คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวกีฬา

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “บังดุล” นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี วิ่งภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” 60 จังหวัด ใต้ – เหนือ – อีสาน กว่า 2,500 กิโล เข้าสู่วันที่ 23 การวิ่ง เข้าประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 2 แล้ว

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 22 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บังดุล” หรือ นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ 51 ปี นักวิ่งจิตอาสาชาวปัตตานี ซึ่งออกวิ่งเป็นวันที่ 23 ของการวิ่ง และวันที่ 2 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผ่านอำเภอทับสะแก เข้าสู่อำเภอเมืองประจวบฯ ตามภารกิจ “ปัตตานีพิชิตภูมะเขือ” โดยเริ่มต้นจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี มุ่งหน้าสู่ จังหวัดเชียงราย และจะวกกลับเข้าสู่ภาคอีสาน มุ่งหน้าสู่ ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ระยะทางรวมกว่า 2,500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางร่วม 3 เดือน โดยหวังระดมเงินบริจาคจากประชาชนเพื่อนำไปสนับสนุนการสร้างกำแพงกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงจัดหาสิ่งของจำเป็นมอบให้ทหารในพื้นที่

สำหรับครั้งนี้ “บังดุล” เขาเริ่มต้นวิ่งโดยใช้เส้นทางสายเอเชีย ผ่านจังหวัดสงขลา สตูล ตรัง กระบี่ พังงา ระนอง ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และจะเข้าสู่ภาคกลาง และ ราชบุรี สุพรรณ อ่างทอง นครสวรรค์ กำแพงเพชร เชียงใหม่ สุดที่เชียงราย ก่อนลงมาโซน อุตรดิตย์ เพชรบูรณ์ และเข้าสู่ภาคอีสาน ไปสิ้นสุดที่ศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็นภารกิจวิ่งที่ยาวและเข้มข้นที่สุดของบังดุล โดยทุกวันจะวิ่งวันละราว 50 กิโลเมตร แบ่งเป็นเซตละ 10–15 กิโลเมตร

ในการวิ่งครั้งนี้ บังดุลไลฟ์ผ่าน TikTok ชื่อ “นักวิ่ง จิตอาสา” พร้อมสะพายสัมภาระและติดตั้งโทรศัพท์บนโครงเหล็กอลูมิเนียมเพื่อถ่ายทอดสด ระหว่างทางมีประชาชนที่พบเห็นต่างร่วมให้กำลังใจและบริจาคเงินตลอดเส้นทาง สำหรับบังดุล เขาคือสัญลักษณ์ของการเสียสละเพื่อชาติ และยืนยันว่า การกลับมาวิ่งเพื่อชายแดนไทยครั้งนี้ เป็นการแสดงจุดยืนว่า “คนไทยจะไม่ยอมให้ใครรุกรานแผ่นดิน” สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถร่วมสมทบทุนบริจาคได้ที่ บัญชี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาปาลัส หมายเลข บ/ช 02-0088-256-366
/////////////////////////
ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดฉากสุดยิ่งใหญ่ Big Event รับทัพนักกีฬา 20 จว.ภาคอีสาน สู่ “โคราชเมืองกีฬา” ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์”

แชร์เนื้อหานี้

“เจ้าเหรียญทอง” จะเป็นใคร มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ ไปพร้อมกัน 20 – 30 ต.ค. นี้ ที่โคราชไฟกระถางคบเพลิงถูกจุดขึ้น ระเบิดศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ศักดิ์ศรีแห่งกีฬานักเรียนท้องถิ่น รวมเหล่า ขุนพล 16 ชนิดกีฬา ตัวเต็ง จาก อปท. 20 จว.ภาคอีสาน ร่วมคว้าเจ้าเหรียญทองกันแบบดุเดือด ตลอดการแข่งขัน 10 วัน ด้าน อบจ.โคราช เจ้าภาพ เนรมิตพิธีเปิดสุดยิ่งใหญ่อลังการ สมศักดิ์ศรี “โคราชเมืองกีฬา”

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ เมนสเตเดียม สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ. นครราชสีมา เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย รอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโม โคราชเกมส์” โดยมี นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันกล่าวรายงาน พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัด คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีเปิด พร้อมส่งนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขัน

ทั้งนี้ พิธีการเริ่ม เวลา 17.30 น. วงโยธวาทิตเข้าสู่สนามบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ เปิดตัวด้วยการแสดงไฮไลท์ พิธีเปิดจากนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ก่อนที่ขบวนพาเหรดคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน เข้าสู่สนาม และชมการแสดงนาฏมวยไทย จากนั้นเป็นการเชิญธงชาติ ธงกีฬานักเรียน อปท. แห่งประเทศไทย ธงประจำ จ.นครราชสีมา ธง อบจ. 19 จังหวัด และ ธง อบจ.นครราชสีมา ขึ้นสู่เสาธง และ นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา พร้อมคณะกรรมการจัดการแข่งขัน กล่าววัตถุประสงค์การจัดแข่งขันกีฬา ต่อประธานพิธีเปิด พร้อมกันนี้ ประธานในพิธีกล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และกล่าวเปิดการแข่งขัน จากนั้น นักกีฬา ได้วิ่งคบเพลิงจุดไฟกระถางคบเพลิง และปิดท้ายด้วยการจุดพลุดอกไม้ไฟที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสะกด อารมณ์ผู้ชมทั้งสนาม ถือเป็นการเสร็จสิ้นพิธีเปิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“สามัคคีคือพลัง” มาร่วมชม ร่วมเชียร์ พร้อมให้กำลังใจทัพนักกีฬาทั้ง 16 ชนิดกีฬา จาก 20 จังหวัด ภาคอีสาน และร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีให้การต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่ได้เดินทางมาร่วมชมการแข่งขัน และยังถือ โอกาสเดินทางมาท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินสะพัด ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และร้านค้าต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 10 วันของการแข่งขัน ในศึก “ย่าโม โคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคมนี้ ณ สนามกีฬาภายในจังหวัดนครราชสีมา

สำหรับกีฬาที่ใช้ทำการแข่งขัน จำนวน 16 ชนิดกีฬา ทั้งประเภทชาย – หญิง ประกอบด้วย (1) ฟุตบอลชาย
ณ สนาม มทส. / สนามกีฬา รร.ศีรษะละเลิง (2) ฟุตบอลหญิง ณ สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สำนักช่าง อบจ. / วิทยาลัยนครราชสีมา และสนามกีฬา 80 พรรษาฯ (3) ฟุตซอล (ช/ญ) ณ สนามกีฬา ทต.บ้านใหม่ / สนามกีฬา สสจ.นม. / สนามกีฬา ม.วงษ์ชวลิตกุล / สนาม รร.ราชวิทยาลัย / อาคารลิปตพัลลภ – อาคารชาติชายฮอลล์ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (4) วอลเลย์บอลในร่ม ณ สนาม รร.สุรนารี / สนาม มทร.อีสาน / สนาม มทส. (5) วอลเลย์บอลชายหาด ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (6) เปตอง ณ สนามกีฬา 80 พรรษาฯ (7)

หมากรุกไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (8) หมากออสไทย ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (9) หมากล้อม ณ หอประชุม 90 ปี รร.ราชสีมาวิทยาลัย (10) เทเบิลเทนนิส ณ หอประชุม รร.เตรียมน้อมฯ โคราช (11) เซปักตะกร้อ ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (12) แบดมินตัน ณ สนามแบดฯ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธร ภาค 3 (13) E-SPORT ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช (14) เทคบอล ณ MCC HALL เดอะมอลล์ โคราช (15) กรีฑา ณ เมนสเตเดียม สนามกีฬา 80 พรรษาฯ และ (16) จักรยานขาไถ ณ ห้องโคราชฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

หนุ่มโรงงานขับมอไซค์ชนสิบล้อดับติดใต้ท้องรถหนุ่มโรงงานขับมอเตอร์ไซด์ด้วยความเร็วสูงชนรถบรรทุกไก่ตัดหน้ากระทันหัน.เบรคไม่ทันชนอย่างแรงร่างกระเด็นอัดก็อปปี้อยู่ใต้ท้องรถตายคาที่ จุดเกิดเหตุ บริเวณ ถนน 224.หน้าโรงงานคาร์กิล อำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา

เมื่อวันที่ 21ตุลาคม.2568 เวลา 7.50 น เกิดอุบัติเหตุพนักงานของโรงงานคาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย.จังหวัดนครราชสีมา ขับขี่รถมอเตอร์ไชด์ทะเบียน1กต.2399 สระบุรี ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกับรถบรรทุก10ล้อ หมายเลขทะเบียน 89-1967.นครราชสีมา คนขับสิบล้อ ทราบชื่อในเวลาต่อมา นายไพศาล ศรีสุข อยู่บัานเลขที่.30 หมู่1 บ้านโคกสะอาดตำบล อรพิม อำเภอ ครบุรี จังหวัดนครราชสีมาได้ขับรถบรรทุกมาส่งไก่ ของบริษัท คาร์กิล ตำบลกระโทก อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

ช่วงเวลา 7.50น.ได้ขับรถกลับ ออกจากโรงงานดังกล่าวพนักงานรักษาความปลอดภัยได้โบกรถให้ตนเองขับออกไปช่วงจังหวะนั้นได้มีมอเตอร์ไชด์ของพนักงานโรงงานดังกล่าว ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนกลางรถบรรทุกเข้าอย่างแรงทำให้คนขับมอเตอร์ไชด์กระแทกกับตัวรถแล้วมุดไปคาอยู่ใต้ท้องรถเสียชีวิตทันที
ซึ่งสภาพรถมอเตอร์ไซค์มีสภาพพังยับเยินหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าตนได้ยินเสียงดังมาจากกลางถนนเห็นรถบรรทุกวิ่งออกมาจากโรงงาน.และ รถมอไซค์โรงงานเดียวกัน วิ่งมาบนถนนสาย224 อำเภอโชคชัย-ครบุรีด้วยความเร็วสูง.พุ่งชนรถบรรทุกด้วยความแรงเป็นเหตุให้คนขับขี่มอไชด์เสียชีวิตทันที

นายไพศาลคนขับขี่รถบรรทุกบอกว่าตนส่งไก่เสร็จแล้วกำลังจะกลับไปยังบริษัท เอสแอนด์พี ที่อยู่ห่างออกไป 30 กิโลเมตร ระหว่างขับรถกลับได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นชึ่งตนก็ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก พร้อมกันนีั.ตำรวจ สภ.โชคชัยเร่งสืบสวนหาสาเหตุ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ตามกฎหมายต่อไป

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ เดินทางกว่า 200 โล เพื่อมอบสิ่งของและความสุข ให้กับ นักเรียน โรงเรียน ตชด. / แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม

แชร์เนื้อหานี้
TTT

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 นายจุมพล ศรวิเศษ นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะกรรมการ และ กำลังเจ้าหน้าที่ นำข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนม นม เครื่องปรุง เสื้อผ้า ผ้าห่ม เครื่องปริ้น และกระดาษ เดินทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อมอบสิ่งของ อุปโภค และ บริโภค ดังกล่าว ให้กับ คณะครู และ เด็กๆ

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง หมู่ที่ 8 ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะครูและเด็กๆ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำอาหารเลี้ยงเด็กๆ และคณะครู

ก่อนจะลงสนามทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ อาทิ แข่งฟุตซอล เล่นดีดลูกแก้ว ฯลฯ ก่อนจะถ่ายรูปหมู่แล้วเดินทางกลับสมุทรปราการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนตะโกปิดทอง ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากชายแดน ไทย-พม่า ประมาณ 4 กิโลเมตร

และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร หากต้องเดินทางไปกลับเพื่อซื้อสิ่งของจะต้องใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง โดยภายในโรงเรียน มี ครูตำรวจ 8 ท่าน ครูพลเรือน 5 ท่าน และมีนักเรียน จำนวนประมาณ 250 คน มีการจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีนักเรียนบางส่วนพักอาศัยอยู่ที่โรงเรียน

นายจุมพล ศรวิเศษ นายกสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ กล่าวว่า วันนี้ทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ / ชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา / และทีมภาคประชาชนที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้ร่วมกันนำสิ่งของปัจจัยต่าง ๆ โดยทางสมาคมกู้ภัยสมุทรปราการ

ได้มาเป็นตัวแทนมอบให้กับน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียน ตชด. อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพื่อให้น้อง ๆ ได้รับความสุข ได้รับสิ่งที่ดี ๆ จากทางกลุ่มชมรมอาสาในพื้นที่สมุทรปราการ
ครูประจำโรงเรียน กล่าวว่า ทางโรงเรียนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ยังเล็งเห็นความสำคัญของเด็กชายแดนตรงนี้ วันนี้เด็ก ๆ ก็มีความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ และมีความสุขมาก


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9แนนซี่ นำทีม ชมรมโฮปฯ แจกข้าวเหนี่ยวหมูและน้ำดื่ม ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสวรรคต ร.9

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา ได้นำทีม เจ้าหน้าที่ และ อาสาสมัคร นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด แจกตามประชาชน ตามชุมชน 5 แห่ง

ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เนื่องในวาระครบ ๙ ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “วันนวมินทรมหาราช”

นางสาวปิยนุช(แนนซี่) พาณิชย์พิศาล ประธานชมรมโฮปสะพานบุญแห่งความหวังและศรัทธา กล่าวว่า วันนี้ทางชมรมโฮปฯ ได้นำข้าวเหนียวหมูและน้ำดื่มจำนวน 500 ชุด ไปแจกตามชุมชนต่างๆ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

เนื่องในวันครบรอบสวรรคต พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 โดยวันนี้ได้ไปแจกที่ ชุมชนเก้าไร่ท้ายบ้าน / ชุมชนคลองหัวลำภู ท้ายบ้านใหม่บางปู / ชุมชนหาดอัมรา / ชุมชนบ่อขยะ ท้ายบ้าน / ชุมชนสะพานปูน คลองศาลาแดง


เดี่ยว / ศราวุธ คงสินธ์ จ.สมุทรปราการ

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” เพื่อส่งเสริมเยาวชนและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. ณ บริเวณอาคารศูนย์กีฬา โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
พลเอกชนินทร์ สิงหนาถนิติรักษ์ (ผู้ทรงคณวุฒิพิเศษกองทัพบก) ประธานจัดการแข่งขัน”ศึก ศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” นายเจตพงศ์ โชคสวัสดิ์วลกุล (นายอำเภอโคกสำโรง)

พ.ต.อ. จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต (ผกก.สภ.โคกสำโรง) ผอ.ดร.ศักดิ์ดา คำโส (ผอ.รร.จุฬาภรณฯ ลพบุรี) นายกัณพงศ์ แช่ภู่ นายณัฏพงษ์ อารยางค์กูร

(ประธาน กต.ตร.สภ. โคกสำโรง) นายปรีชา กิจรัตนกาญจน์ นายนิธิโรจน์ หงษ์ยนต์ พร้อมด้วยคณะกรรมจัดการแข่งขันชกมวย ประชนเข้าร่วมงานฯ

“ศึกศิลปะมวยไทยลพบุรี – จิตรเมืองนนท์สัญจร” การจัดงานในครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. สมทบทุนปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี
  2. จัดซื้ออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยด้านการจราจรและอื่นๆให้กับสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง
  3. เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนการพัฒนาโรงพยาบาบาล
    โคกสำโรง และนอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญ ในการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย
  4. ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทย ให้ยังคงอยู่ในสังคมไทย และส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ในอนาคต งานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ค่ายมวยจิตรเมืองนนท์, โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬา
    ภรณราชวิทยาลัย ลพบุรี, คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรโคกสำโรง, (กต.ตร.สภ.โคกสำโรง) และวัดเขาลังพัฒนา

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นเวทีแห่งการแสดงออกถึงความสามารถของนักมวยไทยทั้งรุ่นเยาว์และรุ่น ใหญ่ หากยังมีเจตนารมณ์อันงดงามในการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทั้งในด้านการศึกษา ความปลอดภัยงานด้านจราจร งานของตำรวจ สภ.โคกสำโรง และการพัฒนาสาธารณสุของชุมชนอำเภอโคกสำโรงอีกด้วย

สนอง แท่นสูงเนิน
ผอ.ศูนย์ข่าวฯ ประจำจังหวัดลพบุรี
อนุกรรมการสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์จังหวัดลพบุรี ภาพ/ข่าว

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / “ปั่นสู่นครนาคา” คึกคัก! อบจ.บึงกาฬ ชวนคนรักสุขภาพ ร่วมปั่นตามรอยเส้นทางพญานาค “นาคารูท” และร่วมงาน “14 ปี เปิดประตูสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ”

แชร์เนื้อหานี้

ที่ถนนข้าวเม่าริมโขง อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “ปั่นสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ” ประจำปี 2568

ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ “14 ปี เปิดประตูสู่นครนาคา ออกพรรษาบึงกาฬ” โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ คุรุพันธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบึงกาฬ นายแพทย์ภมร ดรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายธีระพล ขุนพานเพิง นายอำเภอเมืองบึงกาฬ และหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมเป็นเกียรติพิธีเปิด

ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2568 โดยมีกิจกรรมหลากหลายทั้งบันเทิง วัฒนธรรม และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ “ปั่นสู่นครนาคา” กิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักปั่นทั่วประเทศได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์เมืองบึงกาฬ ตามเส้นทางการท่อง

เที่ยวแห่งความเชื่อความศรัทธา “นาคารูท” โดยนักปั่นจะได้สักการะหลวงพ่อใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองบึงกาฬ ที่อำเภอเมืองบึงกาฬ, สักการะปู่อือลือที่เกาะดอนโพธิ์ อ.บึงโขงหลง และตามรอยหลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ พระกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ที่วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือวัดภูทอก อำเภอศรีวิไล ฯลฯ

นายไตรภพ รำเพยพล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ โดยนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ และคนบึงกาฬ ยินดีต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวที่มาชมจังหวัดบึงกาฬ ตลอดจนนักปั่นจังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งการจัดงานปั่นครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 และทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ จะจัดงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป

และนอกจาก กิจกรรมปั่นจักรยานแล้ว ระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2568 ภายในงานยังอัดแน่นไปด้วยความสนุกและสีสัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เสียงอีสาน, เวียง นฤมล, ไหมไทย หัวใจศิลป์ และสาวน้อยเพชรบ้านแพง ตลอดจนการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเยาวชนในพื้นที่, การประกวดเต้น “บาสโลบ” และการประกวดธิดานาคา โดยตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน เปิดให้เข้าชมฟรี
ณฐพรหม อิทธิพัทธ์พล//บึงกาฬ 0961464326

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สองล้อหัวใจอาสา “โปลิสนรา” ปั่นน้ำใจ เติมรอยยิ้มให้เด็กกำพร้า เมืองนรา พร้อมกิจกรรมสันทนาการ เสียงหัวเราะ ประทับใจ

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (5 ต.ค.68) ที่ สภ.เมืองนราธิวาส พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ ผกก.สภ.เมืองนราธิวาส ในฐานะประธานกลุ่ม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา” นำสมาชิกกว่า 30 คน ร่วมจัดกิจกรรม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา ครั้งที่ 2” เดินหน้าทำความดีด้วยหัวใจ จัดทริปขับขี่มอเตอร์ไซค์เยี่ยมและมอบสิ่งของแก่บ้านเด็กกำพร้า 2 แห่งในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส ได้แก่ บ้านเด็กกำพร้ายะกัง และ มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน

สำหรับกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย ใส่หมวกนิรภัย เคารพกฎจราจร ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในกลุ่มผู้รักมอเตอร์ไซค์ พร้อมทั้งสนับสนุนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

โดยบรรยากาศเริ่มต้นที่ลานอเนกประสงค์ สภ.เมืองนราธิวาส โดยมี พ.ต.อ.ปรัชญา ไบเตะ กล่าวเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ จากนั้นสมาชิกกลุ่มได้ตรวจสภาพรถและอุปกรณ์นิรภัย ก่อนออกเดินทางสู่บ้านเด็กกำพร้ายะกัง ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พร้อมร่วมมอบเงินทุนการศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่เด็ก ๆ

ต่อมาคณะสองล้อรู้ใจฯได้เดินทางต่อไปยังมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าดารุลอีมาน ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส เพื่อมอบของบริจาค ร่วมแจกไอศกรีม สร้างรอยยิ้มด้วยกิจกรรมสันทนาการ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเด็กๆในบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

ทั้งนี้กิจกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทั้งผู้ให้และผู้รับ สะท้อนพลังแห่งน้ำใจของกลุ่ม “สองล้อรู้ใจ โปลิสนรา” ที่ไม่เพียงขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ หากแต่ขับเคลื่อนด้วย หัวใจของความดีและจิตอาสา
/////////
ข่าว/กรียานราธิวาส

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / เปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 23 กันยายน 2568 นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองชุมพร ให้เกียรติมาเป็นประธาน
ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีประจำปีการศึกษา 2568 ร่วมกับ

นายประชา วิโรจน์ทินกร ในฐานะ ประธานมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียน

ฝวาหมินกงลิ ดร. มยุรีย์ ทิพย์ญาณ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะผู้บริหารโรงเรียน นักกีฬา กองเชียร์ที่รักทุกคน

นายอรรถสิทธิ์ ลิมสถายุรัตต์ กล่าว โรงเรียนฝวาหมินกงลิ การจัดการแข่งขันกีฬาสีทางโรงเรียนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อส่ง

เสริมให้นักกีฬา มีทักษะด้านกีฬาพื้นฐาน เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคี ปลูกฝังให้นักกีฬาเล่นกีฬาด้วยน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้

ชนะ รู้อภัย ห่างไกลยาเสพติด ดังคำขวัญที่ว่า เสียเหงื่อให้กับการกีฬาดีกว่าเสียน้ำตาให้กับยาเสพติด ในการแข่งขันกีฬา แบ่ง

นักกีฬา กองเชียร์ออกเป็น 4 สี ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง และ สีชมพู โดยมีนักกีฬาและกองเชียร์เข้าร่วมทั้งหมด 1,600 คน

โรงเรียนได้รับการสนับสนุนวงดุริยางค์ 1. วงโยธวาทิตมณฑลทหารบกที่ 44 2. วงโยธวาทิตโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา 3. วงโย

ธวาทิตโรงเรียนนิรมลชุมพร 4. วงโยธวาทิต โรงเรียนสวีวิทยา 5. วงโยธวาทิต โรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก ได้รับการสนับสนุน เจ้า

หน้าที่จราจร การให้ความสะดวกปลอดภัยกับนักกีฬากองเชียร์ รับสนับสนุนรถพยาบาลจากมูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์และ

คณะผู้ปกครองทุกท่านในการ จัดริ้วขบวนกีฬาสีเป็นอย่างดี ทางโรงเรียนจึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้


นายณัฐวัฒน์ โชติกสถิตย์  ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสีโรงเรียนฝวาหมินกงลิ ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้ ผมได้เห็นถึงความสามัคคีในการทำงานและได้เห็นถึงการปลูกฝังให้นักกีฬา กองเชียร์ มีน้ำใจนักกีฬา และมีทักษะในการเล่นกีฬาเสมอมา สี่สีที่แบ่งออกเพื่อความสะดวกในการ แข่งขันขอให้เด็กๆจำไว้ว่า สุดท้ายแล้วเราจะกลับมาเป็นสีเดียวกันคือขาวแดง ผมได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาหลายครั้ง เห็นถึงความพร้อมเพรียง ความคิดสร้างสรรค์ ความสามัคคี พัฒนาขึ้นทุกปี เป็นที่น่าชื่นชมยินดีนัก ขอให้นักกีฬา กองเชียร์เล่นกีฬาอย่างมีน้ำใจนักกีฬา สนุกสนานและปลอดภัยกันทุกคน

ธนากร โกศลเมธีรายงาน 0818923514

สื่อรัฐนิวส์*สื่อรัฐทีวี / ศอ.บต.ขับเคลื่อนนโยบาย “120 วัน พืชกระท่อม” เห็นผลเป็นรูปธรรม สังคม-ชุมชนลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้า

แชร์เนื้อหานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนนราเปี่ยมสุข ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง

เป็นประธานเปิดโครงการ “เยาวชนรุ่นใหม่ต่อต้านพืชกระท่อม สร้างสังคมเข้มแข็งปลอดยาเสพติด” ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่นักเรียนผู้ชนะการประกวดในกิจกรรมครั้งนี้

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนวาระ 120 วันพืชกระท่อม ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยมีนักเรียนและเครือข่ายเยาวชนจากโรงเรียนอัต

ตัรกียะห์อิสลามียะห์ เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและปราศจากยาเสพติด

นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง เปิดเผยว่า การดำเนินการตามวาระ 120 วันพืชกระท่อม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะครบกำหนดในวันที่ 30 กันยายน 2568

ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในหลายมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ และชุมชน โดยพบว่ามีพลังจากกลุ่มผู้นำตามธรรมชาติ ผู้ปกครอง และประชาชนที่ลุกขึ้นปฏิเสธการใช้และการค้าพืชกระท่อม ขณะเดียวกันปรากฏชัดว่าการค้าขายตามเส้นทางหลักในพื้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมถือเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนพลังและมุมมองใหม่ๆในการแก้ไขปัญหา ต่างจากเดิมที่การขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดใช้กลไกภาครัฐเป็นหลัก ภาย

ใต้การนำของพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้ผลักดันให้เยาวชนคิดและลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ซึ่งโครงการในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญในการบ่มเพาะพลังคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการสร้างสังคมเข้มแข็ง ปลอดภัย และปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
///////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เยี่ยมแค้มป์นักเตะอนุบาลหนองปรือ ตักศิลาหมากแข้งชลบุรี สถานที่ปลุกปั้น ’หนูน้อยต้นอ้อ‘ แข้งจิ๋วมหัศจรรย์

แชร์เนื้อหานี้

มีรายงานว่า ทีมฟุตซอลโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ได้เรียกตัวนักกีฬาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมเพื่อร่วมชิงชัยการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย (ระดับภาคตะวันออก) ครั้งที่ 40 ประจำปี 2568 รายการตากสินระยองเกมส์ 2025

โดยในประเภททีมเยาวชนหญิง นักกีฬาทั้งหมดต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกันตามระบบฝึกซ้อมที่เคร่งครัดและจริงจัง โดยในเวลา 05.00 น. จะเป็นเวลาตื่นนอนของนักกีฬา ในเวลา 05.15 น. จะมีการวิ่งและฝึกซ้อมประมาณ 1 ชม.กว่าๆ ก่อนเวลา 06.30 น. จะอาบน้ำแต่งตัว และรับประทานข้าวเช้าที่โรงเรียนจัดหามาให้ในเวลา 07.00 น.

ในเวลา 08.00 น. จะเข้าเรียนตามปกติตามรายวิชาประจำวัน เมื่อเลิกเรียนเวลา 16.00 น. ก็จะฝึกซ้อมบอลต่อในเวลา 16.30 น. เวลาประมาณ 2 ชม. ก่อนทางผู้ฝึกสอนจะอนุญาตให้ทางบ้านมารับไปรับประทานอาหารเย็นในเวลา 18.30 น. โดยมีเวลาอยู่กับครอบครัว ประมาณ 2 ชม. ก่อนเวลา 20.30 น. ต้องกลับแค้มป์นักกีฬา เพื่อประชุมทีมในเวลา 20.50 น. และเข้านอนในเวลา 21.30 น. โดนห้ามนำโทรศัพท์มือถือไปโรงเรียนโดยเด็ดขาด

จากการพูดคุยกับ ด.ญ.รวิ หอมชื่น หรือ น้องต้นอ้อ อายุ 12 ปี นักเรียนอยู่ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองหนองปรือ ในฐานะนักฟุตซอล รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ของโรงเรียน ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า หรือ สไตรเกอร์ (Striker) ของทีม เผยว่า ได้มาอยู่กับเพื่อนนักฟุตบอลที่โรงเรียนเพื่อฝึกซ้อมเตรียมตัวแข่งขันกีฬานักเรียน อปท. ที่ระยอง ในเดือนวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้

โดยนักกีฬาทุกคนต้องมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเพื่อให้ได้รู้จักกัน ได้ฝึกซ้อมร่วมกันตามแผนการเล่นของโค้ชเพื่อสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน ซึ่งทุกคนก็สนุกสนานที่ได้มาอยู่ด้วยกัน เพราะในแต่ละวันต้องทำกิจกรรมฝึกซ้อมหลายอย่าง ซึ่งคุณครูผู้ฝึกสอนก็ได้สอนในเรื่องการใช้ชีวิตที่สมถะ อยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง กินง่ายอยู่ง่าย แต่ถึงเวลาเราต้องฝึกซ้อมก็ต้องซ้อมแบบจริงจัง

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ทัพนักกีฬาภาคอีสาน” ย่าโมโคราชเกมส์”1.8หมื่นคนบุกโคราช คาดเงินสะพัด 60 ล้าน

แชร์เนื้อหานี้

กองทัพนักกีฬาจาก อปท.ภาคอีสาน 1.8หมื่นคน เตรียมบุกจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแข่งขันกีฬา” นักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” แห่งประเทศไทย รอบคัดเลือกระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 40 “ย่าโมโคราชเกมส์” ระหว่างวันที่ 20 – 30 ตุลาคม 2568

นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะพ่อเมืองโคราช กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันกีฬานักเรียน.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยรอบคัดเลือก ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่

40 ว่า จังหวัด นครราชสีมา เรามีความพร้อมมาก ในการรองรับนักกีฬากว่า 1.8หมื่นคน ที่จะเดินทางมา 20 จังหวัด ภาคอีสาน เพื่อที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานักเรียน อปท.ถาคอีสานในครั้งนี้ โดยเฉพาะจังหวัดเรามีห้องพักเพียงพอรองรับ มีห้างสรรพ

สินค้า ขนาดใหญ่ ถึง 3 ห้าง มีร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่บริการมากมาย มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ แหล่งท่องเที่ยว 3 มรดกโลก สถานที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง สถานที่ท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว จุดเช็คอิน เขายายเที่ยง

กังหันลมยักษ์ และอื่นๆอีกมากมาย จ.นครราชสีมา เรามีความพร้อมอย่างมาก ในการต้อนรับและเป็นเจ้าภาพที่ดี จึงขอเรียนเชิญ ทัพนักกีฬา อปท.ทั้ง 20 จังหวัด เดินทางมาอย่าง สะดวกสะบาย ไม่ต้องกังวลถึงการ เป็นเจ้าบ้าน ของโคราช ในครั้งนี้

ด้าน ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าบ้านเตรียมต้อนรับ ทั้งสนามการแข่งขัน พิธีเปิดและดูแลผู้ที่ร่วมเดินทางมาร่วมการแข่งขัน กีฬา อปท.ภาคอีสาน 20 จังหวัดในครั้งนี้ ทาง อบจ.ได้เตรียมงบประมาณกว่า 35 ล้านบาท เอาไว้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ อีกทั้งเตรียมสนามการแข่งขัน ที่มีมาตรฐานกว่า 20 สนาม

รองรับ 16 ชนิดกีฬา ที่ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้ และการแข่งขันครั้งนี้ เป็นการเปิดบ้าน เปิดเมือง เพื่อต้อนรับ บรรดานักกีฬา พร้อมผู้ติดตามกว่า 1.8 หมื่น คนที่จะเข้ามา กิน เที่ยว และ พัก กว่า 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 – 30 ตุลาคม คาดว่าเงินสะพัดกว่า 60 ล้านบาท พร้อมเตรียมไฮไลท์ พิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่ อลังการ สมเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน ดร.ยลดา กล่าว

กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน