สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.บางพลีห่วงใยประชาชน แจกมวกกันน็อก 100 ใบ ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ 2569

ปีใหม่นี้ตำรวจบางพลีห่วงใยประชาชน โบกแจกมวกกันน็อก 100 ใบ
ถือว่าเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง และเป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่ 7 วันระวังอันตรายจากอุบัติเหตุ หลายภาคส่วนในจังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้ความห่วงใยและข้อกำชับ ของ

นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้อำนวยการความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดสมุทรปราการ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันเป็นประธานในการขับเคลื่อนโครงการ เมาไม่ขับ และต้องสวมหมวกกันน็อก 100 %

เพื่อความปลอดภัยและหวังลดตัวเลขของอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจแอลกอฮอล์บนถนนสายหลักและสายลอง เพื่อปราบปรามผู้ที่ดื่มแล้วขับ จับกุมอย่างจริงจัง ไม่มีข้อยกเว้น

โดยล่าสุด เมื่อช่วงสายวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ตำรวจ สภ.บางพลี สนองนโยบาย จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.ท.เถลิงเกียรติ มณีอิทนร์ รองผกก.ป.สภ.บางพลี พ.ต.ท.ภาวัต รัตนาภรณ์ รองผกก.สส.สภ.บางพลี พ.ต.ท.ยุทธชัย สุดเสน่ห์ สว.จราจร.สภ.บางพลี

พร้อมด้วย ตำรวจสายตรวจป้องกันและปราบปราม ตำรวจฝ่ายสืบสวน และตำรวจงานจราจร ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมและป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย พร้อมกำชับการดูแลทรัพย์สินและบ้านพักรวมถึงโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ เที่ยวอุ่นใจ ปีใหม่นี้ปลอดภัย ฝากบ้านไว้กับตำรวจ

โดยนอกจากการขานรับนโยบายหลักของทางผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ยังได้ร่วมกัน รณรงค์ให้ผู้ขับขี่รถทุกชนิด ต้องไม่ดื่มแล้วขับ อีกทั้งยังต้องสวมหมวกกันน็อกทั้งคนขับและคนซ้อนสำหรับรถจักรยานยนต์

โดยได้มอบหมวกกันน็อกจำนวน 100 ให้กับผู้ที่ขับขี่และซ้อนท้ายผ่านจุดตรวจไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ซึ่งหลังจากนี้จะบังคับใช้กำหมายอย่างเคร่งครัด

จึงฝากประชาชนสัมพันธ์ประชาชนให้เครารพกฎหมาย โดยมีทางด้าน นายเลิศศักดิ์ เลิศอริยานันท์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของตำรวจ สภ.บางพลี พร้อมคณะกรรมการร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้นมา


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าทอเพื่อสืบสานอนุรักษ์ลวดลายไทลื้อบ้านห้วยโก๋น หนึ่งเดียวเฉลิมพระเกียรติ…จ.น่าน

29 ธันวาคม 2568 สำนักงานเกษตรอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ติดตามกิจการวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้าทอเพื่อสืบสานอนุรักษ์ลวดลายไทลื้อบ้านห้วยโก๋น เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 สินค้าเป็นผ้าฝ้ายและผ้าไหมย้อมสีจากวัตถุดิบธรรมชาติ ลวดลายไทลื้อทอมือทุกผืนจากช่างทอผ้าพื้นบ้าน มีลวดลายมากกว่า 50 ลายดอก ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ ผ้าถุง ผ้าคลุมไหล่ ผ้าสไบ ถุงย่าม สามารถดูสินค้าได้ทาง Facebook จำปาผ้าทอไทลื้อ พิเศษช่วงต้อนรับเทศกาลรับส่วนลดราคาทุกชิ้น 300 – 500 บาท ติดต่อได้ที่กลุ่มผ้าทอเพื่อสืบสานอนุรักษ์ลวดลายไทลื้อบ้านห้วยโก๋น (วัดห้วยโก๋น) หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน สอบถามเพิ่มเติม 064 – 2692933/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เรือนจำกลางนครปฐม เข้าจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษ ป้องกันลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ สิ่งของต้องห้าม

เรือนจำกลางนครปฐม บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้าม ตลอดจนสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่เรือนจำกลางนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานปล่อยแถวเข้าจู่โจมตรวจค้นภายในเรือนจำ

กรณีพิเศษ โดยเรือนจำกลางนครปฐม ร่วมกับ ฝ่ายปกครอง เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 โรงเรียนการบินกำแพงแสน กรมการสัตว์ทหารบก และตำรวจภูธร

จังหวัดนครปฐม แบ่งกำลังเป็นชุดจู่โจมเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด เพื่อป้องปรามการลักลอบนำ

ยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องห้ามเข้าสู่เรือนจำ อีกทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในเรือนจำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมและประชาชนต่อระบบการควบคุมดูแลผู้ต้องขัง

นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล และกรมราชทัณฑ์ ที่มุ่งเน้นการสร้างเรือนจำให้เป็น “เรือน

จำสีขาว” ปราศจากยาเสพติด และสิ่งของต้องห้าม โดยเฉพาะในช่วงเทศปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องเฝ้าระวังความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษ

ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจคันเรือนนอน โรงงานฝึกวิชาชีพ โรงเลี้ยงอาหาร และพื้นที่เป้าหมายอย่างละเอียด ไม่พบการลักลอบนำยาเสพติด อาวุธ โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของ
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สี่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ชิงเก้าอี้ สส.เขต 3 ประจวบฯ คึกคัก “กำนันสวาป-มนัญญา” แท็กทีมส่ง “เดียร์-พงษ์พันธ์” สวมเสื้อภูมิใจไทย ยื่นสมัครได้เบอร์ 7 หวังล้มแชมป์เก่า “ประมวล-กล้าธรรม” ส่วนม้ามืด “ซี-นิติ” ปชป. มีเบียดลุ้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. 2568 ที่หอประชุมชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศการรับสมัคร สส. เขต 3 เป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ นายสวาป (กำนันสวาป) เผ่าประทาน อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 36 เดินทางมาพร้อมกับ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย) ในฐานะแม่ยาย เพื่อนำบุตรชายและลูกเขย คือนายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก เข้ายื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในนามพรรคภูมิใจไทย โดยมีกองเชียร์และ fc ที่ขนกันมาเป็นจำนวนมาก เพื่อมาให้กำลังใจ นายพงษ์พันธ์

ทั้งนี้ การปรากฏตัวของ นางมนัญญา ในวันนี้ถือเป็นการตอกย้ำฐานเสียงที่แข็งแกร่ง เนื่องจากนายพงษ์พันธ์ นอกจากจะเป็นอดีตผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นน้องชายของ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน สมาชิกวุฒิสภา จ.ประจวบฯ ชุดปัจจุบันอีกด้วย โดยมีนายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประจำจังหวัดประจวบฯ น.ส.นันทรัตน์ เกื้อหนุน ผู้อำนวยการ กกต.ประจำเขต 3 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต 3 เจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดฯ รอรับการยื่นใบสมัคร พร้อมตรวจหลักฐานที่ใช้ในการยื่นสมัคร โดยมี พ.ต.อ.อรุณ เจิมสุวรรณ ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบฯ ร่วมสังเกตการณ์

ภายหลังการตรวจสอบคุณสมบัติ นายพงษ์พันธ์ เผ่าประทาน (พรรคภูมิใจไทย) ได้หมายเลข 7 สำหรับใช้หาเสียงต่อไป ทั้งนี้ ในเขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.เมือง (เฉพาะ ต.ห้วยทราย) , อ.ทับสะแก , อ.บางสะพาน , อ.บางสะพานน้อย ภายหลังเปิดให้มีการรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2568 ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางมาสมัคร สส.ในเขต 3 รวมในวันนี้(29 ธ.ค.) แล้วจำนวน 7 คน คือ หมายเลข 1 นายปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 2 นายประมวล พงศ์ถาวราเดช พรรคกล้าธรรม ( แชมป์เก่า – อดีต สส. เขตนี้ครั้งที่แล้ว

สมัยยังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์) หมายเลข 3 นายศุภวิท กำเนิดแสง พรรคเพื่อไทย หมายเลข 4 พ.ต.อ.เอกราช หุ่นงาม หรือสารวัตรเอกคนดังในโซเชียล จากพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 5 นายนิติ (ซี) ปลั่งศรีสกุล พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครนายก อบจ.ประจวบฯเมื่อครั้งที่ผ่านมาแต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง อีกทั้งยังเป็นบุตรชาย นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีต สส.พรรคไทยรักไทย หมายเลข 6 น.ส.วรรณอนงค์ หาญพงษ์ธรรม พรรคประชาชน และหมายเลข 7 นายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน พรรคภูมิใจไทย ส่วนอีก 2 เขต คือ เขต 1 และเขต 2 ขณะนี้ยังไม่มีผู้มาสมัครเพิ่มในวันนี้

โดยที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. และ 28 ธ.ค. มีผู้สมัครในอีก 2 เขต ดังนี้ เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมือง ( ยกวัน ต.ห้วยทราย) อ.กุยบุรี อ.สามร้อยยอด อ.ปราณบุรี (เฉพาะ ต.ปากน้ำปราณ) หมายเลข 1 นายไชยวัฒน์ วงศ์วรรณ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 2 นายสรานนท์ ใยบำรุง พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 3 นายสังคม แดงโชติ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 นายธิตินัย ตั้งบูรพาจิตร์ พรรคกล้าธรรม เบอร์ 5 นายมรกต โอ่เอี่ยม พรรคประชาชน เบอร์ 6 นายอุดร โพธิ์พ่วง พรรคเพื่อไทย

เขต 2 อ.ปราณบุรี (ยกเว้น ต.ปากน้ำปราณ) อ.หัวหิน หมายเลข 1 ได้แก่ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ พรรคกล้าธรรม เบอร์ 2 นายศิรพันธ์ กมลปราโมทย์ พรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 3 นายอำนวย สุดกระแสร์ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 4 นายกฤษณะ พุกดำ พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 น.ส.มิ่งขวัญ น่วมทอง พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 6 นายจรูญ เจริญศักดิ์ พรรคมิติใหม่ เบอร์ 7 น.ส.นักษา กาญจนคีรีรัตน์ พรรคประชาชน เบอร์ 8 นายสายันต์ รักเมือง พรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 9 นายเอกธิปป์ ตนประเสริฐ พรรคประชาธิปัตย์

สำหรับการรับสมัครเลือกตั้ง สส. ของ จ.ประจวบฯและจังหวัดอื่นๆทั่วทั้งประเทศ จะดำเนินการรับสมัครไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2568 และกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 เป็นวันเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไป พร้อมจะมีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันเดียวกันดังกล่าวด้วย

/////////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. / จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นครปฐม มอบเกียรติบัตรยกย่อง อ.คุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี 2568

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมพิมานปฐม ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนครปฐม นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานมอบเกียรติบัตร

ให้กับ นายนรวีร์ ขันธหิรัญ นายอำเภอนครชัยศรี รับมอบเกียรติบัตร อำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ทั้งนี้ นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม

กล่าวถึงการดำเนินงานการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรม ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ ในการมอบเกียรติบัตร

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ

ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566 – 2570) ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทย มีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรม อยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลัก

ธรรมคำสอนทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

ผลการประเมินมีชุมชนคุณธรรม จำนวน 305 ชุมชน องค์กรคุณธรรม จำนวน 65 องค์กร และอำเภอคุณธรรม จำนวน 7 อำเภอ

นอกจากนี้ ยังมีชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ซึ่งจะได้รับโล่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในโอกาสต่อไป

สำหรับการมอบเกียรติบัตรยกย่องอำเภอคุณธรรม ระดับคุณธรรมต้นแบบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 7 อำเภอได้แก่ อำเภอนครชัยศรี ซึ่งในปีนี้ได้รับคัดเลือกเป็นอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น

และมีนายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส นายอำเภอกำแพงแสน และยังมีอำเภอเมืองนครปฐม อำเภอสามพราน อำเภอดอนตูม อำเภอบางเลน และอำเภอพุทธมณฑล เข้ารับมอบ
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / กระทรวงมหาดไทยเจ้าภาพ “สภากาแฟชุมพร” เสริมพลังความร่วมมือรัฐ–เอกชน–สื่อมวลชน ขับเคลื่อนงานบริการประชาชน

ชุมพร – วันนี้ (29 ธันวาคม 2568) จังหวัดชุมพรจัดกิจกรรม “สภากาแฟชุมพร (Dinner Talk)” ครั้งที่ 12/2568 ประจำเดือนธันวาคม 2568 โดย กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพ

เพื่อเป็นเวทีสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และการประสานงานระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการดูแลและช่วยเหลือประชาชน

กิจกรรมจัดขึ้น ณ ร้านอาหารปาปา (PAPA Restaurant) ถนนรถไฟ ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยมี นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

เป็นประธานร่วมพบปะสนทนากับหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการบริหารราชการ และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน

ภายในงานเริ่มด้วยการแสดงดนตรีแนว Folk Song สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรจะเดินทางมาถึงและร่วมสนทนากับผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ปลัดจังหวัดชุมพร ผู้แทนหน่วยงานเจ้าภาพ กล่าวต้อนรับ พร้อมแนะนำหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกอำเภอ

เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการรู้จัก คุ้นเคย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ระหว่างผู้เข้าร่วม

กิจกรรม สภากาแฟชุมพร ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วน เปิดพื้นที่รับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหา และแนวทางการแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก การประสานงานที่รวดเร็ว และการบูรณาการทรัพยากรร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการเพื่อสร้างความผ่อนคลาย และในช่วงท้ายได้มีพิธีส่งมอบ “ป้ายสัญลักษณ์ถ้วยกาแฟ” จากกระทรวงมหาดไทย ให้แก่ผู้แทนหน่วยงานในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมสภากาแฟชุมพรในครั้งถัดไป

ก่อนร่วมถ่ายภาพที่ระลึกและเสร็จสิ้นกิจกรรมต่อมาผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งมอบ “ป้ายสัญลักษณ์ถ้วยกาแฟ” ให้กับผู้แทนหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเป็นเจ้าภาพการจัดสภากาแฟครั้งที่ 1/2569 ต่อไป

จังหวัดชุมพรย้ำว่า กิจกรรมสภากาแฟจะยังคงเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือ ความสามัคคี และการทำงานแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของภาครัฐให้เข้าถึงประชาชนอย่างแท้จริง และตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
ธนากร โกศลเมธี รายงาน
โทร. 081-892-3514

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์

เปิดภาพ “เสธ.ปู-แม่ทัพเติ่ง” ขึ้นเหยียบพื้นที่เนิน 350 ปราสาทตาควาย ยันคือพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างสมบูรณ์ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก พร้อม พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2

และคณะ ลงพื้นที่ตรวจภูมิประเทศ ยืนยันการควบคุมพื้นที่อธิปไตยของไทยอย่างสมบูรณ์ ธงไตรรงค์โบกสะบัดอย่างสง่างาม บนผืนแผ่นดินไทย

โดยระหว่างลงพื้นที่ได้กล่าวว่า ผมขอยืมคำน้องๆ ทหารหาญในแนวหน้ามาใช้ “ที่ๆ เราเหยียบ แผ่นดินที่เรายืน จะเป็นของลูกหลานเราตราบชั่วกัลปาวสาน”
โดยกำลังพลในพื้นที่ยังคงมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม ทั้งนี้ เสธ.ทบ./

เสธ.ศปก.ทบ. ได้กล่าว ขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกนาย รวมทั้งได้ตรวจแนวการวางกำลังตลอดพื้นที่
เดวิท โชคชัย รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / GRAND OPENING WORLD WOMEN’S EXPO (THAILAND) 2025เครือข่ายสตรีโลกเพื่อสันติภาพ การพัฒนา และความมั่นคง

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ห้องชมวัง หอประชุมกองทัพเรือ หม่อมหลวงวันชัย นวรัตน์ นายกสมาคมการค้าการลงทุนส่งเสริมความสัมพันธ์ไทยจีน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน WORLD WOMEN’S EXPO (THAILAND) 2025 พร้อมด้วย ดร.พรวิจิตตรา นวรัตน์ ประธานสภาสตรีโลก และประธานสภา World Women’s Expo (Thailand) โดยมีคณะกรรมการจากสมาคมฯ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ คณะผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสตรีจากนานาชาติ World Women’s Expo (Thailand) เป็นงานที่มุ่งสร้างเครือข่ายสตรีระดับโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนสันติภาพ การพัฒนา และความมั่นคงภายใต้แนวคิด “สร้างสะพานแห่งสันติภาพและความมั่นคงของสตรีโลก” โดยใช้พลังสตรีจากทุกประเทศที่ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายผู้ประกอบการระดับสากลและผู้นำองค์กรจากนานาชาติ

เชื่อมโยงความร่วมมือด้านการค้า การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และศิลปะ รวมถึงส่งเสริมบทบาทสตรีให้เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเศรษฐกิจ
ในปี 2026 สภา World Women’s Expo (Thailand) เตรียมดำเนินแผนยุทธศาสตร์สำคัญ 4 โครงการ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการขยายตัวทั้งทางด้านเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงสังคมพร้อมสร้างเครือข่ายรอบด้าน ส่งเสริมความร่วมมือที่ยั่งยืน สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและเสริมความร่วมมือระดับโลกอย่างยั่งยืน และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ชุมชน และกลุ่มคนไทยให้ก้าวสู่ความเป็นสากล ได้แก่

1) Live Commerce Expo 2026 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในยุคดิจิทัล มุ่งสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ เพิ่มทักษะด้านการขายออนไลน์–ออฟไลน์
ขยายโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดขนาดใหญ่ และเสริมฐานเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโต อย่างเข้าถึง 2) Entertainment & Superstar Engagement Project
แพลตฟอร์มความบันเทิงที่รวมศิลปินและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลจาก ประเทศไทย/จีนเพื่อสร้างกิจกรรมที่ส่งเสริมเศรษฐกิจท่องเที่ยว ดึงกลุ่มคนวัยรุ่นมาร่วมเพื่อสร้างเครือข่ายทุกกลุ่มอายุ ให้รู้จัก world women ให้มากขึ้น และเชื่อมโยงผู้ชมกับอุตสาหกรรมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ในมิติสากล

3) Business Matching & Investment Network โครงการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และหน่วยงาน ต่างๆในกลุ่มSME ให้เข้าถึงกลุ่มนักธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ให้เกิดการลงทุนจริง
และนำไปสู่ความร่วมมือระยะยาว โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
4) Cultural Exchange & Tourism Experience โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเชื่อมโยงชุมชนไทยกับตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และ Soft Power

เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนท้องถิ่น และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในระดับนานาชาติ WORLD WOMEN’S EXPO (THAILAND) จึงเป็นมากกว่าเวทีของผู้หญิง และเป็น “เวทีแห่งโอกาสใหม่ทางธุรกิจ” ที่ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ พัฒนา สร้างเครือข่าย และขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกัน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / โวยเทศบาลตำบลหนองหอย ปล่อยปะละเลยให้ผู้รับเหมาสร้างรางระบายน้ำทำรั้วชาวบ้านพังและทำทางเชื่อมเข้าออกบ้านไม่ได้มาตรฐาน

ชาวบ้านสันป่าเลียงหนองหอยรวมตัวกันร้องเรียนเทศบาลหนองหอยให้ลงมาแก้ไขปัญหากรณีทำรางระบายน้ำเป็นเหตุให้รั้วพังพื้นบ้านทรุดระบบไฟฟ้าน้ำประปาเสียหายและทำทางเชื่อมเข้าออกบ้านไม่ตรงตามมาตรฐานเดิมบางบ้านได้ทางเชื่อม3อันบางบ้านหายไปไม่มีสร้างความเดือดร้อนและเสียหายกับชาวบ้านการทำงานสองมาตรฐานการออกแบบไม่ได้ดูจากสภาพจริงการก่อสร้างไม่มีวิศวกรเชี่ยวชาญดูแลจนเกิดความเสียหายเทศบาลในฐานะหน่วยงานของรัฐต้องเข้ามารับผิดชอบแก้ไขให้ชาวบ้านโดยเร็วเพื่อไม่ให้กระทบความเป็นอยู่ของชาวบ้านเทศบาลเป็นผู้ออกแบบประมาทเลินเล่อขาดประสบการณ์

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม2568 ที่หมู่บ้านสันป่าเลียง(สระว่ายน้ำ) ต.หนองหอย อ.เมืองเชียงใหม่ นางประพิศภรณ์เจ้าของบ้านเลขที่100/22 หมู่ 3 ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวว่า เทศบาลตำบลหนองหอยได้ว่าจ้าง หจก.สุธีร์กรุ๊ป(2021)ผู้รับเหมาก่อสร้างรางระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว140 เมตร โดยลำเหมืองนี้ผ่านมาจากหมู่บ้านเสาหินมายังหมู่บ้านสันป่าเลียง ลงมือทำตั้งแต่เดือนตุลคม2568 ได้ใช้รถแมคโฮขนาดใหญ่ขุดร่องน้ำลำเหมืองผ่านทะลุรั้วกำแพงจนรั้วบ้านพังไปทั้งแถบความยาวประมาณ 35 เมตรกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ จึงเรียกร้องให้ผู้รับเหมาและเทศบาลร่วมกันรับผิดชอบ

ต่อมาผู้รับเหมานำสะแลมมาขึงกั้นไว้และไม่มีกำหนดว่าจะซ่อมแซมให้เมื่อไรจึงได้ทวงถามเทศบาล-ผู้ว่าจ้างก็โยนก็โยนกันไปมา ตอนแรกก็รับปากว่าจะรับผิดชอบทำโครงเสา และกำแพงให้ใหม่ทั้งหมด แต่ภายหลังก็ไม่ดำเนินการใด ๆมีกระแสข่าวว่าให้ฟ้องเอาเอง “โครงการนี้เป็นโครงการของรัฐจัดทำเพื่อบริการสาธารณะโดยใช้เงินภาษีของประชาชนก่อสร้าง เมื่อมันเกิดความประมาทเลินเล่อในการก่อสร้าง และขาดการดูแลของเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องควรเร่งแก้ไขเยี่ยวยาไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้นานจนรั้วอยู่ในสภาพทรุดเอียงลงอีก หากปล่อยไว้นานกว่านี้คงลามถึงตัวบ้านแน่นอน จึงร้อนใจที่อยากจะให้เร่งทำโดยด่วน” นางประพิศภรณ์กล่าว

ขณะเดียวกันก็มีเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบ(นางพิชาภา บรรเลง) ให้ข้อมูลเสริมว่า การทำงานที่ไม่รับผิดชอบของผู้รับเหมา ยังมีรั้วบ้านอีกหลายหลังได้รับผลกระทบเสียหาย และการทำทางเชื่อมเข้าออกบ้านโดยนำแผ่นแท่งคอนกรีตมาปิดฝารางระบายน้ำก็ไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งขณะนี้สัญญาการจ้างเหมาได้สิ้น

สุดลงแล้ว แต่งานไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์โดยทางเทศบาลจะให้ชาวบ้านร่วมเซ็นรับงานไปก่อน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาได้ส่งงาน จึงทำไม่ได้เพราะดูทีท่าผู้รับเหมาอาจทิ้งงาน ชาวบ้านได้ปรึกษากับทนายความหากไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็จะไปฟ้องศาลปกครอง และส.ต.งตรวจสอบโครงการดังกล่าวต่อไป….
ขอบคุณท่านเจ้าของข้อมูลภาพถ่าย

สมจิตร แสงบัลลังก์ รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / การเมืองชุมพรเข้มข้น สมัครวันที่2 สส. ดุเดือดทุกเขต หลายพรรคส่งตัวแทนชิงเก้าอี้ สะท้อนพลังประชาธิปไตย ย้ำประชาชนอย่านิ่งเฉย ออกมาใช้สิทธิ์กำหนดอนาคตชาติ

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 บรรยากาศการเมืองจังหวัดชุมพรทวีความเข้มข้นอย่างเห็นได้ชัด เข้าสู่วันที่ 2 ของการเปิดรับสมัครว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชุมพร โดยมีตัวแทนจากหลายพรรคการเมืองใหญ่และพรรคทางเลือกใหม่ ทยอยเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง ครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้งวันนี้ (28 ธันวาคม 2568) เวลา 08.30 น. ณ ห้องทับทิม โรงแรมชุมพรการ์เด็นส์ ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชุมพร เปิดรับสมัครผู้สมัคร สส. เป็นวันที่สอง ท่ามกลางการจับตาของประชาชนและสื่อมวลชนอย่างใกล้ชิด
ผลการสมัครในแต่ละเขตเลือกตั้ง มีผู้สมัครที่น่าจับตา ได้แก่
เขตเลือกตั้งที่ 1 นายสุรชัย แดงละอุ่น หรือ “นายกโท้ง” อดีตนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 6
เขตเลือกตั้งที่ 2 นายสันต์ แซ่ตั้ง อดีต สส. ลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม เป็นผู้สมัครรายแรกของเขต ได้หมายเลข 6

ต่อมา นายสมมิตร ทองเหลือ หรือ “สจ.เล็ก” อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เขตอำเภอปะทิว ลงสมัครในนามพรรคโอกาสใหม่ ได้หมายเลข 7
เขตเลือกตั้งที่ 3 นายมีศักดิ์ ภัคดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 5 ขณะเดียวกัน นายสราวุธ อ่อนละมัย ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เขต 2 พร้อมด้วย นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ และทีมงาน เดินทางมาร่วมให้กำลังใจผู้สมัครในเขต 1 และเขต 3 สะท้อนการขับเคลื่อนทางการเมืองอย่างจริงจังในทุกพื้นที่

การเปิดรับสมัคร สส. ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันของนักการเมือง แต่เป็นบททดสอบสำคัญของ พลังประชาธิปไตยในมือประชาชน จังหวัดชุมพรขอเน้นย้ำไปยังประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนว่าการไม่ออกมาใช้สิทธิ เท่ากับการปล่อยให้อนาคตถูกกำหนดโดยคนอื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอแจ้งเตือนประชาชนให้ ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ติดตามข้อมูลผู้สมัครและนโยบายอย่างรอบด้าน และออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้งอย่างพร้อมเพรียง เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐาน และร่วมกันกำหนดทิศทางประเทศตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเสียงของท่านมีค่า บัตรเลือกตั้งหนึ่งใบ คือพลังเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ประชาธิปไตยจะเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มจากการออกมาใช้สิทธิของประชาชนทุกคน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง