สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เปิดคาแร็คเตอร์ “เพิร์ธ-แบงค์-สตางค์-ยูแอล” “Attack วิญญาณเลขที่ 13”

หลังก่อนหน้านี้ปล่อยโปสเตอร์คาแร็คเตอร์ของนักร้องสาวขวัญใจวัยรุ่น อ๊ะอาย-กรณิศ เล้าสุบินประเสริฐ ไปเมื่อวันก่อน  ล่าสุดภาพยนตร์ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” ผลงานประเดิมเรื่องแรกของค่าย 13 สตูดิโอ (เธอธีน สตูดิโอ) ปล่อยโปสเตอร์นักแสดงวัยรุ่นของเรื่องออกมาแบบรัว ๆ ได้แก่  เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา ตั้งกิจสุวานิช, สตางค์-ตริษา  ปรีชาตั้งกิจ, ยูแอล-รมิตา รัตนภักดี และนักแสดงชายคนเดียวของเรื่อง แบงค์-ณฐวัฒน์ ธนทวีประเสริฐ โดยนักแสดงแต่ละคนล้วนผ่านการคัดสรรจากผู้กำกับมากฝีมือ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา เพิร์ธ-วีริณฐ์ศรา กล่าวว่า “เพิร์ธได้มีโอกาสเข้าไปแคสท์หลายบทค่ะ แต่หลังจากที่แคสท์เสร็จ พี่คุ้ยก็บอกว่าอยากให้เพิร์ธลองเล่นบท “หงส์” คาแร็คเตอร์ของหงส์ เป็นคนซื่อ แต่ก็ไม่ใสมาก เป็นคนเก็บความคิดความรู้สึก ในขณะเดียวกันก็มีความตรงไปตรงมาค่ะ ตัวละครมีความเทา ๆ บทนี้มีความยากมาก ๆ  แต่ก็รู้สึกว่าท้าทายดี  ละครตัวนี้ เขามีแบ็คกราวด์ตัวละครที่แตกต่างจากเพิร์ธมาก เขาจะเป็นคนนิ่ง ๆ เป็นผู้ฟังที่ดีในกลุ่ม เหมือนจะเป็นคนหัวอ่อน แต่ก็มีความแน่วแน่ในสิ่งที่เขาต้องการ เรื่องนี้เพิร์ธทำการบ้านกับครูสอนการแสดงเยอะพอสมควร เพราะเราอยากเข้าใจอารมณ์ตัวละคร และพอเราอ่านบทและเข้าซีนไปเรื่อย ๆ เราก็ซึมความคิดของเขาไปด้วย ทำให้เราปลดล็อคการเป็นหงส์ได้เลยค่ะ

สตางค์-ตริษา เผยว่า “ตอนแรกไปแคสท์บทอื่นค่ะ แต่พี่คุ้ยมองว่า สตางค์เหมาะที่จะเป็น “อร” มากกว่า อรเป็นคนสดใส มีรอยยิ้มตลอด อรจะขี้กลัว ขี้กังวล ก็มีความคล้ายกับหนูตรงที่กลัวผีเหมือนกัน และเชื่อเพื่อนมาก เพื่อนให้ทำอะไรก็ทำค่ะ สิ่งที่ อร และสตางค์แตกต่างกันคือ อรขี้กลัวเกินไป ซึ่งตัวสตางค์ยังมีความกล้าสู้มากกว่าอรนิดนึง สำหรับเรื่องนี้ถึงแม้จะเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของสตางค์ แต่ก็คิดว่าฉากที่ต้องกลัวผี หนูตีบทแตกแน่นอน เพราะหนูกลัวผีมากค่ะ ปกติคนกลัวผีจะชอบจินตนาการไปก่อนใช่ไหมคะ แต่เรื่องนี้เราสามารถกลัวได้โดยธรรมชาติค่ะ (หัวเราะ) พอทีมงานบอกว่าให้จินตนาการว่าเราเจอผีตามไล่ล่านะ ซึ่งในฉากที่ถ่ายทำจริง ๆ ไม่มีอะไรค่ะ แต่เราก็ใช้จินตนาการช่วยในการแสดง ก็ทำให้สตางค์แสดงออกมาได้เยอะเลยค่ะ”

ยูแอล-รมิตา กล่าวว่า “ที่ผ่านมายูแอลเล่นแต่ละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ค่ะ ไม่เคยเล่นภาพยนตร์มาก่อนเลย เลยตัดสินใจมาแคสท์หนังเรื่องนี้ค่ะ พี่คุ้ยให้มาแคสท์บท “หยา”  ตอนที่อ่านบทก็ตีความได้ว่า หยาเป็นเด็กขี้เม้าท์ เอาแต่ใจ พอพูดอะไรแล้วใครไม่เชื่อ เขาก็จะเก็บไว้ในใจ และหนีปัญหา โดยไม่สนใจว่าใครจะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เขาทำบ้าง เรื่องนี้ทำให้ยูแอลได้อยู่กับตัวเองเยอะขึ้น เราจะรีเฟล็กซ์ตัวเอง และรีเฟล็กซ์ตัวละครตลอดเวลา ต้องทำการบ้านว่าเราจะสื่อสารตัวละครให้คนเข้าใจยังไงภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะหนังมีเวลาฉายแค่ 2 ช.ม. ด้วยความที่เรากลัวเล่นโอเว่อร์ไป ก็จะไม่ค่อยกล้าแสดงออกทางท่าทาง เน้นสื่อทางสายตา คิวแรกที่ถ่ายทำได้ว่า พี่คุ้ยติงว่าแอลต้องเล่นมากกว่านี้นะ ดูไม่มีสมาธิเลย เราก็พยายามหาตรงกลางให้ได้ค่ะ”  แบงค์-ณฐวัฒน์ กล่าวว่า “ดีใจมากครับที่ได้เล่นเรื่องนี้ เป็นผู้ชายคนเดียวในเรื่องเลยครับ ผมรับบท เป็น กรรณ คาแร็คเตอร์จะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ มีความแพรวพราว เดิมทีเป็นแฟนกับ บุษบา (รับบทโดย ลิลลี่-ณิชภาลักษณ์) แต่ก็ไปชอบ จิน (แสดงโดย อ๊ะอาย-กรณิศ) เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายของเรื่องครับ เรื่องนี้ก็ยากเหมือนกันครับ มีฉากที่ต้องแอ็คชั่นด้วย ก็ไม่ค่อยได้เลยแนวนี้เท่าไหร่ เป็นหนังผีที่สนุก ใช้พลังเยอะ สะใจดีครับ
 เตรียมพบกับความสยองของ “Attack วิญญาณเลขที่ 13” 19 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

13studio #THIRTEENSTUDIO #ATTACK13 #วิญญาณเลขที่13 Aheye4EVE #stangtari #ULRamita #PerthKVSR #LillyNicha #BankNuttawat

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สจป.1 แม่ฮ่องสอน สั่งจับตาเส้นทางมอดไม้ 4 เขตรอยต่อข้ามจังหวัด ล่าสุด ลาดตระเวนพบอีก 2 จุด ตรวจยึดไม้พร้อมของกลางหลายรายการ

วันที่ 30 พ.ค.68 นายเกษม คำมา ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยา กรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน และ นายสมจินต์ เนตรประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ได้สั่งการ กำชับเน้นย้ำ ให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยป้องกันรักษาป่าทุกอำเภอในการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการ เข้ม

งวดการลาดตะเวนตามจุดพื้นที่เสี่ยง และจับ ตาเส้นทางมอดไม้ พื้นที่รอยต่อข้ามจังหวัด 4 จุด ซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่เขตรอยต่อ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน – บ้านแม่โถ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ / อ.สบเมย จ.แม่ฮ่อง สอน – อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ / อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน – อ.แม่ แจ่ม จ.เชียงใหม่ และอ.ปาย จ.แม่ ฮ่องสอน – อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่

ซึ่งจากการบูรณาการออกลาดตระเวนตามพื้นที่เป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้แปรรูปประดู่ และ ไม้สักท่อน พร้อมของกลางหลายรายการ โดยเมื่อวันที่ 29 พ.ค 68 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจยึดไม้ประดู่ทั้งไม้ท่อนและไม้แปรรูป และอุปกรณ์กระ ทำผิด 2 จุด ในพื้นที่ อ.ขุนยวม และ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่ง จุดที่ 1 ในพื้นที่ อ.ขุนยวม เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.3 (ขุนยวม), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ขุนยวม, คณะกรรมการจัดการป่าชุมชนบ้านต่อแพ และเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อยที่ 3603ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ บริเวณป่าห้วยผักห้า ตำบลแม่เงา อำเภอขุนยวม

จังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะเจ้าหน้าที่ฯ ชุดดังกล่าวได้ทำการตรวจยึดไม้สักท่อน จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 1.289 ลบ.ม. คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง จำนวน 256- บาท คิดเป็นค่าเสียหายที่รัฐพึงได้รับเป็นเงิน จำนวน 77,400- บาท และได้ตรวจยึดอุปกรณ์การประทำผิด จำนวน 4 รายการ ประกอบไปด้วย รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ TOYOTA สีเทา ทะเบียนรถ บว 8415 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน เลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมบาร์ ขนาด 25 นิ้ว ไม่ทราบยี่ห้อ สี ส้มขาว หมาย เลขเครื่อง 20180/06 จำนวน 1 เครื่อง รอกโซ่มือยก ยี่ห้อ LEVER HOIST สีส้ม ขนาด 3 ตัน ยาว 1.5 เมตร จำนวน 1 ชุด, และ โซ่นอกลากรถ ขนาด 3 หุน G43 USA พร้อมตะขอ 2 ข้าง จำนวน 1 เส้น ซึ่ง ไม้สักท่อนของกลางเก็บรักษาไว้ที่หน่วยฯ มส.3 (ขุนยวม)

ส่วนจุดที่ 2 ในพื้นที่ อ.แม่ลาน้อย นายอำนวย ยอดคำ หัวหน้าสายตรวจปราบปรามฯ สจป.ที่.1 สาขาแม่ฮ่องสอน สายที่ 2 พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยฯ มส.4 (แม่ลาน้อย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 36 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอแม่ลา น้อย เข้าดำเนินการตรวจสอบ บริเวณป่าห้วยข้าวหลาม เขตปก ครองบ้านหัวลา หมู่ที่ 7 ต.สันติคีรี อ.แม่ลา น้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย พบมีการลักลอบตัดและแปร รูปไม้ประดู่ จำนวน 3 แผ่น/เหลี่ยม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้ของกลางมาเก็บรักษาที่หน่วยฯได้ 1 แผ่น ส่วนอีก 2 แผ่น ไม่สามารถนำออกมาได้เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ไกลจากจุดที่รถจะเข้าถึงได้และมีน้ำหนักที่มากไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยกำลังคนจึงขอพนักงานสอบสวนทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ.

สุกัลยา บัวงาม / ภาพ/ข่าว แม่ฮ่องสอน

สมจิตร แสงบันลังค์ ทีมข่าว บก. รายงาน.

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / รวบ 2 นักบินพร้อมยาบ้าร่วม 1 ล้านเม็ด หลังขับแคมรี่หลบหนีการสกัดของ จนท.มุกดาหาร

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พล.ต.ต. ไพโรจน์ ไทยพุทธรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร นายชาคริต ชุมจันทร์ นายอำเภอดอนตาล ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ผ่านเส้นทางตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.อุกฤษฎ์ สังฆะมณี ผกก.สภ.ดอนตาล พ.ต.ท. ภูวนาท สุขรมย์ รอง.ผกก ป. ร.ต.อ.รังสรรค์ สกุลไทย รอง สวป. ร่วมกับจ่าเอกสุรชัย ปราณี ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอนตาล และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่ 1, 2 และ 6 ตั้งจุดสกัดตามเส้นทางต้องสงสัย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กบ 50 อุบลราชธานี ขับผ่านเข้ามาบริเวณหมู่บ้านคำเตาเหล็ก ม.4 เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ชุดปฏิบัติการที่ 2 ติดตามรถคันดังกล่าว ซึ่งพยายามขับหลบหนีไปตามเส้นทางบ้านนาคำน้อย-เหล่าหมี และเมื่อถึงบริเวณสะพานบ้านโคกสว่าง คนร้ายได้หยุดรถและเปิดประตูหลบหนีเข้าไปในป่าข้างทาง

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 คน และตรวจค้นรถยนต์ พบกระสอบปุ๋ยสีเขียว 5 กระสอบ วางอยู่บริเวณเบาะหลัง ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 998,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลางและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดอนตาล ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับยาบ้าเกือบล้านเม็ด #จับแก๊งค้ายา #มุกดาหาร #ดอนตาล #ข่าวด่วน #ปราบยาเสพติด #ไล่ล่าคนร้าย #ข่าวอาชญากรรม #ตำรวจภูธร #ฝ่ายปกครอง

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข รวบพ่อค้าลักลอบขายกะท่อม พร้อมของกลางหลายรายการ

วันที่ 29 พ.ค. 68 ภายใต้ “ยุทธการเมืองสามอ่าวล้างบางยาเสพติด ” อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้การอำนวยการของนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ /ผอ.ศอ.ปส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ สั่งการให้ นายสิทธิพร คงหอม นายอำเภอทับสะแก /ผอ.ศป.ปส.อ.ทับสะแกมอบหมายให้ นายทนงศักดิ์ รุ่งรัศมี ปลัดอาวุโสอำเภอทับสะแก พร้อมด้วย พ.ต.ท. ชาญศักดิ์ วงษ์สิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก น.ส.ณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) นายฉัตรชัย ค้างาม ปลัดฝ่ายความมั่นคง

พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกันจับกุมการกระทำความผิดลักลอบจำหน่ายน้ำต้มพืชกระท่อม บริเวณริมถนนเพชรเกษม ม.7 ต.ทับสะแก จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย โดยแจ้งข้อกล่าวหา มีน้ำต้มกระท่อมที่ผลิตไว้เพื่อขายซึ่งบรรจุในบรรจุภัณฑ์ (ขวดพลาสติก) ไม่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณว่าส่งผลต่อร่างกาย บำบัด บรรเทาหรือรักษาโรค

โดยยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยของอาหารและยังไม่ได้ส่งมอบฉลากให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบอนุมัติก่อนนำไปจัดเป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย มียาแก้ไอแผนปัจจุบันไว้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและขายใบกระท่อมหรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบโดยไม่แจ้งหรือปิดประกาศให้ทราบข้อห้ามขายตาม พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2566

พร้อมของกลาง
1.ใบกระท่อมสดน้ำหนักรวม 13 กิโลกรัม
2.น้ำต้มใบกระท่อมบรรจุขวดพลาสติกจำนวน รวม 36 ขวด
3.ยาแก้ไอจำนวนรวม 4 ขวด
4.ยาแก้แพั จำนวนรวม 3 ขวด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทับสะแก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

///////////////////

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “เพชรบุรี” จัดใหญ่! แข่งขันวัวเทียมเกวียนบ้านลาด 108 ปี หนึ่งเดียวในโลก

ช่วงค่ำวันที่ 28 พ.ค.68 ที่บริเวณศูนย์วิสาหกิจชุมชน บ้านโป่งสลอด หมู่ 6 ต.หนองกะปุ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นางวันเพ็ญ มังศรี รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธาน พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี

นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ส.ส.เพชรบุรี จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ส.ส.เพชรบุรี นายชัยยะ อังกินันทน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี

พร้อมร่วมขบวนแห่วัวเทียมเกวียน 108 เล่ม ซึ่งเป็นไฮไลต์ของงาน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 108 ปี ของอำเภอบ้านลาด ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเทียวจำนวนมากร่วมชมงาน

จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ อำเภอบ้านลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเพชรบุรี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี และภาคีเครือข่าย จัดการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ขึ้น ระหว่างวันที่ 28 พ.ค. – 1 มิ.ย.68

เพื่อสืบสานประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในโลก สานต่อประเพณีที่สำคัญไม่ให้เลือนหายไป โดยวัวเทียมเกวียนเป็นประเพณีท้องถิ่นโบราณของชาวเพชรบุรี ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ระหว่างคนกับวัวในอดีต อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ภายในงานตลอด 5 วันเต็ม

พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันวัวเทียมเกวียนทั้งประเภทความเร็วและประเภทสวยงาม การแข่งขันวัววิ่งลู่ การแข่งขันล้มวัวด้วยมือเปล่า สนุกกับการแข่งขันพื้นบ้านอย่างเช่น การจับหมู การเฉาะตาล การกินตาล การประกวดทะลายตาล นอกจากนี้ยังมีซุ้มแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตบ้านลาด รวมถึงลานของกิน ของดีบ้านลาด ที่รวบรวมสินค้าและอาหารอร่อย ๆ จากชุมชนมาให้ได้เลือกซื้อเลือกชิมกันอย่างเต็มที่ และพลาดไม่ได้กับการแสดงพื้นบ้าน

“ไทยทรงดำ” ที่สวยงาม รวมถึงนิทรรศการมรดกภูมิปัญญาวัวเทียมเกวียนให้ได้เรียนรู้กันด้วย ในช่วงค่ำคืนยังมีการแสดงให้ได้ชมทั้งการแข่งขันวัวลาน รำวงย้อนยุค การแสดงดนตรี และมหรสพต่าง ๆ อีกมากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนและบ้านลาด 108 ปี ได้ตามวันดังกล่าว.
นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 0909944781

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ที่ปรึกษา.รมช.กระทรวงศึกษาฯ ร่วม พิธีฌาปนกิจศพ พ่อประกอบ เครือวรรณ และ สมาชิก อบจ.ขอนแก่น ร่วมสวดพระอภิธรรมศพ นายจเร บุญมั่ง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ ศ.2568 เวลา 13.00 นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ

พ่อประกอบ เครือวรรณ มีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานจำนวนมาก อธิ นางพยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย

นายขุนทอง ดีบุญมี ณ ชุมแพ (อดีตกำนันแหนบทองคำตำบลโนนหัน)

นางสุภนันท์ เมืองสอน กำนันตำบลโนนหัน นางกฤษดา ปะติตังโค ปธ.สภา

องค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายกิตติพศ นามนัย เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน เจ้าหน้าที่

รพ.สต.โนนหันเป็นต้น ณ วัดอุดมวิทยาราม บ้านโนนชัย หมู่ 2 ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

วินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์

วันพฤหัส ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2568 เวลา 18.00.นายสำราญ ศรีภา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เขต 3 อำเภอชุมแพ ให้เกียรติประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายจเร บุญมั่ง โดยมีผู้นำหมู่บ้านทั้งท้องที่และท้องถิ่น แขกผู้มีเกียรติ อธิ พันโทหญิง อุดมพร พลศั

กดิ์ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการสถานีวิทยุกองทัพภาคที่ ๒ (อดีตจอมพลังเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์”เอเธนส์ 2004″นักกีฬายกน้ำหนักหญิง”) ผ.อ.พยงค์ ศรีภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครขอนแก่นเอเชีย และ

วิทยาลัยในเครือมหานครขอนแก่นเอเชีย นางกฤษดา ปะติตังโค ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน นางสมัย อุ่นทะมณี รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน

นายสันติ แก้วมูลตรี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนหัน ประธานสมาคมสันนิบาตเสรีชนแห่งประเทศไทยจังหวัดมหาสารคาม, ผู้ใหญ่บ้านหนองคอง ผู้ใหญ่บ้านหนองม่วง ส.อบต.ทั้งสองหมู่บ้าน

ผู้แทนชมรมทหารผ่านศึกสจ.สำราญ ศรีภา(ส.อบจ.ขอนแก่น เขต 3อำเภอชุมแพ) กล่าวแสดงความเสียใจครอบครัวบุญมั่ง จากกรณีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจอีกครั้ง

นางบัวบาน บุญมั่ง ภรรยาผู้เสียชีวิต กล่าวขอบคุณ สจ.สำราญ ศรีภา และญาติๆ แขกผู้มีเกียรติ ที่มาร่วมงานและเป็นกำลังใจครอบครัว ในครั้งนี้สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่น

สื่อสร้างสรรค์ ข่าวสารเพื่อท้องถิ่นวินสื่อรัฐทีวี/สื่อรัฐนิวส์/สมมาตร แอ๋มไร่/ถ่ายภาพ

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / สภ.โคกสำโรง ภจ.ลพบุรี รณรงค์ แก้ไขปัญหายาเสพติด เด็กนักเรียนและประชาชนในชุมชนฯ

วันที่ 30 พ.ค.68 ที่โรงเรียนเทศบาล1 บ้านโคกสำโรง อ. โคกสำโรง จ. ลพบุรี ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.โคกสำโรง พ.ต.ท.มนตรี เล่ห์อิ่ม รอง ผกก.ป.ฯ โดย พ.ต.ต.ชยพล ตรีโอษฐ์ สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.โกวิทย์ พลั่วพันธ์ รอง สวป.(ชส.)ฯ ร.ต.อ.พรชัย ธรรมวริทธิ์ รอง สว.(ป.)ฯ ด.ต.พฤกษ เหมาะสมัย ผบ.หมู่(ป.)ฯ

ส.ต.ต.ศรัณญ์ บุญภาพผบ.หมู่(ผช.พงส.)ฯ ร่วมบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยยาเสพติด(บุหรี่ไฟฟ้า) ตามโครงการรณรงค์และแก้ไขปัญหายาเสพติด to be number one และวันงดสูบบุหรี่โลก แก่นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 180 คน มี นายสมบูรณ์ ตรีฤกษ์งาม ปลัดเทศบาลตำบลโคกสำโรงประธาน คณะครูโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านโคกสำโรง ผู้นำชุมชน 5 หลักเมือง และคณะกรรมการ ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

วัตถุประสงค์โครงการเพื่อสร้างกระแสนิยมและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจในกลุ่มเยาวชนไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
เพื่อพัฒนาศักยภาพและคุณภาพเยาวชนให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวเอง เพื่อสนับสนุนเยาวชนและชุมชนให้จัดกิจกรรมสร้างสรรค์โดยการสนับสนุนของสังคม

เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับผู้มีปัญหายาเสพติดโดยให้โอกาสกลับมาเป็นคนดีของสังคม เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มประชาชนและเยาวชนทั่วไป

เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติปีงบประมาณ 2568
ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบันพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้ารับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ชุมชนเทศบาล1 การแจ้งเบาะแสยาเสพติด และการค้นหาผู้เสพในชุมชน เข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป

สนอง แท่นสูงเนิน ผอ. ศูนย์ข่าวฯ
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / นบ.ยส.24 ปปส. (อดีต เลขาธิการ ปปส.) ดูงานโครงการสัมมนาด้านการข่าว ลักลอบลำเลียงยาเสพติด เชื่อมโยงชายแดนภาคตะวันออกฉียงเหนือ ตอนบน ปปส.ภาค 1

ที่ กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24)

มอบหมายให้ พลตรี ฉัฐชัย มีชั้นช่วง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้การต้อนรับ นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

(อดีต เลขาธิการ ปปส.) พร้อมคณะ ในการศึกษาดูงานโครงการสัมมนาด้านการข่าว การลักลอบลำเลียงยาเสพติดที่มีความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกฉียงเหนือตอนบนและในพื้นที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 (ปปส.ภาค 1)

ในการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดนครพนม และตรวจเยี่ยมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆที่เกี่ยวข้องในการป้องกันยาเสพติด

การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ สรุปสถิติและการปฏิบัติที่สำคัญแต่ละมาตรการตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ 25 อำเภอชายแดน ของ 7 จังหวัดรับผิดชอบ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมาย แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติด กับ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม 6 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการสกัดกั้น มาตรการปราบปราม มาตรการป้องกัน มาตรการบำบัดรักษา มาตรการบูรณาการ มาตรการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมประชุมบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe”

ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดน ตามนโยบายของทางรัฐบาลที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระที่ให้ความสำคัญเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด

ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ชื่นชมในความทุ่มเท เสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกหน่วยงานในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยเฉพาะในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อสังคมไทยในปัจจุบันซึ่งมี ผลการตรวจยึดจับกุมตามมาตรการสกัดกั้นและปราบปราม จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุม จำนวน 785 ครั้ง, ผู้ต้องหา 1,078 ราย ของกลาง ยาบ้า 116,960,665 เม็ด,ไอซ์ 5,793 กิโลกรัม เฮโรอีน 142 กก.,เคตามีน 796 กิโลกรัมและอื่นๆ รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้นมากถึง แปดพันล้านบาทเศษ (8,271,696,850 บาท)

พรพิพัฒน์ เพ็ชรสังหาร ภาพ/ข่าว
เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี /สกทม. จัดกิจกรรมเสวนาการค้า “ทิศทางการส่งเสริมท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต”

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น.​ นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร​ เป็นประธานพิธีเปิดและร่วมเสวนาการค้า “ทิศทางด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหารอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขงและแขวงสะหวันนะเขต” ณ​ ห้องประชุมโรงแรมเคียงโขง เรสซิเดนซ์

โดยมีนางสาวอรกัญญา สะภา นายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร กล่าวรายงาน และมีนายปัฐม์ ปัทมจิตร​ กงสุลใหญ่​ ณ​ แขวงสะหวันนะเขต, นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อํานวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สํานักงานนครพนม, ท่านมงกุดเพด วงพะจัน​ รองหัวหน้าแผนก

แถลงข่าว ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสวนา โดยภายในงานมีสมาชิกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร หัวหน้าส่วนราชการ นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเข้าร่วมงาน

โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อกำหนด แผนปฏิบัติการกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสการค้า ยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ผ่านมุมมอง ผู้บริหาร

องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มจังหวัดลุ่มน้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ไมตรีอันดีด้านวัฒนธรรมเมืองคู่แฝดสองฝั่งโขง

นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ย้ำว่าทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวมุกดาหาร มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมมุมมอง แนวคิดจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่บริบทสำคัญจัดทำแผนปฏิบัติการ จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง วิเคราะห์ศักยภาพและโอกาสการค้า ยกระดับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับการขยายตัวภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนา

บุคลากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ สร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร กลุ่มจังหวัดอนุภาคลุ่มน้ำโขง และแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยภาคเอกชน เตรียมความพร้อมตั้งรับ การขยายการรองรับ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวชีวิตลุ่มน้ำโขง พื้นที่ส่งเสริมภาคการค้า ภาคการลงทุน และภาคบริการ ด้านอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว ทั้งด้านศิลปะวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร เชื่อมโยงมิตรภาพเครือข่ายจังหวัดท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นางสาวอรกัญญา สะภา ได้เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมการค้าท่องเที่ยวมุกดาหาร(คนใหม่)​ พร้อมกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในฐานะนายกสมาคมการค้า คือ“ร่วมมือ ร่วมใจ ยกระดับการท่องเที่ยวมุกดาหารสู่ความยั่งยืน ด้วยการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์ เชื่อมโยงภูมิภาค

สร้างมาตรฐาน และส่งเสริมการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ”โดยจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สร้างกิจกรรมใหม่ๆ รองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้พร้อมแข่งขันในเวทีที่กว้างขึ้น

ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงราย ผนึกกำลังฝ่ายปกครอง ลุยตรวจเข้ม ตู้คีบตุ๊กตา ป้องกันเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน

จังหวัดเชียงราย – วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และ พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เดชาวัต นาทิเลศ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย, พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย,พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุรกิจ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีโท รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, พ.ต.ท.สถาพร มังคลาด สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย และ พ.ต.ต.สมชาย พรหมมินทร์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย, น.ส.วาสนา  นัดชัยภูมิ  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเชียงราย,  นายฐิติการณ์  ศิริอิศรานุวัฒน์  นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย , นายพิชิตพล  ทองเทือก  ครูชำนาญการ  พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา  พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย นำโดย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการตู้คีบตุ๊กตา และตู้เกมลักษณะคล้ายกัน ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวดการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และเพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและความกังวลของประชาชน เกี่ยวกับลักษณะการประกอบกิจการของตู้คีบตุ๊กตาบางแห่ง ที่อาจเข้าข่ายเป็นการพนันแฝง หรือมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และเป็นแหล่งมั่วสุม รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม  เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ และแหล่งชุมชนต่างๆ ที่มีการติดตั้งตู้คีบตุ๊กตา โดยเน้นตรวจสอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่:
ใบอนุญาตประกอบกิจการ: ตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ลักษณะการทำงานของตู้: พิจารณากลไกการทำงานของตู้คีบ ว่าเป็นการใช้ทักษะความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก หรือมีองค์ประกอบของโชคและการเสี่ยงโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง จนอาจเข้าข่ายการพนัน
มูลค่าของรางวัล: ตรวจสอบมูลค่าของรางวัลภายในตู้ เทียบกับจำนวนเงินที่ใช้ในการเล่นแต่ละครั้ง
การเข้าถึงของเด็กและเยาวชน: ตรวจสอบมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเล่นในลักษณะที่อาจเป็นการมอมเมา
เบื้องต้น จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและเอกสารเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น ไม่มีใบอนุญาต หรือมีลักษณะเป็นการพนัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการตักเตือน, สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข, หรือดำเนินการจับกุมและยึดของกลาง แล้วแต่กรณี
พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย กล่าวว่า "การตรวจสอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากพบตู้ใดที่เข้าข่ายการพนัน หรือดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกรายให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด, ห้ามไม่ให้นักเรียนในเครื่องแบบเข้ามาเล่นหรือใช้บริการ และห้ามไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเล่นหรือใช้บริการในช่วงเวลาเรียนหรือหลังจากเวลา 20.00 น. โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคมและมั่วสุมตามมา" ทั้งนี้ สภ.เมืองเชียงราย, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย จะยังคงดำเนินการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาและกิจการในลักษณะคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีเบาะแสหรือพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองเชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ 0 5374 4571-2, สายด่วน 191 หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองเชียงราย สายด่วน 1567 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป…

สมจิตรแสงบันลังค์ ทีมข่าวบกรายงาน

สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง