คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 7 ธ.ค. 67) นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำขุ่นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายวัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) กรมชลประทาน พร้อมด้วย

นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และสรุปผลการดำเนินงาน โครงการพัฒนาดอยตุง (คพต.ชร.) จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 มีจุดประสงค์เพื่อการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบต่อเนื่องอย่างมีระบบ ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน

โดยในส่วนของกรมชลประทาน รับผิดชอบด้านการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์บริหารโครงการพัฒนาดอยตุง และพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด ต่อมาที่ประชุม คพต.ชร.ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2533 ให้มีการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรบ้านห้วยน้ำขุ่น พร้อมกับมอบให้กรมชลประทานจัดหาน้ำให้กับชาวบ้านห้วยน้ำขุ่น (พื้นที่จัดสรรใหม่) จำนวน 47 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ ปี2533) กรมชลประทาน

ได้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กปิดกั้นลำห้วยน้ำช้าง บริเวณบ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่ที่ 17 ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง แล้วเสร็จเมื่อปี 2534 เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคของราษฎร และสนับสนุนพื้นที่การเกษตรภาคครัวเรือน ในพื้นที่บ้านห้วยน้ำขุ่น 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้าน ห้วยน้ำขุ่น หมู่ที่1 หมู่ที่17 และหมู่ที่18 รวม 1,255 ครัวเรือน ราษฎรประมาณ 3,463 คน และยังสนับสนุนพื้นที่เกษตรภาคครัวเรือนได้กว่า 100 ไร่

ในการนี้ องคมนตรี ได้มอบให้โครงการชลประทานเชียงราย สำนักงานชลประทานที่ 2 หาแนวทางในการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำขุ่นให้สูงขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำให้กับชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะทำให้ราษฎรมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน…

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน

รายการ.วิธีธรรม.วิธีไทย เทปนี้ออกอากาศ เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 เวลา 06.00 น. – 06.30 น. ในงานทอดกฐินสามัคคี วัดสุดเขตแดนสยาม จ.บึงกาฬ 13-14 พฤศจิกายน 2567 และ วัดนาทิการาม จ.ชุมพร 28-29 ตุลาคม 2567 โดยมี ดร.ฉวีวรรณ คำพา เป็นประทานทอดทั้งสองวัด

แชร์เนื้อหานี้

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์/ เรือนจำนราธิวาสนำผู้ต้องขังร่วมด้วยช่วยกันลงพื้นที่มอบน้ำดื่มช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (2 ธันวาคม 2567 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามนโยบายของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนโยบายให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสหการ เพชรนรินทร์ ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำโดยนายสุรินทร์ จันทร์เทพ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส นำเจ้าหน้าที่ในสังกัดจำนวน 10 นาย และผู้ต้องขังกองงานสาธารณประโยชน์จำนวน 10 คน ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

ณ ศูนย์อพยพ วัดโคกงู ตำบลบางขุนทอง อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมที่ไม่สามารถเข้าพื้นที่โดยรถทุกประเภท ต้องเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง แต่จำเป็นจะต้องเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือโดยได้ขึ้นเครื่องจักรทางการเกษตรของชาวบ้านเพื่อเข้าไปให้กำลังใจและนำน้ำดื่มไปให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 100 แพ็ค โดยมีเจ้าอาวาสวัดโคกงู เป็นตัวแทนผู้รับมอบ

สำหรับการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความดีใจให้กับผู้ที่อพยพณ ศูนย์อพยพเป็นอย่างมาก โดยศูนย์ดังกล่าวมีผู้อพยพเข้าอาศัยอยู่ประมาณ 30-50 ครัวเรือนเนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านของตนเองได้มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 – 3 เมตร และตามนโยบายดังกล่าว เรือนจำจังหวัดนราธิวาสจะเข้าไปยังพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

อย่างไรก็ตามการลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้ต้องขังทุกคนได้ร่วมทำความดีเพื่อสังคม สร้างความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าในตนเองในการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น สร้างทัศนคติที่ดี เตรียมพร้อมทั้งกายและใจในการกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก
//////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ /’สุเทียน’ จี้สอบ อ.เมืองมุกดาหาร ทำหลักฐานให้คนเดียวกันมี 2 เลขที่บัตร ปชช.

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักษ์มุกดาหาร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ได้จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำอาฮวน หมู่ที่ 15 แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่จากการเฝ้าดูของผู้สังเกตการณ์ระหว่างมีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนปรากฏว่า พบนายพลร่ม พันธะ ซึ่งชาวบ้านจำได้ว่าอยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ 11 บ้านนิคมสหกรณ์

แต่กลับมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านคำอาฮวน โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งก็อนุญาตให้ลงคะแนนได้ ทั้งที่มีชาวบ้านทักท้วง จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพิกเฉยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนส่อว่าอาจจะทำให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าวว่า ต่อมาทีมงานชมรมรักษ์มุกดาหาร ได้ตรวจสอบข้อมูลของนายพลร่ม พันธะ กลับพบพิรุธที่น่าตกใจโดยมีข้อมูลปรากฏในสำนักทะเบียนอำเภอเมืองมุกดาหาร ว่า นายพลร่ม ซึ่งเป็นลูกของนางไหลและนายชม คนเดียวกันแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับบ้านและเลขบัตรประจำตัวประชาชน 2 หมายเลข 2 นามสกุล คือ นายพลร่ม พันธะ เลขบัตรประจำตัวประชาชนลงท้ายด้วย 9613 อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 11 เกิดเดือน พฤษภาคม 2511

กับนายพลร่ม พันทะ เลขประจำตัวประชาชนลงท้ายด้วย 9052 อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 15 เกิดเดือน พฤศจิกายน 2511 โดยเป็นการที่ เจ้าหน้าที่อำเภอเมืองมุกดาหาร ออกหลักฐาน 2 ชุดข้อมูลให้แก่บุคคลเดียวกัน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อและนอกจากนายพลร่มแล้วยังมีอีกหลายคนหรือไม่ที่มีข้อมูลทางทะเบียน 2 ชุด

มีการทุจริตสวมทะเบียนหรือไม่ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วนและเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบผลการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและรวดเร็วต่อไปด้วย

กระทรวงมหาดไทย #กรมการปกครอง #จังหวัดมุกดาหาร #ปปช #ปปท #ที่ว่าการอำเภอเมืองมุกดาหาร

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์ / เมืองพัทยาประชุมเตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025/ตลาดผ้ามือสองพัทยาคึกคัก ไทย-เทศแห่ช้อปปิ้งรับอากาศหนาว/เปิดแล้ว KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมน อร่อยไฟลุก! เจ้าแรกในพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 13.30 น. วันที่ 25 พ.ย.67 ที่ห้องประชุมศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุมพิจารณา พื้นที่การจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 โดยมี นายภูมิพิพัฒน์ กมลนาถ เลขานุการนายกเมืองพัทยา นายประสาร นิกะจิ๊ นายกสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือเตรียมความพร้อมจัดงาน

เมืองพัทยาร่วมกับสมาคมบูรพามอเตอร์ไซค์เคิลคลับ นำโดยนายประสาร นิกะจิ๊ นายกสมาคมฯ เตรียมจัดงาน Burapa Pattaya Bike Week & The Way Life Never War 2025 ระหว่างวันที่ 13-15 ก.พ. 2568 ที่บริเวณสวนสาธารณะ ศูนย์กีฬาแห่งชาติภาคตะวันออก ซอยชัยพฤกษ์ 2 เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองพัทยา

ทั้งนี้ ในการประชุมได้พูดคุยในเรื่องของการจัดสถานที่จอดรถที่ต้องมีความปลอดภัย ดูแลได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากแต่ละปีทีพี่น้องชาวไบเกอร์เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องช่วยกันดูแลไม่ทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งแต่ละปีได้รับความร่วมมือที่ดีจากพี่น้องชาวไบเกอร์และผู้ร่วมงานเป็นอย่างดี

เมืองพัทยาจัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568

วันที่ 26 พ.ย.67 ที่โรงแรมแกรนด์เบลล่า พัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เป็นประธานในพิธีจัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568 โดยมีสมาชิกสภาเมืองพัทยา วิทยากร สื่อมวลชนและผู้เข้ารับการอบรมรวม 80 คน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

การอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ประจำปี 2568 ในครั้งนี้ ฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ส่วนพัฒนาชุมชนและส่งเสริมอาชีพ สำนักสวัสดิการสังคม โดยจัดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และงานบริการสู่สากล” ให้แก่กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่ม Pattaya Brand และผู้ประกอบการรายย่อยเมืองพัทยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย.67 โดยวิธีการบูรณาการร่วมกับภาครัฐและเอกชน

จัดอบรมให้ความรู้ รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึกเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการธุรกิจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์และงานบริการ ด้วยทุนทางวัฒนธรมและภูมิปัญญาถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ เพื่อต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ มีคุณภาพ มีมาตรฐานสร้างมูลค่าระดับสู่สากล สามารถเข้าสู่ตลาดการค้าภายในประเทศ และขยายสู่ตลาดการค้าระดับโลกได้ เป็นการสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง นำไปสู่การสร้างสรรค์เศรษฐกิจชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาผลิตภัณฑ์ต้นแบบรับการรับรองผลิตภัณฑ์ผ่านตราสัญลักษณ์ EEC Select 2025 และจะได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์ยกระดับสู่สากล มีช่องทางการจัดจำหน่ายในมิติต่างๆ ร่วมกับเครือข่ายทั้งในระดับภูมิภาค ประเทศ และระดับนานาชาติที่เข้มแข็ง อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันศักยภาพพื้นที่ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งนี้ การอบรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9, อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี, สมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก, EEC Select , EEC Connext และกลุ่มอาชีพต้นแบบจากพนัสนิคม

ตลาดผ้ามือสองพัทยาคึกคัก ไทย-เทศแห่ช้อปปิ้งรับอากาศหนาว

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในเขตพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก จากผลกระทบมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านอ่าวไทย และเข้าสู่ฤดูหนาวประจำปี 2567 อย่างเป็นทางการ

วันที่ 26 พ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณตลาดแกรนด์ฮอล์ พัทยาใต้ ซึ่งเป็นตลาดสินค้ามือหนึ่งและมือสองที่ใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา พบว่าเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้มาใช้บริการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้ากันเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

ทั้งนี้ พบว่าในส่วนของพื้นที่จำหน่ายเสื้อแขนยาว เสื้อคลุมและผ้าห่มมือสองมีผู้เข้าไปเลือกหาและเตรียมเครื่องนุ่งห่มไว้ใช้คลายหนาวในช่วงนี้ซึ่งอากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ กันตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการพ่อค้าแม่ค้าสินค้าประเภทดังกล่าวมีรายได้ขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวในระดับที่น่าพอใจ

เปิดแล้ว KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมน อร่อยไฟลุก! เจ้าแรกในพัทยา

นายวิเชียร โอซาว่า หรือ “นาย” เจ้าของแบรนด์ร้าน KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมน เล่าว่า เริ่มต้นจากความตั้งใจที่อยากจะนำเสนอรสชาติ และวัฒนธรรมสไตล์ต้นตำหรับขนานแท้จากญี่ปุ่น ในแบบที่แตกต่างจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปในเมืองพัทยา เพราะกลางร้านมีโซนโต๊ะนั่งแบบเคาน์เตอร์ จะได้เห็นฝีมือของเชฟผู้มากประสบการณ์ ในการควงตะหลิว พ่นไฟ ปรุงอาหารกันแบบสดๆ อย่างพิถีพิถัน เพื่อเพิ่มอรรถรส และแสดงความสดของอาหาร ในการนำมาปรุงแต่ละเมนู

ซิกเนเจอร์ของร้าน จะเป็นอาหารที่ปรุงจากเตาเทปปันทั้งหมด อาทิเช่น โทริไฟเออร์ เนื้อไก่คัดสรรสุดพิเศษ ผัดกับพริกแดง รสชาติจัดจ้าน เอาใจคนชอบเผ็ด ที่สำคัญมีการโชว์ ไฟเออร์ ตื่นตาตื่นใจ ต่อมาเป็น โมยาชิไฟเออร์หมู, ฟูจิยามะ ชิริโทริยากิหมู,โอโคโนมิยากิ คะชะคะชะ สไตล์, โทโรทามะยากิ และอาหารอื่นๆมากกว่า 100 เมนู ให้เลือกสั่งมาลิ้มลองในราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท

สำหรับบรรยากาศของร้านตกแต่งสไตส์ญี่ปุ่นตั้งแต่ภายนอกร้าน เมื่อเข้าไปจะได้ยินเสียงพนักงานต้อนรับเสียงดังฟังชัดทุกคน มีทั้งโซนนั่ง เคาน์เตอร์, โซนโต๊ะนั่งทั่วไป หรือโซน VIP ที่นั่งได้ 8 คนเป็นห้องที่มีโต๊ะนั่งบนเบาะหย่อนขาลงไปได้แบบสบายๆ ผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ต้องไม่ควรพลาด

ร้าน KACHA KACHA เทปปันยากิ ฮอร์โมนตั้งอยู่ ติดกับถนนพัทยากลาง บริเวณทางลงสามแยกชายหาดพัทยากลาง เปิดให้บริการทุกวันตั้งเปิดทำการ 16.00 น. ถึง 23.00 น. ติดตามโปรโมชั่นเพิ่มเติมที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ KACHA KACHA หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร. 084-686-5555

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เทศกิจเมืองมุกดาหาร เอาจริง จับปรับรถบรรทุกหินสร้างเขื่อน/ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานมอบนโยบาย

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน​ 2567​ ภายใต้การอำนวยการของนายอดุลย์ ศิริมันต์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร ได้สั่งการให้ นายณัชยุทธ อินไชยา นักจัดการเทศกิจชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ เทศบาลเมืองมุกดาหาร ออกตรวจตราตรวจสอบเหตุรถบรรทุกหิน ดิน ทราย ในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตามนโยบายของรัฐบาลและหนังสือสั่งการของจังหวัดมุกดาหารที่แจ้งมายังเทศบาลเมืองมุกดาหาร ให้แก้ไขปัญหาเรื่องรถบรรทุกไม่มีวัสดุปกคลุมสิ่งของระหว่างขนส่ง

ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ออกตรวจตามาถึงบริเวณสี่แยกคำสายทอง ถนนมุกสุวรรณรักษ์ (วงแหวนรอบใน) พบรถกึ่งพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-8919 อุบลราชธานี บรรทุกหินใหญ่จำนวนมากจนล้นขึ้นมาเหนือขอบกระบะอย่างเห็นได้ชัดเจนโดยไม่มีผ้าใบคลุมทับ จึงได้เรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ นายสาโรจน์ สงวนจีน คนขับรถบรรทุกให้การว่าขับรถบรรทุกขนหินใหญ่มาจากอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี และ

จะนำไปลงที่บริเวณจุดก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งตำบลบางทรายน้อย อำเภออำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร และยอมรับว่าไม่ได้ใช้ผ้าใบคลุมทับหินที่กระบะรถจริง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง มาตรา 55 ขับขี่รถซึ่งบรรทุกหิน และวัตถุดังกล่าวได้ตก หล่น ปลิว ฟุ้งกระจาย ลงบนถนน เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท

อนึ่ง มีข้อน่าสังเกตว่าหากเป็นการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกผู้ประกอบการมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท และนายทะเบียนอาจพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ส่วนคนขับมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ส่วนรถบรรทุกน้ำ

หนักเกินตามที่กฎหมายกำหนดความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่กลับไม่ปรากฏว่าหน่วยงานขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร และแขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

กรมการขนส่ง #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #จังหวัดมุกดาหาร #เทศบาลตำบลนาสีนวน #เทศบาลเมืองมุกดาหาร #กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น #รถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด #รถบรรทุกไม่มีผ้าใบคลุมทับสินค้า

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

ผบ.มทบ.210/รอง ผบ.นบ.ยส.24 (2) ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงานของหน่วย นบ.ยส.24

​ที่ห้องประชุม หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

โดยได้รับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ในห้วง ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบนโยบาย ข้อสั่งการ และข้อเน้นย้ำ แนวทางการปฏิบัติงาน รวมถึงรับทราบปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการในการพัฒนาความร่วมมือด้านการข่าวในพื้นที่รับผิดชอบสู่แผนการปฏิบัติ พร้อมทั้งให้กำลังใจกับกำลังพลที่เสียสละในการปฏิบัติงานต่อไป

โดยมี พันเอก ศรณณัฐ นวลมณี รองผู้อำนวยการส่วนบัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (รอง ผอ.ส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 (5)) พร้อมด้วยส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 ให้การต้อนรับ​ ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำหนดพื้นที่ที่มีความเร่งด่วนจำเป็นเร่งด่วน และผู้รับผิดชอบเพื่อสกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด

ปีงบประมาณ 2568 ซึ่งมอบให้กองทัพภาคที่ 2 จัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปราม และยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) รับภารกิจในการกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด และแก้ไขปัญหายาเสพติดซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 25 อำเภอชายแดนของ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย, จังหวัดหนองคาย, จังหวัดบึงกาฬ, จังหวัดนครพนม, จังหวัดมุกดาหาร, จังหวัดอำนาจเจริญ, จังหวัดอุบลราชธานี

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24) กล่าวว่าในห้วงที่ผ่านมา มีสถิติการจับกุมตรวจยึดยาเสพติดของ นบ.ยส.24 ภายใน 57 วัน จับกุมผู้ต้องหาเย้ยอำนาจรัฐ จำนวน 321 คน สกัดกั้นตรวจยึดยาบ้า จำนวน 24,647,483 เม็ด ยาไอซ์ 1,193.548 กิโลกรัม เฮโรอีน 91.83 กิโลกรัม เคตามีน 3.79 กิโลกรัม ยาอี 6 กิโลกรัม ฝิ่น 0.66 กิโลกรัม

ภาพ/ข่าว : นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

‘รักษ์มุกดาหาร’ร้องผู้ว่าฯ ตรวจสอบ 157 -จริยธรรม ขนส่ง ทางหลวง เทศบาล กรณีละเว้นรถหิน-กรวด-ทราย บรรทุกหนัก เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567​ ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม ประธานชมรมรักมุกดาหาร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และประมวลจริยธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร

สืบเนื่องจากในห้วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2567 มีรถบรรทุกหิน กรวด และทราย ซึ่งคาด ว่าเป็นรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและไม่มีผ้าใบปิดคลุม อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย วิ่ง ผ่านถนนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลนาสีนวน องค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไทร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ เทศบาลตำบลบางทรายน้อย เทศบาลตำบลชะโนด และเทศบาลตำบลหว้าน ใหญ่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2034 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 238 (ทางเลี่ยงเมืองมุกดาหาร) ถนน มุกสุวรรณรักษ์

ทางหลวงชนบทหมายเลข มห 4023 (ตาคแคน-หนองหอย) ก่อให้เกิดฝุ่นละอองเป็น จํานวนมากทําให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางหลวงและทางสาธารณะ ทําให้เกิดความไม่ปลอดภัยและสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากมาดำเนินการซ่อมแซมและบำรุงรักษา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกเฉยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ทํางานเชิงรุก หมั่นตรวจตรากวดขัน และบังคับใช้กฎหมายในเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ไม่มีผ้าใบปิดคลุมอย่างจริงจังต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อันเป็นการป้องกันภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับ ประชาชนและสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน และเพื่อป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการทุจริต จึงขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลนาสีนวน องค์การบริหารส่วน ตำบลโพธิ์ไทร เทศบาลเมืองมุกดาหาร เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ เทศบาลตำบลบางทรายน้อย เทศบาล ตำบลชะโนด และเทศบาลตำบลหว้านใหญ่ ขนส่งจังหวัดมุกดาหาร แขวงทางหลวงมุกดาหาร แขวงทาง หลวงชนบทมุกดาหาร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ว่าได้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ มีการกระทำ ความผิดต่อ แหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่

มีการกระทําความผิดวินัย ไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ปฏิบัติงานรวดเร็วทันต่อเวลาและ สถานการณ์ ไม่ทำงานเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ ปฏิบัติตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน หรือไม่”ทั้งนี้ หากหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นยังคงเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อยู่อีก ตนจะยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงต้นสังกัดของหน่วยงานนั้นๆ สำนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการทางวินัยและคดีอาญาต่อไป” ร้อยตำรวจตรี สุเทียน กล่าว

ศูนย์ข่าวมุกดาหารรถบรรทุกหนักเกินกฎหมายกำหนด #รถบรรทุกไม่คลุมผ้าใบ #จังหวัดมุกดาหาร #กรมการขนส่ง #กรมทางหลวง #กรมทางหลวงชนบท #กระทรวงคมนาคม #กระทรวงมหาดไทย

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.ประจวบฯ จัดกิจกรรมตรวจเบาหวาน ฟรี! ให้ครูและนักเรียนเนื่องในวันเบาหวานโลก /รถตู้ตำรวจพาผู้ป่วยจิตเวชชนท้ายเทรลเลอร์ดับ 3

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.67 โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ประจำปี 2567 “สุขกาย สุขใจ โลกสดใส ใส่ใจเบาหวาน” ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตระหนักภัยร้ายสุขภาพ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเบาหวาน และออกกำลังกายสม่ำเสมอ นำโดย แพทย์หญิงมัลลิกา ธรรมาเจริญราช อายุรแพทย์ และทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข และนักโภชนาการ มีกิจกรรมประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2

โดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด วัดความดันโลหิต วัดรอบเอว การประเมินค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวาน การรับประทานอาหารโดยมุ่งเน้นให้นับ Carb ในการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลในแต่ละวันเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อ และสแกนคิวอาร์โค๊ด ลงข้อมูลในแอปพลิเคชั่น “รมต.พานับคาร์บ” แบบฟอร์มสำรวจการนับคาร์บ ปี 2567 “ลดแป้ง พร่องน้ำตาล เบาหวานรักษาหาย” สอนวิธีการอ่านฉลากอาหาร ส่งเสริมด้านการออกกำลังกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมและการเข้าถึงข้อมูล

ทางด้านสุขภาพที่ถูกต้อง ตอบปัญหามอบรางวัลเรื่องโรคเบาหวาน โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย คณะครูและนักเรียน จำนวน 62 คน ที่ห้องโสตทัศนศึกษา ชั้น 1 อาคาร 5 โรงเรียนประจวบวิทยาลัย โรคเบาหวานเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของทั่วโลกและมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุเกิดจากการดำเนินชีวิตและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ข้อมูลจาก IDF Diabetes Atlas พบว่า 1 ใน 10 คน ทั่วโลกป่วยด้วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 4 ล้านคนต่อปี คาดว่า ภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ผู้ป่วยโรคเบาหวานมากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2

และเกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย สำหรับประเทศไทยพบว่า 1 ใน 10 คน ป่วยด้วยโรคเบาหวาน 6.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และร้อยละ 40 ที่ไม่ทราบว่าตัวเองป่วย จะเห็นได้ว่าปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีใจความส่วนหนึ่งในคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.67 เน้นย้ำให้ใช้เครือข่ายสาธารณสุขในการมีส่วนร่วมป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายในการส่งเสริมให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม โดยมุ่งเน้นให้คนไทยนับ Carb ในการรับประทานอาหารของแต่ละบุคคลในแต่ละวัน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อโดยขับเคลื่อนผ่านกลไกอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจำเป็นต้องดูแลและจัดการตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขได้โดยการจัดการสุขภาพด้านร่างกาย รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยง. นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

รถตู้ตำรวจพาผู้ป่วยจิตเวชชนท้ายเทรลเลอร์ดับ 3 เมื่อเวลา 02.20 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2567 พ.ต.ท.จักราวุธ กลางคาร สารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยยาง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถตู้ชนท้ายรถเทรลเลอร์มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง เดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอทับสะแก กู้ชีพโรงพยาบาลทับสะแก กู้ชีพ อบต.ห้วยยาง อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรุ่งเรืองธรรมสถาน บริเวณถนนเพชเกษม หลักกิโลเมตร 330 ขาล่องใต้ ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

พบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ก – 0650 ชุมพร ชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 71 – 9704 พระนครศรีอยุธยา สภาพรถด้านหน้ายุบตัวกระจกแตก อาสากู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อแยกตัวรถออกจากกัน และนำตัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมา มีนายมนัต ชูเยาว์ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดชุมพร เป็น อส.กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดชุมพร เป็นผู้ขับขี่รถตู้ เสียชีวิตคาที่ สภาพลำตัวอัดติดกับพวงมาลัยยุบถึงคอนโซล จ.ส.ต.กิตติพันธ์ ขวัญสมคิด อายุ 39 ปี ตำแหน่งสังกัด ตชด.41 ช่วยราชการชุดปราบปรามยาเสพติด

กองบังคับการสืบสวนจังหวัดชุมพร นั่งข้างคนขับเสียชีวิต นายเกรียงไกร รุ่งช่วง อายุ 52 ปี พนักงานขับรถยนต์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชุมพร เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บคือ ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธศิลป์ อายุ 47 ปี ชุดปราบปรามยาเสพติดกองบังคับการสืบสวนจังหวัดชุมพร อาการบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลทับสะแก ส่วนคนขับรถเทรลเลอร์นายแผน พันธิ์รุณ อายุ 52 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงในการทำงาน

สอบสวนทราบว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ชุด ปปส. ได้รับการประสานจากญาติผู้ป่วยจิตเวชเพื่อนำไปรักษาอาการป่วยที่นครปฐม จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ 4 นาย เพื่อควบคุมความสงบ นำตัวผู้ป่วยเดินทางจากจังหวัดชุมพรไปรักษาอาการป่วยที่นครปฐม เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจจึงได้เดินทางกลับชุมพร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืดและเปลี่ยว ประกอบกับคนขับมีอาการล้าจากการเดินทาง จึงชนอย่างจังเข้าที่ท้ายรถเทรลเลอร์ที่วิ่งอยู่เลนซ้าย

และลากไปไกลกว่า 100 เมตร กว่าที่คนขับเทรลเลอร์จะรู้สึกตัว คาดว่าสาเหตุเกิดจากการหลับใน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ขณะที่ผู้โดยสารในรถคือ ด.ต.สุรศักดิ์ ขันธศิลป์ ยังรู้สึกตัว จึงคนโทรศัพท์แจ้ง 191 เพื่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์/4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์0909944781

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / “นครพนมโมเดล” ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด/ อบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ /นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.49 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2/ ผู้บัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผบ.นบ.ยส.24) และพลตำรวจเอกไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ, พลตำรวจโทสยาม บุญสม จเรตำรวจ, พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ,

พลตำรวจตรีณัฐนนท์ ประชุม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4, นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมประชุมบูรณาการติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายข้อสั่งการการป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล

พลตำรวจเอก ไกรบุญ ทรวดทรง เจรตำรวจแห่งชาติ แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิบัติราชการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามงานตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังปัญหาด้านการป้องกัน ปราบปรามยาเสพติด และกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด สั่งการและกำหนดรูปแบบในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งกำหนดขยายพื้นที่เป็นพื้นที่ต้นแบบ นำร่อง 10 จังหวัด (เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง สกลนคร นราธิวาส ปทุมธานี อุทัยธานี นครพนม นครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง)


“เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” จึงได้จัดประชุมคณะกรรมการ ศอ.ปส.จ.นครพนม เพื่อมอบแนวทางการดำเนินการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบ “ธวัชบุรีโมเดล” ที่เคยได้ดำเนินการในจังหวัดร้อยเอ็ด รวมทั้งเพื่อร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งได้มีการชี้แจงให้ที่ประชุมทราบวัตถุประสงค์กรอบอำนาจหน้าที่คณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ และแนวทางการดำเนินการในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนมีความสุข โดยได้มีการพิจารณาการมอบหมายหน้าที่และแบ่งมอบพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายต่อไป”

ทั้งนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอโดยการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ การบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด การสร้างอาชีพให้กับผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟู การสนับสนุนและการแก้ไขปัญหายาเสพติดและการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อรับทราบข้อมูล สถานการณ์ในพื้นที่ ปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการปฏิบัติ การแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเป็นรูปธรรม เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดนครพนมได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24)

เพื่อให้เกิดการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด เคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อนึ่ง จังหวัดนครพนม จะยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ใช้รูปแบบ ‘ธวัชบุรีโมเดล’ มาเป็นแนวทางในการดำเนินการและกำหนดขั้นตอนดำเนินการไว้ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ ขั้นปฏิบัติการ ขั้นส่งต่อ ความยั่งยืน ขั้นทบทวนหลังการปฏิบัติ และขั้นขยายผลไปพื้นที่อื่น

รวมทั้งยังกำหนดความรับผิดชอบให้แต่ละส่วนราชการ จังหวัดนครพนม/ ศอ.ปส.จว.น.พ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก ทำหน้าที่ในการวางแผน อำนวยการ บูรณาการ ประสาน และควบคุมกำกับดูแล รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง สร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม และตำรวจปราบปรามยาเสพติด รับผิดชอบหลักในมาตรการสกัดกั้น และมาตรการปราบปราม เน้นสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่เขตของจังหวัด การปิดล้อมตรวจค้น ติดตามจับกุม ขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักในมาตรการบำบัด เน้นการคัดกรอง แบ่งแยกผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด ผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติด ก่อนนำเข้าบำบัด ตามระดับความรุนแรง สำนักงานแรงงาน และพัฒนาชุมชน จังหวัดนครพนม รับผิดชอบหลักให้การช่วยเหลือ ภายหลังผ่านกระบวนการบำบัด โดยการ จัดหางานสนับสนุน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาฝีมือแรงงาน มณฑลทหารบกที่ 210 เป็นหน่วยร่วมในการวางแผน อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ และเป็นหน่วยสนับสนุนให้กับทุกส่วนราชการที่เป็นหน่วยปฏิบัติหลัก และเพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยจึงได้กำหนดตารางประสานสอดคล้องให้ครอบคลุม ทั้งภารกิจ หน่วยปฏิบัติหลัก และหน่วยสนับสนุน ณ ห้องประชุม ชั้น 5 พระธาตุพระธาตุพนม ศาลากลาง จังหวัดนครพนม

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

นทท.ร้อง ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บค่าล่วงเวลาแต่ไม่ออกใบเสร็จให้

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดมุกดาหารได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนมุกดาหารข้ามไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในช่วงวันหยุดราชการแต่ถูกเจ้าหน้าที่ ตม.มุกดาหาร เรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาคนละ 20 บาท ซึ่งเมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้วแต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมออกใบเสร็จรับเงินให้ จึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายสร้างความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กร ของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ ตม.มุกดาหาร ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ ตม. สามารถเรียกเก็บเงินค่าล่วงเวลาจากนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารได้เป็นจำนวนเท่าใด และต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ด้วยหรือไม่ และการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวคนละ 20 บาท

โดยไม่ออกใบเสร็จรับเงินเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไรหรือไม่หากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบการกระทำความผิด ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ โดยเมื่อมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำผิดทางอาญาหรือวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต้องรีบดำเนินการแก้ไข หากเป็นกรณีที่กระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง แบบแผนธรรมเนียม ต้องรีบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเฉียบขาดทันที และทันต่อเหตุการณ์อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า มีกฎกระทรวง (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ได้กำหนดค่าธรรมเนียมการตรวจรถยนต์ รถไฟที่เดินทางผ่านเข้ามาใน หรือออกไปนอกราชอาณาจักร นอกเวลาราชการ ถ้าไม่มีคนโดยสารให้เสียครั้งละ 25 บาท ถ้ามีคนโดยสารให้คิดเพิ่มขึ้นตามรายตัวคนโดยสาร คนละ 5 บาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ #จเรตำรวจแห่งชาติ #สำนักงานจเรตำรวจ #สตม #ปปช #ปปท #ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร #ตรวจสอบทุจริต #เก็บค่าล่วงเวลาไม่ออกใบเสร็จรับเงิน

ภาพ​/ข่าว​ นายพรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร
เด​วิท​ ​โชคชัย​ ​มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

อำนาจเจริญ -การจัดอบรมสัมมนาศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทย​ จ.อำนาจเจริญ ให้ความรู้แก่สมาชิกพรรคและประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ เวลา 08.30 น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มอบหมายให้​ นางสาวณัฐนิชา​ มั่นทน ตัวแทนพรรคศูนย์ประสานงานจังหวัดอำนาจเจริญ จัดอบรมสัมมนา เพื่อให้ความรู้สมาชิกพรรคและประชาชน เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ณ ห้องประชุมโรงแรมเพาเวอร์แกรนด์ จังหวัดอำนาจเจริญ ครั้งที่ 1/2567 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2567​ ตั้งแต่เวลา 08.30-15.00 นาฬิกา

มีผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนา จำนวน 2​51 คน โดยมี​ พ.ต.อ.​ภัทรพล เล่าเปี่ยม​ กรรมการบริหารพรรคฯ เป็นประธานในพิธี ร.ต.ต.สุเทียน​ ทองโสม​ หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดมุกดาหาร เขต1 และนายไพรัตน์ ฝ่ายบุตร พนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กกต.จ.อำนาจเจริญ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมอบรมสัมมนาครั้งนี้ โดยมีท่านอิทธิกร สุวมาศ ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง มีวัตถุประสงค์ ดังนี้​

1.เพื่อให้กรรมการสาขาพรรค สมาชิกและประชาชน ทราบถึงสถานภาพสมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป​ 2.เพื่อให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกพรรคการเมือง มีความรู้ความความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข 3.เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน​ 4.เพื่อเปิดเวทีให้สมาชิกแบ่งกลุ่มแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยการจัดประชุมใหญ่สามัญศูนย์ประสานงานพรรคเสรีรวมไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และคณะทำงานภาคอีสานตอนล่าง สัมมนาให้ความรู้สมาชิกสาขาพรรคและประชาชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259-777

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาในพื้นที่ จ.ประจวบฯ

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 ที่ โรงเรียนอานันท์ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษา การจัดการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องอื่นๆ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา พื้นที่จังหวัดประจวบฯ โดยมี นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบฯ พร้อมด้วย พ.อ.พีรฉัตร พานทอง รอง ผบ.ทบ.มทบ.15, ร.ต.นพรัตน์ พลอยนุช ผบ.มว.รว.ที่ 3 ฉก.จงอางศึก, ร.ท.ชวลิต ใจซื่อ หัวหน้า ธป.กร.ที่ 110, พ.ต.ต.เจริญ อุปวรรณะ ผบ.ร้อย.ฉก.รพศ., หัวหน้าส่วนราชการ และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ นางสาวกุณฑิกา โกมุก ผู้อำนวยการโรงเรียนอานันท์ กล่าวต้อนรับ พร้อมนำเสนอผลการดำเนินงานการพัฒนาโรงเรียนของกองทุนการศึกษา ตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์ การขับเคลื่อนงานคุณธรรมตามเป้าหมายและกรอบใหม่ใน 10 ปีข้างหน้า การดูแลและพัฒนานักเรียนทุนพระราชทาน รายงานความสำเร็จความดีงามของโรงเรียน รวมถึงแจ้งปัญหาข้อขัดข้องของโรงเรียนให้องคมนตรีได้รับทราบและชี้แนวทางการแก้ปัญหาให้กับทางโรงเรียน

พร้อมกันนี้ องคมนตรีและคณะ มีกำหนดการเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและพบปะผู้บริหาร ครู และบุคลากร โรงเรียนวไลย อ.หัวหิน สำหรับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครั้งนี้ เพื่อรับทราบรายงานผลการดำเนินงานโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ความคืบหน้าของการบริหารงาน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานด้านต่างๆ นอกจากนี้ องคมนตรีได้มอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาโดยรับได้รับการสนับสนุนจากบริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชันแนล ให้กับทั้ง 2 โรงเรียนอีกด้วย.


กรมอุทยานฯ ย้ายต่อเนื่องลิงหัวหินอีก 89 ตัว แก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 นายสมเจตน์ จันทนา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ประจำหน่วย นำกำลังเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ลงพื้นที่วางกรงดักจับลิงแสมบริเวณเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อเร่งแก้ปัญหาลิงรบกวนประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ภายใต้นโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการเร่งแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ผลการดำเนินงานในวันนี้ สามารถจับลิงได้ 89 ตัว แบ่งเป็นเพศผู้ 57 ตัว เพศเมีย 32 ตัว ทำหมันแล้วทั้งหมด 89 ตัว สรุปผลการดำเนินงานรวม 2 วัน สามารถเคลื่อนย้ายลิงได้ทั้งสิ้น 110 ตัว โดยลิงทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เทศบาลเมืองหัวหินไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่ฯจะดำเนินการวางกรงจับลิงที่เขาตะเกียบและเขาหินเหล็กไฟ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหินจนถึงวันที่ 14 พ.ย. นี้

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าริมหาดหัวดอน หมู่บ้านเขาตะเกียบ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการริมหาดประสบปัญหาความเดือนร้อนจากฝูงลิงเข้ามารื้อค้นสิ่งของภายในร้าน และแย่งของกินจากนักท่องเที่ยว แต่หลังจากกรมอุทยานฯ เข้ามาดำเนินการจับลิงบริเวณนี้ทำให้ปัญหาลดลง ลิงเริ่มรู้มากหลบไม่ออกมาให้จับ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการและเมืองท่องเที่ยวหัวหิน.

กกต.ประจวบฯ แนะผู้สมัคร นายก-ส.อบจ. ศึกษาข้อกฎหมายและลักษณะต้องห้ามก่อนลงสมัคร

เมื่อวันที่ 13 พ.ย.67 นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 19 ธ.ค.67 โดยประกาศวันรับสมัครรับเลือกตั้งระหว่างวันที่ 23-27 ธ.ค.นี้ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 ซึ่งการเสนอวันเลือกตั้งและวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เป็นอำนาจของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อประกาศให้มีการเลือกตั้ง

ดังนั้นในระหว่างนี้จึงขอเชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง เตรียมความพร้อมศึกษาข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะเรื่องของลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร เพราะหากลงสมัครโดยที่รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้ามจะมีโทษตามฎหมาย นอกจากนี้ ขอให้ผู้ประสงค์จะสมัครได้ศึกษาขั้นตอน เอกสารหลักฐานการสมัครที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. www.ect.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ หรือสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดฯ โดย จ.ประจวบฯ มีเขตเลือกตั้งทั้งหมด 30 เขตเลือกตั้ง มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ 30 คน และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 คน สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คาดว่าจะใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งไม่เกิน 40 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งในสถานการณ์ปกติ ต่างจาก 4 ปีก่อน ซึ่งมีการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ผู้สมัครนายก อบจ.กำหนดให้ใช้งบหาเสียงไม่เกิน 18 ล้านบาท สำหรับ ส.อบจ.ใช้งบไม่เกินรายละ 1 ล้าน 2 แสนบาท.

ตม.ประจวบฯเอาจริง ระดมกวาดล้างอาชญากรรมและปราบปรามแรงงานต่างด้าวเถื่อนเข้มข้น


วันนี้ 13 พ.ย.2567 เวลา 16.30 น. พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลาผกก.ฯรรท.ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ,พ.ต.ท.อดุลย์ คงไข่ศรี รอง ผกก.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฏฐวรรธ แก้วทิพย์เนตร สว.ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์, ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการจับกุม MR.CHEDLY SAHEB ETTABA สัญชาติ อเมริกัน อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพัทยา ที่ 183/2567 ลง 31 ต.ค.2567 กระทำความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ ณ.บ้านเลขที่ 611 ม.14 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
พร้อม นำตัวส่ง พงส.สภ.หัวหิน จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน.อช.กุยบุรี คว้ารางวัลบุคลากรภาครัฐดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สะท้อนความทุ่มเทในการอนุรักษ์ทรัพยากรฯ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ประกาศผลการคัดเลือกบุคลากรภาครัฐดีเด่น ศิษย์เก่าดีเด่น และนิสิตดีเด่น ประจำปี 2567 โดยนายอรรถพงษ์ เภาอ่อน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.ประจวบฯ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคลากรภาครัฐดีเด่นจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยได้มีการมอบรางวัลเมื่อวันที่ 12 พ.ย.67 ที่ผ่านมา เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

“การคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ มันคือความภาคภูมิใจ” นายอรรถพงษ์ กล่าวถึงความรู้สึกต่อการทำงานในชีวิตราชการ พร้อมเสริมว่าภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกรมอุทยานแห่งชาติฯ และได้ปฏิบัติตามคำสอนของรุ่นพี่ จนสามารถสร้างผลงานที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงานต้นสังกัด จนเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานภายนอก รางวัลบุคลากรดีเด่นครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จในการปฏิบัติงานของนายอรรถพงษ์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทและอุดมการณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในประเทศไทย.


สาวคิดสั้นกระโดดสะพานลอย โชคดี ตร.ชะอำเกลี้ยกล่อมช่วยได้ทัน


ช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ย. 67 ตำรวจ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีคนพยายามกระโดดสะพานลอย บริเวณ 3 แยก ที่ทำการไฟฟ้า อ.ชะอำ หลังเก่า ริมถนนเพชรเกษมขาเข้า กทม. เขตเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมประสานรถกระเช้าเทศบาลเมืองชะอำ กู้ภัยสว่างสรรเพชรเข้าให้การช่วยเหลือ ในที่เกิดเหตุพบหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี กำลังนั่งคร่อมบนราวสะพานมีความสูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร สภาพพร้อมกระโดดลงมา เจ้าหน้าที่จึงนำรถกระเช้าเข้าให้ความช่วยเหลือพาตัวลงมาได้อย่างปลอดภัย จาการสอบถามหญิงผู้ก่อเหตุอ้างว่าจำชื่อ-สกุลจริงของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะร้องไห้บอกว่าเพียงว่า ชื่อ มิก อยู่ จ.ร้อยเอ็ด ทางกู้ภัยพาไปตรวจร่างกายยังรพ.ชะอำ แต่ น.ส.มิก ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจต้องช่วยเกลี้ยกล่อมนานกว่า 30 นาที จึงยอมให้แพทย์ตรวจร่างกาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่า น.ส.มิก ได้ติดรถจาก จ.ร้อยเอ็ด มาลงที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อหางานทำโดยตระเวนเดินหางานได้ 2 วันแต่ไม่มีใครว่าจ้าง ภายหลังไม่มีเงินติดตัวและเกิดอาการเครียดหิวข้าว จึงก่อเหตุคิดสั้นจะกระโดดสะพานลงมาแต่พลเมืองดีพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตามกำลังสืบสวนต่อไปว่า น.ส.มิก เป็นผู้ป่วยจิตเวชหลบหนีออกมารจากบ้านพักที่ จ.ร้อยเอ็ด หรือไม่ เพื่อจะได้ประสานญาติพี่น้องก่อนพาตัวกลับบ้านไปบำบัดรักษาต่อไป.
นายนิพล ทองเก่า นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781





	

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เครือข่ายองค์กรภาคประชาชน แถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาล หยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (11 พ.ย.67) ที่ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้แทนรับหนังสือข้อเรียกร้อง จากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่ายได้รวมตัวกัน ออกแถลงการณ์ร่วมขบวนการประชาชนหยุดพระราชกฤษฎีกา “ป่าอนุรักษ์” เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาป่าอนุรักษ์เข้า ครม.โดยทันที ระบุว่า การประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามนโยบายของหลายรัฐบาลสืบเนื่องกันมา ทำให้สถานการณ์การเร่งรัดประกาศป่าอนุรักษ์ด้วยการออกกฎหมายและใช้กำลังป่าเถื่อนเกิดเป็นกรณีความขัดแย้งทั่วประเทศ อันปรากฏเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนหลายกรณีตอกย้ำความรุนแรงจากผู้ถือกฎหมายที่กระทำต่อผู้คนในเขตป่าอย่างเลือดเย็นไม่จบสิ้น

โดยตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ในการคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชกฤษฎีกา โครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพย์ยากรธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติ 3 ประการ ประกอบด้วย 1.ไม่เห็นด้วยกับหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขต่างๆที่เกี่ยวกับการอนุญาติใช้ที่ดินในกรอบระยะเวลา 20 ปี ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ ซึ่งเห็นว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อลดการใช้ที่ดินและนำไปสู่การไล่คนออกจากป่า 2.เป็นการละเมิดสิทธิ์ประชาชนที่รัฐละเลยตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิคนพื้นเมืองที่นานาประเทศได้ลงนามไว้ 3.กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินในเขตอนุรักษ์ ระหว่างรัฐกับประชาชนได้ แต่กลับจะทำให้ข้อพิพาททวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนี้นจึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนการออกร่าง พ.ร.ฏ. ดังกล่าว โดยพิจารณาถึง ความมั่นคงในการใช้ที่ดิน และศักยภาพของชุมชนในการใช้ที่ดินเพื่อประกอบอาชีพที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน

ภายหลังการรับหนังสือข้อเรียกร้องจากตัวแทนองค์กรภาคประชาชน 47 เครือข่าย นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งให้กับผู้ที่มาชุมนุมทราบว่า จังหวัดเชียงใหม่จะเร่งดำเนินการส่งหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรัฐบาลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้จะนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อเรียกร้องของประชาชนให้แก่ผู้ที่มีอำนาจให้ได้รับทราบ.อีกต่อไป.

นายสิทธิชัย วนานุเวชพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่2 (แพร่) พร้อมนายภูริทัต เรืองพิริยะ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 นายอลงกรณ์ กัวตระกูล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ร่วมบรรยายข้อมูลและนำเสนอภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่ม

เส้นทางการคมนาคมที่เสียหาย การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัย และแผนการป้องกันอุทกภัย ณ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย รวมถึงลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 118 สาย เชียงใหม่ – เชียงราย ตอน อำเภอแม่สรวย – บรรจบทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อพังบรรยายสรุปการก่อสร้าง ณ ทางหลวงหมายเลข 118 ตอน แม่สรวย – ดงมะดะ กม.154+000 ก่อนออกเดินทางไปยัง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อไป..

สมจิตรแสงบันลังค์รายงาน