คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย

แชร์เนื้อหานี้

รักษาการ ผอ.ใหญ่ AOT ลงพื้นที่สุวรรณภูมิ ตรวจความพร้อมรอบด้าน รับเทศกาลปีใหม่ 2569 เน้นสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นผู้เดินทาง
รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตรวจความพร้อมทุกมิติรับเทศกาลปีใหม่ 2569

ตามนโยบายรองนายกฯ “พิพัฒน์” เน้นย้ำความสะดวก ปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้เดินทางและนักท่องเที่ยว

วันนี้ (31 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อตรวจความพร้อมด้านสิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ และการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารผู้โดยสารทั้งขาออกและขาเข้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารจะได้รับความสะดวก และได้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569


ในโอกาสนี้ นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ได้ตรวจความเรียบร้อยจุดให้บริการผู้โดยสารที่สำคัญ อาทิ เคาน์เตอร์เช็กอิน จุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ โถงสายพานรับกระเป๋า และพื้นที่โถงผู้โดยสารขาเข้า ฯลฯ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย และยึดหลักการให้บริการด้วยหัวใจ (Hospitality)

นางสาวปวีณา เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ AOT คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการ ณ ทสภ. เฉลี่ยประมาณ 192,500 คนต่อวัน จึงได้กำชับให้ ทสภ. เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ทราบว่า ทสภ. ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador คอยอำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้ระบบอัตโนมัติ อาทิ CUSS, CUBD และระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric) เพื่อช่วยระบายผู้โดยสาร ลดความแออัด และเพิ่มความคล่องตัวในกระบวนการขาออก รวมถึงอำนวยความสะดวกผู้โดยสารขาเข้า ในการผ่านจุดตรวจหนังสือเดินทาง เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น


ด้านความปลอดภัย ทสภ. เพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่ เฝ้าระวังผ่านระบบกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ สายการบิน และผู้ประกอบการ เพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด

การลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยครั้งนี้ สอดคล้องกับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กำชับให้หน่วยงานด้านคมนาคมดูแลการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชนและผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวให้เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน


นางสาวปวีณา กล่าวทิ้งท้ายว่า AOT และ ทสภ. มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับประสบการณ์การบริการที่อบอุ่น สอดคล้องกับแนวคิด “World Class Hospitality” พร้อมตอกย้ำบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในฐานะประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ชาวบางพลี ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ขึ้น บริเวณมณฑลพิธีหน้าวิหารพระนอน

โดยมี พระวชิรคณาทร (เจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง นำคณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา พร้อมพุทธสานิกชนกรวมกว่า 2,000 คน เข้าร่วมกิจกรรม

สวดมนต์ข้ามปี โดยต่างพร้อมใจกันนุ่งขาวห่มขาวเข้าร่วมพิธีอย่างตั้งใจนอกจากนั้นทันทีที่เริ่มเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยคณะสงฆ์ได้สวดชยันโต และประชาชนที่ร่วมกิจกรรมต่างพากันขับร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยให้กับเหล่าทหารกล้าที่

ชายแดนไทย-กัมพูชา และยังร่วมกันยืนตรงสะดุดีแก่หารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุวามไม่สงบที่ชายแดน อีกด้วย

โดยมี นาย ขจิตเวช แก้วน้อย นายอำเภอบางพลี เป็นผู้นำในการขับร้องเพลงชาติไทยเพื่อเหล่าทหารหาญในครั้งนี้ โดยหลังเสร็จพิธีทางวัดได้แจกนำมนต์

พระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช มอบให้กับผู้ร่วมงานพร้อมหนังสือสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

ชาวบางพลีร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง รับศักราชใหม่ 2569 เสริมสิริมงคลชีวิต ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง

ประชาชนชาวอำเภอบางพลีจำนวนมาก พร้อมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ พ.ศ.2569 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ณ วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ


วันที่ 1 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. (เจ้าคุณแจ้) พระวชิรคณาทร ดร.เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ บริเวณหน้าวิหารพระนอน วัดบางพลีใหญ่กลาง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตเนื่องในโอกาสเริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 และพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุนค่าน้ำมันเผาศพอนาถา หรือศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดการศพ โดยบรรยากาศภายในงาน มี ดร.วีร์สุดา รุ่งเรือง อดีตนายก อบต.บางพลีใหญ่

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ อดีตรอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นางสุมลฑา เจริญศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการ คณะไวยาวัจกร นายภูมินันท์ ขวัญเมือง นายโสภณ มหาบุญ นายดำรงค์รักษ์ บุญประเสริฐ ตลอดจนคณะกรรมการ อุบาสก อุบาสิกา วัดบางพลีใหญ่กลาง

คณะครู โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง ศูนย์แพทย์ชุมชนวัดบางพลีใหญ่กลาง ข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอบางพลี ต่างเดินทางมาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ 2569 กันอย่างเนื่องแน่น


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ผู้ว่าฯจ.ขอนแก่น ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569“ ต.หนองเขียด อ.ชุมแพ

แชร์เนื้อหานี้

วันพฤหัส ที่ 1 มกราคม พ.ศ 2569 เวลาประมาณ 12.10นางสาวศุภมาศ แก้วดวงดี ปลัด อบต หนองเขียด ปฏิบัติหน้าที่ นายก อบต.หนองเขียดนายศราวุฒิ ด่านขุนทด ผญบ.หมู่1หนองเขียด รักษาการณ์กำนันตำบลหนองเขียด

นางเสาวลักษณ์ คำตันนิธิฒน์ ผญบ หมู่9พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ
พ.ต.ท.ธรรศพงศ์ พัฒนกิตติสกุล รอง ผกก.ป.สภ.ชุมแพพร้อมด้วย พนักงาน เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง ชรบ. อพปร. อสม. จิตอาสาพระราชทาน ตำรวจอาสา ให้การต้อนรับ

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ จุดตรวจ/จุดให้บริการประชาชนตำบลหนองเขียด อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่กำชับเน้นย้ำ

ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพ รอบคอบ และเคร่งครัดในมาตรการความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะการป้องกันและลดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะขณะมึนเมา การไม่สวมหมวกนิรภัย และการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนให้ดูแลสุขภาพ ความพร้อม และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

นายศราวุฒิ ด่านขุนทด รักษาการณ์กำนันหนองเขียด กล่าวถึงความร่วมมือในท้องถิ่นและท้องที่ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะมอบน้ำดื่มและสิ่งที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ ณ จุดตรวจ

สื่อสร้างสรรค์ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นสื่อรัฐทีวี win ฅนชนข่าว

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดงาน “วันดินโลก 2568” ชูแนวคิด “Healthy soils for healthy cities” น้อมรำลึก “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม”

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (26 ธันวาคม 2568) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เปิดบ้านต้อนรับประชาชนและภาคีเครือข่าย ร่วมงาน “วันดินโลก ประจำปี 2568” (World Soil Day 2025) กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก

ในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” พระองค์แรกและพระองค์เดียวของโลก โดยมี นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงาน

พัฒนาที่ดินเขต 12 เป็นประธาน และมีคณะข้าราชการ เจ้าหน้าที่ พสกนิกร และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 คน
นายนรา สุขไชย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ประธานในพิธี ได้นำผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์

เพื่อน้อมรำลึกถึงตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงและฟื้นฟูทรัพยากรดิน พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ สร้างความผาสุกแก่ปวงชนชาวไทย และได้นำกล่าวปฏิญาณตนที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดแนวพระราชดำริ เพื่อรักษาผืนดินให้ยั่งยืนสืบไป

ด้าน นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของการจัดงานปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “Healthy soils for healthy cities : ดินที่สมบูรณ์ สู่เมืองที่สมดุล เกื้อกูลชีวิต” ว่า ปีนี้ทางศูนย์ฯ มุ่งเน้นสร้างความตระหนักเรื่อง การปิดทับหน้าดิน (Soil Sealing) ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมเมือง

ที่พื้นที่เกษตรถูกแทนที่ด้วยคอนกรีตและสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ดินตายและสูญเสียระบบนิเวศ พร้อมนำผลสำเร็จของศูนย์ฯ มาถ่ายทอดสู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเมือง ให้รู้วิธีการดูแลดินและปลูกพืชในพื้นที่จำกัด เพื่อสร้างสมดุลคืนสู่เมืองและเกื้อกูลชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น

สำหรับไฮไลท์ที่สร้างสีสันและความรู้ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ผสมผสานทั้งสาระและความเพลิดเพลิน อาทิ นิทรรศการ “เกษตรคนเมือง” ที่สาธิตการผสมดินสูตรพิเศษ (ดินดี) สำหรับปลูกผักในกระถางหรือภาชนะ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มีพื้นที่น้อย, บริการ คลินิกดิน

ตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของธาตุอาหาร, การจำหน่ายผลผลิตการเกษตรปลอดภัยจากเกษตรกรตัวอย่าง และกิจกรรมยอดฮิตอย่างการ นั่งรถลากพ่วง ชมทัศนียภาพและพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิตรอบศูนย์ฯ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับชมกิจกรรมย้อนหลังและข้อมูลความรู้เพิ่มเติมได้ทาง Facebook: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภูธร จ.นครปฐม จัดโครงการ นครปฐม 1 หมวก 1 น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน

แชร์เนื้อหานี้

ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ขานรับนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดกิจกรม Kick Off “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

วันที่ 26 ธันวาคม 2568 ที่ศาลากองอำนวยการองค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดโครงการ “นครปฐม 1 หมวก 1น้ำใจ พิทักษ์ภัยทางถนน” ระดมพลังแบ่งปันหมวกนิรภัย มอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 สร้างวินัยจราจร 100%

โดยมี พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแต่ละอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากการไม่สวมหมวกนิรภัย และมีกลไกการติดตามการใช้หมวกนิรภัยโดยใช้ระบบ QR code

พลตำรวจตรีพิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุในจังหวัดนครปฐม พบว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในรถจักรยานยนต์ โดยมีสาเหตุหลักของการเสียชีวิตคือการไม่สวมหมวกนิรภัย แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง

แต่ด้วยปัจจุบันทางเศรษฐกิจทำให้ประชาชนบางกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย นักเรียน ผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงโหมดนิรภัยที่มีคุณภาพมาตรฐาน มอก. ได้ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงได้ริเริ่มโครงการ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งการแบ่งปันเพื่อความปลอดภัย” และการใช้ฐานข้อมูลมาเป็นประโยชน์ในการติดตามการใช้หมวกนิรภัย

สำหรับกิจกรรมในวันนี้ มีการมอบหมวกนิรภัยจำนวนทั้งสิ้น 1,175 ใบ ส่งมอบให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐมจำนวน 1,100 ใบ เพื่อเป็นหน่วยงานแจกจ่ายส่งต่อหมวกนิรภัยไปสู่กลุ่มเป้าหมายตาม

โครงการ นอกจากนี้ยังมอบหมวกนิรภัยให้กับเยาวชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย 50 ใบ ซึ่งเป็นเยาวชนผู้นำร่องโครงการ ตลอดจนมอบหัวนิรภัยให้กับประชาชนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่สัญจรในบริเวณตลาดนครปฐมจำนวน 25 ใบอีกด้วย
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นพค.41 เดินหน้าสร้างสุขอนามัยที่ดี มอบโครงการน้ำดื่มระบบ RO ผลิต 250 ลิตร/ชม. ให้โรงเรียนดาราวิทยา เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและลดภาระค่าใช้จ่าย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ที่โรงเรียนดาราวิทยา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดพิธีส่งมอบ “โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO” และอุปกรณ์กีฬา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียน ครู และประชาชนในพื้นที่

โดยพิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจาก พันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการ เคลื่อนที่ 41 (นพค.41) สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานในพิธี โดยมี พ.ท.ไธพัตย์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 45, น.ส.นาวาล วาเต๊ะ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดาราวิทยา พร้อมด้วยคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงสำหรับโรงเรียนดาราวิทยาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึง ม.6 ปัจจุบันมีนักเรียน 1,865 คน และครู 210 คน และเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563

ทั้งนี้โครงการอาคารบริการน้ำดื่มระบบ RO ที่มอบให้ในครั้งนี้ มีอัตราการผลิต 250 ลิตรต่อชั่วโมง นับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการ ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ของนักเรียน คณะครู และบุคลากรในโรงเรียน รวมถึงประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้ยัง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการดำรงชีวิตด้านพันเอก เธียรทรรศน์ ภาม่วงเลี่ยม กล่าวว่า โครงการนี้ดำเนินการตามนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ต้องการให้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและหน่วยทหารในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบโครงการเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โดยเน้นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ราษฎรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับการคัดเลือกโครงการนี้ นพค.41 ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของหน่วยราชการทหารพัฒนา โดยเริ่มจากการทำการสำรวจและทำประชาคม ร่วมกับผู้นำชุมชน ตัวแทน อบต. และหน่วยกำลังในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับความเร่งด่วน เน้น ความทั่วถึง และสอบถามความจำเป็นอย่างแท้จริง ก่อนดำเนินการตามความต้องการที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาของอำเภอและจังหวัด
เราเน้นความทั่วถึง ตามหลักของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสืบสานไว้ก็คือ เข้าใจ เข้าถึง แล้วก็ใช้การพัฒนาอย่างที่บอกครับ หน่วยราชการทหารพัฒนาใช้การพัฒนาเข้ามานำครับ โครงการนี้จะส่งเสริมให้คุณภาพของการศึกษา… นักเรียนก็จะมีกำลังใจในการเรียน และเราไม่ได้มาทำส่งมอบและจบ แต่เราจะมาดูแลด้วย” พันเอก เธียรทรรศน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการส่งมอบโครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาพของบุคลากรในสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นไปเพื่อสร้างความรัก ความเชื่อมั่น และศรัทธาของราษฎรต่อหน่วยทหารของกองทัพไทย พร้อมทั้งเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาโครงการที่มอบให้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนในการดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป
////////////////////////////////////////////////ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ /ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569

แชร์เนื้อหานี้

คริสต์มาสสุดเซอร์ไพรส์! ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ Travel Kit และตุ๊กตากวางเรนเดียร์ สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผู้โดยสาร
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จัดกิจกรรม “มอบ Travel Kit และของขวัญเซอร์ไพรส์” เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ประจำปี 2569 เพื่อร่วมส่งมอบความสุข สร้างบรรยากาศแห่งความอบอุ่น และสร้างความประทับใจให้แก่ผู้โดยสาร ระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568

วันนี้ (24 ธันวาคม 2568) เวลา 17.00 น. นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทสภ. ร่วมมอบ Travel Kit ให้แก่ผู้โดยสารขาออก ณ โถงผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ต่อมาเวลา 18.00 น. คณะผู้บริหาร ทสภ. ได้มอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์เนื่องในวันคริสต์มาสอีฟ

เป็นตุ๊กตากวางเรนเดียร์ตัวใหญ่ลำเลียงผ่านสายพานรับกระเป๋า ส่งตรงถึงมือผู้โดยสารสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบิน EY406 จากกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสายการบิน Jetstar Airways เที่ยวบิน JQ029 จากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ณ สายพานรับกระเป๋าหมายเลข 11–12 โถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 สร้างรอยยิ้ม ความสุขและความประทับใจแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้สุ่มมอบ ตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ให้แก่ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเพิ่มเติมอีก 4 เที่ยวบิน ในช่วงระหว่างวันที่ 24–25 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 7 เที่ยวบิน โดยเตรียมกวางเรนเดียร์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้ผู้โดยสารมากถึง 1,200 ตัวทสภ. เลือกมอบตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส

สื่อถึงการเดินทาง ความสุข และการนำพาความอบอุ่น พร้อมส่งต่อรอยยิ้มและความประทับใจให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ทสภ. ยังคงมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แนวคิด World Class Hospitality เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่อบอุ่น ปลอดภัย และน่าประทับใจในทุกช่วงเวลา พร้อมตอกย้ำบทบาทการเป็นประตูสู่ประเทศไทยอย่างภาคภูมิ


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สตม. ร่วมกับ ททท. ระดมกำลังดูแลนักท่องเที่ยวช่วงคริสต์มาส – ปีใหม่ 2569 สร้างความประทับใจตั้งแต่ด่านแรก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2569

เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตานานาชาติ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมเชิงรุกในทุกมิติ สอดรับกับนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “คุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value Over Volume)” และหลักการทำงาน “Stay Focus” ใช้ข้อมูลเป็นฐาน พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ นายทศพล วรรณศุภผล ผู้อำนวยการกองส่งเสริมกิจกรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลคริสต์มาส–ปีใหม่ 2569

โอกาสนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวขาเข้าจากต่างประเทศ พร้อมมอบของที่ระลึก “Amazing Bag” ซึ่งบรรจุของที่ระลึกที่สะท้อนอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย เพื่อสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่นักท่องเที่ยวเดินทางถึงประเทศไทย

ด้าน พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 เปิดเผยว่า ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำด่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมกว่า 200 นาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างพร้อมเพรียง บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล
ขณะที่ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า สตม. ได้จัดทำแผนรองรับการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมืองในช่วงเทศกาลสำคัญ ภายใต้กรอบการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ ควบคู่กับมาตรการป้องกันและสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเข้มงวด

โดยแผนปฏิบัติการครอบคลุมระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้า–ออกประเทศเฉลี่ยมากกว่า 166,000 คนต่อวัน ผ่านท่าอากาศยานหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้กำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ 1.เปิดช่องตรวจคนเข้าเมืองเต็มอัตราในช่วงเวลาที่มีเที่ยวบินหนาแน่น ตั้งเป้าระบายผู้โดยสารภายใน 30 นาที / 2.ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่งดการลาพักผ่อนตลอดช่วงปฏิบัติการ เพื่อให้มีกำลังพลเพียงพอ / 3.บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้าน

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นช่วงที่มีการเดินทางหนาแน่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล อุปกรณ์ ระบบตรวจ และการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเต็มที่
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ และความเป็นมืออาชีพ เพื่อดูแลความปลอดภัยควบคู่กับการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย อบอุ่น และเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
โดยวันนี้ ( 22 ธันวาคม 2568 ) ที่มาระดมปล่อยแถวเนื่องจากว่าได้เพิ่มประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งในเรื่องอำนวยความสะดวกและในเรื่องการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าประเทศโดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ ฟรีวีซ่า เพราะว่าไม่ได้มีการคัดกรองมาจากสถานทูตประเทศต้นทางที่เดินทางเข้ามา โดยจะคัดกรองจากการดูแผนการเดินทางทั้งหมด เพื่อจะดูว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยจริงๆ ส่วนที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน หรือใช้ประเทศไทยในการก่ออาชญากรรมต่างๆ ทางเราจะมีการปฏิเสธเข้าเมือง ส่วนหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะใช้หลักสากล ในเรื่องการตรวจแผนการเดินทาง มีตั๋วเดินทาง เข้า-ออก ตลอดจนเบี้ยยังชีพที่ใช้ในประเทศ โดยจะใช้หลักเกณฑ์แบบเสมอภาค

ส่วนในประเทศที่มีสงคราม ทางตำรวจได้ทำงานร่วมกับ สมช. และหน่วยข่าวกรอง ในกรณีที่ต่างชาติเข้ามาก่อเหตุ แต่ตอนนี้ยังไม่การรายงานว่ามีต่างชาติเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทย ส่วนประเทศกัมพูชาที่เข้ามาก็จะตรวจเรื่องแผนการเดินทางที่ชัดเจน และมีตั๋วเดินทางกลับ และมีเบี้ยยังชีพ ซึ่งเป็นหลักสากลที่ใช้กัน ในเรื่องของฟรีวีซ่าจะไม่มีการตรวจสอบเอกสารก่อนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศมีพาสปอร์ตก็สามารถเดินทางเข้ามาได้ จึงจำเป็นจะต้องเน้นในรายละเอียดว่าเจตนาหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวจริงๆ จึงจะปล่อยให้เดินทางเข้ามาได้ ส่วนที่เข้ามาแล้วไม่มีแผนการเดินทาง หรือไม่มีเจตนาในการท่องเที่ยวก็จะปฏิเสธการเข้ามา ในอดีตส่วนใหญ่ที่จะเข้ามาในประเทศจะต้องมีการขอวีซ่าแต่ปัจจุบันมีการเปิดฟรีวีซ่า ก็จะมีผลกระทบพอสมควรในเรื่องของการที่เข้ามาแล้วไม่มีเจตนามาท่องเที่ยว เพราะเคยมีข่าวที่เข้ามาแบบฟรีวีซ่าแล้วมาก่ออาชญากรรม หรือใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

เรื่องการเดินทางเข้าประเทศรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีแนวนโยบายไม่เหมือนกัน แต่จะเน้นเรื่องการท่องเที่ยวเป็นหลัก ในการที่มีฟรีวีซ่าก็ดี เพราะเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางมามากขึ้นแต่ในขณะปัจจุบันมีเหตุการณ์ระหว่างประเทศเรื่องความมั่นคงในประเทศเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการในเรื่องการอำนวยความสะดวกควบคู่กับความมั่นคงเป็นหลักเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในประเทศ การทำงานจะทำร่วมกับหลายหน่วยงาน แต่ในขณะนี้ยังไม่การรายงานการกระทำความผิดเข้ามา อยากจะเรียนนักท่องเที่ยวว่าอาจจะไม่ได้รับความสะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ทาง ตม.2 ก็มีแผนการรองรับ ในตอนนี้สูงสุดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากประตูเรื่องบินจนถึงด่านตรวจ ตม. ใช้เวลาไม่ถึง 40 นาที


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ประชาชนรากหญ้า” เสียงจริงที่ถูกเมิน “พีโก้ โกโก้” เดินชนกลางเวทีรัฐ จี้ SME Bank ปรับเกณฑ์สินเชื่อ ถึงทุนจริง

แชร์เนื้อหานี้

ชุมพร – นางสาวพลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม “ฝ่าฟัน ดัน SMEs สู่แหล่งทุน” ณ โรงแรมมรกตทวิน จังหวัดชุมพร โดยมี นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และว่าที่ร้อยตรี กิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรเข้าร่วมงานแต่ท่ามกลางเวทีนโยบาย

เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการฐานรากได้ดังขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 หลัง คุณวัยญากรณ์ คงสุวรรณ์ภานิช หรือ “ป๊อป โกโก้” เจ้าของแบรนด์ “พีโก้ โกโก้ ชุมพร” เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ เพื่อทวงถามความเป็นธรรมในการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการรายย่อย
การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ใช่การขอความเห็นใจ

แต่คือการ ชี้ความจริงที่รัฐยังหลีกเลี่ยงจะมอง ว่าแม้รัฐบาลจะโหมประชาสัมพันธ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี วงเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ผ่าน SME D Bank หากในทางปฏิบัติ “เงินรัฐยังไม่ถึงมือคนทำจริง” โดยเฉพาะผู้ประกอบการฐานรากและคนตัวเล็กในชุมชนทุนมี แต่คนจนเข้าไม่ถึงสาระสำคัญในหนังสือร้องเรียนระบุชัดว่า

หลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อยังตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการรายย่อยเอื้อมไม่ถึงผู้ประกอบการจำนวนมากไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีงบสวย แต่มีการผลิตจริง มีตลาดจริงมาตรการรัฐกลับกลายเป็นโอกาสของรายใหญ่ ขณะที่คนฐานรากยังติดหล่มระบบ
คุณวัยญากรณ์ย้ำว่า หากรัฐยังใช้ “แว่นตาคนเมือง” มองผู้

ประกอบการท้องถิ่น นโยบายช่วยเหลือก็จะเป็นเพียง ฉากสวยบนเวที แต่ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้าได้อย่างแท้จริง
งานเดินต่อ แต่คำถามยังคาใจประชาชนแม้บรรยากาศงานจะดำเนินไปตามกำหนด พร้อมการนำเสนอแนวคิด “เติมทุน เติมความรู้ เติมโอกาส”

และมาตรการแก้หนี้ “3 ลด ปลดหนี้” แต่กรณีของ “พีโก้ โกโก้” ได้กลายเป็น ภาพสะท้อนชัดเจน ว่า ช่องว่างระหว่างนโยบายบนกระดาษ กับชีวิตจริงของประชาชนยังห่างไกลเหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล หากแต่เป็น เสียงแทนคนตัวเล็กทั้งประเทศ ที่กำลังตั้งคำถามกลับไปยังรัฐว่า นโยบายช่วย SME วันนี้ ช่วยเพื่อใคร—เพื่อรายใหญ่ในเอกสาร หรือเพื่อประชาชนรากหญ้าที่กำลังดิ้นรนอยู่หน้างานจริง
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผวจ.โคราช นำทีม กต.ตร. เปิดใจคุย เดินหน้าพัฒนางานตำรวจเพื่อสังคม/ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส รพ.ปากช่องนานา

แชร์เนื้อหานี้

จังหวัดนครราชสีมาเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนางานตำรวจอย่างมีส่วนร่วม จัดการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม ณ ภัตตาคารเสียวเสี้ยว โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา

การประชุมครั้งนี้มุ่งรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา การแจ้งข่าวสาร และการสร้างสรรค์งานบริการสังคม โดยเน้นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อยกระดับความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และประสิทธิภาพในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

ในที่ประชุมมีผู้แทนหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พลตำรวจตรีณรงค์ศักดิ์ พรมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พันตำรวจเอกนิรันดร์ แก้วอินทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา

ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เสนอแนวทางการพัฒนางานตำรวจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน พร้อมย้ำบทบาทของ กต.ตร. ในการเป็นกลไกสำคัญเชื่อมโยงภาครัฐ ตำรวจ และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการให้บริการ สร้างความอุ่นใจ และเสริมความเข้มแข็งให้สังคมโคราชอย่างยั่งยืน.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ /ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

ส.ท่องเที่ยวเขาใหญ่ ส่งความสุขคริสต์มาส สวมชุดซานตาคลอส–ไดโนเสาร์บุกวอร์ดเด็ก มอบกำลังใจน้องป่วย รพ.ปากช่องนานา

วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 น. บรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มที่ โรงพยาบาลปากช่องนานา เมื่อ สมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ จับมือจิตอาสาชมรมฮักเขาใหญ่ ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา เทศบาลเมืองปากช่อง และภาคีเครือข่าย แต่งชุดซานตาคลอส ไดโนเสาร์ และฮีโร่สุดน่ารัก นำขนม–ตุ๊กตา มอบถึงขอบเตียง สร้างกำลังใจให้น้องๆ ผู้ป่วยเด็กในวันคริสต์มาส

กิจกรรมครั้งนี้สร้างเซอร์ไพรส์และเสียงหัวเราะให้เด็กๆ ที่กำลังรักษาตัว หลายคนยิ้มกว้างเมื่อซานตาคลอสและไดโนเสาร์เดินเข้าไปทักทายใกล้ชิด พร้อมมอบของขวัญและคำอวยพร เพื่อเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้หายป่วยเร็ววัน
นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ ระบุว่า กิจกรรมจิตอาสานี้จัดต่อเนื่องทุกปีในช่วงคริสต์มาสและวันเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลรู้สึกโดดเดี่ยว และ

ได้ร่วมรับความสุขเช่นเดียวกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งนี้ ทีมจิตอาสาเขาใหญ่เตรียมไฮไลต์ชุดแฟนซีหลากหลาย อาทิ ซานตาคลอส ช้าง กระทิง ไดโนเสาร์ และซูเปอร์ฮีโร่ ตอกย้ำพลังความร่วมมือของชุมชน ที่ร่วมกันส่งต่อความสุขเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ให้กับหัวใจของเด็กๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความหวัง.

ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน