คลังเก็บหมวดหมู่: ท่องเที่ยว

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / วัฒนธรรมอุตรดิตถ์ ร่วมชูจุดขาย “เที่ยวอุตรดิตถ์ ติดใจ” ชวนสัมผัสความมหัศจรรย์หลากหลายมิติตามแนวคิด 5 must do in Uttaradit หวังดันสู่เมืองน่าเที่ยวศักยภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 30 มีนาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ จัดกิจกรรมข่าว “เที่ยวอุตรดิตถ์ ติดใจ” ณ เวทีหมู่บ้านภาคเหนือ ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ครั้งที่ 43 ภายใต้แนวคิดเสน่ห์ไทย

ชูจุดขาย อุตรดิตถ์เป็นเมืองมหัศจรรย์ผลไม้และเสน่ห์แห่งธรรมชาติที่ผสมผสาน 3 วัฒนธรรม หลากหลายลงตัว (ล้านนา ล้านช้าง ไทยกลาง) พร้อมเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตอกย้ำกระแสทุเรียนฟีเว่อร์ โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ (วัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ) นายกรรชกร ประเสริฐ (ประธานหอการค้าจังหวัดอุตรดิตถ์)

และนายสมชาย ชมภูน้อย (ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท.) ร่วมแถลงทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์ เชิญชวนออกเดินทางท่องเที่ยวอุตรดิตถ์ มาสัมผัสวิถีวัฒนธรรมเมืองเล็กๆ ที่ สงบ มีเสน่ห์ ชวนหลงใหล ให้ติดใจอยากอยู่นานๆ โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จาก จ.อุตรดิตถ์ ร้านลมเย็น ร้านลำลำลับแล ร้าน เม็ดมะม่วงหิมพานต์หาดไก่ต้อย พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไทยวนลับแล ชมรมที่พักอุตรดิตถ์

(โรงแรมสีหราช) และสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือร่วมออกบูธเป็นส่วนหนึ่งในงานของ จ.อุตรดิตถ์ ในการนี้ วัฒนธรรมจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวงานในจังหวัดอุตรดิตถ์ช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์และช่วงทุเรียนหลงหลินอุตรดิตถ์ออกผลผลิต ดังนี้ 11-12 เมษายน งานหลงรัก(ษ์)อุตรดิตถ์ มหกรรมมรดกภูมิปัญญา ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าเชื่อมโยงหอวัฒนธรรม

13-15 เมษายน งานอุตรดิตถ์สงกรานต์ Music Festival ณ ถนนหลงหลิน
13-16 เมษายน งานไหลเล่นน้ำสงกรานต์ถนนเส้นท่าเสา-คลองโพ-เกาะกลาง
14-16 เมษายน งานสงกรานต์ปี๋ใหม่เมืองลับแลงไชย ณ วัดท้องลับแล อ.ลับแล
14-16 เมษายน งานสงกรานต์ไท-ยวนน้ำอ่าง ณ วัดไชยมงคล อ.ตรอน
และมาทานทุเรียน

1-4 พฤษภาคม งานอุตรดิตถ์เรชชิ่งคาร์ ไทยแลนด์ ปิดเมืองแข่งรถ เก็บคะแนนครั้งที่ 1 ตัวแทนภาคเหนือ ณ บริเวณรอบสนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก
11-19 พฤษภาคม งานประเพณีอัฐมีบูชา ณ วัดพระบรมธาตุ ทุ่งยั้ง อ.ลับแล
30-31 พฤษภาคม งานนุ่งซิ่นกินทุเรียน ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนลับแล อ.ลับแล

6-8 มิถุนายน งานมหัศจรรย์ทุเรียนหลงหลินอุตรดิตถ์ ณ สนามกีฬาพระยาพิชัยดาบหัก อ.เมืองอุตรดิตถ์ ปลายเดือนมิถุนายน งาน 110 ปี มหกรรมอาหารดีวิถีอุตรดิตถ์ ณ จวนผู้ว่าฯ หลังเก่าเชื่อมโยงหอวัฒนธรรม

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นายก.อบจ.ขอนแก่น เปิดงานพาแลง และงานเดินแบบการกุศล ในงานการประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายวัฒนา ช่างเหลา นายก อบจ.ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีเปิดงานพาแลงและงานเดินแบบการกุศล ในงานการประเพณีกาชาดประจำปี รวมของดีเมืองชุมแพ ประจำปี 2568 โดยมี นางสาวอ้อยใจ คำบุญเรือง นายอำเภอชุมแพ

กล่าวรายงาน ในโอกาสนี้มี นายนาวิน คำเวียง รองนายก อบจ.ขอนแก่น, นายนิรุตติ์ ปานนาค (ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 1) รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น คนที่ 1 นายสำราญ ศรีภา ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นางกฤษดาพร ปติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายกิจทวี มาเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายบุญแสง พรนิคม นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนสะอาด นายวิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสมชาย อ้วนพรมมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลชุมแพ นายสุทธิรักษ์ เมืองสอน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลโนนหัน นางอำนวย หงษ์ชุมแพ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองไผ่ นางสาวนัยนา บรรดาศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไชยสอ

นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.บ้านหนองคองผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตพื้นที่อำเภอชุมแพ เข้าร่วมเป้นเกียรติในพิธี ณ ลานหน้าหอประชุมอำเภอชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วินนิวส์ สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ ขอนแก่น

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดเต็ม “เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568” Songkran Fastival Buengkan 2025

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 มี.ค.2568เวลา 18.00 น. ที่บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ ร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ และเทศบาลเมืองบึงกาฬ จัดแถลงข่าว “เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568” Songkran Fastival Buengkan 2025 โดยมีนายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธาน

พร้อมด้วย นายสมหวัง อารีย์เอื้อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ มีนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจัดหวัดบึงกาฬ นางสุมิตรา จารุกำเนิดกนก สมาชิกวุฒิสภา นายวาปี เณระสุระ ประธานสภาเทศบาลเมืองบึงกาฬ นายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายประชุม จตุเทน ประชาสัมพันธ์จังหวัดบึงกาฬนพ.ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และ พ.ต.อ.อารักษ์ มะสาธานัง รองผบก.ภจว.บึงกาฬ ผู้แทน ผบก.บึงกาฬ ร่วมแถลงข่าว และหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนแขกผู้มีเกียรติร่วมงานแถลงข่าว

นายนคร ศิริปริญญานันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า สงกรานต์ในประเทศไทยได้รับการประกาศจากองค์การ UNESCO ให้ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ดังนั้นงาน “Songkran Festival Buengkan 2025 เย็นทั่วหล้า รื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568”
ในปีนี้จังหวัดบึงกาฬ จะมีขบวนแห่สงกรานต์ยิ่งใหญ่ นำเสนอวิจิตรตระการตา สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรม Soft Power ของจังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 13-16 เม.ย.นี้ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติรับรู้ถึงคุณค่าสาระของประเพณีสงกรานต์ไทย หนุนสร้างพลังสร้างสรรค์ Soft Power ให้สร้างมูลค่าและรายได้กับจังหวัดบึงกาฬ

ด้านนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้เป็นปีที่2 ที่จัดงานครั้งนี้เพื่อรองรับการกลับบ้านของชาวบึงกาฬ ประชาชนและนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดบึงกาฬมากยิ่งขึ้น มีกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นในจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงกิจกรรมริ่นเริงมากมาย อาทิ คอนเสริต์หมอลำคณะ “รำไพ แสงทอง” คอนเสิร์ต “ธีร์ เร็กซ์” และคอนเสิร์ต “วงฮันแนว” กลองยาว ชุด “ชุดม่วนซื่นสงกรานต์ เครื่องเล่น สไลเดอร์ สระน้ำ

บ้านลม ปาร์ตี้โฟม อุโมงค์น้ำ เป็นต้น เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ไทยซึ่งทางรัฐบาลให้ความสำคัญในการต่อยอดเพื่อผลักดันไปสู่งานเทศกาลระดับโลก จังหวัดบึงกาฬจึงได้จัดงาน Songkran Festival BuengKan 2025 เย็นทั่วหล้ารื่นเริง มหาสงกรานต์ 2568 อย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังมีขบวนรถแห่สงกรานต์ทั้ง 24 ชุมชน ในเทศบาลเมืองบึงกาฬ Soft Power ที่จะมานำเสนอเอกลักษณ์ ท้องถิ่นของจังหวัดบึงกาฬ

วันที่ 13 เม.ย. 2568 ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์. ระหว่างวันที่ 13 – 16 เม.ย. 2568 จะมีการเดินทางอย่างคึกคักมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา สำหรับนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจังหวัดอื่น คาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนจังหวัดบึงกาฬเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 10,000 คน-และใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 100 ล้านบาท

ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ สุระพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ คาดว่าประชาชนจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬ ร่วมหมื่นกว่าคน การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการมีรายได้เพิ่มขึ้น ค รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ของจังหวัดบึงกาฬอีกด้วย

ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล///บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ชาวหัวหิน เซ็ง! รูปปั้น “คนสู้ฉลาม” ประติมากรรมริมหาดมูลค่าเกือบ 4 แสนบาท ตั้งแค่ 2 สัปดาห์ ถูกมือดีทำลาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.68 จากที่ทางเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบฯ ร่วมกับ มูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน นำรูปปูนปั้น “คนสู้ฉลาม” ขนาดความสูง 1.90 เมตร มูลค่า 359,000 บาท ที่ถอดแบบมาจากรูปปั้นคนสู้ฉลาม ประติมากรรมเก่าแก่สัญลักษณ์ในอดีตของหัวหินเกือบ 70 ปี ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาและนำกลับมาปั้นตั้งใหม่บนโขดหินริมทะเล

บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมหัวหิน ทางลงชายหาดหัวหิน เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวหัวหินและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ได้ถ่ายภาพและเป็นจุดเชคอินให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ขณะที่เทศบาลเมืองหัวหินเตรียมแนวทางในการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเยี่ยมชมธรรมชาติทะเลอันสวยงาม และได้ทราบเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองหัวหิน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า รูปปั้น “คนสู้ฉลาม” ที่ตั้งบริเวณชายหาดหัวหินดังกล่าว ถูกคนทำลายได้รับความเสียเสียหาย จึงไปตรวจสอบพบว่าที่บริเวณฟันฉลามทั้งบนและล่างถูกมือดีทุบหักหายไปทั้งแถบ กลายเป็นฉลามฟันหลอดูแล้วไม่สวยงาม และวาดสัญลักษณ์รูปตาไว้ที่บริเวณช่องปากฉลามแทน
จากการสอบถามชาวหัวหินหลายคนต่างให้ความเห็นว่าดูแล้วไม่สวยงาม อีกทั้ง

รูปปั้นดังกล่าวต้องการให้เป็นสัญลักษณ์ชายหาดหัวหินเวลานักท่องเที่ยวมาเยือนได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกไม่น่าทำลาย สำหรับสัญลักษณ์รูปตาดังกล่าว ที่ผ่านมาหลายปีเห็นมีวาดไว้ทั่วตามที่สาธารณในเมืองหัวหิน ดูแล้วสกปรกตาไม่สมเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบกลับเฉย เมื่อเกิดเรื่องนี้อยากให้ดำเนินการอย่างจริงจังเสียที.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าเพชรบุรี ชวนเที่ยวงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 38” ตระการตากับพลุหลากสีบนยอดเขาวัง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.68 ที่บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระนครคีรี) อ.เมือง จ.เพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานพระนครคีรี–เมืองเพชร ครั้งที่ 38 ประจำปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” พร้อมด้วย จ่าสิบเอก ประภาส อินทนู รองนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ร่วมแถลงข่าว โดยมี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ YEC หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ผู้ประกอบการท่องเที่ยว หน่วยงานต่างๆ ในชุดไทยอย่างสวยงามร่วมรับฟัง

ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า งาน “พระนครคีรี–เมืองเพชร” เป็นงานประจำปีของจังหวัดเพชรบุรี ที่จัดติดต่อกันมาอย่างยาวนานซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 38 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.พ. – 2 มี.ค.68 ณ บริเวณพระนครคีรี(เขาวัง) บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ และบริเวณโดยรอบ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 9

และเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่อย่างหาที่สุดมิได้ต่อ จ.เพชรบุรี ตลอดจนเพื่อสืบสานศิลปะวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยว ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรี โดยจะมีพิธีเปิดในวันศุกร์ที่ 21 ก.พ.68 เวลา 17.00 น. ณ บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน พร้อมชมขบวนแห่เทิดพระเกียรติ และขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายจากทุกภาคส่วน

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ มีการสาธิตงานสกุลช่างเมืองเพชร 14 งานช่าง ทั้งงานปูนปั้น งานจำหลักหนังใหญ่ งานฉลุยฝังลายไม้มูก งานแกะสลักไม้ งานตอกกระดาษ งานประดับกระจก งานเขียนลายรดน้ำ งานแทงหยวก ฯลฯ นิทรรศการจัดแสดงและสาธิตวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ 8 ชาติพันธุ์ กิจกรรม DIY งานหัตถกรรมพื้นบ้านหรือผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย(CPOT) นิทรรศการและสาธิตงานศิลปะร่วมสมัย การแสดงศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นบ้านที่เวทีโรงโขนบนเขาวัง การแสดงเทิดพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ชีวิตเสียงสะท้อนแห่งความทรงจำ “ร่วมย้อนจิรกาล…สู่วิมานพระนครคีรี” ทุกคืน ชมฟรี 200 ที่นั่งต่อวันเท่านั้น พร้อมทั้งได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมสาธิต ภายใต้แนวคิด “เพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของ UNESCO (Phetchaburi City of Gastronomy)”

มีทั้งอาหารชาติพันธุ์ อาหารพื้นบ้าน – พื้นถิ่น ของชุมชน 8 อำเภอ อาหารเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมอื่นๆ พร้อมทั้งตระการตากับการประดับไฟสีและไฟย้อมแสงโบราณสถานบนพระนครคีรี มีการจุดพลุหลากสีอย่างสวยงามทุกคืน มากกว่า 3,000 ลูก ภายใต้มาตรการป้องกันผลกระทบจากการจุดพลุบนพระนครคีรี

ตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษนอกจากอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายเมนู และได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุขทุกรสชาติทั่วบริเวณบนพระนครคีรีหรือเขาวัง และรอบอุทยานฯ ร.4 แล้ว ยังได้มาร่วมทำบุญกับสำนักงานกาชาดจังหวัดเพชรบุรี สลากกาชาดใบละ 100 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย และอย่าพลาด มากดชัตเตอร์ เช็คอิน ชมไฟสีสัน แสง สี เสียง ชมความอลังการจากการจุดพลุ ทุกค่ำคืน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารแปรรูป และกิจกรรมมากมายจากทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ได้ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี ชมรมถ่ายภาพจังหวัดเพชรบุรี จัดนิทรรศการภาพถ่าย และนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน Sustainable Tourism และพิเศษสุดกับกิจกรรม Studio ถ่ายภาพกับชุดไทยในคอนเซปต์ “แต่งไทยสไตล์พริบพรี” และจัดทำจุดเช็คอินถ่ายภาพให้กับนักท่องเที่ยวและผู้มาร่วมงาน

โดยเน้นทัศนียภาพของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์เป็นแบ็คกราวน์ รวมไปถึงการจัดหาร้านชุดไทยในพื้นที่เพชรบุรีมาร่วมกิจกรรมให้เช่าชุดไทยในราคาพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมชมงานได้มีประสบการณ์แต่งไทยสไตล์พริบพรี เที่ยวงานพระนครคีรียามค่ำคืนอีกด้วย จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวเพชรบุรีและนักท่องเที่ยว มาเที่ยวงานพระนครคีรี -เมืองเพชร ครั้งที่ 38 “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”ได้ตามวันดังกล่าว.


สลด! สาวทับสะแกผูกคอดับใต้ต้นมะม่วง เหตุเครียดติดหนี้ปั่นสล็อตออนไลน์        วันที่ 13  ก.พ. 2568 พ.ต.ท. สุชาติ รุ่งเรือง รอง ผกก. สส. สภ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์รับแจ้งว่า มีเหตุคนผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง หมู่ 2 ต.นาหูกวาง  จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบศพ น.ส.ณัฐพร ยอดอิน อายุ 22 ปี ที่อยู่ 22/3 หมู่ที่ 10 ต.นาหูกวาง  ในที่เกิดเหตุมีนายสุกิจ เผ่าพัฒน์ สามีแจ้งว่าผู้ตายเครียดจากการเล่นการพนันสล็อตอนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ  ทราบว่ามีการยืมเงินผู้อื่นมาเล่น โดยออกจากบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 12:00 ของวันนี้ แต่พบผู้เสียชีวิตประมาณ 17:15 น. สอบถาม นายจตุรงณ์ ยอดอิน บิดาและ นายสุกิจฯ สามี ไม่ติดใจใจสาเหตุการเสียชีวิต จากนั้นได้ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลทับสะแกทำการชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือบาดแผลแต่อย่างใด จึงมอบร่างให้ญาติไปดำเนินการตามประเพณี  สำหรับปัญหาจากการปั่นสล็อตออนไลน์ พบว่าที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตแล้วหลายรายจากหลายท้องที่จากการผูกคอตาย เนื่องจากมีความเครียดเรื่องหนี้สิน บางรายนำเงิน 10,000 บาทที่ได้รับโอนจากรัฐบาลไปเติมเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์จนหมดภายในวันเดียว
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / น้องปิยธิดา สาวงามเผ่าถิ่น คว้ามงกุฎธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่เวทีกลาง งานงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 จังหวัดน่าน หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการประกวดธิดาดอย ในงานประจำปีและของดีเมืองน่าน ประจำปี 2568 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม คงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่าที่อยู่ในจังหวัดน่าน ซึ่งจัดประกวด 4 ชนเผ่า คือ ถิ่น/ลัวะ ม้ง เมี่ยน และขมุ

โดยปีนี้มีสาวงามสมัครเข้าประกวด 22 คน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน และหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชน ร่วมมอบรางวัล สำหรับผลการประกวดธิดาดอยในปีนี้ สาวงามชนเผ่าถิ่น หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดน่านส่งเข้าประกวด

คว้ามงกุฎธิดาดอยประจำปีนี้ไปครอง ได้รับเงินสด 20,000 บาท พร้อมที่นอนสปริงยางพารา 6 ฟุต มูลค่า 15,900 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท โล่รางวัล และสายสะพาย รางวัลรองชนะเลิศธิดาดอย อันดับที่ 1 ได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง อำเภอปัว ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด12,000 บาท

Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอย อันดับที่ 2 ได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว อำเภอบ้านหลวงส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 10,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลรองธิดาดอยอันดับที่ 3 ได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอ

โครงการบ้านสันติภาพและ หจก.ชนากานต์พร็อพเพอร์ตี้ส่งเข้าประกวด ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย รางวัลขวัญใจชาวน่าน ได้แก่ หมายเลข 17 นางสาวปิยธิดา จักอะโน ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และรางวัลขวัญใจสื่อมวลชน ได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ส่วนรางวัลธิดาประจำชนเผ่า ธิดาชนเผ่าเมี้ยนได้แก่ หมายเลข 22 นางสาวจิตรพร แซ่จ๋าว

ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าม้งได้แก่ หมายเลข 15 นางสาวซี แซ่ว่าง ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย ธิดาชนเผ่าถิ่น/ลัวะได้แก่หมายเลข 19 นางสาวศุภักอักษร ตุ้ยศรี ได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย และธิดาชนเผ่าขมุได้แก่ หมายเลข 3 นางสาวพรรพษา ศรีแอได้รับเงินสด 6,000 บาท Gift voucher แชมพูไบโอเวท และสายสะพาย/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจัวหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผช.รมต.กระทรวงทรัพยฯ.สิ่งแวดล้อมเข้าร่วมเวทีประชาคม รับฟังปัญหาฯพื้นที่ต.ท่าแฝก/ททท.น่านหารือประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว น่าน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 นายนราพัฒน์ แก้วทอง (ผู้ช่วยรัฐมนตรี)ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมตรีว่าการกระพรวงพรัพยากรรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลท่าแฝกโดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกอบต.กำนันผู้ใหญ่บ้าน สอบต.แกนนำชุมชนและชาวบ้านเข้าร่วมเวที

ด้วยโครงการก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ตำบลท่าแฝก อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มีพื้นที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ห่างจาก
วัดอุตรดิตถ์ ๑๒๘ กิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขาปกคลุมด้วยป่าไม้มีลักษณะสูงชัน สลับชับชับช้อนกันไป ทิศ (ทิศตะวันตกและทิศตะวันออก)

โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมด ๔๐๘,๘๗๔ ไร่ เป็นพื้นที่ป่า ๘,๖๒๐ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๘๓ ของพื้นพื้นที่ มีเขตการปกครอง ๙ หมู่บ้าน ประกอบด้วย ม.๑ บ้าน งอมมด ม.๓ บ้านงอมสัก ม.๔ บ้านห้วยผึ้ง ม.๕ บ้านป่าทั้ง ม.๖ บ้านเด่นยาว ม.๗ บ้านวังน้ำต้น ห้วยไผ่ และ ม.๙ บ้านผาผึ้งน้อย มีราษฎรอยู่อาศัยรวม ๑,๕๐๙ ครัวเรือน ประชากร รวม ๔,๕๐๐ คน ราษฎร

ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินอยู่อาศัยและที่ทำกิน อยู่ในเขตที่ดินของรัฐ อาทิ ป่าสงวนฯ,อุทยานแห่งชาติ อนุรักษ์ฯ และมีที่ดิน สค.1 บางส่วนที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ หน่วยงานในพื้นที่ประสบปัญหา พัฒนาด้านสาธารณูปโภคโครงสร้างพื้นฐานได้ เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชนในพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงการ พัฒนาแหล่งน้ำต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก อันมีผลกระทบต่อการดำรงชีพ และความเป็นอยู่ของราษฎรในตำบลท่าแฝกเป็นอย่างมาก

ผู้นำชุมชนท้องที่ท้องถิ่นตำบลท่าแฝก เครือข่ายชุมชน และประชาชนตำบลท่าแฝกในการ ตรวจเยี่ยมและเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังปัญหาสิ่งแวดล้อม
พื้นที่ตำบลท่าแฝก โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านอำภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นการยกระดับ

คุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำบล ท่าแฝก ได้อย่างถาวรและยั่งยืนซึ่งนายนราพัฒน์ แก้วทองได้เปิดโอกาสให้แกนนำเสนอข้อมูลต่างๆเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ใขปัญหาต่อไป/

บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานน่าน ร่วมหารือแนวทางการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน

27 มกราคม 2568 ที่ร้านเฮือนรินน่าน ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานน่าน ร่วมกับสื่อมวลชนจังหวัดน่านหารือแนวทางประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่านประจำปี 2568 ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน มีแผนดำเนินการส่งเสริมการตลาด

ด้านการท่องเที่ยวร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อให้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม ในพื้นที่ และยังเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในจังหวัดน่าน

ดังนั้นเพื่อให้การวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวปี 2568 รวมถึงการรับฟังข้อคิดที่เป็นประโยชน์เพื่อกำหนด ทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดน่านเป็นเมืองน่านน่าอยู่น่าเที่ยวน่าสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน

มุ่งมั่นการท่องเที่ยวให้มีคุณภาพพร้อมกับประชาสัมพันธ์เพิ่มช่องทางการท่องเที่ยวให้ยั่งยืนต่อไป/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ ทีมข่าวสมาคม รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / นักท่องเที่ยวแน่นขึ้นห่มพระเขาช่องกระจก ขอพรวันปีใหม่

แชร์เนื้อหานี้

DCIM\100MEDIA\DJI_0794.JPG


เมื่อวันที่ 1 ม.ค.68 นายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พระเทพวชิรสุธี เจ้าคณะจังหวัดประจวบฯ (ธ) เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพร ประจำปีพุทธศักราช 2568” มี นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบฯ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมกันเขียนชื่อของตนเองและคนในครอบครัวลงบนผืนผ้าเหลือง

พร้อมอัญเชิญผืนผ้าขึ้นสู่เขาช่องกระจก อ.เมืองประจวบฯ ผ่านบันได 396 ขั้น ห่มองค์พระเจดีย์ที่ประดิษฐานบนยอดเขา และกราบสักการะขอพรพระพุทธมงคลคีรีขันธ์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวในวันขึ้นปีใหม่
สำหรับกิจกรรม “ขึ้นเขาห่มพระ พาท่องช่องกระจก เถลิงศกรับพรปีใหม่” เทศบาลเมืองประจวบฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครั้งแรกในปี พ.ศ.2548 โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 19 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้บรรจุไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยวของ จ.ประจวบฯ

เพื่อเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เสด็จพระราชดำเนินบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก พร้อมส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเมืองประจวบฯ สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว

ได้ขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาช่องกระจก ได้สัมผัสทัศนียภาพอันงดงามของเมืองสามอ่าว ตลอดจนเพื่อปลูกจิตสำนึกในการบำรุงพระพุทธศาสนาในการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีการห่มผ้าพระบรมสารีริกธาตุให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯจ.ชลบุรี เปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย “ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568”

แชร์เนื้อหานี้

 วันที่ 26 ธ.ค.67 นายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมดูแลรักษาความปลอดภัย "ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568" และวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานกิจกรรมพัทยากลาง ถนนเลียบชายหาดพัทยา จังหวัดชลบุรี

ด้วยศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนได้กำหนดให้ทุกจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยให้ดำเนินการช่วงควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2567 ถึง 5 ม.ค. 2568 (จำนวน 10 วัน) เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และมาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี ได้มีมติกำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ

 จังหวัดชลบุรี จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แสดงถึงความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน อาสาสมัคร มูลนิธิ ในการส่งเสริมให้เกิดความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี

นอกจากการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ ยังมีอีกกิจกรรม คือการปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ การกวาดล้างอาชญากรรม และดูแลรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 เนื่องจากจังหวัดชลบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก และอาจมีมิจฉาชีพแฝงเข้ามาก่ออาชญากรรมจำนวนมาก ทั้งยาเสพติด อบายมุข และการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ จึงต้องบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และการรักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อป้องกันเหตุร้าย อันตรายต่างๆ และรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่พี่น้องประชาชน

การกิจกรรมในครั้งนี้ ประกอบด้วย การอ่านสารนายกรัฐมนตรี เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 การมอบนโยบาย การปล่อยขบวนรณรงค์ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน/อุบัติภัยทางน้ำ และการกวาดล้างอาชญากรรม ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2568 โดยได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้ง พลเรือน ทหาร ตำรวจ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ องค์การสาธารณกุศล จิตอาสาพระราชทาน และภาคประชาชน ร่วมกิจกรรมกว่า 400 คน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ททท.เพชรบุรี ชวนสัมผัสธรรมชาติบ้านโป่งลึก-บางกลอย ดินแดนปกาเกอะญอ ม.ต้นน้ำเพชรบุรี/“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุค สถานีหัวหิน 

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.67 นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนและช่างภาพ เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ณ บ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ซ่อนตัวอยู่ในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ที่นี่จะได้พบกับหมู่บ้านแห่งแรกของต้นแม่น้ำเพชรบุรี สองชุมชนบ้านบางกลอย-บ้านโป่งลึก ที่มีลำน้ำเพชรแยกออกเป็นสองฝากฝั่งและเชื่อมต่อกันด้วยสะพานแขวนที่ข้ามได้เฉพาะคนกับรถจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เท่านั้น รถยนต์ไม่สามารถข้ามผ่านสะพานแห่งนี้ได้

นางดวงใจ คุ้มสอาด กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยวมีเวลาสัก 2 วัน 1 คืน ใช้ชีวิตสไตล์แค้มป์ปิ้ง กับกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ low carbon เส้นทางสาย green และชมวิถีชีวิตของชาวปกาเกอะญอ สองหมู่บ้านที่นับถือศาสนาพุทธกับศาสนาคริสต์ ยังคงวิถีชีวิตและป่าไว้อย่างแน่นหนา ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ รวมถึงการทานอาหารขันโตกที่มีเมนูน้ำพริกตาละเว ผักต้ม ปลาทอด และอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ต้องมาสัมผัสกับประสบการณ์ Adventure ล่องแพไม้ไผ่บนลำน้ำเพชรบุรี เพียงแค่ 30 นาทีกับแก่งหินและสายน้ำใสจนอดใจไม่กระโจนลงน้ำไม่ได้ ค่าใช้จ่ายล่องแพไม้ไผ่ 1 ลำ/ 3 คน

พร้อมคนถ่อแพ เพียง 550 บาทเท่านั้น
การเดินทางสู่โป่งลึก-บางกลอย ขอให้มาลงทะเบียนชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานก่อน และเดินทางจากศูนย์ฯ สู่ที่ทำการหน่วยด่านมะเร็ว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถนนราดยางเพียง 20 กม.และเดินทางต่อบนถนนภูเขาสลับลูกรัง 30 กม.จะถึงหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอย ใช้เวลาเดินทางรวม 3 ชั่วโมง แนะนำให้ใช้พาหนะรถยนต์ท้องถิ่นหรือรถกระบะยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ ความน่ามาสัมผัสกับประสบการณ์ทางการท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก สักครั้งในชีวิตที่ต้องมาค้นหา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเพชรบุรี โทรศัพท์ 032-471005-6 และ 1672 เบอร์เดียวทั่วไทย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

“หัวหิน” จัดใหญ่ “113 ปี ถิ่นมนต์ขลัง” พานักท่องเที่ยวย้อนยุคในบรรยากาศแสงสีเสียงตระการตาสถานีหัวหิน 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.67 ที่สถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) จ.ประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” พร้อมด้วย นางสาววรกานต์ ถาวร รอง ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา

นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ ร่วมการแถลงข่าว มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นางสาวกิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบฯ นางสาวบุษบา โชคสุชาติ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ร่วมรับฟังพร้อมชมการแสดงแสง สี เสียงและสื่อผสม “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” อย่างสวยงามตระการตา

เทศบาลเมืองหัวหิน ร่วมกับ ททท.สำนักงานประจวบฯ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ บริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด และหน่วยงานต่างๆ กำหนดจัดงาน “หัวหินถิ่นมนต์ขลัง 113 ปี” ขึ้น ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์วิถีชีวิตความเป็นเมืองหัวหินอันเก่าแก่จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยถ่ายทอดเรื่องราวประวัติของหัวหินในอดีต เช่น วังไกลกังวล สถานีรถไฟหัวหิน สนามกอล์ฟหลวงหัวหิน ตลาดฉัตร์ไชย เป็นต้น รวมถึงการประกอบอาชีพ วิถีชีวิตการกินอยู่ของชาวหัวหินที่มีมายาวนานถึง 113 ปี ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นหลังได้รับทราบ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้ความสุขแก่ประชาชน

ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ แบ่งเป็น 6 โซน โซนที่ 1 “มนต์เสน่ห์แห่งเรื่องเล่า” การแสดงแสงสีเสียงและสื่อผสม 113 ปี หัวหินถิ่นมนต์ขลัง ชุด “มนต์เสน่ห์จากสมอเรียงสู่หัวหิน” การแสดงที่จะพาคุณไปพบเรื่องราวแห่งมนต์เสน่ห์และปลุกความสว่างไสวแห่งเรื่องเล่าประวัติศาสตร์อันมีความงดงามจากสถาปัตยกรรมสมัยวิกตอเรียนของสถานีรถไฟหัวหินเป็นฉากหลัง / โซนที่ 2 “มนต์กาลแห่งล้นเกล้า” นิทรรศการที่จะพาคุณย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและความผูกพันอันลึกซึ้งของ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กับ “หัวหิน” เมืองเล็กๆ ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย / โซน 3 “มนตราแห่งราตรี” นิทรรศการแสงไฟ (Lighting Show) เพลิดเพลินไปกับการประดับประดาดวงไฟที่จะเนรมิตค่ำคืนแห่งลมหนาวให้กลายเป็นค่ำคืนอันอันสุกสกาวท่ามกลางบรรยากาศกลิ่นอายอันอบอวลอดีตวันวานของ “สถานีรถไฟหัวหิน” 

โซน 4 “มนต์วิถีแห่งหัตถศิลป์” กิจกรรมสาธิต Art and Craft Workshop ที่คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ และสนุกสนานไปกับการประดิษฐ์งานฝีมือระดับภูมิปัญญาจากศิลปินพื้นถิ่นที่พร้อมจะถ่ายทอดเรื่องราวและคุณค่าผ่านงานหัตถศิลป์ อาทิ การสาธิตทำขนมลูกชุบ การสาธิตจากร้านผ้าโขมพัสตร์หัวหิน / โซน 5 “มนต์มหัศจรรย์แห่งแดนดิน” โชว์การเดินแบบย้อนยุคการกุศลชุด “มนต์สมัยแห่งอาภรณ์” ในธีมชุดไทย รัชกาลที่ 7, ชุดแกสบี้ วนิดา และปริศนา จากนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้คลินิกทะเลใจ โรงพยาบาลหัวหิน และ โซน 6 “มนต์จวักพื้นถิ่นแห่งภูมิปัญญา”

การออกบูธอาหารและสินค้าพื้นถิ่นที่จะมาสำแดงรสชาติอันเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกชม นอกจากนี้พบกับการประกวดมนต์มหัศจรรย์หนูน้อยหัวหินชิงเงินรางวัล 3 หมื่นบาท วาดลีลาลีลาศไปพบกับวงโฟร์ซิงเกิ้ลและวงค่ายธนะรัชต์ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านแต่งชุดไทยร่วมชมงานดังกล่าวได้ ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ที่บริเวณสถานีรถไฟหัวหิน (อาคารเก่า) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781