คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวอาชญากรรม

สื่อรัฐทีวีสื่อรัฐนิวส์ / จับขบวนการขนแรงงานเถื่อน หัวใสปลอมพาสปอร์ต เจอข้อหาหนัก/ รวบแล้ว! ไอ้ต้อมมือมีดขู่ชิงทรัพย์เหยื่อสาว/จับกุมบุคคลต่างด้าว 6 รายหลบหนีเข้าเมือง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ตำรวจทางหลวงชุมพร-ตม.ชุมพร ผนึกกำลังสกัดขบวนการขนแรงงานเถื่อน หัวใสปลอมพาสปอร์ตหวังตบตาเจ้าหน้าที่ เจอข้อหาหนัก ปลอมหนังสือเดินทาง-ตราประทับ โทษจำคุกสูงถึง 10 ปี
วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน พ.ท.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล.จับกุม
บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชาย 10 คน หญิง 3 คน รวมทั้งหมด 13 คน เจ้าพนักงานตำรวจทางหลวง ส.ทล.๔ กก.๒ บุก.ทล. น้ำโดย ร.ต.ชรัญ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.๔ กก.๒ บก.ทล, ด.ต.หญิง มณีรัตน์ จันทร์ประณต, จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์ ,จ.ส.ต.อมรเทพ อินนิมิตร ผบ.หมู่ ส.ทล.๔ กก.ทล, เจ้าหนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร นำโดย พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.ชุมพร, ร.ท.สานุพงษ์ บัวศรี รอง สว.ตม.ชุมพร, ด.ต.สัณชัย ชื่อตรง, ด.ต.ยุทธพงษ์ อบเชย, ด.ต.ศราวุฒิ เล่งระบำ ผบ.หมู่ ตม.ชุมพร

สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 กม.482 ขาล่องใต้ ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพรร่วมกันจับกุม บุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ชาย 10 คน หญิง 3 คน รวมทั้งหมด 13 คน ในข้อหา

  1. ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม 2. ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น 3. เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจยึดของกลาง หนังสือเดินทางประเทศเมียนมา (ปลอม) จำนวน 13 เล่ม

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยเมื่อถึงบริเวณถนนเพชรเกษม กม.482 ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่พบรถตู้โดยสารซึ่งขับมาทางช่องทางซ้ายมีลักษณะบรรทุกหนักน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามพร้อมเปิดสัญญาณไฟเรียกให้รถคันดังกล่าวหยุดเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่ คือ นายคุณากรฯ สัญชาติไทย และตรวจพบบุคคลต่างด้าวที่โดยสารมาภายในรถจำนวน 13 คน (ชาย 10 คน และหญิง 3 คน)

เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถาม นายคุณากรฯ (ผู้ขับขี่รถตู้โดยสาร) ว่ารับคนต่างด้าวมาจากที่ใด โดยนายคุณากรฯ แจ้งว่ารับมาแรงงานต่างด้าวมาจากจังหวัดราชบุรีเพื่อจะไปส่งที่จังหวัดชุมพร จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางที่แรงงานต่างด้าวนำติดตัวมาด้วย โดยพบว่าหนังสือเดินทางมีลักษณะผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญมาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชุมพร ผลการตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางประเทศเมียนมา ทั้ง 13 เล่ม เป็นของปลอม

พบมีการแก้ไขตัวเลข ชื่อ-สกุล ลักษณะตัวอักษร ตัดต่อภาพใบหน้า ประกอบกับผู้ต้องหาไม่สามารถจำรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของตนเองที่ตรงกับหนังสือเดินทางได้ และเมื่อตรวจสอบการตรวจลงตรา (VISA) ภายในหนังสือเดินทางก็ไม่พบข้อมูลในระบบของตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่า “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม, ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น และเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยได้รับอนุญาต” พร้อมจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น แรงงานต่างด้าวทั้ง 13 คน ให้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยแจ้งถึงสาเหตุที่ทำหนังสือเดินทางปลอมก็เพื่อหวังที่จะตบตาเจ้าหน้าที่ในระหว่างการเดินทาง โดยยอมจ่ายค่าจ้างทำหนังสือเดินทางปลอมในราคาเล่มละ 15,000 บาท ให้กับนายหน้าชาวเมียนมา จากนั้นได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจากเมืองพะยาโตนซู ผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี
ในส่วนของคนขับรถตู้ ให้การว่าขณะที่ตนเองขับขี่รถตู้เพื่อนำส่งผู้โดยสารกลุ่มนี้ไปยังจุดหมาย ได้มี เจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจสอบภายในรถ ตนจึงให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตามปกติ โดยตนไม่ทราบว่ากลุ่มผู้โดยสารกลุ่มนี้เป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เนื่องจากมีพาสปอร์ตมาแสดงก่อนใช้บริการรถตู้ของตนทุกคน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ในปัจจุบันมีการปลอมหนังสือเดินทางในกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงขอให้นายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว นำแรงงานต่างด้าวที่มาสมัครงานไปขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อเป็นการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนรับเข้าทำงาน และในส่วนของแรงงานที่มีความจำเป็นจะต้องขึ้นทะเบียนผ่านนายหน้า ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของนายหน้าให้ดี ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของ “นายหน้าเถื่อน”
สำหรับโทษของการใช้หนังสือเดินทางปลอม มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และมีโทษปรับ ตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท

รวบแล้ว! ไอ้ต้อมมือมีดขู่ชิงทรัพย์เหยื่อสาว จนมุมคาบ้านพัก
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านมาบอำมฤต ร่วมกับ บก.สส.ภ.8 และชุดเฉพาะกิจ ภ.จว.ชุมพร จับกุม นายอดุลย์ หรือต้อม อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีชิงทรัพย์โดยมีอาวุธพร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง เหตุเกิดพื้นที่ ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

จากกรณี วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 15.45 น. น.ส.ละมุลาผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีแดง-ดำ ออกจากบ้านในหมู่บ้าน ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาชิงทรัพย์ โดยใช้มีดขู่ชิงทรัพย์ ภายในซอย ทรัพย์สินที่ถูกชิงไป กระเป๋าผ้าสีฟ้า เงินสดประมาณ 19000 บาท บัตร ATM ธ.กรุงเทพ พร้อมบัตรประชาชน พระเครื่อง 1 องค์ โทรศัพท์มือถือ OPPO สีดำ พร้อมซิม AIS

เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนโดยตรวจสอบกล้อง CCTV หลายจุด พบภาพคนร้ายขับรถ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า
ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขณะหลบหนีจากจุดเกิดเหตุ ต่อมาพบว่าคนร้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเกิดเหตุ จากเสื้อสีขาวเป็นสีเหลือง(ตรวจพบเสื้อสีขาวและกระเป๋าของผู้เสียหายในพงหญ้า ระหว่างทางหลบหนี) ตรวจสอบ สัญญาณโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย พบว่ามีการเคลื่อนที่ไปพร้อมกับตำแหน่งของผู้ต้องสงสัย จากพื้นที่ ต.ดอนยาง ไปถึงบริเวณบ้านหนองมาก
ต่อมา พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบ สภ.บ้านมาบอำมฤต ตรวจสอบ ตำรวจติดตามจนพบรถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเงิน-ฟ้า ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ทิ้งไว้ในสวนยางใกล้บ้านผู้ต้องสงสัยจากการตรวจสอบพบว่า นายอุดลย์ หรืออ้อม แก้วดำ เป็นผู้ครอบครองรถและมีพฤติการณ์ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด พยานคือ ยืนยันภาพบุคคลในกล้องว่าเป็นนายอุดลย์ ตำรวจสอบสวนและเชื่อมโยงหลักฐานทั้งหมด (ภาพจาก CCTV, โทรศัพท์, เสื้อผ้า, รถจักรยานยนต์) สรุปว่าคนร้ายคือ นายอุดลย์ หรือ ต้อม

เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม นายอุดลย์ หรือ ต้อม สถานที่จับกุม บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 2 ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อ 21 ต.ค. 68 เวลาประมาณ 04.00 – 15.00 น. นำโดย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,พ.ต.ท.ชัยญากรณ์ ศรีสัมฤทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.บ้านมาบอำมฤต , ร.ต.อ.มนตรี บุญรัตนไพโรจน์ รอง สว.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ,ร.ต.ท.วัชรินทร์ เมฆา ,ร.ต.ต.โสภณ หญีตคง รอง สว.(ป.)ฯ ,ร.ต.ท.ปัญญา ศรีวิลัย รอง สว.(ป.)ฯ ,ร.ต.ต.โยธิน ทั่งเหล็ก รอง สว(ป)ฯ ,ด.ต.เอก ตันลักขณาชัย ,จ.ส.ต.ณภัทรพงษ์ แก้วโกมล ผบ.หมู่(ผช.พงส)ฯ ,จ.ส.ต.วิศิษฏ์ เชี่ยวเลี่ยน ผบ.หมู่.(ป)ฯ ,ส.ต.อ.ณัฐพล แก้วพิชัย ผบ.หมู่.(ป)ฯ , ส.ต.อ.สิทธิโชค เหมาะเจาะ ผบ หมู่(ป)ฯ ,ส.ต.ท.จุฑาชัย พินทอง ผบ.หมู่(ผช.พงสฯ)ฯเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด บก.สส.ภ.8 นำโดย พ.ต.ท.ฐิติณัฏฐ์. ศรีสังข์ รอง ผกก.สืบสวน 3 ปรก.หน.ชป.ชุมพร ,ร.ต.อ.ปรัชญา ชัยงาม รอง สว. กก.สส.3 บก.สส.ภ.8 ,ด.ต.เริงชัย แดงบำรุง ผบ.หมู่ กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 ,จ.ส.ต.เป็นหนึ่ง ชาญนคร ผบ.หมู่ กก.ปพ. บก.สส.ภ.8 ,ส.ต.ท.กันตพงษ์ เพียรดี ผบ.หมู่ กก.ปพ. บก.สส.ภ.8

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ฉก.ภ.จว.ชุมพร นำโดย ร.ต.อ.ศักดิ์ไชย ไชยศรี รอง สวฯ ,ร.ต.ท.ธวัชชัย บุญส่งแก้ว รอง สวฯ ,ร.ต.ท.วิวัฒน์ ทองศิริ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.คนึง อินทรสุวรรณ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.ประดิษฐ์ จันทร์เกตุ รอง สว.ฯ ,ร.ต.ต.ไพรัตน์ อินกล้า รอง สว.ฯ ,ด.ต.กฤษดา กุมพิมล ,ด.ต.นันทโชติ ผลพานิช
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสะกดรอย กก.ตชด.41 นำโดย ร.ต.ท.สาคร ไชยฉิม ผบ.มว.สค ,ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ บุตบัณฑิตย์ผบส.สะกดรอย กก.ตชด.41เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเครื่องมือพิเศษ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ส.ต.ท.รัฐพงศ์ แท่นนาค ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ,ส.ต.ท.ศุภณัฐ ศิริพันธ์ ผบ หมู่ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8

ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายอดุลย์ หรือต้อม แก้วคำ (1-8602-00062-72-8) อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 ม.5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร (จากการตรวจสอบข้อมูลจากทะเบียนราษฎร) เป็นบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.413/2568 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ตามคดีอาญาที่ 262/2568 ของสถานีตำรวจภูธรบ้านมาบอำมฤต ในฐานความผิด “ชิงทรัพย์ โดยทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยมีอาวุธ(มีด) โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมด้วยของกลาง 1.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Redmi Note 13 5g สีดำ หมายเลขอีมี่

1 : 865063076424128 หมายเลขอีมี่ 2 :865063076424136 จำนวน 1 เครื่อง 2.โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Realme สีฟ้า ดำ หมายเลขอีมี่ 1 : 863571042360434 หมายเลขอีมี่ 2 : 863571042360426 จำนวน 1 เครื่อง 3.โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด ยี่ห้อซัมซุง สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ไม่มีแบตเตอรี่และซิมการ์ด) 4.โทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกด ยี่ห้อ Beyand สีดำ จำนวน 1 เครื่อง (ไม่มีแบตเตอรี่และซิมการ์ด)เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนนายอุดลย์ หรือ ต้อม ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา รวบรวมหลัดฐานที่ก่อเหตุแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านมาบอำมฤตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับกุมบุคคลต่างด้าว 6 รายหลบหนีเข้าเมือง พื้นที่ อ.ท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อ 21 ต.ค.68 เวลา 09.45 น. ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ต.จิตเกษม สนขำ ผบก.ภ.จว.ชุมพร,พ.อ.นิพนธ์ อินใหม่ รอง ผอ.รมน. จังหวัด ชุมพร.พ.ต.อ.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ ผกก.สืบสวน.ภ.จว.ชุมพร,

พ.ต.ท.สุรพศ สุทธิเกิด รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร, พ.ต.ท.พงศธร พิชิตชลพันธุ์ รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร.พ.ต.ท.พิระวัตร์ วงศ์ศิริเมธีกุล สวญ.ตม. จว.ชุมพร,พ.ต.ท.สันติ มณีรัตน์ สว.ตม.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.วชิรพิศักดิ์ ณ สงขลา สว.ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓ กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร นำโดย พ.ต.ท.วิวัฒน์ ฉิมมณี สว.กก.สืบสวน

ภ.จว.ชุมพร,ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ สมสนิท รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร, ด.ต.สมยศ ยังวัฒนา,ด.ต.ธรัช วัฒนไชย,จ.ส.ต.ภาณุวัฒน์ สูงสง่าวงศ์, จ.ส.ต.ก้องศักดิ์ ชูแก้ว.ส.ต.ท.ณัฐชัย สุขประวิทย์ ส.ทท.๒ กก.ทท.๒ บก.ทท.๓ นำโดย ร.ต.อ.คณิศร บุญสิน รอง สว.ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓.ค.ต.ยุทธ พงศ์ เรื่องดำ ผบ.หมู่ ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท.๓.ต.ต. สิงหา นิรัญชอน ผบ.หมู ส.ทท.๒ กก.๒ บก.ทท. กอ.รมน.จังหวัด.ชุมพร นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ หน.ชรด.๔๐๓ (ชพ), พ.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว หน.ฝ่ายการข่าวฯ, จ.ส.อ.อรรถพล คลี่บำรุง

ผช.หน.ชรต.๔๐๓(ชพ), จ.ส.อ.พงค์ศิลป์ รุ่งอาญา จนท.ฝ่ายการข่าวฯ จ.ส.อ.ธนวรรธน์ บรรจงศิริทัศน์ สตม.ชุมพร นำโดย ร.ต.ท.สานุพงษ์ บัวศรี รอง สว.(สส.) ตม.จว.ชุมพร,ด.ต.ไตรวิช จันทร์เจริญ ด.ต.คมสัน ทองรักจันทร์ ด.ต.พงษ์ บันลือเขตต์ ผบ.หมู่ ตม.จว.ชุมพร ร้อย ตชด.๔๑๔ นำโดย ร.ต.ท.นพพนันท์ ศรีสุภะ รอง.ผบ.ร้อย ตชด๔๑๔..ร.ต.ท.สิทธิพงษ์ ชื่นจิตร หัวหน้า ชุด ชป.ข่าวลับ.ด.ด.ทศพล รัตนบุตรา เจ้าหน้าที่ประจำชุด, ส.ต.ท.ณัฐพงษ์ อินทนา เจ้าหน้าที่ประจำชุด
ได้ร่วมกันจับกุมตัว บริเวณถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ กม.458 ถึง กม.459 ม.2 ต ทรัพย์อนันต์ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

๑.MR.WILL YAN TUN อายุ ๒๐ ปี(สัญชาติเมียนมาร์) เลขประจำตัวคนต่างด้าว ๖๖๗๔๖๙๐๐๐๐๕๔๙ ผู้ขับขี่ ๒.MR.MG AUNG SAN อายุ ๒๔ ปี(สัญชาติเมียนมาร์) เลขประจำตัวคนต่างดาว ๖๖๔๔๖๙๐๐๐๕๐๑๐ ผู้ชอน
3.MR.HEIN MIN TUN อายุ 19 ปี 4.MR.NINE NINE OO อายุ 21 ปี 5.MRS.AYE THET TUN อายุ 20 ปี
6.MRS.THU ZAR MON อายุ 30 ปี พร้อมตรวจยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น เวฟ๑๑๐ไอ สีน้ำเงินดำ ป้ายทะเบียน ๑กง๔๘๖๑ เพชรบุรี พร้อมพ่วงข้างมีหลังคา จำนวน ๑ คัน

สอบถามผู้นำพา แจ้งว่าตนทำงานอยู่ล้งทุเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอท่าแซะ ได้ไปรับเพื่อนกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่หลบหนีเข้าเมือง แล้วมาแอบหลบซ่อนอยู่กับเพื่อนแรงงานด้วยกันบริเวณข้างเคียง เพื่อพาไปหาสมัครงาน จนมาเจอชุดเจ้าหน้าที่ตรวจและถูกจับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันให้พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ตามมาตรา ๖๔ แห่ง พระราชบัญญัติคนเขาเมือง พ.ศ.๒๕๒๒”เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานจึงนำส่งตัว สภ.ท่าแซะ ดำเนินคดี ต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชาวบ้านชูป้าย “ยุติความรุนแรงปฏิเสธความรุนแรง” ร่วมส่งเสียงเรียกร้องให้คืนความสงบสู่ชุมชน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้( 17 ตุลาคม 2568) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลังของชาวบ้านจากหลายชุมชนในพื้นที่อำเภอยี่งอ พร้อมใจกันออกมาเดินขบวนแสดงพลัง “ต่อต้านความรุนแรง”หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดร้านน้ำชากลางชุมชน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุระเบิดในครั้งนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บรวม 17 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 4 ราย ถูกส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ส่วนที่เหลือแพทย์อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยชาวบ้านจากหลายชุมชนในพื้นที่ ที่พร้อมใจกันออกมาเดินขบวนแสดงพลัง “ต่อต้านความรุนแรง” รวมพลัง “ปฏิเสธความรุนแรง“ ซึ่งบรรยากาศของการเดินขบวนในวันนี้เต็มไปด้วยพลังและความตั้งใจของประชาชนในพื้นที่ ที่ต้องการแสดงออกถึงจุดยืนร่วมกันว่า “ไม่ยอมรับความรุนแรงในทุกรูปแบบ” ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยต่างถือป้ายข้อความ “ยุติความรุนแรง” “ปฏิเสธความรุนแรง” และ “คืนสันติสุขให้บ้านเรา” เพื่อส่งสารไปยังผู้ก่อเหตุให้ยุติการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้บริสุทธิ์

ทั้งนี้เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่เคยสงบและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ชาวบ้านจึงออกมาแสดงพลังในครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้คืนความสงบสุขให้กับพื้นที่ และยืนยันว่า “การใช้ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของปัญหาใด ๆ”นายนิมูฮัมหมัด นิเลาะ ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะเทือนใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจและความตกใจให้กับคนในชุมชนอย่างมาก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยี่งอถือเป็นพื้นที่สงบ ไม่ค่อยมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น

“ครั้งนี้เราทุกคนรู้สึกช็อกครับ เพราะยี่งอของเราไม่เคยมีเหตุแบบนี้มานานแล้ว ชุมชนเราสงบ อยู่กันแบบพี่น้อง เราเจอกันทุกวันที่ร้านน้ำชา กินข้าวด้วยกัน คุยกันเหมือนครอบครัว แต่พอเกิดเหตุแบบนี้ ทุกคนเศร้าและกลัวมากครับ”หลังเหตุการณ์นี้ ชาวบ้านได้พูดคุยกันและตัดสินใจรวมพลังออกมาเดินขบวน เพื่อส่งเสียงถึงผู้ก่อเหตุว่า “พวกเราชาวยี่งอไม่ต้องการความรุนแรงอีกต่อไป”“เรามาเดินกันวันนี้เพราะอยากบอกว่า พอแล้วครับ อย่าทำแบบนี้กับคนบริสุทธิ์อีกเลย… หลังจากนี้เราจะช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ ใครมาจากนอกพื้นที่เราก็จะคอยสังเกต คอยแจ้ง ถ้ามีสิ่งผิดปกติ เราไม่อยากให้ใครต้องบาดเจ็บอีก”เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า“เหตุการณ์เมื่อวาน ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายในยี่งอ อยากให้ลูกหลานของเรากลับมาใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยอีกครั้ง อยากเห็นบ้านเราสงบเหมือนเดิมครับ”

และในวันเดียวกัน นายกิตติพงษ์ อำพันธ์ นายอำเภอยี่งอ พร้อมด้วย น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บและญาติ รวมถึงครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมมอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นนายกิตติพงษ์เปิดเผยว่า จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่ามี 11 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิด และขณะนี้ได้จัดทำข้อมูลเพื่อเสนอจังหวัดช่วยเหลือเยียวยาทั้งในส่วนของทรัพย์สินและร่างกาย เราได้มอบเงินช่วยเหลือรอบแรกไปแล้ว

และกำลังเร่งเอกสารเพื่อจ่ายรอบสองให้กับผู้บาดเจ็บสาหัสทั้ง 4 ราย ขณะเดียวกันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในเขตชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนขณะที่ น.อ.จักรพันธ์ จันทร์หอม กล่าวว่า หน่วยความมั่นคงทั้งสามฝ่าย — ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง — ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เราจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปโดยไม่มีความยุติธรรม ผู้กระทำต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตามแม้เหตุระเบิดในครั้งนี้จะสร้างบาดแผลทั้งทางกายและใจ แต่การรวมตัวของชาวบ้านในครั้งนี้สะท้อนพลังของประชาชนที่ไม่ยอมให้ความรุนแรงมาทำลายความสงบสุขที่ร่วมกันสร้างมา ทุกเสียง ทุกก้าวของชาวยี่งอในวันนี้ คือคำประกาศชัดเจนว่า “เราปฏิเสธความรุนแรง และจะร่วมกันปกป้องบ้านของเราให้ปลอดภัยอีกครั้ง”
///////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิงห์เมืองมุก ผนึกกำลัง สิงห์ดงหลวง! บุกจับผู้ค้ายาเสพติดกลางผึ่งแดด ยึดยาบ้า 400 เม็ด

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร (ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร)

ได้สั่งการให้นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร (สิงห์เมืองมุก) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหารที่ 2

บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง ภายใต้การอำนวยการของนายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง)

โดยมีนายชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง (สิงห์ดงหลวง) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” จำนวน 1 ราย และ“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน)

โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จำนวน 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มุกดาหาร #ยาเสพติด #ฝ่ายปกครอง #สิงห์เมืองมุก #สิงห์ดงหลวง #ผึ่งแดด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้/////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ยึดยาบ้าเกือบ 2 แสนเม็ด 1 ล้านบาท ผู้ต้องหา 197 ราย เครือข่ายใหญ่7 ราย หลังแก๊งยาบ้าเปลี่ยนวิธีใช้รถแท็กซี่ขนยาบ้าพื้นที่ศรีสะเกษ

แชร์เนื้อหานี้

***วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดในช่วงวันที่ 1 – 13 ตุลาคม 2568 ซึ่งจากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งหมด 197 คน ของกลางยาบ้าจำนวน 199,975 เม็ด และยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาคดียาเสพติดรวมมูลค่าประมาณ 1,050,000 บาท ซึ่งการจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ

***ทั้งนี้ สำหรับการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญในเดือนตุลาคม ชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ซึ่งประกอบด้วยตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ สามารถสืบสวนติดตามและจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญได้ 1 เครือข่าย จำนวน 5 ราย ผู้ต้องหา 4 คน ของกลางยาบ้า 190,000 เม็ด และยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 920,000 บาท หนึ่งในนั้นเป็นรถแท็กซี่ที่พ่อค้ายาใช้ขับขนสินค้ากระจ่ายให้ลูกค้าในพื้นที่ต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 7 ราย

***พล.ต.ต.ศุภชัย ศักรินพานิชกุล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ประชาชนและลดปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และขอความร่วมมือจากประชาชนและสถานประกอบการทุกแห่งในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ค้า หรือผู้ใช้สถานประกอบการในการกระทำผิดโดยสามารถแจ้งข้อมูลได้ผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, Application Police I lert U และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดศรีสะเกษ สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างเข้มข้น โดยการร่วมมือของประชาชนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เพราะนอกจากเจ้าหน้าที่รัฐจะดำเนินการจับกุมและปราบปรามแล้ว ข้อมูลจากชาวบ้านถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยลดปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ


***นายสุริยา บุตรจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า การปฏิบัติการนี้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยต้องดำเนินการอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด


***นโยบายของรัฐบาลเน้นการดำเนินงานตามกฎหมายไทยและหลักสากลอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน การสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด การปิดล้อมตรวจค้น การทำลายเครือข่าย และการสืบสวนขยายผลผู้ค้ายาเสพติดในทุกระดับ จึงถือว่าการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการ “พิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้” และยุทธการ “238 พิทักษ์นครลำดวน” ของจังหวัดศรีสะเกษ


***ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 และจังหวัดศรีสะเกษ ยังคงเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมระดมกวาดล้างยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดและลดปัญหาอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนที่พบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทุกช่องทางที่กำหนดโดยเจ้าหน้าที่ ทั้งสายด่วนและแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “นาทีระทึก! เด็กน้อยกลืนเหรียญ คุณแม่โพสต์สุดสะเทือนใจ ‘บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่’”

แชร์เนื้อหานี้

“หัวอกคนเป็นแม่แทบสลาย 💔 เมื่อลูกน้อยเผลอกลืนเหรียญเข้าไป! โพสต์ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลูกพ้นอันตราย 🙏
ภาพเอกซเรย์เห็นชัด เหรียญขนาด 17 มิลลิเมตรติดในช่องท้อง แพทย์เร่งดูอาการใกล้ชิด – ขอให้น้องปลอดภัย ❤️”

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดมุกดาหารว่า มีคุณแม่รายหนึ่งได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะอยู่ที่ โรงพยาบาลมุกดาหาร “บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ พระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวบุตรเทวดาเพิลงยังช่วยอยู่ 🙏🙏🙏🙏” พร้อมแนบภาพลูกชายตัวน้อยในชุดคนไข้ และภาพเอกซเรย์ที่แสดงให้เห็นวัตถุโลหะคล้ายเหรียญในช่องท้อง
จากภาพฟิล์มพบว่า วัตถุดังกล่าวมีขนาด ประมาณ 17.37 มิลลิเมตร เบื้องต้นคาดว่าเด็กน่าจะเผลอกลืนเหรียญเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ

👩‍⚕️ ขณะนี้แพทย์อยู่ระหว่าง เฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยของน้อง

บทเรียนสำคัญสำหรับพ่อแม่ทุกคน อย่าประมาทกับของเล็ก ๆ ในบ้าน

🙏 ขอให้ น้องปลอดภัย หายดีในเร็ววัน ❤️

⚠️ คำเตือนจากแพทย์
กรณีเด็กกลืนสิ่งแปลกปลอม เช่น เหรียญ ถ่านกระดุม หรือของเล่นชิ้นเล็ก ❗ ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์
❌ ห้ามพยายามล้วงคอ หรือทำให้อาเจียนเอง
✅ รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที เพื่อให้แพทย์เอกซเรย์และวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง
👶 คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง

  • เก็บเหรียญ ถ่านกระดุม และของชิ้นเล็กให้พ้นมือเด็ก
  • ห้ามให้ของเล่นที่มีชิ้นส่วนเล็กกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
  • หากเด็กมีอาการไอ สำลัก หรือกลืนลำบาก ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

กลืนเหรียญ #ขอให้น้องปลอดภัย #เตือนภัยพ่อแม่ #อุบัติเหตุในเด็ก #โรงพยาบาลมุกดาหาร #ข่าวมุกดาหาร #บทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้_////เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ทหารพรานมุกดาหารสกัดยึด จยย.จีออโน่ ต้องสงสัย เตรียมลักลอบข้ามโขง

แชร์เนื้อหานี้

กองบังคับการควบคุมที่ 1 [ร.3] กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2105 มุกดาหาร หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบลำเลียงรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ริมเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขงชุมชนศรีมงคลเหนือ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ต.มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร
เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำความผิด รวมถึงสิ่งของผิดกฎหมายตามแนวชายแดน

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นจีออโน่ สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน ตรงตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปข่าวชายแดนมุกดาหาร #ทหารพราน2105 #กกลสุรศักดิ์มนตรี #สกัดรถจักรยานยนต์ลักลอบข้ามโขง #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้///ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.เชียงราย แถลงข่าวการตรวจยึดยาบ้า 1 แสนเม็ด พร้อมผู้ต้องหา 4 คน หลังทราบว่าเตรียมส่ง ชัยภูมิ กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

เวลา 13.30 น.วันที่ 8 ต.ค.68 พล.ต.ต.มานพ เสนากูลผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร รรท.ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้า จำนวน 100,000 เม็ด โดยสามารถจับกลุ่มผู้ต้องหาได้จำนวน 4 คน คือ นายณพล หรือแบงค์ สงวนนาม อายุ 32 ปี ชาว ต.เมืองฝ้าย อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ น.ส.โสรยา หรือโม สงวนนามสกุล อายุ 26 ปี ชาว ต.ทุ่งกระเด็น อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ น.ส.กชพร หรือมุก สงวนนามสกุล อายุ 41 ปี ภูมิลำเนา ต.เขื่องใน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี นายสนธยา หรือเวย์ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านคู่ อ.เมือง จ.เชียงราย

โดยการจับกุมครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ รับผิดชอบ สภ.เมืองเชียงราย จึงได้จัดกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามเส้นทาง จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 7 ตุลาคม 2568 ทางเจ้าหน้าที่ได้พบรถต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้ง จึงได้ตั้งจุดสกัด ที่ ถนนเวียงบูรพา ม.5 ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พบรถต้องสงสัย ผ่านเข้ามา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ พย น.ส.โสรยา เป็นผู้ขับขี่ และนายณพล เป็นผู้โดยสาร แต่จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายภายในรถ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติเนื่องจาก ผู้ต้องสงสัยภายใน ได้ตรวจสอบโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลาจึงได้ ขอดูในโทรศัพท์พบว่ามีภาพยาเสพติดอยู่ในโทรศัพท์ จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้พร้อมกับทำการสอบสวน และขยายผลจนกระทั่งสามารถ ตรวจค้นและตรวจยึดยาบ้าของการได้ที่ห้องพักในพื้นที่ ม.1 ต.สันทราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย พร้อมกับจับกุม น.ส.กชพร กับ นายสนธยา ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดได้เช่าไว้ นานกว่า 3 เดือนแล้วโดยผู้ต้องหาได้ให้การว่าของกลางยาบ้าทั้งหมดได้รับมาจากในพื้นที่ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายโดยจะแบ่งการนำไปส่งปลายทางที่จังหวัดชัยภูมิและส่วนหนึ่งจะนำส่งเข้าไปที่กรุงเทพฯ โดยในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบแล้วว่าเครือข่ายมีใครร่วมขบวนการบ้างซึ่งจะได้ทำการออกหมายจับและติดตามจับกุมต่อไป

พลตำรวจตรีมานพ เสนากูล กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในครั้งนี้สืบเนื่องจากประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสทางเจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมเครือข่าย ได้ทั้งหมดซึ่งเราสามารถสืบทราบแล้วว่าผู้อยู่เบื้องหลังมีใครบ้างและปลายทางที่รับมีใครโดยจะได้ ให้เจ้าหน้าที่ทำการติดตามขยายผลและจับกุม ซึ่งหลังจากนี้ ประชาชนทั่วไป หากมีผู้ใดได้รับเบาะแสยาเสพติดสามารถติดต่อ ที่ สถานีตำรวจใกล้บ้านหรือแจ้งมาที่ LINE official ส่วนตัวของผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายโดยตรง เพื่อให้ข้อมูล ของ ผู้กระทำผิดเพื่อจะได้จับกุมและเป็นการป้องกันไม่ให้เปิดเผย ตัวของพลเมืองดีที่แจ้งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่…

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จับนายโอนรับจ่างตัดปาล์มผันตัวมาเป็นพ่อค้ายาบ้า

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 ชาวบ้านเอื้อมระอาพฤติกรรมมีการมั่วสุมและจำหน่ายยาเสพติดกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย วันที่ 3 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงาน จาก นายวิทยา สุวรรณสิทธิ์ นายอำเภอปะทิว อำเภอปะทิวขอรายงานผลการปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers“ ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด

ตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดชุมพร ปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้น ผู้ติด/ผู้เสพ และจับกุมผู้ค้ายาเสพติด
มอบหมายให้ นายอำเภอปะทิว นายกิติพงศ์ โสมณะ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง สั่งการให้ นายธีระวุฒิ นุชนงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.ปะทิว ที่ 4 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านมาบอำมฤต นำโดย

พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ รอง ผกก.สส.สภ.บ้านมาบอำมฤต ดำเนินการตามปฏิบัติการปิดล้อม ตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ในซอย ตรงข้ามศาลาหมู่บ้าน ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ได้รับการแจ้งเบาะแสของประชาชน บริเวณบ้านหลังดังกล่าวมีการมั่วสุมยาเสพติด และยังมีการจำหน่ายยาเสพติดอีกด้วย

จากการเข้าตรวจสอบ ได้จับกุม นายธนวัฒน์ (สงวนนามสกุล)อายุ 31 ปี ชาว ตำบลปากคลอง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พร้อมด้วยของกลาง 1.ยาเสพติดประเภท1 เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้า) รวม 1,158 เม็ด 2.ยาเสพติดประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน(ยาไอซ์) รวม 14 กรัม 3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง

เจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาว่า “จำหน่ายโดยมียาเสพติดให้โทษประเภท 1เมทแอมเฟตามีน(ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต"จากการสอบสวนนายธนวัฒน์ฯให้การรับสารภาพทุข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปค.ดงหลวงเข้ม! กวาดล้างยานรก บุกจับผู้ค้า – ผู้เสพ ต่อเนื่อง

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง (ศป.ปส.อ.ดงหลวง) ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชายจำนวน 2 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายเอกวัฒน์ เชื้อคำจันทร์ อายุ 32 ปี ราษฎรบ้านโพนไฮ หมู่ 3 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร พร้อมของกลางยาบ้า 35 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำ ขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม และจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดงหลวงดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จะนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูตามระบบ เพื่อให้สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไป

นายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและจังหวัดมุกดาหาร ที่มุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในทุกระดับ ทั้งผู้ค้าและผู้เสพ พร้อมยืนยันว่าอำเภอดงหลวงจะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ปกครองดงหลวงเ #มุกดาหาร #ปราบปรามยาเสพติด #ไม่เอายาเสพติด #สังคมปลอดภัย #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้////ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตำรวจทางหลวงชุมพร ตรวจจับรถแช่ขวา พบหนุ่มใหญ่พกปืนลูกโม่เถื่อนซุกใต้เบาะกระบะ

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ขณะออกตรวจพื้นที่บนถนนทางหลวงหมายเลข 41 ขาล่องใต้ ช่วง กม.7-8 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ได้พบรถกระบะขับแซงช่องทางขวาอย่างผิดกฎหมาย จึงเรียกตรวจ จากการตรวจสอบพบอาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ความยาวลำกล้อง 3 นิ้ว

ซุกอยู่ใต้เบาะคนขับ พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด และซองพกหนังสีดำ 1 ซอง โดยปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีทะเบียน และไม่มีเอกสารอนุญาตครอบครอง วันที่ 2 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

มีการจับกุม “พ.ร.บ.อาวุธปืน” จำนวน 1 ราย เจ้าพนักงานที่ทำการจับกุม ร.ต.ต.ใจเทพ สาลี รอง สว.(ป) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.กิตติชัย ช่วยเกิด ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ด.ต.สมหวัง ส่องแสง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. จ.ส.ต.มาตุภูมิ รัตนคช ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม นายสิทธิพงษ์ (สงวนนามสกุล) สถานที่จับกุม ริมถนน ทล.41 ขาล่องใต้ บริเวณ กม.7-8 ม.6 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อม รถวิทยุฯ 2409 ออกตรวจพื้นที่ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้พบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น ไทรตัน

ได้ขับรถแซงรถวิทยุฯ 2409 ของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม มาในช่องทางเดินรถทางขวา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อเรียกรถคันดังกล่าว เมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทางด้านซ้าย พบ นายสิทธิพงษ์ฯ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ จากการตรวจสอบ พบ อาวุธปืนสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว จำนวน 1 กระบอก อยู่

บริเวณใต้เบาะนั่งฝั่งผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วพบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย จึงได้เชิญตัว นายสิทธิพงษ์ฯ พร้อมด้วยของกลางที่ถูกตรวจพบ มาทำบันทึกการจับกุมที่ สถานีตำรวจทางหลวงชุมพร จากการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง พบว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลขทะเบียนปืน และ ไม่มีเอกสารใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า 1.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร พร้อมด้วยของกลาง

1.อาวุธปืนพกสั้นแบบลูกโม่ ขนาด .38 ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน ขนาดลำกล้อง 3 นิ้ว ไม่มีหมายเลขประจำปืน ไม่มีหมายเลข ทะเบียนปืน จำนวน 1 กระบอก 2.เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 6 นัด 3.ซองพกหนังสีดำ 1 ซองเจ้าหน้าที่ทำบันทึกการจับกุมให้ผู้ถูกจับกุมรับสำเนาไว้เรียบร้อยแล้ว นำส่ง พงส. สภ.บ้านวิสัยเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป