คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา กระทุ้งรัฐบาลเปิดอภิปรายทั่วไปถกปัญหาไทย-กัมพูชา ลั่นไม่ยอมเสียดินแดนในศาลโลกครั้งที่ 3 / “วิ่งกันให้วุ่น! หนุ่มใหญ่ทิ้งรถ โกยแนบ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่ง สว.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดยพลเอกสวัสดิ์ ทัศนา ประธาน กมธ. พร้อมด้วยพลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี สว.ออกแถลงการณ์เรื่อง “ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา” โดยสรุปว่า จากเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ซึ่ง กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 ประณามการกระทำที่ขาดความจริงใจ ไร้ความเป็นมิตรเยี่ยงประเทศเพื่อนบ้านพึงมีต่อกันของฝ่ายกัมพูชา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 9 และ 10 มิ.ย. 2568 กมธ.

ได้เดินทางเข้าพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้เห็นภูมิประเทศจริงและรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ใช้โอกาสนี้พบปะเยี่ยมเยียนเพื่อแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่พิพาท รวมทั้งกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนด้วยความเข้มแข็ง

ตร.ทล. ชุมพร “วิ่งกันให้วุ่น! หนุ่มใหญ่ทิ้งรถ โกยแนบ วิ่งหนีไม่ คิดชีวิต ตร.ทล.ชุมพรโชว์ไหวพริบ ขี่รถคนร้ำยไล่ล่า

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้ สั่งการให้ ตำรวจทางหลวง ส.ทล. กก. บก.ทล.(ชุมพร)ตรวจสอบพื้นที่รับผิดชอบ นำโดย ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ส.ต.อ.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บกออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พบ ชายต้องสงสัย ขับขี่ รถจักรยานยนต์ แซงรถตำรวจทางด้านซ้ายด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสังเกตเห็น แสดงอาการ พิรุธ จึงเรียกให้จอดและขอทำการตรวจค้นตัว และแล้วก็เจอ

ถุงซิปลักษณะคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นยาบ้า ถูกซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านซ้ายของชายคนดังกล่าวชายต้อง สงสัยกลับกระโจนวิ่งหนีจากจุดเกิดเหตุอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้บนถนน แล้ววิ่งหนีไป คาดจะลง ข้างทางมุ่งหน้าสู่ป่าใกล้เคียง ด้วยไหวพริบและสัญชาตญาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายหนึ่งรีบวิ่งไล่ติดตาม ในทันที ขณะที่อีกนายควบจักรยานยนต์ของคนร้ายเข้าไล่บี แบบประชิด งานนี้ ไม่ใช่แค่วิ่ง แต่คือการไล่ล่า ทุลักทุเล ตำรวจเหนื่อย คนร้ายก็หอบ วิ่งกันเหงื่อโชกกลางดึกแม้ผู้ต้องหาพยายามวิ่งเข้าป่าหลบหนี

แต่ตำรวจ ทางหลวงชุมพรก็ไม่ละความพยายาม ไล่ตามอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งสามารถรวบตัวไว้ได้ในที่สุดห่างจากจุดที่ พบตัวหลบหนีไปไกลกว่า 1 กิโลเมตร ปฏิบัติการครั้งนี้ จับกุมตัว 1.นายจีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ชาว ต.ตากแดด อ.เมือง จ.ชุมพร ของกลาง 1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน ประทับอักษร WY สีส้ม จำนวน 452 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด-ดึงเปิด 2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ชนิดเม็ด ลักษณะกลมแบน ประทับอักษร WY สีเขียว จำนวน 4 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน ชนิดกดปิด-ดึงเปิด 3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อเรียลมี สีทอง 1 เครื่อง

จากสอบถามผู้ต้องหาเล่าว่าตนเองติดต่อซื้อยาเสพติดผ่านแอพพลิเคชั่น Facebook เมื่อช่วงคำของวันที่ 15มิ.ย.68 ในราคา 6,000 บาทและได้นัดหมายวางยาบ้าบริเวณหลักกิโลเมตรก่อนถึงสี่ แยกปฐมพรและตนเองได้เสพยาเสพติดมาแล้วจำนวน4เม็ด

เจ้าหน้าที่ ตร.ทล.ชุมพรจึงได้ จัดทำบันทึกการจับกุมและได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ ฐานความผิด “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,เป็นผู้ขับขี่รถและเสพยาเสพติดให้โทษประประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยไม่ได้รับ อนุญาตและเป็นผู้ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ธนากร โกศลเมธี ภาพ/ ข่าว รายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สพอ.อรัญประเทศ ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนชุมชนขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต :กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ

แชร์เนื้อหานี้

สพอ.อรัญประเทศ ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนชุมชนขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต :กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ

วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภออรัญประเทศ ชั้น 2 จังหวัดสระแก้ว
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภออรัญประเทศ นำโดย นายกิตติ พิศงาม พัฒนาการอำเภออรัญประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน จัดโครงการเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการเครือข่ายกองทุนชุมชนขับเคลื่อนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต มีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย คณะกรรมกรรมการเครือข่านกุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตอำเภออรัญประเทศและคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต จำนวน 20 คน โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินโครงการในครั้งนี้ ได้แก่

  1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการทราบบทบาทหน้าที่ของเครือข่ายกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตตามระเบียบกรมการพัฒนาชุมชนว่าด้วยการส่งเสริมการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต พ.ศ.2555
  2. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการทราบแนวทางการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตเพื่อให้มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
  3. เพื่อให้ทราบทิศทางการส่งเสริมการออมภายใต้แนวคิด 3 พ
  4. 4. ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการสนับสนุนการดำเนินงานกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต

CDD Change for Good

  • ภาพ : ข่าว : สพอ.อรัญประเทศ รายงาน
  • กองทุนชุมชนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ
  • กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภออรัญประเทศ
  • โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน
  • OTOP
  • กองทุนพัฒนาเด็กในชนบทในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  • โคกหนองนาพัฒนาชุมชน
  • CDD
  • SEPtoSDGs

ผ้าไทยใส่ให้สนุก

otopสระแก้ว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โครงงานนวัตกรรม Super Sanitizing Filter Innovation ในเวทีนานาชาติ ITEX 2025

แชร์เนื้อหานี้

ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่านคว้ารางวัลเหรียญทอง โครงงานนวัตกรรม ITEX 2025 จากการนำเสนอโครงงานนวัตกรรม Super Sanitizing Filter Innovation ในเวทีนานาชาติ ITEX 2025 – The 36th International Invention, Innovation and Technology Exhibition

นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีน่านคว้ารางวัลเหรียญทอง โครงงานนวัตกรรม ITEX 2025 จากการนำเสนอโครงงานนวัตกรรม Super Sanitizing Filter Innovation ในเวทีนานาชาติ ITEX 2025 – The 36th International Invention, Innovation and Technology Exhibition

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 พฤษภาคม พ.ศ.2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐ โดยผลงานของนักเรียนได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการนานาชาติในด้านความคิดสร้างสรรค์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์
นักเรียนผู้ร่วมนำเสนอผลงาน จำนวน 5 คน ได้แก่

  1. นางสาวพอฤทัย วิชัยยา ม.5.1 (ห้องเรียนพิเศษ SMTE)
  2. นางสาวพิมพ์พิศา แสงแก้วสันติสุข ม.5.1 (ห้องเรียนพิเศษ SMTE)
  3. นางสาวอภิรญา ดีปินตา ม.6.2 (ห้องเรียนพิเศษวิชาการ)
  4. นางสาวธัญชนน ลิ้มประยูร ม.6.3 (ห้องเรียนพิเศษ IEP)
  5. นายปัญญากร คิดดี ม.6/1 (ห้องเรียนวิทยาศาสตร์พลังสิบ)
  6. ครูที่ปรึกษา จำนวน 2 คน ได้แก่
  7. นางปุณณดา ปราบริปู
  8. นายอัศวิน ธะนะปัด และได้รับความร่วมมือจากคณะครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนสตรีศรีน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อาถรรพ์วันศุกร์ 13 คุมประพฤติประจวบฯ ร่วมกับ ตร.สืบจ.ประจวบฯ รวมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 14 มิ.ย.68 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ครรชิต โชวัฒนชัย ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ พ.ต.ท.มานิตย์ ปลอดโปร่ง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.อ.สุเทพ เขียวประชุม ร.ต.ท.สรรชัย ประเสริฐสุข รอง สว.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ส.ต.รัชตะ กรุดจันทร์ ผบ.หมู่ งานสืบสวน ภ.จว.ประจวบ ร่วมบูรณาการประสานงานกับ นายวสันต์ เภรีวิค ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมอบหมายให้ นายปิยชาติ ไฮ้คง พนักงานคุมประพฤติชำนาญการ นายวรวุฒิ ใบแย้ม พนักงานขับรถยนต์ และนายณัฐธภพ พันสาย อาสาสมัครคุมประพฤติ จ.ประจวบฯ

ร่วมกันนำหมายค้นของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ ค.220/ 2568 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เพื่อค้นบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีบุคคลที่มีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พักอาศัยอยู่ เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวไม่พบนายบี ( นามสมมุติ ) แต่ได้ พบบุคคลในครอบครัวให้ถ้อยคำว่าบุคคลดังกล่าวได้อุปสมบทอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบผู้ต้องหาตามหมายจับอยู่ในบริเวณวัดดังกล่าวจริง ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้แสดงหมายค้น และหมายจับ ของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้บุคคลดังกล่าวดูซึ่งรับว่าเป็นบุคคลตามหมายนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับกลุ่มในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบว่าจับกุมตามหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 322/2566 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 คดีอาญาหมายเลขดำที่ย2023/2566 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ ย2086 / 2566 ในความผิด ฐาน ต้องหาว่ากระทำผิดฐานเสพยาเสพติดให้โทษประเภทหนึ่งเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนตามกฎหมาย จากนั้นนำตัวผู้ถูกจับกุมไปแจ้งต่อเจ้าอาวาส พร้อมนำตัวไปฝากควบคุมไว้ที่สถานีสถานีตำรวจภูธรทับสะแก และ ได้ดำเนินการตรวจสารเสพติดให้โทษในปัสสาวะบุคคลดังกล่าว พบสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนในร่างกายพบเป็นสีม่วง

จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้เสพยาบ้าในคืนวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 ภายหลังจากได้ลาสิขาบทในวันเดียวกัน ทั้งนี้ได้ดำเนินการนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอทับสะแกเพื่อควบคุมตัวไว้ เนื่องจากเป็นวันที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ปิดทำการและจะทำการนำตัวผู้ถูกจับกุมส่งศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในวันจันทร์ที่ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เปิดทำการเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

/////////////

ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจบึงกาฬ จัดอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกฯ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังความรักชาติ รุ่นที่ 3/2568

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 68 เวลา 09.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดย พ.ต.อ.ชัชวาลย์ หมั่นนอก ผู้กำกับการ2 กองบังคับตำรวจสันติบาล 1 พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วย ตำรวจสันติบาลบึงกาฬ พร้อมตำรวจในสังกัดได้จัดกิจกรรมการอบรมโครงการสร้างจิตสำนึกฯ รุ่น 3/68 ณ หอประชุมโรงเรียนหนองยองพิยาคม รัชมังคลาภิเษก ต.หนองยอง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ โดยมีผู้เข้าอบรม เป็น นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนหนองยองพิทยา รัชมังคลาภิเษก จำนวน 100 คน พร้อมเข้ารับการอบรมฯ พร้อมโหลด QR Code เพื่อร่วมเป็นแหล่งข่าว

โดยมี นายจิรศักดิ์ แก้ววันทา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก เป็นประธานเปิดพิธีฯ ขึ้นจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมโหลด QR Code พร้อมครู อาจารย์ เพื่อร่วมเป็นแหล่งข่าว ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา โดยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ที่เรียก ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตย โดยต่ด้วย “อันมีพพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” เหตุผลพื้นฐานมาจากรากฐานของสังคมไทยที่ดคารพ เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ประชาชนชาวไทยรับการปลูกฝัง เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มา

ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน พระมหากษัตริย์ทรงได้ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชน พระราชกรณียกิจที่สำคัญ ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพและความสามารถทางด้านการศึกษา การทหาร กีฬา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอื่นๆ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ มากมาย มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เริ่มตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินไปยังภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ และทุกข์สุขของราษฎร เพื่อเรียนรู้แนวทางการพระราชทานความช่วยเหลือ ทั้งการพัฒนาอาชีพ พัฒนาแหล่งน้ำ และชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร

พ.ต.ท.พิพัฒน์ เจริญเดชธนกิจ สารวัตรหัวหน้าหน่วยตำรวจสันติบาลบึงกาฬ กล่าววัตถุประสงค์ และรับชมวีดิทัศน์ การเสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน และวีดิทัศน์บทบาทของตำรวจสันติบาล ซึ่งโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อ

รณรงค์สร้างจิตสำนึกและค่านิยมให้มีความเคารพรัก เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและตระหนักว่าบรรพบุรุษของไทย โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ได้เอาเลือดเนื้อต่อสู้เพื่อให้ไทยเป็นชาติที่มีเอกราช และอธิปไตยมาตราบจนทุกวันนี้ และเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดตั้งเครือข่ายครอบคลุมทุกสาขาอาชีพ

อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งและสนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อต้านภัยคุกคามต่างๆ ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมมือสอดส่องและป้องกันภัย ร่วมแก้ไขผลเสียหายที่จะกระทบต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อเผยแพร่ และส่งเสริมเครือข่ายภาคประชาชนให้ปฏิบัติตามพระบรมราโชวาท พระราชดำริ และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความจงรักภักดี

การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินโครงการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อให้ความสำคัญ ส่งเสริม ตลอดจนสร้างกระบวนการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ให้เข้ามามีส่วนปลูกฝังสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้เกิดความจงรักภักดี ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกทั้งให้ความสำคัญกับการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจการดำเนินกิจกรรมร่วมกันของเยาวชน เครือข่ายภาคประชาชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ที่จะมีผลให้เกิดความร่วมมืออันสูงสุดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างจิตสำนึก ค่านิยม ให้เกิดความจงรักภักดี และปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ให้อยู่คู่กับปวงชนชาวไทยตลอดไป
ข่าว/ภาพ ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล จ.บึงกาฬ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /นายด่าน แจงปม กัมพูชาซื้อเกลือไทยไปให้ทหารกัมพูชาในป่า กว่า 2 พันตัน

แชร์เนื้อหานี้

***จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่าชาวกัมพูชาแห่มาซื้อเกลือที่ฝั่งไทย ทางด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมาซื้อไปกว่า 2,800 กว่าต้น เพื่อเอาไปให้ทหารกัมพูชาดำรงชีวิตในป่า ล่าสุด นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลการกรช่องสะงำ เปิดเผยกับ

ผู้สื่อข่าวว่า เรื่องดังกล่าวที่ออกข่าวไปว่ามีการส่งออกเกลือถึง 2,800 กว่าต้น ให้กับทางกัมพูชานั้นไม่เป็นความจริง ข่าวที่นำเสนอไปนั้นเป็นภาพรวมทั้งเดือน พฤษภาคม 68 ไม่ใช่เป็นวันเดียว ซึ่งภาพรวมปกติไม่ได้มีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด เป็นการส่งออกทุกเดือนตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาเรื่องชายแดน จนถึงวันนี้ ยังคงมียอดส่งออกปกติ

ไม่ได้มียอดกระโดดสูงหรือมีบริมาณส่งออกมากจนผิดปกติ โดยสิ่งของที่ส่งออกตอนนี้ส่วนมากจะเป็นสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภค เช่น น้ำผลไม้ นมถัวเหลือง เกลือ ซึ่งภาพที่ออกไปนั้นเป็นเมื่อวาน (6 มิ.ย. 68) จริงตนก็อยู่ในวันนั้นซึ่งเป็นภาพรายงานในแต่ละวันไม่รู้ว่าผู้สื่อข่าวนำมาจากแหล่งไหน โดยการส่งออกเกลือในวันนั้นมีไม่กิโลกรัมเอง

ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในการส่งออกในรอบวัน มีเพียงหนึ่งคันรถเท่านั้น และเป็นการซื้อขายส่งออกระหว่างภาคเอกชนตามปกติ ไม่ใช้ของทหารมาซื้อ หรือ ใครมาซื้อไปให้หทารแต่อย่างใด เพราะจริงๆแล้วห่างออกไปจากด่านถาวรช่องสะงำ ไม่ไกลจะมีตลาดขนาดใหญ่ คือ ตลาดอลเวง ที่เป็นตลาดรองรับสิ่งค้าต่างจากประเทศไท

***นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลการกรช่องสะงำ กล่าวต่อไปว่า ส่วนบรรยากาศภาพรวมหน้าด่าน ร่วมถึงการส่งออกที่หน้าด่าน ตอนนี้ยังคงสงบสุขดี ยังมีการเปิดด่าน และมีการส่งออกสิ่นค้าตามปกติ แต่ปริมาณคนเข้าออกระหว่างประเทศนั้นลดลงกว่าปกติถึง 30-40 %

เนื่องจากมีความกังวลถ้าผ่านด่านเข้ามาแล้วอาจจะมีการปิดด่านกะทังจนไม่สามารถกลับไปยังประเทศไม่ได้ ส่วนกำลังทหารนะตอนนี้ที่หน้าด่านพรมแดนยังไม่มีการเสริมกำลังเข้าไปในหน้าด่านแต่อย่างใด เพราะตนคิดว่าทางทหารก็อยากจะทำให้ทางหน้าด่านดูสงบปกติ ส่วนแนวโน้มเรื่องการปิดด่านตอนนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งแจ้งให้ปิดด่านแต่อย่างใด

***ทั้งนี้ หาก สื่อมวลชนหรือท่านใด อย่างจะทราบข้อเท็จจริง หรือนำไปเสนอข่าวให้สอบถามข้อมูลหรือข้อเท็จจริงก่อน สามารถเข้ามาสอบถามหรือโทรศัพท์สายตรงมาสอบถามกับนายด่านศุลการกรได้ทุกเมื่อ เพราะการที่เอาข้อมูลหรือภาพไปนำเสนอที่บิดเบือนข้อเท็จจริง ข่าวที่ออกไปอาจจะทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความแตกตื่นหรือเข้าใจผิดได้ และจะให้เกิดผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่และประเทศไทยได้
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ลพบุรี นายอำเภอโคกสำโรง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 07.30 น. ที่ หอประชุมเทศบาลตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี นายเจตพงษ์ โชคสวัดิ์วรกุล นายอำเภอโคกสำโรง นางสาวนงลักษณ์ อยู่พุ่ม ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต

สภ.โคกสำโรง พร้อมข้าราชการตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือนและพสกนิกรทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 48 รูป และเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ. ศูนย์ข่าวฯ อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ส.อบจ.ขอนแก่น เขต3 ชุมแพ ร่วมงาน ฌาปนกิจศพนายจเร บุญมั่ง(พลทหารจเร บุญมั่ง อดีตทหารผ่านศึก) อายุ 61 ปี ณ วัดอัมพวัน บ้านหนองคอง จากกรณีทำร่างกายเสียชีวิต

แชร์เนื้อหานี้

วันเสาร์ ที่ 31พฤษภาคม พ.ศ 2568 นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ

ได้รับเกียรติจากเจ้าภาพร่วมงานฌาปนกิจนายจเร บุญมั่ง มีคณาญาติแขกผู้มีเกียรติ ส่วนราชการร่วมงานจำนวนมาก เช่น

นายนิโรจน์ แพ่งศรีสาร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายชั้นฟ้า ทีภูเวียง

ว่าที่นายกเทศมนตรีตำบลโนนสะอาด(รอ กกต.รับรองเป็นทางการ) ผอ.สวิต คำภา (เลขาส่วนตัว สจ.สำราญ ศรีภา)

พันโท.สุรพล ทะสา ปธ.เครือข่ายทหารผ่านศึกจังหวัดขอนแก่น นายชวินทร์ เฮียงโฮม ปธ สมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทย

จังหวัดมหาสารคาม นายกิตติศักดิ์ นามนัย รองปธ.สภาอง์การบริหารส่วนตำบลหนองเขียด นายสำเร็จ ใจซื่อ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ร้อยตรีสวัสดิ์ ชัยลา ส.อบต.บ้านโนนชัย นางลาวรรณ นามนัย

ส.อบต.บ้านหนองม่วง นายณรงค์ ตุ้มทอง ส.อบต.บ้านหนองคอง นายพิชัย จันทร์เวียง สอบต.บัานหลังโนนชาต

นายบุรม บึ้งเวียง ผญบ.นางกมลทิพย์ ศรีทองนาค ผญบ.นางเกศริน สิมมาทด ผญบ

.นายประวัติ ขาวลา ผญบ.นายคำพอง ยะวร อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน,อปพร และ ชรบ อสม.เป็นต้น

โอกาสนี้ พันเอกธานินทร์ คำทิพย์ นายทหารช่างกองทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธี พระครูอัมพวันภัทรคุณ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมกล่าวสัมโมทนียกถา

กับเหตุการณ์ที่เกิด “บ้านเราชุมชนเราไม่เคยมีเหตุความรุ่นแรงมาก่อน สังคมเราขาดสติ กินเหล้าก็ขาดสติ เราต้องให้เมตตา ให้อภัย ที่อื่นเมื่อกินเหล้าเมา ก็กลับบ้านไปพักผ่อน ฉะนั้น ทุกท่าน ต้องมี สติ”

จากกรณีนายสมบัติ แนวประเสริฐ บ้านหลังโนนชาต ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผู้ก่อเหตุให้การว่าตนกับผู้ตายได้ทะเลาะกัน บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นจึงได้ใช้ไม้ฟาดผู้ตาย เป็นเหตุให้เสียชีวิตแล้วลากผู้ตายไปไว้บริเวณกลางถนนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ เมื่อวันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 11.10 น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

สมมาตร แอ่มไร่ /ภาพ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อนาคตไกล ”ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม“ ซิวเหรียญทอง “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” พ่วงรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 31 พ.ค.68 เป็นการแข่งขันเทควันโด รายการ “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” ที่รวมเหล่านักกีฬาเทควันโดนจำนวนมากทั้งนักกีฬาทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมชิงชัยอย่างคับคั่ง นับเป็นรายการแข่งขันเทควันโดยรายการใหญ่แห่งภูมิภาครายการหนึ่ง

น้องปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่งที่น่าจับตา จากชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ต ได้เข้าร่วมการแข่งขันในประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 45-48 กก. หลังจากซุ่มซ้อมเรียกความฟิตเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี โดยเจ้าตัวตั้งใจจะทำผลงานให้ดีที่สุดแบบไม่กดดันตัวเอง และในฐานะที่แข่งขันในบ้านเกิดก็หวังจะมีเหรียญรางวัลติดไม้มือ

น้องปุณณ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า การแข่งขันในครั้งนี้ มองคู่แข่งซึ่งมาจากทั้งในไทย และประเทศเพื่อนบ้านว่า ตัวเองจะสามารถเอาชนะได้ด้วยการฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะเราเองอาจเสียเปรียบในเรื่องรูปร่าง เลยต้องระวังเป้าศีระษะเป็นพิเศษ แต่จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน

ทั้งนี้ การแข่งขันปรากฏว่า น้องปุณณ์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่เตะทำคะแนนจากคู่ต่อสู้ทุกคน จนสามารถคว้าเหรียญทอง ชนะเลิศ การแข่งขันเทควันโด รายการ “ภูเก็ต สปอร์ต ซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025” ประเภทเยาวชนชาย อายุ 15-17 ปี น้ำหนัก 48-51 กก.ได้สำเร็จ พร้อมถ้วยรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนท์ สร้างความปลื้มปิติและยินดีให้ตัวเองและครอบครัว ตลอดจนชมรมเทควันโดจังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างมาก ถือเป็นดาวดวงใหม่แห่งวงการเทควันโดไทยที่อนาคตไกล

น้องปุณณ์ เผยต่อว่า มีรายการแข่งขันต่อไปที่ประเทศมาเลเซีย ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 นี้ ซึ่งหลังจากนี้จะได้เตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างประเทศ ส่วนรายการแข่งขันอื่น ต้องทางโค้ชสรุปความแน่นอนอีกครั้ง ซึ่งจะตั้งใจทำผลงานให้ดีอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สคร.9 นครราชสีมา เตือนหน้าฝน ระวัง!! โรคไข้เลือดออก

แชร์เนื้อหานี้

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ยุงลายแพร่เชื้อโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น สคร.9 นครราชสีมา เตือนประชาชนป้องกันตนเองอย่าให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุงเพื่อป้องกัน และขอให้ชุมชนร่วมมือกันสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้าน ให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก เก็บขยะ ภายในและรอบๆ บริเวณบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เก็บน้ำ เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่  จะป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ 3 โรคคือโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา พร้อมย้ำเตือน หากป่วยเป็นไข้เลือดออก ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง และรีบไปพบแพทย์

นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึงอาการของโรคไข้เลือดออกว่า เกิดจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค ทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 39-40 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และเบื่ออาหาร ส่วนใหญ่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ต่อมาไข้จะลดลง ในระยะนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจเกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในเขตสุขภาพที่ 9 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม –10 พฤษภาคม 2568 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 495 ราย มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้ 1) จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสม 166 ราย มีผู้เสียชีวิต 1 ราย อัตราป่วย 10.63 ต่อประชากรแสนคน 2) จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยสะสม 184 ราย อัตราป่วย 7.16 ต่อประชากรแสนคน 3) จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสม 105 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต อัตราป่วย 7.74 ต่อประชากรแสนคน 4) จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสม 40 ราย อัตราป่วย 3.74 ต่อประชากรแสนคน กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ 10-14 ปี รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 0-4 ปี


นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน กล่าวต่อไปว่า ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองอย่าให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง ช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายให้ครอบคลุมในพื้นที่ 7ร. ได้แก่ 1.โรงเรือน (บ้าน/อาคาร) 2.โรงเรียน/สถานศึกษา 3.โรงพยาบาล 4.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) 5.โรงแรม/รีสอร์ท 6.โรงงาน และ 7.ส่วนราชการ/องค์กรเอกชน และป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด โดยทายากันยุง สวมเสื้อผ้ามิดชิด นอนในมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้าน และหลีกเลี่ยงสถานที่มียุงชุกชุม หากมีอาการสงสัยโรคไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูงเกิน 39-40 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีผื่นหรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว แขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ยาลดไข้ที่ปลอดภัยคือยาพาราเซตามอล ตามขนาดยาที่กำหนด ควรหลีกเลี่ยงยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุด ซึ่งอาจมีผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เลือดออกในทางเดินอาหาร และยากต่อการรักษา หากรับประทานยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ภายใน 1-2 วัน  ควรรีบไปพบแพทย์ทันที สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน