สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สภ.เมืองเชียงราย ผนึกกำลังฝ่ายปกครอง ลุยตรวจเข้ม ตู้คีบตุ๊กตา ป้องกันเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน

จังหวัดเชียงราย – วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 เวลา 18.00 น.  เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย และ พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เดชาวัต นาทิเลศ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย, พ.ต.ท.ฉันทฤทธิ์ เหล่าไพโรจน์จารี รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย,พ.ต.ท.พีรพจน์ ธุรกิจ รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ,พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีโท รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย, พ.ต.ท.สถาพร มังคลาด สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงราย และ พ.ต.ต.สมชาย พรหมมินทร์ สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองเชียงราย, น.ส.วาสนา  นัดชัยภูมิ  ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองเชียงราย,  นายฐิติการณ์  ศิริอิศรานุวัฒน์  นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย , นายพิชิตพล  ทองเทือก  ครูชำนาญการ  พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา  พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย นำโดย นายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกิจการตู้คีบตุ๊กตา และตู้เกมลักษณะคล้ายกัน ในพื้นที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวดการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และเพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนและความกังวลของประชาชน เกี่ยวกับลักษณะการประกอบกิจการของตู้คีบตุ๊กตาบางแห่ง ที่อาจเข้าข่ายเป็นการพนันแฝง หรือมีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน และเป็นแหล่งมั่วสุม รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม  เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าตรวจสอบตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อ และแหล่งชุมชนต่างๆ ที่มีการติดตั้งตู้คีบตุ๊กตา โดยเน้นตรวจสอบในประเด็นสำคัญ ได้แก่:
ใบอนุญาตประกอบกิจการ: ตรวจสอบว่าผู้ประกอบการมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ลักษณะการทำงานของตู้: พิจารณากลไกการทำงานของตู้คีบ ว่าเป็นการใช้ทักษะความสามารถของผู้เล่นเป็นหลัก หรือมีองค์ประกอบของโชคและการเสี่ยงโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง จนอาจเข้าข่ายการพนัน
มูลค่าของรางวัล: ตรวจสอบมูลค่าของรางวัลภายในตู้ เทียบกับจำนวนเงินที่ใช้ในการเล่นแต่ละครั้ง
การเข้าถึงของเด็กและเยาวชน: ตรวจสอบมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงการเล่นในลักษณะที่อาจเป็นการมอมเมา
เบื้องต้น จากการตรวจสอบในหลายพื้นที่ พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลและเอกสารเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น ไม่มีใบอนุญาต หรือมีลักษณะเป็นการพนัน เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจรวมถึงการตักเตือน, สั่งให้ปรับปรุงแก้ไข, หรือดำเนินการจับกุมและยึดของกลาง แล้วแต่กรณี
พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย กล่าวว่า "การตรวจสอบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน หากพบตู้ใดที่เข้าข่ายการพนัน หรือดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกรายให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด, ห้ามไม่ให้นักเรียนในเครื่องแบบเข้ามาเล่นหรือใช้บริการ และห้ามไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามาเล่นหรือใช้บริการในช่วงเวลาเรียนหรือหลังจากเวลา 20.00 น. โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคมและมั่วสุมตามมา" ทั้งนี้ สภ.เมืองเชียงราย, กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองอำเภอเมืองเชียงราย จะยังคงดำเนินการตรวจสอบตู้คีบตุ๊กตาและกิจการในลักษณะคล้ายกันอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีเบาะแสหรือพบเห็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.เมืองเชียงราย หมายเลขโทรศัพท์ 0 5374 4571-2, สายด่วน 191 หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมืองเชียงราย สายด่วน 1567 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบต่อไป…

สมจิตรแสงบันลังค์ ทีมข่าวบกรายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขา น่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร น่าน ครั้งที่ 5/2568

วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.30 น. สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน จัดประชุมคณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จังหวัดน่าน ครั้งที่ 5/2568

โดยมีนายบุญยงค์ สดสอาด เป็นประธาน และนางณัติกานต์ บุญเจริญ หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร สาขาจังหวัดน่าน ทำหน้าที่อนุกรรมการและเลขานุการ ณ ห้องประชุมเจ้าสุมนเทวราช (ชั้น6) ศาลากลางจังหวัด อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

โดยมีวาระพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้ 1.พิจารณาเห็นชอบการขึ้นทะเบียนหนี้เกษตรกร ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 23 เมษายน 2568 – 27 พฤษภาคม 2568 จำนวน 68 ราย จำนวน 190 บัญชี มูลหนี้ 30,909,432.79 บาท (สามสิบล้านเก้าแสนเก้าพันสี่ร้อยสามสิบสองบาทเจ็ดสิบเก้าสตางค์)

2.พิจารณากลั่นกรองแผนและโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2568 3.พิจารณาเห็นชอบแผนการลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการสร้างความเข้มแข็งองค์กรเกษตรกร/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ แปลกใหม่เย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ ทุเรียนภูเขา

วันนี้( 29 พ.ค.68) ที่บริเวณสวนทุเรียนจันหอม ตำบลละลาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้จับมือส่วนราชการและภาคเอกชน ประกอบด้วย นายสุชาติ กลิ่นทองหลาง เกษตรจังหวัดศรีสะเกษ และ นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับรู้ถึงความพร้อม

เตรียมจัดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปีนี้จัดแปลกใหม่ภายในโดมเย็นฉ่ำ พร้อมชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจกับอัตลักษณ์และรสชาติทุเรียนภูเขาไฟ GI ศรีสะเกษแท้ๆ เนื้อทุเรียนแห้ง เส้นใยละเอียด หวานละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมาก คาดการณ์ว่าปีนี้ จะมีทุเรียนเกือบ 20,000 ตัน โดยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ 8,000 ตัน หรือมากกว่าร้อยละ 60

โดยผลผลิตทุเรียนหากเฉลี่ยต่อไร่จะอยู่ที่ 1,500 กิโลกรัม ผลผลิตทุเรียนจะตัดออกตลาดแบ่งเป็นหลายรุ่น เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงปลายเดือนสิงหาคม ผลผลิตจะออกมากที่สุด ในช่วงเดือนปลายเดือนมิถุนายน ประมาณร้อยละ 30 และ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมอีกราวๆ ร้อยละ 20 ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 2534 และจัดมาอย่างต่อเนื่องมาทุกปี สร้างรายได้ให้ชาวสวน และ สร้างรายได้เข้าจังหวัดศรีสะเกษปีละหลายร้อยล้านบาท

สำหรับปีนี้จังหวัดศรีสะเกษกำหนดจัดงาน “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ปี 2568” ระหว่างวันที่ 19 – 23 มิถุนายน 2568 รวม 5 วัน ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ความพิเศษเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟปีนี้ โดมจะติดแอร์เย็นชุมฉ่ำ ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจได้ “ ชม ชิม ช้อป อย่างสุขใจ”

พร้อมการต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวชมงาน รับประกันความปลอดภัย พร้อมความสุขใจ และประทับใจ ที่สำคัญ เมื่อเกิดประทับใจแล้ว อย่าลืมนำไปบอกต่อความประทับใจแก่กับคนที่เรารู้จัก เป็นการช่วยเชิญชวนให้เขาได้มาเที่ยวชมเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษด้วยตัวเองให้ได้นั่นเองขณะเดียวกัน

ภายในงาน ยังมีเจ้าหน้าที่สารวัตรทุเรียนคอยอำนวยความสะดวก และ ให้คำแนะนำในการเลือกซื้อทุเรียนแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย ยังไม่พอ ยังมีบริการรับส่งทุเรียนของบริษัท ไปรษณีย์ไทย สาขาศรีสะเกษ สามารถจัดส่งทุเรียนไปทั่วประเทศได้อย่างมั่นใจอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วนิดา,ชาญฤทธิ์

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / อบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น / แถลงข่าวจับกุม แก๊งโจรกรรม รถยนต์ จักรยานยนต์ ปากคลองรังสิตคลองหลวง ปทุมธานี

วันที่ 27 พ.ค.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานพิธีสมาคมแม่บ้านตำรวจ นำโดย คุณชนาพร ไกรทอง กรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านตำรวจและผู้ช่วยที่ปรึกษาโครงการพัฒนาทักษะแม่บ้านตำรวจชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1

นำโดยคุณณัฐวดี เอี่ยมวงศ์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1คณะชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 และข้าราชการตำรวจ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมพิธีเปิดโครงการอบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น (First Aid & CPR)

โดยมี คณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก BEAT CPR TRAINING CENTER บรรยายให้ความรู้และสาธิตการปฏิบัติณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ตำรวจภูธรภาค 1เพื่อเป็นการฝึกอบรมทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตลอดจนครอบครัว ได้มีความรู้

ความเข้าใจและทักษะที่ถูกต้อง สามารถนำไปปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว ประชาชนที่มาติดต่อราชการ และผู้ประสบภัย ในภาวะฉุกเฉินได้ พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าหน่วยกองบังคับการอำนวยการ รับผิดชอบงานประประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าวตำรวจภูธรภาค 1เปิดเผยว่า ทาง พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้จัดให้มีโครงการ….

.

แถลงข่าว #จับกุม #แก๊งโจรกรรม #รถยนต์ #จักรยานยนต์ #ปากคลองรังสิต #คลองหลวง #ปทุมธานี

วันที่ 28 พ.ค. 68 เวลา 10.00 น.พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตรผบช.ภ.1พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานีพร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัดตามนโยบายของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ที่มุ่งเน้นให้ทุกหน่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการโจรกรรมมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนจำนวนมากตำรวจภูธรภาค 1 แถลงผลการจับกุมแก๊งโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คดี ดังนี้ คดีที่ 1: จับแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 68 ผู้เสียหายนำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 110 ไอ ไปจอดที่สถานีรถไฟฟ้าหลักหก ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. 68 พบว่ารถหาย จึงแจ้งความกับตำรวจการสืบสวนและจับกุม:เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต สืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ 3 ราย คือนายภูมิ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี 4 เดือน – เคยต้องโทษลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 8 คดีนายฟรองซ์ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี น.ส.อีฟ (นามสมมติ) อายุ 26 ปีผู้ต้องหาให้การว่าได้นำรถจักรยานยนต์ที่โจรกรรม ไปขายให้นายหรั่ง (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานีผลการตรวจค้นบ้านนายหรั่ง:พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันตรวจสอบพบว่า นายหรั่งกำลังจะนำรถทั้งสองคันขึ้นรถตู้เพื่อไปขายต่อที่เขตมีนบุรีนายหรั่งรับสารภาพว่า

เริ่มรับซื้อรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 6 เดือน ได้รับซื้อรถมาแล้ว มากกว่า 135 คันจากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร พบยอดเงินหมุนเวียนทั้งสิ้น 11,227,970 บาทนายหรั่งส่งรถให้เพื่อนใน Facebook เพื่อปลอมแปลงเอกสาร โดยเก็บค่าดำเนินการคัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 พบว่า นายหรั่งขายรถที่ถูกโจรกรรมไปแล้ว 26 คัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมี 8 โรงพัก ที่มีการแจ้งหายได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร

    คดีที่ 2: จับแก๊งโจรกรรมรถยนต์และจักรยานยนต์ในพื้นที่ สภ.คลองหลวง
    เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จับกุม นายเล้ง (นามสมมติ) อายุ 47 ปีจากการสอบสวน นายเล้งให้การว่า โจรกรรมรถแล้วนำไปขายต่อให้นายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 40 ปีการตรวจค้นและของกลาง:ตรวจค้นบ้านพักนายเล็ก พบรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรม 2 คันรถที่ใช้ในการก่อเหตุ 1 คันเอกสารปลอม เช่น ใบคู่มือจดทะเบียน สำเนารายการจดทะเบียน และเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถอีกจำนวนมากเมื่อได้รถมา จะส่งให้เครือข่ายใน Facebook ปลอมแปลงเอกสาร ลักษณะเดียวกับคดีที่ 1 โดยมีค่าดำเนินการ

      คัดสำเนารถ: 300 บาท/คันสำเนาบัตรประชาชน: 400 บาท/คันได้แจ้งข้อกล่าวข้อกล่าวหา: “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”
      ภาพรวมความเสียหายทั้ง 2 คดี:มูลค่าความเสียหายรวมกัน มากกว่า 12,000,000 บาทจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว รวม 6 รายตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ภ.จว.ปทุมธานี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในคดีโจรกรรมรถ ไปแล้ว 18 คน และติดตามรถที่ถูกโจรกรรมไป นำส่งคืนให้กับเจ้าของแล้ว 23 คัน

      มีการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมขบวนการ และผู้รับซื้ออย่างเข้มข้นณ สภ.ปากคลองรังสิต ภ.จว.ปทุมธานี ตำรวจภูธรภาค 1 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โปรดแจ้งเบาะแสไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ”น้องปุณณ์“ ฝึกซ้อมเรียกความฟิต พร้อมลุยศึกภูเก็ต สปอร์ตซิตี้ เทควันโด โอเพ่น 2025

      ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น้องปุณณ์-ปุณณ์ ศานติสมบัติเกษม นักกีฬาเทควันโดดาวรุ่ง ล่าสุดว่า ขณะนี้กำลังเตรียมความพร้อมในการแข่งขันเทควันโดรายการ Phuket Sport City Taekwondo Open 2025 ที่จะมีแข่งขันขึ้นในวันเสาร์ที่ 31 พ.ค.68 นี้

      ทั้งนี้ สภาพความพร้อมทั่วไปดี สภาพจิตใจ สภาพร่างกาย และความมั่นใจเต็มที่ โดยได้เริ่มฝึกซ้อมเพื่อลงแข่งในรายการนี้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.68 ที่ผ่านมา เป็นการกลับมาฝึกซ้อมอย่างจริงจังหลังเปิดภาคเรียนใหม่ประจำปีนี้

      ช่วงนี้หลังเลิกเรียนจะใช้เวลาในการฝึกซ้อม ตั้งแต่เวลา 17.30-20.30 น. เป็นประจำทุกวัน โดยใช้เวลาฝึกซ้อม 6 วันต่อสัปดาห์ เฉลี่ยวันละประมาณ 5 ชม. เพื่อเตรียมความลงแข่งขัน โดยการฝึกซ้อมบางวันอาจมีอุปสรรคบ้างในเรื่องของสภาพอากาศ

      ทั้งนี้ เพราะโรงยิมที่ฝึกซ้อมเป็นยิมเนเซี่ยมที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ วันไหนฝนตกก็โอเค แต่ถ้าช่วงไหนร้อนก็ส่งผลกระทบบ้าง แต่ปรับตัวได้จนชินแล้ว บางวันที่ยิมมีสอบเลื่อนขั้นสายเทควันโด ตนเองก็จะไปช่วยโค้ชผู้ฝึกสอนช่วยดูแลรุ่นน้อง ตอนนี้สภาพจิตใจและความพร้อมตอนนี้ค่อนข้างเต็มที่ 100%

      สื่อรัฐทีวี-สื่อรัฐนิวส์ / รพ.น่านจัดกิจกรรมรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2568

      วันนี้ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น. โรงพยาบาลน่าน จัดกิจกรรมรณรงค์ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2568 ภายใต้คำขวัญ “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า : นิโคตินเสพติด จน ตาย”

      โดยมี นพ.วสันต์ แก้ววี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เป็นประธานกล่าวเปิด และ พญ.วาลิกา รัตนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมภูมิโรงพยาบาลน่าน เป็นผู้กล่าวรายงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์

      เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ ผลกระทบต่อสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง สร้างความตระหนักถึงอันตรายของการเสพติดนิโคติน และสนับสนุนให้ผู้ที่กำลังสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า

      เข้าสู่กระบวนการเลิกบุหรี่ที่เหมาะสมปลอดภัย โดยมีคณะผู้บริหารพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่าน อสม.ฟ้าใส นักเรียนในเขตเทศบาลเมืองน่าน และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม

      ซึ่งกิจกรรมประกอบไปด้วย การมอบใบเกียรติบัตร “บุคคลต้นแบบเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ” บูธเกมโทษและพิษภัยจากบุหรี่ ตอบคำถามชิงรางวัล/Kahoot ณ ลานชั้น 1 อาคารรังสี

      ศูนย์การแพทย์รัตนนันทเวช โรงพยาบาลน่าน/ภาพข่าวทีมปชส.รพ.น่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน/ทีมข่าวสมาคม รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ตร.ภาค 3 นครราชสีมา แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติด ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 198,000 เม็ด

      เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 เวลา 10.00 น. ณ สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง ต. ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมาตำรวจภูธรนครราชสีมา สถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง และ ปปส.ภาค 3 ร่วม แถลงผลการสืบสวนจับกุมคดียาเสพติดพล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รอง ผบก.ภ.จว. นครราชสีมา, พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง, พ.ต.ท.สมาน เชาว์มะเริง รอง ผกก.สส. สภ.โพธิ์กลาง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จว.นครราชสีมา นำโดย พ.ต.ท.ชัยพล คงขุนทด สว.สส.สภ.โพธิ์กลาง, พธิ์กลาง, ร.ต.อ.ภาคิน พิทักษ์ศุภกร พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง ร่วมสืบสวนจับกุมตัว

      ๑. นายเสือ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๒. นายยุทธ (นามสมมุติ) อายุ ๒๔ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๓. นายมอล (นามสมมุติ) อายุ ๓๒ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ )
      ๔. นางสาวพลอย (นามสมุติ) อายุ ๒๑ ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ (ผู้ต้องหาที่ ๔) พร้อมด้วยของกลาง ๑. ยาบ้า จํานวน ๒ เม็ด
      ๒. ยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด ๓. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น ๑๑ สีดำ จำนวน ๑ เครื่อง
      ๔. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ ๒๔ จำนวน ๑ เครื่อง
      ๕. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ๕๘ จำนวน ๑ เครื่อง
      ๖. น้ำปัสสาวะบรรจุขวดพลาสติก จำนวน ๔ ขวด

      พฤติการณ์แห่งคดี วันที่ ๒๓ พ.ค.๖๘ เวลาประมาณ 00.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมและลำเลียงยาเสพติดที่ถนนมิตรภาพ ต.โคกกรวด อ.เมือง จว.นครราชสีมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.โพธิ์กลางได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ชุดสนับสนุน จึงได้ทำการออกตรวจในบริเวณก่อนถึงจุดตรวจจุดสกัดฯ ดังกล่าว ต่อมาเวลา ๐๐.๒๐ น. พบว่ามีรถยนต์กลับรถก่อนถึงจุดตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับรถติดตามไปจนถึงถนนหมายเลข ๒๙๐ บ้านหนองกุ้ง หมู่ที่ ๑๓ ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา พบรถยนต์กระบะแค๊ปสีเขียว ยี่ห้ออีซูซุ จังหวัดบุรีรัมย์ เลี้ยวเข้าไปจอดที่บริเวณอยู่หน้าสนามชนไก่แก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ พบบุคคลชาย ๒ คน คือนายเสือ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นคนขับรถ และนายยุทธ (ผู้ต้องหาที่ ๒) นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสาร ท่าทางมีพิรุธสงสัย จึงได้ทำการสอบ ทั้งสองแจ้งว่ารถยนต์เสีย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ จึงได้สอบถามจนทั้งสองคนยอมรับว่าได้เสพยาบ้ามาและเป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถที่ขนยาบ้า แต่ระหว่างขับรถมาทราบว่ามีการตั้งจุดตรวจอยู่ด้านหน้า จึงเลี้ยวกลับรถก่อนถึงจุดตรวจแล้วมาจอดรถรอเพื่อให้จุดตรวจเลิกก่อนจึงจะเดินทางต่อ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอทำการตรวจค้นภายในรถยนต์ดังกล่าวพบยาบ้าจำนวน ๒ เม็ด ของกลางลำดับที่ ๑) จึงได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท ๑ (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและแจ้งผู้ต้องหาที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เสพยาเสพ ติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย” และสิทธิ์ให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบ

      นายเสือฯ และนายยุทธฯ ทราบสิทธิดังกล่าวดีโดยละเอียดแล้วได้สมัครใจช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้การว่าได้เป็นคนขับรถนำทางหรือสเก้าท์หน้ารถคันที่ขนยาบ้า จะขับรถนำทางห่างกันประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ซึ่งรถขนยาบ้ามีจำนวน ๓ คน ชื่อนายต้า (คนขับรถ), นายมอล และ น.ส.พลอย ใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว กทม. เดินทางไปรับยาบ้ามาจาก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี ซึ่งจะติดต่อกันผ่านแอฟพลิเคชั่นเฟสบุ๊คของนายต้า ตลอดเวลาที่เดินทาง
      เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วางแผนจับกุมโดยให้ผู้ต้องหาทั้งสอง ติดต่อกับรถคันที่ขนยาบ้าให้มาพบที่จุดที่ตนเองอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังซุ่มดูอยู่บริเวณใกล้ๆจุดนัดหมาย ต่อมาเวลาประมาณ ๐๑.๐๐ น. รถยนต์เป้าหมายได้มาจอดที่จุดนัดหมาย โดยไม่ดับเครื่องและไม่ลงจากรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่า เป้าหมายจะหลบหนีจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าทำการจับกุม แต่รถยนต์เป้าหมายได้ขับ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามไปอย่างกระชั้นชิด มุ่งหน้าผ่านสวนสัตว์นครราชสีมา จนมาถึงจุดสร้างสะพานแห่งใหม่บ้านหนองบัวศาลา ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา รถยนต์เป้าหมายได้เสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างถนนไม่สามารถขับต่อไปได้ คนภายในรถทั้ง ๓ คน ได้ลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่ามันสำปะหลังข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งไล่ติดตามจับกุมตัวมาได้ จำนวน ๒ คน คือนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ส่วนผู้ชายอีก ๑ คน (นายต้า) หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนมาตรวจค้นรถยนต์คันที่ผู้ต้องหาทั้งสองนั่งมา ผลการตรวจค้นพบยาบ้าที่ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล จำนวน ๓๓ หมอน หมอนละ ๓ มัด รวม ๙๙ มัด มัดละ ๒,๐๐๐ เม็ด ซุกซ่อนอยู่ ถุงพลาสติกสีดำ รวมยาบ้าทั้งหมดประมาณ ๑๙๘,๐๐๐ เม็ด

      เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) และ น.ส.พลอย (ผู้ต้องหาที่ ๔) ให้การว่าเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. นายต้าฯ ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาพบและชวนให้นั่งรถไปเป็นเพื่อนที่ จว.สระบุรี โดยนายมอล (ผู้ต้องหาที่ ๓) นั่งข้างคนขับ ส่วน น.ส.พลอยฯ (ผู้ต้องหาที่ ๔) นั่งที่เบาะหลัง เวลาประมาณ ๒๐.๐๐น. ได้จอดรถริมทางบริเวณทุ่งนาที่ ต.หนองแก อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี นายต้าฯ ก็ได้ให้นายมอลฯ ลงไปเอาถุงสีดำที่วางไว้ข้างทางขึ้นมาเก็บบนรถ จำนวน ๑ ถุง แล้วเดินทางกลับ อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์ โดยให้รถยนต์ของนายเสือฯ (ผู้ต้องหาที่ ๑) เป็นรถนำเพื่อคอยดูเส้นทางว่ามีด่านตำรวจหรือไม่ จนมาถึงที่เกิดเหตุแล้วถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้า) โดยมีไว้ เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย” ซึ่งผู้ต้องหาทราบสิทธิ์และข้อกล่าวหาดีโดยละเอียดแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมด้วยของกลาง ส่ง พงส.สภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

      กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / เปิดศึก “มุกดาหารแชมเปี้ยนคัพ 2025” อย่างยิ่งใหญ่!

      เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร นายวรญาณ

      บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน

      ฟุตบอล “มุกดาหารแชมเปี้ยนคัพ 2025” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง

      การแข่งขันนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 29 มิถุนายน 2568 โดยมีทีม

      ฟุตบอลจากทั่วจังหวัดมุกดาหารเข้าร่วมชิงชัย เพื่อค้นหาทีมแชมป์หนึ่งเดียวของปี

      บรรยากาศในพิธีเปิดเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่มาร่วมให้กำลังใจนักกีฬาอย่างล้นหลาม

      ขอเชิญชวนชาวมุกดาหารและผู้ที่สนใจร่วมชมและเชียร์การแข่งขันได้ที่สนาม

      กีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน

      ภาพ​/ข่าว​ เด​วิท​ โชคชัย​ มุกดาหาร​ รายงาน​ 092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐทีวี / ด่วน!!! “เสียงปืนแตก” ยิงปะทะทหารกัมพูชาที่ช่องบก ล่าสุดทหารไทยปลอดภัย ยังคงตรึงกำลังเข้มในพื้นที่

      เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา อำเภอ

      น้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ว่าเมื่อเวลา 05.30 น. หน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี รายงานว่าได้เกิดเหตุปะทะกับกำลังทหารกัมพูชาที่เข้ามาวางกำลังในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศ

      ฝ่ายไทยได้ส่งชุดประสานงานเข้าพูดคุยตามแนวทางปกติ แต่เกิดความเข้าใจผิดจากฝ่ายกัมพูชาที่เข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนกำลัง จึงเปิดฉากใช้อาวุธยิงใส่ ทำให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้ โดยการปะทะกินเวลาราว 10 นาที

      ต่อมาในเวลา 05.55 น. พลตรี ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ของกัมพูชา ได้โทรศัพท์ประสานกับ พันเอก บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ฝ่ายไทย เพื่อยุติการปะทะ ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงและตรึงกำลังในพื้นที่

      ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อหาข้อยุติในประเด็นการอ้างสิทธิ์ และวางแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างสันติ โดยกองทัพบกยืนยันว่า กำลังพลฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมให้ทราบในโอกาสต่อไป

      กองกำลังสุรนารี #กองทัพภาคที่2 #ชายแดน

      ไทยกัมพูชา #ช่องบก #กองทัพบก #ปะทะชายแดน #ความมั่นคงชายแดน #เจรจา ทวิภาคี #อุบลราชธานี #ทหารไทย #ทหารเขมร #ตรึงกำลัง #ข่าวสถานการณ์ล่าสุด

      ​ เด​วิท​ โชคชัย​ รายงาน​092-5259777​

      สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าฯสกลนคร เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้า ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จ.สกลนคร

      วันที่ 27พฤษภาคม 2568 เวลา09.00น.เป็นต้นไป ภายใต้การอำนวยการของนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นายพิสิษฐ์ แร่ทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (ความมั่นคง) /นายเอกภพ โสภณ ปลัดจังหวัดสกลนคร,นายปัณณวิชญ์ กุลตังคะวณิชย์ นายอำเภอบ้านม่วง /ผอ.ศป.ปส.อ.บ้านม่วง นายไพโรจน์ ฦาชา ปลัดอาวุโสอำเภอบ้านม่วง

      เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกนักค้าเพื่อเป็นการป้องกันเหตุและการกระทำผิดกฎหมาย ตามนโยบายการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามรูปแบบธวัชบุรีโมเดล จังหวัดสกลนคร ได้สั่งการให้นายสุวรรณ สุโน ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง พร้อมเจ้าหน้าที่สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่12 อำเภอบ้านม่วง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ่อแก้ว ชุดปฏิบัติการตำบลบ่อแก้ว

      ได้ลงพื้นที่ดำเนินการติดตามผู้หลีกเลี่ยง ไม่ยินยอมเข้ารับการคัดกรองหาสารเสพติดในร่างกาย(Re x-ray)และผู้ไม่ผ่านกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพ

      ติดโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน(CBTX) ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด สกลนครโมเดล ณ ศาลาประชาคมบ้านบ่อแก้ว หมู่ที่ 14 ต.บ่อแก้ว อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร จำนวนยอดที่ติดตาม ณ วันนี้ 104 ราย เข้ากระบวนการบำบัด จำนวน 6 ราย จับกุมดำเนินคดี 12 ราย

      รายที่ 1 ของกลาง : ยาบ้าจำนวน 12 เม็ด (ตรวจค้น) โดยกล่าวหาว่า : เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รายที่ 2 ของกลาง : 1. ยาบ้า จำนวน 10 เม็ด 2. เครื่องกระสุนปืนขนาด 380 มม.จำนวน 21 นัด 3. เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 40 นัด

      โดยกล่าวหาว่า: 1. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย 2. มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” 3. มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน รายที่ 3 – รายที่ 12

      โดยกล่าวหาว่า: เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย สถานที่จับกุม พื้นที่ตำบลบ่อแก้ว อำเภอบ้านม่วงจังหวัดสกลนคร
      จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านม่วง เพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป

      สราวุต อ่อนทรวง ภาพ/ข่าว รายงาน

      สือรัฐ ทีวี บก.เอกสิทธ์ หมวดทอง