คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / “สมพงษ์” ผอ.เครือข่ายสมาคม อสมช.ภาคประชาชน จ.ปราจีนบุรี ลงพื้นที่ มอบของอุปโภคบริโภคให้กับศูนย์พักพิง และผู้อพยพตามหมู่บ้าน

แชร์เนื้อหานี้

วันนี้ (22 ธ.ค.68) เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ มีน้อย ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และสมาชิกอาสาอัยการอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่และผู้บริหารสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค ประเภท ข้าวสาร อาหารแห้งและน้ำดื่ม

จาก นางสาวสุพรรษา ทองดี บริษัท ทองดีออโต้ชอป จำกัด กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี และ นายประพนธ์ นนท์สืบเผ่า กรรมการบริหารเครือข่าย จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเป็นตัวแทน นำสิ่งของ ดังกล่าวไปมอบให้เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตามแนวชายแดน จากเหตุปะทะชายแดนไทย- กัมพูชา

ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี โดยมี นายนิยม เผ่าแสง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 11 และคณะให้การต้อนรับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยทาง สมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี ได้คำนึงถึงความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้พักพิง เป็นสำคัญ

นายสมพงษ์ ผอ.สมาคมฯ จังหวัดปราจีนบุรี ยังได้กล่าว ให้กำลังใจกับประชาชนในศูนย์พักพิงชั่วคราวขอให้ทุกคนเข้มแข็งและรักษาสุขภาพ เพื่อที่จะก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ด้วยดีต่อจากนั้นทางสมาคมองค์การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (ภาคประชาชน) จังหวัดปราจีนบุรี และคณะได้เดินทางต่อไปมอบสิ่งของให้กับผู้อพยพอีก 11 ครอบครัว ที่พักอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องภายในหมู่บ้าน จนครบตามจำนวน หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับ.

ภาพข่าว : ทีมข่าวจังหวัดปราจีนบุรี//รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / วัรพ.นครปฐม Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี

แชร์เนื้อหานี้
วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. นายแพทย์สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐมเป็นประธานเปิด การประชาสัมพันธ์ "Super App หมอพร้อมพลัส เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี โดย แพทย์หญิงจุฑาภรณ์ สามศรีทอง   รองผู้อำนวยการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วีระเดช เฉลิมพลประภา คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนครปฐม เข้าร่วมพิธี วัตถุประสงค์ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงแอปพลิเคชัน หมอพร้อมเพื่อการรับบริการทางการแพทย์ที่สะดวก และเท่าเทียม สร้างความตระหนักในการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างผู้ป่วยและหน่วยบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล ณ บริเวณชั้น 1 อาคารผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลนครปฐม

สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ประจวบฯจัดทัพกู้ภัยทางทะเล! ยกระดับ ชูโมเดลบูรณาการ สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก

แชร์เนื้อหานี้

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เปิดแผนปฏิบัติการเชิงรุก จัดกิจกรรมซ้อมแผนบริหารความเสี่ยงและแผนบูรณาการความร่วมมือเสริมสร้างความปลอดภัยแก่ท่องเที่ยวทางทะเล ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเตรียมความพร้อมรับมือกับอุบัติภัยทางน้ำที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยมี นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีและลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนมีความสอดคล้องกันและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การฝึกซ้อมในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ทั่วไป แต่เป็นการวางระบบมาตรฐานสากลที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการวิเคราะห์ความเสี่ยง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล และการเชื่อมโยงโครงข่ายการสื่อสารระหว่างหน่วยงาน โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการกู้ชีพกู้ภัยต้องครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การเข้าถึงจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว (First Response)

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสภาวะวิกฤต ไปจนถึงระบบการลำเลียงผู้ป่วยทางบกและทางน้ำที่มีความซับซ้อน ซึ่งแผนการดำเนินงานทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกันและปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ นอกจากนี้ นายประทีปยังได้ระบุถึงโครงสร้างการสั่งการที่ชัดเจนว่า หากเกิดเหตุการณ์วิกฤตในพื้นที่จริง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเข้ารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเหตุการณ์และประธานการบัญชาการด้วยตนเอง เพื่อให้การตัดสินใจในภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างเด็ดขาด มีเอกภาพ และลดโอกาสความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

Screenshot

สำหรับการฝึกซ้อมครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ได้มีการจำลองสถานการณ์อุบัติเหตุทางทะเลที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน โดยได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายมากกว่า 12 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.),

กองบิน 5, สถานีตำรวจน้ำปราณบุรีและบางสะพาน, กรมเจ้าท่า, และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด รวมถึงโรงพยาบาลในพื้นที่และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งการรวมตัวกันของสรรพกำลังในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความยาวชายฝั่งติดทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ทำให้ความปลอดภัยทางทะเลกลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมิต่อเพียงแค่การฝึกทักษะของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ว่าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความพร้อมในระดับสูงสุดที่จะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Screenshot

การบูรณาการองค์ความรู้ อุปกรณ์กู้ภัยที่ทันสมัย และกำลังพลที่มีความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมสร้างความมั่นใจว่าทุกการเดินทางมาเยือนชายหาดและท้องทะเลในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดตลอด 24 ชั่วโมง

///////////////
ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ประจวบคีรีขันธ์. 0649646443

Screenshot

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / สธ. คิกออฟ “One Region – One Province – One Hospital” จ.นราธิวาส มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพชายแดนใต้ ให้ประชาชน

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมภักดีบดินทร์ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดพิธี Kick off “One Region – One Province – One Hospital” จังหวัดนราธิวาส โดยมี นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่เข้าร่วมนายแพทย์ศักดา กล่าวว่า นโยบาย “One Region – One Province – One Hospital” เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ที่มุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพของประเทศ ผ่านการบูรณาการการทำงานของหน่วยบริการทุกระดับ เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนที่มีบริบทเฉพาะด้านภูมิศาสตร์ การเข้าถึงบริการ และความหลากหลายของประชากร การพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบเครือข่ายจึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมและจำเป็น

โดยจังหวัดมีความพร้อมทั้งโครงสร้างเครือข่ายและศักยภาพบุคลากร สามารถต่อยอดการทำงานร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลทุกระดับ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพใกล้บ้านมากยิ่งขึ้นนายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เป็นโครงการของเขตสุขภาพที่ 12 ภายใต้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้โรงพยาบาลทุกแห่งในเขตสุขภาพมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยไปในทิศทางเดียวกันโดยสาเหตุที่เลือกจังหวัดนราธิวาส เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมในหลายด้าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือ ประชาชนจะสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น และได้รับบริการที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะโครงการนี้เป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เครื่องมือแพทย์ หรือสถานที่ เช่น การใช้หอผู้ป่วยวิกฤต หรือไอซียูร่วมกัน ทำให้ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลศูนย์เท่านั้นขณะเดียวกัน เราก็ให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการรักษา โดยเฉพาะระบบการส่งต่อ ซึ่งโรงพยาบาลชุมชนเองก็ได้รับการพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น บางโรคเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่แล้ว หากอาการดีขึ้นก็สามารถส่งกลับไปให้โรงพยาบาลชุมชนดูแลต่อใกล้บ้านได้อย่างมั่นใจ เพราะมีศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

โครงการนี้จึงครอบคลุมทุกมิติของการดูแลประชาชนอย่างแท้จริง ผมได้สอบถามท่านผู้ตรวจราชการฯ ว่าได้ดำเนินการในจังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงนั้นเกิดอุทกภัยพอดี จึงมาจัดกิจกรรมที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ผู้บริหารทุกท่านได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เห็นภาพการทำงานจริง และสามารถนำไปขับเคลื่อนต่อในจังหวัดของตนเอง ภายใต้การนำของท่านผู้ตรวจราชการสำหรับความแตกต่างของระบบนี้จากเดิม สิ่งแรกคือสามารถลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้ เพราะศักยภาพของโรงพยาบาลในเครือข่ายเพิ่มขึ้น ประการที่สองคือ เมื่อมีการพูดคุยและใช้ทรัพยากรบุคลากรร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลดีขึ้น และสุดท้ายคือกระบวนการส่งต่อผู้ป่วยจะง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น เนื่องจากมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น”

ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ กล่าวว่า การพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาลชุมชนและการใช้ระบบเครือข่ายบริการสุขภาพของจังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ลดการส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะสาขาทารกแรกเกิด โรงพยาบาลชุมชนสามารถรับผู้ป่วยกลับไปดูแลต่อในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ขณะที่สาขาโรคหลอดเลือดสมอง พบว่าอัตราการเข้าถึงระบบ Stroke Fast Track เพิ่มขึ้น และการส่งต่อกลับไปดูแลต่อเนื่องที่โรงพยาบาลชุมชนเพิ่มจากร้อยละ 12.20 เป็นร้อยละ 45.10

นอกจากนี้ ยังมีการจัดระบบกระจายสูติแพทย์ให้รับผิดชอบ 1 คนต่อ 1 อำเภอ และออกตรวจการฝากครรภ์กลุ่มเสี่ยงสูงครบทุกอำเภอ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่และลดการส่งต่อที่ไม่จำเป็นทั้งนี้ การจัดกิจกรรม Kick off ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงพิธีเปิดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการทำงานจริงในพื้นที่ อาศัยความร่วมมือและการทำงานแบบเครือข่ายของทุกภาคส่วน เพื่อให้แนวคิด “One Province – One Hospital” เกิดผลเป็นรูปธรรม และนำไปสู่ระบบบริการสุขภาพที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และตอบโจทย์ประชาชนในจังหวัดนราธิวาสอย่างแท้จริง
//////////////////////////////////////////////
ข่าว/กรียา/นราธิวาส

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / องคมนตรี ตรวจเยี่ยม งานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุม อาคารสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองเจ้ากรมการสัตว์ทหารบก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ผู้แทนนายกสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับ

ในการนี้ องคมนตรี รับฟังรายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปี 2568 ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม อีกทั้งผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้ง 5 คณะ

ตลอดจนการขับเคลื่อนกิจการนักศึกษาของมหาวิทยาลัย รับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาการเรียนการสอนและการพัฒนาท้องถิ่นแก่ชุมชนในพื้นที่บริการของมหาวิทยาลัย ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดสมุทรสาครให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพบผู้นำนักศึกษา ประธานสภานักศึกษา นายกองค์การนักศึกษา และนายกสโมสรแต่ละคณะ

จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ณ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน หมู่บ้านสุขสบาย ตำบลลำเหย อำเภอตอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย

ไปใช้ประโยชน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาท้องถิ่นอย่างยังยืน โดยบูรณาการการทำงานใน 4 มิติหลัก ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก กิจกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการจุลินทรีย์และสารสกัดจากพืชเพื่อการผลิตกระชายแบบชีววิธี

เพื่อแก้ปัญหาโรครากเน่า ณ พื้นที่ตำบลลำเหย 2. ด้านการศึกษา ดำเนินโครงการพัฒนาผู้บริหาร ครูประจำการ ครูพี่เลี้ยงศิษย์เก่า โรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้เป็นนวัตกรทางการศึกษาตามสมรรถนะ PTRU MODEL เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ณ โรงเรียนวัดไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครปฐม 3. ด้านสังคม ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก :

การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยการจัดตั้งและส่งเสริมการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ นำไปสู่การพัฒนาด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้สูงอายุ ณ พื้นที่ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม และ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม ดำเนินโครงการการเตรียมการเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน : การประเมินการกักเก็บคาร์บอนในต้นไม้ เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในชุมชน ณ พื้นที่ชุมชนชนสุขสบาย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีความมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนเขตพื้นที่บริการ ได้แก่ จังหวัดนครปฐม สุพรรณบุรี และสมุทรสาคร เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาศักยภาพประชาชนและยกระดับคุณภาพชีวิตในมิติต่างๆ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม อันเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่อง
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม วัดประชาราษฎร์บำรุง จ.นครปฐม

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงสรงศพถวายแด่ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร พระเกจิชื่อดัง ณ กุฏิร่มเย็น วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีสรงน้ำหลวงอาบศพ ถวายแด่พระราชมงคลวชิราคม ซึ่งมีพระเถรานุเถระ คณะสงฆ์ พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอกำแพงแสน ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนศิษยานุศิษย์ ร่วมพิธีสรงน้ำและสักการะพระสรีระสังขารด้วยความอาลัยเป็นจำนวนมาก

สำหรับประวัติของ พระราชมงคลวชิราคม หรือ หลวงปู่แผ้ว ปวโร มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ มีฉายาว่า เทพเจ้าแห่งเมืองกำแพงแสน เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2466 ที่บ้านหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายพาน และนางจุ้ย บุญวัฒน์ จบการศึกษาประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดหนองม่วง ตำบลเตาอิฐ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี จบนักธรรมชั้นเอก และศึกษาวิชาวิปัสสนากรรมฐาน อุปสมบทเป็นพระภิกษุ

ณ วัดหนองปลาไหล อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมีพระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อสว่าง ธัมมสโร หรือ พระอธิการหว่าง) อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อปาน อรักโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาเป็นเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ตำบลห้วยหมอนทอง อำเภอกำแพงแสน เป็นเจ้าอาวาสวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) ตำบลรางพิกุล อำเภอกำแพงแสน

และได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชมงคลวชิราคม อุดมธรรมสุนทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 มีวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียง เช่น เหรียญระฆังที่ระลึกอายุ 87 ปีหลวงปู่แผ้ว, เหรียญพิทักษ์แดนใต้, วัตถุมงคลหลวงปู่แผ้ว รุ่นทรัพย์สมบูรณ์, พระนาคปรกใบมะขาม, เหรียญโล่ฉลองวัตถุมงคล 88 ปี และอื่นๆ อีกมากมาย

หลวงปู่แผ้ว ปวโร ได้มรณภาพอย่างสงบ ณ กุฏิร่มเย็น เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 00.01 น. สิริอายุ 103 ปี 83 พรรษา สร้างความโศกเศร้าให้กับศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศเป็นอย่างมาก โดยทางวัดได้มีกำหนดพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมเบื้องต้น 100 วัน เวลา 19.30 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม – ภาพ/ข่าว

นายก อบจ .นครปฐมมอบอุปกรณ์กีฬาให้กับ กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ครั้งที่ 10

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 อบจ.นครปฐม โดยการนำของ นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม มอบอุปกรณ์การแข่งกันกีฬา เหรียญรางวัล และถ้วยรางวัล ให้แก่ กลุ่มโรงเรียนท่าจีน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐมเขต 2

ซึ่งจะใช้ในการจัดการแข่งขันกีฬาต้านยาเสพติด เสริมความสามัคคี กลุ่มท่าจีนก้าวหน้า “ท่าจีนเกมส์“ ครั้งที่ 10 ระหว่างวันที่ 22 – 24 ธันวาคม 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนบ้านบางม่วง สนามกีฬาโรงเรียนวัดเชิงเลน และสนามกีฬาโรงเรียนวัดบางช้างใต้
สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เกษตร อ.เวียงสา จัดอบรมพัฒนาเกษตรกร สินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อการผลิต พัฒนาคุณภาพ

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 นางสาวฐิติกาญจน์ ชะนะมาร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ รักษาราชการแทน เกษตรอำเภอเวียงสา มอบหมายให้นางสาววิภาพร ศรีวิไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ

พร้อมด้วยนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอเวียงสา จัดอบรมถ่ายทอดความรู้พัฒนาเกษตรกรเข้าสู่ระบบคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร GAP ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่

เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยตรงความต้องการตลาด ได้รับการรับรองมาตรฐาน โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมอบรมจำนวน 70 ราย

พร้อมกันนี้ได้ประชาสัมพันธ์การขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชฤดูแล้ง นาปรัง พืชหลังนา ประจำปีการผลิต 2568/69 และไม้ผล ไม้ยืนต้น ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมถึงการ

จัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อลดการเผา ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน/บุญยงค์ สดสอาด นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดน่าน รายงาน

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / รพ.บางเลนจัดกิจกรรม “ศุกร์สุขใจ” ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศลและแบ่งปันโอกาสแก่ผู้ยากไร้

แชร์เนื้อหานี้

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.30 น. โรง พยาบาลบางเลน ภายใต้การอำนวยการของ นพ.ยุทธกรานต์ ชินโสตร ผอ.รพ.บางเลน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และประชาชน/ผู้มารับบริการ

จัดกิจกรรม ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ณ บริเวณชั้น 1 ตึกอำนวยการและอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลบางเลน

เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อส่งเสริมการแบ่งปันโอกาสให้แก่ผู้ยากไร้และผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน

ในการนี้ ได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูเกษมถาวรคุณ (ถาวร) สุนทรวิภาค ท่านเจ้าอาวาส พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์จากวัดบางเลน จ.นครปฐม มารับบิณฑบาตจากเจ้าหน้าที่และประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน

แสดงให้เห็นถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นโอกาสอันดีที่บุคลากรและประชาชนในชุมชน

จะได้ร่วมกันทำความดี สร้างขวัญและกำลังใจ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมตามแนวทางของโรงพยาบาลบางเลน
สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / เปิดกล้องละครคำพ่อสอน หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ

แชร์เนื้อหานี้

ต้าเจียห่าว🪭 เปิดกล้องละครคำพ่อสอนเนื่องในวันพ่อ 5 ธันวาคม หม่อมราชวงศ์จิราคม กิติยากร เปิดฤกษ์ชัย ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม

ณ ไต้เทียนกง บางปู สมุทรปราการ ( เลยเมืองโบราณมา 1 กิโล) บรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยนักแสดงระดับอาชีพและนัก

แสดงกิตติมศักดิ์มากมายทำให้ละครนั้นเข้มข้นสนุกสนานเป็นละครแบบbig stories และยังมีองค์ความรู้ด้านเกี่ยวกับคุณธรรม

ละครคำพ่อสอน ‘ ฟ้าคราม ดุจพระอาทิตย์ขาว แทนใจรัก The renaissance of Taiwan โดย บริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอ โปรดักชั่น จำกัด ได้นำชีวประวัติของคุณสุธรรม จางขจรศักดิ์

ประธาน ก่อตั้ง BDi บรรพบุรุษชาวไต้หวันซึ่งได้เข้ามาก่อตั้งทำธุรกิจในจังหวัดสมุทรปราการ ดั่งคำพ่อสอนให้คนรู้จักความกตัญญูกต่อเวที ความดีที่จะส่งให้กับลูกหลาน

สืบกาลนาน เรื่องเล่าย้อนไป 60 ปีในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 นำแสดงโดย นำแสดงโดย เชน ณัฐวัฒน์ , อ้อน เกวลิน , จิ๊บ รด วสุ , เต้ ทัต

พงศ์ พงศทัต , อ.วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ , อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ , สินชัย เอื้ออัครวงศ์ , ดร. ยุ้ย กันธิชา , วาม จิรกิตติ์ , ร่วมด้วยนักแสดงค่ายมหามงคลฟิล์มฯกว่า 70 คน

( ใช้ตัวแสดงเล่าเรื่อง 5 Gen ) กำกับการแสดงและแอ็คติ้งโค้ช โดย ครูบดินทร์ ดุ๊ก เรียบเรียงโครงสร้างบทประพันธ์

โดยดร.ณรามิล วิชณุซัน คุ้มรักษ์ ผลิตโดยบริษัทมหามงคลฟิล์ม สตูดิโอโปรดักชั่นจำกัด

สื่อรัฐทีวี*สื่อรัฐนิวส์ / ปราสาทสัจธรรมจัดใหญ่! คนแห่ร่วมงานพิธี 5 ศาสนา ประจำปี 68 ถวายเป็นพระราชกุศล/ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล 8.9 แสนตัวลงอ่าวพัทยา

แชร์เนื้อหานี้

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 มีรายงานว่า วิริยะประกันภัย และเมืองพัทยา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดงานพิธี 5 ศาสนา ประจำปี 2568 เพื่อถวายพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดดุลยเคชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี โดยมีแขกผู้มีเกียรติและประชาชนร่วมกันใส่ชุดสีขาวเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ในพิธีการ นายพิจารณ์ และนางวรากร วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารพิพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม ได้นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแต่พระภิกษุสงฆ์และสามเณรจำนวนประมาณ 500 รูป เพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล โดยงานพิธี 5 ศาสนาในครั้งนี้

ประกอบด้วย ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และชิกข์ ซึ่งตัวแทนแต่ละศาสนาต่างร่วมประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนธรรมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความจงรักภักภักดีแค่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในงานยังมีกิจกรรมนิทรรศการถ่ายทอดคุณค่าที่ทั้งสองพระองค์ทรงบำเพ็ญเพื่อแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงาน พระเมตตาที่แผ่ไปทั่วผืนแผ่นดิน และการทรงยึดมั่นในหลักทศพิธราชธรรมสู่ประชาชนไทยมาโดยตลอด อีกทั้งยังทรงเป็นพุทธมามกะ

และทรงดำรงพระราชภารกิจศาสนูปถัมภก ให้การสนับสนุนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม ด้วยพระบารมีนี้เอง ทำให้ประชาชนทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา แม้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขบนแผ่นดินไทยใต้ตลอดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารตราบจนปัจจุบัน

ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล 8.9 แสนตัวลงอ่าวพัทยา

เวลา 15.30 น.วันที่ 8 ธ.ค.68 ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปูม้าและพันธุ์กุ้งทะเล ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ณ ปราสาทสัจธรรม พัทยา จ.ชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานพิธี 5 ศาสนา ถวายพระราชกุศล น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดดุลยเคชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปี 2568

ภายในพิธีได้จัดให้มีการแสดงและจินตลีลาสร้างสีสันของตัวแทนจากศาสนาต่างๆ ก่อนได้รับเกียรติจากนายพิจารณ์ และนางวรากร วิริยะพันธุ์ ผู้บริหารพิพิพิธภัณฑ์ปราสาทสัจธรรม เป็น

ประธานปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเป็นพันธุ์ปูทะเล 5 แสนตัว และพันธุ์กุ้งทะเล 3.9 แสนตัว รวม 8.9 แสนตัวลงทะเลพัทยา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระปณิธานการให้ความสำคัญของแหล่งน้ำและการประมงไทยต่อไป