คลังเก็บหมวดหมู่: กิจกรรมเพื่อสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จีนจับมือไทยร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีเปิดศูนย์วิจัยร่วมมือที่ศูนย์เศรษฐกิจ

แชร์เนื้อหานี้

​ไทย-จีน ร่วมเปิดศูนย์วิจัย มันสำปะหลังร่วมกัน เพื่อยกระดับการวิจัยและนวัตกรรมทางผลผลิตมันสำปะหลังเพื่อเป็นการเพิ่มผลผลิตและมันสำปะหลังที่มีคุณภาพ คาดว่า เกษตรกรจะได้รับผลดีจากการร่วมมือ ไทย-จีน ในครั้งนี้
​ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.กำไร เขือนสันเทียะ หัวหน้าโครงการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจโคราช เทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ทางศูนย์ได้ทำพิธีเปิดศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี มันสำปะหลังไทย – จีน เพื่อยกระดับความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมสู่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ศูนย์แห่งนี้ จะมุ่งเน้นพัฒนาผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างทั้ง ไทย-จีน พร้อมส่งเสริมนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่น คลัสเตอร์เกษตรกร และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้งานวิจัยสามารถต่อยอด สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจะมีการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและส่งบุคลากรไปอบรมยังประเทศจีน และร่วมมือจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยระหว่างประเทศ ร่วมกันอีกด้วย

ทางด้านนางสาวธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา และ ในฐานะผู้ประกอบการด้านมันสำปะหลังจากบริษัท สงวนวงษ์ อุตสาหกรรม ผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังและสินค้าแปรรูปจากมันสำปะหลังระดับประเทศ กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก และถือเป็นจุดเริ่มต้นและเปลี่ยนแปลงโดยนำเทคโนโลยีด้านนวัตกรรม มาเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าทางการเกษตร เริ่มต้นที่มันสำปะหลังก่อนและค่อยขยายไปยังพืชเกษตรกรของไทยในรายอื่นๆต่อไป ไม่ว่าจะเป็นอ้อยหรือข้าวโพด

วันนี้มันสำปะหลังเราเจอวิกฤตผลผลิตต่ำจนทำให้การค้าของเรา สู้ประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ วันนี้ประเทศลาวและเวียดนามเขามีผลผลิตที่ดีกว่าปละต้นทุนต่ำกว่าไทยเราทำให้เขาสามารถแย่งตลาดมันสำปะหลังของไทยเราไปค่อนข้างมาก หากเราใช้เทคโนโลยีเข้ามาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆให้กับเกษตรกรไทย ที่ปลูกมันสำปะหลังจะทำให้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มมากขึ้น เราก็จะสามารถแข่งขันกับคู่แข่งอย่างลาวและเวียดนามได้ เกษตรกรเราก็จะมีทางรอด ทำให้เชื้อแป้งมีเปอร์เซ็นต์มากขึ้น เราก็จะแข่งขันได้ในอนาคต

ด้านนายสมชาย ศรีตระกูลประธานที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตและประกอบการมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือกล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกมันสำปะหลังของไทยปีนี้จากการสำรวจของ 4 สมาคมมันสำปะหลังไทย พบว่าผลผลิตปีนี้จะมีปริมาณที่ลดลงค่อนข้างมาก เพราะปริมาณฝนสามารถทำให้ผลผลิตน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ราคาที่ขายของเกษตรกรอยู่ที่ 1.80-2.00 บาท /กิโลกรัม และเกษตรกรสามารถผลิตต่อไร่ได้ประมาณ 3 ตัน เศษๆเท่านั้น ความร่วมมือไทย-จีน ครั้งนี้ นัยว่าเป็นเรื่องที่ดี

จะได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากประเทศจีนมาช่วยทำให้ เกษตรกรปลูกและผลิตมันสำปะหลังให้มีจำนวนมากขึ้น 4-5 ตัน/ไร่ และปริมาณเชื้อแป้งจะได้เปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นตรงตามความต้องการของตลาดจากประเทศจีนซึ่งนำแป้งมันสำปะหลังจากไทย ถึง 50% ของผลผลิตทั้งประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้คาดว่าประเทศไทยจะได้รับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากประเทศจีนมาวิจัยร่วมกับจะทำให้เกษตรกรไทยสามารถปลูกมันสำปะหลังได้คุณภาพมากยิ่งขึ้น นัยว่าจะส่งผลดีต่อเกษตรกรไทยอย่างแน่นอน

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ททท.จัดกิจกรรม Road Show ทะเลตราด สู่ ภูผาน่านเชื่อมโยง ท่องเที่ยว – โอทอป / น่านเพิ่มทางธุรกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไผ่ แข่งขันได้ในตลาดสากล

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด นำโดย คุณมุกดา เจริญประสิทธิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด และว่าที่ ร้อยตรีกรกฎ โอกาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ได้นำคณะกรรมการและ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด เดินทางมาจัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว แนวทาง/รูปแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และบูรณาการการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชื่อมโยงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน

ซึ่งมี พันเอกวัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และนายอนันต์ สีแดง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน พร้อมคณะกรรมการ รวมทั้งผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ร่วมพบปะและให้การต้อนรับ ณ โรงแรมนานกรีนเลควิว รีสอร์ท ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน/ส่งเสริมและผลักดันการท่องเที่ยวของทั้ง 2 จังหวัด

ให้เป็นภาคีเครือข่ายท่องเที่ยวเชื่อมโยงข้ามภูมิภาค ระหว่าง จังหวัดตราด ซึ่งมีที่ตั้งอยู่สุดแดนตะวันออกของประเทศไทย และมีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา กับจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีที่ตั้งอยู่สุดแดนตะวันออกล้านนา (ภาคเหนือ) และมีชายแดนติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้มีการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวร่วมกัน

ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสอดคล้องกับบริบทของคนในแต่ละพื้นที่ คือ คนที่อยู่ติดทะเล (ตราด) ก็อยากมาเที่ยวชมบรรยากาศทะเลหมอก และสัมผัสธรรมชาติภูเขา รวมทั้งสายน้ำต้นกำเนิดแห่งลำน้ำ ส่วนคนภูขา (น่าน) ก็ออยากเดินทางไปท่องเที่ยวทะเล โดยทั้ง ๒ ฝ่าย มีแนวคิดที่จะจุดขายในการท่องเที่ยวเชื่อมโยงว่า “กระซิบรัก..ที่น่าน แต่งงาน…ที่ตราด”

โดยสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด มีกำหนดดการเดินทางมาเยือนจังหวัดน่าน ตั้งแต่ วันที่ 16-19 ตุลาคม 2568 และนำได้นำผลิตภัณฑ์ OTOP ของดีจังหวัดตราด มาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย บริเวณข่วงเมืองน่าน ในวันที่ 17 และ 18. ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.-20.00 น. ณ บริเวณลานข่วงน้อย ข่วงเมืองน่าน อำเภอเมืองน่านฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดตราด อีกด้วย

ทั้งนี้ ในวันดังกล่าว พันเอกวัฒนาฯ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่านพร้อมคณะกรรมการ และนายบุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน ได้ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีให้กับ นายอนันต์ สีแดง ใน

โอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานน่าน ท่านใหม่ เพื่อร่วมกันผลักดันในการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดน่านอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป/ข่าว/พ.อ.พยอม บุญทร/ภาพ/ร.ต.อซสถิตย์ ศรีประสม/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เพิ่มคุณค่าไผ่น่านอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไผ่ของจังหวัดน่าน ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล

จังหวัดน่าน โดย สำนักงานอุตสาหกรรมน่าน ดำเนินโครงการเกษตรปลอดภัยและมูลค่าสูง กิจกรรมหลักการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไม้ ไม้ไผ่ เพื่อเพิ่มมูลค่า กิจกรรมย่อยพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน ประจำปีงบประมาณ 2568 จัดงานแสดงผลงานและทดสอบตลาดผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน NAN BAMBOO Inno-Creative 2025 จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไม้ไผ่ของจังหวัดน่าน จำนวน 30 ผลิตภัณฑ์

โดยมีนางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และนายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดงาน มุ่งเน้นการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใหม่ ทันสมัย ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ตอบสนองความต้องการของตลาด และวิถีของคนยุคปัจจุบัน ผสมผสานกับภูมิปัญญา อันทรงคุณค่า ทั้งนี้เพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป สามารถร่วมชื่นชมผลิตภัณฑ์ต้นแบบอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน และเข้าร่วมกิจกรรมภายในงานได้ระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 ณ ข่วงเมืองน่าน (ข่วงน้อย) จังหวัดน่าน

นางวิไลวรรณ บุดาสา รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวว่า จังหวัดน่านมีพื้นที่เกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ มีผลผลิตทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเกษตรกรรมการปลูกไผ่ และผู้ประกอบการ-วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกและแปรรูปไผ่ ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่สู่อนาคตที่ยั่งยืน และการผลักดันให้ไผ่เป็นไม้เศรษฐกิจอุตสาหกรรมครบวงจรของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อเพิ่มพื้นที่การปลูกไผ่เศรษฐกิจ จึงควรมีการส่งเสริมการปลูกไผ่ในจังหวัดน่าน เพิ่มพื้นที่ การปลูกไผ่เศรษฐกิจ สร้างป่าแก้ปัญหาเขาหัวโล้น ช่วยสร้างความยั่งยืนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีแก่เกษตรกร ให้มีความมั่นใจในการผลิตไผ่แบบครบวงจร เกิดการรวมกลุ่ม และพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพ

การผลิตไผ่ ตลอดจนได้แนวทางผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมไม้ไผ่ที่สามารถดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมาย และเข้ากับบริบทสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน ซึ่งรัฐบาลได้มีนโยบายในการส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมไผ่ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยเน้นการพัฒนาวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้มีมาตรฐานมีคุณภาพสูง ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ไผ่ในพื้นที่จังหวัดน่าน เนื่องจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) พบว่ายังอยู่ในระดับการแปรรูปชั้นต้น ราคาถูก หากมีการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยใช้นวัตกรรมใหม่จะทำให้มีการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและจังหวัดในภาพรวมมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายอดิศักดิ์ มณีท่าโพธิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดน่าน ในนามของหน่วยงานดำเนินโครงการ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นปีที่สองของอุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่าน มีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชน ให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล พัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่ให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ สร้างรายได้ ที่ยั่งยืนแก่ผู้ประกอบการ ส่งเสริมและเปิดช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไผ่จังหวัดน่านสำหรับกิจกรรมที่ได้ดำเนินการมาแล้วนั้น ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมแรก พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ โดยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการจำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 30 ราย กิจกรรมที่สอง พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ ผ่านการศึกษาดูงาน เพื่อยกระดับมาตรฐาน และการให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ แก่ผู้ประกอบการ 15 ราย ได้ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาแล้วรวม 30 ผลิตภัณฑ์ กิจกรรมที่สาม

เชื่อมโยงและทดสอบตลาด ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดท้ายของโครงการ คือการจัดงานแสดงผลงานในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 โดยนำผลิตภัณฑ์ต้นแบบทั้ง 30 ผลิตภัณฑ์ มาจัดแสดงและทดสอบตลาดผ่านแบบสอบถามรายผลิตภัณฑ์ เพื่อวิเคราะห์ และสรุปผลเป็นข้อมูลให้ผู้ประกอบการนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่อไป อีกทั้งภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การสาธิตการต่อเรือไผ่ การสาธิตการทำอาหารจากไผ่ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ กิจกรรมส่งเสริมการขายและการแสดงดนตรีเป็นประจำทุกวัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานอุตสาหกรรมจะงหวัดน่าน 054 716 018/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ผู้ว่าปากน้ำ เป็นประธานทำบุญตักบาตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช”

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ซึ่งตรงกับ “วันนวมินทรมหาราช” ณ ลานพระบรมรูปทรงงาน สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป พิธีวางพวงมาลา และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ภายในงานมี นางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ นายสมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ นางเสาวภาคย์ วงศ์ไวทยากูล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการ นายรุ่งสง่า นวลนุกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดพระประแดง และนายอานนท์ บูรณะภักดี นายอำเภอพระประแดง เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ อาสาสมัคร และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ สะท้อนถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการร่วมรำลึกและแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียง ในการนี้ยังมี จิตอาสาพระราชทาน นำโดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยเหล่าข้าราชการ พลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ทหาร ตำรวจ องค์กรเอกชน นักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนในชุดจิต อาสาพระราชทาน พร้อมใจกันบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลอีกด้วย
สำหรับ “วันนวมินทรมหาราช” เป็นวันแห่งการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย

ผู้ทรงอุทิศพระวรกายและพระสติปัญญาเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนมาตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งการครองราชย์ ที่พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างของ “พระมหากษัตริย์นักพัฒนา” ที่ลงพื้นที่ทรงงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เพื่อเข้าใจปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในทุกภูมิภาคของประเทศ จากภูเขาสูงถึงปลายน้ำ พระองค์ทรงใช้พระปรีชาสามารถคิดค้นและพัฒนาโครงการพระราชดำริกว่าหลายพันโครงการ ครอบคลุมด้านการเกษตร แหล่งน้ำ ป่าไม้ การศึกษา การแพทย์ และสิ่งแวดล้อม แนวพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ยังคงเป็นหลักการสำคัญที่หน่วยงานและประชาชนไทยน้อมนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพราะพระองค์ทรงเชื่อมั่นว่า “ความเจริญที่แท้จริง ต้องเกิดจากพื้นฐานชีวิตของประชาชน”

พระราชจริยวัตรอันงดงาม ความเรียบง่าย สมถะ และความเสียสละของพระองค์ ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนยึดถือเป็นแบบอย่างแห่งความพอเพียง ซื่อสัตย์ และตั้งใจทำความดีเพื่อส่วนรวม ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ได้พระราชทานไว้ในวันนวมินทรมหาราชนี้ ชาวจังหวัดสมุทรปราการ จึงใช้สวนสุขภาพลัดโพธิ์ ซึ่งมีพระบรมรูปทรงงาน และยังเป็นสถานที่ตั้ง สะพานภูมิพล และประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์

ที่เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปี พ.ศ. 2538 เพื่อแก้ปัญหาจราจรและส่งเสริมการขนส่ง โดยสะพานนี้เปิดให้สัญจรได้

ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2549 และได้รับพระราชทานนามว่า “สะพานภูมิพล” อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ชาวจังหวัดสมุทรปราการ จึงน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ พร้อมสำนึกในพระเมตตาอันล้นพ้น และตั้งมั่นที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน และความมั่นคงของชาติไทย

นอกจากนี้ยังมี นาย อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือเต้ อาชีวะ อายุ 40 ปี แกนนำกลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ที่จะทำความดีตอบแทนแผ่นดิน ในนามกลุ่ม “ไทยไม่ทน” พร้อมคณะกว่า 10 คน ได้นำพวงมาลา มาวางที่อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงงานอีกด้วย
นาย อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ ประธานกลุ่ม ไทยไม่ทน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า นี่เป็นแผ่นดินไทย ผืนแผ่นดินไทย เปิดเพลง เปิดเสียงหมาหอน จะทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ อยู่บนผืนแผ่นดินไทย ไม่ได้หนักหัวเขมรแน่นอน

สุดท้ายรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ดังนั้นสิ่งที่คำนึงถึงเรื่องละเมิดสิทธิ์ ควรไปห่วงประชาชนที่อยู่ชายแดน วันที่ 24 กรกฎาคม ประชาชนที่เสียชีวิต สูญเสียขา เด็กที่ต้องสูญเสียไป ทำไมต้องแคร์สิทธิมนุษยชน ผมเป็นคนตรง ไม่เกี่ยวกับพรรค ที่นี่แผ่นดินไทย ประเทศไทย

ต้องดูแลคนประเทศไทยก่อน ประเทศปลายทางเคยเคารพเราหรือเปล่า เขามาเอาม็อบมากดดันพวกเรา กลุ่มไทยไม่ทน และอนาคตจะเกิดเป็นพรรคไทยไม่ทน พวกเราคนไทยทุกคน มีความเศร้าโศกสูญเสีย เมื่อ 9 ปีที่แล้ว มาจำนวนหนึ่งมาร่วมแสดงจุดยืนความจงรักภักดีแบบนี้ตลอดไป

วันนี้มีภารกิจมีข้อร้องเรียนมาในพื้นที่ตลาดพระประแดง มีต่างด้าวทำตัวเป็นเจ้าของร้านเจ้าของแผง และนำข้อมูลที่แท้จริงไปคุยกับเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปกวาดล้าง ในกลุ่มไทยไม่ทน ปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ของทุกคน ยังเล็งเห็นว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย ต้องผนึกกำลัง ทำงานในด้านกฎหมายและทำเรื่องดีๆขึ้นมา ต้องพึ่งกฎหมายเข้ามาช่วย ผนึกกำลังสร้างกลุ่มไทยไม่ทนขึ้นมา แก้ปัญหาในเรื่องต่างด้าว และอีกหลายๆด้าน ช่วยพัฒนาประเทศ ความพร้อมของกลุ่มไทยไม่ทน ส่งรายชื่อให้ กกต. ผ่านเรียบร้อยแล้ว พร้อมทำงานให้กับประชาชน


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9
วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้นำทีม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัคร นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด แจกตามประชาชน ตามชุมชน 5 แห่ง ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวาระครบ ๙ ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “วันนวมินทรมหาราช”
นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่มจำนวน 500 ชุด ไปแจกตามชุมชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันครบรอบสวรรคต พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 โดยวันนี้ได้ไปแจกที่ ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สิทธิประโยชน์ คนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยม ทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย / มูลนิธิพุทธภูมิธรรม ทำบุญถวายแผ่นดินสยาม ณ วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ

แชร์เนื้อหานี้

10 ตุลาคม 2568 : 10.00 – 12.00 น. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบหมายให้

พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ/นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล,นายวินิทร เต็มวงษ์ หัวหน้างานสงเคราะห์ ผศ.ร.อ.,นายณฐธรรมธัช ที่รัก ประจำ อผศ.ช่วยปฏิบัติหน้าที่

ผศ.ร.อ.,นางฐานิดา อนุอัน นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดกาฬสินธุ์,น.ส.ชญาภา เทียมเมฆ นายกสมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากลประจำจังหวัดบุรีรัมย์,นายบุรินทร์ สารีคำ ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดมหาสารคาม มอบหมาย

ให้ น.ส.ตริทธา ทะลาสี รอง ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษฯ,นายทศพล มั่นศักดิ์ หน.หน่วยบริการแกดำ พร้อมคณะครู และนักเรียน,นายสมนึก ไชยสงค์ นายก อบต.วังแสง และคณะ,นางชนาภา ต้นบุญ ผอ.กองสวัสดิการ ทต.มิตรภาพ,นายเฉลิมชัย เชียงพฤกษ์ นายก อบต.โนนภิบาล,นางลุนณี เทียงดาห์ ผอ.รพ.สต.บ้านหนองบัว,อสม.ม.7,

พลฯ สมนึก เทพทองพูล ประธานเครือข่ายทหารผ่านศึกเขตวาปีปทุม,นายธวัชชัย จิตต์เจริญ ที่ปรึกษาสมาคมคนพิการฯ,ชมรมช่วยเหลือสังคม,นายณรงค์ ทับสมบัติ ผญบ.ม.7 ผู้ประสานงาน :

ลงพื้นที่ให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์ของคนพิการ พร้อมมอบชุดเยี่ยมให้กับทหารผ่านศึก คนพิการ ผู้ยากไร้ จำนวน 20 ราย ซึ่งมี พ.ต.ศิริชัย ทรัพย์ศิริ กรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธีมอบ

ณ ศาลาการเปรียญวัดบูรพาหนองบัว ต.วังแสง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม*** ขอขอบคุณผู้ร่วมบริจาค มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ดังรายนามต่อไปนี้ ***สมาคมคนพิการทางการเคลื่อนไหวสากล : บริจาคชุดเยี่ยม จำนวน 20 ราย โรงแรม CENTARA : บริจาคแปรงสีฟัน ยาสีฟัน

มูลนิธิพุทธภูมิธรรม นำโดย อาจารย์วิจักษณ์ สองจันทร์ ประธานมูลนิธิฯ และกัลยาณมิตร นำโดย พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผช.ผบ.ทอ.) ร่วมทำบุญถวายแผ่นดินสยาม ณ วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ

ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ของพระภิกษุสงฆ์ ถวายพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร สังฆทาน อธิษฐานบุญบารมีเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับแผ่นดินสยาม ถวายกำลังบุญบารมีแด่พระสยามเทวาธิราช สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า บรรพชนไทย แล้วแผ่บุญกุศลไม่มีประมาณ

ขอน้อมส่งพลังบุญและมงคลอธิษฐาน ให้แด่ กัลยาณมิตรทุกท่าน จงประสบแต่ความสุขความเจริญและความสว่างไสว ตราบถึง พระนิพพาน เทอญ..

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / งานประเพณีชักพระ อ.โคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดทำเรือพระ

แชร์เนื้อหานี้

โปรย : ในทุกๆปี เมื่อสายลมต้นตุลาคมพัดผ่านลำน้ำในอำเภอโคกโพธิ์ก็กลายเป็นเวทีแห่งศรัทธา เรือพระลำงามล่องผ่านสายน้ำดุจสายใยแห่งความเชื่อมั่นที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ‘สายใยแห่งศรัทธา ลอยผ่านสายน้ำแห่งกาลเวลา’ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ แต่คือจิตวิญญาณของคนในชุมชนที่ยังคงเต้นอยู่ในทุกจังหวะ ของงานชักพระ”ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงาน

วันที่ 8 ต.ค 2568 เวลา 17.30 น. ที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดปัตตานี ได้มาเป็นประธาน ในพิธีเปิดงาน ประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 ประจำปี 2568

เพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรม ทางศาสนาพุทธ ที่เก่าแก่ และสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน โดยมี นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวต้อนรับ มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี นายอำเภอโคกโพธิ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการการจัดงานประเพณีชักพระ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอโคกโพธิ์ เข้าร่วมจำนวนมาก และ มีเรือพระจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมงานประเพณีชักพระกว่า 42 ลำ โดยตัวเต็งในปีนี้ ฟังจากเสียงชาวบ้านมาว่า ตำบลนาประดู่ อาจจะมีสิทธิ์คว้ารางวัลชนะเลิศไปครองก็เป็นได้

สำหรับงาน ประเพณีชักพระของอำเภอโคกโพธิ์นั้นเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดปัตตานี และพี่น้องคนไทยพุทธในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ ได้ร่วมกับสถาบันสงฆ์ สภาวัฒนธรรมอำเภอ

โคกโพธิ์ และ คณะกรรมการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ได้กำหนดจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ครั้งที่ 76 และงานมหกรรมวัฒนธรรมของดีท้องถิ่นปัตตานี ครั้งที่ 25 ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 3 – 14 ตุลาคม 68

โดยงานนี้ จัดขึ้นบริเวณลานอเนกประสงค์หน้าที่ว่าการอำเภอโคกโพธิ์ ทั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว พัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจัดทำเรือพระ และสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามด้านการดำรงอยู่ แบบผสมผสานวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนในอดีตถึงปัจจุบันของอำเภอโคกโพธิ์

ทางด้าน นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดปัตตานี ได้กล่าวว่า สำหรับการจัดงานนี้ ถือว่าเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่สืบทอดกันมานาน งานชักพระอำเภอโคกโพธิ์ ของจังหวัดปัตตานีใน ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เป็นการแสดงออกถึงความรัก

ความสมานฉันท์ การได้ทำความดี การแสดงพลังความรักความสามัคคี จังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่ร่วมกันในลักษณะสังคมพหุวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีความโดดเด่น ทางศิลปวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งการจัดงานประเพณีชักพระอำเภอโคกโพธิ์

นอกจากจัดเพื่อส่งเสริมประเพณี ที่ดีงามให้คงอยู่คู่ประจำอำเภอโคกโพธิ์แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการนำวัฒนธรรมมาเป็นสื่อสายใยเรียงร้อยความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี แก่จังหวัดปัตตานีอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในงานมีการออกร้านค้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ การประกวดขบวนของดีท้องถิ่น การแสดงจากโรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา การแสดงประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละชุมชน การออกร้านแสดงนิทรรศการ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป สินค้าอุปโภคบริโภคจากตำบล ท้องถิ่น อีกด้วย

สำหรับ เรือพระไม่ใช่เพียงงานศิลป์ แต่คือสัญลักษณ์ของการรวมใจ—ไม้แต่ละชิ้นคือความทรงจำของรุ่นก่อน ผ้าประดับคือความหวังของรุ่นใหม่ และการล่องผ่านสายน้ำคือการเดินทางของศรัทธาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง”

สำหรับงานประเพณีชักพระที่มีทุกๆปีนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่มันสื่อถึงเรื่องราวสะท้อนบทสนทนา ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เรือพระที่ล่องผ่านคือเรือแห่งความทรงจำ ไม้แต่ละชิ้นคือเรื่องราว

ของบรรพชน ผ้าประดับคือความฝันของลูกหลาน และเสียงกลองคือจังหวะของหัวใจที่ยังคงเต้นอยู่\ เมื่อเรามองเรือพระ เราไม่ได้เห็นแค่ศิลปะ แต่เห็นความรัก ความศรัทธา และความหวังที่ลอยผ่านสายน้ำแห่งกาลเวลา”
ตอริก สหสันติวรกุล ผู้สื่อข่าว จ.ปัตตานี

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รองนายกฯ พิพัฒน์ เปิดงานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง มรดกวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำอ.หลังสวน จ.ชุมพร ปีที่ 182

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน0818923514 วันนี้ (8 ต.ค. 68) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมทางน้ำ งานประเพณีแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ปีที่ 182 ชิงโล่และถ้วยพระราชทาน

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 เพื่อส่งเสริมและสืบสานการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง เอกลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ณ ศาลาท่าน้ำวัดด่านประชากร (สนามแข่งขันกลางภาคใต้) แม่น้ำหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

งานแห่พระแข่งเรือขึ้นโขนชิงธงถือเป็นประเพณีเก่าแก่สำคัญที่อยู่คู่กับเมืองหลังสวนมาเป็นเวลายาวนานถึง 182 ปี เป็นการส่งเสริมและสืบสานการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมลุ่มน้ำหลังสวน

ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวของประเทศไทย ที่ตัดสินแพ้-ชนะกันที่ความสามารถของนายท้ายเรือที่ต้องบังคับหัวเรือให้ตรง และนายหัวเรือที่ต้องปีนขึ้นไปบนโขนเรือเพื่อชิงธงบริเวณเส้นชัยให้ได้ หากเรือลำใดเข้าเส้นชัยก่อนแต่นายหัวเรือปีนโขนเรือขึ้นไปคว้าธงไม่ได้ หรือคว้าธง

ได้แต่พลัดตกน้ำจะถูกตัดสินว่าเป็นผู้แพ้ แตกต่างจากการแข่งขันเรือยาวของที่อื่นที่ตัดสินกันที่เรือลำใดเข้าสู่เส้นชัยได้ก่อนเท่านั้น ทำให้ได้รับตรา UNSEEN THAILAND และ “ธงหนึ่งในสยาม” จาก ททท. เมื่อปี 2547 นอกจากนี้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ยังได้ประกาศขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2561 ให้ประเพณีการแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธงของ อ.หลังสวน เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของประเทศด้านการเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว

สำหรับการแข่งเรือขึ้นโขนชิงธง ชิงโล่และถ้วยพระราชทานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งลุ่มน้ำหลังสวน ประจำปี 2568 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 12 ตุลาคม 2568 มีเรือที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 5 ประเภท ประกอบด้วย เรือยาวประเภท ก (30 – 32 ฝีพาย)

เรือยาวประเภท ข (30 – 32 ฝีพาย) ใช้ฝีพายท้องถิ่น เรือยาวประเภทเรือนักเรียนและเยาวชน เรือยาวประเภทประชาชนภายในตำบล และเรือยาวประเภทเรืออนุรักษ์ (เรือขุด)

นอกจากนี้ยังมีการประกวดเรือประเภทต่าง ๆ ได้แก่ เรือพระบก เรือสวยงาม เรือพระน้ำเรือประเภทความคิด เรือประเภทตลกขบขัน และการประกวดกองเชียร์ริมฝั่งอีกด้วย

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ครอบครัวพาณิชย์พิศาล พร้อมพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรเทโว ออกพรรษา / สมุทรปราการ ชาวบางพลีแห่ตักบาตรเทโวโรหณะวันออกพรรษา

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อช่วงเช้า วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่วัดมหาวงษ์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ บรรยากาศเปี่ยมด้วยศรัทธาและความอบอุ่น เมื่อครอบครัวพาณิชย์พิศาล

พร้อมพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมทำบุญตักบาตรเทโว เนื่องในวันออกพรรษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว โดยมี อาสาสมัครชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา คอยให้บริการและดูแลความเรียบร้อย

ประเพณีตักบาตรเทโว หรือ “เทโวโรหณะ” จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 เพื่อรำลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังเทศนา

โปรดพระพุทธมารดา เป็นพิธีที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันสืบสานอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงความศรัทธา ความสามัคคี และการร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอันงดงาม


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ


เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ วัดบางพลีใหญ่กลาง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พระวชิรคณาทร (ท่านเจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เนื่องในวันออกพรรษาประจำปี 2568

สื่อสารขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม โดยมี นางสาววีร์สุดา รุ่งเรือง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะศิษย์ยานุศิษย์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวตำบล บางพลีใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง

เข้าร่วมภายในงานกันเป็นจำนวนมาก คณะสงฆ์เดินรับบาตร ร่วมกันทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ รับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพี่น้องประชาชน ที่มาร่วมในพิธี หลังวันออกพรรษา 1 วัน คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะมีประเพณีทำบุญตักบาตร ที่เรียกกันว่า “ตักบาตรเทโว” คำว่า “เทโว” ย่อมาจาก “เทโวโรหณะ” แปลว่า

การเสด็จจากเทวโลก สืบเนื่องจากความเชื่อตามตำนานที่ว่า วันนี้เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากเทวโลก หลังเสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
พระวชิรคณาทร (ท่านเจ้าคุณแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง กล่าวว่า

การจัดงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหนะ เนื่องในวันออกพรรษา ในครั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามและสืบทอดพระพุทธศาสนาที่ชาวไทย ยึดถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลานาน ให้คงอยู่สืบไป


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผอ.กองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. รุดเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ-ผู้ประกอบการ จากเหตุปล้นร้านทองห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศอ.บต. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด/อำเภอ พื้นที่จังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 18.30 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน บุกปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสุไหงโก-ลก พร้อมอาวุธครบมือ และได้วางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด อีกทั้งโรยตะปูเรือใบตามเส้นทาง เพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 2 ราย

ในการนี้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย อายุ 27 ปี ได้รับบาดเจ็บ ถูกกระสุนปืนแฉลบบริเวณคอ กระสุนเข้าที่หน้าอกขวา และถูกกระสุนปืนบริเวณขา แพทย์ได้ทำการตกแต่งบาดแผล เจาะปอดระบาย และให้ออกซิเจนทางจมูก ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว และ

นายจีรศักดิ์ เปาะหนิ อายุ 30 ปี ยังมีอาการตกใจ อ่อนเพลีย รู้สึกตัวดี เนื่องจากถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน แพทย์ให้การดูแลและประเมินอาการทางสุขภาพจิตทั้งนี้ ศอ.บต. ได้ชี้แจงสิทธิการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งการช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปตามเอกสารรับรองแพทย์ระบุระดับความรุนแรงการบาดเจ็บ และจะได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

ต่อมา เวลา 15.00 น. ณ ห้างสรรพสินค้า บิ๊กซีสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา ศอ.บต. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัด/อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านทรัพย์สิน พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนาม เลขาธิการ ศอ.บต.

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ประกอบการ จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นางสาวอรุณ สุทธิสถิตย์ ผู้จัดการร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ประจำภาคใต้ และ นายเฉลิมชัย โยธาทิพย์ ผู้จัดการห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาสุไหงโก-ลก เบื้องต้นมีทรัพย์สินเสียหายประเภทตู้กระจก และประเภททองที่ถูกเอาไป ประมาณ 400 บาท ซึ่งทางร้านกำลังตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม

ทั้งนี้ นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ได้ชี้แจงให้รับทราบเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการและหลักเกณฑ์ที่กำหนด ในส่วนภาครัฐจะเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายด้านทรัพย์สิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนระดับอำเภอและจังหวัดต่อไป และหากผู้ประกอบการอื่นที่มีทรัพย์สินเสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งต่อศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาอำเภอโดยเร็ว

นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนว่า ในมุมของหน่วยงานภาครัฐ ยืนยันว่า เราดูแลพี่น้องประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า แม้จะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม บ้านเมืองต้องเดินหน้าต่อไป วันนี้ห้างสรรพสินค้า ยังคงมีคนมาใช้บริการตามปกติ ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยังมีผลอยู่บ้าง แต่เชื่อว่า ในอีกระยะหนึ่งก็คงกลับมาเป็นปกติ ในส่วนของ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการจัดกิจกรรมในลักษณะการขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดจะมีการขับเคลื่อนในพื้นที่สุไหงโก-ลก คิดว่าจะฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้ในเร็ววัน
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน

จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ คล้ายวันเกิด ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯ 4 กันยายน 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (4 ก.ย.) ดร.ฉวีวรรณ คำพา นายกสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือฉวีวรรณ ผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่ของไทย ได้จัดพิธีทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ณ สโมสรฉวีวรรณกรุ๊ป (แห่งใหม่)

ตั้งอยู่ใน ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมจัดพิธีสืบชะตาแบบล้านนาเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี

เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่านสงฆ์ และมี

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้วอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายธวัชชัย ศรีทอง ตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นางเดชา จันทร์เล็ก นายเอกสิทธิ์ อ่ำฉอ้อน

สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เขตอำเภอศรีราชา พร้อมด้วย นายอโนทัย เจริญสันติสุข คณะที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การบริหารนโยบายนายกอบจ.ชลบุรี และมีหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน ประชาชนผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือและหน่วยงานต่างๆ

จากทั่วประเทศทึ่ได้รับการสนับสนุนจาก ดร.ฉวีวรรณ ทั่วสารทิศ เดินทางเข้าอวยพรวันเกิดเป็นจำนวนมาก ขณะที่ ดร.ฉวีวรรณ คำพา เผยว่าการช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากเป็นสิ่งที่ตนยินดีทำและยึดมั่นมาโดยตลอด ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกจากการ

จัดพิธีทำบุญและพิธีสืบชะตาแบบล้านนาที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีแล้ว ในทุกวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคล ดร.ฉวีวรรณ คำพา จะมอบทุนบำรุงสถานศึกษาทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นประจำทุกปี และในปีนี้มีโรงเรียนและสถานศึกษาที่ขอทุนเกือบ 2 ล้านบาท

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / จัดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทย” เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และ การท่องเที่ยวใน จ.ชุมพร /เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย

แชร์เนื้อหานี้

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514 เมื่อเวลา 16.45 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร

พร้อมด้วย นางพณณกร ชูกิตติวิบูลย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดชุมพร ร่วมกันเป็นประธานเปิดกิจกรรม “วิ่งไป เที่ยวไป กับแม่บ้านมหาดไทยชุมพร มีหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย

รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการของหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนผู้ที่รักและชื่นชอบการออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน โดยเริ่มต้นวิ่งที่ท่าเทียบเรือฯ ไปรอบตัวเมืองปากน้ำชุมพร กลับมาสิ้นสุดที่ท่าเทียบเรือฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ยังมีโอกาสถ่ายภาพสวยๆ ที่ชุมชนปากน้ำชุมพร ชม Street Art แลนด์มาร์กใหม่ของเมือง เที่ยว, ชม, ชิม, ช้อป ที่ “หลาดแค่เล” (ตลาดริมทะเล) และสามารถร่วมสนุก (ลุ้นรางวัล) ด้วยการสวมเสื้อ

โครงการฯ ออกไป วิ่งหรือเดิน ที่แลนด์มาร์ก/สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดชุมพร แล้วโพสต์ภาพลงใน Facebook ส่วนตัว (ตั้งค่าเป็น สาธารณะ) ติด แฮชแท็ก ให้ครบ #วิ่งไปเที่ยวไปกับแม่บ้านมหาดไทย #สถานที่วิ่ง

จังหวัดที่วิ่ง เพื่อร่วมลุ้นรางวัลเที่ยวฟรี! ช่วงเวลาลุ้นรางวัลตั้งแต่วันนี้ – 26 ตุลาคม 2568 ถือเป็นโอกาสที่ดีในการออกกำลังกายและโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรไปพร้อม ๆ กันเลย

เร่งช่วยชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514ชาวไทยพลัดถิ่น ขอภาครัฐเร่งแก้ปัญหาสิทธิคนไทย หลังตกอยู่ฝั่งพม่าจากการถูกปันเขตแดนสยาม เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 5 ต.ค 68 ที่โรงเรียนบ้านร้านตัดผม หมู่ที่ 4 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

นายหนูไกร วงธรรม กำนันตำบลสองพี่น้อง พร้อมด้วย นายชาญณรงค์ เสนเผื่อก อดีตกำนัน นายสายัณห์ สุธานินทร์ อดีตกำนัน นายสมพูล มีสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านทรายขาวหมู่ 1 ต.สองพี่น้อง นายสุชน สินสมบูรณ์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร พร้อมด้วยผู้ประสานงานนายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร นายปรีชา มีสุวรรณ นายก อบต.สองพี่น้อง พร้อมด้วยคณะบริหารและสมาชิกสภา ฯ นายทวีวัฒน์ เครือสาย นายกสมาคมประชาสังคมจังหวัดชุมพร

ได้ร่วมประชุมกับ ชาวไทยพลัดถิ่น ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ยังไม่ได้รับบัตรประชาชนคนไทย เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และ ร่วมกัน แก้ไขปัญหา โดยมีชาวไทยพลัดถิ่นที่เดินทางมาร่วมประชุม ในส่วนที่มีบัตรขึ้นต้นด้วยเลข 0 เลข 6 เลข 077 และอื่นๆ จำนวน 250 คน คนที่ยังไม่มีบัตรอะไรเลยจำนวน 289 คน และบัตรตัว G ที่เป็นนักเรียนนักศึกษา 4 คน ที่ เข้าร่วมประชุม โดยเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐออกเอกสารบัตรประชาชนเพื่อจะได้รับสิทธิคนไทยโดยเท่าเทียมกัน

สำหรับความเป็นของของชาวไทยพลัดถิ่น เมื่อปี พ.ศ.2411 ยุคล่าอาณานิคมอังกฤษได้เข้าครอบครองพม่าโดยขอดินแดนตอนใต้ฝั่งตะวันตกของสยามคือ มะริด ทวาย ตะนาวศรี ให้เป็นของอังกฤษ ทำสนธิสัญญาแบ่งแยกดินแดน ทำให้สยามเสียดินแดนบริเวณดังกล่าวไป ส่งผลให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในดินแดนนั้นติดไปกับดินแดน แต่คนไทยพลัดถิ่นไม่ได้สูญเสียความเป็นไทย บรรพบุรุษปลูกฝังความเป็นไทยอย่างเหนียวแน่นมาหลายชั่วอายุคน

แต่หลังจากประเทศพม่าได้อิสรภาพจากอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2491 และเกิดรัฐบาลทหารพม่าปกครองแบบเผด็จการทหาร ส่งผลด้านลบต่อชนกลุ่มน้อยของประเทศพม่าทุกกลุ่ม กลุ่มคนไทยที่ติดแผ่นดินอยู่ในฝั่งพม่าได้รับความลำบาก บางส่วนจึงอพยพโยกย้ายกลับเข้ามายังแผ่นดินไทย มาอยู่กับญาติพี่น้องในฝั่งไทย ในพื้นที่จังหวัดระนอง ชุมพร

และ ประจวบคีรีขันธ์ พวกเขาพูดไทยปักษ์ใต้ มีวัฒนธรรมประเพณีเหมือนไทยปักษ์ใต้ แต่ปัญหาของการไม่มีบัตรประชาชนไทย ทำให้คนไทยพลัดถิ่น ไม่สิทธิตามความเป็นพลเมืองไทยในแง่ของกฎหมาย บางครั้งถูกจับกุม คุมขังข้อหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เผชิญปัญหาสารพัน แต่บางส่วนมีญาติพี่น้องที่สามารถยืนยันผังเครือญาติได้ ก็ได้รับสิทธิ์เป็นคนไทย

อย่างไรก็ดีในครั้งนี้ได้มีการสะท้อนปัญหาต่างๆที่เกิดกับชาวไทยพลัดถิ่นเช่น การไม่ได้รับสิทธิ์ต่างๆจากทางภาครัฐ การมีบ้านไม่สามารถขอบ้านเลขที่ได้ มีที่ดินก็ไม่มีสิทธิครอบครอง เจ็บป่ายก็ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเอง ลูกเรียนหนังสือก็ไม่มีสิทธิ์รับในปริญญา เรียนจบไม่สามารถสอบเข้างานราชการ หรืองานบริษัทได้ เพราะไม่มีบัตรประชาชน และยังขาดสิทธิต่างๆอีกมายมาย

ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร้องขอการขอมีบัตรประชาชนกับสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ และได้รับบัตรประชาชนไปแล้วกว่า 1,000 คน แต่ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับ เนื่องจากมีชาวไทยพลัดถิ่นจำนวนมาก ที่ต้องรอสอบผังเครือญาติ รอการตรวจ ดีเอ็นเอ จากสำนักนิติวิทยาศาสตร์ ล่าสุด

นายนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร จึงมอบหมายให้ นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ เลขา นายก อบจ.ชุมพร นำลูกจ้างจำนวน 2 คน เข้าช่วยงานสำนักทะเบียนอำเภอท่าแซะ เพื่อเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการจัดเรียงเอกสารให้กับสำนักทะเบียนในการเรียกผู้ที่มีรายชื่ออยู่มาสอบปากคำดำเนินการตามขั้นตอนการขอรับสิทธิ์คนไทยได้เร็วยิ่งขึ้น