คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ผบ.ทหารพรานที่ 23 มอบผ้าห่มกันหนาว ให้กำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดน ไทย – กัมพูชา”

แชร์เนื้อหานี้

พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลในพื้นที่ชายแดน จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี โดยได้นำผ้าห่มกันหนาว จำนวน 200 ผืน พร้อมกับสิ่งของอุปโภคบริโภค มอบให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจในการป้องกันชายแดน ซึ่งปัจจุบันมีสภาพอากาศหนาวเย็น

โดยได้รับมอบผ้าห่มกันหนาวจาก พระอาจารย์ไพรวัลย์ ทนฺตวีโร เจ้าอาวาสวัดบ้านเหมือดแอ่ อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ที่ได้แสดงความห่วงใยและเห็นความสำคัญของทหารพรานที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติตลอดแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ให้สามารถปฏิบัติงานช่วงฤดูหนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ได้ให้โอวาทการปฏิบัติงานโดยเน้นย้ำความปลอดภัยในการลาดตระเวน ตามพื้นที่อันตรายต่างๆ ซึ่งอาจมีการลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนในห้วงเทศกาลปีใหม่นี้

ฉก.ทพ.23 ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ทหารผ่านศึก ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจนักรบทหารผ่านศึกผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ”

แชร์เนื้อหานี้

ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกในพื้นที่จ.บึงกาฬ พร้อมชี้แจงการแก้ไขกฎหมาย เพื่อผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ” ให้ทหารผ่านศึก และครอบครัว เป้าหมายแรก 3,000 บาท/ เดือน และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เตรียมไปนำโครงกระดูกนักรบนิรนามที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในประเทศเพื่อนบ้านกลับประเทศไทย ที่ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึกในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ช่วยในการประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับทหารผ่านศึก และครอบครัวทหารผ่านศึก ให้เข้าถึงสิทธิการให้การสูงเคราะห์ได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว มีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมกิจกรรมจิตอาสา และบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่าง ๆ โดยจังหวัดบึงกาฬ มีเครือข่ายทหารผ่านศึกผ่านศึก ทั้ง 8 อำเภอเข้าร่วมการพบปะ และมีนางสาวณัฏฐา ประเทืองบูลย์ รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เขตอุดรธานี, นายธีระพล ขุนพาลเพลิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ, พันเอก บัณฑิต คำเคน สัสดีจังหวัดบึงกาฬ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กล่าวว่า จะดูแลและผลักดันสิทธิและสวัสดิการของพี่ ๆ นักรบทหารผ่านศึกให้ดีที่สุด ขอบคุณพี่ ๆ ที่สละเวลามาพบปะพูดคุยกันในวันนี้ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจะนำปัญหา ข้อขัดข้อง ความเดือดร้อน รวมทั้งความต้องการ ผลักดันเข้าสู่กระบวนการเพื่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่ ๆ ทหารผ่านศึก และครอบครัวต่อไป ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้กล่าวถึงการผลักดันแก้ไขกฎหมาย เสนอ ร่างพระราชบัญญัติองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ…

เพื่อผลักดัน “เงินผดุงเกียรติ” ให้ทหารผ่านศึกผู้ถือบัตรชั้น 2,3 และ 4 เป้าหมายแรกเดือนละ 3,000 บาท ประมาณ 6 แสนกว่าคน ซึ่งพ.ร.บ.ปัจจุบัน กล่าวถึงไว้เฉพาะเงินผดุงเกียรติของผู้ถือบัตรชั้น 1 และครอบครัว คือ ทหารผ่านศึกที่ แขน-ขา ขาด, ตาบอด แต่ผู้ถือบัตรชั้นอื่น ๆ ได้เงินช่วยเหลือครั้งคราว ไม่ได้รวมไปถึงครอบครัว จึงนำมาสู่การผลักดัน เพื่อจะแก้ไขพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้พี่ ๆ ทหารผ่านศึกทุกท่านได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด นอกจากนี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก กล่าวว่าได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผอ.สำนักงบประมาณ และที่ประชุมแล้ว ทุกคนก็เห็นเป็นเสียงเดียวกัน และไม่มีใครคัดค้านว่า ควรให้พี่ ๆ ทหารผ่านศึกจริง ๆ แต่ขอดูตัวเลขงบประมาณ และภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลพี่น้องคนไทย ในแต่ละปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า จะยังคงผลักดันแก้ไขร่าง พ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ให้ได้

นอกจากนี้ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ยังมีโครงการที่จะไปขุดโครงกระดูกนักรบนิรนามที่เสียชีวิตขณะไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศลาว สมัยสงครามเย็นด้วย ซึ่งได้มีการพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงทหารของประเทศลาวแล้ว ท่านก็เห็นว่าถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะนำโครงกระดูกของทหารกล้ากลับบ้าน โดยจะมีโครงกระดูกของนักรบนิรนามที่มีวีรกรรมเป็นที่กล่าวขานจนถึงปัจจุบัน เช่น “อินทนิล” หรือ ร.ท.ชูเกียรติ สินค้าเจริญ ผู้ขอปืนใหญ่ยิงถล่มฐานตนเองบนภูเทิง ทุ่งไหหิน ด้วยโดยในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

มอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนทหารผ่านศึก จำนวน 10 นาย ได้แก่ สิบเอกเติม ผลจันทร์ เคยรับราชการสังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 26 ได้รับบาดเจ็บ ทำให้พิการทุพพลภาพ ขาซ้ายขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2530, ร้อยตรีคำไหล สร้อยโสม เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ณ อำเภอนาแก จังหวัดสกลนคร ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพตาข้างขวาบอด เมื่อปีพุทธศักราช 2522, พลทหารทวี โนนบริบูรณ์ อดีตกองพลเสือดำ ตำแหน่ง พลปืนเล็ก เมื่อปีพุทธศักราช 2511, สิบเอกบัวเรียน คำพินันท์ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 3 ณ ช่องโอบก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพขาซ้ายขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2531, สิบเอกอินทฉันท์ พุทธามาตย์ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ณ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตำแหน่งสนามพลปืนเล็กได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพที่แขนซ้ายข้อมือขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2534, สิบเอกอุดม โพธิ์ใต้ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 ตำแหน่งพลปืนเล็ก ได้รับบาดเจ็บทำให้พิการทุพพลภาพขาขวาขาดใต้เข่า เมื่อปีพุทธศักราช 2522, อาสาสมัครทหารพราน สุทัศน์ บุตรเจริญ เคยรับราชการสังกัด กองกำลังสุรนารี ได้รับบาดเจ็บในสนามทำให้พิการทุพพลภาพตาขวาบอด เมื่อปีพุทธศักราช 2529 ได้รับบาดเจ็บ, ร้อยตรีบังเอิญ โนนริบูรณ์ เคยรับราชการสังกัดกรมผสมที่ 13 ร.พัน 3 ในสนามทำให้พิการทุพพลภาพที่ลำตัว ขาแขน และมือซ้าย ใช้การไม่ได้ เมื่อปีพุทธศักราช 2517, ร้อยตรีสุริยา คำเจริญ เคยรับราชการสังกัด กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 13 ได้รับบาดเจ็บในสนามทำให้พิการทุพพลภาพที่ขาซ้ายใต้เข่าขาด เมื่อปีพุทธศักราช 2556 และพลทหารสมพงษ์ โคตรสี ประธานเครือข่ายจังหวัดบึงกาฬ เคยรับราชการสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 เมื่อปีพุทธศักราช 2532
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้การทหารพราน 23 นำกำลังเดินเท้าลาดตระเวน ชายแดนไทย – กัมพูชา พื้นที่รับผิดชอบ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่บริเวณอำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันเอก กัญญณัต ไชยโอชะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 นำกำลังพลเดินเท้าลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศในพื้นที่รับผิดชอบ ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิดเงื่อนไขชายแดน การสกัดกั้นและป้องกันผู้หลบหนีเข้าเมือง การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ และการละเมิดข้อตกลง MOU พร้อมทั้งให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานตามแนวชายแดน โดยได้มอบนโยบายให้กับกำลังป้องกันชายแดนของหน่วย

เน้นย้ำให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายเข้มงวดในเรื่องของการป้องกันการกระทำความผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดน เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในห้วงการปฏิบัติงาน ให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดนอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของกองทัพบก ซึ่งพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี

มีความสำคัญ ที่จะต้องรักษาไว้อย่างเข้มงวด ไม่ให้เกิดการละเมิด MOU การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง และการเข้ามากระทำผิด พรบ.ป่าไม้ ซึ่งในพื้นที่นี้เป็นเขตป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งกำลังพลของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23

ต่างปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เข้มแข็งทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจในการที่จะปกป้องประเทศชาติ และผืนแผ่นดินไทยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ตามแนวชายแดนได้ปลอดภัยทั้งทางด้านร่างกายและทรัพย์สินสืบไป

ภาพ : ฉก.ทพ.23
ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.ศปป.2 กอ.รมน.ตรวจเยี่ยม ตามโครงการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร/แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าว จับกุม ผู้ต้องหา 4 ราย ยาไอซ์ 6 กระสอบ 200 กก. มูลค่า 200 ล้านบาท อ.ปากชม จ.เลย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 15.00 น. ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มอบหมาย พลตรีฉัฐชัย มีชั้นช่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210/รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การต้อนรับ พลโท กัณห์ สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และคณะ ในโอกาศเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วย และติดตามผลการปฏิบัติงานตามโครงการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และพัฒนาประเทศ ประจำปี 2568 ในพื้นที่ จังหวัดนครพนม

โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ในห้วง ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าว

ในพื้นที่รับผิดชอบสู่แผนการปฏิบัติ พร้อมทั้งให้กำลังใจกับกำลังพลที่เสียสละในการปฏิบัติงานต่อไป ณ ห้องประชุมหน่วยบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ภาพ : นบ.ยส.24
ข่าว : พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

แม่ทัพภาค 2 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 6 กระสอบน้ำหนัก 200 กก. มูลค่า 200 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.ปากชม จ.เลย

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2567 ที่กรมทหารพรานที่ 21 ค่ายศรีสองรัก อำเภอเมือง จังหวัดเลย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.ศปก.ทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 6 กระสอบน้ำหนัก 200 กก. และรถยนต์ จำนวน 2 คัน ในพื้นที่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย โดยมี นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พลตรี พุทธิวัฒน์ สิริพงศ์พล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 28

พลตำรวจตรี พงพิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย พันเอก สุพรเทพ ไชยยงค์ ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุมที่ 3 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 นายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดเลย นายยศวัฒน์ พัชระศักดิ์สกุล นายอำเภอปากชม พร้อมหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเลย ร่วมแถลงข่าว
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยเฉพาะกิจทหาพรานที่ 2109 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับทราบจากสายข่าว ว่ากลุ่มกระบวนการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ เมื่อเวลา 19.00 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 จึงได้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วของหน่วย ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจจุดเพ่งเล็ง และตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัยที่ดัดแปลงกระบะตู้ทึบ ไว้เพื่อปิดบังอำพรางในการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จึงได้ขับติดตามดูพฤติกรรม และตั้งจุดตรวจจุดสกัด รถต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นรถนำ บริเวณสามแยกบ้านห้วยเป้า หมู่ 5 ตำบลปากชม อำเภอปากชม จังหวัดเลย เมื่อสบโอกาสจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่บุคคลดังกล่าวท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ลงจากรถ ควบคุมตัวไว้ตรวจสอบหาความเชื่อมโยงสามารถทำตรวจยึด/จับกุม ผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 6 กระสอบ ประมาณ 200 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บม 5410 เพชรบุรี (รถยนต์กระบะ ดัดแปลงตู้ทึบ) รถขนยาไอซ์, รถยนต์กระบะ นิสสัน นาวารา สี่ประตู สีดำ ทะเบียน กต 4383 ชุมพร (รถนำทาง) และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด จำนวน 4 ราย

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ในวันนี้ได้มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามแนวป้องกันชายแดนของเรา ในห้วงที่ผ่านมา ได้มีการจับกุมยาบ้า 50 ล้านเม็ด ซึ่งทราบได้ว่ามีการใช้อย่างกว้างขวาง ซึ่งมีมูลค่าสูง ในครั้งนี้ที่สำคัญมีการได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีกลุ่มขบวนการจากภาคกลางตอนล่าง ยังคงมีความพยายามที่จะลำเลียงยาเสพติดเหล่านี้เข้าสู่พื้นที่ตอนใน ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราจับกุมผู้ต้องหาได้ และเป็นยาเสพติด (ยาไอซ์) จำนวน 200 กก. มูลค่ากว่า 200 ล้านบาทโดยปัจจัยสำคัญคือ มีผู้ต้องการยาเสพติดเป็นอย่างมาก ในพื้นที่ภาคกลาง ทางแม่ทัพภาคที่ 2 จึงแจ้งต่อตำรวจภูธรจังหวัดเลย ขอให้นำผู้ต้องหาไปขยายผล นำไปสู่กลุ่มกระบวนการผู้สั่งการ และกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นคดีสมคบคิด จนสามารถนำไปสู่การยึดทรัพย์ให้ได้ สาเหตุที่มียาเสพติดจำนวนมากเข้าในพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ มีความต้องการของลูกค้าในตลาดสูงมาก

ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21และทุกส่วนราชการที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และบูรณาการร่วมกัน จนทำให้การจับกุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่าน ที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน และช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร ขอให้สื่อได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง เชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด หรือข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดผ่านช่องทางตรงของ เจ้าหน้าที่ในหน่วยกำลังป้องกันชายแดนทุกหน่วย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ปัญหายาเสพติดลดลง และพี่น้องประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

ภาพ : นบ.ยส.24
ข่าว : นาย พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพประชาชนลาว”

แชร์เนื้อหานี้

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ พบปะพัฒนาสัมพันธ์กับ พลตรี วันทอง บุตตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว เนื่องในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่ชายแดนในห้วงที่ผ่านมา มีการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ เช่น ชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาชายแดน รวมถึงการช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้พื้นที่ตามแนวชายแดน ไทย-ลาว เกิดความสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และได้ร่วมกันพูดคุยแนวทางความร่วมมือด้านการทหารร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย คือความมั่นคงตามแนวชายแดน และความสุขของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไปภาพ/ข่าว#กองทัพภาคที่2

กองทัพบกRoyalThaiArmy

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี – สื่อรัฐนิวส์ / “รวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคี”กองทัพภาค 2 มทบ.23 พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนสวนสนาม นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.)

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ (8 ธ.ค.2567) เวลา 14.00 น. พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันรวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคี” และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปี 2567 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคี รวมทั้งแสดงพลังการมีส่วนร่วมของมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น รวมถึงแสดงพลังความจงรักภักดีเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ตลอดจนการแสดงศักยภาพของ “เยาวชน คนรุ่นใหม่” นักศึกษาวิชาทหาร และนักเรียน นักศึกษา

ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ ที่สนามกีฬา 50 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี พลตรีนรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 พลตรีกิตติพงษ์ เนื่องชมภู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 23 ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะหลักสูตรประชาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพภาคที่ 2 หัวหน้าส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เข้าร่วมกิจกรรมรวมกว่า 2,000 คน กิจกรรมประกอบด้วย การร่วมประชุมหารือกับหัวหน้าส่วนราชการและตัวแทนกลุ่มพลังมวลชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ณ ห้องสารสิน อาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและนิทรรศการเทคโนโลยีทางทหาร การเดินพาเหรดรวมพลังของมวลชนกลุ่มต่างๆ พิธีอัญเชิญ “ธงชาติไทย” การปฏิญาณตนเป็น “พลเมืองดี และพลังแผ่นดิน”

การแสดงของเยาวชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น การแสดงของนักศึกษาวิชาทหาร การแสดงดนตรีร่วมสมัย และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักศึกษาวิชาทหาร สังกัด ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคี ความเข้มแข็ง และความพร้อมเพรียงของนักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งจะเป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพ และมีความสำคัญของประเทศชาติ พลโท บุญสิน กล่าวว่า “กลุ่มพลังมวลชนที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ประกอบไปด้วยกลุ่มมวลชนที่หลากหลาย แต่ละกลุ่มล้วนมีหน้าที่ความรับผิดชอบเฉพาะตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ใช้บังคับในแต่ละกลุ่ม แต่หน้าที่ที่เหมือนกันของทุกท่าน คือ การสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย

ในพื้นที่ชุมชนของตนเอง และหมายความรวมถึงความสงบเรียบร้อยของสังคมในภาพรวมด้วย ซึ่งหน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของพลังมวลชนทุกกลุ่ม ที่จะช่วยให้ชุมชนของตนเองมีความสงบเรียบร้อย และหน้าที่การสอดส่องดูแล ความสงบเรียบร้อย มิได้เป็นเพียงหน้าที่ของกลุ่มพลังมวลชนเท่านั้น แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในชุมชนและสังคม ขอให้แจ้งให้ทางราชการ หรือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบทราบทันที

เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และที่สำคัญดีใจที่เห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้ที่แสดงออกการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจะทำให้ห่างไกลยาเสพติดได้อีกด้วย เพราะปัจจุบันปัญหายาเสพติดแพร่ระบาด สร้างความเสียหายต่อสังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้นจะต้องร่วมด้วยช่วยกันป้องกันแก้ไขทุกภาคส่วน”

กองทัพภาคที่2กองทัพบกRoyalThaiArmyรวมพลังมวลชนขอนแก่นสามัคคีมณฑลทหารบกที่23

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /ครบรอบ 9 ปี สมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน จ.เชียงราย องค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก

แชร์เนื้อหานี้

ที่ห้องประชุมคชสาร อบจ.เชียงรายเวลา10.00น.วันที่3ธันวาคม2567สมาคมหารผ่านศึกและทหารกองหนุน เชียงราย จัดงานครบรอบ9ปีในการก่อตั้งสมาคมทหารผ่านศึก-กองหนุน เชียงราย ตามนโยบายองค์การสังเคราะห์ทหารผ่านศึก ซึ่งนายทะเบียนสมาคมจังหวัดเชียงราย

จดทะเบียนครั่งแรก เมื่อ28 มิ.ย.2559มีจ่าสิบเอก บุญส่ง ศรีจุมปา ทหารผ่านศึกอดีตกำลังพล ร.17 พัน 3 (ในพระองค์)เป็นนายกสมาคมผู้ก่อตั้ง พร้อมคณะบริหาร14ตำแหน่ง ปัจจุบันมีนายศรีเนตร์ ธนาคำ อดีตกำนันบ้านดู่ เมืองชียงราย ในงานวันดังกล่าวมีการสวดเจริญพุทธมนต์ทอดผ้าไตรบังสุกุล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่าทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่เสียชีวิต ตั้งแต่ปี 2559 จำวนวน 104 รายซึ่งทางสมาคมได้เชิญทายาทและครอบครัวผู้เสียชีวิตเหล่านั้น

หลังเสร็จพิธีทางศาสนา นายราชัน มีน้อยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับผู้สนับสนุนสิ่งของเครื่องกันหนาวจาก คุณวิโรจน์ คุณเฟื่องฟ้า อำนาจเกษม เจ้าของและผู้จัดการบริษัท สยามฟูรูกาวา เทรดดิ้ง จำกัด (กทม ) และตัวแทนกรรมการผู้จัดบริษัท วีอาร์ กลกาล จำกัด(กทม.)

และเพื่อมอบต่อให้กับสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดเชียงรายเพื่อมอบให้กับทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนที่ประสพภัยน้ำท่วม ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ในสภาวะลำบากและเสียชีวิตอนึ่งยังเป็นขวัญกำลังใจให้กับเหล่าทหารผู้กล้าและเสียสละเพื่อชาติเนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งสมาคม และของขวัญปีใหม่2568 ที่จะถึงเร็วนี้

    สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าวนับว่าเป็นการปฏิบัติติดต่อกันมาโดยตลอดนับว่าเป็นกิจกรรมที่ทหารกองหนุนและทหารผ่านศึกได้ระลึกถึงเหล่าบรรดาทหารที่มีคุณาประการต่อประเทศชาติ ถึงแม้ว่าจะปลดประจำการก็ได้ปฏิบัติหน้าที่จนลมหายใจสุดท้ายถือว่าเป็นการเสียสละต่อประเทศชาติบ้านเมืองให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยมาตราบเท่าทุกวันนี้ หลังจากมีการมอบสิ่งของเครื่องกันหนาวและผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสร็จสิ้นนายกสมาคมทหารผ่านศึกเชียงราย ได้เชิญพอ.เด็ดดวง ณ ลำปางในฐานะที่ปรึกษาสมาคมได้กล่าวทักทายสมาชิกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนให้กำลังใจในการทำหน้าที่เพื่อชาติ  ในต้อนท้ายนายศรีเนตร์ ธนาคำได้กล่าวทักทายบรรดาสมาชิกสมาคมทหารกล่าที่มาร่วมงาน กล่าวอวยพรปีใหม่ส่งความปารถนาดีต่อให้สมาชิกสมาคมทุกคนให้สุขภาพแข็งแรงเนื่องในโอกาสที่วันปีใหม่2568ที่จะมาถึงเร็วๆนี้

ธนากฤต วรรมณี
ผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / แม่ทัพภาคที่ 2 พบปะสื่อมวลชน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ณสโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ประจำปี 2568 โดยมี ผู้บังคับบัญชากองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ร่วมให้การต้อนรับสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ

การจัดกิจกรรมพบปะพัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานทหารกับสื่อมวลชน และนำเสนอผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 ห้วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำทีมโฆษกกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งมีหน้าที่สื่อสารข้อมูลของกองทัพภาคที่ 2 ไปยังสื่อมวลชนและสาธรณชน ทั้งยังเป็นช่องทางสำหรับติดต่อประสานข้อมูลข่าวสารผลการปฏิบัติภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 เพื่อนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความรับรู้ความเข้าใจ อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ และขอบคุณที่ช่วยกันนำเสนอข่าวสารของกองทัพภาคที่ 2 ในลักษณะที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ต่อสังคม และประเทศชาติ ด้วยดีเสมอมา พร้อมกับขอความร่วมมือสื่อมวลชน ในการนำเสนอข่าวที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน เพื่อความมั่นคง และยั่งยืนของประเทศชาติต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ​กกล.สุรศักดิ์มนตรี ร่วมกับฝ่ายปกครองแถลงการณ์ ตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย

แชร์เนื้อหานี้

นายสมภพ สมิตะสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ,พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ส่วนแยก 1 และ พันเอก อินทราวุธ ทองคำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 400,000 เม็ด พร้อมเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม เตรียมส่งพ่อค้าฝั่งไทย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ณ ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 กองบังคับการควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี (ร.13) โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ครั้นเมื่อเวลา 2130 น. กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 จัดกำลังพลเฝ้าตรวจ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ด้านหลังสวนยางพารา พื้นที่บ้านหนองกุ้งเหนือ ม.2 ต.กุดบง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้จำนวน 2 กระเป๋า ใบที่1 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 1 ห่อ/กิโลกรัม และ กระเป๋าที่ 2 บรรจุยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ 400,000 เม็ด หน่วยได้ประสาน ฝ่ายปกครองอำเภอโพนพิสัย,ตร.สภ.โพนพิสัย,หน่วยเรือโพนพิสัย,ตร.น้ำหนองคาย ร่วมทำการตรวจยึด ปัจจุบันนำของกลางมาทำการตรวจนับที่ที่ทำการกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2104 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21

ทั้งนี้ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี สั่งการทุกหน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจากกลุ่มขบวนการดังกล่าวมักจะลักลอบขนยาเสพติดในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมืด อันตราย และเสี่ยงต่อการใช้อาวุธ และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการปฏิบัติงานของกำลังพล ตามนโยบายรัฐบาล โดย นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้อย่างเด็ดขาดและครบวงจร เริ่มตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย พร้อมทั้งการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าและตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย การปราบปรามและการยึดทรัพย์ผู้ค้าอย่างเด็ดขาด การค้นหา ผู้เสพในชุมชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา

กองทัพภาคที่ 2 โดย กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี และ ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน และสถานประกอบการทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในพื้นที่ตอนใน และชายแดน โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และ ลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ #กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี​ #กองทัพภาคที่2​ #กองทัพบกroyalthaiarmy​ #กรมการปกครอง​ #กระทรวงมหาดไทย​

เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทัพภาคที่ 2 จัดพิธี รับ–ส่งหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน/“นาทีชีวิตระทึก!! ทหาร ร.8 พัน.1 ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ 28 กันยายน 2567 เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ แม่ทัพภาคที่ 2 และพลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) ร่วมกระทำพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 โดยได้กระทำพิธีสักการะพระศรีสัมพุทธโมลี พระพุทธวิชัยเสนีย์นาถ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อนุสาวรีย์วีรไทย พระบรมรูป ร.5 พระบรมราชานุสาวรีย์ หลังจากนั้นจึงลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2

ก่อนจะเดินทางมายังบริเวณพิธีรับ – ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 2 ณ ลานหน้าสโมสรร่วมเริงไชย โดยขึ้นแท่นรับการเคารพ พันเอก กิติพงศ์ พ่วงอยู่ ผู้อำนวยการกองกำลังพล ได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา และได้ส่งมอบธงประจำกองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ แก่แม่ทัพภาคที่ 2 (ท่านใหม่) จากนั้น จึงกล่าวรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา เสร็จแล้วทั้ง 2 ท่าน จึงขึ้นแท่นรับการเคารพจากกองผสมหมู่ธงสวนสนาม ซึ่งจัดจาก หมู่ธงประจำหน่วยขึ้นตรงกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 83 หมู่ธง

สำหรับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 77 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จ.นครพนม ,ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22, เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 3, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3 ค่ายกฤษณ์สีวะรา จ.สกลนคร, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 3, รองแม่ทัพภาคที่ 2, แม่ทัพน้อยที่ 2 ก่อนที่จะดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ลำดับที่ 44

สำหรับท่านแม่ทัพบุญสิน หรือแม่ทัพกุ้ง ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ดำรงตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งคุมกำลังรบสำคัญๆตลอดการรับราชการ รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยการนำความรู้​ ทักษะ และประสบการณ์ในการบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายทั้งในส่วนของกองทัพบกและในส่วนของรัฐบาล รวมถึงส่วนราชการ และภาคเอกชน ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน การปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มขีดความสามารถ ส่งผลให้มีผลการปฏิบัติงานสำเร็จมากมาย จนเป็นที่ประจักษ์

โดยที่สำคัญท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหน่วย พัฒนากำลังพล ดูแล ใส่ใจ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา กำลังพลในทุกระดับจนถึงพลทหารน้องเล็กคนสุดท้องกองทัพบก เสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กำลังพล ส่งผลให้บรรลุทุกๆภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในทุกระดับ และเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชน คนรากหญ้าชาวอีสาน ซึ่งท่านใช้ภาษาอีสานสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในการลงพื้นที่ทุกครั้ง จึงสามารถเข้าใจบริบทของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานได้อย่างดี ตลอดการทำงานที่ผ่านมาจนมาถึงปัจจุบัน

“นาทีชีวิต!!! ทหาร ร.8 พัน.1 ช่วยเหลือประชาชนประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ อาการสาหัส อำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วนนำส่งโรงพยาบาล”

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 เวลา 15.00 น. ที่ค่ายศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย หน่วย ร.8 พัน.1 โดย จ.ส.อ.ชัยยง นามเภา ตำแหน่ง ผบ.ลว ร้อย.สสก.ชรก.ฝยก.ร.8 พัน.1 ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ผบ.กองรักษาการณ์ ได้เกิดอุบัติเหตุรถกระบะโตโยต้าหมายเลขทะเบียน บจ 7570 เลย ชนกับรถจักยานยนต์ หมายเลขทะเบียน กนจ 52 เลย บริเวนถนนเลย-เชียงคาน ด้านหน้าประตูทางเข้า ร.8 พัน.1 ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ แม่กับลูก ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนาอ้อวิทยา นั่งซ้อนท้ายแม่กำลังจะกลับบ้าน ในระหว่างเดินทางเกิดประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

โดยรถกระบะคู่กรณี ทราบชื่อคนขับคือนายสมาน ทำสี ชาวบ้าน ต.เขาแก้ว อ.เชียงคาน จ.เลย ให้การว่าขับรถมาจากตัวเมือง จ.เลย มุ่งหน้ากำลังจะกลับบ้าน พอมาถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นรถมอเตอร์ไซร์ จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น เมื่อ จ.ส.อ.ชัยยง นามเภาฯ พร้อมกำลังพลที่เข้าเวรรักษาการณ์ เห็นเหตุการณ์จึงร่วมกับกำลังพลรีบเข้าช่วยเหลือ อย่างรวดเร็ว ซึ่งเจ้าของรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ สาหัสเกิดบาดแผลบริเวณศรีษะ และบาดแผลตามร่างกาย เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนแล้ว จึงรีบโทรประสาน 1669 เพื่อขอหน่วยกู้ชีพฉุกเฉินนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเลย

ทั้งนี้ได้มี จ.ส.อ.วุฒิชัย อ้วนศิลา นายทหารเวรฯ พร้อมกับกำลังพลของหน่วยเข้ามาช่วยเหลือในการอำนวยการจราจรอีกทางหนึ่ง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซ้อน ตลอดจนประสาน จนท.สารวัตรทหาร มทบ.28 อำนวยสะดวกด้านการจราจร และจนท.ตำรวจในการเก็บหลักฐานและเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์และวัตถุพยาน เพื่อใช้ประกอบรูปคดีต่อไป โดยในการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้หวังเพียงให้ผู้ประสบอุบัติเหตุปลอดภัย จึงรีบเข้าช่วยเหลือเหลืออำนวยการประสานการปฏิบัติในทุกๆส่วน เพราะทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส

ศูนย์ข่าวมุกดาหาร​ ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน ​ 092-5259777​