คลังเก็บหมวดหมู่: ทหารบก (ทบ.)

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กอ.รมน.น่าน จัดการฝึกอบรมเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับเมล็ดพันธุ์พระราชทาน กิจกรรมอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 08.30 น. พ.อ. อัศม์พงษ์ นิลพันธุ์ รอง ผอ.รมน.จังหวัด น.น. มอบหมายให้ พ.อ. หญิง ศุภางค์พัฒน์ พุกประเสริฐ หน.ฝ่ายนโยบายและแผน กอ.รมน.จังหวัด น.น. เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับเมล็ดพันธุ์พระราชทาน

กิจกรรมอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ณ โครงการทหารพันธุ์ดีน่าน ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง จ.น่าน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเครือข่ายเกษตรกรจาก ต.น้ำแก่น อ.ภูเพียง จ.น่าน จำนวน 30 คน เข้ารับการฝึกอบรมฯ

การฝึกอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการเก็บและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์พืชไว้ใช้ในยามวิกฤติหรือขาดแคลน และสร้างแนวคิดในการเก็บรักษาและแบ่งปันเมล็ดพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่

ในระดับครัวเรือนและชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ทั้งนี้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้ความสนใจและจะนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปขยายผลในครอบครัวและชุมชนต่อไป

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดน่าน ISOCNAN/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าว รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธียกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์ รร.บ้านซับเต่าโครงการช่วยเหลือประชาชน ของการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025

แชร์เนื้อหานี้

ก่อนที่การฝึกคอบร้าโกลด์2025 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 7 มีนาคม 2568 ซึ่งใช้พื้นที่การฝึกของจังหวัดนครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ลพบุรี ชลบุรีเมื่อวันที่ (11 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 13.09 น. ได้ฤกษ์ยกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์โรงเรียนบ้านซับเต่า ในโครงการช่วยเหลือประชาชน ของการฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและสันทนาการ

พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 เป็นประธานในพิธียกเสาเอกอาคารอเนกประสงค์ โครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) การฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำชุมชน ครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านซับเต่า โดยมีกำลังพลจากกองทัพบกไทย(กองทัพภาคที่ 2) กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ (อินเดีย) ร่วมพิธี ณ โรงเรียนบ้านซับเต่า ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทย และกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี การฝึกคอบร้าโกลด์ 2025 ในปีนี้ เป็นครั้งที่ 44 กองทัพไทย และกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกฯ อีกทั้ง ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือประชาชน (Humanitarian/Civic Assistance : HCA) จำนวน 5 โครงการ ประกอบด้วย
โครงการที่ 1 โรงเรียนหนองนกเขียนสามัคคี จังหวัดนครราชสีมา
โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านซับเต่า จังหวัดนครราชสีมา
โครงการที่ 3 โรงเรียนนิคมสร้างตนเอง จังหวัดระยอง
โครงการที่ 4 โรงเรียนบ้านซอยสอง (อภิชาติราษฎร์อุปถัมภ์) จังหวัดจันทบุรี
โครงการที่ 5 โรงเรียนบ้านดงมะรุม จังหวัดลพบุรี

สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ โครงการที่ 2 โรงเรียนบ้านซับเต่า ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีกำลังพลที่เข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 50 นาย โดยจัดจากกองทัพบกไทย (กองทัพภาคที่ 2) กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพมิตรประเทศ (อินเดีย) ร่วมก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ขนาดกว้าง 7.80 ม. ยาว 20.30 ม. สูง 4.85 เมตร ระยะกำหนดก่อสร้างระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม 2568 เพื่อให้นักเรียนและประชาชนในพื้นที่ได้นำไปใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาและสันทนาการต่อไป

กองทัพภาคที่2 การฝึกคอบร้าโกลด์2025

ภาพ/ข่าว : กองทัพภาคที่ 2
กันตินันท์ เรืองประโคนรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองร้อยทหารพรานที่ 4905 เข้าพบปะพัฒนาสัมพันธ์กับครูผู้สอนศาสนา มอบความสุข สร้างรอยยิ้มมอบอุปกรณ์กีฬา ให้แก่ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบ้านกูมุง

แชร์เนื้อหานี้

ที่ศูนย์มัสยิดบ้านกูมุง ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส
ร.อ.อำนาจ คงคารชัย ผบ.ร้อย.ทพ. 4905 มอบหมายให้ จ.ส.อ.พลากร ใสสะอาด รองผบ.ร้อย.ทพ. 4905 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน เข้าพบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์ด้านการศึกษากับครูและนักเรียนของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดบ้านกูมุง (ตาดีกา) เพื่อสอบถามถึงปัญหาข้อขัดข้องภายในโรงเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอน และสร้างความเข้าใจรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆในพื้นที่ 

นอกจากนี้ยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา อาทิ ฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ จำนวน 6 ลูก เพื่อสนับสนุนให้กับน้องๆ นักเรียนตาดีกา สนับสนุนเตรียมการจัดกิจกรรมกีฬาสีภายในตาดีกาประจำศูนย์มัสยิดบ้านกูมุง โดยมี ผอ.รร.กูมุงพิทักษ์วิทยา ปลัดอาวุโส อ.จะแนะ ผญบ.ม.2 ต.ช้างเผือก ตลอดจนเยาวชนเปอร์มูดอบ้านกูมุง และผู้นำศาสนาในพื้นที่ได้ร่วมจัดกิจกรรมกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนในการจัดกิจกรรมกีฬาสีในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและนักเรียน กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนเยาวชนในพื้นที่ สร้างความรักความสามัคคี ให้เกิดขึ้นในชุมชน และท้องถิ่น

ทั้งนี้การเล่นกีฬาเป็นการปลูกฝังในเรื่องความรัก ความสามัคคี รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และสามารถเรียนรู้ เข้าใจ ซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ปลอดภัยและห่างไกลจากยาเสพติด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4905 พร้อมที่จะสนับสนุนส่งเสริมเติมเต็มเพื่อเพิ่มทักษะและดึงเยาวชนให้หันมาเล่นกีฬา เพื่อให้เยาวชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีสุขภาวะที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักกีฬามืออาชีพต่อไป
//////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เสนาธิการทหาร เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ตรวจเยี่ยม สร้างขวัญกำลังใจ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

เสนาธิการทหาร เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ไปตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงาน สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่และตรวจความพร้อมให้หน่วยในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.อ. มนัส จันดี เสธ.ทหาร พร้อมกับคณะลงพื้นที่ ที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และ ปัตตานี เพื่อไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 และ สถานีวิทยุกระจายเสียง 912 สำนักงานพัฒนาภาค 4

หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมทั้งติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยในพื้นที่ โอกาสนี้ เสนาธิการได้รับฟังปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน พร้อมกับพบปะพูดคุย เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่

อีกทั้งยังมอบแนวทางการปฏิบัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละหน่วยได้อย่างเต็มระบบ พร้อมทั้งกำชับเรื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วย เน้นย้ำให้เฝ้าระวังและดำเนินการรักษามาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ภารกิจของหน่วยดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพอย่างสูงที่สุด
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / พิธีวางพวงมาวันทหารผ่านศึก 2568 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เชียงราย สมาคมทหารผ่านศึกเชียงรายร่วมพิธีสดุดีวางพวงมาลา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2568 ที่ผ่านมา นายศรีเนตร ธนาคำ นายกสมาคมทหารผ่านศึกและทหารกองหนุนจังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯสมาชิกสมาคม ณ เข้าร่วมวางพวงมาลา สดุดีแก่วีระชนทหารผู้กล้า

ณ ลานผู้กล้าอนุสาวรีย์ ผู้เสียสละ ค่ายเม็งรายมหาราช มณฑล ทหารบกที่ 37จังหวัดเชียงราย เนื่องในวันทหารผ่านศึกประจำปี พ.ศ2468 เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีบรรดาเหล่าวีระชนผู้กล้าที่เสียสละเลือดเนื้อ ด้วยกายและใจทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาผืนแผ่นดินไทยคงอยู่ให้ลูกหลาน มาตราบเท่าทุกวันนี้ ตลอดบำรุงขวัญและกำลังใจทหารผ่านศึกทุกนายที่ประจำการ

และปลดประจำการ ในวันดังกล่าวนางสินีนาฏ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นำคณะกรรมการ-สมาชิกเหล่ากาชาติกลุ่ม4จังหวัดเชียงราย ร่วมวางพวงมาลารำลึกถึงวีรชนผู้กล้าด้วย.

ธนกฤต วรรมณีผู้สื่อข่าวเชียงรายรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผอ.กวก.ศสพ. ตรวจเยี่ยมประเมินผลการฝึกกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา

แชร์เนื้อหานี้

ที่ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จังหวัด นครราชสีมา พันตรี จามิกร วงศ์สีดา ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 และกำลังพลให้การต้อนรับ พันเอก ทศพล ลึกลับพนาวัลย์ ผู้อำนวยการ กองวิทยาการ ศูนย์สงครามพิเศษ ( ผอ.กวก.ศสพ.) หัวหน้าชุดตรวจสอบการฝึกและคณะ เดินทางมาตรวจสอบการฝึกและประเมินผลการฝึกของ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 ทั้งนี้ได้ร่วมรับฟังการบรรยายสรุปเพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วย พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมการแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์และขีดความสามารถของหน่วยกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 2 มีภารกิจเป็นหน่วยดำเนินการฝึกอบรมปฏิบัติการพิเศษ ให้กับหน่วยทหาร ระดับกองร้อย กำลังกึ่งทหาร และประชาชน ให้มีขีดความสามารถ ในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ รวมทั้งให้มีความรู้พื้นฐานและการปฏิบัติการจิตวิทยา , ปฏิบัติการพิเศษ หรือภารกิจอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือ คณะชุดตรวจการฝึกได้แนะนำ และมอบนโยบายการฝึกของหน่วย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลให้รองรับภารกิจต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ “ฝึกเพื่อรบ เจนจบภารกิจ พิชิตทุกสมรภูมิ”

ภาพ/ข่าว : ร้อย.ฝรพ.2
เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาค 2 และ มทร.อีสาน พัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารสนับสนุนด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2568 ณ กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๒ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ลงพื้นที่ร่วมทดสอบระบบงานวิจัย โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมเพื่อเป้าหมายในการสนับสนุนด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม ตัวแทนสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมกับ พลตรี กิตติศักดิ์ ถาวร เสนาธิการกองทัพภาคที่ ๒ และ ผศ.ดร.เอนก เจริญภักดี รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ นโยบายและแผน ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน

ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ เพื่อรับชมการทดสอบระบบรถปฏิบัติการสื่อสาร ภายใต้โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานวิจัยโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จากทุนวิจัยของ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และมี กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) หน่วยขึ้นตรงของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถบูรณาการระบบสื่อสารเพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัย ในการป้องกัน รักษาผลประโยชน์สาธารณะ และช่วยเหลือประชาชน โครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหม เกิดขึ้นจากอุปสรรคเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ การเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือภัยอื่นๆ มักจะตามมาด้วยความล้มเหลวของระบบการสื่อสาร ไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันเวลาจากพื้นที่ประสบภัย

จึงทำให้หน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือไม่สามารถได้ข้อมูลที่ทันสมัยในการประเมินสถานการณ์และให้การช่วยเหลือได้ถูกต้องทันเวลา กระทรวงกลาโหม ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงและอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ช่วยในงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ปกติ เช่น การป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหมขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระบบการสื่อสารกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม สำหรับติดตามสถานการณ์และสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งยังประสบปัญหาและอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารเช่นเดียวกัน กระทรวงกลาโหมจึงมีความจำเป็นที่จะวิจัยและพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารของกระทรวงกลาโหมในการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล การตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาเพื่อการป้องกันและรักษาประโยชน์สาธารณะ และการช่วยเหลือประชาชน

สำหรับงานวิจัยโครงการพัฒนารถปฏิบัติการสื่อสารเพื่อบูรณาการระบบการสื่อสารขอ กระทรวงกลาโหม โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เป็นผู้ดำเนินการวิจัยและพัฒนา ด้วยกองทุนของ กสทช. นั้น นับเป็นการพัฒนาระบบสื่อสารที่สามารถบูรณาการได้หลากหลาย ปลอดภัย รวดเร็ว และมีระบบทางเลือกในการใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับเหตุการณ์ สถานที่ และสภาพแวดล้อม สามารถติดตามสถานการณ์และสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล รวมถึงการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชา โดยได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ระบบการสื่อสาร อุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง รวมถึงเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้า บนรถบรรทุกขนาดเล็กในเชิงพาณิชย์ จำนวน ๑ คัน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถเริ่มปฏิบัติการสื่อสารได้ภายในเวลา ๑๕ นาทีหลังจากเข้าพื้นที่สถานการณ์ และแน่นอนว่า รถปฏิบัติการสื่อสารดังกล่าว จะสามารถบูรณาการระบบสื่อสาร

เพื่อสนับสนุนภารกิจให้กับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ในภารกิจด้านความมั่นคงและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมทั้ง ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกระทรวงกลาโหมและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมสามารถติดตามสถานการณ์ในพื้นที่และได้รับข้อมูลสำคัญๆเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ ณ ศูนย์บัญชาการกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้เมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม (ทสอ.กห.) จะเป็นหน่วยงานแรกๆที่จะเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย สามารถดำเนินการวางแผน ประสานงาน และสนับสนุนงานด้านการสื่อสารต่างๆ ทั้งเรื่องวิทยุ คลื่นความถี่ ภาพถ่ายดาวเทียม รวมถึงการติดตั้งระบบการสื่อสารทางโทรศัพท์ ที่จะสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที หากได้รถปฏิบัติการสื่อสารฯในงานวิจัยครั้งนี้ มาช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของระบบการสื่อสารในพื้นที่ภัยพิบัติจะทำให้การช่วยเหลือนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับการทดสอบระบบในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ ๒ ครั้งนี้ ทำการทดลองใช้งานกับระบบที่ใช้งานจริงของกองการสื่อสาร ศูนย์ดิจิทัล กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม โดยมีการจำลองสถานการณ์และทำการทดสอบแบบเต็มระบบ ในสภาวะการสื่อสารปกติและการจำลองสภาวะการสื่อสารไม่ปกติ เช่น เกิดการคับคั่งของการสื่อสารในพื้นที่ เป็นต้น หลังจากการทดสอบนี้แล้ว จะมีการนำผลลัพธ์ที่ได้มาปรับปรุงให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน และจะทำการทดสอบระบบอีกครั้ง ณ กองพันระวังป้องกัน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงจะมีการอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จำนวน ๓หลักสูตร ก่อนจะมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารในโครงการนี้ให้กับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โดย กรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม เพื่อใช้ในภารกิจต่อไป

โดย พลโท นรเศรษฐ์ พงษ์เจริญ เจ้ากรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศกลาโหม กล่าวว่า หลังจากเสร็จสิ้นงานวิจัยและมีการส่งมอบรถปฏิบัติการสื่อสารฯแล้ว ทาง ทสอ.กห. ผู้รับประโยชน์ในงานวิจัยนี้ จะนำเครื่องมือการสื่อสารดังกล่าวมาใช้งานตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และจะมีการวางแผนงานการซ่อมบำรุงรักษา รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลการใช้งานต่างๆให้มากที่สุด เพื่อนำไปวิเคราะห์ ประเมินผล และนำมาต่อยอดในงานวิจัยครั้งต่อๆ ไปพร้อมเชื่อมั่นว่าผลของงานวิจัยครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาและอุปสรรคต่างๆของระบบการสื่อสารเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม และเข้าช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆได้มากยิ่งขึ้น อีกด้วย

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / บึงกาฬ มทภ.2 เยี่ยมค่ายคืนคนดีสู่สังคมผู้เสพ 102 คนรับปากไม่กลับไปเสพ

แชร์เนื้อหานี้


วันนี้ (19 ม.ค.68) ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 244 อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ พลโท บุญสิน พาดกลาง พร้อมด้วย พลตรี สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมค่ายฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเพื่อ “คืนคนดีสู่สังคม” จำนวน 102 คน พร้อมกับเยี่ยมผู้ปกครองที่นำอาหารมาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขจังหวัดและรพ.บึงกาฬ โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ

พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 พ.ต.อ.พงศ์พัชร แจ้งหมื่นไวย์ รอง ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ นายวรพันธ์ ชำนิยันต์ ปลัดจังหวัด นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ นางสุนิสา เอมสมบุญ ยุติธรรมจังหวัดบึงกาฬ ดร.ภมร ดรุณ นายแพทย์ สสจ.บึงกาฬ พ.ต.ท.เทอดศักดิ์ โคตรศรีวงษ์ ผบ.ร้อย ตชด.244 ให้การต้อนรับ

หลังจากแม่ทัพภาค 2 ได้ฟังรายงานจาก ผอ.โครงการฝึกอบรมฯได้สอบถามว่าการที่จะนำผู้เสพเข้าค่ายนี้ นำมาอย่างไร ซึ่งผู้ว่าและก็ทีมงาน ช่วยกันตอบว่ามีทั้งผู้ใหญ่บ้านนำมาส่ง แล้วก็ผู้ปกครองสมัครใจมาเองก็มี ส่วนที่เข้าค่าย 4 เดือน ก็คือตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2567-31มีนาคม 2568 นั้น งบประมาณได้มาจาก ป.ป.ส. และก็หากหมดโครงการนี้แล้ว ก็จะของบจาก ป.ป.ส.มาช่วยสานต่อเนื่องจาก ชาวบ้านที่มีลูกมีหลานติดยาทางก็เห็นชอบ

ในการที่จะนำตัวเด็กมาบำบัดรักษา ส่วนผู้ที่เข้าอบรมในโครงการ “คืนคนดีสู่สังคม”ก็คือได้มาจากทาง ผู้นำชุมชนพามาส่งและก็ผู้ปกครองและตัวเองเต็มใจเข้าค่ายมาบำบัดรักษา ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนก็ชื่นชอบเนื่องจากว่าบางคนก็สร้างความรำคาญให้กับชุมชนเมื่อออกจากบ้านหายไป 4 เดือน แล้วกลับเข้าสู่สังคมได้ บางคนก็อยู่ได้ด้วยการฝึกอบรมหรือมีอาชีพใหม่ๆ ถ้าหากว่ายังกระทำผิดอยู่ก็ต้องมาบำบัดใหม่ในรอบต่อไป
ซึ่งทางแม่ทัพภาค 2 กล่าวว่าบางทีถ้ามีโอกาสได้พบ

ท่านวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.ก็จะช่วยของบประมาณ มาเพิ่มเติมให้ เพราะว่าบึงกาฬก็มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นทางผ่านยาเสพติด จับกุมแต่ละทีมีแต่หลักล้านเม็ดขึ้น ถึงแม้ว่าจังหวัดบึงกาฬไม่ใช่เป็นจังหวัดเป้าหมายที่จะทำโครงการนี้ เหมือนจังหวัดสกลนคร นครพนมและจังหวัดร้อยเอ็ด แต่อย่างไรจังหวัดบึงกาฬเราก็ต้องได้ทำอยู่ในโอกาสต่อไปเพราะว่าทางรัฐบาลจะให้ทำ ทั้งหมด 77 จังหวัด
จากนั้น ทางแม่ทัพภาค 2 และคณะได้เดิน ไปเยี่ยมพูดคุยผู้เข้าค่าย คืนคนดีสู่สังคม โดยนั่งรออยู่ที่เต็นท์ด้านข้าง หลังจากพบปะ พูดคุยกับผู้เข้าอบรมแล้วต่างยืนยันว่า “จะไม่เสพ ไม่ค้าอีก”

ส่วนผู้ที่เข้าอบรมครั้งนี้อายุมากที่สุดก็คือ 56 ปี จากนั้นเดินไปเยี่ยมผู้ปกครอง ส่วนมากก็เป็นผู้หญิงที่นำข้าวปลาอาหาร มาฝากลูกๆ ทุกคนต่างยืนยันว่าโครงการนี้ดีมากเลย ที่เห็นเจ้าหน้าที่ออกไปพบปะพูดคุยแล้วก็นำลูกหลานมาช่วยบำบัดรักษา พร้อมกับสอน วิชาอาชีพต่างๆ ให้ด้วย เช่น ตัดผม ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ หรือเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่แผนกต่างๆ ได้มาฝึกสอนให้ เมื่อออกจากค่ายนี้ไปแล้วก็จะมีอาชีพติดตัว สำหรับคนที่ไม่มี มีสวนยางเป็นของตัวเอง จากนั้นช่วงบ่าย

แม่ทัพภาคพร้อมคณะเดินทางต่อไปยังบ้านนากั้ง เพื่อไปตรวจเยี่ยม บก.ร้อยสกัดกั้นที่ 2 บ้านสุขประเสริฐ ต.นากั้ง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ รับฟังบรรยายสรุป ที่วัดท่าไทรวนาวาส บ้านท่ากลิ้ง ต.นากั้ง รับฟังบรรยายสรุป ณ.จุดตรวจการณ์ดอนโคลาด พบกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ก่อนจะเดินทางกลับ.
นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี//บึงกาฬ 0933199399

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ฉก.นราธิวาสสะท้อนพหุวัฒนธรรมรับมอบของมงคลจากบริษัทเกศกาญจน์จำกัดส่งต่อความห่วงใยถึงพี่น้องไทยพุทธ-มุสลิมในพื้นที่

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 20 มกราคม 2568 ที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ค่ายกัลยาณิวัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส

โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมวัชรจริยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 18/ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา คุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต นายดอรอแม บินหะยียูโซ๊ะ ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัว

ทั้งนี้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ตามแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ของหน่วย เฉพาะกิจนราธิวาส ประจำปี งบประมาณ 2568 และนโยบายสำคัญ ผู้อำนวยการรักษา ความมั่นคงภายในภาค 4 โดยมุ่งเน้นการดำเนินการส่งเสริมฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามที่มีมาตั้งแต่ในอดีต ขับเคลื่อนเรียนรู้และยอมรับการอยู่ร่วมกัน โดยการเปิดเวที และจัดกิจกรรมศาสนสานสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ด้วยการพบปะพัฒนาสัมพันธ์ระหว่าง พี่น้องไทยพุทธ และ มุสลิม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ร่วมกันภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรมอย่างปกติสุข

โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จึงได้ริเริ่มกิจกรรมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม โดยใช้โอกาสในห้วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลตรุษจีน จัดกิจกรรม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้นำศาสนาได้มีโอกาสพบปะพูดคุย และให้ผู้ร่วมกิจกรรม ได้ร่วม ดุอาร์ขอพรทำบุญ ถวายเพลแด่พระสงฆ์ และชมการเชิดสิงโต รวมทั้งการแบ่งปัน ผลไม้ และขนมเข่ง ให้กับเด็กเยาวชนในสถานศึกษา ประชาชน และกำลังพลเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส กล่าวว่าหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริม วัฒนธรรม ประเพณีในห้วงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลตรุษจีน ตามนโยบายผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในส่งเสริมเสริม การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม อันนำมาซึ่งความอบอุ่นและ ความยินดี ซึ่งการที่ผู้นำศาสนา และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนไทยพุทธและมุสลิม

ได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ไม่เพียงแต่ได้มาพบปะพูดคุยกันและร่วมประกอบศาสนกิจ รวมถึงชมการแสดงเชิดสิงโตเพียงเท่านั้น แต่ยังแสดงออกถึงความรัก ความปรองดอง ตลอดจนการเรียนรู้ความแตกต่างของวัฒนธรรมนอกจากนี้บริษัทเกศกาญจน์ จำกัด โดยคุณกาญจนา รอบคอบ ยังได้จัดเตรียมผลไม้ และขนมเข่ง เพื่อมอบให้กับเด็กและเยาวชนในโรงเรียนสอนศาสนาเอกชน ประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อแบ่งปันความสุขเป็นของขวัญในห้วงเทศกาล

ด้านคุณกาญจนา รอบคอบ ผู้บริหารบริษัทเกศกาญจน์ จำกัด ผู้จัดการสาขาสำนักงานตัวแทนร่วมนราธิวาส บริษัทเมืองไทยประกันภัยและบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต กล่าวว่า เนื่องจากเทศกาลวันตรุษจีน เพื่อให้เกิดความเป็นอยู่อย่างชัดเจนในพาหุวัฒนธรรมม ซึ่งคนจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่ มาอาศัยอยู่ภายใต้พระบรมมาโพธิสมภารของแผ่นดินไทย แม้กระทั่งไทย-มุสลิม และไทย-ไทยพุทธ การที่มีพระหุวัฒนธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการมอบสิ่งดีๆให้ซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดพลังของความรัก ความสามัคคี ความเข้าอกเข้าใจ ซึ่งสิ่งที่เรามอบให้เป็นของมงคล เช่นส้มสีทอง ซึ่งหมายถึงความโชคดี แอปเปิ้ลซึ่งหมายถึงความสันติสุข ความสงบสุขให้พลังของความรัก ขนมเข่ง

ซึ่งหมายถึงความหวานชื่นความชื่นมื่น ขนมไข่ ซึ่งหมายถึง ความเจริญเติบโต เป็นธรรมดาชีวิตต้องมีการเจริญเติบโต ก้าวหน้า จากวัยเด็กสู่วัยกลางคนจนถึงสิ้นไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึง ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข และที่สำคัญคือความกตัญญูต่อแผ่นดิน ที่เราจะต้องมีให้เพื่อความสันติสุข
////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ทหารบก 38 ค่ายสุริยพงษ์ จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จ.น่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมิ่อวันที่ 18 มกราคม 2568 เวลา 16.00 น. ณ สนามหน้ากองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ อ.เมืองน่าน จ.น่าน พลตรีวรเทพ บุญญะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหารในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2568 โดยมีนายชัยนรงค์ วงค์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการนักศึกษาวิชาหารจากหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหารมทบ.38 ประชาชนเข้าร่วมในพิธี

ทั้งนี้วันกองทัพไทยถือเป็นวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาของพม่าโดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทยตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าพระองค์ทำยุทธหัตถีในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จุลศักราช 954 ซึ่งในยุคสมัยสงคราวยุทธหัตถีเกิดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2135

ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงทราบข่าวจึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่ายจังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างที่การรบช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าสัตรูไปจนออกนอกเขตแดนจนอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ ในขณะนั้นพระองค์จึงเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถีเพื่อผลิกสถานะการณ์ และทรงได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ

นอกจากนั้นธงชัยเฉลิมพลถือว่ามีความสำคัญและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของทหารไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพระราชทานแก่หน่วยทหารเป็นคราวๆ คราวละหลายธง ซึ่งธงจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันจะผิดกันในส่วนที่เป็นนามหน่วยเท่านั้น

การปฏิบัติต่อธงชัยเฉลิมพลทุกขั้นตอนจึงต้องเป็นไปตามพิธีการ ทหารทุกคนจะระลึกอยู่เสมอว่าธงชัยเฉลิมพลจะปลิวสะบัดอย่างสง่างามเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยต่อไป ตราบเท่าที่ประเทศไทยดำรงคงความเป็นเอกราชอยู่ได้/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ธงชัย สว่างวงศ์/ วิสุทธิ์ ศรีเมือง รายงาน