทยอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลาที่คนไทยต้องรับรู้เบื้องหลังปฏิบัติการเนิน 350 ภารกิจ120 ชม. การยึดพื้นที่คือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ ภาพสะท้อนจากเนิน 350 สู่สมรภูมิประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกต้องจดจำตลอดภารกิจของ พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้บัญชาการรบอยู่หน้าแนวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2

สถานการณ์บริเวณ เนิน 350 พื้นที่ปราสาทตาควาย ทำให้สังคมไทยได้ประจักษ์อีกครั้งว่า “พื้นที่สูง” ไม่ใช่เพียงตำแหน่งบนแผนที่ แต่คือจุดชี้ขาดของความมั่นคง เป็นทั้งสายตา เป็นทั้งเกราะ และเป็นเส้นแบ่งระหว่าง ความปลอดภัยของประชาชนกับความเสี่ยงในแนวหน้าภายใต้การบัญชาการรบของกองทัพภาคที่ 2 การปฏิบัติการในพื้นที่ดังกล่าวดำเนินไปบนหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการควบคุมสถานการณ์ เพื่อจำกัดความสูญเสีย การตัดสินใจแต่ละขั้น มิได้มุ่งผลลัพธ์เฉพาะหน้า แต่คำนึงถึงผลกระทบระยะยาวต่อเสถียรภาพและ
ความมั่นคงโดยรวมเพื่อให้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม

ไทม์ไลน์ เหตุการณ์ 5 วัน เนิน 350 จากการปะทะสู่การควบคุมสถานการณ์ (16–20 ธันวาคม 2568)16 ธันวาคม 2568 วันที่ความกล้าหาญถูกพิสูจน์ มีรายงานเหตุปะทะในพื้นที่ เนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย ส่งผลให้กำลังพลไทย เสียชีวิต 2 นาย พื้นที่ดังกล่าวถูกจับตาในฐานะจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องได้รับการควบคุมอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม นี่คือวันที่ความกล้าหาญของทหารแนวหน้าปรากฏชัด และเป็นจุดตั้งต้นของการตัดสินใจเชิงความรับผิดชอบในระดับบัญชาการ

17 ธันวาคม 2568 คุมจังหวะสถานการณ์ การดำเนินการในพื้นที่ปรับเข้าสู่กรอบการควบคุมสถานการณ์อย่างเป็นระบบโดยมุ่งยับยั้งการรุกคืบ ควบคุมพื้นที่สำคัญและป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายหลักในช่วงนี้คือ ไม่ให้ความสูญเสียเกิดซ้ำและไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงขยายตัว18 ธันวาคม 2568 การทำงานของระบบบัญชาการรบ การปฏิบัติการดำเนินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน ทีมบัญชาการรบ กำลังแนวหน้า และฝ่ายสนับสนุน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดโดยยึดหลักความรอบคอบ ความแม่นยำ และการลดความเสี่ยงต่อชีวิตกำลังพล “ความนิ่งในวันนี้ไม่ใช่ความชะลอ แต่คือการตัดสินใจที่ไม่ใช้อารมณ์นำ”

19 ธันวาคม 2568 สถานการณ์เริ่มชัดเจนรายงานข่าวสะท้อนว่า การควบคุมพื้นที่มีความคืบหน้า การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ยุทธศาสตร์ถูกจำกัด สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะที่การคุกคามไม่สามารถขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ 20 ธันวาคม 2568 ควบคุมพื้นที่ ปิดวงจรความสูญเสียมีการยืนยันว่าฝ่ายไทยสามารถ ควบคุมพื้นที่เนิน 350 และบริเวณปราสาทตาควายได้ พร้อมการลำเลียงร่างทหารผู้เสียสละลงมาประกอบพิธีอย่างสมเกียรติ และการตรวจความเรียบร้อยของพื้นที่ รวมถึงการตรวจยึดอาวุธจากฐานปฏิบัติการ เพื่อป้องกันไม่ให้ความรุนแรงย้อนกลับมาอีก “วันนี้ไม่ใช่วันแห่งการเฉลิมชัย แต่คือวันที่ความสูญเสียถูก “หยุดไว้” ด้วยการตัดสินใจอย่างมีศักดิ์ศรี

สมรภูมิเนิน 350 มีผู้กล้ายืนหยัดฝ่ากระสุนตลอดการรบ 5 วัน หวังนำพี่น้องกลับบ้านอย่างสมเกียรติไม่ได้มีเพียง ผู้เสียสละที่จากเราไปเท่านั้น แต่ยังมี “ผู้กล้า” ที่ยืนหยัดฝ่ากระสุนและกับระเบิด ตลอดการรบ สู้กันยาวนานกว่า 120 ชั่วโมง หลังจาก กองทัพภาคที่ 2 สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างรุนแรงกับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา ในครั้งนี้ส่งผลให้ จ่าสิบเอกสำเริง คลังประโคน และ พลทหาร ภานุพัฒน์ เสาร์สา ซึ่งเป็นกำลังพลจากหน่วย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 พลีชีพ ขณะเข้าปฏิบัติหน้าที่สมรภูมิปราสาทตาควาย และเนิน 350 และได้นำกลับบ้านอย่างสมเกียรติอย่างวีระบุรุษ ขอคำนับ กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่หวั่นไหว พวกคุณคือคุณค่าแห่งเกียรติยศ คือหัวใจ ของคำว่า “ไม่ทิ้งกัน” ขอบคุณ และขอเป็นกำลังใจให้วีรบุรุษทุกนายอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อทำลายภัยคุกคามให้สิ้นสภาพต่อไป
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 ผบ.กกล.สุรนารี ร่วมบัญชาการรบ บนเนิน 350 ปรับแผน ก่อนยึดได้ พร้อมยกย่องความเสียสละของ 2 ทหารกล้าแม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย

แชร์เนื้อหานี้

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 2 ภายใต้การบัญชาการรบของ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6/ผบ.กกล.สุรนารี

สามารถเข้าควบคุมและสถาปนา “เนิน 350” พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้เป็นผลสำเร็จ หลังการปะทะอย่างหนัก กับกองกำลังฝ่ายกัมพูชา

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า การปฏิบัติการนี้ ดำเนินไปด้วยความรอบคอบและรัดกุม เพราะทหารกัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดไว้ทั่วพื้นที่ ทำให้ทุกขั้นตอนต้อง

ใช้ความระมัดระวังสูงสุด และกล่าวยกย่องว่า “การเสียสละของ ทหารกล้า / นายเป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ สมกับคำว่า ‘ทหารอาชีพ’ ที่ยืนหยัดเพื่อแผ่นดินไทยจนลมหายใจสุดท้าย”

แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เรารักษาความมั่นคงของอธิปไตยไทยในพื้นที่ชายแดน และเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติและศักดิ์ศรีของกองทัพไทย

ที่ยังคงมีลูกหลานพร้อมยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยชีวิต เนิน350ปราสาทตาควายกัมพูชาเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ

เดวิท โชคชัย รายงาน

แม่ทัพเติ่งตรวจยึด คลังแสง เนิน 350 และปราสาทตาควาย“แม่ทัพเติ่ง” ตรวจยึดคลังแสงอาวุธเขมร บน เนิน 350–ปราสาทตาควาย กลางดึก ร่วมวางแผน วางกำลัง คุมพื้นที่ให้ได้แบบเด็ดขาด ขอบคุณกำลังพลทุกคน

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินเท้าขึ้นยอดเนิน 350 ปราสาทตาควาย เมื่อช่วงกลางดึก ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบอาวุธและยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ตรวจยึดได้

จากฐานปฏิบัติการทหารกัมพูชาบนเนิน 350 เพื่อการควบคุมสถานการณ์ตามยุทธวิธี และวางแผนการวางกำลังในพื้นที่ พร้อม ประเมินสถานการณ์ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง

พร้อมตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ และขอบคุณกำลังพล พร้อมย้ำทุกหน่วยให้รักษาพื้นที่ ให้ได้อย่างมั่นคง ควบคุมสถานการณ์อย่างเด็ดขาด

ปกป้องอธิปไตยของชาติ และยึดความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพลเป็นสำคัญสูงสุดแม่ทัพเติ่งปราสาทตาควายเนิน350กัมพูชาต้องสิ้นสภาพทางการทหาร

เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มทบ.44 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนาม นศท. ประจำปี 2568 ปลุกพลังเยาวชนรักษ์ชาติ รำลึกวีรกรรมยุวชนทหาร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 8 ธันวาคม 2568 มณฑลทหารบกที่ 44 (มทบ.44) จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปีการศึกษา 2568

เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญของ ยุวชนทหาร ผู้ยืนหยัดปกป้องผืนแผ่นดินไทยในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา พร้อมแสดงพลังระเบียบวินัย ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของกำลังพลสำรองรุ่นใหม่

ณ ลานอเนกประสงค์ ค่ายเขตอุดมศักดิ์ ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพรพิธีครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สมคิด ชูเผือก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 44 เป็นประธาน พร้อมด้วย

นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตลอดจนผู้ปกครองนักศึกษาวิชาทหารที่มาร่วมเป็นกำลังใจอย่างอบอุ่น บรรยากาศเป็นไปด้วยความภาคภูมิใจและสง่างามของเหล่านักศึกษาวิชาทหารที่ร่วมสวนสนามอย่างพร้อมเพรียง

พลตรี สมคิด ชูเผือก กล่าวว่า วันที่ 8 ธันวาคม ถูกกำหนดให้เป็น “วันนักศึกษาวิชาทหาร” เพื่อรำลึกถึงยุวชนทหารผู้เสียสละเพื่อชาติในปี 2484 พร้อมเน้นย้ำภารกิจสำคัญของนักศึกษาวิชาทหารในยุคปัจจุบันว่า

“หลักสูตร นศท. มุ่งพัฒนานักศึกษาทุกนายให้เป็นกำลังสำรองที่มีคุณภาพของกองทัพ เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ และร่วมปฏิบัติงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับกำลังประจำการเมื่อชาติบ้านเมืองต้องการ”

ประธานในพิธีได้ฝากข้อคิดสำคัญถึงเยาวชนกำลังสำรองว่า
“ขอให้นักศึกษาวิชาทหารทุกนายตระหนักว่า ความเป็นเอกราชของชาติเรามาจากการเสียสละของบรรพบุรุษ วันนี้พวกเรามีหน้าที่สืบสานความเสียสละนั้น ด้วยความรับผิดชอบ วินัย และหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์”

สำหรับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 44 ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2532 มีภารกิจผลิตกำลังพลสำรองในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ปัจจุบันมี พันโท อาทิตย์ เรืองธารา ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยฝึก ดูแลนักศึกษาวิชาทหารรวมทั้งสิ้น 3,050 นาย

พิธีในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเชิดชูวีรกรรมผู้กล้า ยังเป็นเวทีปลุกพลังเยาวชนชุมพรให้มีความรักชาติ รู้คุณแผ่นดิน และพร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคตอย่างสง่างามและภาคภูมิใจ.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นบ.ยส.24 ซีลเข้มชายแดนในรอบ 2 เดือน ( ต.ค.-พ.ย.68 ) ป้องกันการทะลักยาเสพติด 18 กว่าล้าน ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แชร์เนื้อหานี้

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในรอบ 2 เดือน ( ต.ค.-พ.ย.68) ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด, หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สกัดกั้นป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องด้วยสถานการณ์ปัญหาด้านยาเสพติดที่มีความรุนแรงในปัจจุบัน ทางรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี จึงได้กำหนดนโยบายที่มุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดขึ้น โดยมีการกำหนดพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความจำเป็นเร่ง

ด่วน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และได้จัดตั้ง หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ นบ.ยส.24 ขึ้น โดยมอบหมายให้ “กองทัพภาคที่ 2” เป็นผู้รับผิดชอบ พื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน

สำหรับ นบ.ยส.24 มีหน้าที่ในการ วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าดำเนินการ และปฏิบัติการ สกัดกั้น ยับยั้ง และจับกุม ไม่ให้มีการลักลอบนำยาเสพติด เข้ามาในประเทศ และสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ผ่านไปยัง พื้นที่แหล่งผลิตในสามเหลี่ยมทองคำ, ปราบปราม ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติด และวงจรทางการเงินของกลุ่มนักค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน, ปราบปรามการ

ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ตามแนวชายแดน,เสริมสร้างความเข้มแข็งของ หมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวชายแดน เพื่อต่อต้าน ยาเสพติด เฝ้าระวัง และช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการแจ้งข่าว ในพื้นที่รับผิดชอบ ให้มากที่สุดและยั่งยืน,ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านให้ช่วยดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดและหลบหนีหมายจับเข้าไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ และดำเนินการอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ยาเสพติดถูกลักลอบลำเลียงเข้ามาในประเทศ

โดยมีแนวทางการปฏิบัติงานตาม 6 มาตรการหลัก ที่ ป.ป.ส. กำหนด ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มอบให้ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และกองกำลังสุรนารี เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการปราบปราม มอบให้ ตำรวจภูธรภาค 3, ภาค 4 และกองบังคับการ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก,มาตรการป้องกัน มอบให้ จังหวัด ในบทบาทของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการบำบัด มอบให้ สาธารณสุขจังหวัด

เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก, มาตรการบูรณาการ ทุกส่วนราชการ มีส่วนร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด, มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ช่องทาง ของคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ระหว่างจังหวัดกับแขวง (GBC), ชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว ของกองกำลังป้องกันชายแดน และ หน่วยประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2

โดยในห้วง 2 เดือน ที่ผ่านมา สามารถตรวจยึด ผู้ต้องหาได้ 224 ราย ของกลาง ยาบ้า 23,930,404 เม็ด, ไอซ์ 1,216 กิโลกรัม, เฮโรอีน 22 กิโลกรัม และยาเสพติดชนิดอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมเป็นมูลค่าของกลาง 875,715,401 บาท ในวันนี้ ได้กำหนดจัดการประชุมแถลงคำสั่ง

และมอบแนวทางการปฏิบัติงาน ประจำปีงบประมาณ 2569 ขึ้น เพื่อให้ทุกหน่วย ทุกส่วนราชการ ได้รับทราบ บทบาทอำนาจหน้าที่ และแนวทางการปฏิบัติภารกิจ บูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนต่อไป

เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค 2 ต้อนรับ หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ ตรวจพื้นที่โรงเรียนบ้านปะทาย รองรับการฝึก Cobra Gold 2025

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พันเอก สมเด็จ พวงผกา หัวหน้าสถานีวิทยุสื่อสาร ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พันเอก วินัย บุญวิจิตร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่ 2, พันเอก ภคพล มีทิพย์ รองผู้บัญชาการ ที่บัญชาการทางยุทธวิธี กองกำลังสุรนารี,

นายลิขิต เพ็งประสิทธิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 รวมทั้งคณะครูและผู้นำชุมชน ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา ในโอกาสเดินทางมาตรวจพื้นที่โรงเรียนบ้านปะทาย ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมวางแผนการอำนวยความสะดวก การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรียน การรักษาความปลอดภัย รวมถึงรับทราบสถานการณ์ตามแนวชายแดนสำหรับการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลสหรัฐฯ ในห้วงการฝึก Cobra Gold 2025

โดยมี คุณไมเคิล ยัง ผู้ช่วยทูต หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา, คุณวิคเตอร์ เซเวริโน่ รองผู้ช่วยทูต หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา
และน.ส.กัฑลี กนกคีขรินทร์ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันกองกำลังสหรัฐฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกา การตรวจเยี่ยม สรุป 2 ประเด็นสำคัญ

  1. ด้านการรักษาความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างและการฝึก จะมีการจัดกำลังจากตำรวจในพื้นที่ร่วมกับสารวัตรทหารกองทัพภาคที่ 2 โดยมอบหมายให้ รองผู้บังคับกองร้อย สห.สนามที่ 1 พัน.สห.21 ทำหน้าที่นายทหารประสานงานเบื้องต้น
  2. ด้านความเป็นอยู่ในห้วงการฝึกโรงเรียนได้เตรียมระบบไฟฟ้า และการจัดการน้ำอุปโภค–บริโภคให้เพียงพอต่อการรองรับกำลังพลแล้ว
    ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ ได้แสดงความขอบคุณต่อการเตรียมการ การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือที่ดีจากฝ่ายไทยในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน_////เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 พร้อมส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่

แชร์เนื้อหานี้

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งการส่งกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย กองพลพัฒนาที่ 2 จำนวน 102 นาย ขนยุทโธปกรณ์ รถบรรทุกขนาดใหญ่ ครัวสนาม เครื่องปั่นไฟ เรือ สนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่

โดย พล.ต.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ตรวจความพร้อมของกองร้อยบรรเทาสาธารณภัย ที่หน้ากองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนกองทัพภาคที่ 4 เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตะลึง!! บิ๊กยูร แม่ทัพภาคที่ 4 ” สั่งลุย ‘‘ กลไกพื้นที่” รองรับโต๊ะเจรจาสันติสุขรอบใหม่ ชู “เน้นปราบยาเสพติดพวกข้ามชาติ” ซึ่งเป็นจุดสนใจร่วมกันกับ BRN

แชร์เนื้อหานี้
 ท่ามกลางกระแสวิจารณ์การ "ข้ามห้วย" เข้ามารับตำแหน่งของ พล.ท.นรธิป ซึ่งรับตำแหน่ง ผอ.รมน.ภาค 4 (แม่ทัพภาคที่ 4) และเผชิญกับเหตุการณ์ปล้นร้านทองครั้งมโหฬารที่สุไหงโก-ลก ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ทำงาน สถานการณ์ชายแดนใต้ยังคงเต็มไปด้วยเหตุรุนแรงตลอดทั้งเดือน
    อย่างไรก็ตาม พล.ท.นรธิป ได้ใช้จังหวะสำคัญในการริเริ่มรื้อฟื้น "โต๊ะพูดคุยสันติสุข" ครั้งใหม่ หลังรัฐบาลไทยได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ โดย "สำนักงานผู้อำนวยความสะดวก" ของมาเลเซีย ออกแถลงการณ์ยืนยันความคืบหน้า เตรียมจัดนัดพูดคุย "คณะทำงานด้านเทคนิค" ครั้งแรกภายในเดือน ธ.ค. 68 นี้
  การเข้ารับตำแหน่งของ พล.ท.นรธิป ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 (ผอ.รมน.ภาค 4) ได้ตกเป็นเป้าวิจารณ์ เนื่องจากเจ้าตัว “ข้ามห้วย” มาจากนอกกองทัพภาคที่ 4 คือมาจากพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อมารับภารกิจใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้
 ในขณะที่ทางสถานการณ์ดูเหมือนจะต้อนรับแม่ทัพคนใหม่ด้วยโจทย์ที่หนักอึ้งทันที เมื่อแค่สัปดาห์แรกที่เริ่มงานก็โดน “วางงาน” เสียแล้ว โดยเฉพาะเหตุ ปล้นร้านทองครั้งมโหฬารกลางห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก ซึ่งหลังจากนั้นก็เกิดเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ตูมตามตลอดทั้งเดือน
 จังหวะที่ดีที่แทรกเข้ามาท่ามกลางฝุ่นตลบของเหตุรุนแรง คือการริเริ่มรื้อฟื้น “โต๊ะพูดคุยสันติสุข” ครั้งใหม่ ซึ่งเข้าสู่โหมดจริงจังหลังจากรัฐบาลได้แต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ
   ล่าสุด “สำนักงานผู้อำนวยความสะดวก” คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันการบรรลุความเข้าใจร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทย (RTG) กับ แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) เพื่อสานต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ภายในกลางเดือน ธ.ค. 68 นี้ โดยคาดว่าจะมีการนัดพูดคุยของ “คณะทำงานด้านเทคนิคกันก่อน ” ครั้งแรกในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ 68 นี้
   พล.ท.นรธิป ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4    จึงสั่งลุยเต็มที่ในการสร้างกลไกใหม่ ซึ่งจะเป็นคนในระดับพื้นที่รองรับโต๊ะ และขึ้นไปพูดคุยระดับบน เพื่อตอบรับ ต่อหลักการสำคัญของประเทศมาเลเซียที่เน้นการรับฟังเสียงประชาชน
   "เราได้เตรียมความพร้อมในการบูรณาการงานในระดับจังหวัด และวาระสำคัญที่ต้องหยิบยกขึ้นหารือร่วมกันกับมาเลเซีย โดยเฉพาะ ปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบร่วมกัน"
   พล.ท.นรธิป เผยถึงแนวคิดการพูดคุยที่พยายามค้นหา “จุดสนใจใหม่ๆ” โดยไม่จำกัดอยู่แค่เรื่องความรุนแรง หรือการทะเลาะเรื่อง “จุดยืน” เท่านั้น และชี้ว่า “จุดสนใจ” เรื่องปราบยาเสพติด ถือเป็นความเห็นพ้องร่วมที่ไม่มีฝ่ายใดคัดค้านแน่นอน ทั้งรัฐบาลไทย รัฐบาลมาเลเซีย หรือแม้แต่ BRN
   "คณะพูดคุยสันติสุขระดับพื้นที่นี้ จะมีการแต่งตั้งในทุกจังหวัด เพื่อให้สามารถพูดคุยกันได้ในภายในจังหวัด ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อเตรียมพร้อมขับเคลื่อนงาน"

  พล.ท.นรธิป ยังได้กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาหนักอกของคนชายแดนใต้ไม่แพ้ความรุนแรง "ล่าสุดมีการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ จ.สงขลา ได้ของกลางจำนวนมากถึง 3 ล้านกว่าเม็ด ในช่วงเวลาห่างกันเพียง 2-3 วัน ซึ่งถือว่าปัญหานี้เป็นความเดือดร้อนร่วมกัน และมีความต้องการที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน ในเรื่องนี้ทั้งไทยและมาเลเซียต่างคิดเห็นตรงกัน"
 แม่ทัพภาคที่ 4 สรุปทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาต้องอาศัย “ความร่วมมือ” ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องผลักดันให้การปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาในมิติความมั่นคงที่กว้างกว่าแค่ความรุนแรงในพื้นที่.

/ /ตอริก สหสันติวรกุล สำนักข่าวไทย อสมท.รายงาน //

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / มัสยิดถึงชุมชน จากผู้นำถึงประชาชน ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อพี่น้องชายแดนใต้ สร้างความสุขสู่ชุมชน รวมพลังใจสร้างสันติสุข

แชร์เนื้อหานี้

จากมัสยิดถึงชุมชน จากผู้นำถึงประชาชน ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อพี่น้องชายแดนใต้ สร้างความสุขสู่ชุมชน รวมพลังใจสร้างสันติสุขจ.ยะลา .-

ความเข้าใจคือสะพานเชื่อมใจ จากผู้นำถึงประชาชนจากมัสยิดถึงชุมชน จากผู้นำถึงประชาชน ร่วมแรงร่วมใจ เพื่อพี่น้องชายแดนใต้ สร้างความสุขสู่ชุมชน รวมพลังใจสร้างสันติสุข

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4

ที่เน้นการ “สานต่อพลัง เพื่อสันติสุข” ได้ย้ำว่า “ชายแดนใต้ไม่ใช่สมรภูมิรบ แต่คือบ้านของเรา ที่ต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจ” ในการสร้างความเข้าใจและะการลงพื้นที่ในครั้งนี้

พ.อ. เอกธวุฒิ คงคาเขตร ผู้อำนวยการโรงเรียนการเมือง ศูนย์สันติวิธี (ศสว.) ได้ลงพื้นที่ ณ สำนักงานสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ ถนนสุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

สำหรับการพบปะและพูดคุยกับชาวบ้านและผู้นำศาสนา ได้พบกับ นายมะหามะ แสแลแม หัวหน้าหน่วยแพทย์ กลุ่มดะวะห์ตับ

ลีฆ และ นายฮัสบูเล๊าะ หิเล นายกสมาคมผู้นำอิสลามชายแดนใต้ พร้อมด้วยทีมงานแกนนำเครือข่ายในพื้นที่

โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างภาครัฐ กับ ผู้นำศาสนาและชุมชน โดยการถ่ายทอดนโยบายเพื่อเสริมสร้างความรัก ความเข้าใจ และความร่วมมือ

จึงเชิญชวน ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อให้ชายแดนใต้นั้น กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง //ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน //

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาค2 ตอกหน้าสื่อเขมร ปั่น ‘ฮีโร่’ คืนสนามรบ ที่แท้ เชลยศึก ไทยปล่อยตัว เหตุป่วย ‘พิษสุราเรื้อรัง-เสียสติ’ ย้ำชัด ไร้มนุษยธรรม/ปค.ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจับหนุ่มผึ่งแดดค้ายาบ้า ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เฟซบุ๊กเพจ “กองทัพภาคที่ 2” โพสต์ข้อความระบุว่า “ตามที่ปรากฏภาพข่าว สำนักข่าว Fresh News Daily ว่า คุณยังจำฮีโร่ทหารของเราชื่อ “ซึม ซ็อมแอง” ได้หรือไม่??? เขาคือคนที่ถูกทหารไทยจับกุม และได้รับการปล่อยตัว และตอนนี้ได้ฟื้นตัวกลับมาอยู่แนวหน้าอีกครั้งแล้ว” “นี่คือจิตวิญญาณความกล้าหาญ ที่แข็งแกร่งที่สุดของฮีโร่ ทหารกัมพูชา ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ ภายใต้สถานการณ์ใดๆ”

“ความจริง คือ ร.ต.ซึม ซ็อมแอง คือ เชลยศึกที่ถูกฝ่ายไทยเราควบคุมตัวไว้ในช่วงการสู้รบ ห้วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่ทางการไทยจะปล่อยตัวกลับไปก่อน 2 รายเนื่องจากอาการป่วยหนัก และมีอาการทางระบบประสาท หรือ จิตเวช เราจึงได้ส่งตัวกลับไป เพื่อให้เข้ารับการรักษาต่อในประเทศกัมพูชา จึงมีเชลยศึกที่ถูกฝ่ายไทยควบคุมตัวเหลืออยู่ 18 ราย

ซึ่ง ร.ต.ซึม ซ็อมแอง เป็นบุคคลที่มีอาการพิษสุราเรื้อรัง และเสียสติ จากความเครียดในระหว่างการทำการรบ โดยก่อนส่งตัวกลับ ร.ต.ซึม ซ็อมแอง ได้ทำเอกสารสัญญาว่า… จะไม่เข้าทำการรบอีก ตามที่เขาลงนามเอาไว้”
“ ระหว่างการถูกควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ฯของไทย ได้จัดหารองเท้าให้ใส่อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมใส่ จนฝ่ายกัมพูชามีการไปออกข่าวบิดเบือนว่าเรากลั่นแกล้งไม่ให้ใส่รองเท้าอีกด้วย”

“การที่ กัมพูชา มีการนำบุคคลที่มีอาการทาง จิตเวช เสียสติ หรือ สภาพจิตใจไม่ปกติ มาเข้าทำการรบ ถือว่า เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และการกระทำเยี่ยงนี้ ยิ่งเป็นที่ย้ำชัดเลยว่า การปล่อยตัวเชลยศึกที่เหลืออีก 18 ราย ไม่สามารถกระทำได้ จนกว่า ความเป็นปรปักษ์จะสิ้นสุดต่อกัน”

ทั้งนี้ หลักการสากลที่เกี่ยวข้อง

  1. อดีตเชลยศึกไม่ควรถูกบังคับกลับเข้าสู่การรบโดยทันที หลังการปล่อยตัว ตามอนุสัญญาเจนีวา
  2. บุคคลที่มีภาวะปัญหาสุขภาพจิตหรือสงสัยว่ามีอาการ PTSD ถือว่าเป็นผู้เปราะบาง (Vulnerable person)
  1. การนำผู้ป่วยหรือผู้สงสัยว่าป่วยทางจิตเข้าสู่สนามรบโดยไม่ผ่านการรักษาและประเมินความพร้อม ถือเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  2. การใช้งานทหารหรือบุคคลในสภาพ ไม่พร้อมรบทางกายหรือทางจิตใจ อาจเข้าข่าย การละเมิดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ตามมาตรฐานสากลด้านความมั่นคงและมนุษยธรรม การนำบุคคลที่มีภาวะผิดปกติทางจิต หรือสงสัยว่า มีอาการ PTSD กลับไปปฏิบัติการรบ โดยไม่ได้รับการรักษา และประเมินความพร้อมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายไม่เป็นมนุษยธรรม
    ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2 เดวิท โชคชัย รายงาน

ปค.ชุดสิงห์เมืองมุก บุกจับหนุ่มผึ่งแดดค้ายาบ้า ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ขับเคลื่อนนโยบาย รวมพลัง รักศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ “Quick Big Win”

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.30 น. นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผอ.ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร สั่งการให้ นายหมวดเอกดนุภพ รองไชย ปลัดอำเภอ (หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง) และนางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง

นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร (สิงห์เมืองมุก) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหาร 2 และฝ่ายปกครองตำบลดงมอน ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับร้องเรียนว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร

จากการตรวจสอบสามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 6 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่าจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ศปปส #QuickBigWin #ยาเสพติด #อำเภอเมืองมุกดาหาร #สิงห์เมืองมุก #ฝ่ายปกครอง #ผึ่งแดด #มุกดาหาร #รวมพลังต้านยาเสพติด #หยุดยานรก_///ภาพ/ข่าว เดวิท – ธวัชชัย โชคชัย มุกดาหาร รายงาน