
วันนี้ (20 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวง หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. , พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ณ ศปก.ตร. อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางระบบประชุมทางไกล

ในที่ประชุมฯ ผบ.ตร. ได้ประชุมติดตามสถานการณ์และข้อมูลเชิงวิเคราะห์ จึงได้สั่งการให้เร่งรัดการปฏิบัติในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใดก็ตาม เพื่อตอบข้อเคลือบแคลงของพี่น้องประชาชนและสังคม หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำการปฏิบัติใน 4 ขั้นตอน ได้แก่

- ตรวจสอบ : ให้หน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในทุกมิติ รวมทั้งตรวจสอบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยไม่กระทบกับการท่องเที่ยว
- ปฏิบัติการ : ให้หน่วยที่เกี่ยวข้องประสานการปฏิบัติ ลงพื้นที่ตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักในพื้นที่ เช่น ที่พัก แผนการท่องเที่ยว การรวมกลุ่มประกอบกิจกรรม หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น
- บังคับใช้กฎหมาย : หากพบมีการทำความผิดของชาวต่างชาติ ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดทันที
- ประชาสัมพันธ์ : สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อตอบคำถาม ลดความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมและประชาชน และให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสื่อต่าง ๆ
- นอกจากนี้ ในที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวเชิงวิเคราะห์ แนวโน้มสถานการณ์การกระทำความผิดของคนต่างด้าวและแก๊งคอลเซ็นเตอร์พื้นที่จังหวัดเฝ้าระวัง เส้นทาง และรูปแบบการกระทำความผิด รวมทั้งผลการดำเนินการด้านกฎหมายและกลไกการส่งต่อระดับชาติ โดย ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่/จังหวัด ปรับแผนการปฏิบัติและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากมาตรการต่าง ๆ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้ารับมือในทุกมิติ
ทั้งนี้ ผบ.ตร. กำชับเข้มงวด หากพบตำรวจรายใดเกี่ยวข้องในการกระทำผิด เอื้อประโยชน์ ประพฤติมิชอบด้วยกฎหมาย จนเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของหน่วยพื้นที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประเทศชาติ ให้ดำเนินการทางปกครอง วินัย และอาญาเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำชับหากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที

พร้อมกันนี้ ผบ.ตร.ขอให้ผู้บังคับบัญชาถ่ายทอดข้อสั่งการและเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.ไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดทุกนาย โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ไม่เพิกเฉยต่อปัญหาของประเทศ และต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว พัวพันกับการกระทำผิดเด็ดขาด และขอบคุณตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ตั้งใจทำงาน รักษาความดี ร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

วันนี้ที่พะเยา.#กับถนนวงแหวนเมืองพะเยาหรือที่เรียกว่าถนน(อุบาลี)ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดพะเยาวันนี้มีภารกิจมาพะเยาก็เลยขับรถไปดูตลอดเส้นทางดังกล่าวตามที่เป็นข่าวมานานว่าถนนสายนี้ก่อสร้างยังไม่ทันเท่าไรก็พังไปแล้วเจ้าของภาษีประเทศคงจะไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นะครับก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงพังเร็วจัง.ถนนสายนี้เป็นถนนเลี่ยงเมืองพะเยาปลูกต้นไม้ริมทางเกาะกลางก็ดูสวยงามดีนะครับดอกคูณหรือดอกลมแล้งทางภาคเหนือแต่ว่าสภาพที่เป็นอยู่ก็คือเกาะกลางถนนทั้งสองข้างทางคงจะก่อสร้างใหม่เพราะสภาพที่เห็นก็เป็นแบบนี้ตลอดสายเลยนำภาพถ่ายมาให้ดูนะครับตอนนี้ก็

เห็นกำลังรื้อทำไมตลอดเส้นทางก็ไม่ทราบว่าอยู่ในระหว่างการประกันงานจากบริษัทรับเหมาหรือไม่หรือว่าใช้งบประมาณมาสร้างใหม่เพราะอันเก่าพังไปแล้ว
สำหรับพี่น้องประชาชนหรือประชาชนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ 2 ข้างทางหรือใช้เส้นทางนี้สัญจรก็ระมัดระวังหน่อยนะครับเพราะมีการก่อสร้างเป็นระยะระยะตลอด 2 เส้นทางเพราะเมื่อก่อนนี้ก็มีข่าวรถประชาชนได้รับความเสียหายตกหลุมตกบ่อมาแล้วถ้าทีมข่าวมีโอกาสไปพะเยาก็จะไปสอบถามว่าโครงการนี้จะหรื้อทำใหม่ตลอดเส้นทางเลยหรือครับหรือว่าเป็นช่วงๆ.พังตั้งแต่พื้นผิวจราจรก็น่าจะพอฟังอยู่นะครับแต่นี้แม้แต่เกาะกลางถนนก็สภาพอย่างที่เห็นนะครับพังไปเหมือนกันก็ไม่ทราบว่าวิศวกรควบคุมงานของทางหลวงชนบทคำนวณผิดหรือเปล่าครับจึงได้พังเร็วจังเลย. วันนี้ก็พยายามติดต่อผู้อำนวยการทางหลวงชนบทพะเยา.ติดภารกิจประชุมส่วนราชการเลยมีโอกาสก็จะนำรายละเอียดมาเสนอข่าวความคืบหน้าและความเป็นมากับถนนสายนี้อีกทีนะครับ

รายงานโดยสมจิตรแสงบัลลังก์ทีมข่าวกองบกภาคเหนือ



