คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศกิจเมืองมุกดาหาร เอาจริง จับปรับรถบรรทุกหินสร้างเขื่อน/ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานมอบนโยบาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน​ 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ นายณัชยุทธ อินไชยา นักจัดการเทศกิจชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ออกตรวจตราตรวจสอบเหตุรถบรรทุกหิน ดิน ทราย ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตามนโยบายของรัฐบาลและหนังสือสั่งการของจังหวัดมุกดาหารที่แจ้งมายังเทศบาลเมืองมุกดาหาร ให้แก้ไขปัญหาเรื่องรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างขนส่ง

ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ออกตรวจตามาถึงบริเวณสี่แยกคำสายทอง ถนนมุกสุวรรณรักษ์ (วงแหวนรอบใน) พบรถกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-8919 อุบลราชธานี บรรทุกหินใหญ่จำนวนมากจนล้นขึ้นมาเหนือขอบกระบะอย่างเห็นได้ชัดเจนโดยไม่มีผ้าใบคลุมทับ จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ นายสาโรจน์ สงวนจีน คนขับรถบรรทุกให้การว่าขับรถบรรทุกขนหินใหญ่มาจากอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และ

จะนำไปลงที่บริเวณจุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งตำบลบางทรายน้อย อำเภออำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และยอมรับว่าไม่ได้ใช้ผ้าใบคลุมทับหินที่กระบะรถจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง มาตรา 55 ขับขี่รถซึ่งบรรทุกหิน และวัตถุดังกล่าวได้ตก หล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย ลงบนถนน เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท

อนึ่ง มีข้อน่าสังเกตว่าหากเป็นการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกผู้ประกอบการมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท และนายทะเบียนอาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนคนขับมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนรถบรรทุกน้ำ

หนักเกินตามที่กฎหมายกำหนดความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่กลับไม่ปรากฏว่าหน่วยงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร และแขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

กรมการขนส่ง #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #รถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด #รถบรรทุกไม่มีผ้าใบคลุมทับสินค้า

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงานของหน่วย นบ.ยส.24

​ที่ห้องประชุม หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ในห้วง ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าวในพื้นที่รับผิดชอบสู่แผนการปฏิบัติ พร้อมทั้งให้กำลังใจกับกำลังพลที่เสียสละในการปฏิบัติงานต่อไป

โดยมี พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการส่วนบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5)) พร้อมด้วยส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 ให้การต้อนรับ​ ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดพื้นที่ที่มีความเร่งด่วนจำเป็นเร่งด่วน และผู้รับผิดชอบเพื่อสกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด

ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมอบให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปราม และยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) รับภารกิจในการกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 25 อำเภอชายแดนของ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดบึงกาฬ, จังหวัดนครพนม, จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดอำนาจเจริญ, จังหวัดอุบลราชธานี

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) กล่าวว่าในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมตรวจยึดยาเสพติดของ นบ.ยส.24 ภายใน 57 วัน จับกุมผู้ต้องหาเย้ยอำนาจรัฐ จำนวน 321 คน สกัดกั้นตรวจยึดยาบ้า จำนวน 24,647,483 เม็ด ยาไอซ์ 1,193.548 กิโลกรัม เฮโรอีน 91.83 กิโลกรัม เคตามีน 3.79 กิโลกรัม ยาอี 6 กิโลกรัม ฝิ่น 0.66 กิโลกรัม

ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

‘รักษ์มุกดาหาร’ร้องผู้ว่าฯ ตรวจสอบ 157 -จริยธรรม ขนส่ง ทางหลวง เทศบาล กรณีละเว้นรถหิน-กรวด-ทราย บรรทุกหนัก เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักมุกดาหาร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และประมวลจริยธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากในห้วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 มีรถบรรทุกหิน กรวด และทราย ซึ่งคาด ว่าเป็นรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่มีผ้าใบปิดคลุม อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย วิ่ง ผ่านถนนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ เทศบาลตำบลบางทรายน้อย เทศบาลตำบลชะโนด และเทศบาลตำบลหว้าน ใหญ่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 238 (ทางเลี่ยงเมืองมุกดาหาร) ถนน มุกสุวรรณรักษ์

ทางหลวงชนบทหมายเลข มห 4023 (ตาคแคน-หนองหอย) ก่อให้เกิดฝุ่นละอองเป็น จํานวนมากทําให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางหลวงและทางสาธารณะ ทําให้เกิดความไม่ปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากมาดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทํางานเชิงรุก หมั่นตรวจตรากวดขัน และบังคับใช้กฎหมายในเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ไม่มีผ้าใบปิดคลุมอย่างจริงจังต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อันเป็นการป้องกันภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับ ประชาชนและสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน และเพื่อป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการทุจริต จึงขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาสีนวน องค์การบริหารส่วน ตำบลโพธิ์ไทร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ เทศบาลตำบลบางทรายน้อย เทศบาล ตำบลชะโนด และเทศบาลตำบลหว้านใหญ่ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทาง หลวงชนบทมุกดาหาร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ว่าได้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ มีการกระทำ ความผิดต่อ แหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่

มีการกระทําความผิดวินัย ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติงานรวดเร็วทันต่อเวลาและ สถานการณ์ ไม่ทำงานเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน หรือไม่”ทั้งนี้ หากหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นยังคงเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อยู่อีก ตนจะยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงต้นสังกัดของหน่วยงานนั้นๆ สำนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญาต่อไป” ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหารรถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด #รถบรรทุกไม่คลุมผ้าใบ #จังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่ง #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #กระทรวงคมนาคม #กระทรวงมหาดไทย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมตรวจเบาหวาน ฟรี! ให้ครูและนักเรียนเนื่องในวันเบาหวานโลก /รถตู้ตำรวจพาผู้ป่วยจิตเวชชนท้ายเทรลเลอร์ดับ 3

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.67 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ประจำปี 2567 “สุขกาย สุขใจ โลกสดใส ใส่ใจเบาหวาน” ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักภัยร้ายสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ นำโดย แพทย์หญิงมัลลิกา ธรรมาเจริญราช อายุรแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข และนักโภชนาการ มีกิจกรรมประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2

โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดันโลหิต วัดรอบเอว การประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน การรับประทานอาหารโดยมุ่งเน้นให้นับ Carb ในการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลในแต่ละวันเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ และสแกนคิวอาร์โค๊ด ลงข้อมูลในแอปพลิเคชั่น “รมต.พานับคาร์บ” แบบฟอร์มสำรวจการนับคาร์บ ปี 2567 “ลดแป้ง พร่องน้ำตาล เบาหวานรักษาหาย” สอนวิธีการอ่านฉลากอาหาร ส่งเสริมด้านการออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและการเข้าถึงข้อมูล

ทางด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ตอบปัญหามอบรางวัลเรื่องโรคเบาหวาน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะครูและนักเรียน จำนวน 62 คน ที่ห้องโสตทัศนศึกษา ชั้น 1 อาคาร 5 โรงเรียนประจวบวิทยาลัย โรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของทั่วโลกและมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเกิดจากการดำเนินชีวิตและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas พบว่า 1 ใน 10 คน ทั่วโลกป่วยด้วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 4 ล้านคนต่อปี คาดว่า ภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2

และเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย สำหรับประเทศไทยพบว่า 1 ใน 10 คน ป่วยด้วยโรคเบาหวาน 6.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และร้อยละ 40 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองป่วย จะเห็นได้ว่าปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีใจความส่วนหนึ่งในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.67 เน้นย้ำให้ใช้เครือข่ายสาธารณสุขในการมีส่วนร่วมป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายในการส่งเสริมให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้คนไทยนับ Carb ในการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลในแต่ละวัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อโดยขับเคลื่อนผ่านกลไกอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องดูแลและจัดการตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขได้โดยการจัดการสุขภาพด้านร่างกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยง. นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รถตู้ตำรวจพาผู้ป่วยจิตเวชชนท้ายเทรลเลอร์ดับ 3 เมื่อเวลา 02.20 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถเทรลเลอร์มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพ อบต.ห้วยยาง อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน บริเวณถนนเพชเกษม หลักกิโลเมตร 330 ขาล่องใต้ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ก – 0650 ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 71 – 9704 พระนครศรีอยุธยา สภาพรถด้านหน้ายุบตัวกระจกแตก อาสากู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อแยกตัวรถออกจากกัน และนำตัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมา มีนายมนัต ชูเยาว์ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เป็น อส.กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชุมพร เป็นผู้ขับขี่รถตู้ เสียชีวิตคาที่ สภาพลำตัวอัดติดกับพวงมาลัยยุบถึงคอนโซล จ.ส.ต.กิตติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39 ปี ตำแหน่งสังกัด ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด

กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชุมพร นั่งข้างคนขับเสียชีวิต นายเกรียงไกร รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บคือ ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธศิลป์ อายุ 47 ปี ชุดปราบปรามยาเสพติดกองบังคับการสืบสวนจังหวัดชุมพร อาการบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลทับสะแก ส่วนคนขับรถเทรลเลอร์นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการทำงาน

สอบสวนทราบว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ชุด ปปส. ได้รับการประสานจากญาติผู้ป่วยจิตเวชเพื่อนำไปรักษาอาการป่วยที่นครปฐม จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ 4 นาย เพื่อควบคุมความสงบ นำตัวผู้ป่วยเดินทางจากจังหวัดชุมพรไปรักษาอาการป่วยที่นครปฐม เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจจึงได้เดินทางกลับชุมพร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืดและเปลี่ยว ประกอบกับคนขับมีอาการล้าจากการเดินทาง จึงชนอย่างจังเข้าที่ท้ายรถเทรลเลอร์ที่วิ่งอยู่เลนซ้าย

และลากไปไกลกว่า 100 เมตร กว่าที่คนขับเทรลเลอร์จะรู้สึกตัว คาดว่าสาเหตุเกิดจากการหลับใน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ผู้โดยสารในรถคือ ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธศิลป์ ยังรู้สึกตัว จึงคนโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นครพนมโมเดล” ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ อบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ /นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.49 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2/ ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และพลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทสยาม บุญสม จเรตำรวจ, พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,

พลตำรวจตรีณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมประชุมบูรณาการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายข้อสั่งการการป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง เจรตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติราชการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาด้านการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด สั่งการและกำหนดรูปแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกำหนดขยายพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นแบบ นำร่อง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง สกลนคร นราธิวาส ปทุมธานี อุทัยธานี นครพนม นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง)


“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.นครพนม เพื่อมอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” ที่เคยได้ดำเนินการในจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมทราบวัตถุประสงค์กรอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยได้มีการพิจารณาการมอบหมายหน้าที่และแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอโดยการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดนครพนมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง จังหวัดนครพนม จะยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ใช้รูปแบบ ‘ธวัชบุรีโมเดล’ มาเป็นแนวทางในการดำเนินการและกำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นส่งต่อ ความยั่งยืน ขั้นทบทวนหลังการปฏิบัติ และขั้นขยายผลไปพื้นที่อื่น

รวมทั้งยังกำหนดความรับผิดชอบให้แต่ละส่วนราชการ จังหวัดนครพนม/ ศอ.ปส.จว.น.พ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ในการวางแผน อำนวยการ บูรณาการ ประสาน และควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบหลักในมาตรการสกัดกั้น และมาตรการปราบปราม เน้นสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่เขตของจังหวัด การปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักในมาตรการบำบัด เน้นการคัดกรอง แบ่งแยกผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ก่อนนำเข้าบำบัด ตามระดับความรุนแรง สำนักงานแรงงาน และพัฒนาชุมชน จังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักให้การช่วยเหลือ ภายหลังผ่านกระบวนการบำบัด โดยการ จัดหางานสนับสนุน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน มณฑลทหารบกที่ 210 เป็นหน่วยร่วมในการวางแผน อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับทุกส่วนราชการที่เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยจึงได้กำหนดตารางประสานสอดคล้องให้ครอบคลุม ทั้งภารกิจ หน่วยปฏิบัติหลัก และหน่วยสนับสนุน ณ ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดราชการแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาคนละ 20 บาท ซึ่งเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ ตม.มุกดาหาร ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ ตม. สามารถเรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาจากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารได้เป็นจำนวนเท่าใด และต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 20 บาท

โดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบการกระทำความผิด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ โดยเมื่อมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดทางอาญาหรือวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต้องรีบดำเนินการแก้ไข หากเป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียม ต้องรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดทันที และทันต่อเหตุการณ์อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า มีกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรถยนต์ รถไฟที่เดินทางผ่านเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร นอกเวลาราชการ ถ้าไม่มีคนโดยสารให้เสียครั้งละ 25 บาท ถ้ามีคนโดยสารให้คิดเพิ่มขึ้นตามรายตัวคนโดยสาร คนละ 5 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ #จเรตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานจเรตำรวจ #สตม #ปปช #ปปท #ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ตรวจสอบทุจริต #เก็บค่าล่วงเวลาไม่ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อำนาจเจริญ -การจัดอบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มอบหมายให้​ นางสาวณัฐนิชา​ มั่นทน ตัวแทนพรรคศูนย์ประสานงานจังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ณ ห้องประชุมโรงแรมเพาเวอร์แกรนด์ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 2​51 คน โดยมี​ พ.ต.อ.​ภัทรพล เล่าเปี่ยม​ กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นประธานในพิธี ร.ต.ต.สุเทียน​ ทองโสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดมุกดาหาร เขต1 และนายไพรัตน์ ฝ่ายบุตร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กกต.จ.อำนาจเจริญ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีท่านอิทธิกร สุวมาศ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้​

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป​ 2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน​ 4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะทำงานภาคอีสานตอนล่าง สัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 ที่ โรงเรียนอานันท์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา พื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พ.อ.พีรฉัตร พานทอง รอง ผบ.ทบ.มทบ.15, ร.ต.นพรัตน์ พลอยนุช ผบ.มว.รว.ที่ 3 ฉก.จงอางศึก, ร.ท.ชวลิต ใจซื่อ หัวหน้า ธป.กร.ที่ 110, พ.ต.ต.เจริญ อุปวรรณะ ผบ.ร้อย.ฉก.รพศ., หัวหน้าส่วนราชการ และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ นางสาวกุณฑิกา โกมุก ผู้อำนวยการโรงเรียนอานันท์ กล่าวต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานการพัฒนาโรงเรียนของกองทุนการศึกษา ตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ การขับเคลื่อนงานคุณธรรมตามเป้าหมายและกรอบใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า การดูแลและพัฒนานักเรียนทุนพระราชทาน รายงานความสำเร็จความดีงามของโรงเรียน รวมถึงแจ้งปัญหาข้อขัดข้องของโรงเรียนให้องคมนตรีได้รับทราบและชี้แนวทางการแก้ปัญหาให้กับทางโรงเรียน

พร้อมกันนี้ องคมนตรีและคณะ มีกำหนดการเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนวไลย อ.หัวหิน สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ความคืบหน้าของการบริหารงาน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้านต่างๆ นอกจากนี้ องคมนตรีได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาโดยรับได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ให้กับทั้ง 2 โรงเรียนอีกด้วย.


กรมอุทยานฯ ย้ายต่อเนื่องลิงหัวหินอีก 89 ตัว แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ประจำหน่วย นำกำลังเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ลงพื้นที่วางกรงดักจับลิงแสมบริเวณเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเร่งแก้ปัญหาลิงรบกวนประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ภายใต้นโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการเร่งแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ผลการดำเนินงานในวันนี้ สามารถจับลิงได้ 89 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 57 ตัว เพศเมีย 32 ตัว ทำหมันแล้วทั้งหมด 89 ตัว สรุปผลการดำเนินงานรวม 2 วัน สามารถเคลื่อนย้ายลิงได้ทั้งสิ้น 110 ตัว โดยลิงทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เทศบาลเมืองหัวหินไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่ฯจะดำเนินการวางกรงจับลิงที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหินจนถึงวันที่ 14 พ.ย. นี้

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าริมหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการริมหาดประสบปัญหาความเดือนร้อนจากฝูงลิงเข้ามารื้อค้นสิ่งของภายในร้าน และแย่งของกินจากนักท่องเที่ยว แต่หลังจากกรมอุทยานฯ เข้ามาดำเนินการจับลิงบริเวณนี้ทำให้ปัญหาลดลง ลิงเริ่มรู้มากหลบไม่ออกมาให้จับ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการและเมืองท่องเที่ยวหัวหิน.

กกต.ประจวบฯ แนะผู้สมัคร นายก-ส.อบจ. ศึกษาข้อกฎหมายและลักษณะต้องห้ามก่อนลงสมัคร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธ.ค.67 โดยประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.นี้ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งการเสนอวันเลือกตั้งและวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง

ดังนั้นในระหว่างนี้จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมศึกษาข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะเรื่องของลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร เพราะหากลงสมัครโดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้ามจะมีโทษตามฎหมาย นอกจากนี้ ขอให้ผู้ประสงค์จะสมัครได้ศึกษาขั้นตอน เอกสารหลักฐานการสมัครที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หรือสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดฯ โดย จ.ประจวบฯ มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 30 เขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ 30 คน และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 คน สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งไม่เกิน 40 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งในสถานการณ์ปกติ ต่างจาก 4 ปีก่อน ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ผู้สมัครนายก อบจ.กำหนดให้ใช้งบหาเสียงไม่เกิน 18 ล้านบาท สำหรับ ส.อบจ.ใช้งบไม่เกินรายละ 1 ล้าน 2 แสนบาท.

ตม.ประจวบฯเอาจริง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้มข้น


วันนี้ 13 พ.ย.2567 เวลา 16.30 น. พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลาผกก.ฯรรท.ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการจับกุม MR.CHEDLY SAHEB ETTABA สัญชาติ อเมริกัน อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 183/2567 ลง 31 ต.ค.2567 กระทำความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ณ.บ้านเลขที่ 611 ม.14 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
พร้อม นำตัวส่ง พงส.สภ.หัวหิน จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน.อช.กุยบุรี คว้ารางวัลบุคลากรภาครัฐดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนความทุ่มเทในการอนุรักษ์ทรัพยากรฯ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ประกาศผลการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น และนิสิตดีเด่น ประจำปี 2567 โดยนายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.ประจวบฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคลากรภาครัฐดีเด่นจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยได้มีการมอบรางวัลเมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 ที่ผ่านมา เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

“การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ มันคือความภาคภูมิใจ” นายอรรถพงษ์ กล่าวถึงความรู้สึกต่อการทำงานในชีวิตราชการ พร้อมเสริมว่าภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และได้ปฏิบัติตามคำสอนของรุ่นพี่ จนสามารถสร้างผลงานที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงานต้นสังกัด จนเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานภายนอก รางวัลบุคลากรดีเด่นครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในการปฏิบัติงานของนายอรรถพงษ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในประเทศไทย.


สาวคิดสั้นกระโดดสะพานลอย โชคดี ตร.ชะอำเกลี้ยกล่อมช่วยได้ทัน


ช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย. 67 ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีคนพยายามกระโดดสะพานลอย บริเวณ 3 แยก ที่ทำการไฟฟ้า อ.ชะอำ หลังเก่า ริมถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. เขตเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมประสานรถกระเช้าเทศบาลเมืองชะอำ กู้ภัยสว่างสรรเพชรเข้าให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุพบหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี กำลังนั่งคร่อมบนราวสะพานมีความสูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร สภาพพร้อมกระโดดลงมา เจ้าหน้าที่จึงนำรถกระเช้าเข้าให้ความช่วยเหลือพาตัวลงมาได้อย่างปลอดภัย จาการสอบถามหญิงผู้ก่อเหตุอ้างว่าจำชื่อ-สกุลจริงของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะร้องไห้บอกว่าเพียงว่า ชื่อ มิก อยู่ จ.ร้อยเอ็ด ทางกู้ภัยพาไปตรวจร่างกายยังรพ.ชะอำ แต่ น.ส.มิก ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจต้องช่วยเกลี้ยกล่อมนานกว่า 30 นาที จึงยอมให้แพทย์ตรวจร่างกาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า น.ส.มิก ได้ติดรถจาก จ.ร้อยเอ็ด มาลงที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหางานทำโดยตระเวนเดินหางานได้ 2 วันแต่ไม่มีใครว่าจ้าง ภายหลังไม่มีเงินติดตัวและเกิดอาการเครียดหิวข้าว จึงก่อเหตุคิดสั้นจะกระโดดสะพานลงมาแต่พลเมืองดีพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตามกำลังสืบสวนต่อไปว่า น.ส.มิก เป็นผู้ป่วยจิตเวชหลบหนีออกมารจากบ้านพักที่ จ.ร้อยเอ็ด หรือไม่ เพื่อจะได้ประสานญาติพี่น้องก่อนพาตัวกลับบ้านไปบำบัดรักษาต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781





	

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล หยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (11 พ.ย.67) ที่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับหนังสือข้อเรียกร้อง จากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่ายได้รวมตัวกัน ออกแถลงการณ์ร่วมขบวนการประชาชนหยุดพระราชกฤษฎีกา “ป่าอนุรักษ์” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.โดยทันที ระบุว่า การประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามนโยบายของหลายรัฐบาลสืบเนื่องกันมา ทำให้สถานการณ์การเร่งรัดประกาศป่าอนุรักษ์ด้วยการออกกฎหมายและใช้กำลังป่าเถื่อนเกิดเป็นกรณีความขัดแย้งทั่วประเทศ อันปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนหลายกรณีตอกย้ำความรุนแรงจากผู้ถือกฎหมายที่กระทำต่อผู้คนในเขตป่าอย่างเลือดเย็นไม่จบสิ้น

โดยตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพย์ยากรธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติ 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวกับการอนุญาติใช้ที่ดินในกรอบระยะเวลา 20 ปี ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อลดการใช้ที่ดินและนำไปสู่การไล่คนออกจากป่า 2.เป็นการละเมิดสิทธิ์ประชาชนที่รัฐละเลยตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิคนพื้นเมืองที่นานาประเทศได้ลงนามไว้ 3.กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินในเขตอนุรักษ์ ระหว่างรัฐกับประชาชนได้ แต่กลับจะทำให้ข้อพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนี้นจึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนการออกร่าง พ.ร.ฏ. ดังกล่าว โดยพิจารณาถึง ความมั่นคงในการใช้ที่ดิน และศักยภาพของชุมชนในการใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน

ภายหลังการรับหนังสือข้อเรียกร้องจากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งให้กับผู้ที่มาชุมนุมทราบว่า จังหวัดเชียงใหม่จะเร่งดำเนินการส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้จะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อเรียกร้องของประชาชนให้แก่ผู้ที่มีอำนาจให้ได้รับทราบ.อีกต่อไป.

นายสิทธิชัย วนานุเวชพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่2 (แพร่) พร้อมนายภูริทัต เรืองพิริยะ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 นายอลงกรณ์ กัวตระกูล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมบรรยายข้อมูลและนำเสนอภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม

เส้นทางการคมนาคมที่เสียหาย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย และแผนการป้องกันอุทกภัย ณ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย รวมถึงลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สาย เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน อำเภอแม่สรวย – บรรจบทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อพังบรรยายสรุปการก่อสร้าง ณ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน แม่สรวย – ดงมะดะ กม.154+000 ก่อนออกเดินทางไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน


สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” กระตุ้นการท่องเที่ยวเพชรบุรี-ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

Oplus_131072

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.67 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22 – Timeless Friendship มิตรภาพไร้กาลเวลา” ระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค.67 มี นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย นายพันธุ์ธัช หิรัญจิรวงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี นางดวงใจ คุ้มสะอาด ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผอ.ททท.สำนักงานประจวบฯ นางไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ร่วมการแถลงข่าวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง

Oplus_131072

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “งานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 22 โดยปีนี้สมาคมฯ ร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน เป็นปีที่ 3 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจากพันธมิตรเดิม ทั้ง หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยสมาคมฯ หวังสร้างมิตรภาพตลอดการเดินทาง กระตุ้นการท่องเที่ยว ด้วยขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ตามแนวคิด “มิตรภาพไร้กาลเวลา-Timeless Friendship” เพื่อให้เจ้าของรถได้รำลึกถึงความทรงจำที่คุ้นเคย แม้จะพบกันเพียงครั้ง จะยังจดจำมิรู้ลืม

Oplus_131072

นายพิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่ให้เกียรติและไว้ใจให้โรงแรมฯ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดงานเป็นปีที่ 3 โดยเรายินดีสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ขบวนพาเหรดรถโบราณถือเป็นอีกหนึ่งงานไฮไลท์ที่ชาวเมืองเพชรบุรีและหัวหิน รวมถึงนักท่องเที่ยวและแฟนคลับตั้งตารอคอยเพื่อชมความงามอันทรงคุณค่าที่นับวันจะหาดูได้ยาก โรงแรมของเรามีพื้นที่กว้างขวาง และมีศูนย์การประชุมซึ่งสามารถรองรับคาราวานรถโบราณและการจัดงานต่างๆ ได้ทุกรูปแบบ”

Oplus_131072

สำหรับพิธีปล่อยขบวนรถโบราณ “หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 22” จะเริ่มต้นที่ พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK ถนนประชาอุทิศ สู่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ในวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค.67 โดยประชาชนทั่วไปสามารถชมรถคลาสสิค และรถโบราณอันทรงคุณค่าได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง นอกจากนั้น ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ งานกาลาดินเนอร์ ในคืนวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค.67 ซึ่งจะมีเวทีลีลาศ กับวงดนตรี Sensation ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/VintageCarClub

Oplus_131072

ตม.ประจวบฯระดมตรวจค้นแรงงานต่างด้าวในพื้นที่รับผิดชอบ

วันพุธที่ 6 พ.ย.67 พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ นำทีมเจ้าหน้าที่ตม.ประจวบฯร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมนลงพื้นที่ตรวจแคมป์พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.ตม.3 ฯ เป็นแคมป์คนงานก่อสร้าง ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

โดย มีห้องพักประมาณ 30 ห้อง มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 8 คน แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 10 คน และแรงงานไทย จำนวน 10 คน สำหรับแรงงานต่างด้าว มีเอกสารหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานถูกต้อง มีการแจ้งที่พักอาศัยตาม ม.37 ถูกต้องตรงตามที่อยู่จริง ผลการตรวจไม่พบการกระทำความผิดและสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

ตม.ประจวบฯ รวบต่างด้าวแสบแอบเนียนแต่งหญิงแฝงเป็นคนไทย

วันนี้ 7 พ.ย.2567 ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.ฯรรท.ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ,ฝายสืบสวน สภ. บางสะพาน และเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดหางาน จว.ประจวบคีรีขันธ์

เดินทางออกสืบสวนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง/คนต่างด้าวสุ่มเสี่ยง กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่รับผิดชอบ ตรวจพบร้านเสริมสวย คลินิกเส้นผม แพนบิวตี้ เลขที่ 262/7-8 ต.กำเนิดนพคุณ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์โดยมี นายคำไพ ไชยาสาน อายุ 36 ปี สัญชาติลาว หนังสือเดินทางเลขที่ PA0214435
โดยกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาจักรไทยอยู่อาศัย

โดยการอนุญาตสิ้นสุด (oversay อยู่เกินจำนวน 1594 วัน) ,เป็นคนต่างด้าวประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต , กระทำความผิดตาม พรก.การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พศ.2561ข้อหา เป็นคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานตามข้อสั่งการของ ผบช.สตม.และผู้บังคับบัญชา เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับการกระทำความผิดของคนต่างด้าว โดยเฉพาะกรณีที่มีคนต่างด้าวมาประกอบอาชีพในลักษณะแย่งอาชีพคนไทย จนกระทั่งสืบทราบว่า

ได้มีบุคคลสัญชาติลาว ได้แอบมาประกอบอาชีพร้านเสริมสวยในพื้นที่ ตลาดบางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชื่อว่าร้านคลินิกเส้นผม แพนบิวตี้ (สถานที่เกิดเหตุจับกุม) โดยแสดงใบผ่านการอบรมหลักสูตรเสริมสวยต่างๆ แอบอ้างเป็นคนไทยใช้ชื่อว่า พนมพร วงสีดา ติดไว้ภายในร้านเพื่อให้เชื่อว่าเป็นคนไทย และได้ตั้งโต๊ะจำหน่ายอาหารตามสั่งส้มตำที่หน้าร้าน จึงได้ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานประสานกับเจ้าหน้า

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /”ฮันนี่ ณภัค” คว้ามงกุฎจักรวาล MRS.CLASSIC UNIVERSE 2024 และ Best National costume

แชร์เนื้อหานี้


MRS.CLASSIC UNIVERSE2024 ที่ประเทศบัลกาเรีย โดยมีการตัดสินในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19.00 น. ตามเวลาที่ประเทศบัลกาเรีย ซึ่งจะตรงกับประเทศไทยในเวลา 24.00 น. ที่ผ่านมา งานนี้ตัวแทนสาวไทยอย่าง ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร Mrs. Grand International2022 และ Mrs. Universe Thailand2023 ก็คว้าจักรวาลมาได้สำเร็จ!!! โดยซิวตำแหน่งอันดับ 1 คว้ามงกุฎ MRS.CLASSIC UNIVERSE2024 สมดังจิตปรารถนาที่เธอทุ่มเทกว่า 3 เดือนเพื่อเตรียมตัวเข้าประกวดเวทีใหญ่ระดับโลก!! ยังจึ้งไม่พอ!!! เธอยังคว้าตำแหน่ง Best National costume หรือ ชุดประจำชาติ เป็นตำแหน่งแรก เพราะชุดที่เธอสวมใส่นั้น สวยสง่า ออร่าพุ่ง จนกรรมการต้องมอบตำแหน่งให้


“ตอนแรกที่ได้รับตำแหน่ง Best National costume ก่อน ก็เซอร์ไพร้สมาก เพราะทุกประเทศก็จัดใหญ่ เล่นใหญ่กันทุกคน พอประกาศชื่อ Thailand ก็ยังไม่ออก ประมาณว่า ชัวร์มั้ย ประเทศฉันใช่มั้ย พอเค้าประกาศซ้ำอีกที OK ชื่อประเทศเรา ฮันนี่ก็เดินออกไป ตอนนั้นแบบตื่นเต้นมาก ว้าววว….เลย”
ช่วงถึงคิวไฮไลท์ของงาน สาวฮันนี่ก็ยังตุ้มๆ ต่อมๆ ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร เพราะสาวๆ กว่า 28 ประเทศ แต่ละคนก็สวยจับจิต จับใจ แต่พอได้ยินเสียง Thailand Thailand เท่านั้นแหละ!!!


“คิดว่าฝันไปเลยค่ะ ตกใจมาก คือกองประกวดเค้าประกาศตรงนั้นเลย ไม่มีจับมือใดๆ คนที่ได้เริ่มออกไปหน้าเวที ข้างหลังคือนางงามแต่ละประเทศรอด้วยความใจจดใจจ่อว่า ประเทศของตนหรือเปล่า ฮันนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ พอพิธีกรประกาศ The Winner Mrs. Classic Universe2024 is is is…………Thailand!!! ฮันนี่แบบ เหมือนตัวเองกำลังฝัน จริงๆ นางงามข้างหน้าก็ตะโกนเรียก Thailand Thailand ฮันนี่ ก็รีบเดินออกไป คือในใจคิด เราจริงๆ ใช่มั้ย พอมงกุฎอยู่บนหัว ก็ใช่เราแล้ว ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่เหนื่อยมา 3 เดือน หายเหนื่อยแล้ว ถึงจักรวาลแล้วค่า”


หลังจบการประกวด สาวฮันนี่ยังต้องอยู่ต่อเพื่อปฏิบัติภารกิจนางงาม โดยจะกลับเมืองไทยช่วงต้นเดือนธันวาคม เธอวางแผนไว้ว่า กลับเมืองไทยคราวนี้จะเดินสายขอบคุณคนไทย และสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนในการประกวดครั้งนี้ของเธอ!!!


“ฮันนี่ต้องกราบขอบพระคุณทุกกำลังใจจากคนไทยทุกคนที่ให้การสนับสนุนฮันนี่ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม มีแฟนๆ inbox มาใน facebook ให้กำลังใจกันเยอะมาก ต้องขอบพระคุณจริงๆ ค่ะ รวมทั้งพี่ๆ สื่อมวลชนที่ลงข่าวให้ฮันนี่มาโดยตลอด ที่สำคัญฮันนี้จะกลับมาตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ เพราะการเรียนในระดับปริญญาเอก (คณะนวัตกรรมการเกษตร หลักสูตรการจัดการและการพัฒนาทรัพยากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่) ก็ยากเหมือนกัน แต่ก็ได้รับความเมตตาจากคณะอาจารย์ และเพื่อนๆ ในห้อง ช่วยซัพพอร์ต และดูแลฮันนี่อย่างเป็นอย่างดี ฮันนี่ก็ตั้งใจว่าถ้าเรียนจบ ป.เอก แล้ว ก็จะเอาความรู้ที่ได้ไปให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง ช่วยเหลือสังคม และประเทศชาติให้มากที่สุด เพราะฮันนี่ก็ถึงฝั่งฝันในการเป็นนางงามแล้ว

ด้านการศึกษา ฮันนี่ ก็อยากเรียนจบด็อกเตอร์ เพื่อให้คนในครอบครัวภูมิใจในตัวฮันนี่ด้วยค่ะ”สวยทั้งภายนอก และภายใน แถมมีมายด์เซ็ทที่เยี่ยมยอด ขอแสดงความยินดีกับ ฮันนี่ ณภัค Mrs. Classic Universe2024 สมคำร่ำลือที่ว่า สาวไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริงๆ!!!

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ช้างป่ากุยบุรีขณะผสมพันธุ์ท่ามกลางธรรมชาติ/ผู้ว่าประจวบฯ นำทีมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เมืองหัวหิน

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 3 พ.ย.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการบันทึกภาพช้างป่าวัยเจริญพันธุ์ขณะกำลังเกี้ยวพาราสีและผสมพันธุ์กันภายในผืนป่ากุยบุรี จ.ประจวบฯ ซึ่งถือเป็นภาพที่หาชมได้ยากและสะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ จากการศึกษาพบว่า การผสมพันธุ์ของช้างป่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

โดยช้างเพศเมียจะเริ่มพร้อมผสมพันธุ์เมื่ออายุประมาณ 18-20 ปี และจะสิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุราว 40-50 ปี ทั้งนี้ ช้างเพศเมียจะตั้งท้องนานประมาณ 19-21 เดือน และมักให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว โดยจะมีระยะห่างระหว่างการตั้งท้องแต่ละครั้งประมาณ 3 ปี ตลอดช่วงชีวิตของช้างเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถให้กำเนิดลูกได้เฉลี่ย 3-4 ตัว

ซึ่งภาพความประทับใจครั้งนี้นับเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงการขยายประชากรตามธรรมชาติของช้างป่าในผืนป่ากุยบุรี และสะท้อนถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
ผืนป่ากุยบุรีถือเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการอนุรักษ์ช้างป่าในประเทศไทย

ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของช้างป่าจำนวนมาก การพบเห็นพฤติกรรมการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเช่นนี้ จึงเป็นความหวังของการดำรงอยู่และการสืบทอดเผ่าพันธุ์ของช้างป่าไทยต่อไปในอนาคต.

อช.กุยบุรี เร่งช่วยชีวิตช้างป่าตกบ่อโคลนจนปลอดภัย
เมื่อวันที่ 2 พ.ย.67 นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับแจ้งจากชาวไร่ว่าพบเห็นช้างป่าตกอยู่ในบ่อน้ำภายในไร่ของชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านหนองเป่าปี่ ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ไม่สามารถขึ้นจากบ่อได้ จึงพร้อมด้วย นายนพพร อัคคมณี ผช.หน.อช.กุยบุรี และนายสนธยา หอมทั่ว หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ กร.4 บ้านหุบมะซาง นำกำลังเจ้าหน้าที่รีบไปช่วยเหลือจุดที่ช้างป่าตกบ่ออยู่นอกเขตอุทยานฯ บริเวณพิกัด E0577131 N1356072 เป็นช้างป่าตัวผู้กำลังรุ่นมีงา อายุประมาณ 5-10 ปี ยืนนิ่งจมอยู่ในบ่อน้ำลักษณะโคลนสูงประมาณ 1 เมตร จนเกือบมิดตัวต้องใช้งวงชูหายใจ คาดว่าเหนื่อยจากดิ้นทุรนทุรายพยายามขึ้นจากบ่อ

ตรวจโดยรอบพบร่องรอยการลื่นไถลของช้างป่าบริเวณขอบบ่อที่มีความชันเกือบ 90 องศา จากนั้น คณะเจ้าหน้าที่ฯ ได้ประสานรถไถพร้อมเจ้าหน้าที่ช่วยกันขุดขอบบ่อเพื่อเปิดทางน้ำออกและปรับความชันของขอบบ่อให้มีความชันน้อยลง ใช้เวลานานเกือบ 3 ชม. จนในที่สุดช้างป่าตัวดังกล่าวสามารถขึ้นจากบ่อได้อย่างปลอดภัย สร้างความดีใจให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนผลักดันช้างกลับเข้าสู่ป่าเป็นที่เรียบร้อยต่อไป.

ผู้ว่าประจวบฯ นำทีมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน


เมื่อวันที่ 4 พ.ย.67 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ เลาหวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบฯ นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบฯ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรเมืองหัวหิน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่บริเวณคลองตะเกียบ (คลองพระราชดำริ) ข้างวัดเขาไกรลาศ อ.หัวหิน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่

นายสมคิด จันทมฤก กล่าวว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ในพื้นที่ จ.ประจวบฯ และ จ.เพชรบุรี ในช่วงวันที่ 4-6 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะที่ อ.หัวหิน ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มเคยประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมขังเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ถ้าสถานการณ์เป็นไปตามที่พยากรณ์ไว้ปริมาณน้ำอาจจะมีมากขึ้น โอกาสที่น้ำจะท่วมขังในบริเวณพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองหัวหินนานขึ้น จึงได้ประสานกับท่านนายกเมืองหัวหิน นายอำเภอหัวหิน รวมทั้งบรูณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ปภ.จังหวัด ปภ.เขต 4 และชลประทาน วางแผนเตรียมความพร้อมโดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่

เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่เทศบาลเทศบาลหัวหินได้ติดตั้งไว้แล้ว
“โดยคลองตะเกียบที่เป็นจุดรับน้ำ มีโอกาสที่น้ำจะเอ่อท่วมในบริเวณชุมชนก็เลยมาติดตั้ง 2 เครื่องมือ เครื่องมือแรกก็คือเครื่องมือผลักดันน้ำ โดยประสานทางชลประทานมาติดตั้งเครื่อง จุดนี้เป็นจุดที่จะมาเสริมเครื่องมือของ ปภ.4 เป็นเครื่องสูบน้ำที่มีกำลังแรงสูงสุด 28,000 ลิตรต่อนาที เชื่อว่าการบูรณาการร่วมกันจะช่วยไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังหรือถ้ามีกรณีท่วมขังก็จะท่วมขังน้อยที่สุด

ใช้เวลาน้อยสุดในการระบายน้ำลงทะเล และอีกจุดที่บริเวณสวนหลวงราชินี 19 ไร่ ก็จะไปดูตรงจุดนั้นด้วย นอกจากนี้ ที่ อ.บางสะพาน และ อ.ทับสะแก ก็มีโอกาสน้ำท่วมขังในชุมชนเพราะว่าดูตามแนวทางที่อุตุฯ พยากรณ์ไว้ว่าจะมีฝนตกหนัก น่าจะเป็นในเรื่องของพวกน้ำที่ลงมาจากภูเขา อาจจะมีในเรื่องของดินสไลด์หรือว่าเกิดความเสียหายได้เช่นเดียวกัน ก็มีการเตรียมพร้อมรับมือแล้ว” นายสมคิด กล่าว.

Night Market On The Beach ตลาดนัดกลางคืนริมทะลคลองวาฬนักท่องเที่ยวคึกคัก กินอาหารบรรยากาศสุดชิล บนหาดทรายมองทะเลชมจันทร์ ไม่ตกกระแสขนมอาลัวหมูเด้งก็มา

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 ที่ริมทะเลคลองวาฬ ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.ภัทรทิรา สุวรรณศิริ ผู้ประกอบการร้านรศนาคาเฟ่ ร่วมกับ น.ส.ลภา บัวประดิษฐ์ ผู้ประกอบการโคโค้มาร์เก็ต จ.เพชรบุรี จัดกิจกรรม Night Market On The Beach ตลาดนัดยามค่ำคืน ในพื้นที่เอกชน โคโค้มาร์เก็ตและรศนาคาเฟ่ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นการรวมกลุ่มร้านอาหารพื้นถิ่นของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรีกว่า 60 ร้านค้า จัดในธีมบรรยากาศสีขาวและแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ ด้วยการให้ร้านค้าตกแต่งร้านเป็นสีขาวใช้ผ้าฝ้ายดิบ ใช้วัสดุภาชนะใส่อาหารเป็นกระดาษชานอ้อย มีกองฟางไว้ให้นั่ง

โดยร้านค้าจะต้องจำหน่ายสินค้าไม่ซ้ำชนิดกัน มีอาหารคาวเช่น เนื้อโคขุนย่าง ขนมจีนน้ำเงี้ยว ทอดมัน หอยจ้อ หอยเชลล์ย่างเนย สปาเก็ตตี้ พิซซา ไส้กรอกเยอรมัน แซลมอนย่าง อาหารหวานเช่น น้ำมะนาวตาลโตนดเพชรบุรี ไอติมกะทิสดกะลา โรตี เครื่องดื่มชาไทยและกาแฟสด และเพื่อไม่ให้ตกกระแสนิยม ขนมอาลัวเมืองเพชรบุรีในรูปสีสันต่างๆ พร้อมกับอาลัวรูปร่างหมูเด้ง อย่างน่ารักน่าชัง และอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับลูกค้ากว่าครึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ที่ตั้งใจเดินทางมาพักผ่อนในตำบลคลองวาฬเมืองทะเลที่เงียบสงบ จับจ่ายใช้สอยซื้ออาหารรับประทานในยามค่ำคืน ด้วยบรรยากาศนั่งริมหาด ฟังคลื่น มองทะเล ชมจันทร์ ซึ่งผู้จัดใช้ข้อได้เปรียบทางธรรมชาติที่มี ประกอบด้วย Sun Sand Sea Smile หรือ พระอาทิตย์ ทราย ทะเล และรอยยิ้ม เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวทุกราย

นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดกิจกรรม เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติฯ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 พ.ย. 67) เวลา 6.00 น. ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีนายคมกริช เจริญพัฒนสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายแพทย์ธนกร ศรัณยภิญโญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรมการเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาตฯ ในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เป็นการรวมพลังของประชาชน ทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงส่งเสริมสนับสนุนให้คนไทยทุกเพศทุกวัย ได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ในการดูแลป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

ตลอดจนให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว ให้มากขึ้น ตลอดจนมีการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง และการจัดกิจกรรมประสบความสำเร็จด้วยดีจากการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง จากภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยในครั้งนี้จัดขึ้นที่สนามอำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน โดยผู้ร่วมกิจกรรมได้ออกเดิน วิ่ง จากจุดปล่อยตัวสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) ไปตามเส้นทาง ถนนสละชีพ , ถนนสู้ศึก , ถนนเลียบชายทะเลอ่าวประจวบฯ กลับมาเข้าเส้นชัยที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) รวมเป็นระยะทางทั้งสิ้น 5.2 กิโลเมตร

ปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมอง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ และถือเป็นภัยร้ายใกล้ตัวเรา อีกทั้งนับวันจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นทุกปี นอกจากจะส่งผลต่อชีวิตของผู้ป่วยแล้ว ยังมีผู้ที่รอดชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องกลายเป็นผู้พิการ ต้องพึ่งพิงผู้อื่น รวมถึงมีภาระค่ารักษาพยาบาล ยังส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัว ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และผู้ดูแลได้รับผลกระทบตามไปด้วย จากข้อมูลรายงานการศึกษาโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย ปี พ.ศ.2567 โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พบว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตจาก

โรคหลอดเลือดสมองประมาณ 5.5 ล้านคนต่อปี ในประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประมาณ 1,880 คน ต่อแสนประชากร หรือร้อยละ 2 ซึ่งถือเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับหนึ่งในเพศหญิง และอันดับสามในเพศชาย รองจากอุบัติเหตุและโรคมะเร็ง นอกจากนั้นโรคนี้ยังมีอัตราความพิการสูง อีกทั้งพบว่าในผู้ป่วย 100 คน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จะเสียชีวิตร้อยละ 5 และพิการร้อยละ 70 นอกจากความพิการทางกาย อาการของโรคยังมีผลทำให้ความจำเสื่อมภายหลังอีกด้วย
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /เรือภูพยัคฆ์วัดป่าสักได้แชมป์เรือใหญ่ครองถ้วยพระราชทาน / น่าน ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เทศกาลออกพรรษา

แชร์เนื้อหานี้

และธงรางวัลเงินสด 20,000 บาท ผลการแข่งขันเรือชิงถ้วยพระราชทานงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษาตานก๋วยสลากวัดบุญยืนพระอารามหลวง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ประจำปี 2567 สืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ณ สะพานข้ามแม่น้ำน่าน (ท่าน้ำบ้านป่ากล้วย) อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีพิธีเปิดงานประเพณีแข่งเรือวันออกพรรษา ตานก๋วยสลากวัดบุญยืน พระอารามหลวง อำเภอเวียงสา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลอดเหล้า-เบียร์ ประจำปี 2567 โดยมี ท่านนพพร เรืองสว่าง นายอำเภอเวียงสา เป็นประธานมอบรางวัล นายพงศ์นรินทร์ สุทธารักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงสา กล่าวรายงาน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขตอำเภอเวียงสา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเวียงสา คณะกรรมการจัดงานประเพณีแข่งเรือชมรมเรือแข่งอำเภอเวียงสา และประชาชนชาวอำเภอเวียงสา ร่วมกันจัดงาน


โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์และส่งเสริมขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบต่อไป ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ ส่งเสริมประเพณีการแข่งเรือวันออกพรรษา ปลอดเหล้า-เบียร์ และส่งเสริมสนับสนุนและสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนได้ ออกกำลังกายและห่างไกลยาเสพติด นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล ให้อำเภอเวียงสาและจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักแก่ประชาชนทั่วไปและชาวต่างชาติ

ผลการแข่งขันเรือ วันออกพรรษาตานก๋วยสลาก วัดบุญยืนพระอารามหลวง อำเภอเวียงสา ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระขนิษฐาธิราชกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลอดเหล้า-เบียร์ ประจำปี 2567
ประเภทเรือเล็กชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด10,000 บาท เรือมินตะยากายรัตนา มทร.ล้านนา อำเภอเมืองน่าน ประเภทเรือกลาง ชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด15,000 บาท เรือเทพศรัทธาศรีกลางเวียง บ้านกลางเวียง อำเภอเวียงสา ประเภทเรือใหญ่

ชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด 20,000 บาท เรือภูพยัคฆ์ วัดป่าสัก อำเภอเวียงสา และประเภทเรือใหญ่เอกลักษณ์น่าน ชนะเลิศได้ครองถ้วยพระราชทานและธงรางวัลเงินสด 20,000 บาทเรือเทพธารทิพย์ บ้านไชยสถาน อำเภอเวียงสา/ข่าว/ ฐาปนี ชาวพรอน/ บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จังหวัดน่าน ทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษาเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเวียงภูเพียงแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ขณะนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ในสุดยอด 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ประจำปี 2024

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 เวลา 0700 น. พุทธศาสนิกชน นักท่องเที่ยว ทุกหมู่เหล่า ร่วมทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในเทศกาลออกพรรษาเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ณ วัดพระธาตุ เขาน้อย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน อีกทั้งยังเป็นการเพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สืบทอดประเพณีอันดีงามทางพุทธศาสนาที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล และแสดงออกซึ่งการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาวน่านอีกด้วย

ส่วนที่วัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวง ท่านพระชยานันทมุนี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้งพระอารามหลวงได้นำพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เหมือนกับทุกๆปีทีผ่านมา เพื่อเพื่อ อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นให้สืบต่อไป เวียงภูเพียงแช่แห้ง ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ขณะนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ในสุดยอด 100 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก ประจำปี 2024 (Green Destination 2024 Top 100 Stories)

การตักบาตรเทโว ซึ่งปรากฏอยู่ในพุทธตำนานเรื่อง วันเทโวโรหณสูตร เทโวโรหณะ หมายถึง การเสด็จลงจากดาวดึงส์(สวรรค์) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงดำริที่จะสนองพระคุณพระพุทธมารดา พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทศนาพระ อภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดา ตลอดพรรษา(3เดือน) จนพระพุทธมารดาบรรลุอริยมรรคอริยผลเป็นพระอรหันตภูมิ ครั้นถึงวันปวารณาออกพรรษาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระพุทธองค์จึงเสด็จลงสู่โลกมนุษย์หรือ

วันพระเจ้าเปิดโลก บรรดาพุทธซาสนิกชนจึงได้จัดประเพณี ตักบาตรเทโว ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีพระสงฆ์จากวัดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองน่าน ได้เดินมารับ บิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน และ นักท่องเที่ยว ตามเส้นทางหน้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาติด้วย/ภาพข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน